มิอาจรัก

ตอนที่ 7 : บทที่ 3.1 สัมผัสหวาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    28 มิ.ย. 61



รถเก๋งจอดสนิทหน้าบ้านหลังหนึ่ง สายตาคนขับมองป้ายหินอ่อนที่สลักชื่อตระกูลของบ้านไว้อย่างสวยงาม

            ภัตราวิสุทธิ์ พึมพำเบาๆ

            ใช่ๆ ภัตราวิสุทธิ์ หลังนี้แหละโซล

            ปรางทิพย์หยิบโทรศัพท์ต่อสายหามาวิน โซลพยายามมองเข้าไปในบ้านซึ่งธรรมชาติคับจอ เขาชอบบรรยากาศสไตล์นี้เป็นอย่างมาก สีเขียวชุ่มฉ่ำของต้นไม้รายล้อมอยู่ในบ้านทำให้เขาอยากปีนรั้วเข้าไปเสียเดี๋ยวนี้

            วินกำลังบอกยามหน้าบ้านให้เปิดประตู

            อือ ดูแน่นหนายังไงไม่รู้เนอะ

 ไม่นานบานประตูขนาดใหญ่ก็เปิดออกช้าๆ พนักงานรักษาความปลอดภัยโค้งศีรษะทำความเคารพ ปรางทิพย์ยิ้มมองสำรวจบ้านมาวิน ที่นี่ยังสวยเหมือนเดิม...

ปรางเคยมาไหม

เคยสิ...ตอนเรียนโท นัดทำวิจัยกัน มาบ่อยเลยแหละ

แล้วปรางเคยเจอเด็กที่ชื่อวีต้าหรือเปล่า

ไม่เคยเจอหรอก แต่เคยเห็นในรูป ตอนนี้โตแล้วคงสวยน่าดู

โซลพยักหน้าส่งๆ คนสวยในสายตาเขามีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น บริเวณสองข้างทางของบ้านหลังโตเป็นสวนที่รายล้อมไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด ทำให้คนมองหลงใหลโดยไม่รู้ตัว ถ้ามีโอกาสเขาอยากลงไปนั่งบนพื้นหญ้าเขียวชอุ่ม และลงมือวาดภาพดอกไม้สีสันสดใส...

สวย

 โซลพึมพำเบาๆ ปรางทิพย์มองตามไปยังด้านขวาของบ้าน ศาลาขนาดเล็กมีลำธารน้ำตกอยู่ตรงกลางเป็นที่ดึงดูดคนจิตใจหยาบโลนเช่นเขายิ่งนัก

ศาลาเพียงฟ้า

ปรางทิพย์อ่านชื่อศาลาจากป้ายไม้สลัก มันสวยเกินบรรยายจริงๆ ตอนนั้นที่เธอมาศาลานี้ยังไม่มีเลยนี่นา เอ...หรือว่าไม่ได้สังเกตก็ไม่รู้... ความร่มรื่นโดยรวมทำให้หนุ่มสาวทั้งคู่ขับรถเข้ามาในบ้านช้ากว่าเวลาอันควร

 

หลังจากวีชนัฏลงมาทานอาหารเช้า ก็หายกลับเข้าไปในห้องดังเดิม บุพการีจนใจเกินกว่าจะสรรหาถ้อยคำมาถามบุตรสาว

แม่จะปล่อยให้น้องเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว วรรณฤดีพูดกับลูกชาย

ครับ ผมเห็นด้วย

วินต้องหาทางเกลี้ยกล่อมวีต้านะ แม่กลัวน้องเป็นบ้า

น้องคงไม่เป็นถึงขั้นนั้นหรอก ผมว่าแม่รีบไปทำงานดีกว่า พ่อออกไปรอที่รถตั้งนานแล้วนะครับ

ก็ได้จ้ะ วินช่วยดูด้วยนะว่าคนที่จะมาสอนน้องเขาไว้ใจได้หรือเปล่า ถ้าดูแล้วไม่เวิร์คก็หาคนใหม่มาให้เร็วที่สุด

มาวินกุมขมับด้วยความเครียดจัด งานบริษัทว่าหนักแล้วแต่มาเจอกรณีของวีชนัฏเข้าไป งานใหญ่ที่ทำมาถึงกับชิดซ้าย ร่างสูงนั่งบนโซฟาพิงหลังอย่างเหนื่อยล้า ถ้าตอนนี้นางในดวงใจอยู่ใกล้ๆ ก็คงไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนี้ เพราะน้องพลอยคงช่วยแบ่งเบาความทุกข์ใจที่มีอยู่ให้ทุเลาลงอย่างแน่นอน

วิน

เสียงหวานเรียกคนใจลอย มาวินเด้งตัวจากโซฟามองเพื่อนและแขกแปลกหน้าที่ยืนอยู่ด้วยกัน สายตาโซลจ้องมาวินอย่างพินิจพิเคราะห์ ดูจากท่าทีแล้วไอ้หน้าหล่อนี่คงเป็นเพื่อนกับปรางจริงๆ สินะ แต่จะไว้ใจได้อย่างไร...น้ำเซาะหินทุกวันหินมันยังกร่อน แล้วคนต้องทำงานด้วยกันทุกวันจะเหลือเรอะ! ไม่แน่หรอก อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

 ส่วนมาวินมองโซลด้วยแววตาแห่งการสำรวจ  กำลังคิดว่าถ้าวีชนัฏได้เรียนกับชายคนนี้แล้วจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นในอนาคตหรือเปล่า

เอ่อ...วิน นี่โซลเพื่อนฉันที่จะมาสอนวีต้า... ส่วนโซล นี่วินเพื่อนของปรางสมัยเรียนโทด้วยกัน

ทั้งคู่เริ่มยิ้มออก ปรางทิพย์ยิ้มแหยๆ รู้สึกอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ยินดีที่ได้รู้จักครับ มาวินพูดก่อน โซลพยักหน้าตอบ

ครับ เช่นกัน เขาตอบสั้นๆ

มาวินเชิญแขกทั้งสองพักดื่มน้ำดื่มท่าที่ห้องรับแขก โซลมองรูปถ่ายขนาดใหญ่ที่แขวนติดผนังในห้องรับแขก ภาพถ่ายครอบครัวตระกูลภัตราวิสุทธิ์เป็นที่สะดุดตายิ่งนัก มาวินในตอนเด็กช่างน่ารักเหลือเกิน ปากแดงของหนุ่มน้อยทำให้เขากลั้นหัวเราะไม่ค่อยจะอยู่

เด็กชายใส่สูทสีขาวยืนเคียงข้างมารดาที่นั่งยิ้มทรงสง่าบนเก้าอี้ตัวสวย พร้อมกันข้างๆ เป็นชายหนุ่มรูปหล่อ เขาคือคุณพ่อของหนูน้อยมาวิน หัวหน้าครอบครัวสวมสูทสีครีมยืนโค้งหลังนิดๆ ตำแหน่งหลังเก้าอี้ภรรยา

แต่อะไรก็ไม่สะดุดตาเท่ากับหนูน้อยคนงาม แกสวมชุดกระโปรงสีขาวฟูฟ่อง ผมยาวสลวยมีคาดผมโบสีขาวประดับศีรษะน้อย หน้าตาของเด็กหญิงน่ารักน่าหยิกอย่าบอกใคร แกยืนอยู่ด้านซ้ายมือของมารดา เขาเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัวเมื่อมองรูปครอบครัวภัตราวิสุทธิ์

มันอาจจะดูหนักไปหน่อย เพราะต้องสอนวีต้าทุกวิชา นายตกลงหรือเปล่า

มาวินที่พูดๆ อยู่นานถามขึ้น โซลที่ไม่ได้ฟังเขาพูดเลยหันมามองอย่างเสียมิได้ ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกๆ

ลองดูก็ได้ เริ่มสอนได้เมื่อไหร่ โซลถาม

วันนี้เลยไหม ทดลองสอนก่อนสักอาทิตย์

อือ ตกลง แล้วคนเรียนล่ะ ถามหาวีชนัฏโดยไม่รู้ตัว

นั่นสิวิน น้องล่ะ?

ปรางทิพย์ถามบ้าง เพราะอยากเห็นน้องสาวเพื่อนใจแทบขาด

อยู่ข้างบน งั้นขอตัวไปตามก่อน

มาวินเดินขึ้นไปที่ชั้นสามอีกครั้ง ทำเหมือนเมื่อตอนขึ้นมาตามน้องลงไปทานข้าวทุกอย่าง

พี่ขอเข้าไปได้ไหม เขาขออนุญาต

ค่ะ

บานประตูเปิดกว้างอย่างเชื้อเชิญ เดินนำพี่ชายเข้ามาในห้อง มาวินนั่งบนที่นอนเพ่งมองกรอบรูปข้างหัวเตียง...หยิบมันขึ้นมาดู

คิดถึงพลอยเหรอ เขายิ้มหวาน

ค่ะ ถ้าพี่พลอยอยู่ก็คงจะดี

วีชนัฏพูดเสียงแผ่วเมื่อนึกถึงแฟนสาวของพี่ชาย อัญมณี หรือพลอย เป็นลูกสาวนายตำรวจใหญ่ เธอคบหาดูใจกับมาวินมาตั้งแต่ชั้นมัธยมปลาย มาวินกับอัญมณีห่างกันสามปี เมื่ออัญมณีจบชั้นมัธยมปลายก็เลือกที่จะไปเรียนต่อตามแขนงที่โปรดปรานยังอเมริกา นี่ก็เป็นเวลากว่าสองปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาประเทศไทย วีชนัฏสนิทสนมกับอัญมณีมาก ทั้งคู่มักคุยและปรึกษาปัญหากันในทุกเรื่อง

โทรไปคุยกับพลอยบ้างหรือเปล่า วางกรอบรูปลงตามเดิม

เปล่าค่ะ ช่วงนี้พี่พลอยเรียนหนัก น้องไม่อยากรบกวน

พลอยคงไม่คิดว่าการที่น้องโทรหาเป็นการรบกวนหรอก ถ้าเล่าให้พี่ฟังไม่ได้ ก็โทรไปหาพลอยเถอะ

พี่ชายแนะทางให้ หลายต่อหลายเรื่องที่เขาไม่รู้แต่แฟนเขากลับรู้ และหลายครั้ง หลายหนที่น้องไม่กล้าพูดคุยไม่กล้าปรึกษาเขา อาจเพราะความห่างของวัย และเพศด้วยกระมังที่ทำให้วีชนัฏปิดกั้นตัวเอง

พร้อมจะเรียนหรือยัง

ไม่ค่ะ

ไม่ใช่ที่โรงเรียน พี่หมายถึงเรียนที่นี่...บ้านของเรา

บ้านของเรางั้นหรือคะ

พี่จ้างครูสอนพิเศษมา เขาเก่งวาดภาพอย่างที่น้องชอบด้วยนะ

จริงหรือคะ น่าสนใจจัง... แต่น้องไม่อยากเรียนค่ะพี่วิน ไม่อยากเจอใคร

มาวินสะอึก! เหมือนโดนตบหัวแล้วลูบหลังยังไงยังงั้น วีชนัฏมองพี่ชายแววตารู้สึกผิด เธอเอาแต่ใจจนคนรอบข้างหัวปั่นไปหมด พ่อ แม่กับพี่วินคงปวดหัวเพราะนิสัยลึกลับของเธอ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น