มิอาจรัก

ตอนที่ 6 : บทที่ 2.3 คุณครูจำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61



หลังทานอาหารเสร็จทั้งคู่ก็กลับคอนโด เมื่อถึงห้องหญิงสาวรีบพากายเข้าห้องน้ำอันดับแรก วันนี้เธอเหนื่อยและเพลียเหลือเกิน หลังจากชำระร่างกายปรางทิพย์ก็เดินออกมา ทว่าสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าทำให้เธอตกใจ...

อะไรกัน!”

หญิงสาวพึมพำเบาๆ เมื่อไฟในห้องปิดมืด จะมีก็แต่แสงเทียนให้ความสว่างเท่านั้น เท้าเล็กเดินมาข้างหน้ามองหาร่างสูงของเขา

โซล! โซล ไฟดับเหรอ

 สิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบ มันเงียบจนน้ำตาเอ่อคลอ ความกลัวพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งใจ ด้วยกลัวความมืดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วถึงจะมีแสงเทียนก็เถอะ

โซล อย่าแกล้งปราง ถ้าไม่ออกมาปรางกลับไปนอนบ้านจริงๆ ด้วย

เอาแต่ใจ ไม่ได้ดั่งใจอะไรก็จะกลับบ้าน มันน่าจับฟัดจริงๆ เลย

เสียงห้าวดังจากด้านหลัง ปรางทิพย์หันขวับ...สิ่งที่เห็นทำให้เธอตะลึงตัวแข็งทื่อ

ช็อกโกแลตหน่อยไหม พักหลังเห็นอารมณ์ไม่ค่อยดี

คำพูดกวนประสาทมาพร้อมกับกล่องช็อกโกแลตยื่นให้

เหมือนในหนังเลยนะ โรแมนติกจัง หญิงสาวเพ้อเบาๆ

ก็แหงสิ ไฟในห้องดันดับนี่นา เขาทำวิมานล่ม

อ้าว! จริงหรือ ว้า...ปรางก็นึกว่าโซลจุดเทียนสร้างบรรยากาศ

เธออดตัดพ้อไม่ได้

ฮึ ปรางก็รู้ว่าโซลทำไม่ได้หรอก

 เขาพูดเสียงพร่า ทว่านัยน์ตาเป็นประกาย เขยิบเข้ามาใกล้โน้มใบหน้าแนบแก้มปรางทิพย์

ปราง... โซลอยากกินช็อกโกแลตอร่อยๆ เขากระซิบใกล้ใบหูหอม

ก็กินสิ ปรางไม่ว่า ตอบเสียงสั่นเพราะเข้าใจความนัยน์นั้นดี

ถือว่าอนุญาตแล้วนะ

 ลมหายใจชายเป่ารดต้นคอระหง ปรางทิพย์ขนลุกซู่ผ้าเช็ดผมที่ถือร่วงลงไปกองบนพื้น ถาดช็อกโกแลตก็เช่นกัน มันถูกเหวี่ยงไปบนโซฟาตัวใหญ่ โซลมองสบนัยน์ตาของเธออีกหน เลื่อนมือกระตุกเชือกชุดคลุมอาบน้ำ ไม่นานความงามล้ำเลิศก็เด่นสง่าอยู่ตรงหน้า คอแห้งผากราวดินแล้งน้ำ มองอกอวบผ่านแสงเทียนสลัว

อ้า!”

ปรางทิพย์สะดุ้งหวือ แอ่นหยัดลำตัวเข้าหาปากโซล มือเรียวสองข้างเกาะบ่ากว้าง ขาแข้งอ่อนปวกเปียกอย่างหน้าไม่อาย ชายหนุ่มผู้อยากกินช็อกโกแลตรสชาติฟ้าประทานดูดดุนยอดอกแข็ง ฟอนเฟ้นก้นงามงอนอย่างมันเขี้ยว ตวัดร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมอกพาเข้าไปยังห้องนอน

เป็นอย่างนี้อีกแล้วที่ทั้งสองปล่อยให้อารมณ์พิศวาสนำพา ไม่หรอก! อันที่จริงอารมณ์อย่างว่านี้อาจเกิดจากฝ่ายชายคนเดียว แต่กับปรางทิพย์นั้นเธอยอมเขาด้วยความรัก...รักที่แสนจะบริสุทธิ์

 

เช้าวันรุ่งขึ้นที่บ้านภัตราวิสุทธิ์ ทุกคนพร้อมกันที่โต๊ะอาหารขาดก็แต่ลูกสาวคนเล็กที่ยังไม่มา มารดาใจไม่ดีพักหลังลูกสาวเก็บตัวเงียบเชียบผิดปกติ

ผมไปดูน้องเองครับแม่ ลูกชายคนโตอาสายามเห็นแม่เตรียมลุกไปตามน้อง

ให้ลูกไปดูเถอะคุณ อัครเดชบอกภรรยา

คุณคะ ลูกดูหงอยๆ จนฉันใจไม่ดี วรรณฤดีบอกสามีด้วยใจหน่วงๆ

ผมจะไปดูน้องเดี๋ยวนี้ครับ

มาวินลุกเดินขึ้นไปยังชั้นสามของบ้าน เคาะประตูห้องพร้อมกับขานเรียกชื่อเจ้าหล่อน ไม่นานบานประตูก็เปิด

พี่วินมีอะไรคะ วีชนัฏเสียงแผ่ว

วีต้า ทำไมไม่ลงไปทานอาหารเช้า ถามด้วยความเป็นห่วง

น้องจะลงไปเดี๋ยวนี้ พี่วินลงไปก่อนนะคะ ขอน้องเก็บหนังสือก่อน

มาวินพยักหน้ายอมหันหลังเดินกลับไป วีชนัฏปิดประตูห้องทันทีที่ร่างของพี่ชายลับตา เดินมายังโต๊ะหนังสือหยิบรูปถ่ายเป็นสิบๆ ใบขึ้นมามองด้วยความปวดใจที่ตีค่าไม่ได้ น้ำตาร่วงเผาะลงบนรูปถ่ายที่เธอและเนตรอัญญากอดคอกันฉายยิ้มให้กับกล้อง วีชนัฏสะอื้นเมื่อนึกถึงเพื่อนที่รักที่สุด สัญญาในความทรงจำผุดขึ้นมาในหัว

วีต้า เราจะเป็นเพื่อนกันไปจนแก่เลยใช่ไหม

เด็กหญิงเนตรอัญญาในชั้นประถมสี่ถามเด็กหญิงวีชนัฏเพื่อนสนิท รายนั้นยิ้มหวานจนเห็นฟันขาวครบทุกซี่ เปียทั้งสองข้างสะบัดไหวไปมาเมื่อใบหน้าเล็กพยักหน้าตอบ

จ้ะตาว เราจะเป็นเพื่อนกันไปจนแก่

เด็กหญิงเนตรอัญญายิ้มกว้างโผกอดเพื่อนรักแน่น เด็กหญิงวีชนัฏกอดเพื่อนตอบด้วยความรักเต็มหัวใจ ถึงจะมีเพื่อนน้อยก็ไม่เป็นไรเพราะเพื่อนคนนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่เหงาและอบอุ่นหัวใจเป็นที่สุด

ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยหยาดน้ำตามองของขวัญที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าด้วยใจแตกสลาย

ฉันคิดถึงเธอจังเลยตาว

วีชนัฏหยิบการ์ดใบหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่าน ทุกวันเกิดของเธอเนตรอัญญาจะซื้อของขวัญให้ทุกปี ถึงมูลค่าจะไม่มากแต่คุณค่าทางจิตใจกลับมากมายกว่าของหรูหราที่เธอมีครอบครอง วันวาเลนไทน์สองเพื่อนซี๊ก็มักจะนำของขวัญมาแลกกันอย่างสุขสันต์

ในเมื่อไม่มีแฟน ก็ให้เพื่อนนี่แหละเนอะ

นางสาวเนตรอัญญาในวัยสิบเจ็ดปียื่นกล่องช็อกโกแลตสีแดงให้เพื่อนรัก วีชนัฏยิ้มดีใจ ก่อนหยิบของขวัญตัวเองออกมา

ใช่แล้ว อ่ะ แฮปปี้วาเลนไทน์เดย์นะเพื่อน

 ยื่นกล่องของขวัญให้บ้าง หญิงสาวยิ้มหวานรับมันมาถือไว้ในครอบครอง บรรจงเปิดฝากล่องช้าๆ

วีต้า!”

เสียงเล็กอุทานชื่อเพื่อนเมื่อเห็นนาฬิกาเรือนหรูอยู่ในนั้น วีชนัฏเก็บเงินสองหมื่นด้วยตัวเองเพราะรู้ว่าเพื่อนชอบ และอยากได้มันมากเพียงใด เธอไม่ลังเลที่จะหามาให้โดยไม่ได้อาศัยเงินของพ่อและแม่เลยสักบาท ยิ่งคิดยิ่งร้องไม่หยุด ยิ่งมองของตรงหน้ายิ่งเหนื่อยล้าเกินจะหาใครมาเข้าใจ และภาพความทรงจำก็หายลับไปอีกหนเมื่อเธอหลับตาลงอย่างตัดใจ ต่อไปเธอจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว! เธอจะไม่อ่อนแอกับเรื่องนี้อีกต่อไป ไม่แล้ว ไม่มีวัน...

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น