มิอาจรัก

ตอนที่ 5 : บทที่ 2.2 คุณครูจำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61



ไปกินข้าวกันป่ะ ฉันหิวว่ะ ชักชวนเพื่อนคนสวย

ก็ดีนะ ปรางก็ยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน

จากนั้นสองเพื่อนซี๊ก็เดินไปยังห้องอาหาร มาวินสั่งโจ๊กกุ้ง ส่วนปรางทิพย์เลือกเมนูข้าวผัดไข่โปะด้วยไข่ดาวสุกๆ

เดี๋ยวไขมันก็ขึ้นหรอก กินข้าวผัดไข่แล้วยังจะกินไข่ดาวอีก

ก็ฉันชอบนี่นา อร่อยมากกก หญิงสาวจีบปากจีบคอตอบ

อือ กินมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ไม่เบื่อเลยสินะ

อือฮึ! ฉันเบื่อยากจะตาย แกก็รู้นี่

เออ ฉันรู้ เฮ้อ! เบื่อว่ะ เขาถอนหายใจยาว

เป็นไรหรือเปล่า มีอะไรไม่สบายใจเล่าให้ฉันฟังได้นะ

ชายหนุ่มวางช้อน ยกแก้วขึ้นดื่มน้ำ ส่งเสียงเจ๊าะแจ๊ะอย่างเหน็ดเหนื่อย ปรางทิพย์เห็นเพื่อนดูเครียดๆ จึงทานต่อไม่ลงวางช้อนลงกับจานข้าวผัด

ว่ายังไง มีเรื่องอะไร เธอถามย้ำ

ปัญหาที่บ้านน่ะสิ ตอนนี้ทุกคนกำลังเครียดกันเป็นแถว ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่เป็น เฮ้อ! นี่นอนคิดมาสามคืนแล้วนะ ว่าทำไมอยู่ๆ น้องฉันถึงไม่ยอมไปโรงเรียน

วีต้าน้องสาวแกน่ะเหรอไม่ยอมไปโรงเรียน ทำไมล่ะ? วีต้าเป็นเด็กขยันเรียนไม่ใช่หรือไง

ก็ใช่ไง แต่สามวันก่อนหน้านี้วีต้าบอกกับที่บ้านว่าจะไม่เรียนแล้ว พ่อกับแม่ฉันได้แต่ช็อกตามๆ กัน

น้องมีปัญหากับเพื่อนหรือเปล่า อาจจะทะเลาะกับเพื่อนก็ได้

ฉันถามที่โรงเรียนแล้วนะ น้องของฉันไม่ได้ไปมีเรื่องกับใครที่ไหนเลย

อ้าว แล้วจะทำยังไงต่อล่ะเนี่ย

ปรางทิพย์เริ่มหงอหงอย เธอเองก็เดาเรื่องไม่ถูกเหมือนกัน

อีกสามเดือนก็จะสอบไฟนอลแล้ว พ่อกับแม่ไปขอทางโรงเรียนไว้แล้วแหละ ว่าให้วีต้าไปสอบไฟนอลอย่างเดียว

ด้วยอิทธิพลของตระกูลดัง ทางโรงเรียนจึงขัดข้องไม่ได้ อีกอย่างครอบครัวของมาวินก็ช่วยเหลือเกื้อกูลโรงเรียนแห่งนี้มาตลอด ปรางทิพย์พยักหน้าตาม

แล้วน้องจะเรียนรู้เรื่องหรอวิน อ่านเอง เออเอง มันก็ไม่เหมือนกับการที่มีอาจารย์อธิบายให้เราฟังหรอกนะ

อือ ก็นี่ไงเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องมานั่งฮึดฮัดอยู่แบบนี้

น่าหนักใจเนอะ ฉันเข้าใจเลยอ่ะ

ปราง แกไปสอนพิเศษให้วีต้าหน่อยได้ไหม ชายหนุ่มเว้าวอน

เฮ้ย! จะบ้าหรือไง ฉันสอนใครไม่เป็นหรอก ปรางทิพย์ตกใจปฏิเสธทันควัน

แต่ฉันหาใครไม่ได้จริงๆ หาใครที่เหมาะเท่าแกไม่ได้

โอยยย ฉันโง่นะแก ไม่ได้ฉลาดเลยสักนิด เผลอๆ น้องแกฉลาดกว่าฉันอีก

ปรางทิพย์ตอบอย่างอารมณ์ดี พลอยทำให้มาวินยิ้มตามไปด้วย

มันหายากตรงไหนหรอวิน ครูสอนพิเศษเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองไปหมด

สอนคณิต ไทย อังกฤษ และศิลปะพร้อมๆ กันได้น่ะหรือที่หาง่าย ฉันหาคนสปีชี่ปนกันอย่างนี้ไม่เจอจริงๆ

มาวินส่ายหัวระอาเมื่อพูดถึงคนที่จะมาสอนพิเศษน้อง ทว่าปรางทิพย์กลับตาลุกวาวเมื่อได้ยินคุณสมบัติดังกล่าว

คณิต ไทย อังกฤษ ศิลปะหรอ... ถามทวนอีกหน คนฟังพยักหน้าตอบ

ฉันว่าฉันพอจะรู้จักคนๆ นึงนะ ที่เขาเก่งทุกด้านอย่างที่แกว่าน่ะ

สองชั่วโมงก่อนปรางทิพย์เลิกงาน...โซลขับรถมาจอดรอหน้าบริษัททั้งๆ ที่มันใกล้เพียงแค่นี้ แต่เขาก็เลือกมารอเพราะตลอดทั้งวันในหัวเฝ้าฉุกคิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่สาวเจ้าไม่พอใจ

และก่อนมาถึงที่หมายชายหนุ่มได้แวะห้างสรรพสินค้า นึกอยากง้อเธอด้วยการซื้อช็อกโกแลตยี่ห้อโปรดมาให้...ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับร้านสร้อยเพชรร้านหนึ่ง

สวัสดีค่ะ  บีเวียร์ จิวเวลรี่ ยินดีต้อนรับค่ะ

พนักงานสาวกล่าวต้อนรับ ชายหนุ่มเพ่งมองสร้อยเพชรมากกว่าพันเส้นผ่านตู้กระจกใส

มีอะไรสอบถามได้นะคะ ต้องการสร้อยแบบไหนคะ หรือถ้าไม่พอใจแบบที่เรามีอยู่ ลูกค้าสามารถสั่งทำได้นะคะ

เงยหน้ามองพนักงาน ส่งยิ้มเป็นประกายอย่างมีแผน ครึ่งชั่วโมงต่อมาเขาก็เดินออกจากร้านเพชรแบรนด์ดังพร้อมรอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยเห็นในมุมนี้มาก่อน  เมื่อถึงเวลาปรางทิพย์เลิกงาน โซลชะเง้อมองพนักงานที่เดินออกมาจากอาคารด้วยความตั้งใจ ไม่นานปรางทิพย์ก็เดินมาให้เขาเห็น ทว่าสิ่งที่ทำให้ไม่พอใจก็คือหล่อนไม่ได้เดินมาคนเดียว

แล้วกลับบ้านยังไงล่ะ ไปส่งป่ะ มาวินเสนอ

ไม่ต้องหรอก เพื่อนมารับแล้ว นั่นไงล่ะ จอดอยู่ทางโน้น

ปรางทิพย์รีบบอกมาวิน ชายหนุ่มมองตามเพื่อนไปที่รถคันนั้น

ผู้ชายหรอวะ หรี่ตามองรถคันที่ว่าในระยะไกล

อื้ม เป็นเพื่อนสมัยมัธยมน่ะ

ปรางทิพย์ตอบเสียงแผ่ว พร้อมก้มหน้าซ่อนความเสียใจเพียงผู้เดียว

อ่อ ดีจังที่ยังคบกันอยู่จนถึงทุกวันนี้ เอาล่ะ ปรางกลับบ้านเถอะ เรื่องที่เราคุยกันได้เรื่องยังไงก็บอกด้วยนะ...ไปล่ะ

มาวินโบกมือลาปรางทิพย์ ก่อนแยกไปที่รถของตัวเองและสตาร์ทเครื่องขับออกไปทันที หญิงสาวเดินมาที่รถ เปิดประตูแล้วเข้ามานั่งอย่างเคย

            “มันเป็นใคร!”

ปรางทิพย์สะดุ้งกับสุ้มเสียงนั้น ฟังแล้วน่ากลัวจนเธอเหงื่อตก รีบคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดโดยไม่ตอบอะไร ฝ่ามือใหญ่กำพวงมาลัยรถแน่นมองออกไปด้านหน้าอย่างดุดัน

โซลถามว่าไอ้นั่นมันเป็นใคร!”

ตวาดอีกหน คนถูกถามทนไม่ได้ตวาดกลับบ้าง

เพื่อน! ชื่อวินเป็นเพื่อนของปราง

เพื่อนสมัยไหน ทำไมโซลไม่เคยรู้

จะรู้ได้ยังไง? โซลเคยสนใจปรางที่ไหน

 ตอกกลับนิ่งๆ หากสะเทือนอารมณ์คนถามสุดใจ ทีนี้โซลถึงกับขนลุกเกรียว ไม่ว่าจะพูดเรื่องใดมันก็เข้าตัวเขาทุกทีสิน่า ชายหนุ่มไม่ประวิงเวลารีบสตาร์ทรถเหยียบคันเร่งออกตัวด้วยความเร็ว

โซล อยากทำงานมั้ย เมื่อเขาเงียบเธอจึงชวนคุย

อยากสิ เสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

คือว่าวินเพื่อนปรางคนเมื่อกี้ น้องสาวเขาต้องการคนสอนพิเศษน่ะ สอนวิชาหลักๆ ของเด็กม.หก แล้วก็วิชาศิลปะ

เสาร์ - อาทิตย์หรอ ถามต่ออย่างสนใจ ในขณะที่ตายังมองท้องถนน

เปล่าๆ ทุกวัน ยกเว้นวันเสาร์ อาทิตย์ หญิงสาวตอบ

หลังเด็กคนนี้เลิกเรียนสินะ กี่ชั่วโมงล่ะ

เปล่าอีกนั่นแหละ สอนวันราชการ และในเวลาราชการ

อ้าว! แล้วน้องสาวเพื่อนปรางไม่เรียนหนังสือที่โรงเรียนหรือไง

 อดสงสัยไม่ไหวหันหน้ากลับมาถามแวบหนึ่ง ปรางทิพย์ทำปากจู๋ เธอคงต้องเล่าเรื่องของวีชนัฏให้เขาฟังคร่าวๆ...สิบนาทีต่อมาเรื่องราวทุกอย่างก็เข้าสู่โสตประสาทของว่าที่ครูสอนพิเศษ

อือ ให้มันได้ยังงี้สิ ทำไมลูกคนรวยชอบทำอะไรแปลกๆ เนอะ

เอ๊ะ! โซล ระวังปากหน่อยสิ อย่าพูดแบบนี้เวลาไปสอนน้องนะ

โซลบอกหรือไงว่าจะไปสอนยายเด็กบ้าน่ะ

น้องไม่เด็กแล้วนะ วีต้าอายุสิบแปดแล้ว

วีต้า? ที่พูดออกมาคือชื่อยายเด็กนั่นหรอ

อือ ชื่อน้องน่ารักดีเนอะ ปรางทิพย์พูดถึงน้องสาวเพื่อนด้วยรอยยิ้ม

แปลกว่ะ คนอะไรชื่อแปลกๆ โซลหัวเราะ คนนั่งข้างๆ มองตาเขียวปั๊ด

สรุปจะช่วยหรือเปล่า อีกสามเดือนน้องต้องไปสอบไฟนอลที่โรงเรียนแล้ว และหลังจากนั้นก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย โซลคงมีงานทำอีกยาวเพราะน้องต้องการคนที่เก่งศิลปะมาสอน

กินข้าวอิ่มแล้วจะให้คำตอบ ตอนนี้ท้องมันร้อง คิดอะไรไม่ออก

คนเจ้าเล่ห์ต่อรอง ปรางทิพย์ได้แต่ถอนหายใจยาว...เมื่อถึงร้านอาหารทั้งคู่ก็นั่งทานอาหารไป คุยกันไปด้วยรอยยิ้ม สถานการณ์ที่ตึงเครียดไม่ได้มีให้เห็นอีก วันนี้มีแต่เสียงหัวเราะเพียงเท่านั้น 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น