มิอาจรัก

ตอนที่ 26 : บทที่ 9.2 วีชนัฏผู้ถูกกระทำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 359
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ก.ค. 61


ที่ห้างสรรพสินค้าโซลและวีชนัฏเดินมาซื้อตั๋วที่หน้าโรงหนัง เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือ

            “อีกชั่วโมงกว่า ไปหาอะไรกินกันก่อนมั้ย” เขาชวน

            “ได้ค่ะ หิวเหมือนกัน”

            จังหวะเริ่มออกเดินโทรศัพท์ของโซลเกิดสั่นขึ้นมา เขาหยุดจ้องมันนัยน์ตาว้าวุ่น

            “วีต้า รอพี่อยู่ตรงนี้นะ ขอไปคุยโทรศัพท์แป๊บนึง”

            วีชนัฏยังไม่ทันพูดตอบรายนั้นก็เดินแยกไปแล้ว ดวงตากลมมองชายหนุ่มด้วยความน้อยใจ

            “ฮัลโหลปราง”

            โซลดีใจที่ปรางทิพย์ติดต่อกลับมา เขาเรียกอยู่หลายครั้งหากปลายสายยังเงียบ กระทั่งได้ยินเสียงสะอื้น...

            “ปราง! เป็นอะไร? ใครทำอะไร”

            “โซล ลูก...ลูก”

            หูเขาอื้ออึงเหมือนโดนน็อก หากขาทั้งสองก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

            “ลูกเหรอ? หมายความว่ายังไง แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน”

            “โรงบาลค่ะ ปรางท้อง...”

            โซลนิ่งไปอึดใจ หลับตาลงครู่หนึ่ง...พานลืมไปสนิทว่ามาทำอะไรที่นี่ และมากับวีชนัฏ!

            “รออยู่นั่นนะ เดี๋ยวโซลไปหา”

           

            วีชนัฏนั่งตัวแข็งคอตกหน้าโรงหนัง สองชั่วโมงผ่านไปแต่เขาก็ยังไม่มาแถมโทรหาก็เป็นได้แค่สายเรียกซ้อน เขาคุยกับสายหลักเป็นชั่วโมง...และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอน้ำตาไหลเพราะความรัก วีชนัฏตัดสินใจกลับบ้าน...

            ร่างบางรอขึ้นแท็กซี่หน้าห้างปรากฏว่าคนเยอะจึงทำได้แค่รอเท่านั้น จะโทรให้รถที่บ้านมารับก็กลัวทุกคนเป็นห่วง...ที่สำคัญเธอขี้เกียจตอบคำถามมากที่สุด จังหวะกำลังยืนรออยู่ๆ ก็มีของแข็งบางอย่างจี้อยู่ตรงเอว มันมาพร้อมกับเสียงน่ากลัวของใครบางคน

            “ตามมาถ้าไม่อยากโดนปาดท้อง”

            หญิงสาวใจสั่นไม่กล้าหันไปมองด้วยซ้ำ ปลายมีดกดผ่านเสื้อเจาะเอวคอดจนเจ้าตัวสะดุ้ง

            “เจ็บ...”

            “ได้เจ็บมากกว่านี้แน่ถ้าไม่ยอมทำตาม เดินไปข้างหน้า”

            ชายนิรนามสวมหมวก สวมแว่นสั่งให้วีชนัฏเดินนำ ส่วนเขาใช้มีดจี้เดินตามมาติดๆ

            “ขึ้นรถคันนั้น”

            เธอตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด น้ำตาหยดด้วยความกลัวจับจิต แต่นาทีจะทำเช่นไรได้นอกจากทำตามสิ่งที่พวกมันสั่ง...ในรถมีชายหนึ่งคนนั่งอยู่แล้ว วีชนัฏตาละห้อยไม่อยากก้าวขา

            “มึงฤทธิ์เยอะนักเหรอ เป็นห่าอะไรไม่เดิน”

            “จะพาไปไหน...ต้องการอะไรบอกดีๆ สิ ฉันให้ทุกอย่างเลย เงิน โทรศัพท์ นาฬิกา กระเป๋า เอาไปให้หมดเลย...”

            “ไม่เอา! กูไม่ได้ต้องการของพวกนี้”

            กดปลายมีดย้ำที่เดิมอีกครั้ง คราวนี้เลือดไหลซึมออกมาอย่างรวดเร็ว วีชนัฏรู้สึกเจ็บจนต้องยอมขึ้นรถ

            “ก็แค่นั้น...เขยิบไป”

วีชนัฏนั่งตรงกลางโดยมีคนถือมืดนั่งริม เมื่อประตูปิดลงหญิงสาวถึงกับยกมือไหว้

“อย่าทำอะไรฉันเลยค่ะ อยากได้อะไรฉันให้หมด ปล่อยฉันไปนะคะ”

“หุบปากเลยมึง! เฮ้ย...ออกรถ”

ประโยคหลังหันไปสั่งคนขับ รายนั้นเหยียบคันเร่งทันที เวลาแห่งความทรมานของวีชนัฏกำลังเริ่มต้นแล้ว...

“ถอดเสื้อ!

ตัวประกันช็อกขยับแขนขาแทบไม่ได้ ทำไมชีวิตต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ พรรค์นี้...

“อย่าทำฉันเลย เอานี่ไป...นาฬิกา ฉันให้ เงินด้วย...”

ตาลีตาเหลือกถอดข้าวของมีค่ายื่นให้แต่เดนมนุษย์ไม่ต้องการ สิ่งที่พวกมันต้องการคือทำให้หญิงสาวบอบช้ำมากที่สุด

“ถ้ามันไม่ถอดก็ตัดผมมันซะ”

วีชนัฏถลึงตาด้วยความตกใจ สายตามองหาทางหนีทีไล่ซึ่งจังหวะนั้นรถติดไฟแดงพอดี

“อย่านะ...อย่า”

วิงวอนโจรทั้งสามอีกครั้ง แต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่ฟัง มิหนำซ้ำยังพยายามเลิกเสื้อขึ้นอีกด้วย

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”

หญิงสาวตะโกนลั่นรถโน้มตัวไปด้านซ้ายหมายจะเปิดประตูแต่...

“กูบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าฤทธิ์เยอะ”

ชายที่ถือมีดชกเข้าที่ท้องน้อย วีชนัฏทั้งจุกทั้งเจ็บตัวงอทันที...

“จัดการมันเลย จะได้ทิ้งแม่งแถวนี้”

“อือ”

 

โซลเดินไปเดินมารอปรางทิพย์อยู่หน้าห้องตรวจ ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหญิงสาวก็เดินออกมา

“ปราง...”

โซลเข้าประคองด้วยความเป็นห่วง รายนั้นหน้านิ่งแต่แววตาอ่อนลง

“สองเดือนแล้วค่ะ”

“ไปนั่งก่อน”

“ปรางต้องไปรับยา”

“เดี๋ยวโซลไปด้วย”

ปรางทิพย์ยอมให้เขาพามา โซลหน้าขรึมจัดยามคิดหนักเรื่องเด็กในท้อง เขาไม่พร้อมจะเป็นพ่อใคร...แต่จะให้ตัดทั้งคู่ทิ้งไปก็ทำไม่ลง

“ไม่ต้องรับผิดชอบก็ได้นะ” พูดขึ้นเพราะรู้ว่าเขาคิดอย่างไร

“ไมพูดงั้นอะ” เงยหน้าถามทั้งตาแดงก่ำ หญิงสาวหันมาสบตา...

“ก็คิดงั้นไม่ใช่เหรอ” ท่าทางโซลพูดไม่ออก ส่ายหัวทิ้ง...

“ก็แค่...ไม่คิดว่าจะมีไง ไม่คิดว่าต้องเป็นพ่อคนไวขนาดนี้”

“เฮอะ! งั้นก็ไปซะ ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”

“ไปได้ใช่ไหม...”

 ลุกขึ้นยืนเพราะโมโหไม่แพ้กัน คำก็ไล่สองคำก็ไล่...ถ้าไม่อยากรับผิดชอบเขาจะถ่อมาถึงนี่เพื่ออะไร?

“ไปสิ ฉันทำใจไว้แล้วว่าต้องเลี้ยงเขาคนเดียว”

“ก็ดี”

โซลหันหลังจ้ำๆ จากมา หยิบโทรศัพท์มือถือปลดล็อกโทรศัพท์ ปรากฏว่า...

“วีต้า...”

ใจตกไปอยู่ตาตุ่มเมื่อเห็นสายไม่ได้รับร่วมสิบสาย ให้ตายเถอะ! เขาลืมเธอลงได้ยังไง



“เฮ้ย! คุณครูไหนวะ มันโทรเข้ามาว่ะ”

คนใจโฉดมองโทรศัพท์หญิงสาว หันมาปรึกษาเพื่อนอีกคนที่อยู่ข้างกัน

“ปล่อยแม่งมัน พิมพ์ข้อความกลับไปเบอร์ไอ้ครูนี่แหละ ให้มันมารับอีนี่ไป”

เหยียดมองสภาพวีชนัฏที่นอนแน่นิ่งอยู่ข้างถนน ก่อนโยนโทรศัพท์ กระเป๋าถือไว้ข้างเธอ

“มันจะตายมั้ย”

“ไม่แน่...”

“เราไม่จัดการมันซะหน่อยเหรอ ทั้งสวย ทั้งน่ากิน”

“ถ้าเราล่อมัน คนที่จะตายคือเรา...ไป! ก่อนครูมันจะมา”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น