มิอาจรัก

ตอนที่ 16 : บทที่ 6.1 หวั่นไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 ก.ค. 61

          


           โอ๊ะ!”

            อุทานเมื่อกระดานวาดภาพบนตักร่วงลงผืนทราย รีบเอื้อมไปเก็บขึ้นมาทันที...และความคิดบรรเจิดก็พวยพุ่งทันทีเช่นกัน วีชนัฏถอยกลับไปนั่งยังต้นไม้ที่จากมาเมื่อครู่อีกครั้ง...

           

สองชั่วโมงต่อมา เสียงโทรศัพท์ของโซลดัง เล่นเอาเจ้าตัวสะดุ้งกดรับแทบไม่ทัน

            ครับ

            เมื่อไหร่จะกลับบ้าน

            ผมยังไม่อยากกลับ

            โซลขยับตัวจากต้นไม้ใหญ่ เลี่ยงไปคุยโทรศัพท์อีกทาง วีชนัฏมองตามตาละห้อย ชะเง้อสังเกตเขาเป็นระยะ รายนั้นทำหน้าเครียดตลอดเวลา เหมือนกับว่ากำลังทะเลาะกับคนที่โทรเข้ามา เธอมองภาพวาดในมือแล้วตัดสินใจพับเก็บไว้

โซลเดินกลับมาหาวีชนัฏหลังจากเสร็จธุระ มองเธอด้วยสายตาไม่ค่อยดีเท่าไหร่

            เสร็จหรือยัง ถามเสียงแข็ง

            เรียบร้อยค่ะ ฝั่งนี้พยายามทำร่าเริงเข้าใส่ ยื่นภาพวาดส่งให้เขา

            มีฝีมือนี่แต่ยังไม่ผ่าน ฉันคิดผิดหรือเปล่าที่พามาถึงทะเล เปลืองค่าน้ำมันรถจริงๆ

            เพราะโมโหจากพ่อมาหมาดๆ จึงอาละวาดใส่วีชนัฏ คนวาดสุดความสามารถน้ำตาคลอจ้องหน้าเขา

            คุณคงลืมไปว่าหนูไม่ได้ร้องขอ แต่คุณเป็นคนพามาเอง

             จ้องเขาอย่างแค้นเคือง เชือดเฉือนด้วยวาจาก่อนเดินผ่านร่างสูงไปอย่างกระแทกกระทั้น  โซลเหมือนโดนตบหน้าแล้วชิ่งหนี รีบหมุนตัววิ่งตามเธอไปจนทัน

            นี่! จะกลับเองยังงั้นเหรอ

            ตะโกนถามร่างบางที่เดินฉับๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด วีชนัฏหนีเขาโดยไม่เหลียวหลัง กลับบ้านอย่างไรเธอไม่รู้แต่ที่แน่ๆ ไม่มีทางกลับกับคนอย่างเขาเป็นอันขาด

            วีต้า พี่ถามไม่ได้ยินหรือไง

            แน่ะ! ทีอย่างนี้มาแทนตัวเองว่าพี่ สงสัยผีที่สิงอยู่เมื่อกี้คงออกไปแล้วกระมัง วีชนัฏได้แต่ครุ่นคิดในใจ...เดินไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกร้อนเท้าทั้งสองข้างขึ้นมา จึงหยุดก้มดู

            ตายแล้ว! ลืมใส่รองเท้ามาหรอกหรือ

            หยุดได้ซักทีสินะ

            ร่างสูงหยุดตรงหน้า รายนั้นค้อนตากลับเม้มริมฝีปาก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างหยิ่งผยอง

            กลับไปถึงบ้านเมื่อไหร่ คุณกับหนูไม่ต้องมาเจอกันอีก ไม่ต้องรอให้ถึงตามที่กำหนดหรอก...หนูไม่ไหวกับคุณแล้ว

            ฉันก็ไม่อยากทนสอนเด็กเอาแต่ใจไร้เหตุผลอย่างเธอเหมือนกัน อะไรก็ไม่รู้ อยู่ๆ โรงเรียนก็ไม่ไป เป็นบ้าอะไรมาทำตัวผลาญเงินพ่อกับแม่

            เหมือนถูกน้ำร้อนสาดหน้าที่เป็นแผลเหวอะ เขามีสิทธิ์อะไรมาว่าเธอเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วีชนัฏน้ำตาไหลพราก กะพริบตาถี่อยู่หลายหนเพื่อไล่เครื่องหมายแห่งความอ่อนแอออกไป

            พ่อแม่จะหมดเงินไปกับอะไรมันก็เป็นเงินของครอบครัวเรา หนูจะใช้อะไรไปบ้างมันก็เรื่องของหนูคุณไม่มีสิทธิ์มาว่า...คนอย่างคุณก็เป็นทาสให้กับอำนาจเงินไม่ใช่เหรอ? ที่มาสอนหนูเพราะค่าตอบแทนสูงใช่ไหมล่ะ? นี่!...คุณรู้อะไรไหม ถ้าตอนนี้หนูมีเงินอยู่ในมือล่ะก็ หนูจะใช้มันฟาดหัวคุณแรงๆ สักที

            สีหน้าและท่าทางเจ้าหล่อนทำคนอย่างเขาสั่นเทิ้ม ใบหน้าสวยยิ้มหยันน่าหมั่นไส้ โซลย่างกรายเข้าไปใกล้ หรี่ตามองอย่างจดจ้อง

            จะเอาเงินฟาดหัวฉันเรอะ! ถ้าเธอเอาเงินฟาดหัวฉันได้ ฝ่ามือของฉันก็อาจฟาดกลับตามสัญชาตญาณคนเอาตัวรอด เอาสิ! จะลองดูก็ได้

            เชื่อค่ะว่าคุณทำร้ายร่างกายหนูได้ ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เราสองคนก็อย่ามาเดินร่วมทางกันอีก หนูจะกลับบ้านด้วยตัวเองส่วนคุณก็ขับรถคนอื่นกลับบ้านไปเถอะ อ้อ! แล้วสะดวกจะเข้าไปรับเงินวันไหนก็เชิญที่บ้านได้ตลอดนะคะ จะตอบแทนให้คุณอย่างงาม ไม่ต้องห่วง

            ประโยคหลังที่ออกมาจากปากช่างเน้นหนัก วีชนัฏไม่สนใจหน้าตาที่เหมือนยักษ์มารของเขาสักนิด หมุนตัวกลับหลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินอย่างรีบร้อน ทว่าไปไม่ถึงไหน เสียงใสที่เคยเชือดเฉือนเขาเมื่อกี้กลับร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด ร่างของเธอทรุดฮวบลงไปนั่งกับพื้นทราย โซลอดห่วงไม่ไหววิ่งตามมาดูคนปากเสีย

            โอ๊ะ!”

            ครางหงุงหงิงกำเท้าซ้ายไว้แน่น โซลจับดูอาการของนักเรียน แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะเธอสะบัดมือหนี และผลักเขาอย่างรังเกียจ

            เก่งนักเรอะ! แก้วชิ้นใหญ่ปักลงกลางเท้าขนาดนี้ยังจะทำผยองอยู่ได้

            วีชนัฏไม่สนใจคำพูดต่อว่า มองเศษแก้วที่ปักอยู่กลางฝ่าเท้าด้วยสีหน้าซีดเผือด ตัดสินใจจับมันพร้อมกับหายใจเข้าออกยาวๆ อย่างมาดมั่น ก่อนดึงแก้วที่ฝังอยู่ลึกพอสมควรออก โซลมองดูความกล้าบ้าบิ่นของสาววัยสิบแปดอย่างอึ้งๆ ยายนี่กล้าและบ้าดีเดือดกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ วีชนัฏปาเศษแก้วทิ้งไปอีกทาง เลือดแดงสดไหลทะลักออกมาไม่หยุด...สร้างความเจ็บปวดให้เจ้าของแผลจนน้ำตาไหลพราก

            ลุกไหวไหม ให้พี่พาไปดีกว่า

            โซลอ่อนลงเพราะสงสารเธอเหลือเกิน เลือดไหลออกมาไม่หยุดจนเขาเองยังตกใจ แต่เจ้าของแผลหาสนใจไม่ เธอไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณคนอย่างเขาแม้แต่น้อย

            อย่ามายุ่งหนูไปเองได้ คุณจะไปไหนก็เชิญ

            ร่างเล็กพยายามยันกายขึ้นมา กัดริมฝีปากข่มความเจ็บปวดจนปากเลือดซิบ ยิ่งทำเหมือนยิ่งแย่แผลดูเหมือนจะฉีกกว้างมากกว่าเดิม เจ้าของแผลร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวดสุดขีด

            โอ๊ย! ฮือๆ

            เมื่อลุกไม่ได้จึงนั่งจ้ำเบ้าลงไปอีกหน คราวนี้ไม่ได้ร้องปวดแผลเพียงอย่างเดียว วีชนัฏร้องไห้โยเยเหมือนเด็ก โมโหตัวเองที่ต้องมาทำท่าทางทุเรศทุรังให้คนอย่างเขาเห็น ดีไม่ดีตานี่มีแต่จะหัวเราะเยาะเข้าไปอีก ให้ตายสิ! น่าอายชะมัด

            มานี่ เดี๋ยวพี่จะห้ามเลือดไว้ก่อน

            แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่เธอคิด เขาย่อตัวลงยื่นมือมาจับบริเวณข้อเท้าน้อยออกแรงดึงมันเข้าหาตัวเบาๆ วีชนัฏมองทั้งน้ำตา เธอไม่ได้ร้องห้ามหรือปฏิเสธผู้ชายปากร้ายอีกต่อไป โซลใช้ผ้าเช็ดหน้าตัวเองพันห้ามเลือดตรงตำแหน่งที่โดนแก้วบาดไว้ เขากระทำมันลงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อนแม้กระทั่งปรางทิพย์


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น