มิอาจรัก

ตอนที่ 15 : บทที่ 5.3 แอบรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 ก.ค. 61



อย่ารับนะคะ เธอขอร้องเสียงระทวย

ไม่ได้ น้องพลอยโทรมา บอกก่อนเดินหนีไปอีกทาง

อีพลอย อีพลอยอีกแล้วหรือ! คอยดูนะ ฉันจะทำให้แกหายไป

วรารัตน์มาดหมายมุ่งร้ายต่ออัญมณี ก่อนหยิบจับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางดังเดิม ส่วนมาวินเมื่อได้คุยกับคู่หมั้นก็ไม่สนใจใครอีกแล้ว คำหวานที่มีทั้งหมดทยอยหยอดสาวเจ้าไม่ขาดสาย

พี่อยากกอดน้องพลอย

น้องพลอยก็อยากกอดพี่วินเหมือนกันค่ะ มาหาพลอยหน่อยสิคะ

คนไกลออดอ้อนไม่หยุดหย่อน วรารัตน์มองคนทั้งคู่พูดคุยอี๋อ๋อด้วยความแค้นสะสมก่อนเดินปึงๆ ออกไป มาวินมองตามด้วยแววตาเมินเฉย ในชีวิตเขาไม่มีผู้หญิงคนไหนเลอค่าเท่ากับอัญมณีเม็ดนี้อีกแล้ว ถึงเขาจะกินไม่เลือกอย่างไร แต่คนสุดท้ายที่หัวใจจะหยุดไว้ก็คือน้องพลอยเพียงผู้เดียว...

 

บริเวณท่าเรือหน้าบ้าน ณ เกาะล้าน โซลเดินนำวีชนัฏไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่งที่คนไม่พลุกพล่าน

            รับอะไรดีคะ พนักงานเดินเข้ามาถาม

            ทานอะไรดี ถามคนมาด้วยกันรายนั้นก้มมองเมนูอยู่ครู่หนึ่ง

            ข้าวผัดกุ้งค่ะ พิเศษกุ้งนะคะ หันไปสั่งคนยืนจด

            อาหารจานเดียวเหรอ หญิงสาวพยักหน้าหงึก

            กะเพราทะเลครับ แล้วก็ต้มยำกุ้ง...

             พนักงานจดยิกๆ ก่อนเดินหายไป วีชนัฏมองด้านนอกด้วยความตื่นเต้น เนื่องจากร้านที่โซลพามาเป็นร้านที่อยู่ในห้องแอร์ รอบร้านเป็นกระจกใสทำให้มองเห็นวิวข้างนอกชัดเจน

            เธอชอบกินกุ้งเหรอ ถามพลางดื่มน้ำ

            ค่ะ ชอบมากที่สุดในบรรดาเนื้อสัตว์ แล้วคุณล่ะคะ ชอบอะไร?

            ฉันไม่ชอบอะไรเป็นพิเศษหรอก กินได้หมดแหละ

            อย่างน้อยก็น่าจะมีสักอย่างที่คุณชอบนี่นา เช่นคุณชอบปากกาดำยังไงล่ะ... เห็นไหม? คุณยังเลือกชอบเลย

            นั่นมันสิ่งของนี่ แต่ถ้าอาหารไม่มีอะไรที่ชอบในใจเลยสักอย่าง

            ดูเป็นคนง่ายๆ นะคะ เธอบอกยิ้มๆ

            อือ ฉันอะไรก็ได้

            สองหนุ่มสาวพูดคุยกระหนุงกระหนิง นี่เพียงสองวันเท่านั้นที่เขาได้ใกล้ชิดกับเธอ ทว่าความผูกพันที่มีเปรียบเสมือนคนที่รู้จักกันมาแสนนาน...ตัวเธอเองก็รู้สึกพิเศษกับผู้ชายคนนี้มาก...มากเสียจนบรรยายออกมาไม่ได้ว่าแค่ไหน

            ความจริงเราห่างกันแค่สิบปี เธอเรียกฉันว่าพี่ก็ได้นะ เขาเสนอ

            พี่หรือคะ คงไม่ชิน หญิงสาวตอบพลางตักกุ้งตัวโตเข้าปาก

            ก็หัดเรียกสิจะได้ชินไง  จะได้คุยแบบเป็นกันเองสักที

            จะพยายามแล้วกันนะคะ

            วีชนัฏก้มหน้าก้มตาจัดการกับข้าวผัดกุ้งรสเลิศ โซลมองดูเด็กน้อยแบบขำๆ เธอไม่อายเลยสักนิดเวลาอยู่ต่อหน้าเขา ถ้าเป็นบางคนคงจะกินเหมือนแมวดมแน่นอน แต่นี่เธอจัดการกับอาหารด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย ไม่นานทั้งสองก็ซัดของที่สั่งมาจนเกลี้ยง

            ของหวานทานอะไรดี

            เอา...ไอศกรีมวนิลาค่ะ เพิ่มวิปครีมด้วยนะคะ

            ผมเอาเหมือนเธอครับ

            โซลหันไปสั่งพนักงาน ห้านาทีต่อมาไอศกรีมวนิลาหน้าตาน่าทานก็มาเสิร์ฟ หญิงสาวตาวาวที่เห็นของหวานแสนโปรด ไม่นานไอศกรีมถ้วยโตก็หมดไปต่อหน้าต่อตา โซลมองคนตรงหน้าทึ่งๆ ผู้หญิงอะไรกินเก่งชะมัด...

            อีกสักถ้วยไหมวีต้า เขาแกล้งถามพลางดึงกระดาษทิชชู่ออกจากกล่อง

            ไม่แล้วค่ะ อิ่มแล้ว

            วีชนัฏตอบยิ้มๆ โซลมองคนกินเก่งอย่างชอบใจ เขากำกระดาษทิชชู่ก่อนยื่นมือไปข้างหน้าหมายจะเช็ดคราบไอศกรีมที่มุมปากให้สาวเจ้า  วีชนัฏตัวแข็งมองหน้าเขาค้างเช่นนั้น ดวงตาสดใสกะพริบปริบๆ โซลอ่อนโยนจนสาวน้อยหลอมละลาย...เขาซับมุมปากให้เธอแผ่วเบา

            ไปเถอะ ไปวาดรูปกัน

             วีชนัฏยังคงไม่ไหวติง โซลเห็นว่าแม่นักเรียนคงจะนิ่งอยู่นานแน่นอน จึงลุกขึ้นจากที่นั่งเดินมายืนข้างเธอ โค้งตัวกระซิบใกล้ใบหูขาว

            วีต้าครับ ไปวาดรูปกัน

หาดนวล คืออีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ชอบความเงียบสงบ หาดนี้อยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะล้าน  ถึงหาดจะไม่สวยใสเหมือนหาดอื่น แต่ก็สงบสบายเป็นธรรมชาติกว่ามาก โซลจูงมือวีชนัฏเดินไปยังชายหาดสีขาวนวลสมชื่อ ตั้งแต่ออกมาจากร้านอาหาร หญิงสาวก็เอาแต่ใบ้กินไม่ปริปากพูดกับเขาสักคำ

            วาดตรงไหนดี ไปตรงนั้นดีไหม

            เขาถามความเห็นและชี้ไปยังใต้ร่มไม้ที่อยู่เหนือชายหาดนวลมาหน่อย หาดนี้คนน้อยจริงๆ น้อยเสียจนดูเหมือนเกาะร้าง

            ค่ะ ตรงนั้นก็ได้

            หญิงสาวเออออห่อหมกไปกับเขา โซลจูงข้อมือเธอมานั่งบนหาดสีขาวสะอาด วีชนัฏถอดรองเท้าใช้มันรองก้นตัวเอง โซลก็ทำเช่นเดียวกัน

            วาดเลย อยากทำอะไรก็ทำ พี่ให้เวลาเธอสองชั่วโมง เขากำหนด

            ค่ะ

            วาดสวยๆ ล่ะ พี่อยากเห็น

            เขากำชับก่อนเอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่ ปิดเปลือกตาด้วยความเหนื่อยอ่อน วีชนัฏขยับเขยื้อนตัวให้ห่างจากเขา เดินไปนั่งทอดอารมณ์อยู่ที่ใต้ต้นไม้อีกต้นข้างๆ กัน ท้องทะเลที่กว้างสุดลูกหูลูกตาช่างสวยงามและสดใส สายลมเย็นสบายทำให้อารมณ์ศิลป์บังเกิด

เพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงงานเขียนคุณภาพจากเด็กสาวก็เสร็จสมบูรณ์ ภาพท้องทะเลกว้างใหญ่และท้องฟ้าแสนสดใสถูกละเลงลงบนแผ่นกระดาษขาว วีชนัฏไม่ได้ลงสีภาพ...เธอใช้การแรเงาเข้าช่วย

            เสร็จแล้ว สวยเหมือนกันนะเนี่ย

             ยิ้มกริ่มกับผลงานตัวเอง เธอใช้เวลาสร้างมันเพียงสี่สิบห้านาทีเท่านั้น วีชนัฏมองดูเด็กสามคนเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน หนูน้อยวักน้ำทะเลใส่กันอย่างเริงร่า ลมเย็นในช่วงบ่ายทำให้คนใต้ร่มไม้สบายใจ ค่อยๆ ชันเข่าขึ้นมากอดหันไปโมงคุณครูที่อยู่ข้างกัน

            โซลยังคงพิงต้นไม้อยู่ที่เดิม เขาหลับตาพริ้มเหมือนเด็กน้อยไม่รู้ประสีประสา ขาเหยียดยาวออกไปจนสุดความสูง มือกอดอกค้างเติ่งคล้ายหุ่นปั้น เหมือนได้รับแรงดึงดูดจากอีกฝ่าย เธอย่องเข้าไปหาโซลย่อตัวมองดูเขา ลมแรงจัดพัดโชยมา ทำให้ผมสีดำขลิบของเขาเอนไหวตามธรรมชาติ มันน่ามองจนละสายตาไม่ได้ จมูกคมสันดูดีกว่าครั้งแรกที่เจอกัน...วีชนัฏเท้าคางอย่างลืมตัว

            ตื่นได้แล้ว

หญิงสาวแกล้งเขา กระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูคนนอนหลับ

            ขี้เซาเหมือนกันนะเนี่ย

            คนอยากแกล้งเผลอยิ้ม หัวใจพองโตเหมือนลูกโป่งกำลังลอยขึ้นฟ้า

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น