มิอาจรัก

ตอนที่ 12 : บทที่ 4.3 บีบบังคับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 มิ.ย. 61


พรุ่งนี้ไปส่งปรางหน่อยได้ไหม ไม่อยากขับรถไปเองเลย

ได้สิ ไปนอนกันเถอะ วันนี้โซลเพลียๆ

คนมีอาการเพลียอุ้มร่างหญิงสาวขึ้นแนบอก พากันเดินไปยังห้องนอนวางเธอลงอย่างทะนุถนอม ก่อนทิ้งตัวลงนอนที่ว่างข้างๆ เขาห่มผ้าผืนหนาให้เธอ สวมกอดร่างบางเหมือนทุกคืน ปรางทิพย์สุขใจเหลือเกิน เธอยิ้มหวานให้กับความมืดกอดตอบเขาอย่างแสนรัก

วันเสาร์นี้ปรางจะเข้าไปทำความสะอาดห้องแกรอลี่ เธอพูดเบาๆ

ไม่เป็นไร โซลเพิ่งเข้าไปทำมาเมื่อช่วงเย็น เขาหลับตาตอบ

อ๋อ ขยันจังเลยเนอะ คืนนี้ฝันดีนะคะ

เธอบอกฝันดีเขา เลื่อนหน้าเข้าไปหาและจูบหน้าผากคนรัก โซลจูบใบหน้าน้อยหนึ่งที ไม่นานทั้งคู่ก็เข้าห้วงนิทราไปด้วยกัน...

 

โซลขับรถไปส่งปรางทิพย์ที่ทำงาน ระหว่างทางทั้งคู่หัวร่อต่อกระซิกกันอย่างมีความสุข บทเพลงที่โปรดปรานของทั้งคู่สร้างบรรยากาศเบาๆ

เออ โซล ช่วงนี้ปรางต้องกลับไปนอนที่บ้านแล้วนะ

ทำไม!” คนขาดร่างนุ่มนิ่มไม่ได้ถามเสียงห้วน

พี่ปอนเริ่มสงสัยแล้ว เขาให้ปรางกลับบ้าน

เธอตอบเสียงแผ่ว โซลเหมือนคนโดนผีร้ายเข้าสิงปิดเพลงโปรดทันที ปรางทิพย์หน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด เธอเหงื่อตกเพราะรู้ว่าเขากำลังโมโห

ปรางโตจนมีผัวได้แล้วนะ พี่ปอนจะหวงอะไรนักหนา

เขาตวาดเสียงดัง หักพวงมาลัยเข้าข้างทาง ปรางทิพย์เหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ คนอย่างเขาไม่เคยให้เกียรติเธอเลย

พี่ปอนมีแค่ปรางคนเดียว ทั้งชีวิตนี้เรามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง มันผิดหรือไงถ้าปรางจะกลับไปอยู่กับพี่สาวของปราง อีกอย่างเราก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน ทำไมปรางจะต้องอยู่กับโซลตลอดเวลาด้วย

แต่งงานงั้นหรือ? ที่ปรางพูดมาทั้งหมดนี่คืออยากให้โซลขอแต่งงานใช่ปะ

เสียงเขาดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด ปรางทิพย์น้ำตาคลออย่างน่าสงสาร เขาไม่สนใจความรู้สึกเธอสักนิด

ไม่ใช่นะ...ปรางไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ไม่ได้คิดให้โซลมาขอแต่งงาน แต่ปรางก็ไม่อยากหลบๆ ซ่อนๆ อีกแล้ว ปรางไม่อยากปิดบังใครแบบนี้

ปรางทิพย์ตอบทั้งน้ำตา โซลกำพวงมาลัยรถแน่น ใช้มือตบลงไปแรงๆ เพื่อ ระบายอารมณ์โกรธ คนนั่งข้างๆ สะดุ้งโหยงสะอื้นไม่หยุด

ฉันเคยบอกว่ายังไงห๊า! เธอมันก็เหมือนกับผู้หญิงที่ฉันเคยนอนด้วย จ้องจะจับฉันเหมือนอีตัวที่ผ่านมาใช่ไหม

ตะคอกใส่จนตกใจกลัว แผ่นหลังบางแนบชิดกระจกข้างอัตโนมัติ ปรางทิพย์หายใจไม่ออกตัวชาวาบที่สุดในรอบปี อีตัว คำนี้ทำให้หัวใจแหลกสลายลงกับตา เขาตีค่าเธอเป็นเพียงอีตัว

ต้องการอะไร ถามเสียงเรียบโดยไม่มองหน้าเธอ

ไม่ต้องการอะไร...แค่อยากได้รับเกียรติจากคุณบ้างเท่านั้น แต่ดูแล้วฉันคงหวังมากไป

สรรพนามแทนตัวเธอและเขาเปลี่ยนไป บอกได้เป็นอย่างดีว่าปรางทิพย์โกรธแค่ไหน โซลไม่สนใจได้แต่หัวเราะหึๆ กับสิ่งที่ได้ยิน

รู้สึกแย่มากเลยสินะ เขาถาม

ใช่ รู้สึกแย่สุดๆ ใครเจอแบบนี้แล้วยังหน้าชื่นตาบานอยู่ก็คงบ้าไปแล้ว เรื่องของคุณฉันจดจำและใส่ใจทุกรายละเอียด แต่พอเรื่องของฉันคุณกลับเหยียบย่ำมันโดยไม่สนใจ

เรื่องที่เธอว่ามันเรื่องอะไร

เห็นไหม...แม้กระทั่งสิ่งที่ฉันพูดกับคุณบ่อยๆ คุณยังไม่เคยเก็บมาจำเลย

หยุดแดกดันสักเดี๋ยวได้ไหม ไอ้คุณๆ ฉันๆ นี่เก็บไปก่อนได้หรือเปล่า

ไม่! ต่อไปฉันจะพูดแบบนี้

ปราง!”

เขาเรียกชื่อเธอเสียงดัง แต่ปรางทิพย์หาสนใจไม่รีบเปิดประตูทำท่าจะลงจากรถ ทว่าโซลรีบดึงข้อมือเล็กไว้แน่นจนเธอรู้สึกเจ็บ

ปล่อย! อย่าลดเกียรติอันสูงส่งของคุณมาแตะต้องอีตัวอย่างฉันเลย

อย่ากวนประสาทให้มันมากนักนะ ถ้าเดินลงไปถือว่าเราจบกัน

 ประกาศิตเสียงกร้าว แต่มันทำให้คนฟังเหยียดยิ้ม ปรางทิพย์สะบัดข้อมือตัวเอง

เรื่องของเราจะจบได้ยังไง ในเมื่อมันไม่เคยเริ่มต้นเลยสักนิด

คราวนี้คนที่อึ้งไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือร่างสูงฝั่งคนขับนั่นเอง...เธอเดินลงรถไปแล้วแต่สายตาโซลยังคงมองที่ว่างข้างกายด้วยใจเจ็บลึก คำพูดและความเย่อหยิ่งของเธอเมื่อครู่ทำให้เขาเกิดโทสะ

ชายหนุ่มสตาร์ทรถเหยียบคันเร่งจนมิดออกจากตรงนั้น ปรางทิพย์หันหลังมองรถคันหรูแล่นไปไกลตา เธอกับเขาคงจบความสัมพันธ์ลงแต่เพียงเท่านี้... ความรักที่มีต่อเขาไม่ได้หล่อเลี้ยงหัวใจเลยสักนิด โซลยังคงหยาบโลนและไร้หัวใจจนเธอไม่เหลือแรงฝืนทนอีกต่อไป

ปรางไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว ไม่เอาแล้ว พอแล้ว

ปรางทิพย์ปล่อยโฮยกมือปิดหน้าอยู่ข้างถนนโดยไม่สนว่าใครจะมอง หรือซุบซิบนินทา อนาคตข้างหน้าหวังว่าโซลคงเจอผู้หญิงที่เขารักและอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน...แม้ผู้หญิงคนนั้นจะไม่ใช่เธอก็ตาม

 

ที่ศาลาเพียงฟ้า วีชนัฏยังคงเฝ้ามองตรงทางเดินรถของบ้าน เก้าโมงครึ่งแล้ว ทำไมเขายังไม่มา ใบหน้าสวยงอง้ำไม่รู้ตัวปิดหนังสือเรียน เดินมายังสนามหญ้าเขียวขจี

            จะสิบโมงแล้ว ทำไมยังไม่มาอีกนะ

             พึมพำกับตัวเอง เดินวนไปเวียนมาอยู่หน้าศาลาอย่างเฝ้ารอ วีชนัฏในชุดกระโปรงสีขาวดูผุดผ่องราวนางฟ้าตัวน้อย ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าจะแต่งตัวสวยไปเพื่ออะไร? ไม่รู้ตัวสักนิดว่าจะตื่นแต่ไก่โห่มาเลือกชุดนี้เพื่อใครกัน หากเวลานี้ภาพทุกอย่างกลับเด่นชัดขึ้นมา...

อาการกระวนกระวายที่เป็นอยู่ทำให้รู้สึกตัว เธอทำทุกอย่างเพื่ออยากให้เขาเห็นอยากให้เขาชื่นชม จังหวะนั้นสิ่งที่ใจเฝ้าใฝ่หาก็ปรากฏขึ้น รถของเขาแล่นเข้ามาในบ้านด้วยความเร็ว คนยืนรอใจเต้นแรงหันหลังกลับมายังศาลา

            เสียงปิดประตูรถดังปึงบอกอารมณ์เจ้าของรถได้ดี โซลตีหน้ายักษ์เดินมายังศาลาที่มีใครคนหนึ่งนั่งก้มหน้าอยู่ ณ ตอนนี้ในหัวเขาไม่คิดอะไรเลยนอกจากเรื่องของปรางทิพย์

            คุณมาสาย

            ทันทีที่เขาเหยียบบันไดขั้นแรก เสียงแข็งแสดงถึงความไม่พอใจก็ดังขึ้น คนได้ยินถึงกับเมินหน้าหนี เขากำลังร้อนจนเดือดปุดๆ

            ฉันมีธุระ จะชดเชยให้ตามเวลาที่เสียไป

             ตอบสั้นๆ เดินขึ้นมายังศาลาไม้ น่าแปลกที่วันนี้ความสดใสและบรรยากาศโดยรอบไม่ได้ทำให้จิตใจแสนหม่นของทั้งคู่ดีขึ้นแม้แต่น้อย

            เตรียมอะไรมาบ้าง

             นั่งลงตรงข้ามเช่นเมื่อวาน สีหน้าโซลฟ้องว่าอารมณ์เขาไม่ปกติ

            วันนี้อยากวาดภาพค่ะ

            วาดภาพอะไร

            ทะเล

            คำตอบแม่นักเรียนคนสวยทำให้คนสอนเลิกคิ้วสูง จ้องเธอนิ่ง...

           

คุณจะพาหนูไปไหน!”

            วีชนัฏถามด้วยน้ำเสียงเครือสั่น สายตาทอดมองออกไปข้างทางด้วยความหวาดหวั่น หากคนขับรถหาตอบไม่ หูของเขาได้ยินทุกคำถามแต่ก็ขี้เกียจจะพูด

            นี่! จะพาไปไหน เมื่อกี้คุณก็ลากหนูขึ้นรถมาเหมือนหมูเหมือนหมา แล้วนี่ถามอะไรก็ยังไม่ตอบอีก คุณจะเอาแต่ใจไปถึงไหน

            เมื่อเขายังอมพะงำ คนถามก็เริ่มหมดความอดทน ตวาดใส่อย่างเหลืออด ผู้ชายคนนี้ทำให้เธอเดือดชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            ถ้าคุณไม่จอดหนูจะเปิดประตู!”


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #1 0847976731 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 15:13

    มาต่ออีกนะค่ะ

    #1
    0