มิอาจรัก

ตอนที่ 11 : บทที่ 4.2 บีบบังคับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 มิ.ย. 61


เอ่อ! จริงด้วย ขอโทษนะคะ

วีชนัฏเลิ่กลักยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าแดงทวีคูณแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลุกจากตัวเขาราวติดสปริง โซลลุกตามแบบขำๆ

ไปเรียนกันเถอะ วันนี้เอาวิชาอะไรมาให้ฉันสอน

คณิตค่ะ แล้วก็ภาษาอังกฤษ

อื้ม สบายมาก

วีชนัฏเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว เขาวันนี้ต่างจากเมื่อวานจนเธอเริ่มหวั่นไหว...หวั่นไหวให้กับอะไรบางอย่างที่หัวใจไม่เคยเป็นมาก่อน โซลเข้ามานั่งในศาลากับวีชนัฏ เขาตั้งหน้าตั้งตาสอนคณิตให้เธออย่างยอดเยี่ยม วีชนัฏอ้าปากค้างในความสามารถอันเหลือร้ายนี้...

คุณเก่งจัง คิดเลขได้เร็วมากเลยค่ะ หนูยังไม่ทันกะพริบตาคุณก็ตอบได้แล้ว

โซลหัวเราะร่วน หญิงสาวเข้าใจเปรียบเปรยความไวจนเขานึกภาพออก กะพริบตายังงั้นหรือ!

เธอก็ไวเหมือนกัน ถ้าทำตามที่ฉันสั่งได้ภายในเวลาที่กำหนดก็ถือว่าเยี่ยมแล้วล่ะ นี่ก็เที่ยงแล้วเราไปหาอะไรกินกันไหม

เขาเสนออย่างสุภาพ ในใจก็ไม่ได้คิดว่าต้องแทะโลมสาวเจ้าตลอดเวลา...แต่เขาแค่มีความสุขแบบบรรยายไม่ได้เมื่ออยู่ใกล้เด็กสาวคนนี้ วีชนัฏเม้มปากเข้าออกอย่างครุ่นคิด เธอควรจะร่วมทานอาหารกลางวันกับเขาดีหรือเปล่า?

ไม่ต้องทำหน้ามุ่ยขนาดนั้นหรอก ไม่อยากกินด้วยกันก็ไม่เป็นไร ถ้างั้นเราแยกกันตรงนี้นะ อีกหนึ่งชั่วโมงมาเจอกันที่นี่ ฉันไปล่ะ...

วีชนัฏมองตามด้วยความใจหาย เขาจะโกรธหรือเปล่าหนอ... ก็ช่างสิ! ทำไมเธอต้องแคร์เขาด้วยล่ะ

 

ปรางทิพย์นั่งเขี่ยข้าวในจานไปมา รู้สึกใจคอไม่ดีทั้งที่ไม่ได้ทะเลาะกับเขาเสียหน่อย มือเรียวหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาเขา

ว่าไง

ปรางใจคอไม่ดีน่ะ คิดถึงเลยโทรมาหา

 คำตอบของเธอทำเอาคนที่กำลังขับรถยิ้มไม่หุบ

โซลก็คิดถึงเหมือนกัน กินข้าวหรือยัง

กำลังกินอยู่ แต่มันกลืนไม่ลงเลยอ่ะ ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน

ไม่สบายหรือเปล่า วันนี้ไปหาหมอไหม เขาห่วงใยจากใจจริง

รอดูอาการอีกทีแล้วกัน โซลล่ะ? เป็นยังไงบ้าง ทำงานวันแรกไปได้สวยใช่หรือเปล่า

อือ สวยมากเลยล่ะ วีต้าหัวไวกว่าที่คิดไว้เยอะ สอนอะไรก็เข้าใจในเวลาไม่ถึงนาที

จริงเหรอ? เห็นไหมล่ะ บอกแล้วว่าน้องเก่ง

อือ เชื่อแล้วล่ะ เดี๋ยวโซลหาอะไรกินก่อนนะ ตอนบ่ายต้องกลับไปสอนต่อ  เย็นนี้เจอกันที่บ้านนะ

ปรางทิพย์ยิ้มหวาน ชอบให้เขาพูดว่า เจอกันที่บ้าน มันเหมือนกับว่าตอนนี้เขาและเธอเป็นครอบครัว เป็นสามีภรรยากัน แต่รอยยิ้มที่มีต้องจางหายไปเพราะความจริงที่เข้ามาแทรกทำให้ร้าวไปทั้งใจ เขาก็ไม่เคยเห็นเธอมีค่า และไม่คิดจะใช้อนาคตร่วมกันอย่างแน่นอน

วีชนัฏดื่มน้ำเย็นหลังจากรับประทานผัดซีอิ๊วเสร็จ เธออิ่มจนท้องตึงไปหมด

คุณหนูรับอีกจานไหมคะ ป้าทำไว้เยอะเลย ป้าน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ บอก

ไม่แล้วค่ะ หนูอิ่มมากค่ะป้าน้อย มือเรียวลูบท้องป้อยๆ

ป้าก็ทำไว้เยอะเชียว นึกว่าคุณครูของคุณหนูจะอยู่ทานด้วยน่ะค่ะ

วีชนัฏยิ้มแห้งๆ รีบเดินกลับไปยังศาลาเพียงฟ้า แอบใจเต้นตึกตักโดยไม่รู้ตัวยามมองปากกาดำของเขาที่วางคู่กับปากกาน้ำเงินของเธอ เอื้อมหยิบมันขึ้นมาสำรวจทั่วทั้งด้าม ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะทำอย่างนี้ทำไม...แต่ที่รู้แน่ๆ คือ เธอมีความสุขที่ได้หยิบมันขึ้นมาดู

อยากได้ปากกาของฉันหรือไง

เสียงห้าวดังมาก่อนตัว วีชนัฏตกใจปล่อยปากกาดำในมือ หันไปยังต้นเสียงเห็นเขาถือถุงขนมยิ้มหน้าบานมาแต่ไกล

เอ่อ เปล่าค่ะ แค่หยิบขึ้นมาดูเล่นเฉยๆ คนมีพิรุธตอบเสียงสั่น

งั้นเหรอ? นึกว่าชอบซะอีก นั่งลงที่เดิม ตรงข้ามกับเธอ

ไม่ค่ะ ปากกาสีดำไม่สวย หนูไม่ชอบ เธอตอบ

ฉันว่ามันสวยดีนะ ไม่ค่อยมีใครใช้เขียนอะไรเท่าไหร่

ก็เพราะว่ามันไม่เป็นที่ยอมรับยังไงล่ะคะ คนส่วนใหญ่ก็ใช้ปากกาน้ำเงินเขียนกันทั้งนั้น

ท่าจะจริง แต่ฉันขอเป็นส่วนน้อยแล้วกันที่จะไม่ใช้ปากกาน้ำเงิน

แล้วเวลาคุณไปสมัครงานล่ะคะ เวลาต้องเขียนลงเอกสารอะไรสักอย่าง คุณจะเลือกใช้ปากกาน้ำเงินหรือเปล่า

ไม่!” เขาตอบสั้นๆ

แปลกจังนะ คุณเนี่ย พึมพำเบาๆ แต่เขายังได้ยินอยู่ดี

ที่บอกว่าไม่คือไม่รู้เหมือนกัน เพราะฉันยังไม่ได้ไปสมัครงานที่ไหนเลย สอนเธอคืองานแรกที่ฉันทำและฉันก็ได้ใช้ปากกาดำแท่งนี้

อ้อ! ถ้าถึงเวลาต้องไปทำงานที่มั่นคงจริงๆ คุณคงต้องเก็บมันไว้ใช้นอกโอกาสใช่ไหมคะ

คงเป็นอย่างนั้นแหละ ฉันจะใช้ปากกาดำตอนอยู่กับเธอเท่านั้น

 

วีชนัฏพลิกไปพลิกมาเพราะนอนไม่หลับ คำพูดของเขาฝังแน่นในโสตประสาท คล้ายผีตามหลอกหลอน...สายตาที่เขามองมาคืออะไร หลังจากพูดเรื่องปากกาดำจบ คุณครูก็เอาแต่จ้องอย่างเจ้าเล่ห์ ทั้งยังหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นใบหน้าเธอแดงเถือก

คนบ้า! คุณทำให้หนูนอนไม่หลับ

วีชนัฏต่อว่าเขาผ่านอากาศหวังทำให้คนไกลรับรู้ ก่อนพลิกร่างนอนคว่ำอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ใช้หมอนปิดศีรษะตัวเองอีกชั้นหนึ่ง

ส่วนฝ่ายที่ทำให้เธอคิดมากจนนอนไม่หลับกำลังนั่งดูภาพยนตร์สุดโปรดสบายใจเฉิบ ปรางทิพย์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินมานั่งเคียงคู่กับเขาพลางเช็ดผมเปียกหมาดไปเรื่อยๆ กลิ่นหอมละมุนทำให้โซลอดใจไม่ไหวคว้าร่างบางมากอดไว้อย่างโหยหา

ทำไมชอบทำให้โซลไม่มีสมาธิในการดูหนัง เขาต่อว่า

งั้นปรางไปก็ได้ โซลจะได้ดูหนังอย่างสบายใจ เธอพูดยิ้มๆ

ไม่เอาหรอก ตอนนี้โซลอยากกอดปรางมากกว่าดูหนัง อ้อนสาวพลางกระชับกอด

ไม่สบายหายยัง จู่ๆ ก็ถามขึ้นมา

เบาแล้วล่ะ... โซลกอดปรางแบบนี้มันทำให้ปรางรู้สึกดี

ยกมือจับใบหน้าหล่อลูบไล้ไปมาอย่างแสนรัก ทั้งคู่สบตากันราวกับมีความรู้สึกแสนวิเศษอยู่นัยน์ตา โซลโน้มหน้าหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่ ปรางทิพย์ไม่น้อยหน้าหอมแก้มเขากลับ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น