หัวใจมาร (รีอัพ) ทยอยลบ

ตอนที่ 43 : บทที่ 15.1 ชีวิตแต่งงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,924
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    18 มิ.ย. 61



หลังจากวันนั้น วันที่เคลียร์เรื่องต่างๆ กับเอื้อมทรายเรียบร้อยแล้วภรพัฒน์ตัดสินใจอยู่บ้านของภรรยาเด็ก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเขาให้เกียรติเธออย่างน่ารักและเป็นสุภาพบุรุษ คุณเก้าแยกห้องนอนกับภรรยาเพราะเธอขอร้อง อยู่บ้านหลังนี้เธอไม่ต้องการที่จะอยู่ร่วมห้องกับเขา อีกอย่างหนึ่งเอื้อมทรายก็นอนกับจินดาด้วย แม่ไม่ค่อยเชื่อใจลูกเขยสักเท่าไหร่ ฤทธิ์เดชที่พ่อเจ้าประคุณทำไว้ในวันแต่งงานทำให้นางชักกลัวใจ เมื่อรู้ว่าแม่ยายยังแสลงใจ ไม่ไว้ใจในตัวเขา ลูกเขยตัวดีจึงทำดีและทำให้จินดาเห็นสารพัดว่าเขาไม่ได้มีแค่ด้านนั้นด้านเดียว

            คุณแม่ครับ ผมว่าวันนี้เราไปกินข้าวเย็นที่บ้านผมดีไหม

ลูกเขยเอ่ยชวนเสียงนุ่ม จินดาที่เพิ่งฟื้นไข้พยักหน้าเห็นด้วย เธออยากเจอเรืองรองอยู่เหมือนกัน

            อืมดีเหมือนกัน อุดอู้อยู่บ้านมาหลายวันแล้ว

            ทรายเธอไปเตรียมของให้คุณแม่สิ

เอื้อมทรายมองด้วยความสงสัยเตรียมของหรือ? เตรียมอะไรล่ะ? จินดาเองก็สงสัยเช่นกัน ปกติออกไปไหนก็ไม่เห็นจะต้องเตรียมอะไร

            ก็ถุงยาของคุณแม่ไง ยาก่อนอาหารเอยหลังอาหารเอย

เขาไล่เสียงอย่างน่ารัก เอื้อมทรายอมยิ้มจนแก้มแดงปลั่ง เขาช่างจดจำรายละเอียดเล็กน้อยได้ดีเยี่ยม จินดาเองก็เช่นกันนางหัวเราะที่ลูกเขยทำท่าทำทางอย่างนั้น มันไม่สมกับเป็นจอมมารตัวฉกาจเลย

            นั่นสิคะคุณแม่ ทรายลืมยาคุณแม่ไปเลย

            ถ้าอย่างนั้นก็ไปเอาเถอะจ้ะ เดี๋ยวแม่ไปรอที่รถ

            เอื้อมทรายพยักหน้าก่อนจะเดินออกจากสวนสีเขียวที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์งามตา เจ้าลูกเขยได้ทีคว้าตัวแม่ยายที่กำลังจะลุก จินดาตกใจอีกหนเมื่อเขามาแบบไม่ทันตั้งตัว

            ผมช่วยครับ คุณแม่ยังไม่แข็งแรงดีเดี๋ยวล้มไปจะแย่เอา

จินดายิ้มรับไมตรีจากพ่อสุภาพบุรุษ แม่ยายยอมให้ลูกเขยจอมมารประคองไปที่รถ เอื้อมทรายเดินลงมาจากบ้านเห็นภาพนั้นเข้าพอดี เธอเอาแต่อมยิ้มบิดถุงยาไปมา

            ค่อยๆ ก้าวนะครับ

เมื่อแม่ยายก้าวเข้าไปนั่งยังเบาะด้านหลังแล้วเขาจึงปิดประตูรถ จินดานึกปลื้มพ่อลูกเขยจนยิ้มไม่หุบ

            ขอให้เป็นอย่างนี้ตลอดไปเถอะพ่อคุณ

หล่อนพูดกับตัวเองเบาๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ตลอด ลูกทรายของเธอก็สบายไปทั้งชาติ หากแต่อนาคตข้างหน้าไม่มีใครสามารถรู้และกำหนดมันได้...

            ร่างสูงใหญ่หันกลับมามองบันไดหน้าบ้าน จ้องร่างน้อยอย่างมาดหมาย เขาอดอยากปากแห้งมาเกือบจะสัปดาห์แล้ว จะว่าทนไม่ได้ก็ต้องทน ทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

            ลงมาเถอะ คุณแม่รอในรถนานแล้ว

เขาปลุกเธอจากภวังค์ ก็เจ้าหล่อนเล่นจ้องเขาเหม่อลอยเสียขนาดนั้น

            อ่อ...อ๋อค่ะ

ใบหน้าหวานสะดุ้งเล็กน้อยก่อนรับคำเสียงเบา เธอเดินยิ้มหวานลงมาหาเขาที่รถ ร่างสูงใหญ่บังประตูด้านคนนั่งไว้ ภรรยาคนสวยนึกขัดใจทำไมเขาไม่ยอมหลีกทางให้

            คุณเก้าคะ ถอยทรายหน่อยค่ะ

            เมียจ๋า ไปถึงบ้านโน้นแล้วผัวจ๋ามีเรื่องจะพูดด้วยหน่อย

เมียจ๋าหน้าแดงทันตา กายสาวร้อนวูบวาบเมื่อเจอคำเรียกขานที่แปลกไป

            มีอะไรหรือคะพูดในรถก็ได้

            ไม่ได้เลยแม่ยายอยู่

เขารีบห้ามเสียงแผ่ว ปากชายโผหาแก้มเนียนใสอย่างมันเขี้ยว ก่อนจูบหนึ่งครั้งที่พวงแก้มชมพูระเรื่อ

            คุณเก้า! อย่าค่ะเดี๋ยวคุณแม่เห็น

เอื้อมทรายห้ามเสียงสั่น กลิ่นกายชายหนุ่มทำเธอสติหลุด สัมผัสร้อนฉ่าสามารถฆ่าเธอได้ตลอดเวลา

            อย่าลืมนะถึงบ้านโน้นเมื่อไหร่ขอคุยด้วยหน่อย

ทิ้งทวนอีกครั้งก่อนเปิดประตูให้ภรรยา เอื้อมทรายทำสีหน้าไม่ถูกเธอได้แต่อมยิ้มน้อยๆ แล้วก้าวขึ้นไปบนรถ

 

            มื้อเย็นของบ้านอธิศักดิ์มนตรีวันนี้ดูมีสีสันและครึกครื้นกว่าทุกๆ วัน เรืองรองไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับลูกชายมาหลายวันแล้ว หากแต่เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้แม่สุขใจเท่าได้เห็นหน้าของหนูทรายอีกครั้ง การที่ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับหนูทรายทำให้ท่านสบายใจ อย่างน้อยผู้สืบสกุลก็ได้ผู้หญิงดีๆ มาครอบครอง

            เก้าจะไปตรังเมื่อไหร่หรือผู้เป็นพ่อถามท่านอยากให้ลูกชายไปทำงานเต็มแก่

            รอให้แม่จินดาหายดีก่อนครับ

เขาฉลาดตอบยิ่งนัก เรืองรองยิ้มแก้มปริลูกของนางช่างน่ารักและเป็นห่วงแม่ยายดีจัง จินดาไม่ต่างกันตาของเธอหยีจนแทบมองไม่เห็นนัยน์ตา

            แม่หายแล้วจ้ะ ลูกๆ ไปกันเถอะ

            ถ้าอย่างนั้นวันรืนก็ไปได้แล้วนะพ่อไม่อยากให้แช่นาน

ประวัติพูดตามตรง ที่ตรังขาดคนดูแลจริงๆ จังๆ มานานเกินไป ท่านอยากให้ลูกชายแสดงความสามารถเต็มแก่

            ครับ

ลูกชายตอบรับด้วยสุ้มเสียงที่สุภาพ ยิ่งเห็นลูกคนเดียวดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา เรืองรองถึงกับปลื้มอกปลื้มใจอย่างล้นเอ่อ เพราะหนูทรายคนเดียว...

            ผมเอาเมียไปด้วยนะครับ

เขารีบบอกทุกคน ทำให้เอื้อมทรายสำลักน้ำด้วยความตกใจ เรืองรองยิ้มอย่างหมั่นไส้ก่อนจะพูดว่า

            ถ้าแม่ไม่ให้หนูทรายไปล่ะมารดาจี้จุดอย่างรู้ทัน ลูกของเขาหลงหนูทรายเสียแล้ว

            ผมก็ไม่ไปลูกเทวดาตอบทันควัน เรืองรองหันหน้าไปถามความสมัครใจลูกสะใภ้

            หนูทรายจะเอายังไงจ๊ะ จะไปอยู่ตรังกับพี่เขาไหม

เอื้อมทรายอึกอัก เธออยากไปอยู่กับเขาที่สุดหากแต่อีกทางก็เป็นห่วงมารดา ตรังไกลนักไม่ได้ใกล้เหมือนบ้านหลังนี้  การไปมาหาสู่คงลำบากทวีคูณ ทว่าครั้งหนึ่งเธอเคยสัญญากับเขาไว้แล้วว่าจะไปเริ่มต้นใหม่กับเขาที่นั่น สามีกำมือนุ่มของภรรยาแน่น ไออุ่นของเขาทำให้มือเย็นๆ ของเธออบอุ่น

            ค่ะคุณป้า ทรายจะไปอยู่กับคุณเก้าที่ตรัง




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

379 ความคิดเห็น