หัวใจมาร (รีอัพ) ทยอยลบ

ตอนที่ 3 : บทที่ 2.1 หนี้ที่ไม่ได้ก่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    20 ก.พ. 61



จินดานั่งถอนหายใจอยู่นานหลายชั่วโมง ตั้งแต่เรืองรองกลับไปนางก็เอาแต่ครุ่นคิดเกี่ยวกับแผนการบ้าๆ ที่จะต้องร่วมมือกับผู้มีพระคุณ สำหรับเธอแล้วเรืองรองเปรียบเสมือนคนในครอบครัว เธอคอยช่วยเหลือเกื้อกูลจินดามาโดยตลอด และเมื่อถึงคราวเรืองรองประสบปัญหาเธอก็ควรจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือมิใช่หรือ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเธอจะช่วยด้วยตัวเอง แต่นี่กลับกลายเป็นว่าลูกเลี้ยงแสนสวยของเธอต้องตกมาอยู่ในคำขอร้องบ้าๆ นี้ด้วย มือขาวอวบอูมคลึงขมับก่อนจะเอนกายพิงโซฟา

ถึงเอื้อมทรายจะเป็นแค่ลูกเลี้ยงแต่เธอก็รักและเอ็นดูหญิงสาวเสมือนลูกแท้ๆ มาโดยตลอด มารดาของเอื้อมทรายเสียชีวิตตั้งแต่หญิงสาวอายุได้เก้าขวบหลังจากผู้เป็นภรรยาเสียชีวิตได้หนึ่งปี คุณอนันต์ อารยวิจิตร ก็ได้รู้จักกับตนและแต่งงานใหม่เพราะเรืองรองเป็นผู้แนะนำ ย่างก้าวแรกที่เดินเข้ามาภายในบ้านหลังโต จินดารู้สึกกลัวและหวาดหวั่นกับคำว่าแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงอยู่มาก ในละครทีวีมักมีชีวิตที่แสนรันทดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อเด็กหญิงวัยสิบขวบ ผิวขาวนวล ดวงตากลมโตชวนหลงใหล ผมของแกดำสลวยแผ่ยาวถึงกลางแผ่นหลัง เด็กคนนี้สวยมากๆ สวยเหมือนแม่ไม่มีผิด นางฟ้าตัวน้อยเดินเข้ามากอดตนก่อนจะพูดว่า

คุณแม่ขา คุณแม่จะอยู่กับทรายใช่ไหมคะ

คนฟังขาแข็งน้ำตาร่วง หล่อนรู้สึกสงสารหนูน้อยคนนี้จับใจ

ค่ะ แม่จะอยู่กับน้องทรายนะคะ

จินดาย่อตัวลงพร้อมกับสวมกอดนางฟ้าตัวน้อยของเธออย่างแนบแน่น เมื่อนึกถึงภาพความหลังทีไรน้ำตาก็พานจะไหลเสียทุกที

คุณแม่คะ ทำไมมานั่งอยู่เงียบๆ ตรงนี้ล่ะคะ

จินดาผละหลุดจากห้วงวันวาน สายตาพร่ามัวมองเสียงหวานที่เอ่ยถาม หญิงสาวเดินเข้ามาหามารดาใกล้ๆ จินดามองลูกสาวตั้งแต่หัวจดเท้า ลูกสวยไม่มีที่ติเลยจริงๆ ผิวขาวอมชมพูราวกับผิวเด็กแรกเกิดของเธอไม่มีใครเทียบเทียมได้ ดวงตากลมสวยเหมือนตุ๊กตารับกับจมูกเรียวเล็กได้รูป ทั้งริมฝีปากจิ้มลิ้มที่เหมือนถูกทาด้วยลิปกลอสตลอดเวลานั่นอีก ใครไม่มองลูกสาวฉันก็บ้าแล้ว...เพราะฉะนั้นรูปร่างสวยสง่าราวนางฟ้ามาจุติของเอื้อมทรายจึงเป็นที่ใฝ่หาของหนุ่มๆ ในรั้วมหาวิทยาลัย บางคนถึงขนาดสะกดรอยตามเจ้าหล่อนมาที่บ้านเสียด้วยซ้ำ

คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมมองทรายแปลกๆ

หญิงสาวนั่งลงข้างๆ มารดาก่อนจะเอ่ยถามตามประสา อาการของจินดาแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด  ผู้เป็นแม่มองลูกสาวคนสวยอย่างชั่งใจ...

ลูกทราย บ้านเราแย่แล้วลูก

จินดาเริ่มโกหก สีหน้าและการพูดการจาของนางเริ่มแสดงละครทันที คนฟังเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

แย่หรือคะ อะไรแย่คะแม่

ลูกสาวถามไปก็กังวลใจไป ในชีวิตนี้จะมีอะไรแย่กว่าสิ่งที่เป็นอยู่อีก แม่เสียตอนเก้าขวบ บิดาเสียตอนอายุสิบแปดปีเท่านี้มันก็แย่พอแล้ว

น้องทราย...เรากำลังจะไม่มีที่อยู่ลูก บ้านหลังนี้กำลังจะถูกยึดจ้ะ

นับว่าจินดาแสดงได้ดีอยู่มาก สีหน้าเอื้อมทรายซีดลงทันตาเห็น ในใจคนพูดก็ค่อยๆ แป้วลงไปด้วยเพราะสงสารลูกสาว แต่กระนั้นนางก็ลองพยายามต่อ

โดนยึดอย่างนั้นหรือคะ จะเป็นไปได้ยังไงคะ เราไม่มีหนี้ไม่มีสินที่ไหนเลย คุณพ่อท่านก็ไม่เคยสร้างหนี้ ตัวคุณแม่ยิ่งแล้วใหญ่เดือนๆ นึงคุณแม่แทบไม่จับเงินเสียด้วยซ้ำ แล้วหนี้มันมาจากไหนหรือคะ

เอื้อมทรายออกความคิดเห็น ที่บ้านตนไม่เคยสร้างหนี้แล้วจะถูกยึดบ้านได้อย่างไร จินดาเริ่มไปไม่เป็นอย่างเห็นได้ชัด สายตากวาดมองไปทั่วบริเวณห้องรับแขก หล่อนจะโกหกอะไรดี เอื้อมทรายรอฟังคำตอบด้วยหัวใจจดจ่อ

คุณแม่คะ

หญิงสาวเรียกมารดาอีกครั้ง จินดาสะดุ้งโหยง ใบหน้าขาวซีดหันกลับมามองลูกสาว

หืม ว่ายังไงลูก

น้ำเสียงตะกุกตะกักของมารดาทำให้เอื้อมทรายใจไม่ดี หล่อนคิดว่ามารดาคงกลัวจะโดนยึดบ้านจนสติแตกกระเจิง

ทรายขอรายละเอียดได้ไหมคะ

อ่อ...อืม คือ...”

 จินดายังคิดไม่ออกสำหรับรายละเอียด หล่อนยังไม่ได้เปิดเอกสารปลอมที่เรืองรองทำขึ้นมาให้ ไวเท่าความคิดมือขาวอวบของหล่อนก็รีบหยิบซองเอกสารที่วางอยู่ด้านหน้าให้ลูกสาวดูทันที

คือแม่...แม่พูดอะไรไม่ถูกหรอกลูก หนูดูเอาเองเถอะ

จินดาพูดปัดหน้าตาเฉย หญิงสาวมองซองสีน้ำตาลก่อนคิ้วเรียวยกขมวดเข้าหากัน

เอกสารการกู้เงิน

น้ำเสียงแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากปากอิ่มชมพูระเรื่อ จินดาชำเลืองมองเอกสารเท็จอย่างนึกลุ้น สงสัยคุณพี่เรืองรองคงสร้างเอกสารเท็จว่าคุณอนันต์เป็นผู้กู้เงินเป็นแน่ เมื่อเห็นสีหน้าคิดหนักของเอื้อมทราย จินดาจึงพูดต่อ

คุณพ่อสร้างหนี้ไว้ลูก แม่เองก็เพิ่งรู้เหมือนกันจ้ะ...วันนี้คุณป้าเรืองรองมาที่บ้าน เขาจะมายึดบ้านเราจ้ะ แม่ทำอะไรไม่ถูก มือไม้มันสั่นไปหมด

หญิงสาวเงยหน้าจากกระดาษสามแผ่นขึ้นมามองมารดาบุญธรรม

ลายเซ็นนี้เป็นของคุณพ่อจริงๆ ด้วยค่ะคุณแม่

คนพูดหน้าซีดจืดพอๆ กับกระดาษที่อยู่ในมือ เพราะจำนวนเงินในเอกสารมันเยอะมหาศาล เยอะจนสองมือที่จับกระดาษสั่นเทา

คุณแม่คะ ทำไมเงินมันเยอะขนาดนี้ล่ะคะ

 เอื้อมทรายหันหน้ามาหามารดาอีกครั้ง จินดาอยากรู้เหมือนกันว่าหนี้จอมปลอมที่เรืองรองสร้างขึ้นมามันเท่าไหร่

ลูกทราย ส่งกระดาษมาให้แม่หน่อยค่ะเอื้อมทรายยื่นเอกสารเท็จส่งให้จินดา

ห้าสิบล้าน!”

จินดาโพล่งออกมาเสียงดัง ทำไมคุณพี่เรืองรองสร้างตัวเลขเยอะขนาดนี้!

เราจะไปมีปัญญาหาเงินมาจากไหนคะคุณแม่ ทราย...ทรายจะทำยังไงดีคะ บ้านหลังนี้จะตกไปอยู่ในมือของคนอื่นไม่ได้นะคะ คุณพ่อกับคุณแม่รักบ้านหลังนี้มากแค่ไหน...ฮือ ท่านทั้งสองปลูกปั้นสร้างมันมากับมือ

เอื้อมทรายพูดเจือสะอื้น จินดาหน้าซีดทันควัน หล่อนอยากจะล้มเลิกแผนการเสียตอนนี้

ลูกทราย ใจเย็นๆ  บ้านหลังนี้จะไม่ตกไปเป็นของใครจ้ะ มันมีวิธีแก้

วิธีแก้หรือคะ อะไรหรือคะคุณแม่คนฟังหน้าตาตื่น เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับบ้านหลังนี้

 

หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จแล้ว เอื้อมทรายก็เดินไปหยิบสมุดธนาคารสามเล่มออกมาจากลิ้นชักข้างหัวเตียง มือเรียวค่อยๆ บรรจงเปิดดูยอดเงินทีละเล่ม เล่มแรกผ่านไปใจยังคงสั่น จำนวนเงินมีเพียงห้าล้านบาทนั้น เล่มที่สองถูกเปิดหน้าสุดท้ายด้วยความไว แต่ก็ต้องมีอันปิดไปเพราะจำนวนเงินมีน้อยกว่าเล่มแรกเสียอีก เล่มที่สามคือความหวังของเอื้อมทราย เธอหยิบมันขึ้นมาก่อนจะพลิกไปที่หน้าสุดท้าย ใบหน้าหวานยิ้มบางๆ ให้กับสมุดธนาคาร แต่ก็ต้องหุบลงเมื่อคิดได้ว่ามันยังขาดอีกเยอะเหมือนกัน

สมุดธนาคารรวมกันสามเล่มได้เงินมาทั้งหมดสามสิบห้าล้านสองแสนบาทเพียงเท่านั้น ขาดอีกมากโขกว่าจะครบห้าสิบล้านบาท ไหนจะดอกเบี้ยอีก หญิงสาวถอนหายใจยาวเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ร่างบางเอนกายลงบนที่นอนนุ่ม มือเรียวสองข้างยกขึ้นปิดใบหน้ามน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของฉันกันนะ คิดได้เพียงเท่านั้นร่างน้อยก็ต้องสะดุ้งโหยงเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังเจื้อยแจ้วอย่างต่อเนื่อง

สอง โทรมาพอดีเลย ทรายกำลังมีเรื่องไม่สบายใจอยู่พอดี

น้ำเสียงตื่นเต้นของเอื้อมทรายทำให้สกุลนาอดสงสัยไม่ได้

มีอะไรหรือทราย ไม่สบายใจเรื่องอะไร

สอง คือ...คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้จ้ะ....”

เอื้อมทรายชั่งใจก่อนตัดสินใจเล่าจนหมดม้วน สกุลนาตกใจอยู่มากเพราะจำนวนเงินค่อนข้างมหาศาล ซึ่งแน่นอนว่าครอบครัวระดับปานกลางอย่างเธอคงไม่มีปัญญาช่วยเอื้อมทรายได้แน่นอน

ทราย...สองอยากช่วยทรายนะจ๊ะ แต่สองไม่รู้จริงๆ ว่าจะช่วยทรายได้ยังไง จำนวนเงินมันเยอะมากๆ สองเองไม่มีปัญญาหาเงินมาช่วยทรายได้แน่ๆ

โธ่...สอง ที่ทรายเล่าให้สองฟัง ทรายไม่ได้ต้องการให้สองหาเงินมาช่วยทรายหรอกจ้ะ ทรายแค่อยากระบายเท่านั้นเอง จะว่าไปมันก็มีอีกวิธีนะจ๊ะแต่ว่าข้อเสนอที่ทางเจ้าหนี้ขอมามันแปลกๆ

ยังไงหรือจ๊ะ ไหนลองบอกสองซิ

เขาเสนอว่า ถ้าไม่อยากให้บ้านถูกยึด ทรายต้องไปอยู่บ้านเขาจ้ะ ไปช่วยงานเขาทุกอย่าง

ช่วยงานงั้นหรือ งานอะไรหรือทราย งานคนใช้หรือเปล่า

นั่นสิ ทรายก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ถ้าทรายไปอยู่กับเขาจริงๆ หนี้ทั้งหมดมันจะเป็นโมฆะจริงหรือ

นั่นสิ แค่ทรายไปอยู่กับเขาหนี้ห้าสิบล้านก็จะหายไปเนี่ยนะ มันดูแปลกจริงๆ

คู่สนทนาเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เอื้อมทรายหารือกับสกุลนาต่ออีกครึ่งชั่วโมงก่อนจะวางสายไปเพราะสกุลนาเริ่มง่วงนอน เธอหยิบสมุดธนาคารสามเล่มเข้าไปเก็บประจำที่

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังอย่างทุกวัน เจ้าของห้องยิ้มบางๆ เมื่อรู้ว่าใคร จินดาถือแก้วนมสดเข้ามาในห้อง  หล่อนทำเช่นนี้ทุกคืนจนเป็นกิจวัตรประจำวันไปเสียแล้ว

ดื่มนมก่อนจ้ะ แล้วค่อยไปนอน

ขอบคุณค่ะแม่

หญิงสาวดื่มนมจนหมดแก้ว มารดารับแก้วเปล่ามาถือไปวางไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง จินดาเดินกลับมาหาเอื้อมทรายอีกครั้ง

คุณแม่ขา ทรายขอกอดคุณแม่หน่อย

แขนเรียวเสลาโอบร่างท้วมของมารดาไว้แน่น ความอบอุ่นยังคงมีอยู่เหมือนเดิม จมูกน้อยฝังลงบนแก้มนุ่มนิ่มของมารดา จินดาใจไม่ดีหล่อนรู้สึกว่าการกอดแบบนี้คือการกอดลา ทั้งๆ ที่หล่อนกับเอื้อมทรายก็กอดกันทุกคืนเป็นประจำแต่ทำไมวันนี้มันถึงดูมีอะไรแปลกๆ

คืนนี้คุณแม่นอนกับน้องทรายได้ไหมคะ

หญิงสาวรั้งมารดาแน่น ดวงตาคู่สวยสบสายตาท่านอย่างลึกซึ้ง จินดาน้ำตาคลอขึ้นมาทันที

คุณแม่อย่าร้องค่ะ ทรายไม่อยากเห็นน้ำตาคุณแม่

หญิงสาวกระชับกอดมารดาบุญธรรมเมื่อครั้งสูญเสียคุณพ่อจินดาร้องไห้คร่ำครวญจนเป็นลมหมดสติไป นานอยู่หลายเดือนกว่าจะทำใจเรื่องสามีได้ เอื้อมทรายเห็นมารดาร้องไห้ทุกวัน ร้องจนอ่อนแรงหลับไป เธอจึงพยายามทำให้คุณแม่อารมณ์ดีและยิ้มแย้ม หลังจากนั้นอาการของจินดาก็ค่อยๆ ดีขึ้น เอื้อมทรายมักพาจินดาออกไปเที่ยวอยู่เสมอ สองคนแม่ลูกใช้ชีวิตที่มีความสุขจนหลายๆ คนนึกอิจฉา...หญิงสาวปฏิญาณตนไว้ว่าจะไม่ทำให้มารดาต้องร้องไห้เป็นอันขาด

แม่ขา ทรายขอนอนหนุนตักแม่ได้ไหมคะ

ท่านปาดน้ำตาพยักหน้าอนุญาต หญิงสาวนอนหนุนตักแม่ด้วยรอยยิ้ม จินดายกมือลูบศีรษะหญิงสาวไปมา...นี่คือผมสลวยของลูกสาวที่เธอชอบหวีมันเป็นประจำ เอื้อมทรายจับมือมารดาค้างไว้ก่อนจะดึงมาหอม

คุณแม่ขา ถ้าทรายไปจริงๆ คุณแม่จะอยู่คนเดียวได้หรือคะ

ลูกทราย...”

ถ้าทรายไปจริงๆ คุณแม่จะอยู่ได้ไหมน้า คุณแม่จะหวีผมให้ใครคะ...ฮึก...ฮือ คุณแม่จะเอานมมาให้ใครดื่มก่อนนอนคะ

เอื้อมทรายน้ำตาไหลพรากทันที สายสัมพันธ์ของเธอกับจินดาแน่นแฟ้นเกินคำว่ามารดาบุญธรรมกับลูกเลี้ยงไปเสียแล้ว จินดาสะอื้นโฮเช่นกัน หล่อนอยากจะบอกความจริงกับลูกสาวเหลือเกิน อยากจะโทรไปปฏิเสธเรืองรองเสียเดี๋ยวนี้

ลูกทราย...คือแม่

ทรายจะไปค่ะแม่ ถ้าการที่ทรายไปอยู่กับคุณเรืองรองแล้วท่านจะยกหนี้ห้าสิบล้านบาทให้เรา...ทรายจะไปค่ะ

ลูก...” จินดาใจหายวาบในความกตัญญูของบุตรบุญธรรม

แต่แม่ขา...แม่ต้องสัญญากับทรายนะคะ ว่าแม่จะดูแลตัวเอง แม่จะไม่ซึมเศร้า อีกย่าง...แม่บอกทรายเองไม่ใช่หรือคะว่าทรายสามารถกลับมาหาแม่ได้

จ้ะ ลูกจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ คุณป้าท่านไม่ว่าจ้ะ

คุณแม่ก็คิดว่าทรายไปอยู่หอแล้วกันนะคะ

หญิงสาวฝืนยิ้มให้มารดาทั้งน้ำตา ปลายจมูกของจินดาฝังแนบลงมายังผมหอมของลูกสาว สองแม่ลูกกอดหอมกันทั้งคืนด้วยความรักและความอบอุ่นที่ถูกถ่ายทอดสู่กันและกัน เอื้อมทรายกอดมารดาไว้แน่นก่อนจะเผลอหลับไปในเวลาต่อมา... จินดาคิดหนักอยู่มาก เธอไม่อยากให้ลูกสาวกับเรืองรองแต่จะหาคำพูดใดปฏิเสธได้เล่า อีกอย่างตอนนี้เอื้อมทรายก็ตกลงจะไปอยู่ที่นั่นแล้วด้วย คนคิดถอนหายใจยาวก่อนจะเผลอหลับไปอีกคนทั้งๆ ที่ในหัวยังคงครุ่นคิดอยู่ตลอด



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

379 ความคิดเห็น