เบี้ยรักจอมบงการ

ตอนที่ 1 : โศกนาฏกรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 ธ.ค. 59


บทที่ 1

โศกนาฏกรรม

            เดือนเมษายนเป็นช่วงพักผ่อนสมองของเด็กๆ และยังเป็นวันหยุดยาวของเหล่าผู้ปกครอง 15 เมษายน เวลา 15.38 น. รถครอบครัวนารถสุริยะแล่นฉิวไปตามท้องถนน บรรดาสมาชิก 4 คนที่มี พ่อ แม่ ลูกสาว และลูกชายต่างก็ยิ้ม หัวเราะ และมีความสุขกับทริปท่องโลกอันดามันที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทุกคนต่างพูดคุยกันถึงวันที่ไปดำน้ำ

            “ครีมกันแดดแม่ช่วยได้จริงๆ แฮะ รอบนี้อิงเล่นน้ำหนำใจเลย”

            “เกิดเป็นผู้หญิงต้องรักสวยรักงาม และรักที่จะดูแลตัวเองอยู่เสมอ จำคำแม่ไว้นะลูก”

            “แน่นอนค่ะ อิงจะสวยเหมือนแม่...เผลอๆ แม่สวยกว่าอิงอีก...”

            “แม่สวยกว่าพี่อิงอยู่แล้ว แม่ไปโรงเรียนทีไรเพื่อนชอบถามทุกทีว่าพี่สาวเหรอ?”

            น้องชายแสดงความเห็น ทำให้บุพการีทั้งสองยิ้มหน้าบาน

            “เป็นโชคดีของพ่อสินะที่ได้แม่แกมานอนกอด”

“พอเลยคุณพ่อ คุณลูก...แม่เขินจนหน้าแดงแล้วเห็นมั้ย น้องอิง น้องแอลรัดเข็มขัดสิลูก”

            มารดาบอกลูกๆ ที่นั่งอยู่ด้านหลัง อิงวาดยิ้มร่าทำตามคำสั่งท่าน

            “นายจะไม่ทำตามที่แม่สั่งเหรอ?”

            อิงวาดถามเด็กผู้ชายอายุ 10 ขวบที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างเธอ รายนั้นเล่นเกมอย่างเมามันโดยไม่สนใจสิ่งที่แม่พูด

            “รัดเข็มขัดเดี๋ยวนี้เลยแอล”

            อิงวาดกระซิบแนบใบหูน้องชาย  ลมหายใจพี่สาวทำให้เขาจั๊กจี้ แกหัวเราะคิกคักแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้แม่

            “เล่นจนปวดตาแล้วสินะเรา”

            “ครับ...นี่เราอยู่ไหนแล้วแม่ แอลหิว”

            “กำลังจะเข้าประจวบฯ แล้วจ้ะ”

            อิงวาดหมั่นไส้น้องชายที่เอาแต่กินกับเล่น เธอปลดเข็มขัดชะโงกหน้าเกยคางบนเบาะมารดา

            “แม่จ๋า เลื่อนไปที่เพลง Borrowed Time ให้หนูหน่อยสิ”

            คราวนี้เจ้าน้องชายตัวดีไม่น้อยหน้า แกปลดเข็มขัดชะโงกหน้ามาที่ฝั่งบิดาบ้าง

            “ถ้าเปิดเพลงนี้เราทุกคนจะง่วง อีกอย่างพ่อต้องขับรถ...แอลว่าเราเปิดเพลงสนุกๆ ดีกว่า”

            “อือ พ่อเห็นด้วย”

            ท่านชอบแกล้งลูกสาวเสมอเพราะรู้ว่าเธอชอบเพลงนี้มากที่สุด มารดาหันมองลูกน้อยที่ถอดใจกลับไปนั่งดังเดิม อิงวาดดึงสายเข็มขัดคาดลำตัว

            “เอางี้นะลูก...เปิดเพลงพี่เบิร์ดของน้องแอล แล้วก็เพลง Borrowed Time ของพี่อิงด้วย”

            “งั้นเปิดให้พี่อิงก่อนเลยครับ” น้องชายเสนอแล้วหันมายักคิ้วให้เธอ

            “แสดงเก่งนะยะ...”

            เธอค้อนเจ้าตัวแสบ หากอีกฝ่ายทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เสียงดนตรีเพลงโปรดดังก้องรถพานให้อิงวาดยิ้มชื่นใจ จำได้ว่าครั้งแรกที่ฟังเพลงนี้เธอก็หลงรักมันเต็มๆ ต้องขอบคุณภาพยนตร์ที่เขาแนะนำให้ดูสินะ...

            “น้องอิงมหาลัยฯ เปิดเดือนสิงหาใช่มั้ยลูก”

            “ค่ะแม่...”

            “ไปรายงานตัวเดือนอะไรนะ?”

            “มิถุนาค่ะ”

            อิงวาดสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ อนาคตของเธอสดใสและเป็นที่ภาคภูมิใจของครอบครัว แม้พ่อจะพูดน้อยแต่ทุกคนก็รู้ว่าท่านรักและหวงบุตรสาวคนเดียวที่สุด

            “เดี๋ยวก่อนเปิดเรียนพ่อจะพาไปดูรถสักคัน”

            ภรรยามองสามีด้วยความตกใจ พานให้ลูกสาวลูกชายตกใจเช่นกัน อิงวาดแทบไม่อยากเชื่อว่าพ่อจะพูดคำนี้

            “เอาจริงเหรอคะ” แม่ถาม

            “อือ ผมไม่อยากให้ลูกนั่งรถตู้ ต่อรถเมล์ไปเรียน...มันเหนื่อย”

             อิงวาดดีใจจนนั่งไม่ติด ยื่นหน้าหอมแก้มบิดาฟอดใหญ่ก่อนเอ่ยขอบคุณท่านด้วยใจจริง

            “ขอบคุณนะคะพ่อ อิงรักพ่อจัง...รักแม่ด้วย”

             หอมพ่อแล้วก็ย้ายมาหอมแม่ น้องชายที่นั่งข้างๆ ยิ้มแก้มปริ ต่อไปนอกจากพ่อแล้วยังมีพี่อิงที่จะพาขับรถไปซื้อของเล่น

            “พี่อิงๆ เวลาจะไปไหนพาแอลนั่งรถไปด้วยคนนะ”

            แกฝากเนื้อฝากตัวกับพี่สาวเสร็จสรรพสร้างเสียงหัวเราะแก่บรรดาสมาชิกที่เหลือ อิงวาดกอดน้องชายแน่น เธอพยักหน้าสัญญา

            “อือ...พี่จะพาแอลไปด้วยทุกที่เลย”

สองพี่น้องสบสายตาให้คำสัญญา และจังหวะนั้นเอง...

“พ่อ! ไม่ กรี๊ดดด”

สิ้นเสียงแม่ทุกอย่างก็หมุนคว้าง ก่อนจะเงียบลงโดยพลัน เปลือกตาอิงวาดด้านชาซ้ำยังลืมไม่ขึ้น ร่างกายทุกส่วนสัดขยับไม่ไหว

“พี่...อิง...เจ็บ”

เธอได้ยินเสียงน้องและพยายามลืมตาอีกครั้ง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างช่างเลือนราง อิงวาดยื่นมือขวาจับแก้มน้องชาย

“แอล...ฮึกๆ”

เธอร้องไห้เพราะอีกฝ่ายแน่นิ่ง ดวงตาอิงวาดเห็นอะไรไม่ชัดสักอย่าง ฝ่ามือบางอาบเลือดฝังไปด้วยเศษกระจกกุมมือน้องชายแน่น

“ฮึกๆ แอล...พ่อคะ...แม่”

เธอร้องไห้เจียนจะขาดใจยามโลกทั้งใบค่อยๆ มืดลง อนุสติอิงวาดดับวูบเมื่อไม่สามารถฝืนสังขารได้...

2 ปีต่อมา

“อิงเอ๊ย! ลงมากินข้าวได้แล้วลูก”

มือที่คลำอักษรเบรลล์หยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงคนตะโกนเรียก เธอปิดหนังสือลุกขึ้นยืนช้าๆ กางแขนออกควานหาไม้เท้า

“ค่ะน้าพร้อม”

อิงวาดใช้ไม้เท้านำพามาถึงโต๊ะกินข้าวอย่างปลอดภัย บทสนทนาของน้าพร้อมและลูกค้าตอบทุกอย่างได้ดีว่ามันไม่ค่อยโอเค

“เท่าไหร่นะคะ 1000 ชุดเหรอ? ทำไมรอบนี้สั่งน้อยจังล่ะ...”

พร้อมพรรณขายวิตามินและครีมบำรุงผิวเพื่อเลี้ยงดูอิงวาดและส่งเสียแทนคุณบุตรชายคนเดียวที่กำลังศึกษาต่ออยู่ต่างประเทศ นางเป็นผู้หญิงที่ใจเด็ดเดี่ยวและเป็นผู้มีพระคุณอย่างหาที่เปรียบมิได้ของเด็กผู้หญิงตาบอด

“กินข้าวเสียนะอิง เดี๋ยวเย็นๆ น้าจะพาไปหาหมอ”

“ค่ะ”

“ตรงหน้ามีกับข้าวสามอย่าง ซ้าย ผัดพริกหมูสับ ตรงกลางต้มจืดฟัก ขวาไข่เจียว...น้ำอยู่ด้านขวาที่เดิม”

“ขอบคุณค่ะน้าพร้อม”

พร้อมพรรณนั่งพิงหลังกับพนักเก้าอี้ไล่สายตามองใบหน้าสวยอย่างพินิจพิเคราะห์ แม้จะพิการเสียตาไปทั้งสองข้างแต่อิงวาดก็ยังสวยบริสุทธิ์เสมอสำหรับเธอ เด็กคนนี้ไม่ได้เป็นภาระหรือสร้างความเหนื่อยหน่ายให้เลยสักครั้ง ตรงกันข้าม...ตั้งแต่ได้อิงวาดเข้ามาอยู่ในบ้านทุกอย่างก็ดูมีสีสันมากขึ้น และเธอก็เหงาน้อยลง

“อิง อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนไปหาหมอมั้ย”

อิงวาดคว้าหมับที่แก้วน้ำอย่างคุ้นชิน เธอดื่มมันเล็กน้อยก่อนวางไว้ดังเดิม...

“อยากค่ะน้าพร้อม เราจะไปไหนเหรอคะ”

 

ณ โรงแรมใจกลางกรุงเทพมหานคร ร่างกำยำเปลือยเปล่านอนกกกอดสาวหน้าสวยหุ่นแซ่บอยู่บนเตียง แผงอกกว้างถูไถแผ่นหลังเนียนในขณะที่ฝ่ามือลูบไล้อกกลมกลึม

“อื้อ...”

คู่ขาครางไม่หยุดยามฝ่ามือซุกซุนเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ หน้าท้องเนียนขาวแขม่วระคนซ่านเสียว และจังหวะที่กำลังจะถึงใจกลางความเป็นหญิงเขากลับหยุดกะทันหัน... แทนคุณพลิกตัวเอื้อมแขนหยิบโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ข้างหมอน

“ว่าไง?”

“ไอ้เก้า มึงอยู่ไหนวะ ถึงสนามบินหรือยัง”

“กูยังไม่กลับ มึงไปก่อนเลย”

“อ้าว! ไหงมึงพูดแบบนี้วะ อีกสองวันเรามีสอบนะเว้ย”

“เออ กูจะไปให้ทัน...ว่าแต่มึงมีเงินให้กูหมุนสักสามล้านมั้ย”

“มึงเอาไปหมุนบ้าอะไรตั้งสามล้านวะกูไม่มีหรอก สามร้อยยังมีไม่ถึงเลยตอนนี้...”

“เออๆ ไงเจอกันที่โน่น”

“ไอ้เก้ามึงอย่าเที่ยวไปเป็นหนี้มั่วซั่วนะ ของเก่ามึงใช้ไอ้เล็กมันรึยัง”

“ยังอะ กูไม่มีจะให้...อีกอย่างยังไม่ถึงกำหนดคืนสักหน่อย”

“แล้วมึงยังไปกกผู้หญิงของมันอีกเนี่ยนะ ถ้ามันทวงหนี้เก่าขึ้นมามึงจะ...”

แทนคุณกดตัดสายเพราะเบื่อที่จะฟัง ร่างใหญ่ลุกขึ้นนั่งพ่นเสียงลมหายใจก่อนหยิบบุหรี่จุดไฟ ร่างอรชรโผกอดแผ่นหลังกว้างอย่างออดอ้อน...

“คุณเป็นอะไรเหรอคะ...”

“ผมต้องกลับแล้ว หยิบเงินในกระเป๋าไปได้ตามที่ใจคุณต้องการแล้วออกไปจากที่นี่ซะ”

 

ที่ห้างสรรพสินค้า...พร้อมพรรณเดินจูงมืออิงวาดไม่ห่าง ทั้งสองเหมือนแม่ลูกวัยใสปกติทั่วไป เธอดูไม่เหมือนคนตาบอดสักนิด

“ไหนดูซิ คู่นี้ของแกเก่าจะตายแล้ว”

ท่านถอดรองเท้าให้อีกฝ่ายอย่างไม่คิดรังเกียจ อิงวาดซาบซึ้งใจทุกคราที่น้าพร้อมรักและเอ็นดูเธอตลอดมา

“เอาคู่นี้แล้วกัน สไตล์แบบนี้น้าว่าแกต้องชอบ”

“ขอบคุณค่ะน้าพร้อม”

พร้อมพรรณเห็นอิงวาดยิ้มท่านก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม จำไม่ได้เหมือนกันว่าใช้เวลานานแค่ไหนกว่าเด็กผู้หญิงคนนี้จะยิ้ม ตั้งแต่เสียครอบครัวอิงวาดก็เหมือนศพเดินได้ เธอเฝ้าอยากตายวันละหลายร้อยหน...ซึ่งถ้าเลือกได้เธอก็อยากหายไปพร้อมๆ กับพ่อ แม่ และน้องชาย

หลังจากเดินซื้อของใช้ตามประสาผู้หญิงจนหนำใจพร้อมพรรณก็ขับรถพาหลานไปโรงพยาบาลตามที่หมอนัด นางพาคนป่วยมานั่งรอหมอเรียกยังหน้าห้องตรวจก่อนขอตัวไปซื้อกาแฟสด

“เอาอะไรมั้ยลูก”

“ไม่ค่ะ น้าพร้อมรีบมานะคะ” พร้อมพรรณลูบหัวอิงวาดพลางระบายยิ้ม

“รออยู่ตรงนี้...อย่าไปไหนจนกว่าน้าจะมานะอิง”

อิงวาดพยักหน้าและรู้สึกได้ว่าน้าพร้อมเดินไปไกลแล้ว ชีวิตที่อยู่ในวังวนแห่งความมืดได้แค่กำมือตัวเองยามต้องนั่งเพียงลำพัง เธอตัดสินใจก้มหน้าปิดเปลือกตาเพื่อรอเวลา...ขณะนั้นร่างสูงใหญ่ที่สวมเสื้อเชิ้ตราคาแพงกับกางเกงยีนส์ยี่ห้อดังเดินมานั่งเคียงข้างเธอ อิงวาดตกใจเขยิบหนีไปยังที่นั่งอีกตัว ชายหนุ่มยิ้มก่อนเลื่อนตามเธอไปติดๆ

คนป่วยคิ้วขมวดเพราะสัมผัสได้ว่าเขาตามมา ทั้งกลิ่นน้ำหอมผู้ชายยังโชยแตะจมูกเธอเต็มๆ อิงวาดคลำมือไปยังที่นั่งข้างกายและเมื่อมันว่างเธอจึงเขยิบหนี หากอีกฝ่ายยังตามไม่ลดละ หญิงสาวคลำเบาะข้างๆ อีกครั้งและกำลังจะยกก้นหนีหากถูกวงแขนกว้างรั้งเข้ามากอด

“จุ๊ๆ อยู่นิ่งๆ นะเด็กน้อย”

เธอตกใจจนตาเบิกกว้าง ทว่าหัวสมองกำลังประมวลผลกับน้ำเสียงและไออุ่นจากผู้ชายคนนี้ อิงวาดหายใจแรงค่อยๆ ผละจากอ้อมกอด แทนคุณมองดวงหน้าเรียวด้วยความถวิลหา เขายกมือลูบแก้มนุ่มช้าๆ ก่อนโน้มใบหน้าจุมพิตหน้าผากเนียน

“พี่เก้า...”

“อือ พี่เอง”

เขาผละออกมาหากใบหน้ายังอยู่ใกล้เธอ ริมฝีปากร้อนจูบเปลือกตาหญิงสาวทั้งสองข้าง

“อย่าค่ะ...ที่นี่โรงพยาบาลนะคะ”

“ทำไมล่ะ ไม่มีใครอยู่ตรงนี้สักคน”

อิงวาดยื่นมือไขว่คว้าหามือเขา เธอจับมันแน่นเพื่อจะยืนยันว่าร่างผู้ชายคนนี้คือแทนคุณจริงๆ

“พี่ต้องไปแล้วอิง...”

“เดี๋ยวน้าพร้อมก็มาแล้วค่ะ”

“พี่เจอแม่ไม่ได้ พี่หนีกลับไทย...แล้วตอนนี้พี่ก็ต้องกลับไปเรียนแล้ว”

“พี่เก้า...”

“ขอโทษที่ไม่ได้ไปหาเธอเลย แต่วันนี้พี่ก็แอบตามเธอกับแม่ไปทุกที่เลยนะ”

“ทำไมถึงหนีมาล่ะคะ น้าพร้อมอาจจะโกรธถ้าพี่เก้ายังทำแบบนี้”

“แม่จะไม่มีวันรู้เรื่องนี้ และพี่ก็เชื่อว่าเธอจะไม่มีวันบอก”

เขาโผกอดเธอก่อนแยกตัวออกมา หากอิงวาดไม่ยอมปล่อยมือชายหนุ่ม เธอคิดถึงเขาทุกห้วงของลมหายใจและไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้จากไปไกลสักวินาที

“พี่คิดถึงเธออิง...แล้วพี่จะกลับมา”

เขาจูบมือเรียวเป็นการสัญญา อิงวาดหายใจไม่ทั่วท้องเมื่ออีกฝ่ายปล่อยมือเธอให้คว้างอยู่กลางอากาศ

“อิง...เป็นอะไรไปลูก”

อิงวาดเก็บมือแล้วส่ายหน้า เธอยิ้มไปยังต้นเสียงหากหัวใจยังเต้นแรง เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ไม่ใช่ฝันใช่มั้ย...พี่เก้ามาหาเธอจริงๆ งั้นหรือ?

“หมอเรียกหรือยังลูก”

พร้อมพรรณถามทั้งที่ยังก้มหน้าดูดกาแฟและเช็กออเดอร์ของจากไอแพด อิงวาดส่ายหัว

“ยังค่ะน้าพร้อม”

 

อิฐ เลิศวีรภูมิ ก้าวฉับๆ เข้าบ้านหลังงาม เขาตาขวางหายใจแรงยามได้ข่าวจากสายทางไกลรายงานว่าแฟนสาวที่หวงแหนแทบตายแอบไปมีสัมพันธ์สวาทกับเพื่อนสนิท

“ปู่ครับ...ปู่”

หลานบังเกิดเกล้าตะโกนเรียกปู่เสียงดังลั่น บรรดาสาวใช้นับสิบชีวิตต่างนั่งคุกเข่าต้อนรับคุณหนูเล็กซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เรือนแก้ว ผู้หญิงที่ชอบมีเรื่องกับอิฐเป็นประจำ เธอระอาทุกครั้งที่รายนั้นปิดเทอม

“ปู่ไปไหน พวกแกเห็นปู่ฉันมั้ย” เขาถามหัวหน้าแม่บ้าน

“คุณท่านออกไปพบเพื่อนค่ะ”

“โทรตามปู่ฉันกลับมาเดี๋ยวนี้...แล้วพี่ใหญ่ล่ะ”

คำถามนี้เขาเบนสายตาไปยังเรือนแก้ว อีกฝ่ายเงยหน้าจ้องคุณหนูเล็กตาเขม็ง

“จ้องแบบนี้อยากโดนตบหรือไง...ฉันถามว่าพี่ใหญ่ไปไหน”

เรือนแก้วก้มหน้าเล็กน้อยพลางถอนหายใจเบาๆ

“คุณใหญ่มีสอนที่มหาวิทยาลัยค่ะ อีกสองชั่วโมงน่าจะกลับถึงบ้าน...”

“เออ! ก็แค่นั้น...ถ้าปู่กลับมาแล้วขึ้นไปตามฉันบนห้อง ส่วนเรือนแก้ว...ขึ้นไปนวดเท้าให้ฉันข้างบนเดี๋ยวนี้”

แม้หน้าตาจะหล่อเหลาหากนิสัยไม่ได้หล่อตามแต่อย่างใด อิฐมักเอาแต่ใจและโหดร้ายกับทุกคนเสมอโดยเฉพาะเรือนแก้ว เขาชอบบังคับให้เธอทำงานหนัก และงานเกินตัวอยู่เป็นประจำ

“อือ กูจัดการมันแน่นอน มึงคอยดูแล้วกันว่าไอ้เก้ามันจะรอดไปได้นานมั้ย”

เรือนแก้วเปิดประตูห้องนอนอิฐ และพยายามปิดมันให้เบาที่สุดเมื่อเห็นว่ารายนั้นกำลังคุยโทรศัพท์ ร่างอรชรในยูนิฟอร์มสาวใช้ไม่ได้ทำให้หน้าตาที่สวยงามลดค่าลงเลย คุณท่านและคุณใหญ่มักเอ็นดูเธอเสมือนลูกหลาน

“จริงๆ คนของฉันก็ร่านด้วย ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนไปนอนกับเพื่อนผัวได้ลงคอ”

เรือนแก้วถือถาดที่มีขวดน้ำมันนวด ผ้าขนหนู และน้ำอุ่นเข้ามาใกล้อิฐ ชายหนุ่มปรายตามองอีกฝ่ายก่อนบอกลาปลายสาย

“แค่นี้ก่อนมึง กูเดินทางมาเหนื่อยๆ...กะเจอมันอยู่ที่นี่แท้ๆ ไม่คิดว่าจะหน้าตัวเมียหนีกลับเฉย...อือ โอเค...กูคงอยู่นี่สักพัก เออ...บาย”

สิ้นสุดการสนทนาอิฐก็วางโทรศัพท์ไว้ข้างลำตัว เขาปรับเก้าอี้นวมตัวใหญ่เอนลงเล็กน้อย ค่อยๆ ยกขาทั้งสองข้างส่งให้เธอ

“เร็วๆ ฉันเมื่อย”

เรือนแก้วนั่งพับเพียบจับขาทั้งสองข้างวางบนหน้าตักตัวเอง ก่อนบรรจงถอดถุงเท้าซ้ายขวา ยกเท้าชายหนุ่มแช่ลงในน้ำอุ่นที่เตรียมมา...อีกฝ่ายปิดเปลือกตาพ่นลมหายใจ

“เธอเรียนปีอะไรแล้ว...”

มือเรียววักน้ำถูหลังเท้าให้เขาผ่อนคลาย จะว่าไปเธอก็ทำเรื่องพวกนี้จนชิน

“ปี 3 ค่ะ”

“พี่ใหญ่สอนเธอมั้ย”

“สอนวิชา ม. เมื่อปีที่แล้วค่ะ”

“งั้นเหรอ...แช่เท้าให้ฉันอีกพักนะ ฉันคิดถึงความรู้สึกแบบนี้...”

ชายหนุ่มหลับตาพูด เรือนแก้วทำตามที่เขาสั่ง มือทั้งสองข้างยังบีบเท้าให้เขาอยู่ในน้ำ

“มีใครมาจีบเธอมั้ย...”

คำถามนี้เล่นเอาหญิงสาวเงยหน้ามองเขา อิฐลืมตาผงกหัวจ้องคนตัวเล็ก...เขาถามย้ำอีกครั้ง

“ไง...มีหรือเปล่า”

“คือ...มีบ้างค่ะ” เธอตอบให้ดูกลางๆ เข้าไว้

“แล้วเธอถูกใจใครหรือเปล่า”

คราวนี้ร่างใหญ่กดสวิตซ์ปรับเก้าอี้ให้ตั้งตามเดิม ตาคมกล้าจดจ้องดวงหน้างามด้วยใจลุ้นระทึก

“ไม่ค่ะ แก้วไม่ชอบใคร”

ไม่รู้ทำไมเขาต้องดีใจกับคำตอบไม่กี่พยางค์ของเธอ อิฐโน้มตัวยื่นหน้าไปใกล้อีกฝ่าย เรือนแก้วตกใจจะขยับหนีแต่เขาไวกว่ารั้งคอเธอไว้

“คุณเล็ก...”

“เธอเคยจูบหรือยัง”

เรือนแก้วใจเต้นโครมครามไม่กล้าสบตาเขา เธอพยายามเบี่ยงหน้าหนีหากชายหนุ่มไม่ยอม

“ไง...เคยจูบกับใครมั้ย”

“ไม่ค่ะ...ไม่”

เรือนแก้วตกใจกลัวเพราะเขาช่างรุกเร้าเหลือเกิน อิฐยิ้มร่าจ้องสายตาไปยังเรียวปากอิ่ม

“ฉันสอนให้เอามั้ย...เวลาเธอออกเดทกับผู้ชายจะได้คล่องๆ”

“ไม่ค่ะ”

เรือนแก้วพยายามแกะฝ่ามือหนา หากชายหนุ่มไม่ออมแรงให้หล่อนสักวินาที เขากดท้ายทอยหญิงสาวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

“คุณเล็ก...อย่า”

เธอขืนตัวเองสุดแรงเมื่อแน่ใจว่าเขากำลังจะทำอะไร ชายหนุ่มยิ้มย่องทั้งที่ยังจ้องริมฝีปากชมพูระเรื่อไม่วางตา เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้...ใกล้ และจังหวะนั้นเอง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...

เสียงเคาะประตูทำให้ชายหนุ่มไม่สานต่อ เขาจดจ้องใบหน้างามก่อนตะโกนถาม

“ใคร...”

“คุณท่านกลับมาแล้วค่ะ เรียกให้คุณเล็กลงไปหาเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”

“อือ”

ดวงตาบ้องแบ๊วมองชายหนุ่มด้วยความตื่นกลัว และเหมือนอิฐจะสัมผัสมันได้ เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายตัวสั่นเหมือนคนไม่เคย...

“ไว้มาต่อวันหลังก็แล้วกัน”

เรือนแก้วโล่งอกที่นาทีนี้รอดตัวไป ทว่าฝ่ามือหนายังไม่ปล่อยให้เธอเป็นอิสระ...

“ก้มมองเท้าฉันสิ”

หญิงสาวทำตามที่เขาสั่งอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่เธอก้มจุมพิตหน้าผากมน

“คุณเล็ก!

ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาย่ำสองเท้าที่เปียกน้ำลงบนผ้าขนหนูที่เธอถือมา เรือนแก้วจ้องอีกฝ่ายนัยน์ตาไม่เข้าใจ...นี่เขากำลังเล่นบ้าอะไรกับเธอ

“ถ้าฉันไม่อนุญาต...ห้ามเธอไปชอบใครเด็ดขาด”

 


สนใจดาวน์โหลดนิยายได้ที่ https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMzYxMTg5IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMjU4NjkiO30 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 ApplepiePieapple (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 21:55
    แนะๆๆมีหวงงแหวะเลี่ยน555
    #6
    0