เล่ห์วังวน กลเสน่หา (Rerun)

ตอนที่ 4 : ลิ้นกับฟัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 ธ.ค. 59


ตอนที่  4

สิบห้านาทีผ่านไป อิชยาเดินหน้างอง้ำออกมาจากสวนอาหาร ต่อไปเธอจะไม่มาที่นี่อีก เพราะเขาแท้ๆ ที่ทำให้ความทรงจำที่มีต่อร้านอาหารแห่งนี้ติดลบ อาหารที่สั่งเหลือเต็มโต๊ะจนพนักงานที่ร้านถึงกับถามด้วยความตกใจ

            อาหารไม่อร่อยหรือคะ

            เอ่อ...เปล่าหรอกค่ะ พอดีว่ามีธุระด่วน

            นาทีนี้คงต้องอาศัยคำว่าข้ออ้างอย่างเดียวเท่านั้น จะให้บอกได้อย่างไรว่าเธอโมโหใส่ผู้ชายที่มาด้วยกัน แล้วโดนนายนั่นทิ้งให้นั่งจมกองอาหาร อิชยาเดินดิ่งไปที่ลานจอดรถ หากใบหน้าสวยหวานยังบูดบึ้งไม่หยุด เธอล่ะโมโหเขานักเชียว

            ตายแล้ว ตาบ้าเอ๊ย!”

            อิชยาแผดเสียงร้องจนแขกที่เพิ่งลงจากรถหันมามองด้วยความตกใจ แต่เธอไม่แคร์สายตาใครทั้งนั้น วันนี้เวทิศมาส่งเธอทำงานที่ค่ายเพลงเพราะตอนเย็นทั้งคู่มีนัดทานข้าวกัน ให้ทำงานให้เสร็จก่อนเขาถึงจะมารับไปทานอาหารเย็น หากทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ เพราะเขาติดนัดด่วนกับเพื่อนร่วมงาน เธอจึงมาทานมื้อเย็นกับศราวินพี่ชายของเขาเพราะขัดไม่ได้ สรุปแล้วคือ...ต้องกลับเอง เพราะตานั่นทิ้งเธอไปแล้ว หญิงสาวโกรธจนหน้าแดงร้อน ทำไมต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ด้วย

ฮัลโหล พี่บิวคะมารับไทม์หน่อย

ไม่ได้หรอกไทม์ ผู้ใหญ่เยอะมาก รับโทรศัพท์ยังลำบากเลย

แต่ตอนนี้ไทม์อยู่ร้านอาหารแถวชานเมืองนะคะ มันน่ากลัวแล้วก็อันตรายมาก

 น้ำเสียงน้อยใจของอิชยาทำให้เวทิศใจอ่อนยวบ ทว่าเขาไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้จริงๆ

แล้วไปทำอะไรที่นั่นล่ะ ไปทานข้าวกับใคร

มารับก่อนได้ไหมคะ แล้วจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียด

ตอนนี้พี่ยังไปไม่ได้ อีกสักชั่วโมงได้ไหม

แค่ได้ยินเขาบอกว่ามาไม่ได้ในตอนนี้ ขอบตาปลายสายก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที มือที่จับโทรศัพท์สั่นเทาไปหมด น้ำตาเอ่อคลอดวงตาคู่สวยจนหยดลงมาเป็นหยาดน้ำตา

 “ทุกอย่างสำคัญมากกว่าไทม์จริงๆ สินะคะ

อิชยาวางสายเขาไปด้วยความน้อยใจ วันนี้มันวันซวยชัดๆ มือเรียวเช็ดน้ำตาป้อยๆ อย่างน้อยก็ยังมีตัวเองให้พึ่งพิง เธอเดินออกจากสวนอาหารด้วยหัวใจที่เศร้าหมอง สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้มันทำให้เจ็บที่สุดตั้งแต่คบกับเวทิศมา เธอกำลังจะเป็นภรรยาของเขาในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว หากเขายังทำตัวเหมือนๆ ทุกครั้ง คือเห็นอย่างอื่นสำคัญมากกว่าตัวเธอตลอดเวลา ยิ่งคิดยิ่งใจสั่น มันอัดอั้นจนน้ำตาไหลไม่หยุด มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองด้วยความน้อยใจ

อิ่มแล้วเหรอ กลับกันเถอะ

เสียงใหญ่ๆ ดังอยู่ข้างกายสาว อิชยาตกใจเอามือออกจากใบหน้าก่อนจะหันไปมองมุมมืดซึ่งเป็นที่มาของเสียง

ไปเถอะ อากาศหนาวแล้ว

เขาย่างสามขุมเข้ามาก่อนจะดึงข้อมือน้อยให้ลอยละลิ่วตามเขาไปที่รถ ใช่แล้วมันคือรถที่ทำให้เธอได้มาที่สวนอาหารแห่งนี้ ไวเท่าความคิดอิชยารีบสะบัดข้อมือออกจากการจับกุมของคนเย็นชา

คนอย่างฉันถ้าโดนตบหัวแล้ว ไม่มีวันที่จะหายเจ็บง่ายๆ อย่าคิดมาลูบหลังฉัน

 น้ำเสียงคนพูดสั่นนิดๆ ยามประกาศกร้าวต่อหน้าเขา หากความหยิ่งผยองนั้นมีมากกว่า มันคับอกคับใจไปหมด

ใครไปตบหัวเธอ

ไปไกลๆ ฉัน อย่าให้ฉันโมโห 

เธอควรจะเรียกฉันว่าพี่นะ เพราะฉันเป็นพี่ของคนรักเธอ

แล้วยังไง คุณเป็นพี่ของพี่บิวก็จริง แต่คุณไม่ใช่พี่ฉัน พูดง่ายๆ ก็คือ ฉันไม่มีความเคารพคุณเลยสักนิด

งั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติกับเธอในฐานะน้องสะใภ้ด้วยงั้นสิ

ไม่ต้องหรอก เพราะสิ่งที่คุณทำเมื่อกี้มันก็บอกชัดเจนดีแล้ว

ฉันทำผิดอะไร แค่ไม่อยากให้เธออารมณ์เสียก็เท่านั้น ถ้าไม่มีฉันเธอจะได้ทานอาหารอร่อยกว่านี้

เขาบอกตามที่ใจตัวเองคิด ที่เดินออกมาเพราะไม่อยากทำให้หญิงสาวเกลียดขี้หน้าไปมากกว่านี้ หากคำตอบที่พูดออกมาทำให้คนฟังหัวเราะเยาะ

คิดคำแก้ตัวได้เท่านี้เหรอ ฉันกินข้าวนะไม่ได้กินหญ้า

รู้แล้ว เมื่อกี้เห็นแล้วว่ากินข้าว แล้วที่ฉันมายืนรอรับเธอตรงนี้ล่ะ เพื่ออะไรกัน

พอเถอะ หยุดพูดได้ละ คุณจะไปไหนก็ไป ฉันจะกลับเองชัดมั้ย

ไม่ชัด เธอมาที่นี่กับฉัน เธอก็ต้องกลับกับฉัน

เขายืนยันหนักแน่น ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาร่างนุ่มนิ่ม

อย่าเข้ามานะ! ฉันเป็นพวกอารมณ์ร้อนบ้าเลือด

แล้วเธอจะทำอะไรล่ะ

เขาถามเสียงนิ่ง หากร่างสูงยังคงก้าวเข้ามาเรื่อยๆ ดวงตาคมมองหญิงสาวอย่างท้าทาย

ถ้าสุดจะทนมากเกินไป ฉันก็จะขว้างรองเท้าส้นแหลมๆ ข้างนี้ปาใส่หัวคุณ

อิชยาโกรธจนระงับสติไม่ได้ เธอถอดรองเท้าข้างหนึ่งมาถือไว้ก่อนจะชูขึ้นมาขู่เขา ศราวินหัวเราะหึในลำคอ คิดว่าเขากลัวอย่างนั้นหรือ

หยุดทำหน้าเป็นคนดี แล้วก็หยุดหัวเราะแบบนี้ได้แล้ว ฉันว่าฉันมองคุณผิดมาตั้งแต่แรกนะ ไม่สิ...มองผิดมาตั้งหลายปี ฉันหลงเคารพคุณ หลงคิดว่าคุณเป็นคนดี ที่ไหนได้ คุณมันเป็นคนไม่มีสามัญสำนึก ไม่มีมารยาท

แค่ผมลุกออกมาจากร้านอาหารเมื่อกี้ มันทำให้คุณโกรธมากขนาดนี้เลยเหรอ

ใช่ ไม่มีใครเคยทำกับฉันอย่างนี้ เมื่อหลายปีก่อนฉันก็พอเข้าใจนะว่าคุณไม่อยากเห็นหน้าฉัน ไม่อยากเจอฉันเพราะคุณไม่ว่าง หรืออาจจะติดธุระ แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไม...คุณน่ะเกลียดฉัน

เธอคิดไปไกลนะ ฉันน่ะเหรอที่เกลียดเธอ

แล้วจะอะไรล่ะ ตอนพี่บิวพาฉันไปที่บ้านทีไร คุณก็ติดธุระด่วนตลอด ติวหนังสือให้น้องบ้างล่ะ นัดทำงานกับเพื่อนบ้างล่ะ คุณพยายามหนีหน้าฉัน

แปลกแฮะ เธอจำได้ทุกเรื่องที่ฉันอ้าง

ใช่ เพราะมันเป็นเรื่องที่ฝังใจฉัน ฉันน่ะรักแรงเกลียดแรงนะ บอกไว้ก่อน

ไม่ต้องมาบอก ฉันไม่ได้อยากรู้ เขาย้อนบ้าง

แต่คุณควรจะรู้ไว้ จะได้เลิกยุ่งกับฉันสักที ต่างคนต่างอยู่กันไป เพราะฉันน่ะเกลียดผู้ชายอย่างคุณ

ผีเข้าหรือไง

เข้าคุณน่ะสิ เจอกันวันนั้นมาทำดีใส่ฉัน ทำมาเป็นพูดว่าแล้วเราจะได้เจอกันอีกมั้ย เฮอะ...โทษทีฉันไปสนิทกับคุณตอนไหนเหรอ แล้วพอมาวันนี้ ในห้องวีวี่คุณก็ทำเป็นไม่รู้จักฉัน เมินฉัน นี่สินะคือตัวตนของคุณจริงๆ

จะหุบปากแล้วขึ้นรถไปดีๆ หรือจะต้องให้ผมใช้วิธีของผม

บอกแล้วไงว่าไม่ไป เข้าใจมั้ย ไม่ไป ไม่ไป ไม่ไป! กรี๊ดดด ปล่อยนะ! ไอ้บ้านี่

ศราวินทนให้เจ้าหล่อนมายืนว่าเขาฉอดๆ ไม่ไหว ชายหนุ่มอุ้มร่างเล็กพาดบ่าเดินไปที่รถทันที อิชยาไม่ยอมแพ้เธอทุบหลังใหญ่รัวด้วยความโมโห หากยิ่งทุบเขายิ่งบีบรัดก้นงามงอนแน่นขึ้นแต่แล้ว...

โอ๊ย!”

เสียงของศราวินร้องดังโหยหวน มือเขาค่อยๆ ปล่อยเธอลงอย่างช้าๆ ร่างอิชยายืนบนพื้นดินอีกครั้ง เธอมองหน้าเขาด้วยความสะใจ ในมือเรียวข้างขวาถือรองเท้าส้นสูงไว้

เป็นไงล่ะ อย่าคิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรคุณนะ

ดวงตาร้ายกาจมองเหยียดเขาก่อนจะวางรองเท้าและสวมมันไว้เหมือนเดิม ศราวินไม่พูดพร่ำหรือต่อกลอนใดๆ เขารู้สึกปวดหัวจนหน้านิ่ว มือยังจับตำแหน่งที่ปวดหนึบ ศีรษะด้านซ้ายมีโลหิตสีแดงสดไหลออกมา ชายหนุ่มร้องซี้ดอย่างเจ็บปวด อิชยาหน้าซีดเมื่อเห็นเลือดที่นิ้วมือเขา เธอรู้สึกผิดจนทำอะไรไม่ถูก

เอ่อ เจ็บมากมั้ย เธอถามเขา ก่อนจะเดินเข้ามาหา แต่...

อย่ามายุ่ง! ผมเชื่อแล้วว่าคุณเกลียดผมจริงๆ

ตอนนี้หัวที่ว่าปวดยังแพ้หัวใจที่เจ็บร้าว ศราวินมองหน้าอิชยาด้วยความเฉยชา

โอ๊ะ...เลือดหยดลงมาที่เสื้อแล้ว ขอไทม์ดูหน่อยเถอะ

นิ้วเรียวจะแตะที่แผลของเขา หากคนเจ็บเบี่ยงตัวหนี

ช่วยออกห่างจากตัวผมด้วย

เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปที่รถ อิชยาไม่สนใจเธอวิ่งตามเขาไปก่อนจะเข้าไปนั่งในรถ

ลงไป เขาไล่อย่างไม่ไว้หน้า หากเธอหน้าด้านกว่า

ไม่ไป ฉันจะไปกับคุณ เราไปหาหมอกันเถอะนะ คุณเลือดออกเยอะมากเลย

ไม่ต้องมาสนใจผมหรอก แผลมันไกลหัวใจตั้งเยอะ ผมไม่ตายหรอก

ใช่สิมันไกลหัวใจ แต่ทำไมเขารู้สึกปวดหนึบที่หัวใจอย่างนี้ล่ะ

ไม่! ฉันจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน จนกว่าคุณจะไปหาหมอ

งั้นเหรอ ผมก็จะไม่ไปไหนถ้าคุณยังนั่งอยู่ตรงนี้

คนเจ็บประกาศจุดยืนทั้งๆ ที่ปวดกะโหลกไปหมดแล้ว

ถ้าฉันไปจากที่นี่ ตรงนี้ คุณจะไปหาหมอทันทีเลยใช่ไหม

ใช่

ได้ ฉันจะไปจากที่นี่

 อิชยาเปิดประตูรถลงไปทันที ศราวินใจหายวาบเมื่อเห็นเธอไปแล้ว หากใจหายได้ไม่นานก็ต้องใจเต้นอีกรอบ เพราะเจ้าหล่อนเปิดประตูมานั่งข้างหลังรถเขา

ไปเถอะ ฉันไม่ได้นั่งตรงนั้นแล้วนะ คราวนี้เราก็ไปกันได้แล้ว ดูสิ...เลือดออกเยอะเลยเนี่ย

หญิงสาวพูดเสียงสั่นเมื่อเห็นเลือดเขาไหลไม่หยุด คนเจ็บได้แต่ว่ายายตัวแสบในใจ เขาคงตายจริงๆ ถ้าไม่ไปโรงพยาบาลในตอนนี้ เมื่อเห็นว่าป่วยการณ์ที่จะพูด ชายหนุ่มก็ออกรถไปโรงพยาบาลทันที เธอคอยซับเลือดให้เขาตลอดทาง หากคนขับพยายามหลบหลีกไม่ให้เธอจับเขา เมื่อมาถึงโรงพยาบาล...

เจาะเยอะนะครับ ต้องเย็บแผล หมอพูดก่อนจะถอดถุงมือ อิชยาหน้าเสียจัด

เย็บเลยเหรอคะ แล้วต้องเย็บกี่เข็มคะ

ดูจากแผลแล้วน่าจะประมาณสิบกว่าเข็มนะครับ

ตายแล้ว! ทำไมถึงได้เยอะนักล่ะเนี่ย

คนก่อเรื่องบ่นอุบพลางมองแผลที่ศีรษะ ศราวินมองยายตัวร้ายราวจะกลืนกิน

ไปโดนอะไรมาครับ

เอ่อ... คนเจ็บอึกอักไม่กล้าบอก

รองเท้าค่ะ ส้นรองเท้า

ทุกคนถึงกับตาวาว เมื่อเสียงหวานๆ ไขข้อข้องใจ ศราวินแอบถอนหายใจอยู่หลายครั้งที่คนก่อเรื่องจุ้นจ้านไปซะหมด หากในใจกลับรู้สึกดีพิลึกที่มีเธออยู่ใกล้ๆ คอยเป็นห่วงเป็นใยเขาเช่นนี้ หลังจากเย็บแผลเสร็จพยาบาลก็ถือยาแก้อักเสบ และสารพัดยามาให้ทาน

คุณจะนอนพักที่นี่ก่อน หรือจะกลับบ้านคะ

ต้องแอดมิดเลยเหรอเนี่ย

หญิงสาวถามแทนราวกับเป็นเมียคนไข้ ศราวินถอนหายใจด้วยความระอา

เปล่าหรอกค่ะ คือว่ายาที่ให้ไปจะออกฤทธิ์ทำให้เกิดอาการง่วงนอนค่ะ

ผมขอนอนที่นี่จนกว่ายาจะหมดฤทธิ์ครับ

ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขับรถพาเขากลับได้

แต่ผมจะนอนที่นี่ครับ ห้องอยู่ไหน

พยาบาลสาวมองทั้งคู่ ก่อนจะยิ้มหน้าแหยๆ ให้หนุ่มสาว เก้าไม่เอาสิบไม่เอาศราวินไม่ยอมกลับกับยายตัวแสบแน่ๆ อิชยามองหน้าเขาด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะเดินตามร่างใหญ่ไปที่ห้องสังเกตการณ์ผู้ป่วยนอก

เชิญนอนที่เตียงนี้นะคะ คนเฝ้าเชิญนั่งทางด้านนี้ค่ะ

คนเฝ้าพยักหน้ายิ้มให้พยาบาลสาว ก่อนจะเดินไปนั่งยังเก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วย ชายหนุ่มมองเธอด้วยความแปลกใจ

ทำไมยังตามมาอีก

ก็คุณไม่ยอมกลับ ฉันเลยต้องอยู่ดูแล

ไม่ต้องอ่ะ...ผมดูแลตัวเองได้ เขาตอบอย่างไร้เยื่อไย

ไม่ต้องมาพูดดีเลย ฉันจะเฝ้าคุณอยู่อย่างนี้นี่แหละ หลับไปเถอะ

ศราวินมองดวงหน้าสวยที่ดื้อรั้นอีกหน ก่อนจะส่ายหัวแล้วปิดเปลือกตาลงด้วยความชุ่มชื้นที่หัวใจ ตอนนี้หัวใจของเขาเลือดลมสูบฉีดแรงเหลือเกิน มันถ่ายเทดีอย่าบอกใคร เมื่อยาออกฤทธิ์ หัวของเขาก็เริ่มหนักไปหมด ชายหนุ่มเข้าห้วงนิทราไปในที่สุด

เขาหลับแล้ว

เธอพูดกับตัวเองในใจก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องใหญ่ ที่ห้องนี้มีเตียงคนไข้ยี่สิบเตียง มีคนนอนอยู่สี่ถึงห้าเตียงรวมเตียงของเขาด้วย เธอละเกลียดกลิ่นของโรงพยาบาลนัก มาที่นี่ล่าสุดก็ตอนที่พาคุณแม่มาตรวจร่างกายประจำปี

เฮ้อ...ไม่น่าเลยเรา

ร่างเล็กพ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะพูดบ่นอะไรไปเรื่อยเปื่อย เธอหยิบงานของวีวี่ออกมาทำ หญิงสาวแก้โน่น เติมตรงนี้ตามที่วีวี่บอก เวลาล่วงเลยไปเที่ยงคืน หนังตาคนเฝ้าไข้ชักหนักแทน ศีรษะอิชยาสัปหงกอยู่หลายหนจนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

ค่ะแม่

นี่ซินเดอร์เรลล่า เที่ยงคืนแล้วนะลูก ทำไมยังไม่กลับบ้าน

เอ่อ...คือว่า วันนี้ไทม์จะอยู่ทำงานจนดึกค่ะ ไม่กลับบ้าน

ตายจริง ฉันมีลูกสาวสามคน แต่เหลือนอนอยู่ที่บ้านแค่คนเล็กคนเดียวงั้นเหรอเนี่ย

คุณแม่ค้า...หนูไม่เคยไม่กลับบ้านเหมือนพี่ทิพย์นะคะ แต่วันนี้งานมันเร่งจริงๆ...นะคะคุณแม่ อย่าโกรธหนูเลยน้า

ลูกสาวคนรองออดอ้อนจนมารดาเริ่มสบายใจ คุยกันอีกสองสามนาทีสายก็ถูกวางไป อิชยามองงานของวีวี่อีกหน เธอดีไซน์งานจนตาเริ่มหนัก

ตีสองแล้วเหรอเนี่ย

เมื่อมองดูนาฬิกาข้อมือหญิงสาวถึงกับบ่นเบาๆ ก่อนจะนั่งทำงานต่อไปจนเสร็จ ว่าที่เจ้าสาวนั่งทำงานโต้รุ่งติดกันมาสองอาทิตย์แล้ว รวมทั้งวันนี้ด้วย... เมื่อความเหนื่อยล้าสะสมทำให้ร่างกายไม่สู้ อิชยาเข้าห้วงนิทราในเวลาต่อมา หน้าเธอฟุบไปกับเตียงคนไข้อย่างหมดท่าในเวลาตีสี่...

เปลือกตาของคนไข้ค่อยๆ ลืมขึ้นสู้แสงในห้อง ตอนนี้เขาดีขึ้นกว่าตอนที่โดนรองเท้าฟาดใหม่ๆ หากอาการเจ็บแผลยังคงมีอยู่เล็กน้อย ศราวินพยายามจะลุกขึ้นนั่ง ทว่ายังไม่ทันขยับตัวเขาก็เปลี่ยนใจกะทันหันเมื่อมองไปยังทางด้านขวามือ อิชยายังอยู่เธอยังอยู่เฝ้าเขาจนถึงตอนนี้ ฝ่ามือใหญ่ข้างขวายกขึ้น มันอดไม่ได้ที่จะลูบศีรษะยายตัวแสบ เขาลูบแล้วลูบอีกด้วยความเอ็นดู ทำไมนะ...ทำไมเขาต้องมีชะตากรรมเช่นนี้ด้วย ทำไมเขาต้องรักเธอ อิชยาหน้านิ่ว เธอค่อยๆ ผงกหัวขึ้นมาก่อนจะบิดขี้เกียจ ไม่ต้องบอกว่าศราวินจะทำยังไง ชายหนุ่มชักมือกลับอย่างเร็วไวแล้วแกล้งหลับทันที

ยังไม่ตื่นอีกเหรอเนี่ย

หญิงสาวยืนขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะยืดแข้ง ยืดขาสลัดความเมื่อยขบ

โอ๊ยยย เมื่อยเนื้อ เมื่อยตัวจังเลย

ปากอิ่มบ่นเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ร่างที่นอนอยู่บนเตียง อิชยาใช้หลังมือแตะหน้าผากเขาเบาๆ

ตัวก็ไม่ร้อน

คนเฝ้าไข้ชักมือกลับก่อนจะมองสำรวจใบหน้าหล่อที่หลับตานิ่ง คิ้วของเขาคล้ายคนรักของเธอเหลือเกิน ยิ่งมองเขาเธอยิ่งย่ามใจ อะไรทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ หัวใจเต้นโครมครามยามมองผู้ชายคนนี้ หญิงสาวสลัดความคิดนี้ทิ้งทันที เธอส่ายหัวไปมาเพื่อที่จะเหวี่ยงความคิดนี้ออกไป

กลับไปได้แล้ว เขาตื่นแล้ว ศราวินนอนมองเธอนิ่ง

คุณหายดีแล้วใช่ไหม เธอถามเขาด้วยความเป็นห่วง

อืม ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินมาหาเธอ

กลับเองได้ใช่ไหม

อิชยาพยักหน้าตอบรับ เขาพยักหน้าให้เธอก่อนจะเดินผ่านร่างบางไปทันทีหากเสียงหวานร้องเรียกไว้ซะก่อน

เดี๋ยวค่ะ เขาหยุดแต่ไม่ได้หันมามอง

อย่าลืมมาทำแผลที่โรงพยาบาลนะคะ คุณต้องทำให้ครบเจ็ดวันนะ

ศราวินยิ้มที่มุมปากก่อนจะเดินดุ่มๆ ออกไปทันที

ชิส์...ตาบ้าเอ๊ย!”

เธอหมั่นไส้ความหยิ่งผยองของเขานัก เกลียดท่าทางนิ่งขรึมทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ พอกันทีสำหรับผู้ชายที่ชื่อศราวิน ต่อไปถ้าต้องเจอเขาเธอก็จะทำเป็นไม่รู้จักผู้ชายคนนี้

จะบอกว่ารัก เธอจะซึ้งหรือเปล่า

อยากเอ่ยเรื่องราวที่มันยังคั่งค้างใจ...

ถ้าบอกกับเธอ เธอจะรับหรือไม่

ได้แต่ถอนใจเก็บเอาไว้ไม่กล้าบอกเธอ...

เพลงบนรถช่างเข้ากับความรู้สึกของเขาตอนนี้เหลือเกิน สองมือกำพวงมาลัยรถแน่น ต่อให้รักจะเป็นจะตายอย่างไรก็เปล่าประโยชน์ ผู้หญิงคนนี้คือคนรักของน้องชายเขา เพราะเธอเข้ามาพร้อมกับความสดใสไม่เสแสร้ง ไม่ชอบใจอะไรผู้หญิงคนนี้ก็มักจะพูดตรงๆ กับทุกคน ในชีวิตไม่เคยเจอผู้หญิงนิสัยแบบนี้ เธอทำให้เขาหลงรักหัวปักหัวปำมาสามปีเต็ม แต่รักที่มีให้ไม่ได้ต้องการให้เธอรู้หรือรักตอบกลับมา ขอแค่ได้มองห่างๆ อย่างนี้ก็พอ...เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้เขาก็รู้สึกผิดต่อน้องชายตัวเองจนจะบ้าตาย ที่ต้องไปทำงานไกลบ้านไกลช่องใช่ว่าเขาจะสบาย มันเต็มไปด้วยความทรมาน เขาเพียงต้องการจะพาตัวเองไปตั้งหลักโดยไม่ได้เห็นดวงหน้าหวานๆ สักระยะ แต่ยิ่งไม่เห็นก็ยิ่งโหยหา เขาจวนจะบ้าเพราะผู้หญิงของน้องชาย...อิชยา

เมื่อกลับมาถึงบ้านร่างระหงรีบดิ่งขึ้นห้องไปอาบน้ำ อาบท่าทันที เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จเธอจึงลงมาทานอาหารที่เด็กในบ้านเตรียมไว้ให้

คุณแม่ล่ะ

คุณท่านไปหาแม่ชีที่วัดค่ะ

อิชยาพยักหน้า ก่อนจะดื่มน้ำส้มอย่างรวดเร็ว

คุณหนูจะกลับมาทานมื้อเที่ยงไหมคะ

ไม่หรอกเตย ไม่ต้องเตรียมอะไรให้ฉันหรอกนะ ตอนเย็นก็ไม่กลับนะจ๊ะ เอ้อ...ยายเท็นไปเรียนแล้วเหรอ

คุณหนูเล็กออกไปหาแม่ชีที่วัดกับคุณท่านค่ะ

ไปหาแม่ชีงั้นหรือ?

อิชยาไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนาน เธอกดโทรศัพท์หามารดาทันที ปลายทางรับสายเสียงแจ๋ว

แม่ชีเป็นอะไรหรือเปล่าคะ เธอถามด้วยความเป็นห่วง

เปล่าหรอกลูก แม่ท่านสบายดี แม่มาหาเพราะคิดถึงน่ะจ้ะ

เพราะพี่สาวบวชเป็นชีมาหลายสิบปี เวลาคิดถึงหรือทุกข์ใจอะไร แม่ของเธอก็มักจะไปหาแม่ชีเสมอ

คุณแม่จะอยู่อีกนานไหมคะ ไทม์อยากไปหาค่ะ

เมื่อรู้ว่าลูกสาวจะมาทุกคนก็ดีอกดีใจกันยกใหญ่ แม่ชีภายิ้มอย่างปลื้มใจที่หลานสาวคนสวยกำลังจะมาหา สี่สิบห้านาทีต่อมาอิชยาในชุดกระโปรงยาวเลยเข่าสีชมพูเดินเข้ามาในวัดอย่างเรียบร้อย เธอยิ้มหวานให้ทุกคนด้วยความคิดถึง

สวัสดีค่ะ

เมื่อมาถึงโต๊ะไม้หินอ่อนใต้ต้นโพธิ์ ร่างเล็กจึงนั่งลงใกล้ๆ น้องสาวก่อนจะไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

ได้ข่าวว่าเลื่อนงานแต่งงานเข้ามา

แม่ชีถามหลานสาว แววตาของท่านมีความนัยน์อะไรบางอย่าง เธอสัมผัสมันได้

ค่ะ พี่บิวต้องย้ายไปอังกฤษเดือนหน้า งานแต่งงานจึงถูกเลื่อนเข้ามาค่ะ

เอาล่ะ ฟังที่แม่พูดให้ดีนะลูก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ลูกจงประคองสติตัวเองให้นิ่ง อย่าวู่วามและใจร้อนอย่างที่เป็นอยู่ เพราะอารมณ์ของหนูจะนำพาความทุกข์แสนสาหัสมาให้ หนูจะทรมานเหมือนมีไฟสุมอยู่ที่อก

มีอะไรหรือคะแม่ชี

คุณหญิงร้องถามด้วยความตกใจ ทำไมแม่ชีถึงพูดออกมาเช่นนี้ อิชยาเช่นกัน เธอหน้าเสียไปหมดแล้ว น้องสาวบีบมือที่มีแต่เหงื่อของพี่สาวแน่น หากแม่ชีส่ายหัวหลับตาพริ้ม

ฉันสอนหลานไม่ได้รึไง จะออกเรือนไปแล้วก็ต้องรีบบอก อีกอย่างจะไปอยู่ไกลตาฉันแล้วด้วย มีอะไรที่ควรสอน ควรเตือนกันก็ต้องรีบพูด

ค่ะแม่ชี ไทม์จะพยายามควบคุมตัวเองค่ะ

จำคำของแม่ไว้นะลูก สิ่งที่ยากที่สุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์คือการเอาชนะใจตนเอง ในเรื่องร้ายๆ ที่เราต้องเจอมันมักจะมีเรื่องดีๆ แฝงอยู่เสมอ

ดวงตาคู่สวยมีแววครุ่นคิดตลอดเวลา ตั้งแต่ออกจากวัดมาเธอก็อกสั่นขวัญแขวน มันเป็นอาการที่เกิดจากจิตใต้สำนึกของตัวเอง คำพูดของแม่ชีไม่ธรรมดา มันต้องมีอะไรแฝงอยู่ในนั้นแน่ๆ อิชยาถอนหายใจก่อนจะมุ่งหน้าขับรถไปด้วยใจที่ตึงเครียด เมื่อมาถึงร้านตัดชุด หญิงสาวก็สั่งงานลูกน้องอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะขอตัวแยกออกมาสะสางงานที่ห้องของตนเอง ร่างน้อยนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตัวนุ่มก่อนจะเอนหลังหลับตานิ่ง เธอเพลียเหลือเกิน เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ หากเหนื่อยใจนั้นมหาศาล ณ.เวลานี้ว่าที่เจ้าบ่าวยังไม่โทรมาหาเลย หากอิชยาก็ไม่คิดจะติดต่อไปก่อนเหมือนกันเพราะมันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยสักนิด

เฮ้อ!”

หญิงสาวถอนหายใจอยู่หลายรอบก่อนจะเอามือกุมขมับคลึงไป คลึงมา บอกตามตรงว่าเธอเครียดกับคำพูดของแม่ชีมากกว่าเวทิศไม่โทรมาง้อเสียอีก มันจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นอย่างนั้นเหรอ

พี่ไทม์

เสียงเรียกของนางฟ้าประจำบ้านทำให้พี่สาวผงกหัวขึ้นมามอง อุรัสยาเดินยิ้มเข้ามาก่อนจะมานั่งตรงข้ามกับพี่สาว

มาได้ยังไงยายเท็น คุณแม่ล่ะ

เท็นขอให้คุณแม่มาส่งที่นี่ค่ะ เท็นอยากดูชุดใส่ไปงานหมั้นเพื่อนสักหน่อย

อืมๆ ไปเลือกเอาละกัน อยากได้ชุดไหนไปบอกพี่แพรวเลยนะ อยู่หน้าร้านน่ะ

พี่ไทม์...

เพราะพี่สาวคนรองดูเหนื่อยๆ เธอจึงพลอยไม่สบายใจไปด้วย

หืม?

คิดมากกับคำพูดของคุณป้าเหรอคะ

น้องสาวถามตามตรง เพราะเธอก็รู้สึกว่ามีอะไรแฝงอยู่เช่นกัน

อืม พี่รู้สึกเครียดเลยล่ะ เท็นก็รู้นี่ว่าถ้าแม่ชีได้ลองทักอะไรแล้ว ต่อไปมันจะมีบางอย่างเกิดขึ้น

ค่ะเท็นรู้ แต่บางทีแม่ชีอาจจะอยากสอนพี่ไทม์จริงๆ ก็ได้นะคะ หลานสาวไปอยู่ไกลถึงอังกฤษเชียวนะ กว่าจะกลับมาที่นี่อีกคงนานหลายปี

เท็นเข้าใจไหมว่าพี่รู้สึกได้ มันมีอะไรในคำพูดของท่าน

พี่สาวขึ้นเสียงจนน้องหน้าเหวอ อิชยารู้ตัวว่าทำเกินไปเธอจึงพยายามระงับอารมณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

นี่ไงล่ะ เพราะอารมณ์พี่เป็นแบบนี้นี่เนอะถึงมีแต่คนเตือน

ใช่ค่ะ เพราะฉะนั้นพี่สาวของเท็นอย่าคิดมากนะคะ เดี๋ยววันงานจะไม่สวยน้า

 อุรัสยาไม่โกรธที่โดนตะคอกใส่ เธอยิ้มหวานให้พี่สาวคนกลาง ก่อนจะลาขอเดินออกไปเลือกชุด เสียงข้อความโทรศัพท์ดัง มือเรียวรีบยกขึ้นมาดูก่อนจะใจเต้นโครมครามเมื่อรู้ว่าใครเป็นคนส่งมา

เย็นนี้ไปทานข้าวกัน พี่ขอแก้ตัวเรื่องเมื่อวาน

อิชยามองข้อความด้วยใจที่โหวงเหวง นี่เขากำลังมาง้อแล้ว...ปกติถ้าเป็นก่อนหน้านี้เธอจะงอนและต่อกลอนกับเขาสักสองสามวัน แต่คำพูดของแม่ชีที่ก้องอยู่ในใจทำให้ลดทิฐิลง และใจเย็นมากขึ้น อิชยาจึงเลือกที่จะให้อภัยเวทิศอย่างง่ายดายในครั้งนี้

 

สนใจดาวน์โหลดนิยายได้ที่ https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMzYxMTg5IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTMxMjUiO30

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น