เล่ห์วังวน กลเสน่หา (Rerun)

ตอนที่ 13 : อัศวินศราวิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 ธ.ค. 59


ตอนที่ 13

อิชยากลับมาพักฟื้นที่บ้าน โดยไม่ลืมขอร้องศราวินไม่ให้บอกเรื่องที่เข้าโรงพยาบาลกับทางบ้านของเธอ เพราะไม่อยากให้แม่และพี่น้องทั้งสองคนเป็นห่วง พิมพ์อรเป็นห่วงอิชยา ท่านลงมือทำไก่ตุ๋นยาจีนด้วยตนเอง

พี่ขอร้องอะไรไทม์สักเรื่องจะได้ไหม

อิชยามองหน้าเขาเป็นเชิงถาม สายตาของศราวินดูจริงจังนัก คิ้วเข้มขมวดเป็นปมราวหนักอกหนักใจกับเรื่องที่จะบอก

หยุดทำนิสัยไม่ดีใส่คุณแม่ของพี่ได้รึเปล่า

เพราะแม่ของเขาเข้าครัวทำของบำรุงให้คนป่วยตั้งแต่เช้า ท่านทำทุกอย่างด้วยใจทั้งนั้น แต่อิชยาก็แรงเหลือเกินเขากลัวเธอจะทำให้ผู้มีพระคุณต้องเสียใจอีก อิชยาฟังเรื่องที่ขอมาก็พอจะเข้าใจ เธอได้แต่รู้สึกผิดอยู่ในใจกับเรื่องเมื่อคืนก่อน

ไทม์อยากกลับบ้านค่ะ

อิชยาไม่ได้พูดตกลงหรือให้คำสัญญากับเขา หากเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องพูดกะทันหัน ศราวินถอนหายใจก่อนจะพูดต่อว่า

เธอกำลังเปลี่ยนเรื่องนะ ทำไมเหรอ...ที่พี่ขอทำให้ไม่ได้ใช่ไหม

อย่ามาคาดหวังหรือสั่งไทม์ ในตอนนี้ไทม์ทำอะไรให้ใครไม่ได้ทั้งนั้นแหละ

เอาเถอะ พี่รู้ว่าขอเธอมากไป

ไทม์อยากไปนอนห้องของพี่บิว

ไม่ให้ไป

ศราวินตอบปฏิเสธทันที เขาไม่ยอมให้เธอเข้าไปในนั้นเด็ดขาด ไม่รู้ว่าน้องชายของเขามีความลับอะไรอยู่ในห้องนอนหรือเปล่า อิชยาหลับตานิ่งก่อนจะค่อยๆ เดินไปนั่งลงบนเตียง

ไทม์ปวดหัว น้ำเสียงออดอ้อนเปล่งบอกเขา

เดี๋ยวพี่ไปเอายามาให้ กินข้าวเลยมั้ย อิชยาส่ายหัว

ทำไมเหรอ จะไม่ยอมกินข้าวบ้านพี่ใช่หรือเปล่า

คนป่วยนิ่งไม่ตอบ อันที่จริงเพราะยังไม่หิวเลยปฏิเสธ แต่นี่เขาเล่นถามมาแบบนี้มันทำให้เธอนึกได้ ศราวินไม่พูดอะไรต่อนอกจากเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือและกดเบอร์ลงไปก่อนจะยกแนบหู

ครับ...ข้าวต้มหมูที่หนึ่งครับ เขาสั่งอาหารให้คนป่วย อิชยาหน้าเสียรู้สึกผิด

บ้านวัชรประพันธ์ครับ...ครับ

สายถูกวางไปแล้วแต่ยังไม่มีใครพูดอะไรต่อเลยสักคำ ทั้งคู่จ้องตากันต่างความหมาย ฝ่ายชายอยากให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงเลิกทำแบบนี้เสียที ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเขาหมดความอดทนจริงๆ วันนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฝ่ายหญิงจ้องตาเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย อันที่จริงเขาเป็นคนยังไงนะ เวลาดีก็ดีเหลือเกิน หากเวลาเมินเฉยอย่างที่เคยทำมามันทำให้เข็ดที่จะเชื่อ เชื่อว่าเขาเป็นคนดี

รออีกครึ่งชั่วโมงนะ เดี๋ยวที่ร้านจะเอาข้าวมาส่ง

ไม่รอให้เธอตอบอะไร ร่างสูงใหญ่ก็เดินออกไปพร้อมความปวดใจของใครบางคน อิชยารู้สึกโหวงเหวงที่ลำตัว เธออยากจะร้องไห้อีกแล้ว ศราวินไม่ต่างกันเขาพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเอง อย่างน้อยสิ่งที่มารดาบอกก็พอจะช่วยได้ ผู้หญิงคนนี้น่าสงสาร เธอไม่รู้เรื่องเลวๆ ที่น้องชายเขาได้ก่อ

บิ๊ก ทำไมไม่เข้าไปดูน้องละลูก มารดาถือถาดใบเล็กที่มีโถต้มตุ๋นยาจีนวางอยู่

เอ่อ...

เป็นอะไรไปจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะเอาไก่ตุ๋นยาจีนไปให้หนูไทม์

เขาหลับไปแล้วครับ ไว้เดี๋ยวตื่นแล้วบิ๊กจะเอาไปให้เอง แม่ไปพักเถอะครับ

ศราวินหยิบถาดในมือแม่มาถือไว้ ก่อนจะบอกให้ท่านไปพักผ่อน พิมพ์อรพยักหน้าเข้าใจก่อนจะทำตามลูกชาย เขาจะทำอย่างไรกับไก่ตุ๋นยาจีนถ้วยนี้ดี ขืนถือเข้าไปคนป่วยได้อาละวาดปาทิ้งเป็นแน่ ภายในห้องนอนอิชยาหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน เรี่ยวแรงยังคงไม่มีมากพอที่จะให้เดินไปไหนมาไหน มันเพลียจนไม่เป็นอันทำอะไร

อิชยาข้าวมาแล้ว ลุกขึ้นมาทานก่อนเถอะจะได้ทานยา

คนดูแลวางถาดไว้บนโต๊ะตัวเตี้ยข้างเตียงนอน พร้อมกับปลุกให้คนป่วยลุกมาทานข้าว อิชยาหลับตาพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ศราวินมองหน้าคนป่วยแล้วใจไม่ดี สีหน้าน้องนางไม่ดีขึ้นเลย

ปวดหัวหรือเปล่า เธอพยักหน้า ศราวินไม่รอช้าเขาใช้หลังมือแตะหน้าผากมน

ตัวรุมๆ ซะด้วย ทานข้าวก่อนนะแล้วพี่จะเช็ดตัวให้

อิชยาไม่พูดอะไรอีกนอกจากอ้าปากรับข้าวต้มหมูที่เขาป้อน เธอทานได้สี่ห้าคำก็บอกให้เขาหยุด

ไทม์เจ็บคอ อิ่มแล้วค่ะ

คนอาการไม่สู้ดีบอกเขา ศราวินหน้ามุ่ย ข้าวต้มในถ้วยยังไม่ยุบไปไหนเลย อิชยาดื่มน้ำก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง

ทำไมไม่ดีขึ้นเลยล่ะ ไปหาหมออีกครั้งดีกว่ามั้ย คนป่วยส่ายหัว

ไทม์แค่เพลียๆ อยากนอนก็เท่านั้น เดี๋ยวก็ดีขึ้นเองแหละค่ะ ไม่ต้องไปหาหมอหรอก

แต่ไทม์ทานข้าวน้อยเกินไปนะ แล้วยาที่ต้องทานหลังอาหารมันค่อนข้างกัดกระเพาะ

แต่ไทม์กลืนอะไรไม่ลงจริงๆ นี่

เหมือนศราวินนึกอะไรได้ เขาเดินออกไปข้างนอกและกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับโถไก่ตุ๋นยาจีนของมารดา อิชยามองหน้าเขาเป็นเชิงถามว่า มันคืออะไร

ไก่ตุ๋นยาจีน อิชยาส่ายหัว เธอไม่อยากทานอะไรทั้งสิ้น ศราวินนั่งลงบนที่นอนก่อนจะพูดว่า

ไม่ใช่ของที่บ้านพี่หรอก พี่สั่งมาพร้อมกับข้าวต้มหมูนั่นแหละ

อิชยาชักสีหน้าเธอไม่ได้รังเกียจของบ้านเขาถึงขนาดนั้นเสียหน่อย แต่ตอนนี้มันแค่กลืนอะไรไม่ลงก็แค่นั้น เรื่องคิดไปเองนี่ถนัดนักนะ คนดูแลตักน้ำซุปไก่ตุ๋นยาจีนก่อนจะป้อนคนป่วยอย่างช้าๆ อีกฝ่ายอ้าปากรับอย่างเสียมิได้

เป็นไงบ้างอร่อยมั้ย

คนป่วยพยักหน้า น้ำซุปไก่ตุ๋นยาจีนร้อนๆ ทำให้เธอดีขึ้นกว่าทานข้าวต้มเมื่อกี้ ไก่ที่ตุ๋นจนเปื่อยก็เคี้ยวง่ายกลืนเข้าไปแล้วไม่เจ็บคอ ไม่นานคนป่วยก็ทานของบำรุงจนเกลี้ยง ศราวินยิ้มบางๆ ก่อนจะส่งน้ำและยาให้เธอ

ชอบมั้ย

อะไรคะ

ของที่เพิ่งทานไป อิชยาพยักหน้า

พี่ชอบให้เธอป่วยจัง เขาพูดยิ้มๆ คนฟังมองตาขวาง

ตอนเธอป่วยน่ารักมากเลยรู้ไหม ไม่พูด ไม่จา พยักหน้ากับส่ายหัวอย่างเดียว เออ...เข้าท่าแฮะ

คราวนี้คนป่วยไม่อยู่นิ่ง เธอตีแขนแข็งแรงตามแรงที่มี แต่มันไม่ได้ทำให้คนโดนตีเจ็บเลยสักนิด ตรงกันข้ามเขากลับหัวเราะเสียงดัง

เช็ดตัวก่อนมั้ย

ไม่เป็นไรเดี๋ยวไทม์ทำเอง

เธอมีแรงเดินเหรอ

ตอนนี้ยังไม่มี แต่อีกสักพักก็คงดีขึ้น

คนดูแลไม่ขัดอะไรนอกจากลุกออกไปจากห้องเงียบๆ คนป่วยรูสึกชุ่มชื้นที่หัวใจ เธอมองเขาในแง่ดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยยามป่วยไข้เขาก็ดูแลเธอได้ดีไม่บกพร่อง สามวันต่อมาอาการของอิชยาดีขึ้น ร่างกายที่ย่ำแย่เริ่มกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว หากยังมีอาการไอเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ยังสร้างความหวาดวิตกให้คนดูแลอยู่

ไทม์จะไปไหวเหรอ

ศราวินถามคนป่วยที่ดื้อรั้นจะออกไปทำแต่งาน อิชยาพยักหน้าตอบก่อนจะเดินออกจากห้องนอน ทว่ายังไม่ทันจะเดินไปถึงประตู ชายหนุ่มกลับดึงแขนเรียวให้หันกลับมา สายตาคมเฉี่ยวของเธอมองเขาด้วยความสงสัย

พี่ไปส่งได้มั้ย

อย่าเลยค่ะ ไทม์อาจจะกลับบ้าน

จะไปแล้วเหรอ

คนเพิ่งฟื้นไข้พยักหน้า ในตอนนี้ยิ่งดิ้นรนเหมือนยิ่งเหนื่อย มันปวดทั้งใจ ร้าวทั้งกาย ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นเลยสักอย่าง คนที่ทิ้งไปมันยังอยู่สุขสบายดี แล้วไยคนอยู่ทางนี้ต้องโศกเศร้าตรอมตรมด้วยเล่า หญิงสาวพยายามคิดเช่นนี้มาตลอดระยะเวลาที่เจ็บป่วย ทว่ามันคงเป็นได้แค่ความพยายามเท่านั้น เพราะใจจริงนั้นมันช่างคิดสวนทางกันสิ้นดี...

กินข้าวด้วยกันก่อนได้ไหม

สายตาของเขาอ้อนวอนไปยังเธอ น้ำเสียงนุ่มทุ้มช่างทำให้คนฟังใจอ่อนลงยวบ

อย่าเลยค่ะ ไทม์ไม่อยากทำอะไรที่เป็นการฝืนใจตัวเอง

ทำไมนะอิชยา พี่เป็นห่วงร่างกายของเธอแทบตาย แต่ตัวเธอกลับเอาทิฐิมาปิดกั้นทุกอย่าง ถามหน่อยเถอะกินความแค้นแล้วอิ่มรึเปล่า ผูกมัดความเจ็บปวดไว้กับตัวเองแล้วสบายใจมั้ย

คุณลองมาเจอแบบฉันมั้ยล่ะคะ ลองมาเป็นฉันดูแล้วคุณจะรู้ว่า ทิฐิ ความแค้น และความเจ็บปวดที่คุณพูดมามันคือตัวของฉัน ทุกอย่างหลอมรวมกันให้ฉันอยู่ได้

ฟังพี่นะไทม์...

ไม่ฟัง!”

ศราวินหน้าเสียเมื่อโดนอีกฝ่ายตะคอกใส่ อิชยาหน้าซีดคล้ายจะเป็นลม เขาโผเข้าไปหาร่างเล็ก หากเธอไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา คนป่วยเบี่ยงกายหนีจากการประคอง

อย่าทำดีกับไทม์มากไปกว่านี้เลยค่ะ

พี่ทำเพราะพี่อยากทำ

พอเถอะค่ะ ไม่เบื่อหรือไงที่ต้องมาใส่หน้ากากคุยกันทุกวัน รู้สึกสมเพชไทม์ใช่ไหมเวลาที่มาดูแลกันตอนป่วย

ผู้หญิงนี่เก่งจริงนะเรื่องคิดไปเองน่ะ พี่เป็นคนปากกับใจตรงกัน ถ้าบอกว่าทำเพราะอยากทำก็คือทุกอย่างที่เธอเห็นมันล้วนออกมาจากใจ

สายตาที่ส่งไปยังคนฟังเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ ซึ่งหญิงสาวก็สัมผัสได้กับสิ่งที่เขาเอ่ยออกมา ทำไมหนอ...ทำไมในใจที่แห้งแล้งปวดร้าวของเธอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ดวงตาร้อนผ่าวมีน้ำตาเอ่อคลอโดยไม่รู้ตัว ศราวินมองคนตรงหน้าแล้วนึกเกลียดตัวเองยิ่งนัก เขากำลังทำให้ผู้หญิงที่รักแสนรักทรมานทั้งกายและใจ

อย่าร้องไห้เพราะบิวอีกเลยจะได้ไหม

ร่างสูงใหญ่โผกอดร่างระหงไว้แน่นด้วยความรักที่อัดอั้นตันใจ มันเป็นรักที่บอกใครไม่ได้เลยสักคน มันทรมานและปวดใจจนเขาเก็บมันต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

พี่บิ๊ก...

อิชยาไม่ได้กอดตอบหรือผลักเขาออกไป เธอยืนนิ่งรับความอบอุ่นที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากชายหนุ่ม หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นกายของกันและกันทำให้ทั้งคู่ใจสั่นไหวอย่างน่าประหลาด

พอแล้วอิชยา พี่ไม่อยากเห็นเธอเจ็บปวดเพราะบิวอีกแล้ว ทุกอย่างมันมีเหตุผลของตัวมันเอง และพี่ก็มีเหตุผลของพี่เช่นกัน แต่เชื่อเถอะนะ...พี่ไม่มีวันทำร้ายเธอ

พี่บิ๊กคะ...

เธอกำลังจะขอร้องให้พี่ปล่อยใช่รึเปล่า

ศราวินถามคนในอ้อมกอด ซึ่งคำตอบก็คือไม่ใช่ น้องนางส่ายหัวก่อนจะค่อยๆ ยกแขนของตนเองทั้งสองข้างกอดตอบร่างสูงใหญ่

ไทม์....

ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้รับเกียรตินี้จากเธอ เขาแค่อยากกอด และปลอบประโลมคนเสียใจก็เท่านั้น ไม่ได้หวังรางวัลจากผลการกระทำใดๆ อิชยาหลับตาพริ้มในอ้อมกอดของเขา เธออบอุ่นและมีความสุขอย่างน่าประหลาด ทำไมผู้ชายคนนี้เข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ขาดได้มากเช่นนี้

พี่บิ๊กคะ กอดไทม์แน่นๆ หน่อยได้รึเปล่า

พี่บิ๊กยิ้มสุขใจก่อนจะกระชับอ้อมกอดตามใบสั่งของน้องไทม์อย่างเร็วไว อิชยาไม่น้อยหน้าเธอกอดเขาแน่นตามแรงที่เหลืออยู่ ไม่รู้ว่าสามี และภรรยาจอมปลอมยืนกอดกันนานเท่าไหร่ แต่ที่รู้ๆ ก็คือฝ่ายหญิงไปไม่ทันรถของบริษัท อิชยารีบขับรถตามไปยังสถานที่ถ่ายทำมิวสิควีดีโอของวีวี่ ตลอดการเดินทางคนป่วยเอาแต่ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่...จะไม่ให้ยิ้มได้อย่างไร อ้อมกอดของเขาทำไมมันช่างอบอุ่นเช่นนี้หนอ ทำไมทุกครั้งที่สบตากันหัวใจดวงนี้ต้องเต้นโครมครามอึกทึกด้วย...ทำไม

คุณไทม์มาแล้ว

วีวี่ไทม์ขอโทษที่ทำให้ทุกคนรอนะคะ

โอ๊ย! ขอทงขอโทษอะไรกันคะ พวกเราไม่ได้รอนานซะหน่อย

ถึงวีวี่จะพูดให้คนผิดนัดรู้สึกดีอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ อิชยารู้ดีว่าเธอเป็นต้นเหตุทำให้ทุกคนทำงานล่าช้า แปดชั่วโมงผ่านไปการถ่ายทำก็สิ้นสุดลง ดีไซน์เนอร์สาวทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด แถมตบท้ายด้วยการช่วยทีมงานคิดไอเดียเจ๋งๆ อีกด้วย

วันนี้คุณไทม์คงเหนื่อยแย่เลยต้องขับรถกลับเองอีก เอาอย่างนี้ดีไหมคะ ไปกับรถบริษัทดีกว่า เดี๋ยววี่ให้ทีมงานขับรถคุณไทม์ไป

ไม่เป็นไรค่ะวี่ ไทม์ขับไหวค่ะ จะว่าไปมันก็ไม่ไกล แล้วก็ไม่เปลี่ยวอย่างที่วี่บอกซักหน่อย

เอ...ถ้าแบบนี้ไม่เปลี่ยวแล้วแบบไหนถึงจะเปลี่ยวคะเนี่ย

อิชยากับนักร้องดังยืนคุยยืนหัวเราะกันอีกสักพักหนึ่งก็แยกย้ายกันขึ้นรถของตน ในความรู้สึกของเธอมันไม่เปลี่ยวเลยสักนิด สถานที่แห่งนี้เป็นธรรมชาติที่สวยงาม มีบ้านพักไม่เก่าและไม่ใหม่มากเท่าไหร่ มันถูกสร้างจากไม้สัก...บ้านไม่ได้ร้างหากไม่มีคนอยู่เลยสักคน จะเปิดใช้ก็ต่อเมื่อมีคนมาติดต่อทำธุระกับสถานที่ตรงนี้ อิชยาเตรียมตัวจะออกเดินทางกลับบ้าน ยังไม่ทันที่จะสตาร์ทรถเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน

เบอร์แปลก

ปากอิ่มพึมพำกับตัวเองก่อนจะคิดทบทวนว่าจะรับดีหรือไม่ เธอเป็นคนระวังตัวเองเป็นอย่างดี ถ้าไม่รู้จักหรือไม่สนิทผู้หญิงคนนี้จะไม่รับเบอร์แปลก หากตอนนี้เธอเลือกที่จะรับ เพราะกลัวเป็นคนที่ให้ไออุ่นเมื่อเช้าโทรมา

อิชยาค่ะ

เสียงหวานจากปลายสายทำให้คนโทรหาตัวแข็งทื่อ เวทิศยืนตัวชาทำอะไรไม่ถูก จะอ้าปากพูดก็ไม่กล้า หากจะวางสายก็ทำไม่ได้ เสียงนี้ของเธอทำให้เขาทรมานทุรนทุราย ถ้าตอนนี้ทำได้เขาอยากจะเดินเข้าไปกอดเธอ

ทำอะไร!”

อลันวราปรี่เข้ามาหาก่อนจะกระชากโทรศัพท์ที่มือเวทิศมาไว้ที่ตนเอง และกดวางสายทันที

อ๋อ ที่หลอกทำดีกับฉันเพราะอย่างนี้นี่เอง

เออ แล้วจะทำไม

ทำไมงั้นเหรอ ทำอย่างงี้ไงล่ะ

ใบหน้าสวยหวานยิ้มเหี้ยมก่อนจะกดซ้ำเบอร์เดิมอีกหน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเวทิศติดต่อไปหาใคร เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง อิชยาหน้านิ่วคิ้วขมวด เมื่อกี้เสียงผู้หญิงที่ดังในสายทำให้เธอสงสัย

อิชยารึเปล่า

ทันทีที่กดรับสาย เสียงผู้หญิงที่โทรหาก็ถามชื่อคนรับทันที อิชยาตีหน้าสงสัยยิ่งนัก ฟังจากน้ำเสียงแล้วไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน

แล้วคุณโทรมาหาใครละคะ

อย่ามายอกย้อนกับฉันนะ หน็อยจะเสียผัว...

ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อโทรศัพท์ของอลันวราก็ถูกปาลงพื้นจนแตกกระจาย คนท้องตกใจสะดุ้งโหยง

หยุดทำอะไรบ้าๆ ได้แล้ว เธอคิดจะทำอะไรห๊า!”

ก็บอกอีนั่นให้รู้ไงคะ มันจะได้ตาสว่างสักที

อย่าเสือกแตะต้องผู้หญิงของฉัน อิชยาจะรู้เรื่องทุกอย่างจากปากฉันคนเดียวเท่านั้น คนอื่นไม่เกี่ยว

หยาบคายที่สุด! แกมันหน้าตัวเมีย

เออฉันมันหน้าตัวเมีย แล้วผู้หญิงอย่างเธอจะมายุ่งกับไอ้หน้าตัวเมียอย่างฉันทำไมวะ

พอหยุดได้แล้ว

เสียงชายชราร้องห้าม ทั้งสองที่กำลังถกเถียงกันเอาอย่างดุเดือดเลือดพล่านหันมามองด้วยความตกใจ อีกด้านหนึ่งอิชยาขับรถไปกดโทรออกหาเบอร์ที่โทรมาหาเธอก่อนหน้านี้ไป ถ้าไม่รู้ว่ามันเป็นใครมือนี้จะไม่มีวันหยุดกดเด็ดขาด ต่อให้ฝากข้อความเสียงหรือทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้ได้คุยกับปลายสายเธอก็ยอม

มันใครกันนะ มาพูดจาอย่างนี้กับฉันได้ยังไง

เพราะน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรบวกกับประโยคที่ออกแนวหาเรื่องทำให้หญิงสาวครุ่นคิดตลอดทาง มันต้องมีอะไรไม่ดีเป็นแน่ อิชยาขับรถไปกดโทรศัพท์ไปด้วยหัวใจที่ร้อนรน ทว่าไม่นานสิ่งที่แย่ยิ่งกว่านั้นกลับเกิดขึ้น

เฮ้ย! อะไรเนี่ย

รถคู่ขวัญเกิดอาการกระตุกอยู่สองสามหนก่อนจะดับลงท่ามกลางความมืดมนของซอยที่มาถ่ายทำเอ็มวี คนในรถหน้าซีดหยุดเรื่องโทรศัพท์ทิ้งไว้ก่อน

ตายแล้ว! มืดขนาดนี้ใครจะกล้าลงไปดูล่ะ

ใบหน้าสวยหวานมองไปรอบๆ รถก่อนจะทำท่าหวาดกลัว เธอเปลี่ยนใจขอถอนคำพูดที่เอ่ยไว้กับวีวี่เรื่องความเปลี่ยวของสถานที่ ตอนนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าละครผีในจอแก้วเสียอีก

ทำยังไงดีละเนี่ย โอ๊ย!”

อิชยาหน้าย่นกระวนกระวาย รถทีมงานคงไปไกลมากแล้ว จะไปตามให้กลับมาช่วยก็คงไม่เหมาะ วันนี้ที่เธอมาสายก็ทำให้ทุกคนเสียการเสียงานมากพอแล้ว มองซ้ายแลขวาก็มีแต่ทุ่งหญ้ากับความมืด ไฟตามซอยก็มีส่องทางอยู่ไม่กี่เสา หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดๆ ดูเบอร์ในลิสต์รายชื่อ ทว่ากดไปไม่เท่าไหร่คนหน้ายุ่งก็ยิ้มออกทันที

แล้วเราจะเซ็นสัญญากันเลยมั้ยครับ

 ที่บริษัทแห่งหนึ่งศราวินและลูกน้องคนสนิทอีกคนกำลังพูดคุยเจรจาธุรกิจกันอย่างเคร่งเครียด อีกฝ่ายเดินทางมาจากเยอรมัน หนุ่มใหญ่ลงทุนสร้างธุรกิจโรงแรมห้าดาวที่ประเทศไทย และเพราะได้ยินชื่อเสียงของบริษัทสร้างสระว่ายน้ำของศราวิน เขาจึงสนใจอยากร่วมงานด้วย

ผมอยากได้ข้อมูลมากกว่านี้ครับ คุณช่วยร่างให้ผมหน่อยได้รึเปล่า

ตกลงครับ ผมจะทำมาเสนอคุณอีกครั้ง

ศราวินตอบหนุ่มตาน้ำข้าวด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษขั้นเทพ ก่อนจะทำหน้าฉงนเล็กน้อยเพราะโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่น เมื่อควักออกมาดูว่าใครคือสายที่โทรเข้ามา คนคุยธุระอยู่ลุกขึ้นก่อนจะโค้งหัวเพื่อขออนุญาตทุกคนออกไปนอกห้อง

พี่นึกว่าตัวเองตาฝาด

คนรับสายยิ้มไม่หยุดก่อนจะเริ่มสนทนากับคนโทรเข้ามา อิชยายิ้มเล็กน้อยก่อนจะมองไปข้างๆ ด้วยอาการหวาดผวา

พี่บิ๊กช่วยไทม์ด้วย

อิชยาบอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้ศราวินรู้ ด้วยความเป็นห่วงเธอเขาจึงไม่รีรอที่จะไปหา ชายหนุ่มยอมเสียมารยาทขออนุญาตลูกค้าเพื่อออกไปหาอิชยา ยังดีที่มีลูกน้องมีความสามารถไปด้วย เขาจึงเบาใจที่จะฝากฝังทุกอย่างไว้แทน

เมื่อไหร่จะมานะ

คนในรถบ่นงึมงำ สี่สิบนาทีแล้วที่เธออยู่ในรถ มองไปรอบๆ ก็กลัวใครจะโผล่หน้ามาตรงกระจกเหลือเกิน ยิ่งคิดยิ่งหวาดหวั่น ความกลัวครอบคลุมจนเธอขนลุกเกรียว อิชยากดโทรออกหาศราวินอีกครั้ง หากครั้งนี้ทำให้คนโทรน้ำตาไหลพราก

หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...

เสียงฝากหมายเลขโทรกลับทำให้หญิงสาวจิตตกใจคอไม่ดี คนที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายสำหรับเธอดันปิดเครื่องหนีหน้าตาเฉย

ฮือๆ ไอ้บ้า! เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องเลย

หญิงสาวร้องไห้หน้าแดงก่ำ ดวงหน้างามฟุบลงไปกับพวงมาลัยรถก่อนจะปล่อยโฮด้วยความเสียใจ น้อยใจ มันพาลให้เธอนึกถึงเวทิศที่เห็นทุกอย่างสำคัญไปกว่าเธอ เวลาที่ต้องการหรือเรียกหา เวทิศไม่เคยมาเลยสักครั้ง รายนั้นเห็นงานและอย่างอื่นดีกว่าเสมอ...และพี่เขาก็คงไม่ต่างกัน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะกระจกรถจากฝั่งคนขับทำให้คนที่ฟุบหน้าลงไปร้องไห้หนักขึ้น ชินบัญชรร้อยจบคงไม่ทันแน่แล้ว ศราวินพยายามเพ่งสายตาไปยังคนในรถ หากทุกอย่างมันช่างลำบากเหลือเกินเพราะรถของอิชยาติดฟิล์มดำมาก

อิชยา! เปิดประตูให้พี่หน่อย

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมาจากพวงมาลัยรถก่อนจะหันไปยังต้นเสียง อิชยาเปิดประตูออกเร็วไวก่อนจะกระโดดลงไปโผกอดร่างสูงใหญ่ที่เป็นฮีโร่ของเธอ ศราวินซวนเซเล็กน้อยหากยังพอประคองตัวไหว เขากางมือสองข้างออกด้วยความตกใจแต่ก็ยิ้มไม่หุบ

ฮือๆ ไทม์นึกว่าพี่บิ๊กจะไม่มาแล้ว นึกว่าจะทิ้งไทม์

พูดเป็นเล่น ใครจะกล้าทิ้งเธอ

ก็พี่บิ๊กปิดเครื่องนี่คะ

จริงเหรอ? พี่ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่คุยกับเธอเสร็จพี่ก็ไม่ได้จับมันอีกเลย สงสัยแบตจะหมดมั้ง

ร่างน้อยไม่พูดอะไรอีกนอกจากซุกไซ้ใบหน้าไปกับแผงอกกว้าง ศราวินปลอบเธอด้วยการลูบเรือนผมสลวยเบาๆ

วันนี้รถไทม์งองแงค่ะ แต่มันไม่เคยเกเรเลยสักครั้ง

อิชยาผละจากอ้อมกอดอบอุ่นก่อนจะฟ้องเขา ศราวินไม่ตอบอะไรนอกจากเดินไปสำรวจรถของเธอ เมื่อไม่พบอะไรผิดปกติเขาจึงเดินมานั่งที่ฝั่งคนขับแล้วลองสตาร์ทดู หากยังไม่ทันบิดกุญแจศราวินก็ถึงกับบางอ้อเมื่อมองไปยัง...

อิชยามานี่หน่อย

ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ

หญิงสาววิ่งมาจากกระโปรงรถ เธอทำตาแป๋วใส่เขาก่อนจะส่งยิ้มหวานให้ ชายหนุ่มยิ้มส่ายหัวก่อนจะพูดว่า

พี่รู้แล้วว่าทำไมรถถึงสตาร์ทไม่ติด 

อิชยามองเขาด้วยความสงสัย นิ้วมือของศราวินชี้ไปที่เกน้ำมันรถที่ตก E จนสุด สายตาของเธอมองตามด้วยความอยากรู้ และเมื่อมองเห็นว่าสิ่งนั้นมันคืออะไรคนขับสาวยิ้มแห้งๆ อย่างหน้าเสียก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะออกมาพร้อมกัน


สนใจดาวน์โหลดนิยายได้ที่ https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMzYxMTg5IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiMTMxMjUiO30

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น