เหยื่อร้ายบงการรัก

ตอนที่ 8 : พูดไม่รู้เรื่อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    31 พ.ค. 62

                                      พูดไม่รู้เรื่อง

ช่วงเที่ยงของวันหญิงสาวนั่งทานข้าวอยู่กับผู้ที่เป็นบิดาตามลำพัง  โดยปราศจากสองแม่ลูกที่คอยกวนใจ

“ทำไมวันนี้อารมณ์ดีจังเลยล่ะ”  ประมุขของบ้านถามลูกสาวขณะที่มืออีกข้างก็ยกแก้วกาแฟดื่มขึ้นไปด้วย

ไม่ดีหรอคะแพทอุตส่าห์ไม่วีนไม่เหวี่ยง”  พูดแล้วก็ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มหลังจากที่ทานอาหารเที่ยงอิ่มแล้ว

แล้วนี่นังสองแม่ลูกนั่นหายไปไหนซะล่ะคะ”  ชะเง้อหาสองแม่ลูกมหาภัย

 “ออกไปทำธุระ”  ผู้เป็นพ่อบอก

ไปแล้วก็ไปลับอย่ากลับมาอีกนะคะ” พูดและเบะปาก และคำพูดของลูกสาวก็ทำให้ประมุขของบ้านต้องถอนหายใจออกมาด้วยความกลุ้มใจ

“แพท”  เสียงทุ้มเรียกชื่อของลูกสาวเสียงเครียด  ใบหน้าหวานหันมามองและต้องนิ่วหน้า

“แพทรู้ค่ะว่าคุณพ่อจะพูดว่าอะไร  แต่แพทก็ขอยืนยันคำเดิมนะคะว่าแพทเกลียดสองแม่ลูกนั่น

ให้โอกาสพวกเขาหน่อยสิลูก  ไหนๆก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว

ไม่ค่ะแพทเกลียดมัน” ยืนกรานเสียงแข็ง  และคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวเพื่อที่จะต่อสายหาเพื่อนสาว

“เดี๋ยวตอนเย็นแพทไปหาที่งานนะ” พูดกับปลายสายเสียงนุ่มต่างจากเมื่อสักครู่มาก  หญิงสาวลุกขึ้นยืนแต่ผู้ที่เป็นพ่อก็รีบห้ามเอาไว้

เดี๋ยวก่อนแพท”

“มีอะไรอีกคะ”

ทำไมถึงไม่เลือกคบเพื่อนที่ดีๆ ทำไมถึงไปคบกับเพื่อนแบบนั้น  ผู้ที่เป็นพ่อเตือนด้วยความหวังดี 

“ยัยอ้อนเป็นคนดีค่ะ  คุณพ่อดูยังไงว่ายัยอ้อนเป็นคนไม่ดีคะ”

“เพื่อนของแกแต่ละคน  พ่อไม่เห็นว่าจะมีใครดีสักคน”

“ใช่ค่ะ  ที่ผ่านมาแพทมีแต่เพื่อนที่ไม่ดีแต่กับอ้อนไม่ใช่ค่ะ” ปกป้องเพื่อนรักเต็มที่

“พ่อเตือนแกด้วยความหวังดีนะ”

“คุณพ่อไม่ต้องมาเตือนแพทหรอกค่ะ  เอาเวลาไปดูเมียใหม่ของคุณพ่อจะดีกว่านะคะ  เผื่อว่าตอนนี้มันอาจจะไปกกอยู่กับผู้ชายคนอื่นก็ได้” 

“เหลวไหลใหญ่แล้ว” ดุลูกสาวเสียงเข้ม

“แพทพูดเรื่องจริงค่ะ ดูสายตาแพรวพราวแบบนั้น”

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ  เรื่องเก่าพ่อยังไม่ได้สะสางกับเราเลยนะ” นึกถึงเรื่องที่ลูกเลี้ยงสาวถูกทำร้ายร่างกายเมื่อคืน  แล้วไหนจะเรื่องของลูกน้องหนุ่มที่ลูกสาวเอาน้ำไปฉีดใส่อีกล่ะ

“แพทไม่สนค่ะ”  

“ใครอยู่แถวนี้ไปเอากระเป๋ากับกุญแจรถให้ฉันหน่อย”  เปลี่ยนเป็นตะโกนให้สาวใช้ขึ้นไปเอากระเป๋าสะพายที่อยู่บนห้องมาให้ 

  ถ้าไม่มีอะไรแล้วแพทขอตัวนะคะ”    ร่างเพรียวระหงที่อยู่ในชุดเดรสสั้นเดินออกจากบ้านไป  โดยมีสายตาของผู้ที่เป็นพ่อมองตามด้วยความเป็นห่วง  ร่างสูงยืนกอดอกและมองรถคันหรูของลูกรักที่แล่นออกไปจากบ้านด้วยความไม่สบายใจ  (เห็นทีงานนี้เขาจะต้องจัดการอย่างจริงจังเสียแล้ว   ก่อนที่ลูกสาวจะถูกหลอกมากไปกว่านี้ ) คนตัวโตหมุนตัวและเดินขึ้นไปบนห้องทำงานพร้อมกับหาวิธีไปด้ว  เห็นที่เขาจะต้องพูดกับผู้หญิงคนนั้นด้วยตัวเองซะแล้ว                          

บริเวณด้านหน้าห้องพักของคอนโดหรู  ขณะนี้มีร่างสูงของผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนอยู่ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม  ร่างหนายืนครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจยกมือขึ้นและกดกริ่งที่อยู่ด้านหน้าห้อง   เสียงกริ่งที่ดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่อยู่ภายในห้องพักขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย  แต่แล้วหญิงสาวก็ยิ้มออกมาเมื่อคิดว่าคงจะเป็นเพื่อนสาวที่มาหาเธอ  ร่างเพรียวระหงที่อยู่ในชุดเดรสสั้นสีแดง   รีบเดินไปที่ประตูและรีบเปิดประตูออกด้วยความดีใจ

“แพท”  เรียกชื่อของเพื่อนสาวเสียงใส  แต่แล้วใบหน้าหวานก็ซีดเผือดราวกับกระดาษ   เมื่อเห็นร่างสูงของใครบางคนยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่  ใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายวัยกลางคนถูกอำพรางเอาไว้ด้วยแว่นตาสีดำยี่ห้อดัง  คนตัวโตมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า  และนั่นทำให้คนที่ถูกมองถึงกับหน้าซีดอีกรอบ  หญิงสาวพยายามคุมสติของตัวเองเอาไว้จนสุดความสามารถ

“สวัสดีค่ะคุณอา”  ยกมือขึ้นมาไหว้พ่อของเพื่อนรักด้วยความนอบน้อม  ร่างสูงมองหญิงสาวผ่านแว่นตาสีดำก่อนที่จะถอดแว่นตาออก  ดวงตาคู่คมมีแต่ความว่างเปล่าและดุดันอยู่ในตัวจนกลายเป็นน่าเกรงขาม

“ฉันเข้าไปได้ไหม”  ร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีเข้มคู่กับกางเกงยีนส์ถาม

“ได้ค่ะ” ตอบกลับเสียงเบา  ร่างบางหมุนตัวและเดินนำหน้าคนตัวโตเข้ามาที่ห้องรับแขก  สายตาคู่คมมองสำรวจห้องของหญิงสาวด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง

“เชิญค่ะ” เดินมาหยุดอยู่ที่โซฟาตัวยาว 

“ขอบใจ” ร่างทรงพลังนั่งลง  โดยที่สายตาก็มองไปยังร่างเล็กที่เดินหายเข้าไปในห้องครัว

“น้ำค่ะคุณอา”  วางแก้วน้ำเย็นลงตรงหน้าของร่างสูง  คนตัวโตปรายตามองหญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า 

 “นั่งลงสิ”

“ค่ะ”  หญิงสาวนั่งลงตรงข้ามกับร่างสูง  และทันทีที่หญิงสาวนั่งลงแล้ว  คนตัวโตก็พูดสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมาโดยไม่อ้อมค้อม

“เธอต้องการเงินเท่าไหร่”

“เงินค่าอะไรคะ” กลั้นใจถามทั้งที่พอจะตีความหมายได้

 “ แลกกับการออกไปจากชีวิตของยัยแพท” ตีค่าทุกอย่างเป็นเงิน  โดยไม่ได้สนใจเลยว่าหญิงสาวจะรู้สึกยังไง 

“คุณอาหมายถึงอะไรคะ”  ใบหน้าหวานเริ่มชาขึ้นทีละนิดคล้ายกับถูกตบด้วยฝ่ามือใหญ่  (ทำไม่จะต้องใช้เงินมาฟาดหัวของเธอด้วย)

100000 พอหรือเปล่า” วางเช็คเงินสดที่ระบุตัวเลขไว้ลงตรงหน้าของร่างเล็ก  หญิงสาวมองเช็คที่วางอยู่ตรงหน้าและเบือนหน้าหันไปมองทางอื่นด้วยความน้อยใจ

“หรือว่าไม่พอ  ฉันเพิ่มให้อีกก็ได้”

“คุณอาเก็บเงินของคุณอาเอาไว้เถอะค่ะ  เพราะว่าหนูไม่ต้องการ”  หันมาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด 
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง  เธอถึงจะเลิกยุ่งกับลูกสาวของฉัน”  จ้องหน้าหญิงสาวตาอย่างต้องการคำตอบ

“หนูกับแพทเป็นเพื่อนที่มีแต่ความหวังดีให้กันนะคะ  หนูไม่ได้ต้องการอย่างอื่น” เสียงหวานเริ่มสั่น

“หึ ” คนตัวโตแค่นหัวเราะอยู่ในลำคอราวกับเป็นเรื่องตลก

“ฉันไม่เคยเห็นเพื่อนของยัยแพทคนไหนจะดีเลยสักคน” ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาระคนเบื่อหน่าย

“หนูไม่เคยรบกวนเรื่องเงินกับแพทเลยนะคะ  และหนูก็หาเงินเองได้แล้วด้วย”

“แล้วเธอทำงานอะไรถึงได้อยู่คอนโดที่แพงขนาดนี้” ใครๆก็รู้ว่าคอนโดหรูแห่งนี้มูลค่าแพงขนาดไหน  ถ้าเป็นผู้หญิงธรรมดาจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“หนูทำงานเดินแบบค่ะแล้วก็กำลังจะรับงานโฆษณาด้วย” บอกถึงงานที่ทำ  เพราะงานพวกนี้ใครๆก็รู้ว่ารายได้เยอะอยู่แล้ว

“เดินแบบอย่างเดียว  หรือว่า” หยุดคำพูดไว้แค่นั้น

“หรือว่าอะไรคะ” คนที่ยังคาใจถามด้วยความอยากรู้

“ รับจ๊อบด้วย” เหมือนถูกสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจ ริมฝีปากอมชมพูคลี่ยิ้มด้วยความสมเพชตัวเอง  เธอดูเหมือนผู้หญิงแบบนั้นเหรอ

“รับจ๊อบอะไรคะ”  ถามเสียงแข็ง  ตามฝ่ามือนุ่มเริ่มชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ

“วงการนี้ใครๆเขาก็รู้กัน  ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้จะต้องแลกกับอะไรบ้าง”  ย้ำเสียงหนัก  ดวงตาคู่คมมองหญิงสาวไม่วางตา

“หนูไม่เคยทำแบบนั้นค่ะ” พูดเสียงแข็งด้วยความลืมตัว  และน้ำเสียงที่ห้วนขึ้น  ทำให้ร่างสูงมองหญิงสาวด้วยความไม่ค่อยจะพอใจมากนัก

“แต่ฉันไม่เชื่อ  แค่เสี่ยบางคนยื่นเงินให้แค่แบ๊งค์เดียวเสื้อผ้าก็หลุดหมดแล้ว”

“หยุดนะคะ  เลิกดูถูกหนูสักที”  จ้องหน้าพ่อของเพื่อนอย่างเอาเรื่อง  เธอทำงานอยู่ในวงการนี้ก็เจอคำพูดมาแล้วทุกรูปแบบ  แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะรู้สึกเจ็บที่หัวใจเท่ากับครั้งนี้มาก่อนเลย  เธอคิดว่าพ่อของเพื่อนจะรักและเอ็นดูเธอเหมือนกับลูกสาวคนหนึ่ง  แต่เธอก็คิดผิดเพราะถ้าไม่ใช่ลูกคนรวยด้วยกัน  ท่านก็คงจะไม่อยากนับญาติด้วย   แค่คิดถึงจุดนี้กระบอกตาก็เริ่มร้อนผ่าว  หญิงสาวพยายามบังคับน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาเพื่อประจานความอ่อนแอของตัวเอง

“ฉันคงจะเสนอให้เธอน้อยไป  จะเอาเท่าไหร่กรอกตัวเลขลงไปได้เลย” โยนเช็คที่ยังไม่ได้ระบุตัวเลขลงตรงหน้าของหญิงสาวอีกรอบ

“คนรวยก็เป็นแบบนี้อยากได้อะไรก็เอาเงินฟาดหัว  แล้วถ้าหนูอยากจะได้เงินสักหมื่นล้านคุณอาจะให้ได้หรือเปล่าคะ”  พูดและกระตุกยิ้มเป็นการเอาคืน  ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายแห่งชัยชนะ

“จะมากไปแล้วนะ  เธอเป็นใครถึงกล้ามาต่อรองกับฉัน”  ลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห

“ถ้าคุณอาให้เงินหมื่นล้านกับหนูได้  หนูก็จะเลิกยุ่งกับยัยแพทค่ะ”  พูดและแอบยิ้มอยู่ในใจ  ใครจะกล้าให้เงินหมื่นล้านกับเธอไม่มีหรอก (หญิงสาวคิดด้วยความสะใจ)

“อวดเก่ง  ฉันจะทำให้เธอเลิกยุ่งกับลูกสาวของฉันให้ได้  ลูกสาวของฉันจะต้องมีเพื่อนที่ดีกว่าเธอ” พูดเสียงดังฟังชัดและทุกคำพูดของคนตัวโตก็บั่นทอนจิตใจของหญิงสาวได้ดีเหลือเกิน  แต่หญิงสาวก็ยังฝืนยิ้มสู้เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเธอกำลังอ่อนแอ  ร่างบางเชิดหน้าอย่างอวดดีและตอบเสียงดังฟังชัด

“ค่ะ”

“ดื้อด้าน  พูดไม่รู้เรื่อง”  พูดต่อว่าหญิงสาวและเดินออกจากห้องไปตามด้วยเสียงประตูที่ถูกปิดลงอย่างแรง  ร่างบางมองไปทางประตูและปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาด้วยความเจ็บปวด  หญิงสาวเงยหน้าขึ้นและรีบเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของตัวเอง

“เธอจนเองนี่อ้อน  อยากเกิดมาจนทำไมล่ะ” พูดตัดพ้อตัวเอง  พร้อมกับยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตา  วันนี้เธอมีงานสำคัญเพราะฉะนั้นจะปล่อยให้หน้าของเธอโทรมไม่ได้  หญิงสาวลุกขึ้นยืนและสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกกำลังใจให้กับตัวเอง    ร่างบางผ่อนลมหายใจออกมาย่างช้าๆ  วันนี้เธอมีงานสำคัญที่จะต้องรับผิดชอบ  หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องเพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน



เหยื่อร้ายบงการรัก
จินดาพรรณ นารี
www.mebmarket.com
อย่าคิดที่จะทำร้ายคุณเดือนอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

19 ความคิดเห็น