เหยื่อร้ายบงการรัก

ตอนที่ 32 : หวั่นไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    9 ก.ค. 62

                                หวั่นไหว

อากาศยามเช้าของหมู่บ้านตามต่างจังหวัด  ที่เช้าๆอากาศค่อนข้างจะเย็นสบายและมีสายลมพัดผ่านตลอดทั้งวัน  หญิงสาวที่เคยเอาแต่ใจก็อยากพิสูจน์ตัวเองก็ตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่  เธออยากจะขอแก้ตัวกับสิ่งที่เคยทำผิดกับชายหนุ่มเอาไว้  โดยเฉพาะเรื่องที่เธอตั้งใจจะหลอกใช้เขาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแก้แค้นคู่อริสาว  แต่ในใจลึกๆเธอไม่เคยคิดที่จะทำแบบนั้นเลย ซึ่งความรู้สึกนี้เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  และยิ่งได้อยู่ใกล้ความรู้สึกที่ดีๆก็เกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย  หญิงสาวที่อยากลองทำกับข้าวก็รีบไปอาบน้ำและเข้าครัวตั้งแต่เช้า  เพื่อลงทำทำอาหารให้กับชายหนุ่มกิน  ร่างบางที่อยู่ในชุดผ้าซิ่นกำลังนั่งง่วนอยู่ที่หน้าเตาฟืน

“คุณทำอะไรของคุณ” ร่างสูงยืนกอดอกอยู่ที่ริมประตู  สายตาคู่คมมองไปที่หญิงสาวที่ตอนนี้ใบหวานมีคราบสีดำติดอยู่ที่แก้ม

“ฉันก็กำลังจะก่อไฟยังไงล่ะ” เริ่มหงุดหงิดเมื่อทำไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ  วันนี้เธอตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะลุกขึ้นมาทำอาหาร  แต่เธอก็ยังก่อไฟไม่ติดสักที 

“เขาทำกันแบบนั้นเหรอ” หรี่ตามองหญิงสาวที่นั่งหน้าบึ้งด้วยความขบขัน  หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้ร้ายจนเกินไป  ไม่เห็นจะเหมือนตอนที่อยู่ที่บ้านของเธอเลย  ผู้หญิงคนนั้นไม่เห็นจะมีอะไรดีเลยสักนิด  นอกจากความสวย

“ทำไมนายถึงไม่ใช้เตาแก๊สล่ะ  แบบนี้เมื่อไหร่จะได้กินข้าว”  บ่นไปตามนิสัยของคนใจร้อน  หญิงสาวโยนถ่านก้อนสีดำใส่ลงไปในเตาด้วยความหงุดหงิด

“มานี่ผมทำเอง  แถวนี้เขาไม่ใช้เตาแก๊สกันหรอกนะ” คนตัวโตนั่งลง  และจัดการก่อไฟด้วยความคล่องแคล่วเพียงไม่กี่นาทีไฟก็ลุกโชน  หญิงสาวมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งๆ

“คราวนี้จะทำอะไรกินกันดีล่ะ” หันมาถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ไข่ดาวไหมฉันพอทำได้นะ” โอ้อวดความสามารถของตัวเอง  คนตัวโตส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู

“เอาสิ  เผื่อผมด้วยนะ” ร่างสูงลุกขึ้นยืนและแอบยืนมองหญิงสาวอยู่เงียบๆ 

“จะยืนมองทำไม  ออกไปรอข้างนอกเลยนะ” ดันร่างสูงให้ออกไปจากพื้นที่ของเธอ

“ได้ๆ” ยอมทำตามแต่โดยดี   ร่างสูงเดินออกมาและหันไปมองที่ครัวอีกครั้ง  

“พี่ฌอห์ณจ๋า  พี่ฌอห์ณ” เสียงแหลมที่คุ้นหูดังขึ้น  ทำให้หญิงสาวที่กำลังจะยกจานข้าวออกมาถึงกับชะงักนิ่ง  แต่แล้วสายตาคมกริบก็หันไปเจอหญิงสาวเข้าพอดี 

“คุณแพท” เรียกหญิงสาวที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ตรงประตูของห้องครัว  หญิงสาวที่มาใหม่เกาะแขนล่ำๆของร่างสูงและส่งสายตาเยาะเย้ยให้กับอีกคน

“กับข้าวเสร็จแล้วเหรอ  ผมกำลังหิวอยู่พอดี” พูดกับหญิงสาวเสียงนุ่ม  ร่างบางค่อยๆเดินมาหาอย่างช้าๆ

“คิก  คิก นั่นอะไรเหรอจ๊ะพี่ฌอห์ณ  ดำไปหมดทั้งจานเลยนะจ๊ะ ” ชี้นิ้วและมองไปยังจานที่หญิงสาวอีกคนถืออยู่

“เอ่อ” ร่างสูงอึกอักและนึกสงสารหญิงสาวขึ้นมา  หญิงสาวอีกคนถึงกับน้ำตาคลอ  ร่างบางที่อยู่ชุดที่แสนจะธรรมดาเดินกระทืบเท้าเข้ามาหาชายหนุ่ม

“ฉันทำได้แค่นี้แหละ แต่นายไม่ต้องกินก็ได้ เดี๋ยวฉันกินเอง” วางจานข้าวลงบนโต๊ะไม้  ร่างบางนั่งลงและตักข้าวที่มีไข่ไหม้ๆเข้าไปในปาก 

 “คุณแพท” เรียกชื่อของหญิงสาวด้วยความตกใจ  ร่างสูงเอื้อมมือไปคว้าจานข้าวที่หญิงสาววางเอาไว้

“เอามานี่นะ” ลุกขึ้นแย่งจานข้าวกับร่างสูง

“ผมกำลังหิวอยู่พอดี”  คนตัวโตรีบตักข้าวเข้าปากและเคี้ยวตุ้ยๆ  หญิงสาวชำเลืองมองและเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง

“เอามานี่เลย” แย่งจานข้าวออกจากมือหนาแต่ชายหนุ่มก็ไม่ปล่อย

“พี่ฌอห์ณจ๊ะ  อย่ากินเลยนะเดี๋ยวก็ปวดท้อง  เดี๋ยวก็ท้องเสียกันพอดี”  ลูกสาวของผู้ใหญ่บ้านรีบห้ามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไร   เมื่อก่อนพี่เคยกินมากกว่านี้อีก” พูดติดตลก  แต่เขาก็เคยกินแบบนี้จริงๆ  ดวงตาคู่คมแอบชำเลืองมองหญิงสาวเป็นระยะ แต่หญิงสาวก็ยังไม่หายงอนเขาอยู่ดีทำไมผู้หญิงเวลาโกรธถึงโกรธนานแบบนี้   คนตัวโตเริ่มสับสนกับความคิดของตัวเอง  ร่างสูงยังตักข้าวเข้าปากและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย  ทำอย่างกับว่าไข่ดาวไหม้ๆนั้นอร่อยที่สุดในโลก  หญิงสาวกัดฟันและแอบชำเลืองมองร่างสูงเป็นระยะ  แต่พอลองตักกินบ้างเธอก็แทบอยากจะคายออก

“ไม่ต้องกินแล้ว  เดี๋ยวก็ตายพอดี” ลุกขึ้นและดึงจานข้าวออกจากมือหนา  หญิงสาวเดินหายเข้าไปในครัวและไม่ยอมออกมาอีก

“เจี๊ยบกลับไปก่อนนะ  ถ้าพี่ว่างพี่จะไปหาผู้ใหญ่เอง” บอกกับหญิงสาวที่เป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน  และที่เธอมาที่นี่ก็คงจะขอซื้อที่ดินของเขานั่นเอง

“ไม่ไปวันนี้เลยล่ะจ๊ะ” เขย่าแขนล่ำเบาๆ เธอไม่อยากปล่อยให้ชายหนุ่มอยู่กับผู้หญิงคนนั้นตามลำพัง

“กลับไปก่อน” น้ำเสียงเริ่มดังขึ้นตามระดับของอารมณ์

“ก็ได้จ้ะ” ใบหน้าหวานหงิกงอ  หญิงสาวคว้าเข้ากับปิ่นโตและเดินลงบันไดไปด้วยความไม่พอใจ  เวลาที่ชายหนุ่มโกรธจะไม่มีใครกล้าอยู่ใกล้เขาเลยสักคนรวมถึงเธอด้วย

“คุณแพท  คุณแพท”  เดินเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ในครัว  คนที่ถูกเรียกไม่ยอมหันหน้ามา

“ไปกินก๋วยเตี๋ยวกันไหม  เจ้านี่อร่อยนะ” ชวนหญิงสาวแต่อีกคนก็ไม่ยอมคุยด้วย

“หรือว่ามันกระจอกเกินไป  คุณก็เลยกินไม่เป็น” เริ่มตีรวนหญิงสาวและก็ได้ผล  เมื่อร่างบางหันหน้ามา

“อย่ามายุ่งกับฉัน  นายอยากจะไปไหนก็ไป”

“ถ้าไม่ไปผมก็จะนอนกลางวันนะ” น้ำเสียงเริ่มเจ้าเล่ห์จนอีกคนต้องมองตาขวาง

“ฉวยโอกาสอยู่เรื่อย” บ่นอุบเมื่อรู้ถึงความหมายที่ชายหนุ่มพูด

“ก็ใครใช้ให้คุณยั่วผมล่ะ” คำว่าสวยถูกเก็บไว้ในใจ  เขาต้องการร่างกายของเธอทุกวัน  และไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับหญิงสาวอีก  เพราะว่าเธอคือสมบัติของเขา  คนตัวโตคิดในใจ

“แค่นั้น”  ถามเพราะอยากได้ยินมากกว่านี้  ความสัมพันธ์ที่ผ่านมามีความหมายกับชายหนุ่มบ้างหรือเปล่า

“แค่นั้น”  เดินเข้าหาร่างบาง  ร่างสูงย่อตัวลงและตวัดร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขน  เท้าหนักๆก้าวไปยังเตียงกว้างเพื่อบรรเลงเพลงรักเหมือนทุกวัน

ตึกสูงเฉียดฟ้า  ร่างหนาของผู้ชายวัยกลางคนนั่งมองโทรศัพท์มือถืออย่างชั่งใจ

“เป็นยังไงบ้าง” บ่นพึมพำกับตัวเอง  มือหนาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาและกำลังจะต่อสายหาใครบางคนแต่ก็เลือกที่จะวางลงตามเดิม  ทำไมเขาจะต้องเป็นห่วงผู้หญิงคนนั้นด้วย  คนตัวโตเริ่มสับสนกับความคิดของตัวเอง  ร่างสูงนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้และนั่งหลับตานิ่งอย่างต้องการใช้ความคิด    คนที่ตกอยู่ในภวังค์ก็ต้องลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์  มือหนารีบคว้ามาดูแต่ก็ต้องผิดหวัง  เมื่อเห็นเบอร์ของคนที่โทรเข้ามา

“ว่ายังไงคุณพร” ถามภรรยาที่โทรเข้ามา

“ทำไมคุณไปต่างจังหวัดบ่อยจัง” ถามด้วยความสงสัย  เมื่อภรรยาไม่ค่อยจะอยู่บ้านสักเท่าไหร่ 

“ดูแลตัวเองดีๆก็แล้วกัน”  วางสายและขมวดคิ้วเข้าหากัน

ภรรยาบอกว่าจะไปกว้านซื้อที่เพื่อเอาไว้เกณฑ์กำไรซึ่งเขาก็ไม่ได้คิดอะไร  แต่ช่วงหลังๆมานี้ภรรยาไปต่างจังหวัดบ่อยผิดปกติ  ส่วนลูกเลี้ยงสาวก็เอาแต่ออกงานสังคม   และไหนจะลูกสาวที่หายตัวไปอย่างลึกลับนั่นอีก  คนตัวโตยกมือขึ้นมากุมขมับด้วยความเครียด  ร่างสูงลุกขึ้นยืนและเดินไปหยุดอยู่ที่กระจกบานใหญ่  ห้องทำงานที่อยู่บนตึกสูงโดยมีกระจกบานใหญ่ล้อมรอบเอาไว้  ร่างสูงยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงและมองออกไปด้วยสายตาที่เหม่อลอย  คนตัวโตถอนหายใจออกมาด้วยความกลุ้มใจ

“แพทหนูหายไปไหนลูก  พ่อจะขาดใจตายอยู่แล้วนะ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง  แต่แล้วร่างสูงก็ต้องหันไปมองเมื่อเสียงของโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง

“ฮัลโหล” กรอกเสียงไปตามสาย

“คุณพ่อ”

“แพท  แพทเหรอลูก  ตอนนี้หนูอยู่ที่ไหน” ถามด้วยความดีใจ  เพียงแค่ได้ยินเสียงของลูกสาว

“แพทสบายดีค่ะ   ถ้าแพทสบายใจแล้วแพทจะกลับไปนะคะ   คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงแพทนะคะ  แพทขอเที่ยวอีกสักพักแล้วแพทจะกลับบ้านนะคะ  แพทรักคุณพ่อนะคะ” ปลายสายพูดเสียงรัว  และสายก็ถูกตัดไป

“แพท ลูก  แพท” สายถูกตัดไป  ร่างสูงมองโทรศัพท์และยิ้มออกมาด้วยความดีใจ  เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่าลูกสาวของเขาปลอดภัยดี  คนตัวโตถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ

ร่างสูงรีบเดินออกจากห้องทำงานไป  เมื่อคิดว่าจะต้องไปบอกข่าวดีนี้กับใครบางคน

ด้านของนางแบบสาวก็ยังถูกคุกคามไม่เลิก  หลังจากที่ช่วงเช้าเธอได้ไปถ่ายละครและเตรียมตัวที่จะปิดกล้องในอีกไม่กี่วันข้างหน้า  แต่แล้วผู้กำกับก็สั่งให้เปลี่ยนตัวของนางเอกแบบกะทันหัน  และนั่นก็ทำให้เธอรู้ว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้  ร่างเพรียวระหงที่อยู่ในชุดเดรสเปิดไหล่เดินเข้ามาในห้องรับแขกของบ้านหลังหนึ่ง

“มาแล้วเหรอ” ผู้หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ภายในห้องรับแขกถามเสียงเย็น  ผู้หญิงวัยกลางคนลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาหาหลานสาว

“คุณน้าทำแบบนี้ทำไมคะ”  ถามออกมาด้วยความผิดหวัง

“ถ้าไม่อยากให้ฉันทำ  แกก็เลิกยุ่งกับผัวของฉันสักทีสิ”  จ้องหลานสาวตาขวาง  และนั่นก็ทำให้นางแบบสาวถึงกับหมดความอดทน

“อ้อนบอกหลายครั้งแล้ว  แต่คุณน้าก็ไม่เคยเชื่ออ้อนเลย” พูดออกมาด้วยความเหนื่อยใจ

“ก็แกมันโกหก” แหวใส่หลานสาวเสียงดังลั่น  เธอมั่นใจว่าหลานสาวไปอ่อยสามีของเธอก่อน  เพราะด้วยความหลงใหลทำให้เชื่อแต่คำพูดของสามีแค่คนเดียว

“น้าชัยเขาไม่ได้รักคุณน้าจริงๆหรอกค่ะ  ถ้าไม่อย่างนั้นน้าชัยก็คงจะไม่มาหาอ้อน” เริ่มเอาคืนน้าสาวของตัวเองในเมื่อเขาทำกับเธอเกินไป  ความเป็นน้าหลานก็คงจะขาดกันตั้งแต่วันนี้

“นังอ้อน  นังหลานเนรคุณ”

“อ้อนขอจบความเป็นน้าหลานกันตั้งแต่วันนี้  ต่อไปเราอย่าได้เจอกันอีก” ตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างเธอและน้าสาว

“ฉันก็ไม่ได้อยากนับญาติกับแกนักหรอกนะ  ที่ฉันทำดีกับแกเพราะว่าฉันมีแผนต่างหากล่ะ” เธอกลัวว่านักข่าวจะขุดคุ้ยประวัติของเธอ  และอาจจะทำให้เธอหลุดออกจากตำแหน่งของสมาคมก็ได้

“ก็ดีค่ะอ้อนจะได้รู้ไว้  และถ้าอ้อนทำอะไรไปก็จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิด”  รู้สึกจุกที่หน้าอกเมื่อได้รู้ความจริง

“แกจะทำอะไรฉันได้” กัดฟันถามหลานสาว

“หวงมากนักใช่ไหมคะสามีคนนี้” พูดเสียงเย็นจนคนฟังขนลุก

“อะไรของแก” มองหลานสาวตาเขียวด้วยความสงสัย

“อุ๊ย  สามีของคุณน้าโทรเข้ามาพอดีเลยค่ะ” หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอวด  ริมฝีปากแดงสดคลี่ยิ้มอย่างเป็นต่อ

“นังอ้อน” กำหมัดจนตัวสั่น

“เมื่อก่อนอ้อนไม่อยากได้  แต่ตอนนี้อ้อนอยากได้แล้วค่ะ” ยิ้มเยาะและกดรับสายเสียงหวาน

“ได้ค่ะ อ้อนจะรอนะคะ” วางสายและยิ้มออกมาด้วยความสะใจ

“แก  แก” ผู้หญิงวัยกลางคนเต้นผางด้วยความเดือดดาล

“ไปก่อนนะคะ  สามีของคุณน้ารออ้อนอยู่” โบกมือและส่งยิ้มยั่วอย่างอารมณ์ดี  ร่างบางเดินไปยังรถของตัวเองที่จอดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่  หญิงสาวเข้าไปนั่งในรถและมองกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง

“คุณน้าทำอ้อนก่อนนะคะ” พูดเสียงสั่น  เธอไม่ได้อยากทำแบบนี้เลย  แต่น้าสาวก็มากลั่นแกล้งทำให้เธอตกงานก่อน  ทำให้เธอเลือกที่จะเอาคืนบ้าง  หญิงสาวขับรถออกไปโดยไม่รู้เลยว่าการเอาคืนของเธอจะทำให้ตัวเธอเองต้องเดือดร้อน



ช่วงนี้มาอัพช้าหน่อยนะคะ  กำลังรีไรท์  วิวาห์กาฝากอยู่ค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #15 Kanpit2017 (@Kanpit2017) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 14:56

    รอรอรอรอรอๆๆๆๆรีบมาน่า
    #15
    0