เหยื่อร้ายบงการรัก

ตอนที่ 2 : ผีเน่ากับโลงผุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 535
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    19 มี.ค. 62

                              ผีเน่ากับโลงผุ

ภายในห้องรับแขกที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หนังราคาแพง  ร่างบางที่ถูกบิดาดึงเข้ามาในบ้าน  ก็สะบัดมือของตัวเองออกจากฝ่ามือหนาของผู้ที่เป็นพ่อ   หญิงสาวเชิดหน้าหนีอย่างเอาแต่ใจ

“นั่งลง” ประมุขของบ้านสั่งลูกสาวเสียงเข้ม  ถึงจะรู้ดีว่าลูกสาวจะไม่ยอมทำตามก็ตาม  และก็เป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้ไม่มีผิดเมื่อลูกสาวยืนกอดอกและหันหลังให้เขา   ร่างสูงของผู้ชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาด้วยความกลุ้มใจ

“แพท”  เรียกชื่อของลูกสาวเสียงเข้มขึ้น  และก็ได้ผลเมื่อลูกสาวยอมหันหน้ามา

“คุณพ่อจะต้องไล่สองแม่ลูกนั่นให้ออกไปจากบ้านของเรานะคะ”  ใบหน้าสวยใสหันมาสั่งบิดาอย่างที่คนที่เป็นลูกไม่สมควรทำ

“มีเหตุผลหน่อยสิลูก  แล้วก็ฟังพ่อก่อน”

“ไม่ค่ะ  เรื่องนี้คุณพ่อเป็นคนผิดนะคะ  ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับแพทแล้วก็คุณแม่”  เอามารดาที่เสียชีวิตไปแล้วขึ้นมาอ้าง 

“พ่อก็แค่ต้องการเพื่อนคุย  พ่อแก่แล้วนะแพท”  ผ่อนลมหายใจออกมา  ในบั้นปลายของชีวิตเขาก็แค่อยากมีใครสักคน  ไว้คอยอยู่เป็นเพื่อนและพูดคุยได้บ้างก็เท่านั้น

“คุณพ่อผิดสัญญา  แพทไปเรียนต่อแค่ไม่กี่เดือนเองนะคะ” พูดเสียงสั่น  ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยน้ำใสๆ  ริมฝีปากบางเม้มหากันจนเป็นเส้นตรง

“แพทใจเย็นๆก่อนนะ”  คนที่เห็นว่าท่าจะไม่ดีรีบเดินไปกอดเพื่อนรัก  ผู้ชายวัยกลางคนมองหญิงสาวที่เป็นเพื่อนของลูกสาวและขมวดคิ้วเข้าหากัน  (เด็กคนนี้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่  เขาก็ไม่ทันสังเกต)  ผ่านไปไม่กี่นาที  หญิงสาวก็ทำให้เพื่อนรักนิ่งได้  หญิงสาวหันหน้ามา  และก็พบเข้ากับสายตาคู่คมที่มองเธออยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ”  คนที่ถูกมองรีบยกมือขึ้นมาไหว้  ร่างบางรู้สึกร้อนวูบวาบตามตัวแปลกๆ  เมื่อสบสายตากับดวงตาคู่คม

“เธอเป็นใคร” มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า  เด็กสาวที่มีรูปร่างหุ่นนางแบบ  ใบหน้าหวานจิ้มลิ้มชวนมอง  ริมฝีปากเรียวรับกับจมูกเชิดรั้นได้อย่างลงตัว   แต่การแต่งตัวของเธอดูว่าจะขัดสายตายังไงก็ไม่รู้

“หนูเป็นเพื่อนกับแพทค่ะ” ตอบอย่างไม่ค่อยจะเต็มเสียงมากนัก

“คุณพ่อไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยค่ะ  นี่ยัยอ้อนเป็นเพื่อนของแพทเองค่ะ  และก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดและก็รักแพทมากที่สุดด้วยค่ะ”  คนที่ยังโกรธอยู่พูดเสียงห้วน  ใบหน้างามแดงก่ำ

“มีเหตุผลหน่อยสิลูก  แพทยังไม่รู้จักคุณพรเขาเลยนะ”  พยายามที่จะโน้มน้าวลูกสาวให้คล้อยตามตัวเอง  เขาเชื่อว่าถ้าลูกสาวรู้จักกับภรรยาใหม่ของเขาดีพอทั้งคู่ก็จะรักกันได้

“แพทไม่อยากรู้จักค่ะ  และแพทจะไม่ยอมให้ใครมาแทนที่ของคุณแม่ทั้งนั้น  และแพทก็จะทำทุกทางให้นังปลิงสองแม่ลูกนั่น  มันกระเด็นออกไปจากบ้านของเราด้วย” หยดน้ำตารินไหลลงมาอาบแก้มด้วยความน้อยใจในตัวของผู้ที่เป็นพ่อ  (ไม่ทันไรก็เข้าข้างผู้หญิงคนนั้นแล้ว  และต่อไปเธอจะไม่ต้องโดนสองแม่ลูกนั่นข่มเอาเหรอ)  แค่คิดฝ่ามือนุ่มก็กำหมัดแน่นจนตัวสั่นเทิ้ม 

“ไปกันใหญ่แล้วลูก” เริ่มเหนื่อยกับความดื้อดึงของลูกสาว  และยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร  เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น

“คุณหนู” เสียงของผู้หญิงวัยชราดังขึ้น 

“นม” คนที่ยืนร้องไห้อยู่รีบวิ่งไปสวมกอดผู้หญิงวัยชราเพื่อต้องการหาที่พึ่ง  ใบหน้าหวานซบลงที่ไหล่บางแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น

“โอ๋  คุณหนูของนม  ไม่ร้องนะคะ  ไม่ร้อง” ฝ่ามือที่เหี่ยวย่นลูบเข้าที่แผ่นหลังนุ่มเพื่อปลอบประโลม   แต่ยิ่งปลอบหญิงสาวที่ถูกปลอบก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น   ประมุขของบ้านมองลูกสาวและคนเก่าแก่ด้วยความลำบากใจ 

“นมคะ  ฮือ  คุณพ่อผิดสัญญา”  ร้องไห้ออกมาด้วยความน้อยใจ

“ใจเย็นๆก่อนนะคะคนดี  คืนนี้คุณหนูขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะคะ  เพิ่งเดินทางกลับมาเหนื่อยๆใช่ไหมคะ” นิ้วเล็กเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้านวล  หญิงสาวพยักหน้าและไม่ดื้อดึง

“เดี๋ยวนมจะให้เด็กจัดโต๊ะนะคะ”

“ค่ะ  แพทกับเพื่อนกำลังหิวอยู่พอดีเลยค่ะ  แต่คนแถวนี้ไม่ได้สนใจลูกของตัวเองเลย  สนใจแต่ลูกของคนอื่น”  พูดและชำเลืองไปยังบิดา  ร่างสูงมองลูกสาวและเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ

“สวัสดีค่ะนม” นางแบบสาวยกมือขึ้นมาไหว้อย่างนอนน้อม

“นี่หรือคะคุณหนูอ้อนที่คุณหนูเล่าให้นมฟัง” มองหญิงสาวทั้งสองคนด้วยสายตาที่ชื่นชม 

“ใช่ค่ะนม  นี่ยัยอ้อนค่ะ”

“สวยจังเลยนะคะ  หน้าตาก็หวานสวยเชียว” แม่นมเก่าแก่พูดออกมาจากใจจริง  ประมุขของบ้านมองหญิงสาวที่ถูกชมด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง  เขาไม่เห็นว่าหญิงสาวจะน่ารักตรงไหนเลย  ดูจะแก่แดดเสียด้วยซ้ำ

“เราไปทานข้าวกันดีกว่านะคะ  จะได้ขึ้นไปพักผ่อนกัน” หญิงสาวทั้งสองคนโผเข้าไปประคองผู้หญิงวัยชรา  และเดินไปยังโต๊ะอาหารตัวยาว  โดยมีสายตาคู่คมมองตามอย่างไม่คลาดสายตา  ร่างสูงยืนเท้าสะเอวและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  เมื่อคิดถึงเรื่องวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น

ภายในห้องนอนขนาดใหญ่  ที่มีหญิงสาวสองแม่ลูกนั่งอยู่ด้วยกัน

“ทำไมคุณอาถึงยังไม่ยอมขึ้นมาหาคุณแม่อีกคะ”  หญิงสาวนั่งอยู่ที่ปลายเตียงถามผู้ที่เป็นแม่  ขณะที่ฝ่ามือนุ่มก็เช็ดผมของตัวเองด้วยโมโห

“นั่นน่ะสิ  หรือว่านังแพทมันจะไม่ยอมให้คุณชัชขึ้นมา”

“ดูว่าคุณอาจะรักนังแพทมากนะคะ”

“แม่จะไม่ยอมง่ายๆหรอกนะ  แม่อุตส่าห์ได้มาอยู่ที่นี่แล้ว”  แล้วเรื่องอะไรเธอจะยอมไปตกระกำลำบากอีก

“แล้วแม่จะทำยังไงต่อไปคะ  ดูท่าทางแล้วคุณแพทคงจะไม่ยอมรามือจากเราง่ายๆแน่”  นึกถึงหญิงสาวที่มาอาละวาดจนงานวันเกิดของเธอพังพินาศ  แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ถูกทำโทษอะไรเลยสักอย่าง  ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะเป็นคนสำคัญของบ้านหลังนี้   หญิงสาวคิดด้วยความกังวล    ร่างบางที่อยู่ในชุดนอนวาบหวิวเดินไปหยุดอยู่ที่ริมหน้าต่าง  นิ้วเรียวเปิดผ้าม่านแยกออกเพียงเล็กน้อย  ริมฝีปากรูปกระจับคลี่ยิ้มออกมา  เมื่อเห็นร่างสูงของใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่สนามหญ้า

“เดือน  แกหยุดความคิดของแกเอาไว้ตรงนั้นเลยนะ  จำเอาไว้ว่าไอ้ฌอห์นมันเป็นแค่คนสวน” พรเพ็ญหันไปทางลูกสาวและต้องกัดฟันกรอด  เมื่อเห็นว่าลูกสาวแอบมองคนสวนที่แสนจะกระจอกด้วยสายตาที่หวานเชื่อม

“แต่ว่าพี่ฌอห์นเป็นคนดีนะคะ”  พูดพึมพำเสียงเบา

“แต่ว่ามันจน”  ตวาดลูกสาวเสียงลั่นด้วยความโมโห  ฝ่ามือนุ่มกระชากผ้าม่านสีทึบให้ปิดลงด้วยความไม่พอใจ

ทางด้านของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน  ก็กำลังจะหมุนตัว  เพื่อที่จะเดินกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง  แต่แล้วเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นมาทำให้ร่างสูงต้องหยุดนิ่ง

“ขึ้นไปโอ๋กันสิ  นั่นไงประตู”  พูดและเบะปากใส่ชายหนุ่ม

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” คนที่ถูกต่อว่าถึงจะไม่พอใจ  แต่ก็พยายามที่จะระงับอารมณ์โกรธของตัวเองเอาไว้จนสุดความสามารถ  เพราะรู้ดีว่าตัวเองเป็นแค่คนสวน

“ทำเป็นฟังไม่ได้” ว่ากระทบชายหนุ่มที่กำลังจะเดินหนีเธอ  อย่างที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนกล้าทำมาก่อน  เพราะผู้ชายแต่ละคนเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเธอทั้งนั้น  และผู้ชายคนนี้เป็นใครถึงกล้าเดินหนีเธอ  คนที่ไม่เคยถูกหยามเดินมาขวางหน้าของร่างสูงเพื่อประกาศชัยชนะ  ร่างสูงยืนขบกรามแน่นเมื่อถูกขวางไม่ให้เดินต่อ

“ฉันว่านายกับนังเดือนก็ดูเหมาะสมกันดีนะ  ผีเน่ากับโลงผุ” ส่งยิ้มเย้ยหยันใส่ชายหนุ่ม 

“คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะมาพูดดูถูกคนอื่น” ตำหนิหญิงสาวเสียงเข้ม  เมื่อหญิงสาวพูดจาพาดพิงถึงผู้หญิงที่เขารัก 

“ฉันจะพูดแล้วนายจะทำไม  ถ้านายไม่อยากให้ฉันพูดนายก็ลาออกไปสิ” เบะปากใส่และมองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ดูถูกอย่างเปิดเผย

“คนที่จะไล่ผมออกได้  มีแค่คุณท่านคนเดียวเท่านั้น” พูดถึงประมุขของบ้าน

“เดี๋ยวนายได้ออกแน่  เพราะฉันจะเป็นคนเขี่ยนายกับเมียของนายให้ออกไปจากที่นี่เอง”  พูดจบ  ร่างบางก็เดินเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดี  โดยมีสายตาคู่คมมองตามด้วยความไม่พอใจ  มือหนากำหมัดแน่นและพยายามระงับอารมณ์โกรธเต็มที่  ถ้าเป็นผู้ชายด้วยกันเขาคงจะซัดสลบคาตีนไปแล้ว  แต่นี่เป็นผู้หญิงและยังเป็นลูกของผู้ที่มีพระคุณอีกต่างหาก  คนที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากสะกดคำว่าอดทน  ก็เลือกที่จะเดินกลับเข้าไปที่ห้องพักของตัวเอง

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

19 ความคิดเห็น