เหยื่อร้ายบงการรัก

ตอนที่ 1 : นางมารร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    18 มี.ค. 62

                            นางมารร้าย

  สนามบินนานาชาติที่เต็มไปด้วยผู้คนคับคั่ง  ขณะนี้ได้มีหญิงสาวสวยสองคน  กำลังเดินลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตเดินมา  ทั้งคู่เดินมายังหน้าอาคารของผู้โดยสารขาออก   แพท  หญิงสาวสวยวัย 20 ปี  หญิงสาววัยสะพรั่งที่ไม่ว่าจะมองทางไหนก็ดูสวยสะดุดตาไปเสียหมด  หญิงสาวรูปร่างเพรียวระหงอยู่ในชุดแซกสั้นที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตราคาแพง  เท้าเรียวอยู่ในรองเท้าบูททรงสูง  ใบหน้าหวานถูกอำพรางเอาไว้ด้วยแว่นตาสีชายี่ห้อดัง  ผมนุ่มสลวยถูกปล่อยให้สยายไปทั่วแผ่นหลังบอบบาง  ดูมีเสน่ห์และน่าค้นหาเป็นอย่างมาก

ส่วนหญิงสาวอีกคนคือ  อ้อน  หญิงสาวในวัยเดียวกัน  ร่างบางของหญิงสาวอยู่ในชุดแซกสั้นและสวมทับด้วยเสื้อโค้ทตัวยาว  ผมยาวสวยถูกรวบเอาไว้เผยให้เห็นลำคอระหงน่าสัมผัส  ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกันและเจอกันด้วยความบังเอิญในวันที่ทั้งคู่ได้เดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ   และที่น่าบังเอิญมากกว่านั้นก็คือทั้งคู่ขึ้นเครื่องบินลำเดียวกันนั่งคู่กันและยังเรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกันอีกด้วย  และนั่นทำให้คนที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันได้กลายเป็นเพื่อนรักกันในที่สุด

“แพทจะไปนอนค้างที่คอนโดกับอ้อนหรือเปล่า” ใบหน้าสวย

หวานปนเซ็กซี่หันมาถามเพื่อนสาวที่ยืนกอดอกหน้าบึ้งอยู่ข้างๆ

“ไม่ล่ะ  แทพจะกลับบ้านเลย  จะไปดูหน้าคนผิดสัญญา”  พูดถึงบิดาที่ส่งเธอไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้แค่ไม่กี่เดือน  แต่ไม่ทันไรก็ไปคว้าเมียไม่เสียแล้ว  ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าจะไม่ยอมมีเมียใหม่เด็ดขาด   และท่านบอกว่าจะไม่ยอมหาแม่เลี้ยงมาให้เธอ แต่ทำไมท่านถึงผิดสัญญากับเธอได้  (หญิงสาวคิดด้วยความขุ่นเคือง)

“ให้อ้อนไปเป็นเพื่อนหรือเปล่า”  ถามเพื่อนสาวที่ดูว่าจะอารมณ์เสียมากขึ้นกว่าเดิม   เพราะตั้งแต่ลงมาจากเครื่องเพื่อนรักยังไม่ยิ้มเลยแล้วแบบนี้จะไม่ให้เธอเป็นห่วงได้ยังไง  ร่างบางถอนหายใจด้วยความกลุ้มใจ  เธอและแพทสนิทกันมากมีอะไรก็จะปรึกษาและคอยช่วยเหลือกันตลอด  และการที่เธอต้องกลับมาในวันนี้ก็เพื่อที่จะมาเอาคืนน้าเขยของเธอด้วยเหมือนกัน   เพราะเมื่อครั้งที่เธออยู่บ้านหลังใหญ่กับน้าสาว  น้าเขยก็พยายามที่จะลวนลามเธอตลอด  แต่พอน้าสาวของเธอจับได้แทนที่น้าสาวจะเข้าข้างเธอแต่ที่ไหนได้  เธอกลับถูกตบตีและทำร้ายร่างกายสารพัด  เธอจึงเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและหางานทำไปด้วย   แต่แทนที่น้าเขยจะเลิกยุ่งกับเธอยังส่งคนไปคอยก่อกวนและรังควานเธออยู่เสมอ  แล้วแบบนี้จะให้เธอทนได้ยังไง   นางแบบสาวคิดด้วยความโมโหและการกลับมาของเธอครั้งนี้ก็เพื่อจะเอาคืนให้สาสม

“อ้อน”  อีกคนหันมามองหน้าเพื่อนรัก

“แพทมีอะไรเหรอ”

“คืนนี้อ้อนไปนอนที่บ้านของแพทนะ  ไปดูหน้าคนหน้าด้านด้วยกัน”

“จะดีเหรอ”  ทำท่าครุ่นคิดพอเป็นพิธี  เพราะถึงไม่ชวนเธอก็จะขอไปด้วยอยู่แล้ว

“ดีสิ  เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ  อ้อนจะทิ้งเราได้ลงคอเลยหรือไง  ถ้าเกิดว่าพวกมันมารุมฆ่าแพทจะทำยังไงล่ะ ” ฝ่ามือเล็กคล้องเข้าที่แขนของเพื่อนสาว  และพูดออกมาอย่างออดอ้อนพร้อมกับแม่น้ำทั้งห้าสายมาเกลี่ยกล่อมเพื่อนรัก

“ไม่ต้องมาทำเสียงหวานเลย  อ้อนไปด้วยก็ได้”  กลั้นยิ้มจนสุด

ความสามารถและอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

“เรารักอ้อนที่สุดในโลกเลย”  พูดเสียงใสด้วยความตื้นตันใจ  ศีรษะได้รูปซบลงที่ไหล่ของเพื่อนรัก

“อ้อนก็รักแพทที่สุดเหมือนกัน” ทั้งคู่ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

“ไปกันเถอะ”  และทั้งคู่ก็เดินไปยังที่จอดรถของสนามบิน  และการเดินทางกลับมาโดยไม่มีใครรู้ว่าเธอเดินทางกลับมา

คฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์ฝรั่งเศส  ซึ่งเป็นบ้านของนักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัยกลางคน  ผู้ชายที่ยังคงความหล่อเหลาและเพียบพร้อมจนมีผู้หญิงเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังไม่ขาดสาย  หนุ่มใหญ่ที่ใช้ชีวิตโสดและไม่คิดที่จะจริงจังกับใคร   แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อ เขาได้พบกับแม่หม้ายพราวเสน่ห์ที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน  และตกลงใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างเรียบง่าย   โดยที่อีกฝ่ายไม่เรียกร้องอะไรให้เขาต้องรำคาญใจเลยแม้แต่นิดเดียว

พรเพ็ญเป็นแม่หม้ายพราวเสน่ห์และมีลูกติดมาด้วยหนึ่งคน คือ เดือน  หญิงสาววัย 20ปี  หญิงสาวที่มีรูปร่างบอบบาง  หน้าตาสะสวยและน่าทะนุถนอมในสายตาของใครๆ  และยังเป็นเจ้าของวันเกิดในค่ำคืนนี้อีกด้วย  บริเวณริมสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านข้างของคฤหาสน์หลังใหญ่  กำลังมีงานเลี้ยงสังสรรค์และจัดปาร์ตี้วันเกิด  ให้กับหญิงสาวคนหนึ่ง  เสียงเพลงจังหวะมันๆถูกเปิดพร้อมกับเสียงกรี๊ดกร๊าดของแขกที่มาร่วมงาน  คนที่มาร่วมงานต่างก็สนุกสนานกันอย่างเต็มที่โดยไม่รู้เลยว่าหายนะกำลังจะมาถึง

“สนุกกันไปก่อนเถอะ”  พูดเสียงเครียด   นิ้วเรียวกดกริ่งที่ติดอยู่ที่รั้วสีทองติดกันหลายๆ ครั้งราวกับต้องการจะให้รั้งทรงสูงพังลงมา

“แพทใจเย็นๆก่อนนะ” นางแบบสาวห้ามเพื่อนแต่อีกคนก็ไม่ยอมฟัง  เมื่อคนเอาแต่ใจกดกริ่งรัวๆอย่างกระแทกกระทั้น

“ใครจะใจเย็นไหว  อ้อนดูสิป่านนี้ยังไม่มีใครมาเปิดประตูบ้านเลยสงสัยหูแตกกันหมดบ้านแล้วมั้ง”  ยืนบ่นด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง  นิ้วเรียวกดย้ำไปที่ปุ่มกลมๆอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด  ผ่านไปสักพักก็มีร่างของผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาที่ประตู

“คุณมาหาใครครับ”  เสียงห้าวถาม  พร้อมกับมองหญิงสาวทั้งสองคน

“นี่นาย  เพิ่งจะมาอยู่ใหม่ล่ะสิถึงไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร”   แหวใส่ร่างหนาด้วยความหงุดหงิด  ดวงตายาวรีมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ก็ผมไม่รู้นี่ครับว่าคุณเป็นใคร”  มองหญิงสาวด้วยความไม่ชอบใจ  เมื่อสายตาของเธอเต็มไปด้วยการดูถูกดูแคลน

“ตาต่ำ” ว่ากระทบชายหนุ่มและจ้องมองตาขวาง

“แพทใจเย็นๆก่อนสิ  เดี๋ยวอ้อนจัดการเองนะ”   รีบปรามเพื่อนสาวให้อีกคนใจเย็นลงและก็ได้ผลเมื่อเพื่อนสาวพยักหน้าให้  นางแบบสาวหันมาส่งยิ้มให้กับชายหนุ่ม  ที่ยังไม่ยอมเปิดประตูให้เธอและเพื่อนสาวเข้าไปในบ้านสักที

“คืออย่างนี้นะคะ  นี่ยัยแพทค่ะ  แพทเป็นลูกสาวของบ้านหลังนี้ค่ะ  คราวนี้คุณเปิดประตูให้พวกเราได้หรือยังคะ” พูดกับชายหนุ่มเสียงนุ่มและเป็นมิตร  คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร  เพราะได้ข่าวมาบ้างว่าคุณท่านมีลูกสาวแต่ก็เรียนอยู่ที่ต่างประเทศ

“ไปพูดดีด้วยทำไมคนตาถั่วแบบนั้นน่ะ  ไม่รู้บ้างหรือไงว่าใครเป็นใคร” กอดอกและหันมาบ่นเพื่อนสาวตามนิสัยของตัวเอง

“แพท” เรียกชื่อเพื่อนและจ้องเข้าไปในดวงตากลมโต

“ก็ได้” เชิดหน้าให้เพื่อนสาวเมื่อรู้สึกงอนเพื่อนขึ้นมา  แทนที่จะเข้าข้างเธอกับไปเข้าข้างคนอื่น  หญิงสาวคิดแบบพาลๆ  ดวงตายาวรีปรายตามองไปที่ร่างสูง

“เปิดประตูสิ  จะมองอีกนานไหม”  ตวาดใส่ร่างสูงอย่างเอาแต่ใจ

“ครับ” ยอมเปิดประตูให้แต่โดยดี  และแค่เพียงประตูรั้วถูกเปิดออก  ร่างเพรียวระหงก็เดินเข้าไปเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ  ใบหน้าหวานหันมามองร่างสูงด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

“ลากกระเป๋าของฉันกับเพื่อนเข้ามาด้วย  และอย่าให้เป็นรอยล่ะ  รู้ไหมว่ากระเป๋าของฉัน  มันแพงยิ่งกว่าเงินเดือนของนายตลอดทั้งชีวิตซะอีกนะ”

“ยัยแพท” นางแบบสาวเรียกเพื่อนรักเสียงอ่อน  เมื่อเพื่อนสาวไม่ยอมลามือง่ายๆ  แต่นอกจากอีกคนจะไม่ฟังแล้วร่างบางยังเบะปากใส่ชายหนุ่มก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้านราวกับนางพญา  โดยมีเพื่อนสาวเดินตามไปไม่ห่าง  ดวงตาคู่คมมองหญิงสาวและส่ายหัวด้วยความเอือมระอา  พลันสายตาก็มองไปยังกระเป๋าเสื้อผ้าที่ตั้งอยู่บนพื้น  ก่อนที่จะเดินเข้าไปและลากกระเป๋าราคาแพงเข้าไปในบ้านตามคำสั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้

“คุณฌอห์น  กระเป๋าของใครล่ะคะนั่นน่ะ”  แม่บ้านวัยกลางคนถามชายหนุ่ม  เมื่อเห็นว่าอีกคนลากกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาในบ้านแต่ก็ไม่เห็นว่ามีใครตามมาสักคน

“ของใครก็ไม่ทราบครับ  เห็นบอกว่าเป็นลูกสาวของคุณท่าน”

“ห๊ะ  อะไรนะคะ  คุณหนูแพทมาเหรอคะ  ตายแล้วๆแย่แน่ๆเลยค่ะ” แม่บ้านวัยกลางคนยกมือขึ้นมาทาบอกด้วยความตกใจ  ใบหน้าที่เริ่มเหี่ยวย่นตื่นกลัวราวกับเห็นผี

“ทำไมจะต้องตกใจด้วยล่ะครับ” มองแม่บ้านเก่าแก่แล้วนึกขำ“อย่าถามค่ะ  ว่าแต่ตอนนี้คุณหนูอยู่ที่ไหนคะ” ถามและชะเง้อหาร่างเล็กไปด้วย

“เห็นเดินไปที่ริมสระว่ายน้ำนะครับ”

“ว้าย  ตายแล้ว  เดี๋ยวป้าไปตามคุณนมก่อนนะคะ”  แม่บ้านเก่าแก่หัวใจจะวายเสียให้ได้  ร่างท้วมรีบเดินแกมวิ่งไปยังบ้านพักที่อยู่ด้านหลังของคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยความรีบร้อน  เพื่อไปตามบุคคลสำคัญที่จะจัดการกับคุณหนูผู้ที่เอาแต่ใจได้  ร่างหนาหันไปมองแม่บ้านและรีบเดินไปยังสระว่ายน้ำ  เมื่อรู้สึกว่าจะมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้น

บริเวณริมสระว่ายน้ำที่มีเจ้าของงานวันเกิด  กำลังยืนหัวเราะอยู่ต่อกระซิกอยู่กับบรรดาเพื่อนๆของเธอ

“แพทจะทำอะไร  ไม่กลัวว่าคุณพ่อของแพทจะโกรธเอาเหรอ  อ้อนว่าแพทคุยกับคุณพ่อก่อนจะดีกว่านะ” อ้อนบอกกับเพื่อนสาวด้วยสีหน้าที่ไม่สู้จะดีนัก  ริมฝีปากแดงสดแสยะยิ้มมุมปากและไม่สนใจคำพูดเตือนของเพื่อนรักเลย   หญิงสาวรูปร่างเพรียวระหงเดินเข้าไปในงานด้วยสายตาที่มุ่งร้าย  สองแม่ลูกนี่วอนหาเรื่องจริงๆ  หญิงสาวที่อยู่ในชุดแซกสั้นเดินเข้าไปในงานด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย  แขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็มีหลายสิบคน  ทำให้ไม่มีใครสนใจว่าหญิงสาวเป็นใคร  และแล้วเหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้น

“กรี๊ด  ตูม”  เสียงแหลมกรีดร้อง  ตามมาด้วยน้ำในสระว่ายน้ำกระจายเป็นวงกว้าง  แขกที่มาร่วมงานมองหญิงสาวที่เป็นเจ้าของวันเกิดที่ตกลงไปในน้ำด้วยความตกใจ  แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะลงไปช่วยเลยสักคน

“สมน้ำหน้า”  เอามือมาไขว้หลังและยิ้มออกมาด้วยความสะใจ  และไม่สะทกสะท้านกับความผิดที่ตัวเองได้ทำลงไป

“ยัยหนู”  ผู้ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ที่ริมสระ  เรียกชื่อของลูกสาวด้วยความตกใจ  ก่อนที่จะหันไปมองร่างของลูกเลี้ยงสาวที่ตะเกียกตะกายอยู่ในสระว่ายน้ำ  และนาทีต่อมาก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งลงไปช่วยเธอขึ้นมา

“ขอบคุณค่ะพี่ฌอห์น” กล่าวขอบคุณชายหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ  ที่ชายหนุ่มกระโดดลงไปช่วยเธอ

“ตายแล้วลูกแม่” ผู้หญิงวัยกลางคนเดินมากระชากร่างของลูกสาวให้ห่างจากคนสวนผู้ต่ำต้อยด้วยความไม่พอใจ

“คุณพรพาลูกเข้าบ้านก่อน” ประมุขของบ้านหันไปสั่งภรรยา

“ค่ะ  ไปลูกเข้าบ้านกัน” เดินผ่านหญิงสาวอีกคนไปด้วยความแค้นและเกลียดชัง   หญิงสาวหันมาเบะปากใส่อีกคนอย่างไม่คิดที่จะยอมแพ้หรือว่าเกรงกลัว

“หนูกลับมาได้ยังไง  แล้วทำไมถึงไม่บอกพ่อก่อน”  ถามลูกสาวที่ยังยืนกอดอกทำราวกับเป็นทองไม่รู้ร้อน  ทั้งที่ทำคนเกือบตายไปหมาดๆ

“แล้วถ้าแพทไม่ทำแบบนี้  แพทจะรู้เหรอคะ  ว่าคุณพ่อทำอะไรลงไปบ้าง”  เริ่มโกรธขึ้นมา  ในเมื่อพ่อของเธอบอกกับแม่ว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด  และอีกอย่างเธอก็บอกกับท่านเอาไว้แล้วว่าเธอไม่ต้องการที่จะแม่เลี้ยง  เพราะผู้หญิงพวกนั้นก็หวังจับท่านเพื่อความสุขสบาย  จะมีใครรักและดูแลท่านเหมือนกับลูกสาวแท้ๆอย่างเธอบ้าง

“เอาเป็นว่าพ่อผิด  เราเข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า”  จับเข้าที่ข้อมือเล็กของลูกสาวและดึงให้เดินตาม  เพราะไม่ต้องการให้คนอื่นรู้เรื่องในครอบครัว  หญิงสาวที่ถึงแม้ว่าจะดูร้ายแต่ก็ยอมเดินตามบิดาไปอย่างว่าง่าย   คนตัวโตที่อยู่ในสภาพที่เปียกปอนมองหญิงสาวด้วยความไม่พอใจนักกับนิสัยอันร้ายกาจของเธอ

“เด็กนิสัยไม่ดี”  บ่นพึมพำและมองหญิงสาวที่เดินหน้าหงิกหน้างอผ่านหน้าของเขาไป   พลันสายตาคู่คมก็เงยหน้าขึ้นไปมองที่ตึกใหญ่  ตรงที่เป็นห้องนอนของนางฟ้าผู้ใจดีด้วยความเป็นห่วง

 

 

 เหยื่อร้ายบงการรัก  รีไรท์ใหม่ทั้งหมดนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

19 ความคิดเห็น

  1. #1 visr (@visr) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 15:37
    มาตอนแรกก็กัดเลยนะ กระเป๋าแพงกว่าเงินเกือนคนสวนทั้งชาติ ชุดชั้นในคงหุ้มด้วยทองล่ะมั้ง 555
    #1
    1