เกมรักร้อยเล่ห์

ตอนที่ 2 : ความสูญเสีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 ก.ย. 62

                           ความสูญเสีย

คฤหาสน์หรูสไตล์ยุโรปที่กินเนื้อที่นับ10ไร่   ภายในห้องนอนของเด็กผู้ชายวัย 6 ขวบ  ที่ถูกตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนของซุปเปอร์ฮีโร่เกือบทั้งหมด  เด็กน้อยที่รู้ว่าตัวเองได้สูญเสียพ่อและแม่ไปก็นั่งกอดเข่าและร้องไห้สะอึกสะอื้น  ร่างเล็กสั่นสะท้านไปทั้งร่างใบหน้าของเด็กน้อยเปื้อนไปด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวด  ร่างเล็กนั่งกอดเข่าและร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

“คุณหนูคะ  คุณหนูอยู่ที่ไหนคะ”  เสียงของแม่บ้านเรียกหาเด็กน้อย  ขณะที่ร่างอวบก็เดินเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ  สายตาก็สอดส่องหาเด็กชายที่ตนเลี้ยงมา

“มาหาป้านะคะคนดี”  มองหาเด็กน้อยด้วยความเป็นห่วง  แม่บ้านเดินไปหยุดอยู่ที่ข้างเตียง  ก็พบร่างเล็กนั่งกอดเข่าด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา

“คุณหนูขา”  กำลังจะเดินเข้าไปหา  แต่เสียงที่สั่นเทาก็ตวาดลั่น

“ออกไป” เสียงเล็กแผดเสียงดังลั่น  ทำให้ผู้หญิงวัยกลางคนต้องชะงักนิ่ง  ใจหนึ่งก็อยากจะเดินเข้าไปหาแต่อีกใจก็ไม่กล้า 

“บอกให้ออกไป”  และน้ำเสียงของเด็กที่ไร้เดียงสาก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวจนอีกคนกลัว

“ค่ะๆ”  แม่บ้านวัยกลางคนค่อยๆถอยหลังออกไปตามคำสั่ง

ภายในห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ราคาแพง  ร่างหนาของผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลา  ขบกรามเข้าหากันจนเป็นสันนูน  เมื่อได้รับรายงานที่ไม่เข้าหูเอาเสียเลย

“ตกลงตาหนูไม่ยอมลงมากินข้าวใช่ไหม” ร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทสีเข้มขบกรามเข้าหากันแน่น

“ค่ะ  คุณหนูเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง”  แม่บ้านรายงานด้วยความหวาดกลัว 

“กูเข้าใจหลานของมึงนะ  แกคงจะเสียใจมากแล้วไหนจะ” เดฟหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทพูด  ขณะที่สายตาก็มองไปยังเด็กน้อยวัยแบเบาะที่มีสาวใช้อีกคนกำลังดูแลอยู่  เด็กน้อยที่เพิ่งจะหยุดร้องไห้ไปหมาดๆ  เดฟถอนหายใจออกมาด้วยความเครียดไม่แพ้กัน  เด็กสองคนที่กำลังเติบโตและยังต้องการความรักความอบอุ่นแต่วันนี้กลับต้องมาสูญเสียพ่อและแม่ไป

 “กูจะดูแลหลานให้ดีที่สุด” เจ้าของบ้านพูดเสียงเข้ม  ดวงตาคู่คมหันไปมองหลานสาวตัวน้อยด้วยความสงสาร  เด็กน้อยตาโตแก้มป่องกำลังดูดนมจากขวดจนแก้มตอบ  เด็กน้อยที่ไร้เดียงสาไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองได้สูญเสียพ่อและแม่อันเป็นที่รักไปแล้ว  ร่างสูงลุกขึ้นและเดินไปหาหลานสาวสุดที่รัก

“เอาหลานมาให้ฉัน”  อุ้มหลานสาวมาไว้ในอ้อมกอด

“อาจะดูแลหนูให้ดีที่สุด” จมูกโด่งค่อยๆหอมแก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา  ร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนของผู้ที่เป็นอานอนนิ่งเงียบเหมือนรับรู้  ดวงตาที่ยังคงเหลือคราบน้ำตามองหน้าของผู้ที่เป็นอานิ่ง

วัดใหญ่ใจกลางเมือง  ทั้งสี่หนุ่มเพื่อนซี้ต่างก็อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา  

เอซ  เจ้าของบริษัทอัญมณีที่ได้มาอยู่ช่วยงานตั้งแต่ช่วงบ่าย

เดฟ  เจ้าพ่อธุรกิจการขนส่งทางเรือก็รีบเดินทางมาหาเพื่อนสนิททันทีที่รู้ข่าว  รวมถึง

เหมราช  นายหัวคนดังของภาคใต้ก็ได้อยู่ในงานนี้ด้วย  เพื่อนทั้งสามคนต่างรีบมาทันทีที่รู้ข่าว  ทุกคนต่างก็อยู่ในชุดสูทสีดำเพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้กับผู้ตาย

 ร่างสูงของคนที่เป็นน้องนั่งมองโลงศพที่ตั้งอยู่คู่กันด้วยความเจ็บปวด  ศพของพี่ชายและพี่สะใภ้ที่แสนดีถูกตั้งอยู่คู่กัน  หลังจากเมื่อช่วงเช้าทั้งคู่มีนัดทานข้าวกับลูกค้าคนสำคัญ ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ  แต่ขากลับรถที่ทั้งคู่นั่งอยู่กับถูกรถพ่วงขนาดใหญ่ชนจนยับเยิน  สภาพศพยับเยินไม่แทบจะไม่มีชิ้นดี  คิดถึงตรงนี้ร่างสูงก็นั่งกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นกับคู่กรณี  ดวงตามองภาพถ่ายที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความเจ็บปวดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  เขาและพี่ชายสูญเสียพ่อและแม่ไปแล้ว  วันนี้เขาจะต้องมาสูญเสียพี่ชายและพี่สะใภ้ไปอีก  ใจที่แกร่งดังหินผารู้สึกปวดหน่วงไปทั้งใจ

“มันเป็นอุบัติเหตุ”  เหมราชมองเพื่อนที่นั่งกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวดไม่ต่างกัน  พวกเขาเป็นเพื่อนกันมานานและครอบครัวของพวกเขาก็สนิทกันมาก

“กูพยายามอยู่” กัดฟันพูด  ดวงตาคมกริบหลับตานิ่งอย่างต้องการทำใจ  ครอบครัวของเขามีกันอยู่แค่นี้และยังจะต้องมาเสียพี่ชายและพี่สะใภ้ไปอีก  ทั้งคู่จากไปโดยทิ้งเด็กน้อยตาดำๆเอาไว้ให้เขาเลี้ยง  เด็กน้อยพี่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขาและครอบครัว

“ญาติของพี่อรยังไม่มีใครมาเลยเหรอวะ” เดฟพูดทำลายความเงียบด้วยความสงสัย

“กูให้คนติดต่อไปแล้ว” เจ้าของงานพูดเสียงนิ่งอย่างไม่ใส่ใจ  ใครจะมาหรือไม่มาเขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

“พี่อรมีน้องสาวไม่ใช่หรอ”  เอซถามเพื่อทำลายความเงียบ

“กูก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน”  เพราะตั้งแต่พี่ชายและพี่สะใภ้แต่งงานกันอย่างเงียบๆโดยที่ไม่ได้บอกใคร  ช่วงนั้นเขาก็ยังเรียนอยู่ที่ต่างประเทศและไม่ได้มาร่วมงานด้วย  แต่ที่เขารู้ก็คือพี่สะใภ้จะโทรหาน้องสาวแทบทุกวันและทั้งคู่สนิทกันมาก

“ได้ข่าวว่าเป็นครู” เดฟชวนคุยต่อ

“อือ” ขานรับอยู่ในลำคอ  เขาพอจะได้ยินเรื่องของหญิงสาวอยู่บ้างแต่ก็ไม่เคยใส่ใจ

“ใครจะมาหรือไม่มาก็ช่าง” พูดอย่างไม่แยแส  เขาจะจัดงานให้กับพี่ชายและพี่สะใภ้ให้ดีที่สุด  และทั้งสี่หนุ่มต่างก็อยู่ช่วยงานกันจนดึกก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันกลับ 

ช่วงเช้าที่คฤหาสน์หลังใหญ่  ร่างสูงกำลังนั่งปรึกษาอยู่กับเพื่อนสนิท

 “คุณภีมคะคุณหนูเป็นอะไรก็ไม่รู้ค่ะ  ร้องไห้ไม่หยุดเลยค่ะ” สาวใช้รีบมารายงานเจ้านาย  ร่างสูงรีบก้าวเท้าไปยังห้องนอนของหลานสาวและเพียงแค่เปิดประตูเข้าไป  ร่างป้อมๆก็ส่งเสียงร้องจ้าระหวั่นร่างเล็กเกร็งตัวไปทั้งร่าง  ชายหนุ่มรีบอุ้มหลานสาวด้วยความเป็นห่วง

“ออมลูกหนูเป็นอะไรครับ” อุ้มหลานสาวขึ้นพาดบ่า  ฝ่ามือหนาลูบเข้าที่หลังนุ่มเพื่อต้องการปลอบโยน  ตั้งแต่ที่พี่ชายและพี่สะใภ้เสียชีวิต  หลานสาวก็เอาแต่ร้องไห้งอแงจนคนที่เป็นอาเริ่มหนักใจ

“เป็นยังไงบ้างวะ” เดฟถาม  และมองไปยังเด็กตัวน้อยที่ตอนนี้บนแก้มเต็มไปด้วยน้ำตา   ร่างเล็กกรีดร้องตัวเกร็งราวกับกำลังรับรู้เรื่องราวบางอย่าง 

“ยังไม่หยุดร้องเลยว่ะ”  พูดออกมาด้วยความกังวล  หลานชายก็ไม่ยอมออกจากห้องตั้งแต่เมื่อคืน

“กูว่าพาลงไปเดินเล่นดีกว่า” 

“อือ ดีเหมือนกัน”  คนที่เป็นห่วงหลานรีบทำตามอย่างว่าง่ายๆร่างหนากำลังจะเดินออกแต่แล้วร่างสูงก็หยุดนิ่งและมองไปยังห้องนอนของหลานชาย   เมื่อวันนี้หลานชายก็เอาแต่เก็บตัวเงียบและไม่ยอมกินอะไรทำให้คนที่เป็นอาอดเป็นห่วงไม่ได้  และเพียงชั่วอึดใจ แม่บ้านวัยกลางคนก็เปิดประตูห้องออกมา

“เป็นยังไงบ้าง” ถามและชำเลืองมองเข้าไปในห้อง  เขาเป็นผู้ชายก็เลยไม่รู้ว่าจะปลอบหลานว่ายังไงคนที่ไม่เคยมีลูกคิดไม่ตก

“ตาหนูกินอะไรบ้างหรือยัง”  หันมาถามแม่บ้าน

“คุณหนูไม่ยอมทานอะไรเลยค่ะ” ก้มหน้าหนีสายตาที่แข็งกร้าว

“ไม่ได้เรื่อง  แค่ดูแลเด็กให้กินข้าวก็ยังทำไม่ได้  แล้วแบบนี้ฉันจะจ้างพวกเธอเอาไว้ทำไม”  เสียงดังด้วยความเดือดดาล  จะมีใครสักคนไหมที่จะดูแลหลานของเขาได้

“ใจเย็นๆก่อนสิวะ” เดฟรีบห้าม

“ไม่ได้เรื่องเลยสักคนทั้งหัวหงอกหัวดำ  แค่เด็กสองคนก็ดูแลไม่ได้” ตวาดลั่นอย่างหัวเสีย

“ฉันให้โอกาสอีกครั้ง  พาตาโอมลงมาทานข้าวให้ได้  ถ้าไม่อย่างนั้นได้เห็นดีกันแน่” ออกคำสั่งเผด็จการ   ร่างสูงเดินลงบันไดไปด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง

เสียงเด็กที่ร้องดังลั่นทำให้หญิงสาวที่อยู่บ้านข้างๆต้องออกมาดู  หญิงสาวหน้าตาสะสวยเดินมาหยุดอยู่ที่ริมระเบียง  ดวงตายาวรีมองไปยังรั้วของบ้านหลังใหญ่

“คุณภีม” เรียกชื่อของชายหนุ่มด้วยความดีใจ  ริมฝีปากอมชมพูคลี่ยิ้มเมื่อได้เห็นชายในฝัน  นานๆที่เธอจะได้เห็นชายหนุ่มออกมาที่หน้าบ้าน  และคนที่รออยู่ก่อนแล้วก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป  หญิงสาวที่อยู่ในชุดเดรสสั้นรีบไปยังบ้านของชายหนุ่มทันที

“คุณภีมน้องออมเป็นอะไรเหรอคะ” เสียงแหลมดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่ง  คนที่กำลังปลอบหลานอยู่หันไปมองตามเสียงเรียก

“คุณมล” มองหญิงสาวด้วยสายตาที่เรียบเฉย  ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ค่อยดีและไม่อยากจะพูดคุยกับใคร  คนตัวโตหันหลังหนีอย่างไม่แยแส  หญิงสาวที่เพิ่งมาถึงกับหน้าเสียแต่เธอก็ยังไม่ละความพยายาม  ร่างบางเดินเข้ามาหาร่างสูงโดยมีสายตาของเดฟมองอยู่ตลอดเวลา

“มีอะไรให้มลช่วยไหมคะ” ถามชายหนุ่มเสียงนุ่ม

“ไม่เป็นไรครับ  ขอบคุณ” ตัดบทอย่างไม่ใยดี  เขาไม่ชอบสานสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวเพราะเบื่อเรื่องวุ่นวายที่จะตามมา  และดูท่าทางผู้หญิงคนนี้จะแกะยากเสียด้วย

“กูว่าลองให้ผู้หญิงอุ้มบ้างก็น่าจะดีนะ” เป็นเดฟที่นึกสงสารหญิงสาว  แค่มองปราดเดียวเขาก็รู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้แอบรักเพื่อนของเขา 

“กูว่า” ร่างสูงลังเล

“นะคะ  มลจะช่วยโอ๋น้องออมเองค่ะ” ยื่นแขนไปหาร่างป้อมๆของเด็กตัวน้อย  ร่างหนาปรายตามองก่อนที่จะส่งหลานสาวให้กับเธอ

“แง้  แง้”  เสียงแหลมร้องไห้เสียงดังมากขึ้น  เหมือนจะรับรู้ถึงสัมผัสที่เปลี่ยนไป

 “เอาหลานมาให้ผมดีกว่าครับ” แย่งเด็กน้อยตัวกลมมาอุ้มเอาไว้เอง 

“น้องออมไม่ร้องนะลูก” ปลอบหลานเสียงนุ่ม  ถ้าหลานสาวยังร้องไห้แบบนี้จะต้องป่วยแน่ๆ

“คุณภีมคะน้องสาวของคุณอรมาค่ะ”  สาวใช้เข้ามารายงานเจ้านาย  ร่างสูงหันไปมองก็พบเข้ากับหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง  หญิงสาวมองมาหาหลานสาวตัวน้อยด้วยความสงสาร 

“ฉันขออุ้มหลานไหมคะ” สบสายตากับร่างสูงอย่างวอนขอ

“ได้สิ” พูดเสียงเรียบ  ร่างบางรีบวางกระเป๋าเสื้อผ้าลงและรีบเดินเข้ามาหาร่างสูง  คนตัวโตค่อยๆส่งหลานสาวให้กับหญิงสาวอย่างเบามือ

 “น้องออม ไม่ร้องนะคะคนดีของน้า  ไม่ร้องนะลูก”  ฝ่ามือนุ่มลูบเข้าที่แผ่นหลังของหลานสาวเบาๆ  และเพียงแค่ชั่วอึดใจเสียงร้องค่อยๆเงียบลงเหลือแต่เสียงสะอื้น  เท้าเล็กๆยังคงพาหลานสาวตัวน้อยเดินไปมาไม่หยุด

“คุณเป็นน้องสาวของพี่อรเหรอ”  มองหญิงสาวตาไม่กระพริบ  ถ้าเขาฟังไม่ผิดเธอเป็นน้องสาวของพี่สะใภ้

“ฉันชื่อเอยค่ะ เป็นน้องสาวของพี่อร” เสียงนุ่มพูดตามนิสัยของตัวเอง ริมฝีปากอมชมพูส่งยิ้มอ่อนๆอย่างมีมารยาท

“ผมเข้าใจแล้ว” รับคำราวกับถูกมนต์สะกด

“แล้วน้องโอมอยู่ที่ไหนคะฉันยังไม่เห็นหลานเลย” มองหาหลานชายแต่ก็ไม่เจอ

“ตาโอมอยู่บนห้อง  แกยังไม่ยอมออกจากห้องเลย”

“ฉันขอไปหาตาโอมนะคะ” ขออนุญาตเจ้าของบ้านเสียงรัว  เธอเข้าใจความรู้สึกของหลานชายดี

“ได้สิ”  เดินนำหน้าหญิงสาวไป 

ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างเบา  ดวงตายาวรีเบิกกว้างเมื่อเห็นหลานชายนั่งอยู่ที่พื้น

“น้องโอม” เท้าเล็กๆเดินเข้าไปหาหลานชายด้วยความเป็นห่วง  หญิงสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงตัวยาวนั่งลงข้างๆหลานรัก  ฝ่ามือนุ่มกำลังจะเอื้อมมือไปแตะที่ไหล่ของหลานชาย

“คุณน้า” เสียงที่เปล่งออกมาด้วยความเจ็บปวดทำให้คนที่เป็นน้าถึงกับน้ำตาร่วง  อ้อมแขนเล็กโอบกอดหลานชายด้วยความเจ็บปวด 

“โอม  น้าอยู่ตรงนี้แล้วนะครับ”  ร่างสูงมองทั้งคู่ก่อนที่จะเดินออกไปเงียบๆเพื่อปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่ตามลำพัง

 


วันนี้เสนอซาตานร้ายคนแรกของนิยายชุดร้อยลเ่ห์นะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น