กับดักรักบ่วงหัวใจ

ตอนที่ 3 : ต้องตาต้องใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ต.ค. 61

                             ต้องตาต้องใจ

เช้าวันต่อมาที่คฤหาสน์ของตระกูลดัง

“แกมากรุงเทพกี่วันแล้ว” ผู้ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหาลูกชาย   ร่างหนาที่มีความสูงที่ไม่ต่างจากลูกชายนั่งลงบนโซฟาหนังราคาแพง  ผู้ชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อลูกชายยังคงปิดปากเงียบ  และทำเป็นไม่ได้ยินคำถามที่ถามออกไป  ร่างหนายังคงนั่งนิ่งและไม่สนใจการมาของเขา

“ตกลงเรื่องงานที่บริษัทแกจะว่ายังไง” เปลี่ยนเป็นพูดถึงบริษัทส่งออกของครอบครัว   ขุนพลเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล   เขาก็เลยอยากให้ลูกชายมาดำรงตำแหน่งแทนคนที่อยากวางมือคิดในใจ

“ก็เมียเด็กของคุณไงให้มาทำงานบ้างสิ  ไม่ใช่วันๆเอาแต่ปรนนิบัติผัวอย่างเดียว” ส่งสายตาแห่งความเกลียดชังไปให้กับหญิงสาวที่เดินเข้ามา

“ฉัน” เสียงหวานอึกอักอยู่ในลำคอ  ผู้ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นมาห้าม

“คงจะใช้เงินเป็นอย่างเดียว” กระตุกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ  เมื่อเห็นว่าใบหน้าสวยซีดเผือด  ร่างหนาที่นั่งกระดิกขาอยู่เปลี่ยนเป็นลุกขึ้นยืน

“นั่นแกจะไปไหน” 

“เรื่องแค่นี้ใช่ไหมที่คุณจะให้ผมทำ”  ถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย

“แล้วตกลงแกจะว่ายังไง  ฉันอยากวางมือเต็มที”

“อย่าเพิ่งวางมือสิครับ  เดี๋ยวคุณหมดผลประโยชน์ก็โดนเมียทิ้งหรอก  เมียของคุณยิ่งหน้าเงินอยู่ด้วย”  พูดเสียงหยัน  พลางตวัดสายตามองไปที่หญิงสาว

“ไอ้ต่อ”  เรียกลูกชายเสียงเข้ม  ร่างสูงของคนที่ถูกเรียกกลับไม่คิดที่จะสนใจน้ำเสียงที่แข็งกระด้างของคนที่เป็นพ่อ

“ผมขอตัวและทีหลังอย่าส่งคนไปวุ่นวายที่เหมืองอีก  ส่วนเรื่องงานผมไม่อยากยุ่ง” พูดจบก็ก้าวเท้าเดินออกไปและไม่หันมามองคนที่อยู่ข้างหลังอีก

“เดี๋ยวฉันไปคุยกับเขาเองค่ะ” ร่างบางรีบเดินแกมวิ่งไปหาร่างหนา  เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาของคนที่เดินมาจากทางด้านหลัง   ทำให้คนที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ต้องปล่อยควันสีขาวออกมาจากปากและจมูก

“ต่อ”  เสียงหวานเรียกชื่อของอดีตแฟนหนุ่ม  ร่างหนาที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำคู่กับกางเกงยีนส์ยืนนิ่ง  เท้าหนาที่อยู่ในรองเท้าหนังกำลังจะก้าวเท้าออกไปแต่แล้วคนตัวโตก็ต้องกัดฟันกรอด   เมื่อเอวสอบถูกตรึงไว้ด้วยอ้อมแขนของใครบางคน  ใบหน้าหวานซบลงที่แผ่นหลังกว้าง

“ต่อ  ฉันขอโทษนะคะ  ฉันขอโทษ”  เสียงหวานเจือสะอื้นแผ่วเบา  น้ำตาร้อนๆไหลซึมลงบนเสื้อตัวหนา

“เอาแขนของเธอออกไป” เค้นเสียงรอดไรฟันด้วยความเดือดดาล

“ฉันไม่ได้ต้องการให้เรื่องของเราเป็นแบบนี้”  พูดยังไม่ทันจบ  ร่างบางก็ถูกผลักให้ล้มไปกับพื้น

“กรี๊ด”  หวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ  ดวงตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตามองหน้าของอดีตคนรักด้วยความเจ็บปวด

“ฉันไม่มีวันยกโทษให้กับเธอ  ผู้หญิงเห็นแก่เงิน”  พูดจบก็ปล่อยบุหรี่ที่สูบอยู่ลงบนพื้น  ตามด้วยเท้าใหญ่ที่เหยียบบุหรี่จนแหลกเป็นผุยผง

“ไอ้เดชากลับ”   เสียงห้าวตะโกนเรียกชื่อของลูกน้องหนุ่ม  ไม่ถึงนาทีรถกระบะคันเก่าก็แล่นเข้ามาจอดลงตรงหน้าของเจ้านาย

“เดี๋ยวกูขับเอง” กระชากประตูรถให้เปิดออก  ร่างหนาเข้าไปนั่งในตำแหน่งของคนขับ  เท้าใหญ่เหยียบเข้าที่คันเร่งและเบิ้ลเครื่องรถเสียงดัง

“บรื้น  บรื้นนนนนนนน”  ควันสีดำลอยพวยพุ่งเต็มหน้าบ้าน   ก่อนที่รถคันเก่าจะกระชากตัวออกไปด้วยความเร็ว    หญิงสาวที่ยืนอยู่มองตามอดีตคนรักด้วยความเจ็บปวด  ถึงแม้ว่าเธออยากจะขอโทษและขอโอกาสมากแค่ไหน  แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว  เมื่อตอนนี้เธอเป็นภรรยาของบิดาของชายหนุ่มนั่นเอง

“ฉันขอโทษ  ที่ทำให้เธอกับเจ้าต่อต้องเลิกกัน”  ผู้ชายวัยกลางคนพูดขึ้น  หลังจากที่แอบดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ  หญิงสาวที่ได้สติรีบยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาของตัวเองอย่างลวกๆ

“ทุกอย่างเป็นความผิดของฉันค่ะ  ไม่ใช่ความผิดของคุณ”  หญิงสาวรีบเดินเข้าไปในบ้านทันทีที่พูดจบ   โดยมีสายตาแห่งความเป็นห่วงมองตามไปอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา

ร่างสูงที่ไม่ต่างจากลูกชายเดินไปยังห้องทำงานที่อยู่ติดกับห้องนอนใหญ่  ร่างทรงพลังนั่งลงบนโซฟาตัวยาว  ศีรษะได้รูปพิงเข้ากับพนักโซฟา  ดวงตาคู่คมหลับตานิ่งและคิดถึงวันเก่าๆ

ภายในงานแต่งงานของลูกสาวของเพื่อนสนิท  ขุนศึกนักธุรกิจรุ่นใหญ่ที่อยู่ในชุดสูทสีเข้มเดินก็มาร่วมงานวันนี้ด้วย  เมื่อสาวสวยที่เป็นเจ้าสาวเป็นลูกสาวของเพื่อนรัก  ร่างสูงใหญ่เดินเข้มาในงานและส่งยิ้มมีเสน่ห์ให้กับเหล่าบรรดาสาวสวยที่ส่งยิ้มมา  ถึงแม้ว่าอายุจะเข้าสู่เลขห้าไปแล้วก็ตาม  แต่ด้วยหน้าตาที่ยังคงความหล่อเหลา  บวกกับร่างกายที่บึกบึนทำให้สาวๆต่างก็มองมาอย่างให้ความสนใจ  ตั้งแต่ที่ภรรยาคู่ชีวิตจากไปเขาก็ไม่คิดที่จะรักใครอีก  ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาก็แค่บำเรอความใคร่เท่านั้นเขาไม่คิดที่จะจริงจังกับใครอีก  คนรักสนุกแต่ไม่คิดผูกพันคิดในใจ  เท้าหนาเดินเข้าไปยังห้องจัดเลี้ยง  แต่แล้วดวงตาที่ทรงเสน่ห์ก็มองเห็นหญิงสาวที่เป็นเจ้าสาวของงาน  ริมฝีปากหยักระบายยิ้มอบอุ่นออกมา

“หนูฟ้า”  เสียงทุ้มเรียกเจ้าสาวแสนสวย

“คุณอา  สวัสดีค่ะ  ฟ้านึกว่าคุณอาจะไม่มางานของฟ้าเสียแล้ว” ฟ้าใสพนมมือไหว้เพื่อนรักของบิดาด้วยความนอบน้อม

“งานแต่งงานของหลานสาวทั้งคนอาจะไม่มาได้ยังไง  นี่ของขวัญสำหรับเจ้าสาวคนสวยจ้ะ” ยื่นกล่องของขวัญให้กับเจ้าสาว

“ขอบคุณค่ะ คุณอา”  ยกมือขึ้นมาไหว้อีกรอบพร้อมด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ 

“แล้วพ่อของเราไปไหนล่ะ”  ชะเง้อหาเพื่อนรักที่นัดกันเอาไว้

“อยู่ในงานค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปในงานกันดีกว่านะ”  ชวนเจ้าสาวแสนสวย

“ฟ้ารอเพื่อนอยู่ค่ะคุณอา  ไม่รู้ว่ามาถึงหรือยัง” มอ’หาเพื่อนสาวไปด้วย

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวอาจะรอเป็นเพื่อน” พูดอย่างผู้ใหญ่ใจดี

“นั่นไงคะ  เพื่อนของฟ้ามาแล้วค่ะ” บอกกับชายหนุ่มพร้อมกับมองไปที่เพื่อนสาว  ร่างสูงใหญ่มองตามสายตาของเจ้าสาวคนสวยก็พบเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่ง  หญิงสาวอยู่ในชุดราตรีสีชมพูเรียบหรู  ชุดที่หญิงสาวสวมใส่ช่วยขับผิวให้กระจ่างใสมากขึ้นไปอีก  ร่างสูงมองหญิงสาวรุ่นลูกราวกับต้องมนต์

“คุณอาคะนี่ปิ่นเพื่อนรักของฟ้าค่ะ  ส่วนนี่คุณอาขุนศึกจ้ะ”  เจ้าสาวคนสวยแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกัน

“สวัสดีค่ะคุณอา”  ยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมและอ่อนหวาน  เสียงหวานใสพร้อมกับริมฝีปากที่คลี่ยิ้มทำให้คนตัวโตแทบจะละสายตาไปจากดวงหน้าหวานไม่ได้เลยทีเดียว  ใจดวงแกร่งเต้นรัวราวกับคนหนุ่มที่เจอหญิงสาวที่ถูกใจ

“แล้วแฟนของแกล่ะไม่มาด้วยเหรอ” ฟ้าใสถามเพื่อนสาว

“อย่าไปสนใจเลย” ตอบกลับด้วยความน้อยใจ  งานแต่งงานของเพื่อนสาวในวันนี้  คนที่มีแฟนเขาก็ต่างพาแฟนของตัวเองมาด้วยกันทั้งนั้น   จะมีก็แต่เธอนี่แหละที่ไม่มีใครมาด้วย  คิดแล้วก็อดที่จะน้อยใจแฟนหนุ่มไม่ได้

“ฉันก็อยากเห็นแฟนของแกเหมือนกันนะ” เจ้าสาวคนสวยเย้า

“เอาไว้ถ้าเขาขึ้นมากรุงเทพฉันจะรีบนัดแกเลย”  บอกปัดอย่างขอไปที  และยังไม่รู้เลยว่าขุนพลจะมากรุงเทพเมื่อไหร่  หรืออาจจะไม่มาเลยก็ได้

“โอเค  โอเค   คุณอาฟ้าว่าเราเข้าไปในงานกันดีกว่านะคะ”  พูดกับเพื่อนสาวเสียงใส  ก่อนที่จะหันไปหาผู้ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ไปสิ” รับคำและเดินตามหลังของหญิงสาวทั้งสองคนไป

ภายในงานแต่งงานของไฮโซสาว   หญิงสาวที่เป็นเพื่อนสนิทยืนมองเพื่อนสาวที่อยู่ในชุดเจ้าสาวฟูฟ่องและระบายยิ้มออกมาอย่างมีความสุข  ฟ้าใสเป็นลูกคนรวยก็จริงแต่ก็ไม่เคยรังเกียจเธอเลยสักครั้ง    ร่างบางยืนมองเพื่อนสาวและดื่มน้ำพั้นซ์ไปพลางๆ  หญิงสาวที่อยู่ในชุดราตรีตัวยาวหมุนตัวเพื่อจะออกไปรับอากาศข้างนอก  แต่ด้วยไม่ทันระวังก็ปะทะเข้ากับร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่ง  แก้วน้ำพั้นซ์หกรดเสื้อผ้าของผู้ชายคนนั้น

“อ้ะ  ฉันขอโทษค่ะ  ฉันทำเสื้อของคุณเปียกหมดเลย”  รีบคว้ากระดาษที่อยู่ใกล้มือมาซับน้ำที่เปียกเสื้อราคาแพง

“ไม่เป็นไรครับ  เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนเสื้อก็ได้”  พูดอย่างอารมณ์ดี  แต่สายตากลับจ้องที่เหยื่อสาวด้วยสายตาที่แพรวพราว

“ฉันขอโทษจริงๆนะคะ  ให้ฉันเอาเสื้อของคุณไปซักดีกว่านะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ  เดี๋ยวผมซักเองดีกว่า”  มองเหยื่อสาวอย่างมีเลศนัย  ด้านคนที่ถูกมองรู้สึกร้อนๆหนาวๆแปลกๆ

“แต่ถ้าคุณอยากขอโทษผมจริงๆ  ดื่มเป็นเพื่อนผมสักแก้วนะครับ” หยิบเหล้าที่เด็กเสิร์ฟถือมา

“ได้ค่ะ”  รับแก้วเหล้ามาถือไว้ 

“ดื่มครับ”  เอาแก้วของตัวเองไปแตะที่แก้วของหญิงสาว  ดวงตาที่วาววับมองหญิงสาวที่ดื่มเหล้าทีเดียวจนหมดแก้วพร้อมกับรอยยิ้มร้าย

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น