คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

The Sun Seeker - ผู้ตามหาตะวัน (จบภาค)

ตอนที่ 60 : -- ๔ – สิ่งที่ครูเซเดอร์หนุ่มเห็นว่าควรลบล้าง - “ฉัน ‘อ่าน’ คนออกนะคะ”


     อัพเดท 26 พ.ย. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, โลกอนาคต, โลกไร้ตะวัน, ตำนานเทพเจ้า, สงครามเ่ผ่าพันธุ์
ผู้แต่ง : NithiN ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NithiN
My.iD: https://my.dek-d.com/Anithin
< Review/Vote > Rating : 100% [ 3 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 6,710
53 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 55 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
The Sun Seeker - ผู้ตามหาตะวัน (จบภาค) ตอนที่ 60 : -- ๔ – สิ่งที่ครูเซเดอร์หนุ่มเห็นว่าควรลบล้าง - “ฉัน ‘อ่าน’ คนออกนะคะ” , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 190 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


สิ่งที่ครูเซเดอร์หนุ่มเห็นว่าควรลบล้าง

 

แม็กนัสรู้สึกเหมือนตนเองคิดผิดทันทีที่เปิดประตูเข้าไปพบสายตาห้าหกคู่จ้องเขาเป็นตาเดียวในห้องพักรอของร้านหมอมอสคาตี ทั้งคุณมาร์กาเร็ตที่เป็นพยาบาล และสาวน้อยไปจนถึงสาวใหญ่ที่คงกำลังคุยฆ่าเวลาขณะรอหมอ ...หรือไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้ฆ่าเวลา แต่เข้ามาพูดคุยเฉยๆ เหมือนวันก่อนๆ ที่เขาได้ยินเสียงแว่วมาตอนเฝ้าหน้าห้องเจ้าเด็กนิกซ์

สวัสดีค่ะ นางพยาบาลเป็นคนพูดทำลายความเงียบคนแรก คุณ...เอ่อ...มาหาแอนเธียเหรอ

หา? ชายหนุ่มอุทาน รู้ได้ไงครับ

ก็... เธอพยักพเยิดมาทางช่อดอกไม้พลาสติกสีชมพูที่เขาถืออยู่

เมื่อคืนฉันเห็นคุณไปดื่มเหล้ากับแอนเธีย สาวใหญ่คนหนึ่งรายงาน เพิ่งบอกคุณมาร์กาเร็ตเมื่อกี้นี้เอง

แล้วเมื่อคืนฉันก็เห็น คุณพูดอะไรกับแอนเธียไม่รู้ แต่ท่าทางเขาจะโกรธมาก คุณเลยมาง้อใช่มั้ยสาวน้อยอีกคนเสริม

ครูเซเดอร์หนุ่มได้แต่กะพริบตาปริบๆ เมื่อบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่สรุปความตั้งใจให้เขาเรียบร้อย ภรรยาของหมอโจเซฟยิ้มจางๆ

แอนเธียไม่อยู่ค่ะ ออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว

ป...ไปไหนเหรอครับ

ไม่รู้สิคะ เขาบอกแค่ว่าจะไปเดินเล่น

แม็กนัสยืนเงียบ ไม่รู้เลยว่าจะไปตามเธอที่ไหนดี เขาไม่คุ้นกับเก็ตโตที่นี่ และไม่รู้ว่าแอนเธียชอบไปที่ไหน เกิดเดินสวนกันไปมาคงไม่ได้พูดเสียที

คุณจะนั่งรอที่นี่มั้ยคะ คุณพยาบาลมาร์กาเร็ตถาม หรือจะฝากของให้แอนเธีย

เอ้อ...ไม่เป็นไรครับ ชายหนุ่มตัดสินใจพูด

ถึงอย่างไร เขาก็ไม่อยากอยู่เป็นเป้าสายตาของผู้หญิงมากขนาดนี้ แถมยังเป็นผู้หญิงที่พร้อมใจกันมองมาอย่างรู้ทันเสียอีก

ผ...ผมจะออกไปหาเขาดู ข...ขอตัวก่อนนะครับ

ชายหนุ่มกลับหลังหัน รีบเปิดประตูโดยอัตโนมัติ จากนั้นก็จ้ำยาวๆ ไปตามถนนหนทาง มองหาที่ที่น่าจะเหมาะแก่การเดินเล่นสำหรับคนที่เขาตามหา

แน่ละว่าไม่มีทิวทัศน์อะไรให้ชมในเก็ตโตหรอก สวนสาธารณะไม่ต้องพูดถึง ที่ใดว่างพอมีคนจับจองก็มักมีการตั้งบ้านจากเศษวัสดุอย่างง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นไม้อัดเทียมหรือสังกะสี แต่พวกซอกมุมที่ไม่มีคนพลุกพล่านคงพอมี อย่างแอนเธีย ถ้าอยากเดินเล่นคงไม่ชอบอยู่ในคนมากๆ เท่าไร

ชายหนุ่มถือช่อดอกไม้ ก้าวไปตามถนนพลางสอดส่ายสายตามองหา หลายครั้งที่เขาเห็นเงาของผู้หญิงผมยาวประมาณไหล่ดูคล้ายเธอไปหมด โดยเฉพาะคนที่สวมเสื้อไหมพรมแขนยาวสีนวล ที่จริง ผมสีน้ำตาลแดงแบบคนอัสลานของแอนเธียโดดเด่นอยู่หรอก แต่ใต้แสงไฟสลัวตามท้องถนน แม็กนัสต้องยอมรับว่าสายตาของเขาเห็นสีเพี้ยนไปไม่น้อยในระยะไกล

เดินไปเดินมา สุดท้ายชายหนุ่มก็ตัดสินใจเก็บช่อดอกไม้สีชมพูเข้าไปในเสื้อโค้ตเมื่อคนมองมากขึ้นทุกที นึกดูเขาก็โทษคนพวกนั้นไม่ได้ คงไม่ใช่ทุกวันที่มีผู้ชายตัวใหญ่โย่งสวมโค้ตดำถือช่อดอกไม้พลาสติกสีชมพูหวานแหววเดินดุ่มไปตามถนนของเก็ตโต ด้วยท่าทางเหมือนกำลังใช้ดอกไม้นั้นเป็นเครื่องมือเร่งตามหาระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่จะทำลายล้างทั้งเมืองให้ราบคาบหรอก

แม็กนัสจ้ำเอาๆ จนได้ยินเสียงเรียกชื่อของตน

หันไปก็เห็นบิวเรน สีหน้าของเพื่อนร่วมงานเขาไม่สู้ดีนัก ดูอ่อนเพลีย ขอบตาคล้ำลึกโหลเหมือนอดนอน และผมกับเสื้อผ้าก็ค่อนข้างยุ่ง

แกจะไปไหน แกเห็นแอนเธียมั้ย ทั้งสองพูดแทบพร้อมกัน แล้วต่างคนก็เงียบไปอีกครู่หนึ่ง

ครั้งสุดท้ายยังเห็นแกอยู่กับเจ้าหล่อนเลยไม่ใช่เรอะ บิวเรนตอบแห้งๆ ไปทำหล่นหายที่ไหนล่ะ

ทำไมแกโทรมอย่างนี้ แม็กนัสรีบเปลี่ยนเรื่อง ผู้กองฮัมบี้เอาแกไปอยู่เวรหรือแบกกระสอบปูน

บิวเรนก้มหน้า หลับตา ใช้นิ้วกดขมับตน

อยู่เวรกับพวกเทมพลาร์ แค่พวกนั้นมองก็ยิ่งกว่ามีกระสอบปูนกดบ่าแล้ว เพื่อนร่วมงานเขายังไม่ลืมประเด็นเดิม ว่าแต่แกเหอะ ถามหาแอนเธียทำไม เมื่อคืนเผลอไปทำมิดีมิร้ายเขา เขาเลยหนีหน้าแกรึไง

เปล่า ฉันดันพูดอะไรไม่เข้าท่า...ประมาณนั้นแหละ แม็กนัสพยายามดึงบิวเรนไม่ให้สันนิษฐานนอกลู่นอกทางนัก เขาบอกอีกฝ่ายเรื่องที่ตนไปร้านหมอ จึงได้รู้มาว่าหญิงสาวออกไปเดินเล่น ก่อนตั้งคำถาม แกว่า...เก็ตโตแถวนี้มีที่ไหนน่าเดินเล่นบ้าง

คนถูกถามเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้ไปทางที่ตนเพิ่งเดินมา

ตรงนั้นมีโบสถ์ร้าง ใหญ่ดีอยู่ ที่สวย บรรยากาศเป็นใจให้พาผู้หญิงไปจู๋จี๋ ลองไปดูก็แล้วกัน ฉันไปนอนก่อนล่ะ

...โบสถ์ร้างหรือ... แม็กนัสคิดว่าแอนเธียโตมาในโบสถ์ บางทีคงชอบสถานที่แนวนี้อยู่บ้าง จึงได้รีบขอบใจบิวเรน แล้วก็จ้ำต่อไปโดยไม่รบกวนเขาอีก

 

- - - - -

 

บนเส้นทางที่เพื่อนครูเซเดอร์บอกว่ามีโบสถ์ตั้งอยู่แทบร้างคนโดยสิ้นเชิง เมื่อชายหนุ่มมาถึงอาคารผุพังซึ่งมีเหล็กหล่อเป็นสัญลักษณ์อารามสุริยเทพตั้งเอียงพิงซากหลังคาที่ถล่มลงมา ก็ไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้นเลย

ว่ากันตามจริง ที่นี่ดูวังเวงจนแม็กนัสชักไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่ไหนจะกล้ามาคนเดียว ...แต่แอนเธียก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาอยู่แล้วไม่ใช่หรือ

...ไหนๆ มาถึงนี่แล้ว เข้าไปดูนิดหน่อยจะเสียเวลาเท่าไรกัน...

ชายหนุ่มก้าวขึ้นบันไดหินที่มีรอยแตกพังเป็นร่อง ราวสิบก้าวก็ถึงประตูโบสถ์ที่เป็นไม้เก่าผุ

ประตูเปิดแง้มอยู่ เขาจึงแทรกตัวเข้าไปเพราะไม่อยากใช้มือแตะให้สกปรก

ภายในนั้นมืดสลัว มีแสงจากเห็ดราเรืองแสงสีต่างๆ ขึ้นเป็นหย่อมๆ เหมือนในท้องถ้ำ บางส่วนลามขึ้นเพดานเป็นลวดลายแปลกตา

ในโถงมีเก้าอี้ยาวตั้งเรียงราย น่าแปลกที่ไม่ถูกคนในเก็ตโตขนออกไปทำฟืนหมดแล้ว อาจเพราะพวกมันถูกความชื้นกับรากินจนเสื่อมสภาพ ทำไปก็ไม่คุ้ม ด้านหน้าโถงมีแท่นบูชาเหมือนโบสถ์ทั่วไป ช่องแสงบนเพดานมีแสงซึ่งสลัวอยู่แล้วส่องลอดลงมาอย่างสลัวยิ่งกว่า เป็นไปได้ว่ากระเบื้องหลังคาหรือหอคอยที่ประดับตราสุริยเทพคงตกลงมาทับ

ไม่มีใครอยู่ในนั้น แม็กนัสกลับหลังหัน กำลังจะออกไปพอดีเมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงฮัมเพลงเบาๆ

...ให้ตายสิ เขาไม่เชื่อเรื่องผีสาง...แต่ได้ยินจังๆ อย่างนี้ขนหลังก็ลุกซู่ขึ้นมาเหมือนกัน...

ทว่าเสียงนั้นฟังคล้ายแอนเธียอยู่ แม็กนัสยังอยากดูให้รู้แน่ เขาจึงเดินใกล้เข้าไปอีก อย่างแผ่วเบาที่สุด

ในที่สุดเขาก็พบเธอ... หญิงสาวยังสวมเสื้อไหมพรมสีนวลตัวเดิมกับกางเกงยีนส์ขายาว เธอนั่งยองๆ อยู่ระหว่างม้านั่งยาวแถวด้านหน้า มิน่าเขาถึงมองไม่เห็นแต่แรก

แอนเธียกำลังฮัมเพลงพร้อมกับโยกตัวไปมาช้าๆ แม็กนัสลังเลว่าควรเรียกเธอตอนนี้หรือไม่ แต่เมื่อก้าวเข้าไปใกล้ ก็ดูเหมือนบางอย่างจะตัดสินใจแทนเขาเสียก่อน

เสียงขู่แฟ่ดังขึ้น...แทบพร้อมกัน ร่างของหญิงสาวก็ผุดลุก หมุนตัวกลับมา ชักปืนพกติดที่เก็บเสียงเล็งใส่เขาทันที

ทั้งสองนิ่งอยู่อย่างนั้นอีกครู่ จนกระทั่งแอนเธียถอนใจและเก็บปืน

คุณเองเหรอ

ข...ขอโทษ ที่ทำให้ตกใจ แม็กนัสพูด ก่อนจะมานึกได้ทีหลัง...ว่าเขาก็ตกใจเหมือนกันนั่นล่ะ

คุณมาถึงนี่ได้ยังไง

ฉัน...เอ้อ...ไปหาเธอที่ร้านหมอ เห็นคุณมาร์กาเร็ตบอกว่าเธอออกมาเดินเล่น เลยมาตาม เมื่อกี้เจอบิวเรน มันบอกว่าแถวนี้มีโบสถ์ร้าง ฉันเลยลองมาดู เผื่อจะเจอเธอ

...คุณบิวเรนไม่ได้บอกว่าฉันอยู่ที่นี่เหรอคะ

ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ

ฉันมาอยู่ที่นี่ได้พักหนึ่งแล้ว ได้ยินเสียงเขาเข้ามา เลยหันไปทัก เขาไม่ได้บอกคุณเหรอคะ

แม็กนัสเกาหัวแกรก นึกสาปแช่งเพื่อนร่วมงานอย่างเบาะๆ อยู่ในใจที่แอบอมพะนำ

ไม่ได้บอก ชายหนุ่มพยายามเปลี่ยนเรื่องพูด ว่าแต่เธอมาที่นี่ทำไมหรือ

แค่มาคิดอะไรเงียบๆ ค่ะ ที่นี่สงบดี แล้วฉันก็ไม่ได้มานานแล้วด้วย พอมาถึงก็ได้เจอเพื่อนเก่าพอดี

เพื่อนเก่า?

แทนคำตอบ หญิงสาวก้มลงอีกครั้ง ก่อนจะอุ้มก้อนขนฟูๆ ลายขาวสลับเทาดำที่มีตาสีเขียวเรืองแสงสองดวงขึ้นในอ้อมแขน

...แมวอะไรนั่น... แม็กนัสนึกสงสัยกับขนาดตัวอันใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม และหน้าตาไม่รับแขกของมัน

ไม่นึกว่าจะยังอยู่ที่นี่ เหมือนเมื่อตอนนั้นเลย

...แล้วเมื่อตอนนั้นมันเมื่อตอนไหน... ชายหนุ่มตั้งคำถามในใจ

แปดปีก่อน มันอยู่ตรงนี้ เหมือนตอนนี้ไม่มีผิด แอนเธียตอบราวกับอ่านใจเขาได้

เธอเคยมาที่นี่เหรอ แม็กนัสถาม แล้วก็ระลึกได้ว่ามันเป็นคำถามที่งี่เง่าสิ้นดี

...เออ...ก็เธอเพิ่งเคยบอกหยกๆ ว่าเคย แล้วถ้าไม่เคย จะรู้จักหมอโจเซฟกับภรรยาได้ยังไงกัน...

ค่ะ ก่อนฉันไปอยู่โบสถ์เซนต์แชริตี แอนเธียเล่าเรียบๆ พร้อมกับวางเจ้าแมวแก่อ้วนปุกลง ฉันเคยพักที่บ้านคุณลุงโจเซฟสักพักหนึ่ง

อ้อ ชายหนุ่มรับ แล้วก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปอีก

ตอนนั้นฉันเพิ่งผ่าตัดใหญ่ค่ะ ใช้เวลาพักฟื้นอยู่นาน แล้วก็เพิ่งมาจากเวสต์แลนด์ ไม่รู้จักคนโซลาริสเลย นอกจากหลวงพ่อนิโคลัส คุณลุงโจเซฟ กับคุณป้ามาร์กาเร็ต พวกเขาดีกับฉันมาก แต่ฉันก็ยังรู้สึกเหงาๆ อยู่ดี มีที่นี่แหละค่ะ ที่ทำให้ใจสงบขึ้นได้บ้าง

แต่มันเป็นโบสถ์ร้าง...

ค่ะ ร้างมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เขาว่ามีผีสิง เลยไม่ค่อยมีใครกล้ามา แต่ผีที่เขาว่ากัน อาจจะมีแต่เจ้าแมวตัวนี้ลับเล็บ วิ่งไล่จับหนู หรือร้องขึ้นมาก็ได้

เจ้าแมวอ้วนร้องหง่าวรับ ก่อนจะเดินสีขาของแอนเธียรอบหนึ่ง แล้วทิ้งตัวลงนั่งเลียเนื้อตัวอย่างเกียจคร้าน โดยไม่วายส่งสายตาไม่ใคร่เป็นมิตรให้แม็กนัสที่จ้องมันอยู่

...ให้ตายเถอะ อย่างน้อยแกต้องเป็นแมวแก่หง่อมสักแปดปีขึ้นไปแล้ว อย่ามาทำอ้อนสาวไปหน่อยเลย... ชายหนุ่มนึกในใจ

เขาลืมจุดประสงค์เดิมของตนไปแล้ว จนหญิงสาวถามขึ้นมาเอง

ว่าแต่...คุณมาหาฉันทำไมเหรอคะ เธอไม่แค่ถาม ยังเดาถูกตรงเผง คิดจะขอโทษเรื่องเมื่อคืนเหรอ

แม็กนัสเกาหัวแกรก

ก็...ทำนองนั้น

ไม่เป็นไรค่ะ แอนเธียสั่นศีรษะพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ฉันเองก็เริ่มเมา เลยพูดด้วยอารมณ์เกินไปเหมือนกัน ลืมมันไปเสียเถอะ

...ลืมได้ง่ายๆ ที่ไหนเล่า... สารพัดคำประชดประชันที่เธอพูดตอนนั้นยังวิ่งวนอยู่ในหัวเขาอยู่เลย

แต่...ยังไงฉันก็ทำให้เธอรู้สึกไม่ดี

ฉันเจอคนพูดไม่ดีกว่านี้มามากแล้วค่ะ พวกอัสลานบาปหนาบ้างล่ะ นอกรีตบ้างล่ะ ไปตายซะให้หมดบ้างล่ะ บางทีฉันยังนึกเลย ว่าพวกเราอาจจะบาปหนาจริงๆ ก็ได้ ถึงได้ตายตามคำแช่งกันมากมายขนาดนี้

แต่... แม็กนัสเริ่มไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี ยังไงฉันก็อยากขอโทษ ฉันอุตส่าห์มาหาเธอถึงนี่แล้ว

หญิงสาวมองเขานิ่งอยู่ นัยน์ตาสีเขียวหยกของเธอดูเหมือนสะท้อนแสงได้ดีเหลือเกินในความมืด ชายหนุ่มถูกมองมากเข้าก็เริ่มประหม่า ไม่รู้จะพูดอะไรดี นอกจาก...

ฉัน...ขอโทษ ฉัน...ข...ขอโทษ เอ้อ...

...ไอ้บ้า  ! ใครเขาขอโทษซ้ำๆ บ้างวะ  ! บอกเหตุผลที่ขอโทษสิโว้ย  !... เขาด่าตนเองในใจ

...แต่แอนเธียก็รู้แล้วว่าขอโทษทำไม ขอโทษแค่นี้ก็พอแล้ว พูดครั้งเดียวก็พอ แม่เคยบอกว่ายิ่งพูดพร่ำเพรื่อจะยิ่งน่ารำคาญ จะดูเหมือนเสแสร้งไม่ใช่เรอะ...

...งั้นก็ของขวัญ ไอ้ที่แกเตรียมมาขอโทษเขานั่นล่ะ...

แม็กนัสล้วงเข้าไปในเสื้อโค้ต หยิบช่อดอกไม้พลาสติกออกมา ถือค้างไว้ตรงหน้าหญิงสาวที่มองมาอย่างสงสัย ไม่มีวี่แววดีใจแม้แต่น้อยที่เห็นมัน

ครูเซเดอร์หนุ่มเพิ่งระลึกชาติได้ในตอนนั้นเอง ว่าเธอทำดอกไม้ดินปั้น เหมือนจริงหรือเปล่าเขาไม่รู้หรอก เพราะไม่เคยเห็นดอกไม้ของจริงเลย (หรือต่อให้เคยมีดอกไม้จริงอยู่ในระยะสายตา เขาก็ไม่ได้ใส่ใจจะมองเอง) แต่เท่าที่ตาของคนไร้ศิลปะอย่างเขามองออก ดอกไม้ที่เธอทำขายก็สวย อย่างน้อยก็สวยกว่าดอกไม้พลาสติกกิ๊กก๊อกราคาถูกช่อนี้

ฉ...ฉันรู้ว่ามันไม่ได้มีค่ามากมาย ไม่ได้สวยอะไรเลยด้วย แต่...แต่ฉันอยากให้เธอรู้ ว่าฉันขอโทษจริงๆ ฉันเลย...

ฉันเข้าใจค่ะ แอนเธียพูดด้วยสีหน้าที่เขาบอกไม่ถูก ...เหมือนจริงจังแต่ก็ไม่ได้เคร่งเครียด เหมือนไม่ได้ยินดี แต่ก็ใช่จะไม่พอใจหรือไม่เป็นมิตร แต่ที่จริง คุณไม่เห็นต้องทำอย่างนี้เลย ถ้าฉันจะยกโทษให้คุณ ก็เพราะฉันเห็นว่าคุณขอโทษด้วยใจจริง ไม่ใช่เพราะของกำนัลอะไรทั้งนั้น

แม็กนัสได้แต่มองเธอเงียบอยู่ จนหญิงสาวพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มขึ้น พร้อมกับยื่นมือมาทางช่อดอกไม้

แต่ถ้าคุณอยากให้ฉันจริงๆ ฉันก็จะรับไว้ด้วยความยินดี ไม่เกี่ยวว่าต้องเป็นของราคาแพงหรือสวยงามยังไงหรอกค่ะ

...แสดงว่าไอ้ดอกไม้นี่ดูน่าเกลียดสมราคาสินะ... ชายหนุ่มนึกอย่างปลงอนิจจัง แต่ก็ไม่พูดออกไป ได้แต่มองแอนเธียดูดอกไม้ช่อนั้น ใช้นิ้วไล้ไปตามกลีบดอกสีชมพูด้วยท่าทางครุ่นคิด ก่อนที่จู่ๆ เธอจะเรียกเขาในทันใด

คุณแม็กนัส สายตาของหญิงสาวพลันเคร่งขรึมขึ้นจนเขาประหลาดใจ ช่วยหลับตาได้มั้ยคะ

ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างสงสัย มองหญิงสาวที่โน้มตัวลง เอามือปัดม้านั่งจุดหนึ่งอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะวางดอกไม้ลงใกล้แถวนั้น แล้วหันมามองเขาอีกครั้ง

นั่งตรงนี้ แล้วหลับตาได้มั้ยคะ แอนเธียยิ้มอ่อนๆ ห้ามขยับ ห้ามลืมตาจนกว่าฉันจะบอกให้ลืมตาได้ อย่าโกงนะคะ

แม็กนัสกลืนน้ำลาย หน้าร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที ไม่รู้เขาคิดมากเกินไปหรือเปล่า แต่คำขอนั้นท่าทางจะมีอะไร...ใกล้ชิดอยู่นั่นละ

ชายหนุ่มทำตามคำบอกอย่างงงๆ แต่หากเป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ ก็ใช่จะไม่ดีใจ บางที หากแอนเธียรู้สึกอย่างนี้กับเขา อะไรๆ ก็คงจะง่ายขึ้น

ขณะหลับตาลงเห็นเพียงความมืด ใจของเขาเหมือนจะเต้นโครมครามเป็นสองเท่า เสียงทุกเสียงแทบทำให้ลมหายใจผิดจังหวะ ไม่ช้าก็รู้สึกได้ว่ามีความอบอุ่นของอีกร่างหนึ่งอยู่ตรงหน้า ใกล้เข้ามา มือเล็กๆ คู่หนึ่งวางบนบ่า และหน้าผากทาบแนบหน้าผาก

เป็นครั้งแรกที่แอนเธียอยู่ใกล้เขาขนาดนี้ และแม็กนัสก็แทบอยากดึงร่างของเธอเข้ามากอด ติดที่เธอห้ามไม่ให้ขยับตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงมีแต่ใจที่แล่นพล่านไปเรื่อย คิดว่าเธอคงมีใจให้เขาแน่นอน บางทีเธออาจจะกอดเขาเอง หอมแก้ม หรือไม่อย่างนั้นก็จูบ...

หญิงสาวปล่อยมือ และถอยห่างจากเขาทันควัน ชายหนุ่มได้ยินเสียงม้านั่งข้างหลังกระเทือนเล็กน้อย เมื่อนั้น เขาลืมตาทันทีโดยลืมคำห้ามของเธอ

แอนเธีย  !”

หญิงสาวยืนมองแม็กนัสด้วยสายตาที่เขาเองบอกไม่ถูก ...ไม่ถึงกับโกรธหรือต่อว่า แต่ดูเหมือนตกใจและสับสน เจือความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ

ชั่วครู่หนึ่ง เขารู้สึกเหมือนเธอดูแปลกตาไป แต่เพิ่งนึกออกว่าแปลกตาอย่างไรก็อีกครู่ถัดมา

ผ้าคาดผมของเธอถูกรั้งสูงขึ้น เผยหน้าผากที่มีผมหน้าม้าปรกกระจาย ผิวเนื้อใต้เงาผมดูมืดจนน่าประหลาดใจ...ไม่ใช่เพราะแสงเงาสลัว แต่เหมือนเส้นๆ สีดำ...

ครั้นจะมองให้ชัดเจน แอนเธียก็เบือนหลบ ดึงผ้าคาดผมลงมาที่หน้าผากตามเดิม ไม่ยอมสบตากับเขา

ข...ขอโทษ ฉันทำอะไรไม่ดีรึเปล่าแม็กนัสรีบพูด ลืมเรื่องเส้นสีดำบนหน้าผากของเธอไปในทันที

แอนเธียสูดหายใจลึกๆ แล้วก็หันกลับมายิ้มให้เขา...เป็นหนึ่งในรอยยิ้มที่ไม่จริง

เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรหรอก

แต่...ดูเธอตกใจ ถ...ถ้าฉันทำอะไรไม่ดี ก็บอกมาตรงๆ เถอะ จะไม่ทำอีก

“ ‘ความคิด คงห้ามกันไม่ได้หรอกค่ะ หญิงสาวกลับพูดลอยๆ

...หมายความว่าเราคิดอะไรไม่ดี เธอเลยรู้งั้นเหรอ... แม็กนัสยิ่งหน้าร้อนผ่าวและอึดอัดขึ้นอีก ...แต่รู้ได้ยังไง...

ฉันไม่ได้ว่าอะไรนะคะ แอนเธียยักไหล่ ทิ้งตัวลงนั่งยองๆ แล้วเกาคางเจ้าแมวอ้วนเล่น คุณแม็กนัสเป็นผู้ชาย ก็ต้องคิดอย่างนั้นเป็นธรรมดานี่นา

เธอรู้เหรอ  !” ชายหนุ่มร้อง รู้สึกอยากหัวใจวายตายหรือแทรกรอยแตกบนพื้นหนีไปในเดี๋ยวนั้น เอ้อ...ฉ...ฉันหมายถึง...ทำไมเธอถึงคิดอะไรอย่างนั้น

ฉัน อ่าน คนออกนะคะ หญิงสาวตอบโดยไม่เงยหน้ามอง แต่ถึงไม่อ่าน ท่าทางของคุณก็ชัดอยู่ดี คุณอยากจีบฉันเหรอคะ

แม็กนัสทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้โครมใหญ่ เกาหัวแกรกกับคำถามตรงแสนตรงของผู้หญิงประหลาด (ที่เขาไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าชอบเข้าไปได้อย่างไร และเมื่อไร)

ป...เปล่า ก็แค่...

...แค่อยากอยู่ใกล้ๆ อยากพูดด้วย อยากดูแล เธอต่อให้ทันควัน อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าชอบเหรอ

ชายหนุ่มเท้าแขนกับเข่า ก้มหน้า ไร้คำตอบโดยสิ้นเชิง

คุณเป็นคนดีนะ แอนเธียพูด ฉันรู้ว่าคุณรักแม่กับน้องสาวคุณจริงๆ แล้วที่จริง คุณก็ไม่ได้อยากฆ่าพวกของฉันเพราะสนุก หรือกระหายเลือดอะไรเลย ฉันเห็นด้วยว่าดีแล้วที่คุณได้ย้ายเข้าคีรีเอ งานดูแลเมืองอาจจะเหมาะกับคุณมากกว่าก็ได้

ฉ...ฉันก็หวังอย่างนั้นเหมือนกัน แม็กนัสได้แต่รับ แล้วก็อดถามไม่ได้ ม...หมายความว่าเธอไม่โกรธฉันแล้วใช่มั้ย

คุณไม่รู้ โกรธคนที่ไม่รู้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมานี่คะ หญิงสาวกลับพูดแสนแปลก คนที่รู้แล้วยังโกรธต่างหากที่เลวร้ายกว่า

ไม่รู้...เรื่องอะไร

คุณไม่รู้เรื่อง ความเป็นมนุษย์ ของพวกฉัน แอนเธียเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา อย่างน้อยก็ไม่รู้จนได้พบฉัน ก่อนหน้านั้นคุณไม่เปิดรับ แต่นั่นไม่ใช่ความผิดร้ายแรงหรอกค่ะ ฉันเองก็เคยไม่เปิดรับเหมือนกัน

ตอนมาอยู่กับคนโซลาริส ฉันอายุได้สิบสี่ แต่ยังทำตัวเป็นเด็กอยู่เลย ตอนนั้นย่าเสีย พ่อเอง...ทั้งๆ ที่เป็นผู้ก่อการร้ายเต็มตัว...ก็ยังกลัวทั้งเรื่องจะพาฉันไปอยู่ด้วย และกลัวที่จะทิ้งฉันไว้คนเดียว เลยส่งฉันมาอยู่กับหลวงพ่อนิโคลัส แต่ฉันไม่ได้อยากมาหรอกค่ะ คิดว่ายอมตายเสียยังดีกว่าด้วยซ้ำ

ฉันเคยเห็นแต่คนโซลาริสฆ่าและทำร้ายคนของฉัน...ฆ่ากระทั่งแม่กับน้องๆ เลยคิดไปว่าพวกเขาทุกคนเป็นปีศาจน่ากลัวทั้งนั้น ฉันแทบไม่เชื่อและรับไม่ได้เลยที่หลวงพ่อ ลุงโจเซฟกับป้ามาร์กาเร็ต แล้วก็คนอื่นๆ อีกมากมายดีกับฉันขนาดนี้ ทั้งๆ ที่พวกเขารู้ว่าฉันเป็นคนอัสลานแท้ๆ

แต่พอเวลาผ่านไป ฉันถึงรู้ว่าเราทุกคนไม่ได้เป็นแค่ คนอัสลาน หรือ คนโซลาริสเท่านั้นนี่คะ ถ้าลบกำแพงพวกนี้ออกไปจากใจ เราก็จะเห็นอะไรเพิ่มขึ้น และดีกับคนอื่นๆ ได้มากขึ้นเหลือเกิน

ฉันเกลียดพวกครูเซเดอร์ เกลียดพวกนักบวชชั้นสูงที่สั่งล้างเผ่าพันธุ์พวกเรา หากองค์สุริยเทพเป็นผู้บัญชาให้พวกเขาฆ่าพวกของฉันจริงๆ ฉันก็จะเกลียดเทพองค์นั้นด้วย แต่ฉันกลับชอบคนอีกหลายคนที่ศรัทธาในเทพองค์นั้น ฉันชอบโบสถ์ของพวกเขา ชอบความอบอุ่น ความสงบที่ฉันรู้สึกได้ตอนอยู่ในโบสถ์ เหมือนโบสถ์ร้างที่นี่ ฉันยังชอบเพลงสวดประสานเสียงของพวกเขาด้วย แต่ไม่ได้ชอบเพราะร้องให้เทพเจ้าฟัง หรือร้องขอพรหรอกค่ะ...

ฉันชอบที่เพลงพวกนั้นรวมเสียงที่แตกต่างกันของคนหลายคนไว้ได้ และทำให้พวกมันกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันต่างหาก...

แม็กนัสฟังเธอพูดไปเรื่อยๆ พลางคิดไปว่าแอนเธียต้องเคยร้องเพลงสวดเหล่านั้นแน่นอน เด็กกำพร้าที่โบสถ์อุปการะมักถูกฝึกเป็นนักร้องประสานเสียงด้วยหากเสียงดี และกระทั่งเสียงพูดของหญิงสาวก็หวานรื่นหูขนาดนี้

เขานึกอยากฟังเธอร้องเพลงขึ้นมา จนว่าจะพูดขอพอดีเมื่อจู่ๆ แอนเธียเปลี่ยนเรื่อง

เพราะอย่างนี้ ฉันยินดีมากถ้าจะเป็นเพื่อนกับคุณ แต่เราคงต้องคิดหนักถ้าจะเป็นอะไรมากกว่านั้น

...หา?...

คุณก็รู้นี่คะ ถ้าอยากก้าวหน้าในฐานะครูเซเดอร์ ก็ลืมเรื่องแต่งงานกับคอนเวิร์ตไปได้เลย หญิงสาวพูดตรงๆ คุณยังมีแม่กับน้องสาวที่ต้องดูแล ส่วนฉัน...ถ้าจริงจังกันไม่ได้ ก็ไม่อยากให้ต่างฝ่ายต้องเสียเวลาด้วย

...เดี๋ยวก่อน  !...

ริมฝีปากของชายหนุ่มเผยอค้าง จะบอกว่าเขาไม่ได้คิดถึงขั้นนั้นก็คงจริง แต่จะบอกว่าเขาไม่ได้คิดอะไรมากกับเธอ ก็ไม่จริงและไม่ดีเลยกระมัง แม็กนัสไม่รู้ว่าความรู้สึกอยากใกล้ชิดหญิงสาวที่เขามีตอนนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ หรือมีอะไรมากกว่านั้น แต่ที่แน่นอนคือเขาไม่ได้เห็นเธอเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ (ในหลายๆ ความหมาย) ยิ่งไม่เหมือนผู้หญิงริมทางที่เขามองหรือแวะหาตามประสาชายโสดเด็ดขาด

ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ แอนเธียยักไหล่พร้อมกับยิ้มน้อยๆ อีกครั้ง ฉันแค่อยากพูดให้เราเข้าใจตรงกันไว้ก่อน เมื่อไหร่ที่คุณเข้ามาใกล้เกินไป ฉันจะถอย แต่ถ้าคุณเว้นระยะได้ ฉันก็ดีใจที่มีเพื่อนอย่างคุณ

อ...อือม์ ชายหนุ่มไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าถามว่าหญิงสาวรู้สึกอย่างไรกับเขากันแน่

ถึงเธอจะไม่ได้ตัดไมตรี ก็ยังปรามเขาอยู่ในทีว่าเป็นอะไรมากกว่าเพื่อนไปไม่ได้

...แต่เป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันไม่ใช่หรือ...

แม็กนัสคงต้องยอมรับเรื่องนั้น อย่างน้อยการได้พูดกับแอนเธียวันนี้ก็ลบล้างเรื่องโกรธกันเมื่อวานไปได้ และเขาก็ยังไม่คิดเรื่องอนาคตมากหรอก ตอนนี้ ที่วางแผนไว้ก็มีแต่กลับคีรีเอแล้วต้องตั้งใจทำงาน ทำยศร้อยเอกให้ได้ เพื่อให้แม่กับน้องได้ย้ายไปอยู่บ้านพักครูเซเดอร์ในแซงค์ชัวรี ก็แค่นั้นเอง

นอกนั้น แค่ได้รู้สึกดีเวลาเจอแอนเธียบ้างก็พอแล้ว

 

* * * * *

                                                                  


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
The Sun Seeker - ผู้ตามหาตะวัน (จบภาค) ตอนที่ 60 : -- ๔ – สิ่งที่ครูเซเดอร์หนุ่มเห็นว่าควรลบล้าง - “ฉัน ‘อ่าน’ คนออกนะคะ” , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 190 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android