">
คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

The Sun Seeker - ผู้ตามหาตะวัน (จบภาค)

ตอนที่ 138 : [ตอนพิเศษ] ฝัน - "ความฝัน?"


     อัพเดท 7 มี.ค. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: แฟนตาซี, โลกอนาคต, โลกไร้ตะวัน, ตำนานเทพเจ้า, สงครามเ่ผ่าพันธุ์
ผู้แต่ง : NithiN ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ NithiN
My.iD: https://my.dek-d.com/Anithin
< Review/Vote > Rating : 100% [ 3 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 6,710
53 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 56 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
The Sun Seeker - ผู้ตามหาตะวัน (จบภาค) ตอนที่ 138 : [ตอนพิเศษ] ฝัน - "ความฝัน?" , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 196 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เรื่องนี้แต่งโดยได้แรงบันดาลใจจากเพลง EXEC_FLIP_FUSIONSPHERE/. ของเกม Ar tonelico 3 ทั้งทำนองและเนื้อเพลง

สำหรับเปิดฟังคลอไปด้วยครับ



* * * * *

The Sun Seeker - Another Story
ฝัน


            ความฝันของเด็กหญิงที่มองเห็นแสงสว่างกับความมืด และเด็กชายผู้อยู่ในความฝัน

 

เด็กหญิงมองทุกสิ่งรอบตัวอย่างสนใจ

เธอเห็นพื้นหญ้าสีเขียวสด และดอกไม้สีสดใสละลานตา ใต้ฟ้าสีครามจัดจ้า โลกนี้ไม่มีร่างสูงในชุดคลุมสีขาวปิดหน้าตาที่นำอาหารมาให้ หรือเข้ามาฉีดยา หรือเจาะเลือด ไม่มีหน้าจอที่มีเสียงพูดและฉายภาพต่างๆ ไม่มีใครที่หน้าตาเหมือนเธอ

ไม่มี 'แสงสว่าง' และไม่มี 'ความมืด'

เด็กหญิงเดินท่องไป เห็นลำธารใสที่เป็นประกายระยิบระยับราวเพชรพลอย และเห็นต้นไม้ใหญ่ ใต้ต้นไม้มีใครคนหนึ่งนั่งอยู่

ใครคนนั้นเป็นเด็กเหมือนกัน เด็กผมสีน้ำตาลไม่เหมือนเธอ เด็กนั้นนั่งฮัมเพลงอยู่ใต้ต้นไม้ ก่อนจะผุดลุกขึ้นเมื่อสังเกตเห็นเธอ

"เธอเป็นใคร" เด็กอีกคนถามอย่างระแวดระวัง "เข้ามาในนี้ได้ยังไง"

"...ไม่รู้" เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่ที่ไหน "ฉันไม่รู้ว่าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง แต่ฉันคือเซราฟินาที่สี่สิบห้า"

"เซราฟินา" เด็กนั้นทวนคำ "ชื่อเพราะดี แต่ทำไมต้องมีสี่สิบห้าด้วย"

"เพราะมีเซราฟินาคนอื่นๆ อยู่ ตั้งแต่หนึ่งถึงหกสิบสาม ฉันเป็นคนที่สี่สิบห้า" เด็กหญิงตอบ "เธอละ เป็นเซราฟินาคนที่เท่าไร"

"ฉันไม่ได้เป็นเซราฟินา" คนตอบสั่นศีรษะ "ฉันชื่อมอร์ฟี"

เด็กหญิงเอียงคอ ดูเหมือนมอร์ฟีจะไม่ใช่เซราฟินาจริงๆ เพราะเขาเป็นเด็กผู้ชาย มีผมและตาสีน้ำตาล ผิดกับเธอและเซราฟินาทุกคนที่มีผมสีทองและตาสีฟ้า หน้าจอกับพวกคนชุดขาวบอกว่าโลกภายนอกมีเด็กที่ไม่ใช่เซราฟินาเหมือนพวกเธออยู่ แต่เด็กหญิงเซราฟินาทุกคนเป็นคนพิเศษ ต้องอยู่แต่ในกำแพง ห้ามออกไปข้างนอกเด็ดขาด...อย่างน้อยก็จนถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ออกไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

แต่หากมีเด็กที่ไม่ใช่เซราฟินาอยู่ในนี้ ก็หมายความว่า...

"นี่คือนอกกำแพงเหรอ"

"นอกกำแพงอะไร"

"นอกกำแพงศูนย์วิจัยและอบรมเซราฟินา" เด็กหญิงตอบฉะฉาน "ถ้าใช่ ฉันก็ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ เธอบอกทางกลับให้ฉันทีสิ"

เด็กอีกคนขมวดคิ้ว ท่าทางลังเล แต่แล้วก็พูดจริงจัง

"เธอไม่ได้ออกนอกกำแพงหรอก เธอยังอยู่ในกำแพง แต่...ฉันไม่รู้ว่าเธอเข้ามาในความฝันของฉันได้ยังไง"

"ความฝัน?" เซราฟินาที่สี่สิบห้าทวนคำ "ฉันหลับอยู่เหรอ"

"คงใช่" มอร์ฟีบอก "คนต้องหลับสิถึงจะฝันได้"

"แต่...ฉันไม่เคยรู้สึกตัวอย่างนี้ตอนฝัน" เด็กหญิงหยิกแขนตัวเองแล้วก็นิ่วหน้า "ไม่เคยเจ็บด้วย"

เด็กชายหัวเราะ

"เพราะเป็นฝัน 'ของฉัน' ละมั้ง" เขาหันกลับมาหลิ่วตาให้เธอ "สวยไหมล่ะ ฝันของฉัน นี่ฉันสร้างทุกอย่างตามภาพที่เคยวาดเลยนะ ตอนเรียนชั้นต้น ฉันวาดภาพประกวด ได้รางวัลที่หนึ่งของโรงเรียนด้วย พ่อแม่ดีใจมาก ชมฉันใหญ่เลย"

"แล้วพ่อแม่เธอ?"

"พ่อแม่ฉัน...ก็นี่ไง" เด็กชายพยักพเยิดไปทางทุ่งหญ้าว่างเปล่า ซึ่งค่อยๆ ปรากฏภาพผู้ใหญ่หญิงชายคู่หนึ่งยืนเคียงกัน "บ้านฉันก็อยู่ทางโน้น"

กระท่อมหลังเล็กสีขาวนวล มีหลังคาสีแดงและปล่องไฟปล่อยควันพลันปรากฏขึ้น

"ฉันเลี้ยงหมาด้วยนะ ตัวใหญ่มาก เราขี่หลังมันไปถึงบ้านก็ได้" มอร์ฟีก้มลงมองพื้นหญ้า ซึ่งมีสุนัขขนสีทองตัวใหญ่อ้าปากแลบลิ้น หางปัดยอดหญ้าพั่บๆ อยู่ตรงหน้า ครั้นแล้วเขาก็จับมือเด็กหญิงพร้อมกับสั่งให้มันลุกขึ้นยืน "ไปบ้านฉันกัน เซรา แม่ทำขนมอร่อยๆ ไว้ ไปกินด้วยกันนะ"

เด็กหญิงเบิกตากว้างบนหลังของสุนัขตัวโต สองมือเกาะเอวเด็กชายตรงหน้าไว้แน่น เสียงหัวเราะของเขาลอยอยู่ในสายลมที่ไล้ใบหน้า...ก่อนจะกลับวูบหายไป

 

* * * * *

 

เซราฟินาที่สี่สิบห้าตื่นขึ้นกลางดึก สัมผัส 'แสงสว่าง' ได้จากเซราฟินาคนอื่นๆ ในโรงนอน และ 'ความมืด' อันริบหรี่ที่อยู่ห่างออกไป

'ความมืด' อยู่ที่ตึกอีกหลังนั้นตรงข้ามกัน ศูนย์วิจัยนี้ไม่ได้มีเพียงเซราฟินา แต่บางครั้งพวกคนชุดขาวก็นำ 'เนฟิลิม' ที่เป็นเจ้าของ 'ความมืด' เข้ามา

เซราฟินาบางคนเคยเห็นเนฟิลิมแล้ว คนชุดขาวเล่าว่าพวกเขาให้พวกเธอชำระบาปเนฟิลิมเหล่านั้น หากได้ชำระบาปให้เนฟิลิมก็จะสามารถออกไปทำหน้าที่นอกศูนย์ได้ ขณะที่เซราฟินาที่สี่สิบห้าไม่เคยชำระบาป พวกคนชุดขาวไม่เคยให้เธอเข้าไปเห็นเนฟิลิม แต่ให้เธอชี้ตัวเนฟิลิมจาก 'ความมืด' ที่สัมผัสได้

ถึงอย่างนั้น เซราฟินาที่สี่สิบห้าก็เคยเห็นภาพถ่ายของเนฟิลิม พวกนั้นมีเขาเหมือนสัตว์ และใบหน้าบิดเบี้ยวน่ารังเกียจ เป็นสิ่งที่คนชุดขาวบอกว่าไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้

ถึงอย่างนั้น เด็กหญิงก็ไม่ชอบเวลามีเนฟิลิมถูกพาเข้ามา เธอไม่ชอบสัมผัส 'ความมืด' ที่ชวนให้หวาดหวั่น แม้จะไม่ชอบ 'แสงสว่าง' อันเจิดจ้าจากเซราฟินาคนอื่นๆ เช่นกัน

เซราฟินาคนอื่นๆ ไม่เคยเห็นแสงสว่างและความมืดได้กระทั่งยามหลับตาเหมือนเธอ บางคนอาจจับได้เพียงรางๆ แต่ถึงอย่างนั้น เซราฟินาที่สี่สิบห้าก็ไม่มีพลังเยียวยา และสร้างแสงสว่างได้น้อยที่สุดในหมู่เซราฟินาทุกคน พวกคนชุดขาวบอกว่าองค์สุริยเทพประทานอำนาจให้เซราฟินาแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นจงอย่าได้เสียใจหากตนเองทำไม่ได้เหมือนคนอื่น เพราะมีสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้เหมือนตนเองเช่นกัน

ทว่า...เซราฟินาที่สี่สิบห้าไม่ได้เสียใจหรอก เธอไม่อยากเห็นแสงสว่างและความมืด เธอไม่อยากอยู่โดยรู้สึกว่าตนเป็นเพียงหิ่งห้อยที่มีแสงริบหรี่ตัวเดียวท่ามกลางหิ่งห้อยที่สว่างจนพร่าพรายทั้งฝูง และสัมผัสความมืดที่ชวนให้หวาดหวั่นว่ามันจะเข้ามาถึงตัวและกลืนกินเธอเข้าไปเมื่อใด

ดังนั้นเธอจึงชอบโลกในความฝัน โลกที่เธอมองไม่เห็นทั้งแสงสว่างและความมืด ทว่ามีสีสันสดใส และกว้างขวางกว่าห้องกับทางเดินทางสีขาวสะอาดของศูนย์วิจัย

และมีมอร์ฟี...เด็กที่ไม่ใช่เซราฟินาคนเดียวที่เธอรู้จัก

...ถ้าได้ฝันถึงเขาอีกก็ดีสินะ...

 

* * * * *

 

"สวัสดี" มอร์ฟีทักทายเธอในที่อันเวิ้งว้าง "เจอกันอีกแล้วนะ"

คราวนี้เด็กชายแต่งตัวประหลาด ใส่หมวกสีดำที่มีรูปกะโหลกไขว้เหมือนบนขวดสารพิษ กับเสื้อยาวสีแดงฉูดฉาดแปลกตา

เซราฟินาที่สี่สิบห้ามองไปโดยรอบ เห็นว่าทั้งสองอยู่บนพื้นไม้ไหวโคลง ท่ามกลางพื้นสีน้ำเงินที่ม้วนตัวไปมา บนพื้นไม้นั้นมีเสาสูง เชือกระโยงระยาง และผ้าที่ปูขึงรับลม

"นี่ที่ไหน"

"บนเรือ" เด็กชายรีบบอก "เราจะไปผจญภัยกัน เหมือนเมื่อตอนที่ยังมีดวงตะวันนั่นไง"

มอร์ฟีเล่าให้เธอฟัง เรื่องของเรือเดินทะเล พระเอกนักผจญภัยที่ต้องเผชิญกับอสูรทะเลยักษ์และโจรสลัด และยังเรื่องอื่นๆ อีกมาก หลายครั้งเธอพบเขาในที่ที่แปลกตาไป หลายครั้งมอร์ฟีไม่ใช่เด็กผู้ชายตัวเท่ากัน แต่เป็นผู้ชายที่โตแล้ว เป็นเจ้าชาย เป็นวีรบุรุษ หลายครั้งเขาเปลี่ยนเธอเป็นเจ้าหญิงแสนงาม และนางเงือกดำดิ่งในท้องทะเลเคียงคู่กัน

เด็กชายบอกว่ารู้เรื่องนี้มาจากพ่อ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงหนัง ฉายทั้งหนังเก่าที่เหลือรอดมาจากตอนยังมีดวงตะวัน และหนังใหม่ที่พยายามถ่ายทำให้เหมือนโลกเมื่อครั้งก่อน เซราฟินาเคยถามว่าหนังคืออะไร มอร์ฟีก็อธิบายว่าเป็นภาพเคลื่อนไหว เป็นเรื่องราวบนหน้าจอใหญ่ เธอคิดว่ามันคงเหมือนหน้าจอที่มีเสียงและภาพนิ่งกับภาพเคลื่อนไหว ซึ่งสอนเธอกับเซราฟินาคนอื่นๆ เด็กชายยอมรับว่าคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนเสียทีเดียว

สุดท้ายมอร์ฟีก็ทำความฝันให้กลายเป็นโรงหนัง มีทั้งสองนั่งดูด้วยกันในความมืด เรื่องราวมากมายผ่านเลยไปบนหน้าจอ เรื่องของเจ้าชายที่ฝ่าอันตรายขึ้นไปช่วยเจ้าหญิงบนหอคอย เรื่องของวีรบุรุษผู้ใช้ดาบวิเศษช่วยเหลืออาณาจักรจากปีศาจร้าย เรื่องของเด็กสาวพรายหิมะที่หลอมละลายเมื่อสัมผัสความอบอุ่นจากเด็กหนุ่มที่เข้ามาในเคหาสน์หิมะของนาง และกลายเป็นสายฝนโปรยปรายตกต้องร่างเขา

ยิ่งได้ฝันกับมอร์ฟี เซราฟินาที่สี่สิบห้าก็ไม่อยากเป็นเซราฟินา เธออยากเป็นเด็กธรรมดาๆ เหมือนมอร์ฟี เด็กที่มีพ่อแม่ เด็กที่ได้ไปโรงหนัง เด็กที่ได้ไปโรงเรียนกับมอร์ฟี และได้เป็นเพื่อนกันในโลกข้างนอกนั้น ไม่ต้องอยู่ในศูนย์ ไม่ต้องเห็นแสงสว่างและความมืด

เวลาล่วงเลย...ล่วงเลยไป เช่นเดียวกับฝันมากมาย

ฝันยิ่งแจ่มชัด น่าตื่นตา และเป็นชีวิตของเธอเสียยิ่งกว่าความจริง

 

* * * * *

 

"นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ"

"หือ" เซราฟินาที่สี่สิบห้าเงยมองคนพูดอย่างไม่แน่ใจ ขณะทั่งสองนั่งแช่เท้าเปลือยเปล่าในน้ำตกใสเย็นแสนสบาย กลีบดอกไม้ขาวและแดงโปรยปรายลงบนผิวน้ำตกเป็นแพสีละลานตา ใต้ฟ้าสีครามและม่านใบไม้สีเขียว

วันนี้มอร์ฟีดูซึมเศร้าไปจนเด็กหญิงสังเกตได้ แต่ไม่นึกฝันว่าเขาจะพูดอย่างนั้น

"นี่ครั้งสุดท้ายแล้ว ที่เธอจะเข้ามาในฝันฉันได้"

"ทำไมล่ะ" เด็กหญิงนึกหวั่น "มอร์ฟีจะไม่ให้ฉันเข้ามาอีกเหรอ ฉันทำอะไรให้เธอโกรธเหรอ เธอ...ไม่อยากเจอฉันอีกแล้วเหรอ"

"เปล่านะ เซรา" มอร์ฟีรีบตอบ "แต่ฉัน...ฉันต้องไปจากที่นี่แล้ว"

"ไปที่ไหน" เด็กหญิงถาม...เพิ่งตระหนักได้ว่าเธอไม่รู้ และก็ไม่เคยนึกถามตลอดมาด้วย ว่า... "ตัวจริงของมอร์ฟีอยู่ที่ไหน"

"ในที่ที่ไม่ดีนักหรอก" เด็กชายถอนใจ "แย่กว่าความฝันนี่เยอะ ความฝันนี่ก็แค่ที่ที่ฉันใช้ 'หนี' เท่านั้นเอง"

"หนี? หนีอะไร ทำไมต้องหนี"

"ในโลกข้างนอกนั้น ฉันไม่เป็นอย่างนี้ ขยับไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ด้วย" มอร์ฟีพูดไปเรื่อยๆ พร้อมกับแกว่งขา ส่งปลาสีเงินที่ใต้น้ำให้ว่ายกระเจิงไป "ไม่ได้ไปโรงเรียน ไม่มีพ่อแม่...ไม่สิ ที่จริงคือเคยมี แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว"

"ทำไมล่ะ"

"เซราอย่ารู้เลย" เด็กชายกลับตัดบททันที "รู้ไปก็ไม่มีอะไรดีหรอก ถึงอย่างนั้น...ฉันก็มีความสุขดี จริงๆ นะ เพราะตัวเอง ฝันได้นี่แหละ แล้ว...ที่ที่ฉันจะไป ฉันก็คงได้ฝันอย่างนี้เหมือนกัน มีความสุขอย่างนี้เหมือนกัน"

"แต่ฉันจะไม่มีความสุขน่ะสิ!" เซราฟินาที่สี่สิบห้าทำหน้าง้ำ "ถ้าไม่มีมอร์ฟี ฉันก็ไม่ได้ฝันสนุกๆ อีกแล้ว! ไม่ได้อยู่ในโลกที่มองไม่เห็นแสงสว่างกับความมืดน่ารำคาญนั่นอีกแล้ว!"

เธอไม่ได้อยากร้องไห้เลย พวกคนชุดขาวบอกว่าเซราฟินาไม่ควรโกรธหรือร้องไห้ เพราะนั่นแสดงถึงความเห็นแก่ตัว และพวกเธอไม่ควรเห็นแก่ตัว เพราะมีชีวิตอุทิศเพื่อองค์สุริยเทพเท่านั้น แต่เซราฟินาที่สี่สิบห้าไม่อาจห้ามน้ำตาได้อีกต่อไป

"เซรา! อย่าร้องไห้สิ" มอร์ฟีโอบเธอไว้ "ฉัน...ฉันก็ไม่อยากไปหรอกนะ แต่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ถ้าเป็นไปได้...ฉันก็อยากอยู่กับเซราอย่างนี้ไปเรื่อยๆ อยากฝันด้วยกัน เซราเป็นเพื่อนคนแรกและคนเดียวของฉันในโลกความฝัน เซราทำให้ฉันมีความสุขมาก...ฉันไม่อยากเห็นเซราเป็นทุกข์เลย"

แต่เด็กหญิงเป็นทุกข์ไปแล้ว เธอร้องไห้ หลั่งน้ำตาไหลพรูลงมาผสมกับน้ำตกในความฝัน เธอโกรธมอร์ฟี โกรธที่จู่ๆ เขาก็จะทิ้งเธอไปฝันที่อื่นคนเดียว ไม่ว่าเด็กชายจะพยายามปลอบโยนหรือสร้างสิ่งสวยงามลานตามาให้เธอชมอย่างไร เซราฟินาก็ไม่อาจหายโกรธ

สุดท้าย เด็กชายก็ได้แต่ลุกขึ้นด้วยสีหน้าเศร้าหมอง พูดว่า "ถึงเวลาแล้ว" ขณะที่ท้องฟ้า น้ำตกและกลีบดอกไม้ค่อยๆ หลอมละลาย...หายไปเป็นความว่างเปล่า

ทิ้งให้เด็กหญิงตื่นขึ้นทั้งน้ำตานองหน้า และการตระหนักรู้ว่ามีแสงสว่างอีกมากมาย รวมทั้งความมืดอีกหนึ่งอยู่ภายในศูนย์ที่เธออยู่มาแต่เกิดโดยไม่อาจออกไปนี่เอง

* * * * *

 

เช้าวันนั้นมีสิ่งที่แปลกไป

คนชุดขาวมาตามเธอ เรียกหมายเลขเธอชัดเจน พวกเขาบอกว่าเธอพร้อมสำหรับการเติบโตอีกขั้นแล้ว

พวกเขามอบปืนให้เธอ...ดูเหมือนปืนที่เคยเห็นจากหน้าจอ แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว เซราฟินาที่สี่สิบห้ารู้สึกได้ว่ามีแสงสว่างดวงเล็กๆ อยู่ในปืนนั้น...ในที่ที่เธอมองไม่เห็นแต่รู้ว่ามีอยู่ ต่างจากแสงที่สัมผัสได้จากเซราฟินาคนอื่นๆ ตรงที่แสงนี้ไม่มีชีวิต ไม่มีความรู้สึกนึกคิด

พวกเขาสอนเธอให้ลั่นไก เกิดเป็นลำแสงสว่างพุ่งทะลุเป้าซึ่งไหม้เป็นรอยดำ ครั้นแล้ว พวกเขาก็บอกให้เธอใช้มัน 'ชำระล้าง' เนฟิลิมที่ถูกขังอยู่อีกฟากหนึ่งของศูนย์วิจัย

ด้วยเหตุนี้เธอจึงดีใจ...ไม่ใช่ดีใจที่ได้ชำระล้างเนฟิลิมหรอก แต่ดีใจเพราะคิดว่าถ้าได้ออกไปก็จะได้เจอมอร์ฟี

และถ้าเจอแล้ว...ก็จะได้ฝันด้วยกันอีก

* * * * *

 

เด็กหญิงถูกพาไปยังอาคารอีกหลัง เข้าไปในห้องเล็กๆ ซึ่งมีเตียง บนเตียงมีร่างหนึ่งนอนนิ่งสนิท และบนร่างนั้นมีสายระโยงระยาง

เสียงเครื่องจักรบางอย่างข้างร่างนั้นดังเป็นจังหวะ พร้อมกับประกายแสงที่กะพริบเป็นระยะๆ จากเครื่องนั้น เด็กหญิงกลั้นลมหายใจจากกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลในห้อง เดินเข้าไปใกล้เตียงซึ่ง 'ความมืด' ชัดเจนอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม ในห้วงคำนึงปรากฏภาพอันน่ากลัวของเนฟิลิมต่างๆ ที่เคยเห็น

แต่แล้ว เซราฟินาที่สี่สิบห้าก็พบว่าเนฟิลิมนี้มีเพียงร่างผอมบางจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ตัวไม่ใหญ่ไปกว่าเธอเท่าไร ตามแขนผอมลีบมีแต่รอยมีดกรีด รอยเข็มฉีดยา ใบหน้าซูบตอบนั้นดูอย่างไรก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่โตแล้ว แม้จะไม่เด็กมากขนาดเธอก็ตาม

เขาของเนฟิลิมนั้นยังไม่ยาวเท่าไรเลย เพียงงอกชี้มาข้างหน้านิดเดียว ผมสีน้ำตาลยาวรุงรังระไหล่ ที่จมูกต่อท่อใสกับสายยางดูน่าอึดอัด ทว่าสิ่งที่สะดุดตาเด็กหญิงที่สุดกลับเป็นดวงตาของร่างนั้น

...นัยน์ตาสีน้ำตาลที่มองเธอราวกับเป็นคนรู้จัก...

...มอร์ฟี!...

เด็กหญิงอยากตะโกนออกมาสุดเสียง แต่ก็ร่ำร้องได้แต่เพียงในใจ มอร์ฟีสบตากับเธอ ริมฝีปากเริ่มบิดเบี้ยว ก่อนจะพยายามยิ้ม และขยับริมฝีปากโดยไร้เสียง

...เซ...รา...

...เธอ...น่ารัก...เหมือน...ในฝันเลย...

...แต่...ขอโทษนะ...ที่ฉัน...เป็นอย่างนี้...น่า...อาย...จริงๆ...

...ไม่อยาก...ให้เธอ...มาเห็น...เลย...

...แต่...ได้เห็นหน้าเธอ...เป็นคนสุดท้าย...ก็ดีเหมือนกัน...ฉันจะได้จำเธอ...จะจำภาพเธอเอาไว้แม่นๆ...แล้วก็จะฝัน...ฝันถึงเธอ...

...ฝันถึงเธอ...ตลอดไป...

"เซราฟินาที่สี่สิบห้า อย่ายืนเฉยสิ!" เสียงประกาศดังมาจากลำโพงที่ผนัง "ชำระล้างเนฟิลิมเสีย! หากผ่านขั้นตอนนี้ เธอจะได้ออกสู่โลกภายนอก นี่เป็นโอกาสของเธอแล้วนะ!"

...โลกภายนอก...โลกภายนอกที่มีโรงหนัง...มีคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เซราฟินา...

...แต่ไม่มีมอร์ฟี...

เด็กหญิงลังเล ถือปืนในมือค้างไว้ ใจสองด้านเริ่มทุ่มเถียงกันรุนแรง

...มอร์ฟีในความเป็นจริงทำอะไรไม่ได้เลย.../...มอร์ฟียังมีลมหายใจไว้ฝันได้ไม่ใช่เหรอ...

...ช่วยให้เขาพ้นทรมานเถอะ.../...ถ้าเขาตายแล้ว...เขาจะฝันได้อีกเหรอ...

...ช่วย...เราจะช่วยเขาอย่างไรเล่า!...

...เซรา... ริมฝีปากของซากที่เหลือเพียงลมหายใจกับความฝันตรงหน้าขยับอีกครั้ง ...ยิงเถอะ...

...ช่วยให้ฉันได้ฝันชั่วนิรันดร์นะ...ให้ฝันตลอดไป...ฉันเหนื่อย...เหนื่อยเต็มทีแล้วกับเวลาที่ไม่ได้ฝัน...มันทรมานเหลือเกิน...

...ฉันขยับไม่ได้...แม้แต่มือตัวเองยังขยับไม่ได้...ร้องห้ามยังทำไม่ได้...ได้แต่ปล่อยให้คนพวกนั้นกรีดเนื้อเอาเลือดไปทุกวัน...ฉีดอะไรเข้ามาในตัวฉันไม่รู้ทุกวัน...

...ขอโทษนะ...ขอโทษที่พูดเอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้...แต่ฉันอยากไปจากที่นี่จริงๆ...ถึงจะเสียใจที่ต้องทิ้งเซราไปก็เถอะ...

มือของเด็กหญิงสั่นระริก น้ำตาไหลพราก เช่นเดียวกับที่อาบหน้าของร่างที่เป็นมอร์ฟี เธอสั่นศีรษะ พยายามแย้งคำพูดเงียบงันของเพื่อนเพียงคนเดียว

...ถ้า...ฉันเป็นเธอ...และเธอเป็นฉัน...

...ฉันก็...จะช่วยให้เธอได้ฝันตลอดไป...เหมือนกัน....

เซราฟินาที่สี่สิบห้าเบิกตากว้างกับคำพูดนั้น

นั่นก็คือสิ่งที่เธอปรารถนา...มิใช่หรือ

...การได้ฝันตลอดไป...ในโลกที่ปราศจากทั้งแสงสว่างและความมืด...

ทั้งมือสั่นระริก...เด็กหญิงจ่อปากกระบอกปืนที่ข้างศีรษะของเด็กชายในความฝัน

และลั่นไก...

......................ครั้งที่หนึ่ง...

.........................................และครั้งที่สอง...

...จากนี้...จะได้ฝันตลอดไป...

...กับมอร์ฟี...

...จะไม่เห็นแสงสว่างหรือความมืดที่น่ารำคาญอีกแล้ว...

* * * * *

 

"สองศพเลยเหรอคราวนี้" เจ้าหน้าที่ประจำเตาเผาของศูนย์ทักอย่างประหลาดใจ กับรูปรอยใต้ผ้าคลุมศพผืนเดียว ซึ่งแสดงว่ามีร่างสองร่างถูกกองซ้อนกันบนรถเข็นอย่างไม่พิถีพิถันนัก

"เออ" คนเข็นรถมาตอบเสียงหงุดหงิด "เซราฟินาตัวนี้เป็นอะไรไม่รู้ พอยิงเนฟิลิมนั่นเสร็จก็ยิงตัวตายตามทันที ตกใจมากที่ฆ่าเนฟิลิมครั้งแรกรึไงวะ"

"บ้าน่า ไอ้ตัวพวกนี้มีความรู้สึกได้ด้วยเรอะ โดนเลี้ยงมาไม่ต่างกับหนูตะเภาแท้ๆ"

"ได้ไม่ได้ไม่รู้ล่ะ" นักวิจัยผู้เข็นรถผละไป "จัดการให้เรียบร้อยแล้วกัน ฉันสิต้องไปคิดข้อแก้ตัวดีๆ กับพระราชาคณะ ไม่งั้นได้เข้าไปอยู่ในเตาเผาตามแน่"

เจ้าหน้าที่ประจำเตาเลิกผ้าคลุมศพขึ้นโยนลงกับพื้น ครั้นแล้วก็เสือกพื้นรองใต้ศพทั้งสองที่นอนเกยกันเข้าไปในเตาโดยแทบไม่มอง ปิดฝาลง และกดปุ่มจุดไฟ

ดังนั้น เขาจึงไม่ได้เห็นรอยยิ้มบนดวงหน้าของเนฟิลิมร่างกายลีบผอม ผู้มีอำนาจความฝัน และเซราฟินาที่สี่สิบห้า ซึ่งมองไม่เห็นแสงสว่างและความมืดอันรบกวนจิตใจเธออีกต่อไป

...ราวกับทั้งสองกำลังอยู่ในฝันดีอันไร้จุดสิ้นสุด

* * * * *

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
The Sun Seeker - ผู้ตามหาตะวัน (จบภาค) ตอนที่ 138 : [ตอนพิเศษ] ฝัน - "ความฝัน?" , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 196 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android