The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 91 : 28 - ถลำลึก "ไม่ว่าจะทำอะไร ข้าก็ลบล้างบาปนี้ไปไม่ได้" (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    26 มี.ค. 62

บทที่ 28

ถลำลึก

 

ในความมืดและความเงียบของยามราตรี ราชาแห่งธีร์ดีเรนั่งอยู่เพียงลำพังที่หน้าโต๊ะทรงอักษรในห้องบรรทมที่ไม่ควรเป็นของตน ไม่มีแม้กระทั่งแสงเทียนไขใดๆ ให้ในห้องสว่างขึ้นมา

ทว่าในใจของเขาจดจ่ออยู่กับความคิดหนึ่ง ความคิดซึ่งอาจบอกไม่ได้ว่าดีหรือร้าย

สิ่งที่ทำแล้วจะไม่เสียใจภายหลังที่ได้เลือกลงไปน่ะหรือ…

ราวกับเรื่องน่าขัน เขาทำเรื่องที่ทำให้ตนเสียใจมามากมายเกินไปแล้ว จนบัดนี้ราวกับไม่เหลือสักเส้นทางเดียวที่ตนจะเลือกได้ ยิ่งไม่อาจตัดขาดจากบิดาและมาดายซึ่งครอบงำราชสำนักของตนไว้ได้อีก

แต่แม้กระนั้น…ชายหนุ่มกลับรู้สึกสงบขึ้นได้อย่างประหลาด เสียงหัวเราะของมาดายไม่ดังเสียดแทรกอยู่ในห้วงความคิดของเขาอีกแล้ว และสิ่งที่ตนหวั่นกลัวก็เป็นเพียงอนาคตที่อาจจะมาไม่ถึงเท่านั้น

หากเขาต้องการช่วยองค์หญิงแอชลีนน์อย่างแท้จริงแล้วละก็...

ดูลัสลุกขึ้นจากเก้าอี้และเปิดประตูเข้าไปในห้องราชินี

นี่คือทางเลือกของเขา หนทางที่เขาจะเลือกด้วยตนเองอีกสักครั้ง

 

เสียงร้องเพลง…?

เพลงกล่อมเด็ก...ของแม่หรือ?

เคียรารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงนั้น เสียงที่เธอโหยหาจะฟังเสมอมา เธอก้มลงมองร่างกายของตน เห็นเด็กหญิงในชุดกระโปรงที่เปรอะเปื้อนดินเล็กน้อยกับช่อดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ

ไม่เป็นไร ถึงเธอจะทำเสื้อผ้าเลอะก็ยังมีดอกไม้กลับมาให้แม่แต่งแจกัน แม่ต้องดีใจแน่ๆ ไม่ใช่หรือ…

เด็กหญิงวิ่งไปตามเส้นทางในหมู่บ้านตามเสียงเพลงที่ได้ยิน ก่อนจะพบบ้านหลังเล็กของตนกับแม่อยู่ตรงหน้า เธอเปิดประตูเข้าไปและร้องเรียก

แม่ แม่จ๋า!

ไม่มีเงาร่างของแม่ ทั้งในห้องอาหารข้างหน้าและห้องครัว แม่ไม่ได้อยู่ในห้องนอนชั้นบน และก็ไม่ได้อยู่ในห้องเก็บของใต้ดิน เคียรามองไปรอบบ้านก่อนจะวิ่งออกมาตามเสียงเพลง วิ่งแม้จะปวดตุบที่ศีรษะจนแทบระเบิด

ข้างหน้าคือบึงน้ำที่แม่มักเตือนไม่ให้เธอลงไปเล่น มิเช่นนั้นอาจจมน้ำถึงชีวิต เด็กหญิงเห็นแผ่นหลังของแม่อยู่ในน้ำลึกถึงเอว ยังคงร้องเพลงกล่อมเด็กของแม่ขณะที่เดินต่อไป เดินไปจนกระทั่งน้ำท่วมสูงถึงอก

เคียรากรีดร้องและวิ่งตรงไปโดยไม่คิดอะไร

เธอกอดแม่ไว้แน่น แม่หันกลับมาทั้งใบหน้าซีดเผือด นัยน์ตาลืมโพลงและสีหน้าไร้ความรู้สึก

ราวกับหน้ากากที่หล่อจากใบหน้าของผู้ตาย…

สองมือเย็นเฉียบยกขึ้นกอดไหล่ของเด็กหญิง พาเธอให้จมดิ่งลงไปด้วยกันในความมืดอันเย็นเยียบและความอึดอัดปานไม่อาจหายใจ

 

หญิงสาวหายใจเฮือกใหญ่ราวกับคนที่เพิ่งโผล่พ้นห้วงน้ำ

เคียรามองไปโดยรอบอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะร้องครางออกมาด้วยอาการปวดศีรษะ เงาร่างที่นั่งอยู่เพียงข้างเตียงจนเธอต้องเพ่งมองกลับทำให้ยิ่งตกใจมากกว่าจะวางใจ

เจ้า...ฝ่าบาท...ทรงเป็นอะไรหรือเปล่าคำถามของเขานั้นแผ่วเบา

ราชินีอีกพระองค์เม้มปากและหันไปอีกทางเพิ่งคิดจะเรียกข้าอย่างนั้น...เพราะความจริงถูกเปิดโปงแล้วน่ะหรือ

อีกฝ่ายเงียบไปครู่ใหญ่มันเป็นสิ่งที่พระองค์คู่ควร

คู่ควร? คู่ควรอะไรกันกับการเป็นลูกนอกสมรสกับชายที่คงไม่คิดจะเปิดเผยความจริงให้เธอได้รู้ไปจนชั่วชีวิต กับแม่ที่ระทมทุกข์ไปตราบสิ้นลมหายใจเพราะให้กำเนิดเธอมากัน

ไม่ ชีวิตนี้เธอไม่เคยคู่ควรกับสิ่งใดทั้งนั้น

ก็แค่ส่วนเกินที่เกิดมาทำให้ใครต่อใครเดือดร้อนจนทุกวันนี้

น่าแปลกที่เจ้ามาอยู่ตรงนี้ แม้ตอนหมดสติก็กลัวข้าหลุดอะไรออกไปให้คนอื่นรู้ จนต้องมาเฝ้าเองหรืออย่างไรสุดท้ายจึงมีเพียงคำกล่าวหาที่หญิงสาวเอ่ยออกไปได้

กระหม่อมเพียง...อยากจะขอประทานอภัยโทษดูลัสยังคงพูดเรียบเฉย

เรื่องอะไรกัน

เรื่อง...ที่ทำให้ทรงบาดเจ็บเขานิ่งงันไปชั่วอึดใจและทุกเรื่องที่เคยทำไม่ดีต่อพระองค์

เคียรายกมือขึ้นคลำหลังศีรษะที่ยังคงปวดหนึบและพบผ้าพันแผลที่ถูกพันไว้ เธอเองเพิ่งจำได้ว่าชั่ววินาทีสุดท้ายก่อนสิ้นสติไป ชายตรงหน้าผลักเธอจนศีรษะกระแทกกับบางสิ่งที่ข้างหลัง

ข้าน่าจะตายไปเสียหญิงสาวกลับกระซิบแผ่วเบาทั้งน้ำตารื้น

น่าจะตายตามท่านแม่ไปเสียนานแล้ว...

แต่หากเป็นเช่นนั้น ฝ่าบาทก็ไม่มีทางต่อสู้บิดาของกระหม่อมได้เสียงของดูลัสกลับเคร่งขรึม

น่าขันเคียรายิ้มขื่นเพราะยิ่งมีข้าอยู่ต่างหาก พวกเจ้าถึงใช้ข้าเป็นหุ่นเชิดต้านฝ่าบาทแอชลีนน์ได้สะดวกสบายขึ้น

แล้วคิดว่าหากไม่มีฝ่าบาทอยู่แล้ว เขาจะหาหุ่นเชิดตัวต่อไปไม่ได้หรือ คนที่มีรูปโฉมคล้ายและยินดีที่จะแสดงตัวแทนพระองค์ก็ย่อมมีอยู่หรือไม่ใช่ราชาแห่งทาราแย้งต่อไปเราจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้

หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขา “ ‘เรา’? หมายความว่าอย่างไร

ถ้าทรงต้องการให้องค์หญิง...ไม่สิ...ราชินีแอชลีนน์เป็นฝ่ายชนะ อาจยังมีสิ่งที่เราที่อยู่ทางนี้พอจะทำได้น้ำเสียงของชายหนุ่มเคร่งขรึม เขาพูดต่อไปโดยไม่เปิดช่องให้เธอได้พูดตอบหรือตั้งคำถามเช่น เป็นสายอยู่ที่นี่ บ่อนทำลายฝ่ายของเราเองจากภายใน

เคียราเบิกตากว้างกับคำพูดของเขา แต่ว่า...

เจ้าจะทำอย่างนั้นจริงหรือเธอถามอย่างหวาดระแวงคิดว่าข้ายังจะเชื่อใจเจ้าอีกหรือ

สีหน้าของอีกฝ่ายยังคงเรียบเฉย แม้หญิงสาวไม่แน่ใจว่าเธอเห็นแววสลดในดวงตาของเขาครู่หนึ่งจริงหรือไม่

กระหม่อมคงไม่มีสิ่งยืนยันใดได้อีก นอกจากการกระทำ...ต่อไปจากนี้

ราชินีนอกสมรสเม้มปากและเบือนหลบไป

หากเป็นตัวเธอที่ไร้เดียงสาเมื่อก่อนนั้นคงพร้อมจะเชื่อเขา แต่เพราะรู้เห็นสิ่งที่ชายตรงหน้าทำลงไปเพื่อให้ได้เจ้าหญิงแอชลีนน์กลับคืนมาและความหยาบช้าที่เขาทำต่อเธอ หญิงสาวจึงไม่อยากเสี่ยงอีกต่อไป

พวกเขาอาจจะอยากเปลี่ยนมาใช้ไม้นวมให้เธอยินยอมร่วมมือแทน ในเมื่อไม่อาจใช้คำลวงว่าเธอเป็นเพียงราชินีแอชลีนน์ตัวปลอมอีกต่อไป

อย่าใช้ราชาศัพท์กับข้าอีกเลยสุดท้ายเธอก็เอ่ยขึ้นไม่ต้องมานอบน้อมเกลี้ยกล่อมข้า ถ้าเจ้าบอกว่าข้าเป็นได้แค่ราชินีที่ไร้อำนาจ...ก็ปล่อยข้าไว้เช่นนี้ ให้ข้าอยู่ตามลำพังเถอะ

เคียรา...ข้าขอโทษดูลัสพูดอีกครั้งนี่คือสิ่งที่ข้าอยากบอกต่อเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใครก็ตาม

ข้าอยากอยู่คนเดียวหญิงสาวเอ่ยโดยไม่ตอบรับคำพูดของเขา เธอเอนกายลงนอนหันหลังให้อีกฝ่ายแม้แผลบนศีรษะจะปวดตุบขึ้นมาอีกออกไปซะ

ไม่มีเสียงพูดตอบ ทว่าเสียงลุกจากเก้าอี้และเสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไป ตลอดจนเสียงประตูที่ปิดลงบ่งบอกว่าคำร้องขอของเธอได้รับการตอบสนอง

 

ไม่จำเป็นผู้สำเร็จราชการกลับเอ่ยง่ายๆ เมื่อราชาแห่งทาราบอกความตั้งใจลวงของตน

ทำเป็นให้เคียรามีอำนาจร่วมในการปกครอง...เพื่อหลอกให้หญิงสาวให้ความร่วมมือกับพวกเขามากกว่านี้

แต่เวลานี้พวกขุนนางเห็นเราแตกแยกกัน และเห็นได้ว่าราชินีอีกพระองค์ก็ไม่ใช่ฝ่ายเราโดยสมบูรณ์ นี่คือวิธีที่จะทำให้พวกเขาเห็นว่าเราทำเพื่ออนาคตธีร์ดีเรอย่างแท้จริงดูลัสอธิบายเราต้องทำให้นางเห็นด้วยกับแผนการของเรา ดีกว่าให้นางแข็งข้อเช่นนี้

ชายชราลูบเคราเหมือนกำลังครุ่นคิดตาม

หากทำได้จริง หลายสิ่งจะสะดวกขึ้น เราจะได้ความเห็นชอบและรัชทายาทจากนางโดยไม่ต้องเปลืองแรงชายหนุ่มยังคงหว่านล้อมต่อไป

เช่นนั้น ก็ทำตามที่เจ้าเห็นสมควรเถอะสุดท้ายบิดาของเขาก็ตอบรับนางเป็นเมียเจ้า เจ้าก็ต้องปราบนางให้อยู่ในโอวาทให้ได้

เหมือนที่ท่านพ่อทำกับท่านแม่น่ะหรือ...ดูลัสบีบมือ แต่ยังเก็บอาการไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเห็น

อย่างน้อยเขาก็เจรจากับท่านพ่อได้ไม่ยากนัก เหลือเพียงแต่เคียราเห็นด้วยกับเขา และผู้ใช้เวทมนตร์บางคนไม่ขัดขวางอีกเท่านั้น…


- 2 -

อาเมียร์ไม่เคยชอบฤดูหนาวในธีร์ดีเร แต่เขาเกลียดฤดูหนาวล่าสุดนี้เป็นพิเศษ...นับตั้งแต่ได้รับแผลซึ่งรุ่มร้อนราวกับจะก่อไข้อยู่ตลอดเวลา

ชายหนุ่มแทบทำงานไม่ได้เพราะแผลนั้น และนั่นก็ทำให้เขาหงุดหงิดตนเอง แม้ท่านพ่อกับท่านเบเรคจะแนะนำให้เขาพักผ่อนให้มากขึ้นโดยไม่ว่าอะไร เวลานี้เป็นฤดูหนาวซึ่งต่างฝ่ายยากจะทำการรบ ทางยาร์ลาธจึงทำได้เพียงรักษาหน้าด่านต่างๆ ของตนรวมถึงจัดระเบียบในชอร์ซาใหม่เท่านั้นเอง

ถึงอย่างนั้น อาเมียร์ก็พบเรื่องหนึ่งที่น่ากังวลสำหรับตน เรื่องที่ทำให้ชายหนุ่มขอให้รูอาร์ค มาลิอา และลูเธียนมาพบเขาพร้อมกันในยามนี้

เจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า หมู่นี้เห็นห่างๆ ราชินีเปี๊ยกไป แถมยังไม่ค่อยออกไปทำงานด้วยรูอาร์คพูดขึ้นก่อนคนอื่นเมื่อพวกเขาอยู่พร้อมหน้ากัน

รูอาร์ค มองตาข้าชายผมดำพูดอย่างเคร่งขรึมและเงยมองสหาย

มองตาเจ้า?” อีกฝ่ายเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเล่นอะไรของเจ้า ไปเล่นจ้องตากับยายเปี๊ยกดีกว่าไหม

ข้าไม่ได้เล่นอาเมียร์ย้ำคำเจ้าเห็นมันเป็นสีอะไร

ชายผมแดงมองให้ชัดขึ้นก่อนจะเบิกตากว้างสีทอง? แต่ปกติตาเจ้าเป็นสีดำนี่

ใช่ มันจะเป็นสีทองต่อเมื่อข้าใช้เวทมนตร์ชายหนุ่มหลับตาและพยายามปิดกระแสเวทมนตร์ในร่างให้สงบลงแต่เวลานี้มันอยู่ในสภาพใช้เวทมนตร์ตลอดเวลา

รูอาร์คขมวดคิ้วแล้วเวทมนตร์อะไร

ข้าพยายามห้ามสิ่งที่จิตอีกด้านใส่เข้ามา มันไม่ยอมหายไป

แม้เมื่อท่านเข้าไปในจิตของท่าน ก็จัดการมันไม่ได้หรือแม่มดดำถามขึ้นบ้าง

อาเมียร์หันไปมองอีกฝ่ายที่ฟังบทสนทนาเงียบๆ มาโดยตลอดใช่ ข้าพยายามหลายครั้งแล้ว

ท่านอาจจะรับมือไม่ถูกวิธีหรือเปล่าลูเธียนเอ่ยเรียบๆข้าไม่รู้เรื่องโลกในใจของพวกมนตร์มืดมากนักหรอกนะ แต่เท่าที่ได้ยินมา ท่านจะต้องเปลี่ยนอุปสรรคที่พบเจอให้เป็นสิ่งที่ตนรับมือได้ใช่ไหมล่ะ

ชายหนุ่มเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะรับแผ่วเบาใช่…

แต่เขาไม่อาจพูดออกไปได้ ไม่อาจบอกได้ว่าสิ่งที่ด้านมืดนั้นก่อขึ้นในใจตนคือสิ่งใด มันไม่เหมาะไม่ควรที่จะบอกผู้ใดทั้งนั้น

แม้กระนั้น เด็กสาวตาบอดก็มองเขาเหมือนกับล่วงรู้

หากที่ท่านเห็นเป็นเจ้าหญิงละก็ อย่าห่วงไปเลย นางเข้มแข็ง และรับมือกับเรื่องนี้ได้เช่นเดียวกับท่าน ส่วนเจ้าหญิงในมายาก็คือมายา...ไม่ใช่แอชลีนน์ตัวจริงของท่านหรอก

ถึงอย่างนั้น…อาเมียร์ขมวดคิ้ว เขายังคงเป็นห่วงแอช และไม่แน่ใจว่าคำแนะนำของแม่มดดำใช่ทางออกสำหรับตนแล้วหรือไม่

แต่เรื่องเวทมนตร์เป็นเรื่องที่เจ้าจัดการได้คนเดียวแล้วนี่รูอาร์คพูดขึ้นมามีอะไรที่เราสามคนจะช่วยเจ้าได้อย่างนั้นหรือ

มีเรื่องหนึ่งชายหนุ่มย้ำคำตามการตัดสินใจของตนหากทุกสิ่งไม่เป็นไปด้วยดี หากข้ามีทีท่าจะถูกตัวข้าอีกคนครอบงำโดยสมบูรณ์…

เขาหันไปมองผู้ฟังทั้งสามช้าๆ

ช่วยฆ่าข้า...ก่อนที่ข้าจะทำร้ายแอชหรือใครก็ตาม

เฮ้ย!รูอาร์คร้องขึ้นมาทันทีเจ้าคิดว่าอย่างข้าจะฆ่าเจ้าได้ลงรึยังไง!

ความเงียบครอบคลุมห้องนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนลูเธียนจะกอดอกและพูดราบเรียบถ้าจำเป็นจริงๆ ข้าจะลองใช้มนตร์แสงสว่างดู แต่ข้าคิดว่าอำนาจของข้าไม่มากพอที่จะต่อกรกับท่านหรอก

มาลิอาหัวเราะขึ้นมาหากนั่นคือทางที่สิ้นหวังที่สุดแล้วละนะ เจ้าชาย แต่ราชินีของท่านก็ยังคงมีความหวังอยู่ อย่าเพิ่งด่วนคิดที่จะตายก่อนได้ครองคู่กับนางเลย

อาเมียร์ขมวดคิ้ว เขารู้สึกว่าตนไม่ได้มองโลกในแง่ดีเอาเสียเลย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพิจารณาหนทางอันเลวร้ายที่สุดไว้ก่อนกับอาการที่เป็นอยู่

อีกอย่าง การถูกจิตอีกด้านครอบงำก็ไม่ใช่สภาวะที่แก้ไขไม่ได้ เรามีทางแก้ทางอื่น ราชินีของท่านอาจจะเหมาะสมเป็นคนที่จะแก้ไขเรื่องนี้ที่สุดก็ได้แม่มดดำพูดต่อไป

แต่เขาไม่อยากให้แอชต้องเสี่ยงอันตราย...ชายหนุ่มก้มลงมองสร้อยที่หญิงสาวมอบให้ตน แต่ก็ไม่ได้หยิบมันขึ้นมาในยามนี้

เชื่อใจนางสิ

สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจ

ข้าจะพยายาม…

ใช่ เจ้าต้องพยายาม อย่าให้ข้าต้องมาเก็บซากเจ้า ในละครเวลาพี่น้องเพื่อนฝูงต้องมาแตกหักฆ่ากันมันสนุกดีอยู่หรอก แต่ในความเป็นจริงมันไม่เลยรูอาร์คพูดขึงขังอย่างที่นานๆ ที่อาเมียร์จะเห็นสักครั้ง ดูเหมือนเจ้าตัวจะกำลังโกรธอยู่ด้วยกระมัง

เจ้าพูดถูก ข้าขอโทษ ถึงอย่างไรข้าก็จะสู้ให้เต็มที่แน่นอนอาเมียร์พยายามรับคำให้หนักแน่นที่สุด แม้แผลที่ไหล่ของเขาจะปวดแปลบขึ้นมาอีกก็ตาม

 

นกที่มีปีกสีฟ้าปลายส้มร่อนเข้าไปทางหน้าต่างห้องที่เปิดกว้างอยู่

เมื่อเข้าไปหลังจากไม้กั้นสำหรับแต่งกายแล้ว นกตัวนั้นจึงได้กลับกลายเป็นหญิงสาวร่างเล็กที่มีผมสีน้ำตาลแดงอย่างชาวเผ่าอัสลาน เธอรีบแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอบอุ่นก่อนจะเดินมานั่งลงบนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมกายแล้วถอนหายใจเฮือก

แม้อากาศในวันนี้จะหนาวเย็น แต่ยังดีที่ไม่เลวร้ายเกินกว่าที่จะฝึกบิน

ซานาใช้เวลาว่างภายหลังกลับจากหมู่บ้านลึกลับที่มีชาวอัสลานอยู่เรียนรู้เรื่องการกลายร่างจากเกล แม้จะลำบากอยู่บ้างเพราะการสื่อสารและลักษณะขแงร่างสัตว์ที่แตกต่างกัน พวกเขาก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในแง่การประคองสติของหญิงสาว ซึ่งไม่ได้บินไปตามสัญชาตญาณโดยไม่รู้ตัวอีก

และบางทีการมีร่างนกก็เป็นเรื่องดี เพราะสองปีกของเธออาจจะพาเธอหนีจากภยันตรายในสงครามได้ โทมากับเกลล้วนเห็นพ้องกันในเรื่องนี้ และช่วยเธอฝึกซ้อมกลายร่างเท่าที่ทำได้...แม้เธอจะได้ยินมาว่าชาวอัสลานที่มีร่างเป็นนกมากมายก็ใช่จะรอดชีวิต ในเมื่อฝ่ายธีร์ดีเรมาพร้อมกับห่าธนูซึ่งพร้อมยิงสัตว์ตัวใดก็ตามที่พวกเขาเห็น รวมถึงแหตาข่ายติดเหล็กซึ่งถูกเหวี่ยงลงครอบร่างของชาวเผ่า...ไม่ว่าจะในสภาพสัตว์หรือคนก็ตาม

บางทีเธอก็นึกเสียใจที่ถามเกลเรื่องพวกนี้ แต่เขาก็ตอบราบเรียบเหมือนกับไม่ต้องการให้หญิงสาวรู้สึกไม่ดีไปด้วย ถึงอย่างไรการสังหารหมู่ก็เป็นอดีตไปแล้ว...พรานใบ้ทำริมฝีปากบอกเธอในยามนั้น แต่ซานาควรรู้ทุกสิ่งที่จะทำให้เธอเอาชีวิตรอดได้

และด้วยความที่เป็นชาวอัสลานคนเดียว เธอก็คงจะไม่พบเจอมาตรการเด็ดขาดอย่างนั้นหากจำต้องหลบหนีจริงๆ เพราะทหารศัตรูคงจะคาดไม่ถึงเสียมากกว่าว่าจู่ๆ ผู้หญิงคนหนึ่งจะกลายร่างเป็นนกไปได้เฉยๆ

แล้วร่างสัตว์ของสองคนนั้นเป็นอะไรกันนะ…

จู่ๆ เธอก็เผลอนึกถึงเออร์เดเนกับนามูนาขึ้นมา

เกลบอกว่าร่างสัตว์ของผู้ที่มีสายเลือดเดียวกันไม่ได้เหมือนกันเสมอไป แต่แตกต่างกันไปตามวิญญาณสัตว์ที่ตอบรับพวกเขา ซานารู้เพียงเท่านั้น เพราะเธอไม่กล้าถามถึงร่างสัตว์ของใครๆ ในหมู่บ้าน แม้จะสงสัยที่สุดว่าเออร์เดเนมีร่างเป็นสัตว์ใด จึงได้หนีรอดจากพวกทหารมาได้...แม้ต้องทิ้งลูกของตนไว้เบื้องหลัง...ก็ตาม

แล้วเธอเป็นลูกของหญิงคนนั้นจริงหรือ…

หมอฝึกหัดส่ายหน้าและถอนหายใจอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนตนเองทำไม่ดี แต่ก็กลับไปขอโทษนางอีกไม่ได้แล้วไม่ใช่หรือ ต่อให้ร่างนกนั้นมีสัญชาตญาณคืนถิ่น โทมากับเกลย่อมไม่ยอมให้เธอเดินทางไปเพียงลำพัง เตมูร์ หัวหน้าหมู่บ้านก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้เธอกลับเข้าไปอีก

สุดท้ายหญิงสาวจึงได้แต่พยายามสลัดความคิดที่ทำให้ตนกังวลออกไปจากใจ และลุกไปที่เรือนพยาบาลเพื่อดูแลคนเจ็บต่างๆ ตามปรกติเท่านั้นเอง

 

เคียราเริ่มทนไม่ไหวกับสภาวะที่เป็นอยู่

หากว่าก่อนนี้ดูลัสโหดร้ายเย็นชาจนเธออยากฆ่าตนเองไปเสียให้พ้นๆ เวลานี้เขาก็...อ่อนโยนกับเธอเสียจนน่าโมโห แม้จะยอมไม่ใช้กับเธอตามคำบอกในที่สุด เมื่ออยู่กันตามลำพัง ชายหนุ่มกลับนำสถานการณ์บ้านเมืองในท้องพระโรงมาเล่าให้เธอฟังราวกับจะให้ร่วมรับรู้ และบอกว่าเวลานี้ฝ่ายธีร์ดีเรเหนือกำลังดำเนินการรบไปในทิศทางใด ดูเหมือนเขาจะยังยืนกรานว่าจะให้เธอร่วมมือด้วยให้จงได้

แต่อย่างน้อยในความหงุดหงิดนั้น...ก็ยังมีความยินดี เธอไม่ได้ถูกปิดกั้นข่าวสารไม่ให้ไม่ล่วงรู้สิ่งใด ทว่าขณะเดียวกัน เธอก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้เลยนอกจากฟัง...และรอคอยให้พ้นฤดูหนาวไป

หลังจากนั้น การรบครั้งใหม่อาจจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง ดูลัสย้ำว่าเมื่อนั้นเขาจะเดินหมากให้เจ้าหญิงแอชลีนน์เป็นฝ่ายได้เปรียบ และให้ฝ่ายตนเพลี่ยงพล้ำในที่สุด…

แต่ท่านอย่ากังวลไปเลย ข้าจะให้ท่านได้หนีไปในที่ปลอดภัยและเตรียมคำอธิบายทั้งหมดให้ฝ่าบาทแอชลีนน์ไว้เอง หากฝ่าบาททราบว่าท่านไม่ผิด ก็จะไม่มีการลงโทษท่านแต่อย่างใดแน่

ราชินีอีกพระองค์ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น

แล้วท่านกับบิดาล่ะ? จะรับโทษตายน่ะหรือ?”

ดูลัสยิ้มให้เธอ ทว่าแววตาของเขากลับแห้งผากมันก็ควรจะเป็นเช่นนั้นไม่ใช่หรือ

แวบหนึ่ง...เธอนึกอยากเรียกเขาว่าท่านดูลัสเหมือนแต่ก่อนและปลอบโยนเขา แต่ก็กลับเม้มปากนิ่งอยู่แต่บิดาของท่านไม่ใช่คนโง่ ถ้าท่านดำเนินแผนการฆ่าตัวตาย เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร

เอาเป็นว่า...นั่นเป็นหน้าที่ของข้าชายหนุ่มตอบราบเรียบส่วนท่านก็รักษาตัวให้หายดี รอให้ถึงเวลาที่ท่านจะทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่านี้ และวันที่...ท่านกับฝ่าบาทแอชลีนน์จะได้กลับมาพบกัน

หญิงสาวเม้มปากอีกครา ทว่ายังคงรับฟังเพียงเงียบงัน

เธอยังจะไว้ใจชายตรงหน้าได้จริงๆ อีกหรือ

 

จิตภายในร่างนักบวชชราในห้องสวดภาวนาเพียงแย้มรอยยิ้มบางกับทุกสิ่งที่ตนล่วงรู้ด้วยมนตรา

เมล็ดพันธุ์ได้ถูกฝังลงแล้ว

ถึงอย่างไร เจ้าชายแห่งความมืดก็ยังคงมีธรรมชาติเป็นจิตด้านมืดที่ไม่อาจต้านทาน แม้จะเอาชนะจิตมืดที่มีน้อยกว่าได้ในคราก่อน ก็ย่อมยากที่จะชิงชัยกับเขาซึ่งดูดกลืนความแค้นเคืองของมาดายและแฟคท์นามาเป็นอำนาจของตนเอง

แม้จะสูญเสียราชาแห่งทาราไป...แต่เป็นเช่นนี้ก็น่าสนใจเช่นกัน ชายคนนั้นคิดว่าตนจะกลับตัวได้ในท้ายที่สุด หารู้ไม่เลยว่าตนเองก็เป็นเพียงแต่หุ่นชักเชิดที่เต้นระบำบนมือของผู้วางแผนการทั้งหมดนี้อย่างเขามาแต่แรกแล้ว

เสียงเปิดประตูแผ่วเบาเรียกให้ร่างแก่ชราหันกลับไป เขาค้อมศีรษะน้อยๆ ให้ชายชราร่างใหญ่ที่เข้ามา

ท่านแฟคท์นาสบายดีหรือไม่

ชายอีกคนขมวดคิ้วท่านพูดราวกับคิดว่าข้าจะไม่สบาย

มาดายหัวเราะเบาๆมิได้ ข้าเพียงแต่ทราบมาว่าท่านมีงานรัดตัว จึงใคร่อยากบอกให้พักผ่อนให้เพียงพอเสียบ้าง สถานการณ์ทางฝ่ายเราก็ใช่จะเลวร้าย

ใช่จะเลวร้าย...รึ? พวกงูน้ำนั่นมันยึดชอร์ซาไปได้ พวกขุนนางไม่ได้ภักดีต่อเราไปเสียทั้งหมด ลูกนอกสมรสของอาร์กาดก็ทำตัวเป็นปัญหา และดูลัสก็ดูเหมือนจะอยากใช้เวลากับนางมากกว่าที่จำเป็น หากข้าไม่จัดการเรื่องทุกอย่าง ท่านคิดว่าทุกสิ่งจะเป็นอย่างไรบ้างผู้สำเร็จราชการตอบเสียงเย็น

นักบวชชรากลับยิ้มรับอย่าลืมสิว่า...การที่พวกนั้นได้ชอร์ซาไปก็เป็นข้อดี อาเมียร์ได้รับบาดเจ็บ เวลานี้แผลยังไม่หาย และกำลังพลของพวกยาร์ลาธก็แทบจะตรึงหน้าด่านทั้งหมดได้ยากเย็นนัก นี่...อาจเป็นโอกาสดีที่จะบุกโจมตีถึงที่มั่นของพวกมันหรือมิใช่

ปราสาทร้างนั่นน่ะรึแฟคท์นาขมวดคิ้ว

ข้าไม่ใช่เสนาธิการ แต่ข้าบอกได้ว่า...ไม่ถึงฤดูใบไม้ผลิหน้านี้ จะมีฤกษ์หนึ่งที่เราสามารถใช้ลบล้างอำนาจแห่งบรรพกาลที่ปกปักรักษาปราสาทนั้นมานานได้มาดายเอ่ยราบเรียบและนั่นคือโอกาสที่พวกท่านจะใช้กำลังทหารบุกเข้าตีปราสาท กระทำสิ่งที่ต้องทำกับราชินีแอชลีนน์...เพื่อให้ได้ชัยชนะ ข้าจะบอกท่านเมื่อถึงฤกษ์นั้น ขอให้ท่านจัดเตรียมกองทัพที่แข็งแกร่งและรวดเร็วที่สุดไว้ ตีผ่านเมืองอะไรก็ได้เพื่อให้ไปถึงที่หมายของเรา

เจ้ามณฑลอุลทูร์นิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้าช้าๆเข้าใจละ ข้าจะรอคำแนะนำจากท่าน

ข้าก็รอวันที่จะได้บอกท่านเช่นกันจิตมืดในร่างของนักบวชคลี่ยิ้ม

รออย่างใจจดใจจ่อ...เพื่อความสำเร็จของตัวมันเอง หาใช่ใครอื่นอีกไม่

 

- 3 -


เมื่อได้ออกมานั่งริมลานหิมะ มองพวกเด็กๆ ที่รวมถึงนาสิรา ฟาร์ฮานาห์ และก็อธฟรีด์กำลังเล่นปั้นตุ๊กตาหิมะส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว แอชลีนน์ในคราบเด็กหนุ่มก็ถอนหายใจเบาๆ เมื่อนึกไปถึงฤดูหนาวก่อนหน้านี้

นาสิราเพิ่งเล่าว่าเวลานั้นพี่เฟย์ลิมยังอยู่ปั้นตุ๊กตาหิมะร่วมกับตน น้องสาวและพี่รูอาร์ค ทว่าเวลานี้เธอได้แต่เศร้าใจว่าวิญญาณของเขาไม่ได้ไปอยู่ในที่สงบอย่างที่ใครๆ ภาวนา แต่กลับถูกจิตมืดของอาเมียร์ในร่างมาดายนำมาใช้เป็นเบี้ยและเกือบสังหารน้องชายต่างสายเลือดไป

ถึงอย่างนั้น ถ้าเฟย์ลิมยังมีชีวิตอยู่ เธอก็คงไม่ได้มีวันนี้ วันที่ยังหวังที่จะได้แต่งงานกับคนที่ตนรักอย่างอาเมียร์ รวมถึงปกครองเป็นราชินีด้วยตนเอง เธอกับเฟย์ลิมคงจะอภิเษกสมรสกันแล้ว และหญิงสาวก็อาจจะตั้งครรภ์เหมือนกับที่มีข่าวว่าเคียราตั้งท้องแว่วมากระมัง

เธอไม่อยากให้เฟย์ลิมตาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความตายของเขานี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ทั้งหมด…

แอชลีนน์ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไป จนกระทั่งใครบางคนเดินเข้ามาหาเธอ หญิงสาวเลิกคิ้วเมื่อพบว่าคนคนนั้นคือชาลัวห์ ลูกชายของเจ้ามณฑลคาลวาห์ ผู้จ้างวานให้แม่มดดำในเมืองหลวงสังหารเฟย์ลิมนั่นเอง

เขาเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับถ้วยไม้สองใบก่อนจะส่งใบหนึ่งให้

ระ...รับชานมร้อนไหม ข้าไปขอมาจากโรงครัว

ราชินีเงยมองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ยิ้มและเอื้อมไปรับถ้วยชานมที่ยังคงมีควันฉุยขึ้นมาจิบ กลิ่นรสของชาเครื่องเทศร้อนๆ คล้ายชาแบบชาวทะเลทรายทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นมากในอากาศหนาวเย็น

ขอบใจสุดท้ายเธอก็พูดขึ้นมาและขยับไปด้านข้างมานั่งด้วยกันสิ

ชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะค้าน แต่สุดท้ายก็นั่งลงข้างหญิงสาวอย่างเงียบๆ และจิบชานมของตนเช่นกัน

เจ้าสบายดีหรือเปล่า หมู่นี้ไม่ค่อยได้พบกันเลยแอชลีนน์พยายามชวนคุย ด้วยนึกได้ว่าหลังจากขอให้ชาลัวห์พาตนออกไปดูหมู่บ้านนอกเอนัค (โดยไม่บอกอีกฝ่ายว่าจะมีการรบ) แล้ว เธอแทบไม่เห็นเขาอีกเลยด้วยซ้ำ

ก็...ดีอยู่ ข้าแค่ไม่ถูกกับอากาศหนาว ปีนี้หิมะตกเยอะเลยหลบอยู่แต่ข้างในมากกว่า

งั้นหรือ เหมือนกับอาเมียร์เลย เขาก็ไม่ชินอากาศหนาว นี่ท่านเบเรคยังบอกเลยว่าปรกติยาร์ลาธจะไม่หนาวจนมีหิมะมากขนาดปีสองปีนี้ราชินีอดรู้สึกตื้อไม่ได้กับเจ้าของชื่อที่ตนเพิ่งเรียกไป

แอชลีนน์ก็แทบไม่ได้พบอาเมียร์เลยนับแต่วันที่เขาผละจากเธอในวันนั้น นอกจากพักผ่อนให้แผลหายดี เขากลับยังหาเรื่องทำงานนอกสายตาของเธอให้มากที่สุด และเวลานี้ก็พักค้างคืนที่ปราสาทโดคาสเพียงนานๆ ครั้ง จนจะเรียกว่าพยายามหนีหน้าเธอก็คงไม่เกินไปด้วยซ้ำ

นั่นสิ ข้าแทบไม่พบอาเมียร์เหมือนกันชายหนุ่มที่เธอพูดอยู่ด้วยรับ

เขาก็คงงานยุ่ง...ตามเดิมละนะราชินียิ้มเจื่อนและก้มลงจิบชาอีกครั้ง

ข้าเอง...ถ้าช่วยงานได้มากเท่าเขาก็ดีสิชาลัวห์ก้มลงมองมือของตนและขยับนิ้วช้าๆ เหมือนกับนึกถึงช่วงเวลาที่ตนถูกถอดเล็บในคุกกรงน้ำจนเป็นแผลต้องรักษาอยู่นาน

เจ้าก็ทำเพื่อพวกเรามากแล้วนี่แอชลีนน์บอกเขาอย่างหนักแน่นข้ายังไม่คิดฝันด้วยซ้ำว่าเจ้าจะเป็นคนสู้งานขนาดนี้

อย่างนั้นหรือ…อีกฝ่ายกลับตอบรับเลื่อนลอยข้า...ก็แค่ไม่อยากมีชีวิตอยู่เปล่าๆ

เพราะเอาชีวิตของเฟย์ลิมไปน่ะหรือ...หญิงสาวเม้มปากโดยไม่พูดออกไป

อาเมียร์จะรู้สึกเช่นนั้นไหมนะ เขาเองก็คงมีความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ด้านมืดของตนทำลงไปไม่น้อย โดยเฉพาะการสังหารพ่อแม่พี่ชายของเธอ ตลอดจนนำวิญญาณของคนอื่นๆ รวมถึงพวกเขามาใช้เป็นเครื่องมือ...แม้จะไม่อาจพูดได้ว่าเขาเป็นคนทำลงไปจริงๆ ก็ตาม

งั้นก็ช่วยทำอะไรให้ข้าหน่อยนี่เสียงของใครสักคนกลับดังขึ้นพร้อมกับเงาเงื้อมที่ค้ำร่างทั้งสอง

แอชลีนน์เงยหน้าขึ้นเห็นรูอาร์คซึ่งยืนอยู่หลังพวกเขาพร้อมกับถ้วยไม้ในมือของตน แต่กลิ่นของมันบ่งบอกว่านั่นเห็นทีจะไม่ใช่ชานมเหมือนกับที่แอชลีนน์กับชาลัวห์ดื่มอยู่

อะไรกันเจ้านี่ นึกอย่างไรถึงดื่มเหล้ากลางวันแสกๆราชินีขมวดคิ้วใส่เขาลีชาไม่ดุเอาหรืออย่างไร

ชายผมแดงทำเป็นมองไปมาหาเงาคนที่พูดถึง

เจ้าก็อย่าเอาไปฟ้องนางสิเขากระซิบ

หญิงสาวถอนหายใจเจ้านี่น้า

เอ่อ...เจ้ามีธุระกับท่าน...กับแอชหรือเปล่าชาลัวห์ถามอีกฝ่ายอย่างเกรงๆ

ฮะ? เปล่า ข้ามีธุระกับเจ้านั่นละอีกฝ่ายเน้นเสียง ก่อนจะมองชายผมทองแล้วพยักพเยิดไปทางแอชลีนน์ส่งถ้วยของเจ้าให้ยายเปี๊ยกสิ

คนทั้งสองมองหน้ากันชั่วอึดใจ ก่อนที่ชาลัวห์จะทำตามและราชินีในคราบเด็กหนุ่มจะรับถ้วยมา

แล้ว…ชายหนุ่มพูดได้เพียงเท่านั้น แอชลีนน์ก็สะดุ้งเฮือกเพราะหน้าของเขาลงไปคว่ำคลุกหิมะตรงหน้าตนเสียแล้ว...ด้วยฤทธิ์ฝ่าเท้าของรูอาร์คที่ยันลงมาเต็มหลัง

แค่คิดถึงตอนที่พี่ข้ายังอยู่แล้วมันอดไม่ได้น่ะรูอาร์คพูดเสียงเย็นตามมา ทำให้หญิงสาวรีบผุดลุกขึ้นยืนขวางระหว่างทั้งสองทันที

รูอาร์ค! ไม่เอา! อย่าทำเขา!เธอกางสองแขนออกและมองชายผมแดงด้วยสายตาแข็งกร้าว

ทำไม แค่ก้มลงกินหิมะแค่นี้ ยังน่าจะเจ็บน้อยกว่าที่พี่เฟย์ลิมต้องเจอเยอะชายหนุ่มแค่นเสียงข้าก็ไม่เข้าใจจนทุกวันนี้ว่าทำไมคนดีๆ อย่างพี่เฟย์ลิมต้องตาย แต่คนชั่วอย่างเจ้ายังอยู่สุขสบายอยู่ตรงนี้

รูอาร์ค! เจ้าพูดเกินไปแล้วนะ!แอชลีนน์ขึ้นเสียงห้ามเขาเลิกยุ่งกับชาลัวห์เดี๋ยวนี้!

ยะ...อย่า…ชายผมทองกลับละล่ำละลักจนหญิงสาวเหลียวกลับไป เห็นสีหน้าตื่นตระหนกของอีกฝ่ายค่อยกลับเป็นเจื่อนหลังจากที่เขาปัดหิมะออกจากชุดไม่เป็นไร แอช ปล่อยเขา…

แต่ว่า…ราชินียังคงพยายามแย้ง

เขามีสิทธิ์ที่จะโกรธแค้นข้า ข้าเป็นคนฆ่าเฟย์ลิมจริงๆ ...ไม่ว่าจะทำอะไร ข้าก็ลบล้างบาปนี้ไปไม่ได้ชาลัวห์ก้มหน้าลง

แต่เราอภัยโทษให้เจ้าแล้ว!แอชลีนน์พูดด้วยเสียงที่เบาลงไม่ให้คนนอกเหนือจากทั้งสามสนใจและได้ยิน จากนั้นเธอจึงได้เงยขึ้นสบตากับรูอาร์คอีกครั้งได้ยินไหมรูอาร์ค หากเจ้าทำร้ายเขาอีก เจ้าจะเป็นคนถูกลงโทษบ้าง นี่เป็นคำสั่งของเรา!

เจ้าปกป้องมัน…?” ชายผมแดงแค่นหัวเราะเบาๆให้ตายสิ...ข้าไม่นึกเลยว่าจะมีวันนี้

ข้าเสียใจจริงๆ เรื่องเฟย์ลิม แต่ชาลัวห์ก็ได้รับโทษของเขาแล้ว ที่เขามีชีวิตอยู่กับความรู้สึกผิดทั้งๆ ที่ญาติพี่น้องต้องตายไปก็เป็นโทษในแบบของเขาเช่นกันราชินียังพยายามอธิบายเจ้าเข้าใจใช่ไหม

รูอาร์คกระดกถ้วยเหล้าของตนก่อนจะหันไปอีกทางเข้าใจแต่ไม่ยอมรับ...เจ้ายอมรับได้ไหมล่ะ ลองนึกว่าทุกวันเจ้าต้องทนเห็นหน้าคนอัสลานที่ฆ่าพ่อกับพี่เจ้าหรือแฟคท์นาที่...

ถ้วยไม้ในมือของแอชลีนน์สะบัดชาที่คายความร้อนลงมากแล้วใส่ใบหน้าของคนพูดในทันที

หญิงสาวรู้สึกได้ถึงเส้นเลือดที่เต้นตุบอยู่ข้างขมับของตนและความร้อนที่ฉีดไปทั่วใบหน้า เธอได้แต่ระบายลมหายใจเพื่อระงับมันไว้ ก่อนจะโยนถ้วยชาเปล่าทิ้งลงบนพื้นแล้วแย่งถ้วยเหล้าจากมือของอีกฝ่ายไปเททิ้งเช่นกัน

ระหว่างนั้นรูอาร์คนิ่งค้าง เขาไม่พูด ไม่เคลื่อนไหว แม้น้ำชาจะหยดแปะๆ จากปลายผมก็ตาม

ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นอะไรไป วันนี้เจ้าเกิดนึกอะไรถึงเฟย์ลิมขึ้นมา แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าพาลใส่คนอื่นหญิงสาวพูดเสียงแข็ง ทว่าไม่ได้กราดเกรี้ยวไปหาลีชาเสีย เช็ดหน้าล้างตา ขอพวกน้ำส้มสายชูหมักมากินให้สร่างเมา และอย่าแตะต้องเหล้าอีกจนกว่าข้าจะอนุญาต

รูอาร์คพยักหน้าก่อนจะหันกลับมา แต่ดูเหมือนเขาจะไม่กล้าสบตากับเธอตรงๆ ขณะที่เอ่ยแผ่วเบายายเปี๊ยก ข้าขอโทษ…

เจ้าควรขอโทษชาลัวห์ด้วยแอชลีนน์อดพูดไม่ได้ แต่อีกฝ่ายกลับเม้มปากทันที

ไม่เป็นไรหรอกชาลัวห์พูดขึ้นมาสิ่งที่ข้าทำก็...ไม่ใช่เรื่องที่จะขอโทษกันง่ายๆ

หึชายผมแดงกลับทำเสียงในคอถึงอย่างนั้น...ข้าก็ไม่ได้อยากให้เจ้าตายหรอก ให้เจ้ามีชีวิตอยู่อย่างเป็นทุกข์ไปเรื่อยๆ มันน่าสะใจกว่า

รูอาร์ค!ราชินีพยายามห้ามอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มที่มุมปากก่อนจะโบกมือแล้วเดินจากไป

ทิ้งให้ชาลัวห์กับแอชลีนน์ได้แต่ยืนมองหน้ากัน ก่อนที่ชายผมทองจะก้มลงเก็บถ้วยไม้ที่กระจัดกระจายทั้งสามใบขึ้นมาและสบตากับหญิงสาวอีกครั้งเดี๋ยวข้าจะนำถ้วยไปคืนที่โรงครัวให้ ท่านไปทำธุระของท่านเถอะ

 


ลีชาตกใจมากเมื่อเห็นรูอาร์คเข้ามาในสภาพหน้าแดงและเปื้อนชาเต็มหน้า แต่ก็นำน้ำอุ่นมาให้เขาเช็ดล้างหน้าตาและชงยาสร่างเมาให้อีกฝ่ายโดยไม่ถาม

สุดท้ายชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นก่อนด้วยท่าทางเหม่อลอย

ปีที่แล้ว พี่เฟย์ลิมยังปั้นตุ๊กตาหิมะกับพวกเด็กๆ อยู่เลย

หญิงสาวพยักหน้าข้าจำได้…

แม้ช่วงนั้นเธอจะยังไม่ค่อยกล้าออกจากบ้าน ก็ยังจำได้ว่าสองพี่น้องลูกชายเจ้ามณฑลแวะเวียนมาเยี่ยมบ้านของอาจารย์ของพวกเขาเช่นเดียวกัน

แล้วข้าไม่มีสิทธิ์โกรธคนที่ฆ่าเขารึไง! ในเมื่อมันยังลอยหน้าอยู่ทุกวันนี้!รูอาร์คเค้นเสียงลอดไรฟัน

ลีชาเอื้อมไปแตะมือของเขาโดยไม่พูดอะไร

ความแค้นผสานความรู้สึกบางอย่างก็ยากจะลบเลือน...แต่ขณะเดียวกันก็ซับซ้อนเกินไป เธอเองก็มีความรู้สึกเช่นนั้นแม้ยากที่จะพูดออกมา

จู่ๆ วันนี้มันยังมีหน้าออกมาให้ข้าเห็น! ยังมีหน้ามาทำหน้าใสซื่อ! แถมแอชยังเข้าข้างมัน! เป็นเจ้าจะรู้สึกยังไงล่ะ!

หญิงสาวลูบมือของเขา ขณะเดียวกันก็เหลือบเห็นชาลัวห์นำถ้วยสามใบเข้ามาคืนให้หญิงดูแลครัวอีกคนแล้วหลบจากไปอย่างเงียบๆ

เจ้าถามข้าจริงๆ หรือ รูอาร์คลีชาเอ่ยเบาๆ

ชายผมแดงขมวดคิ้วก่อนจะพยักหน้า

เจ้ารู้สึกว่าเขายังเป็นคนเดิมกับที่ฆ่าท่านเฟย์ลิมหรือเปล่าล่ะ

รูอาร์คยิ่งนิ่วหน้า

ไม่...สินะหญิงสาวสรุปให้เขาเจ้าเห็นเขาเป็นคนอีกคน เป็นคนที่ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าคนอื่น แต่เจ้าก็ลืมสิ่งที่เขาทำลงไปไม่ได้

ลีชาสูดลมหายใจลึกๆ บอกตนเองให้กล้าพูดต่อไป

ก็คงเหมือนกับ...ที่ข้ารู้สึกกับพ่อที่ข้ารักในตอนเด็ก กับพ่อที่เมาทุบตีแม่ ติดพนัน บังคับให้ข้าทำสิ่งที่ข้าไม่อยากทำ...กระมัง

ชายผมแดงเบิกตากว้างกับสิ่งที่หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยเสียงราบเรียบ

อาจจะต่างกันตรงที่เจ้าไม่ได้ผูกพันกับเขา แต่เจ้าก็เห็นแล้วนี่ว่าชาลัวห์ไม่ใช่คนเลวเหมือนกับตอนที่เขาทำเรื่องนั้นลงไป ก็ควรจะเลิกแล้วต่อกันได้แล้วหรือเปล่าลีชาพยายามพูดต่อไป

รูอาร์คยังคงเม้มปากนิ่งอยู่ แต่แล้วก็ถอนหายใจเข้าใจละ ข้าจะพยายามก็ได้

หญิงสาวบีบมือของเขาอีกครั้งมีอะไรก็มาคุยกับข้าได้นะ อย่าดื่มเหล้าให้มากไปเลย ข้าเป็นห่วง...เพราะว่าข้าเสียคนสำคัญที่ข้ารักไปเพราะเหล้าแท้ๆ นะ...ถึงเขาจะไม่ได้ทำดีกับข้าเสมอไปก็เถอะ

ลีชาคิดว่าเขาจะรู้ เพราะอีกฝ่ายเคยสืบประวัติของตนมาแล้ว เหล้านี่เองที่ทำให้พ่อที่น่ารักของเธอเปลี่ยนไป ทำให้แม่ต้องหนีไปจากพ่อและเธอต้องเผชิญกับชีวิตที่ผ่านมา

อือ...ข้าขอโทษชายหนุ่มรับคำ

ดีแล้ว รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ใส่ชุดเปียกทั้งอากาศหนาวแบบนี้นานๆ เดี๋ยวจะไม่สบายเอาลีชาค่อยๆ ละมือจากเขา

รูอาร์คตอบรับอย่างว่าง่ายก่อนจะผละไปตามคำบอกของเธอ แม้ลีชาจะรู้ว่าความรู้สึกของเขาคงยากจะสงบลงโดยง่าย...เช่นเดียวกับที่เธอเคยประสบมา

 

- 4 -


ดูลัสขมวดคิ้วกับคำสั่งที่บิดาบอกตนตามลำพัง ซึ่งฟังแปลกประหลาดเหนือความเข้าใจอยู่ไม่น้อย

ให้เขานำทัพในกลางฤดูหนาว ตีเมืองเอนัคและเข้าไปให้ถึงปราสาทโดคาสในคืนเหมายันน่ะหรือ…

แต่ปราสาทนั้นเหมือนกับมีบางสิ่งปกป้องอยู่ ข้าเคยพยายามส่งสายหรือนักรบเรเวนไปสืบหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลยสักครั้งราชาหนุ่มบอกอีกฝ่ายตามตรง

ท่านมาดายบอกว่า เมื่อถึงฤกษ์ในคืนนั้น สิ่งที่คุ้มกันปราสาทก็จะหายไปท่านพ่อของเขาเอ่ยอย่างมั่นใจส่วนเจ้าก็นำทัพหลักเข้าไป จับกุมราชินีแอชลีนน์ให้ได้เพื่อกุมชัยชนะของพวกเรา

จับกุมราชินีแอชลีนน์? ลำคอของชายหนุ่มแห้งผากกับคำพูดนั้นหมายถึงจับกุมกลับมาทั้งเป็นใช่หรือไม่

นั่นสิ หากนางขัดขืนก็สังหารได้แล้วละนะบิดาของเขาลูบเคราพลางหัวเราะเบาๆในเมื่อมีราชินีที่หัวอ่อนกว่าอย่างเมียเจ้าแล้วทั้งที

ดูลัสลอบบีบมือเข้าด้วยกันแน่นกับคำพูดนั้น แต่ยังคงพูดเรียบเฉยไม่ให้ผิดสังเกตข้าคิดว่าไว้ชีวิตพระองค์ยังคงดีกว่า ถึงอย่างไร พระองค์ก็ทรงเป็นธิดาอันชอบธรรมของฝ่าบาทรัชกาลก่อน เราอาจเจรจาให้พระองค์ยอมรับการอภิเษกสมรสในฐานะราชินีที่มีสิทธิในราชบัลลังก์ก่อนเคียราได้

หือ?” อีกฝ่ายเลิกคิ้วกับข้อเสนอแล้วเจ้าจะทำอย่างไรกับราชินีนอกสมรสกัน

ก็ประกาศว่าการสมรสเป็นโมฆะ และให้นางไปอยู่ที่สำนักชีห่างไกลสักแห่ง เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วชายหนุ่มทำเป็นตอบอย่างไม่ใส่ใจนางไม่ใช่คนฉลาด พวกงูน้ำ...ถ้าถึงตอนนั้นยังไม่ราบคาบ...ก็คงไม่คิดจะนำนางมาเป็นราชินีอีกพระองค์อยู่แล้ว

หมายความว่า...เจ้าคิดว่าตนเองจะเกลี้ยกล่อมให้เด็กแอชลีนน์นั่นยอมอยู่ฝ่ายเราได้หรืออย่างไร

หากไม่มีมังกรน้ำ ไม่มีพวกคนทราย ไม่มีอาเมียร์ นางก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างที่ท่านบอก ทางเดียวที่จะรักษาอาณาจักรได้ก็มีแต่ยอมตามพวกเราเท่านั้นดูลัสพูดเรียบเฉย

บิดาของเขาพลันหัวเราะดังขึ้นมาน่าสนใจ! ข้าอยากเห็นเจ้าปราบพยศนางนัก!

ชายหนุ่มเพียงฟังอย่างเงียบๆ โดยไม่เอ่ยอะไรในครานี้ และปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าใจในสิ่งที่ตนอยากเข้าใจ

บางที...หากเขาไปถึงตัวราชินีแอชลีนน์ได้ในคืนนั้น ก็อาจจะอธิบายให้พระองค์เข้าใจเป้าหมายของตนในยามนี้และปกป้องพระองค์ได้กระมัง

 

พวกมันกำลังเดินพลมาที่ทิฟลีน่ะหรือซิอ์บุลเอ่ยอย่างครุ่นคิดเมื่อได้ข่าวในการประชุมทัพ

ใช่ และแม่ทัพคราวนี้คือฟีอาคราแห่งปีกสีนิลท่านเบเรคตอบ

นักรบหรี่ตาลงกับนามนั้น

ข้าคิดว่าท่านซิอ์บุลควรเป็นแม่ทัพรับมือกับเขาเจ้ามณฑลพูดต่อไป

ข้ายินดีรับหน้าที่นั้นชายวัยกลางคนรับคำ ทว่ายังอดครุ่นคิดไม่ได้ทว่า...เป้าหมายของพวกเขาคือทิฟลีจริงหรือ

ท่านหมายความว่าอย่างไรหรือราชินีแอชลีนน์ซึ่งประทับอยู่ด้วยตั้งคำถาม

เวลานี้ยังเป็นกลางฤดูหนาว จะเร่งยึดเมืองทิฟลีคืนจากเราในเวลานี้ก็ดูเหมือนจะเร็วเกินไป พวกมันอาจมีเป้าหมายแอบแฝง เช่น แบ่งกำลังพลไปยึดเป้าหมายอื่นอย่างเอนัค หรือเมืองหน้าด่านอื่นๆ ก็ได้พ่ะย่ะค่ะเขาตอบตามตรงและเราจะเป็นฝ่ายที่รักษาเมืองทั้งหมดลำบากด้วยกำลังพลที่น้อยกว่า บางที...อาจดีกว่าถ้าจะปล่อยให้พวกมันยึดทิฟลีไปก่อนและรักษาแค่จุดยุทธศาสตร์ที่จำเป็นจริงๆ อย่างเอนัค โดคาสและเคนมาราพ่ะย่ะค่ะ

สีหน้าของหญิงสาวบอกความไม่เห็นด้วยชัดเจนแต่ว่า...เราไม่อยากให้เกิดความสับสนวุ่นวายในชอร์ซาอีก

ดูจากที่ผ่านมา กระหม่อมคิดว่าฝ่ายทาราไม่น่าจะปฏิบัติต่อชาวชอร์ซาไม่ดีหรอกพ่ะย่ะค่ะซิอ์บุลให้เหตุผล

องค์ราชินีกลับดูครุ่นคิดหนักถ้าเรายอมเสียชอร์ซาไป จะหมายความว่าที่เรายอมเสี่ยงรบเพื่อให้ได้เมืองนั้นมากลับเปล่าประโยชน์ และประชาชนก็อาจเสียความเชื่อมั่นในพวกเราได้ไม่ใช่หรือ

กระหม่อมก็เกรงเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะท่านเบเรคตอบแต่ที่ท่านซิอ์บุลพูดก็ถูกว่ากำลังพลของเราน้อยกว่ามาก ถ้าเสียจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญกว่านี้ไป เราจะเป็นฝ่ายลำบากกว่ามาก

ราชินีแอชลีนน์หันไปทางเจ้ามณฑลกับเหล่าที่ปรึกษาซึ่งมีอาเมียร์อยู่ด้วยเหมือนจะขอความเห็น

เรื่องกำลังพล ข้าคิดว่าเราพอมีกลยุทธ์ใช้คนน้อยชนะคนมาก…อาเมียร์พูดขึ้นช้าๆ พลางสบตากับบิดาของตนข้าเห็นด้วยกับองค์ราชินีว่าเราไม่ควรปล่อยทิฟลีไป เราควรจะพยายามใช้กำลังพลให้คุ้มค่าที่สุดเพื่อรักษาเขตแดนทั้งหมดไว้ให้ได้ ทั้งหมดนี้เพื่อรักษาขวัญของทหารและประชาชนในยาร์ลาธและชอร์ซาด้วย

หัวหน้าหน่วยเขี้ยวทมิฬขมวดคิ้ว แต่สุดท้ายหลังจากเงียบไปนาน เขาก็พยักหน้า

ยังคงมีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะไม่พ่ายแพ้ ในฐานะผู้นำทหาร เขาต้องเชื่อใจผู้ดูแลส่วนอื่นๆ ไม่ใช่หรือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาจะประมือกับฟีอาคราในฐานะแม่ทัพ อีกทั้งราชาดูลัสเองก็ไม่ได้เสด็จมานำทัพด้วยตนเอง แสดงว่าแม้นี่จะเป็นศึกสำคัญ ก็ยังไม่ใช่ศึกที่ฝ่ายนั้นมุ่งหมายจะชิงชัยเด็ดขาดให้ได้

แต่ขณะเดียวกัน มันกลับเป็นศึกที่ฝ่ายยาร์ลาธไม่อาจจะแพ้ได้เป็นอันขาด

และนั่นก็คือหน้าที่ของเขา

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #124 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 04:03

    สวัสดีผู้อ่านทุกท่านนะคะ


    หลังจากนี้คงจะลงช้าสักหน่อยเพราะชนกับช่วงที่ตอนในสต็อกหมดพอดี แต่จะพยายามเขียนออกมาให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่เวลาจะอำนวยได้ เพราะใกล้จุดเปลี่ยนสำคัญอีกจุดของศึกครั้งนี้แล้วค่ะ 


    สำหรับชาลัวห์หรือกะหลั่ว หลังจากที่ได้คำแนะนำจากคุณ bluemouse ซึ่งเป็นคนอ่านท่านนึงว่าให้ตายไปตั้งแต่แรกๆ (ในคุกกรงน้ำ) เลยมันดูเป็นตัวร้ายงั้นๆ นี่ก็ไม่นึกว่าเขาจะมาไกลได้ขนาดนี้ (ฮา) และก็มีตัวละครอื่นอย่างเลวอนมาเป็นตัวร้ายงั้นๆ แทนเหมือนกัน

    อดีตของลีชา ที่จริงเราเคยเขียนไว้นะคะ แต่ไม่ได้ลงไว้ที่ไหนเลยเนื่องจากหนักมากจนน่าจะไอดีปลิว TwT เอาจริงก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะเขียนจนจบดีไหม เพราะเขียนถึงตอนที่พบเกล็นและได้มาอยู่ที่บ้านของเกล็น ซึ่งเท่ากับเหลืออีกนิดเดียวก็จะจบอย่างมีความสุข...ถ้าไม่นับเรื่องที่เรารู้กันในต้นภาคแรกนี่ก็เถอะ

    ขอบคุณทุกๆ คนที่คอยติดตามมาโดยตลอดนะคะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 มีนาคม 2562 / 04:04
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 22 มีนาคม 2562 / 04:04
    #124
    0
  2. #123 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 05:19

    สวัสดีผู้อ่านทุกท่านนะคะ

    วันนี้ไรเตอร์ลงเร็วจากวันศุกร์ที่กำหนดไว้นิดหน่อยเพราะไล่อ่านดูตอนก่อนๆ แล้วพบว่ามีฉากที่หายไปจากภาค 3 ตอนที่ 26 (ตอนที่ 88 ในบทความถ้ารวมทุกตอน) แต่น่าจะหายจากความอ๊องในการแก้เนื้อหาในช่วงหลังๆ ของตัวเองก็เลยเพิ่มกลับเข้าไปใหม่ค่ะ คิดว่าที่ยังไม่มีคนอ่านทักขึ้นมาว่าเนื้อหาดูขาดไปก็น่าจะเป็นเพราะได้อ่านตอนนั้นไปแล้วละนะ ^^a ไม่ใช่ว่าโดนตัดไปเพราะการเซ็นเซอร์อะไร เพราะถึงจะบอกเป็นนัยเรื่องอดีตของลีชา ก็ไม่ได้ส่อไปในทางอนาจารหรือเห็นภาพอะไร

    พอกลับมาดูแล้วก็พบว่าจริงๆ จิตมืดในร่างมาดายนี่เป็นพวกฉวยสถานการณ์และ "ขี้เล่น" ไม่น้อยแฮะ ต้องรอดูว่าฝ่ายของพวกอาเมียร์จะรับมือกันยังไงล่ะนะ

    ขอบคุณทุกกำลังใจและคอมเมนต์นะคะ ^^



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 มีนาคม 2562 / 05:19
    #123
    0
  3. #122 iipangii (@asiran) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 00:57
    แล้วมาดายจะไม่ขวางเหรอเนี่ย แต่สรุปมาดายต้องการอะไรกันแน่เราก็ยังงง ๆ
    #122
    1
    • #122-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 91)
      6 มีนาคม 2562 / 02:59
      มาดายคงบอกว่านั่นสินะคะ...ส่วนเนื้อแท้มาดายต้องการอะไรต้องรอดูกันต่อไปค่ะ ^^
      #122-1
  4. #121 titania (@nilekia) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 00:02
    โดนตบทีเดียวตาสว่างเลยนะดูลัส เอาอีกหลายๆรอบมั้ย?? #ทีมเคียรา #ดูลัสสมควรโดน
    #121
    1
    • #121-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 91)
      2 มีนาคม 2562 / 00:09
      555555 ตบซักคอมโบอาจจะลุกขึ้นมาแฉท่านพ่อตัวเองกันเลยทีเดียว
      #121-1
  5. #120 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 91)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 23:49

    สวัสดีผู้อ่านทุกท่านค่ะ

    ช่วงนี้อาจจะลงช้าสักหน่อยเพราะต้องเริ่มวางโครงงานที่จะส่งวิจัยแล้ว แต่จะพยายามมาลงให้ได้สัปดาห์ละครั้งนะคะ ขอบคุณที่ช่วยติดตามเป็นกำลังใจมาโดยตลอดด้วยนะคะ ^^

    สำหรับตอนนี้ก็หวังว่าใครสักคนจะได้เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองสักที จึงได้เกิดเป็นทางเลือกใหม่นี้ขึ้นมา แต่จะทำให้เกิดอย่างไรขึ้นต่อไป ก็ต้องขอให้รอติดตามอ่านค่ะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 มีนาคม 2562 / 23:52
    #120
    1
    • #120-1 titania (@nilekia) (จากตอนที่ 91)
      2 มีนาคม 2562 / 00:07
      เรื่องนี้เกมพลิกจนเราร้องหูยมาหลายรอบแล้ว ไม่กล้าฝันหวานกับตอนจบเลย
      #120-1