The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,812 Views

  • 125 Comments

  • 129 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    96

    Overall
    5,812

ตอนที่ 90 : 27 - ร้าวฉาน "ข้ามักบอกเสมอใช่ไหม ว่าเมื่อใดที่เกิดปัญหา ท่านจะต้องแก้ที่จุดใด" (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

บทที่ 27

ร้าวฉาน

 

อาเมียร์หันไปทางต้นเสียงก่อนจะเบิกตากว้าง

ร่างเล็กร่างหนึ่งนั่งมาบนหลังม้าศึกสีน้ำตาลเข้มที่กำลังควบตรงมาทางทั้งสอง...ร่างในชุดเกราะและผ้าคลุมสีขาวดูคุ้นตา ร่างนั้นมาพร้อมกับคันธนูกับกระบอกศร และเหยี่ยวขาวซึ่งโผเข้ากันนักรบฝ่ายศัตรูออกห่างจากเขา เธอง้างคันธนูเล็งยิงแต่ละดอกออกไปอย่างไม่ลังเล

อาเมียร์! ท่านถอยออกมา! เสียงของหญิงสาวดังขึ้นในใจ

แม้จะอยากแย้ง ชายหนุ่มก็มองดูลัสซึ่งเพิ่งมีรอยกรีดแดงบนใบหน้าอีกครู่หนึ่งด้วยสายตาเคร่งเครียดก่อนจะชักม้าออกห่างทั้งแผลปวดแสบ เสียงโห่ร้องดังมาจากกำแพงเมืองทิฟลีเบื้องหลัง ธงเหยี่ยวขาวเบื้องหน้าดาบอันเป็นตราประจำมณฑลหลวงแห่งทาราได้ถูกสับเปลี่ยนเป็นธงเหยี่ยวคาบใบลอว์ราสเบื้องหน้ากางเขนเงื่อนธีร์ดีเรของทัพจากยาร์ลาธเรียบร้อยแล้ว

เสียงร้องบอกให้ถอยดังจากราชาดูลัสในไม่ช้า ม้าของทั้งสองฝ่ายผละจากกัน มีเพียงแววตาที่สบนิ่งครู่หนึ่งก่อนจะแยกจาก ราวกับจะบอกแทนทุกถ้อยคำที่ยังไม่ได้เอ่ยออกมา

แม้จะยังไม่อาจเผด็จศึกได้อย่างเด็ดขาด พวกเขาก็ได้ยึดเมืองเอกของชอร์ซามาเป็นของฝ่ายตน

 

ดูลัสรู้สึกถึงกระแสลมที่พัดผ่านหน้าและความเจ็บแปลบที่แก้มของตนก่อนจะได้ยินเสียงของเจ้าหญิงแอชลีนน์เสียอีก

จากนั้นเขาจึงเห็นพระองค์บนหลังม้าศึก ควบเข้ามาพร้อมกับยิงธนูใส่ทหารรายรอบ ขณะที่นักรบอื่นๆ ไม่อาจตอบโต้เพราะติดคำสั่งให้จับเป็นราชินีแห่งยาร์ลาธ...แทบในทันทีที่เสียงแตรเขาสัตว์เป่าเป็นสัญญาณฉลองชัย

ธงบนยอดกำแพงเมืองได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างไม่น่าให้อภัย ราชาหนุ่มกัดริมฝีปากข่มความขุ่นมัวก่อนจะออกบัญชา

ถอย!

ยังมีโอกาส…เสียงของมาดายบอกเขาในใจ ครั้งนี้ท่านทำได้ดีมากแล้ว ไว้คราวหน้าค่อยโค่นล้มมันให้ราบคาบยิ่งกว่านี้

เวทมนตร์ที่ข้าร่ายไว้ที่ดาบจะสำแดงพิษสงของมันเอง

 

เจ้าไม่ควรเข้าไปอยู่ตรงนั้น!อาเมียร์อดไม่ได้ที่จะเอ็ดหญิงสาวซึ่งพยายามใช้เวทมนตร์จากผลึกสุริยะสมานแผลให้กับเขาในโรงพักรักษาทหารที่บาดเจ็บในเมืองทิฟลี

แต่เพราะข้าอยู่ ดูลัสถึงได้ชะงักไปแอชลีนน์ตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังใจเย็นจนชายหนุ่มยิ่งหงุดหงิด

แล้วถ้ามันไม่ชะงักแต่สั่งให้จับตัวเจ้าไปแทนล่ะ ถ้าเจ้าตกไปอยู่ในมือของมัน...เราจะไม่มีหนทางชนะอีกเลยต่างหาก

ราชินีกลับถอนหายใจข้าไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นหรอก และมันก็ผ่านไปแล้ว ดูลัสไม่ได้จับตัวข้า อีกทั้งยังเสียเมืองทิฟลีไปด้วย มีแต่ท่านนั่นแหละ...ที่เจ็บตัวอยู่คนเดียว

ชายหนุ่มได้แต่เม้มปากอย่างขุ่นมัว ด้วยรู้ว่านั่นเป็นความจริง มิหนำซ้ำเธอยังฝากแผลให้บนใบหน้าของราชาผู้ไม่สมควรได้อีก

แผนที่ท่านวางไว้กับรูอาร์คมันเสี่ยงมากนะแอชลีนน์เงยขึ้นสบตากับเขาท่านบอกว่าข้าประมาท แต่ท่านกลับทำเรื่องเสี่ยงอันตรายยิ่งกว่าอีก

อาเมียร์เงียบไปครู่หนึ่งข้าดูแลตัวเองได้

หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปจูบใกล้รอยแผลบนไหล่ของเขาอือ ข้าเชื่อ

แล้วใครบอกแผนนี้กับเจ้าล่ะ รูอาร์คละสิชายหนุ่มเสมองไปอีกทางเพราะใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมายุ่งไม่เข้าเรื่อง

เขาบอกให้ข้าคอยอยู่ใกล้ๆ เผื่อสถานการณ์ด้านท่านกับดูลัสไปได้ไม่ดี เพราะข้ามีโอกาสทำให้ดูลัสชะงักไปได้หญิงสาวอธิบายและต้องขอบคุณท่านซิอ์บุลที่ให้นักรบเขี้ยวทมิฬมาช่วยคุ้มกันข้ากับส่งสัญญาณด้วย

อาเมียร์ขมวดคิ้วสรุปคือทุกคนรู้กันหมดว่าเจ้าจะลงสนามรบ ยกเว้นข้า?”

เพราะท่านจดจ่อกับการอ่านดูลัสจนเกินไปราชินียิ้มเจื่อน

และข้าก็คงจะพึ่งพาเวทมนตร์ในตัวมากจนเกินไป

แอชลีนน์เอื้อมไปประคองแก้มของเขามาสบตากับเธอท่านใช้มันเพื่อข้านี่นา แต่...ว่าไปข้าก็อยากให้ท่านระวังตัวให้มากกว่านี้ มาดายกับด้านมืดของท่านก็ยังคงอยู่กับพวกดูลัสไม่ใช่หรือ

ชายหนุ่มพยักหน้า

นั่นคือเรื่องที่เขายังคงกังวลที่สุด อีกฝ่ายยังคงมีแผนการบางอย่างซึ่งเขาไม่แน่ใจ...แม้จะพอเดาได้ว่าต้องการยึดครองร่างของเขาและใช้แอชลีนน์เป็นบันไดสู่การปกครองอาณาจักรนี้ก็ตาม

ดีแล้ว เดี๋ยวข้าไปก่อนละ ท่านหมอซานาจะได้มาดูแผลให้ท่านหญิงสาวยิ้มอ่อนให้เขาก่อนจะผละออกมา

ทิ้งให้อาเมียร์นั่งมองรอยแผลซึ่งเวลานี้แทบไม่ได้ให้ความเจ็บปวดกับเขา แต่กลับทำให้ชายหนุ่มไม่สบายใจอย่างประหลาดเมื่อเอื้อมขึ้นไปแตะมัน

หรือเขาจะอ่านจุดประสงค์ของจิตด้านมืดของตนในตัวมาดายผิดไป

 

คนแพ้อย่างกระหม่อมไม่มีเรื่องใดให้ฉลองนี่พ่ะย่ะค่ะ…

ดูลัสอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำคำนี้...คำที่ตนเคยกล่าวกับเจ้าหญิงแอชลีนน์หลังพ่ายแพ้ต่อชาลัวห์เพราะต้องเวทมนตร์...ในขณะที่เขากลับมาสู่บัลลังก์ที่ทาราอีกครั้ง พร้อมกับรอยแผลจากพระหัตถุ์ของราชินีแอชลีนน์เอง และข่าวร้ายซึ่งใครๆ คงจะรู้ก่อนทัพอันอ่อนล้าขององค์ราชาจะเดินทางกลับมาถึงเมอร์คาห์เสียอีก

เขาประมาทพวกมันเกินไป

เพราะจดจ่ออยู่แต่กับการพยายามโค่นล้มอาเมียร์ จึงได้ลืมดูสถานการณ์ทัพด้านอื่น โดยเฉพาะด้านการเฝ้าระวังปราการเมืองไป โดยเฉพาะเมื่อทิฟลีเป็นเมืองการค้ามากกว่าการรบ มีช่องว่างให้แทรกซึมมากกว่าเมืองอย่างอุลทูร์ที่เขาคุ้นเคยแท้ๆ

ทว่าเวลานี้ราชาหนุ่มไม่อาจทำสิ่งใดได้อีกมากไปกว่าทิ้งให้ทิฟลีและเขตแดนอื่นๆ ของชอร์ซาเป็นของพวกมันไปก่อน ขณะนี้ยังเป็นหน้าหนาวซึ่งไม่อาจเพาะปลูก อีกทั้งทาราเองก็ยังมีพื้นที่เพาะปลูกที่สามารถใช้ได้ในฤดูใบไม้ผลิเช่นกัน

ยังมีเวลาให้เขาได้เตรียมตัวยึดทิฟลีคืน หรือมิเช่นนั้นก็ยึดเมืองอื่นที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแทน…

เขาคิดเช่นนั้นและกลับมาหารือว่าราชการเป็นปรกติอีกครั้งหลังกลับมาได้เพียงวันเดียว...ทว่าเสียงประกาศว่าราชินีแอชลีนน์เสด็จมาที่ท้องพระโรงนั้นไม่ได้อยู่ในความคาดหมายเลยแม้แต่น้อย

ดูลัสขมวดคิ้วมุ่นขณะมองร่างที่เดินเข้ามา เคียราในฉลองพระองค์อย่างราชินีและช้องผมสีเดียวกับเจ้าหญิงของเขา ด้วยความที่เป็นผู้สืบสายเลือดของราชวงศ์ด้วยตนเอง...เธอไม่ได้ค้อมกายถวายบังคมเขา แต่เดินขึ้นมาที่ยกพื้นซึ่งตั้งบัลลังก์คู่ด้วยย่างก้าวที่ซวนเซและเชื่องช้าเหมือนเหนื่อยอ่อน ยืนนิ่งอยู่โดยไม่นั่งลงที่บัลลังก์เล็กสำหรับองค์ราชินี

เหล่าขุนนางต่างๆ มีสีหน้าฉงนสงสัย แต่ก็ยอบกายและกล่าวถวายบังคมราชินีตามธรรมเนียมโดยไม่กล่าวคำอื่นใด

เรา...มีเรื่องจะประกาศเสียงของหญิงสาวแผ่วเบาในทีแรก แต่ก็ค่อยดังขึ้นมาในฐานะราชินีแห่งธีร์ดีเร

ชายหนุ่มขยับริมฝีปากหมายจะห้ามอีกฝ่ายไม่ให้พูด ทว่าไม่ทันคำพูดของธิดานอกสมรสของราชาพระองค์ก่อน

ในเมื่อ...ยาร์ลาธไม่ต้องการอยู่ใต้การปกครองของธีร์ดีเร เราจะให้พวกเขา...แยกตัวออกเป็นอีกอาณาจักร และจะไม่มีการรบกันอีกต่อไป

เสียงฮือฮาของเหล่าขุนนางดังในท้องพระโรงทันที ดูลัสผุดลุกขึ้นรวบร่างของเคียราไว้และหมุนตัวเธอมาประจันหน้ากับเขาทั้งใบหน้าถมึงทึง

นี่เจ้าเป็นบ้าอะไร!

สีหน้าของหญิงสาวเรียบเฉย ไม่มีแววหวั่นไหวขณะที่มองตอบเขาและกระซิบตอบแผ่วเบาพอให้เขาได้ยิน

ข้าทำสิ่งที่ข้าคิดว่าควรทำ...สิ่งที่จะทำให้พวกท่านไม่อาจเอื้อมมือถึงราชินีแอชลีนน์ตัวจริงได้อีก หรือพวกท่านจะเปิดโปงและประหารข้าขึ้นมากันล่ะ

ดูลัสกัดฟันและรีบหันไปหาเหล่าราชองครักษ์คุ้มกันพระราชินีกลับห้องบรรทม! ตามหมอมาดูอาการของพระองค์!

เขานึกอะไรไม่ออกนอกจากเวลานี้ต้องกันเคียราออกไปก่อน แล้วหลังจากนั้นจึงค่อยออกคำสั่งล้มเลิกประกาศของเธอ ทว่าหญิงสาวกลับพยายามสะบัดออกจากเงื้อมมือของเขา

และสิ่งที่ไม่มีใครทันคาดคิดก็เกิดขึ้น…

ช้องผมสีน้ำตาลเลื่อนหลุดจากเรือนผมของราชินีตัวปลอมรวดเร็วเกินราชาหนุ่มจะทันไขว่คว้า มันตกลงไปบนพื้น ปล่อยให้เส้นผมสีน้ำตาลเข้มปลิวสยายลงปรกหลังไหล่

ความเงียบงันแผ่ขยายไปทั่วท้องพระโรงในชั่วอึดใจนั้น เหมือนเนิ่นนานเป็นชั่วนิรันดร์ก่อนจะมีเสียงดังขึ้นมา

ข้า...ไม่ใช่ราชินีแอชลีนน์!เคียรากรีดร้องทั้งน้ำตาราวกับคุมสติไม่อยู่อีกต่อไปข้าคือเคียรา! นางกำนัลของเจ้าหญิง! แฟคท์นาบังคับให้ข้าแสดงตัวเป็นองค์หญิงแอชลีนน์เพื่อบีบบังคับให้เจ้าหญิงตัวจริงยอมเสด็จกลับมาเข้าพิธีอภิเษกสมรส พวกเขาเป็นกบฏหลอกลวงเบื้องสูง!

มันจบสิ้นแล้วใช่ไหม…ดูลัสแทบอยากหัวเราะออกมาดังๆ ในขณะที่กุมร่างของหญิงสาวที่ดิ้นรนอ่อนแรงลงทุกทีเอาไว้

ในเมื่อทุกคนรู้แล้วว่าพวกเขาไม่มีราชินีแอชลีนน์ตัวจริงอยู่ด้วย พวกเขาย่อมสูญสิ้นความชอบธรรมที่จะปกครองในทันที แต่ขณะเดียวกัน...ความจริงอีกข้อก็ยังคงอยู่

ความจริงที่เขาไม่รู้ว่าจะทำให้หมู่มวลขุนนางจะรู้สึกอย่างไร

นี่มันเรื่องอะไรกัน!

ท่านแฟคท์นา ท่านทำอย่างที่นางพูดมาจริงหรือ!

ดูลัสไม่ตอบอะไรขณะที่โอบรัดร่างของเคียราไว้ ขณะเดียวกัน บิดาของเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ถูกแล้ว นี่ไม่ใช่ราชินีแอชลีนน์ แต่พระองค์ก็ทรงเป็นผู้สืบสายเลือดของราชาอาร์กาดเช่นเดียวกัน

ราชาแห่งทารารู้สึกได้ว่าร่างของหญิงสาวในอ้อมแขนเกร็งแข็งขึ้นขณะที่เธอพึมพำแผ่วเบาไม่จริง…

“ ‘เจ้าหญิงเคียรา อลาชตาร์ เป็นธิดานอกสมรสของพระราชาอาร์กาดกับนางกำนัลชีลา โบรนัค เท่ากับว่าพระองค์มีสิทธิในราชบัลลังก์อย่างเต็มที่หากรัชทายาทพระองค์อื่นมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมใดๆ

เคียรายังคงนิ่งค้างไปกับเนื้อความนั้นและพึมพำซ้ำเดิมไม่จริง…

แต่ท่านให้นางสวมรอยเป็นราชินีแอชลีนน์โดยไม่ประกาศความจริงก่อนเช่นนี้ มิเท่ากับมีเจตนาน่าสงสัยหรอกหรือแม่ทัพคาฮาลกลับถามขึ้นด้วยเสียงเคร่งเครียด

นั่นเป็นเพราะข้ากับอดีตผู้สำเร็จราชการ ท่านคอนรอย และฝ่าบาทดูลัสได้หารือกันแล้วว่าจะหาทางออกเพื่อไม่ให้พระเกียรติของเจ้าหญิงแอชลีนน์ตัวจริงต้องมัวหมอง จึงได้ทำเป็นว่าพระองค์ไม่เคยเสด็จออกไปนอกทารา แต่ผลก็เป็นอย่างที่เห็น...พระองค์กลับแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าทรงอยู่ข้างฝ่ายเจ้ามณฑลยาร์ลาธที่อุ้มชูคนทราย อีกทั้งยังมีชู้รักคนทรายที่ทรงอยากยกขึ้นมาเป็นพระสวามี เราจึงได้รอเวลาที่จะเปิดเผยว่าเรายังมีเจ้าหญิงอีกพระองค์หนึ่ง เจ้าหญิงซึ่งถึงแม้จะเป็นพระราชธิดานอกสมรส ก็ยังมีสิทธิและความชอบธรรมในบัลลังก์ทุกประการ

เคียราส่ายหน้าทั้งลมหายใจสั่น ไม่ช้าร่างของเธอก็อ่อนยวบลงราวกับสิ้นสติไปเพราะความจริงอันไม่คาดฝันที่ได้รับรู้

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ท่านก็ปกปิดความจริงทั้งหมดไว้แต่แรก! นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์จะทำกันไม่ใช่รึ!ขุนนางคนหนึ่งแย้งขึ้นมา

ดูลัสประคองร่างของหญิงสาวไว้ขณะบอกให้ราชองครักษ์ตามหมอหลวงมา ในขณะที่ปล่อยให้บิดาของเขารับมือกับเหล่าขุนนางในที่ประชุมต่อไป

บิดาของเขาแค่นเสียงตระกูลของข้าภักดีจนหลั่งเลือดปกป้องธีร์ดีเรมากี่ชั่วอายุคน...แม้แต่บุตรชายทั้งสองที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้แก่ชราของข้า ท่านลองถามตัวเองเทียบกับเจ้าหญิงที่ขายชาติให้คนเถื่อนด้วยเสน่หาก่อนดีกว่าไหม เราเห็นกันอยู่ว่าลูกชายของข้าชนะในพิธีสยุมพรอย่างเป็นธรรม และก็ได้อภิเษกสมรสกับสายพระโลหิตอีกพระองค์ของราชวงศ์อลาชตาร์อย่างเป็นธรรมเช่นกัน เช่นนี้แล้ว...ผู้ปกครองจะเป็นราชินีเคียราแทนราชินีแอชลีนน์แล้วจะมีปัญหาอันใด

ชายชราลุกจากที่นั่งของตน เมื่อเขาวางถ้วยไวน์ในมือลงบนโต๊ะ เงาร่างของเหล่านักรบเรเวนก็ค่อยๆ ทยอยปรากฏจากมุมต่างๆ ของโถงกว้างพร้อมดาบในมือ...แม้ว่าดาบเหล่านั้นจะยังคงถูกเก็บอยู่ในฝักก็ตาม

ราชาแห่งทารารู้สึกราวกับได้ยินเสียงแม่ทัพคาฮาลกัดฟันกรอด...แม้เป็นขุนนางทหาร แต่หากมิใช่ราชองครักษ์ผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในพระราชวัง เขาและแม่ทัพนายกองอื่นๆ ก็ไม่อาจนำอาวุธของตนติดตัวเข้ามาได้

ผู้สำเร็จราชการวัยชราค่อยคลี่ยิ้มช้าๆ

ข้าคิดว่า...ไม่ช้าเราควรที่จะประกาศพระนามของราชินีพระองค์จริงแห่งธีร์ดีเรให้พสกนิกรรู้กันได้แล้วกระมัง


- 2 -


มาลิอาซึ่งถูกอาเมียร์ขอร้องให้มาช่วยดูแผลที่ไหล่ของเขาโคลงศีรษะทันทีกับภาพที่เห็น

ไม่ดีหรือชายหนุ่มถาม อาการปวดแสบที่ปากแผลเหมือนจะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

เจ้าด้านมืดที่เหลืออยู่ มันพยายามแทรกซึมเข้าร่างของท่านทางแผลนี้แม่มดดำอธิบายแต่ก็ยังไม่สำเร็จหรอก เดี๋ยวให้เจ้านักบวชลองใช้เวทมนตร์แสงสว่างขับออกมาน่าจะได้

เข้าใจละ ขอบคุณมากอาเมียร์ตอบเรียบๆ ก่อนจะพันผ้าพันแผลไว้อีกครั้ง

แต่ท่านเองก็ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้รู้ไหม อย่าเพิ่งเข้าไปปะทะกับมาดายหรือด้านมืดของตัวเองโดยตรงเลยเด็กสาวตาบอดยกสองแขนขึ้นกอดอก

ชายหนุ่มขมวดคิ้วข้าอยากให้การรบจบลงโดยเร็ว ยิ่งยืดเยื้อ ต่างฝ่ายก็ยิ่งสูญเสียมากขึ้น

เรื่องนั้นข้าเข้าใจ แต่ถ้าฝ่ายเราเสียท่าน...ก็ไม่มีอะไรให้รักษาอีกแล้ว อย่าลืมเรื่องนั้นเสียล่ะมาลิอายังไม่วายกำชับข้ายังแสวงสุขในโลกนี้ไม่พอที่จะทิ้งร่างไปตายเปล่ากับพวกท่านหรอกนะ

อาเมียร์หัวเราะเบาๆ ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายเพียงแต่เอ่ยเช่นนั้นเพราะอยากให้บรรยากาศดีขึ้นบ้าง...ในแบบของตน

แต่ก็จริง ทั้งเขากับแอชล้วนแต่มีความสำคัญในคนละแบบ ต่อไปต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบขึ้นมากกว่านี้ เพื่อชัยชนะที่แท้จริงของพวกเขา

 

พระเถระลูเธียนที่มาหลังจากนั้นไม่นานมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ก็ส่ายหน้าไม่ต่างจากแม่มดดำเท่าไรนัก

ข้าไม่เคยพบอะไรอย่างนี้มาก่อน

แต่มาลิอาบอกว่าท่านน่าจะขับมันออกไปได้

มันเหมือนกับเป็นเลือดของท่านเอง เจ้าชาย ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมที่ไหนลูเธียนแย้งมันแยกตัวออกมาด้วยเจตจำนงของตนเอง และใครจะมีอำนาจควบคุมมันได้ก็ย่อมเป็นมัน…หรือท่าน

อาเมียร์ซึ่งกุมปากแผลไว้ขมวดคิ้วแต่ข้า…

ก็อาจจะยังไม่มีความจำเป็นกระมัง ถ้าท่านไม่รู้สึกถึงจิตอีกดวงในร่างหรือการแทรกแซงอะไรนักบวชเสนอ

เจ้าชายแห่งความมืดพยักหน้ารับแม้จะไม่ได้รู้สึกดีขึ้นนัก

ด้วยแผลแค่นี้ ข้าคิดว่ามันไม่น่าจะยึดครองร่างของท่านได้หรอก ท่านเองได้รับการฝึกจิตจากมาลิอามาแล้ว ก็ระมัดระวังจิตของตัวเองให้มากแล้วกัน

เข้าใจละ ข้าจะทำตามนั้นอาเมียร์รับคำและพยายามไม่คิดมากตามที่อีกฝ่ายบอก

ถ้าเพียงแต่แผลนี้จะไม่รบกวนจิตใจของเขาขนาดนี้...

 

แอชลีนน์หวังให้เรื่องที่ตนเพิ่งรับรู้ไม่เป็นความจริง ทว่าดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น ในห้องพักของอาเมียร์ รูอาร์คยืนยันข่าวที่เขาได้ยินมา รวมทั้งประกาศจากฝ่ายทาราก็อธิบายทุกอย่างชัดเจน

เคียราไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องของเธอ แต่เป็นพระเชษฐภคินี...เป็นพระธิดาของเสด็จพ่อกับนางกำนัลชีลา โบรนัค...จริงอย่างนั้นหรือ

ข้าเชื่อว่าจริง ไม่อย่างนั้นดูลัสกับแฟคท์นาคงไม่กล้าเดินหมากบ้าบิ่นอย่างนี้รูอาร์คออกความเห็นเมื่อเธอพูดคุยกับเขาและอาเมียร์กันสามคน

นั่นสินะ หากเคียราเป็นได้เพียงแค่ราชินีตัวปลอม ดูลัสก็คงจะไม่กล้าข่มเหงญาติผู้พี่ของเธอเพื่อให้มีรัชทายาทซึ่งไม่ได้สืบสายเลือดของอลาชตาร์ สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปนี้เท่ากับว่าแอชลีนน์กลับอยู่ในสภาวะที่สุ่มเสี่ยงยิ่งกว่าเดิมโดยแท้จริง

เพราะพวกแฟคท์นาไม่จำเป็นต้องมีเธอเพื่อให้มีสิทธิเหนือบัลลังก์แห่งธีร์ดีเรอีกต่อไป

ดังนั้นเจ้าห้ามลงสนามรบสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้วอาเมียร์สำทับ

ท่านก็ห้ามเอาตัวเข้าล่ออีกเหมือนกัน มาลิอากับท่านลูเธียนบอกว่าต้องเฝ้าระวังแผลไม่ใช่หรือแอชลีนน์ย้อน

รูอาร์คอมยิ้ม

เจ้าอย่ามาทำหน้าแบบนี้ พวกข้าไม่ขำนะราชินีกอดอกจ้องมองอีกฝ่าย

แต่ข้าชอบเวลาพวกเจ้าเป็นแบบนี้ชายผมแดงหัวเราะหึหึในคอ ก่อนที่คู่สนทนาอีกสองคนจะถอนหายใจพร้อมกันเอาน่า ยังไงตอนนี้ก็วางใจได้ว่าคุณพี่สาวเคียราจะปลอดภัยยิ่งไปกว่าเดิม เพราะถ้าไม่มีราชินีอีกคนหรือรัชทายาทที่เกิดจากนางให้เชิด พวกดูลัสก็ไม่มีหนทางครองบัลลังก์ได้โดยที่เหล่าขุนนางยอมรับหรอก แค่นี้ข้าก็ได้ยินว่าในทาราสับสนวุ่นวาย มีขุนนางที่ไม่ยอมรับเต็มที่มากพอแล้ว

นั่นคงจะรวมถึงแม่ทัพคาฮาล การที่แม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรถูกส่งไปดูแลหน้าด่านติดทะเลใกล้อุลทูร์และแต่งตั้งให้หัวหน้าหน่วยเรเวนขึ้นมาเป็นแม่ทัพรักษาการณ์แทนเหมือนจะบอกสถานการณ์อันร้าวฉานในราชสำนักได้กลายๆ

และนั่นคือแผนการต่อไปของพวกเธอ

เราต้องดึงท่านคาฮาลเป็นพันธมิตรให้ได้แอชลีนน์พูดขึ้นมา

ข้าเห็นด้วย เราอาจจะใช้สถานการณ์นี้กระหนาบตีเมอร์คาห์จากทั้งสองทางได้ด้วยซ้ำอาเมียร์มองแผนที่บนผนังในห้องนั้น

แต่กำลังคน…ราชินีแย้งขึ้นมา

ชัยชนะที่พวกเขามีที่ทิฟลีเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ฝ่ายยาร์ลาธต้องคิดถึงการวางกำลังพลให้เพียงพอต่อการรักษาเขตแดนให้มากจริงๆ เช่นเดียวกัน

ก็เอาคนของลุงแม่ทัพนั่นมาเพิ่มให้เต็มๆ ได้น่า เชื่อเถอะรูอาร์คตอบอย่างมั่นใจมีกองรบลูกบุญธรรมผู้ภักดีอยู่ตั้งมากมายแท้ๆ

หญิงสาวรู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องที่แม่ทัพคาฮาลรับอุปการะลูกๆ ของทหารใต้อาณัติของตนที่เสียบิดาไป และฝึกฝนเด็กเหล่านั้นให้เป็นนักรบเติบโตมาเช่นเดียวกับคาเฮียร์ ด้วยเหตุนี้เอง กลุ่มของคาเฮียร์ซึ่งฝึกฝนร่วมกันมาแต่เด็กและมีสายสัมพันธ์ฉันพี่น้องจึงเป็นกลุ่มที่น่ากลัวที่สุดในการทดสอบการรบจำลองในฤดูหนาวที่ผ่านมา

แต่ก็ต้องติดต่อตกลงกันให้ได้ละนะ…อาเมียร์พึมพำพวกดูลัสต้องจับตามองทหารที่มีทีท่าไม่ภักดีเป็นอย่างมากแน่

ใช่ เรื่องนั้นเราต้องค่อยๆ คิดกันไป โดยเฉพาะจะส่งสารไปได้อย่างไรแอชลีนน์รับเราคงต้องหารือกับท่านเบเรค และต่อให้อาเมียร์ใช้เวทมนตร์ส่งสารได้ดีกว่าธรรมดา เราก็ยังต้องระวังมาดายใช้เวทมนตร์สกัดใช่ไหมล่ะ

อืม เอาเป็นว่าช่วงนี้ก็คงจะพักจัดการเรื่องในธีร์ดีเรของเรากันไปก่อน เจ้าเองจะได้มีเวลาให้แผลหายด้วยรูอาร์คยักไหล่พลางมองมาทางชายผมดำและข้าก็จะได้พักผ่อน จิบเหล้าอุ่นๆ ซุกผ้าห่มนอนตื่นสายอย่างที่ควรทำได้นานแล้วซะที

จ้ะราชินีตอบอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะโบกมือไปทางประตูงั้นเจ้าก็ไปพักผ่อนได้แล้วละ รูอาร์ค ข้าจะได้ทำแผลให้อาเมียร์ซะที

ฮะ?” ชายผมแดงมองอย่างรู้ดี ก่อนจะแสร้งทำหน้าเศร้าจนน่าต่อยใช่สิ ข้ามันส่วนเกินนี่นะ

ไปเล่นกับก็อธฟรีด์หรือคุยกับลีชาสิ นั่นไงคนที่เติมเต็มเจ้าหญิงสาวพูดตามตรง ทำให้รูอาร์คโบกมือส่งอย่างไม่ใส่ใจนักและเปิดประตูออกไปตามที่เธอบอก

เหลือหญิงสาวกับชายหนุ่มอีกคนไว้เพียงลำพัง ก่อนที่เธอจะลุกไปหยิบยากับผ้าพันแผลเดินมาใกล้เขา

 

ที่จริง...เจ้าไม่ต้องทำอย่างนี้เลยอาเมียร์อดไม่ได้ที่จะพูด แต่เมื่อเธอนั่งลงข้างเขาก็ทำได้เพียงถอดเสื้อให้แอชลีนน์แกะผ้าพันแผลอย่างชำนาญข้าทำแผลให้ตัวเองได้

ไม่เอา ข้าต้องใช้เวทมนตร์แห่งแสงช่วยแผลของท่านด้วยนี่ราชินีตอบและแตะนิ้วที่รอบปากแผลของชายหนุ่มท่านลูเธียนไม่ยอมยุ่งเลยไม่ใช่หรือ

ก็แผลไม่ได้หนักหนาอะไรนี่ แล้วอีกอย่าง มันใกล้จะหายแล้วอาเมียร์พยักพเยิดไปทางปากแผลที่ดูใกล้จะแห้งเร็วกว่าปกติ แม้ภายในจะยังไม่ได้สมานตัวดีนักก็ตาม

หญิงสาวถอนหายใจ เธอดูจะยังคงตั้งสมาธิให้อำนาจจากผลึกสุริยะถูกดึงดูดมาที่สองมือของตน ก่อนจะใส่ยาให้อีกฝ่ายและพันผ้าพันแผลใหม่ให้ จากนั้นจึงเอนพิงไหล่ของเขาจากข้างหลัง

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจแม้หัวใจจะเต้นรัวเร็วขึ้นมา หลังจากวันที่แอชลีนน์เป็นฝ่ายช่วยเขาออกมาจากสนามรบ เธอก็ดูเหมือนจะหาเวลามาอยู่กับเขาเป็นส่วนตัวอย่างลับๆ ให้ได้มากขึ้นไปอีก มากจนกระทั่งอาเมียร์คิดว่าคงจะต้องปรามไว้หากดูจะมากจนเกินไป...แม้ในใจจะไม่อยากเอ่ยปากเลยก็ตาม

ใช่ว่าเขาไม่อยากใกล้ชิดเธอ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่เวลาจริงๆ ไม่ใช่หรือ

ไม่ใช่เวลาอะไรกัน...เสียงด้านหนึ่งในใจเขาเอ่ยขึ้นมา ก็ยังไม่รู้เลยไม่ใช่หรือว่าศึกนี้จะดำเนินไปยาวนานเท่าไร และเมื่อใดเจ้าจะได้ครองคู่กับนาง

เมื่อใด...พวกเจ้าจะได้ทำตามใจปรารถนาของกันและกัน

เขาพลิกตัวกลับไปสบตากับเธอ นัยน์ตาสีน้ำตาลของหญิงสาวมองตอบมาอย่างประหลาดใจ

มือของชายหนุ่มเอื้อมไปเชยแก้มของเธอ ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเลื่อนเข้าไปใกล้...ด้วยสีหน้าใดอาเมียร์เองก็ไม่อาจทราบ แต่เขาก็รีบดันร่างของแอชลีนน์ออกไปเสียก่อนจนอีกฝ่ายร้องออกมาเบาๆ

อาเมียร์!

เธอมองตอบมาอย่างตกใจในขณะที่ชายหนุ่มพยายามรวบรวมสติและถอยออกห่าง

อีกครั้งแล้วน่ะหรือ นี่คือเป้าหมาย...คือจุดประสงค์ของมันใช่ไหม

ข้าขอโทษนะ แอช...แต่เจ้า...ออกไปเสียจะดีกว่าเขาหันหลังให้หญิงสาวทั้งที่ยังหายใจสั่นๆเรา...ไม่ควรอยู่ใกล้กันในตอนนี้

แต่ข้าไม่…แอชลีนน์กลับเอ่ยขึ้น เสียงฝีเท้าของเธอยังคงดังเข้ามาใกล้เขา

ข้าไม่อยาก...ทำอะไรให้ตัวเองเสียใจมากไปกว่านี้

เสียงฝีเท้าบนพื้นชะงักไป ตามด้วยคำพูดแผ่วเบา

เข้าใจละ…

อาเมียร์ได้ยินเสียงเธอเดินออกห่าง คงไปที่ประตูห้องของเขา

พักผ่อนให้มากๆ นะ แล้ว...เราพูดคุยกันทางการสื่อจิตก็ได้

อะ...อืม

เขาได้แต่ปล่อยให้องค์ราชินีผละจากไปโดยไม่อธิบาย แต่เธอเองก็คงไม่ต้องการคำอธิบายเช่นกัน 


- 3 -


หลังจากตื่นขึ้นมาเพียงลำพังในห้องบรรทมของราชินี เคียราพยายามตะโกนบอกให้เปิดประตูห้องจนเสียงแหบแห้ง แต่ก็ไม่มีคนเปิด จนสุดท้าย เธอจึงได้แต่นั่งร้องไห้ข้างเตียงจนน้ำตาแห้งเหือดไปตามกัน

หญิงสาวไม่เข้าใจและอยากให้ทุกสิ่งเป็นเพียงฝันร้าย เป็นไปไม่ได้แน่นอนที่เธอจะเป็นลูกนอกสมรสของฝ่าบาทอาร์กาดและมีสิทธิ์เป็นราชินีอีกพระองค์ แต่เธอจำได้แน่นอนว่าตนเองตัดสินใจออกไปประกาศในท้องพระโรงในฐานะราชินีแอชลีนน์ว่าต้องการให้ธีร์ดีเรทั้งเหนือและใต้แยกจากกันเป็นอิสระ ทว่าช้องผมที่ตนไม่ทันระวังให้ดีก็กลับเลื่อนหลุดโดยไม่คาดฝันเสียก่อน

จากนั้น แฟคท์นาจึงได้ประกาศเรื่องนั้นออกมา เรื่องที่เธอไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ แต่ก็เกินกว่าจะรับไหว

นี่คือเหตุผลที่พระราชินีทรงบอกให้ดูลัสพาเธอหนีออกมาแทนที่จะยินยอมหนีไปกับพระโอรสธิดาอย่างนั้นหรือ…

เคียรายิ่งไม่เข้าใจ หากเธอเป็นธิดานอกสมรสของฝ่าบาทจริง ทำไมพระราชินีจึงได้เมตตากับเธอถึงเพียงนี้ ทำไมถึงทรงยินยอมให้เธอเข้าวัง ทำไมถึงทรงเลือกให้เธอมีโอกาสรอดชีวิต...ทั้งๆ ที่พระองค์น่าจะทรงชิงชังที่เธอเกิดมาแท้ๆ

ชีวิตทั้งหมดทั้งมวลของเธอมีความหมายอันใดกัน

ประตูพลันเปิดเข้ามาโดยไร้เสียงเคาะเมื่อเคียราคิดมาถึงจุดนี้ เธอเงยหน้าขึ้นเห็นราชาดูลัสเข้ามาทั้งสีหน้าเคร่งเครียด ยังผลให้หญิงสาวยิ่งกอดเข่าซุกตัวเหมือนจะให้หดเล็กลงไปอีก

เขาต้องการอะไรจากเธอกัน

หายคลั่งแล้วหรือยังเสียงถามของชายหนุ่มเย็นชา

เธอเหลือบมองเขาได้เพียงครู่เดียวก็ก้มลงทั้งมือสั่น รู้สึกเหมือนตนเองไร้พลังเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เพิ่งได้รู้ว่าชาติกำเนิดของตนยิ่งใหญ่กว่าที่คิดไว้นัก

เจ้า...รู้มาตลอดแล้วใช่ไหมสรรพนามที่เคียราใช้เรียกเขาพลันเปลี่ยนไป

อีกฝ่ายแค่นเสียงมันสำคัญตรงไหน

เจ้ารู้มาตลอด...ว่าที่จริง…หญิงสาวเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งและลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับเขา แม้สองขาจะซวนเซแทบล้ม

ไม่หรอก ก็เพิ่งรู้ก่อนเจ้าได้ไม่นาน แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

เคียราบีบสองมือที่เบื้องหน้าแน่น เธอไม่รู้จะเชื่อเขาได้อย่างไร แต่ก็พบว่า...มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งใดไปจริง

ใช่หรือ...มันไม่ได้เปลี่ยนแปลง หรือเธอคิดไปว่ามันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้กันแน่

เปลี่ยนสิ! ในเมื่อข้าเป็นราชินีตัวจริง ข้าก็ต้องมีอำนาจปกครอง ข้าขอสั่งให้เราเลิกยุ่งกับราชินีแอชลีนน์และธีร์ดีเรใต้เสียที! หรือจะให้ข้าประกาศสละบัลลังก์!หญิงสาวกรีดเสียงใส่เขา

ชายตรงหน้าคว้าข้อมือทั้งสองของเธอบีบแน่น

มันไม่มีทางเป็นไปได้!เขาเค้นเสียงตอบถึงจะเป็นราชินี เจ้าก็ไม่ได้มีอำนาจปกครองเป็นของตนเอง!

เคียรานิ่งค้างไปกับคำพูดนั้น

เหมือนกับที่เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงเรียกร้อง...ทรงปรารถนาที่จะมี ด้วยเหตุนี้จึงต้องทรงหนีไปจากเงื้อมมือของคนพวกนี้ ด้วยเหตุนี้จึงทรงอยู่ต่อไม่ได้อีก

อย่างน้อย เธอก็คิดถูกแล้วที่มาอยู่ที่นี่แทนพระองค์ แทนที่จะวางยาพระองค์ตามที่ดูลัสต้องการ

คงเป็นเพราะหญิงสาวดูอ่อนแรงลง สองมือที่บีบข้อมือของเธอจึงได้คลาย ยังผลให้เคียรายกมือขึ้นสะบัดฉาดเข้าใส่ใบหน้าของอีกฝ่ายโดยไม่ได้คิดอะไรอย่างอื่น

ดูลัสคงไม่ทันคาดคิดว่าเธอจะกล้าตบหน้าเขา เพราะชายหนุ่มไม่ได้ก้าวหลบแต่อย่างใด เขาปล่อยให้ฝ่ามือของเธอกระทบกับแก้มของตน ไม่รุนแรงจนถึงขั้นหน้าหัน แต่ก็ทิ้งรอยแดงไว้บนผิวขาวจัดอย่างเห็นได้ชัด

ข้าคิดถูกจริงๆ ...ที่ไม่วางยาองค์หญิงในวันนั้นเคียรากระซิบเหมือนพึมพำกับตนเองมากกว่าอีกฝ่ายคิดถูกแล้วที่มาอยู่ที่นี่แทน...ในเงื้อมมือของพวกเจ้า

ชายหนุ่มพลันจ้องมองเธอเขม็งอย่างไม่อยากเชื่อ

เจ้า...เจ้าว่าอะไร

เขาเอื้อมมาบีบไหล่ทั้งสองของเธอแน่นจนปวดแปลบ แต่หญิงสาวกลับหัวเราะทั้งน้ำตา

เธอไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดี แต่ถึงตายไปเสียตอนนี้ก็ไม่เป็นไรแล้ว

ถึงจะถูกเขาฆ่าไปเสียตอนนี้ก็ไม่เป็นไร...ดีเสียอีก...ฝ่ายของแฟคท์นากับดูลัสจะไม่มีราชินีนอกสมรสไว้ชักเชิดอีกต่อไป

วันนั้น...วันที่เจ้าบอกให้ข้าวางยาในนมขององค์หญิงแอชลีนน์หญิงสาวย้ำคำช้าๆ ขณะสบตากับเขาแม้น้ำตาจะคลอตาข้าสารภาพความจริงกับพระองค์...และตั้งใจดื่มยาเข้าไปแทน

เพียงเท่านี้ เคียราเงียบไป เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว…

 

ดูลัสฟังคำที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาอย่างตะลึงงัน เหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่เสียยิ่งกว่าด้วยฝ่ามือของเธอเมื่อครู่ก่อน

เธอทรยศเขาหรือ เธอเป็นคนที่ทำให้แผนการทั้งหมดในวันนั้นพังพินาศเองหรือ!

เป็นเพราะเธอ...เขาจึงได้พลาดโอกาสที่จะได้เจ้าหญิงแอชลีนน์มาครองไปอย่างไม่มีวันแก้ไขใช่ไหม

โกหกเขาเค้นคำตอบเจ้าไม่กล้าทำอย่างนั้นหรอก

ผู้หญิงอ่อนแออย่างเคียราน่ะหรือจะกล้าดื่มยานอนหลับเพื่อเป็นตัวล่อแทนเจ้าหญิง เธอไม่กลัวพวกเขารู้ความจริงแล้วทำร้ายเธอหรืออย่างไรกัน

นั่นสิ ถ้าเป็นข้าเมื่อก่อนก็คงไม่กล้าน้ำเสียงแหบแห้งของเคียราฟังแปลกหูราวกับเป็นคนละคนเป็นข้าที่ไร้หัวคิดเมื่อก่อนคงไม่กล้าจริงๆ ...ต้องขอบคุณคนทรายนั่นที่ทำให้ข้าได้คิด และขอบคุณเจ้าที่ทำให้ข้าตาสว่างเสียที

ชายหนุ่มพลันขมวดคิ้วเจ้าคนทราย...มันบอกอะไรเจ้างั้นรึ!

ก็ความจริงที่เจ้ารู้ดีอยู่ เรื่องลอบปลงพระชนม์…หญิงสาวเอ่ยราบเรียบถึงตอนนี้แล้ว เจ้ายังมีอะไรจะปฏิเสธได้อีกล่ะ

ดูลัสกัดริมฝีปาก

เขาอยากปฏิเสธได้เหลือเกินว่าตนไม่เกี่ยวข้อง แต่เพียงแค่รู้ความจริงอันน่ารังเกียจนั้นก็ทำให้ก้อนขมถ่วงลำคอเต็มทน

ราชินีอีกพระองค์หัวเราะขื่นๆ เมื่อเขาเงียบไป

นั่นอย่างไร! เจ้าไม่ได้ห่วงใยองค์หญิงจริงๆ หรอก! เจ้าก็แค่หลอกคนอื่น...รอเวลาที่จะครอบครองพระองค์เท่านั้น!

ไม่...ไม่ใช่อย่างนั้น!ชายหนุ่มรีบแย้งข้าปกป้องพระองค์จริงๆ ! ข้าไม่ต้องการให้พระองค์เป็นอันตรายจริงๆ !

แต่เจ้าก็อยากให้พระองค์เป็นของเจ้า หรือจะปฏิเสธเคียราเอ่ยเสียงเย็นไม่อยากให้พระองค์เป็นของใคร...แม้กระทั่งต้องใช้ยานอนหลับชิงตัวพระองค์มา

ใบหน้าของชายหนุ่มร้อนผ่าวขณะที่สองมือของเขาบีบไหล่ผ่ายผอมแรงขึ้นอีก

เจ้าเองก็ต้องการที่จะเป็นของข้าไม่ใช่รึไงเขาย้อนด้วยน้ำเสียงยะเยือกพอกันหากข้าพลาดหวังจากเจ้าหญิง เจ้าก็พร้อมที่จะเสนอตัวให้ทันที

อีกฝ่ายกลับมองเขาด้วยสายตาชิงชังใช่ ข้าเคยหลงเทิดทูนเจ้า นึกย้อนไปแล้วก็โง่เขลาเสียเหลือเกิน ดีที่อย่างน้อยข้ายังได้เห็นธาตุแท้ของเจ้ากับพ่อ ดีที่คนอ่อนแออย่างข้ายังพอจะปกป้ององค์หญิงจากเงื้อมมือของพวกเจ้าได้ด้วยการอยู่ที่นี่!

หญิงสาวที่เบื้องหน้าเขาเหมือนเป็นคนที่เขาไม่รู้จัก ใบหน้าที่ละม้ายเจ้าหญิงแอชลีนน์ทว่าซูบตอบกว่ากลับดูกร้านกร้าวคล้ายกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ และริมฝีปากของเธอก็หยักขึ้นเหมือนรอยยิ้มหยันในชัยชนะที่มีต่อเขา

ชายหนุ่มกัดฟันกรอดและผลักหญิงสาวออกไปโดยไม่ทันคิดอะไร

เคียราผงะหงายไปข้างหลังพร้อมกับเสียงร้อง ศีรษะของเธอกระแทกกับเสาเตียงก่อนที่ร่างจะรูดลงกองกับพื้น

ร่างของดูลัสแข็งเกร็งไปอีกครั้งกับภาพที่เห็น คราบเลือดบนเสาไม้ข้างหลัง...และร่างของหญิงสาวที่ฟุบนิ่งสนิทบนพื้นหิน มีหย่อมเลือดเปื้อนบนเรือนผมของเธอแม้จะไม่ได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างใต้ร่าง

ราวกับภาพของแม่ในวันนั้น...หลังจากที่แม่ไม่มีโอกาสได้ลุกขึ้นมา หลังจากร่างจมกองเลือดของท่านถูกหามออกไปจากพื้นใต้ระเบียง

เขาทำได้เพียงร้องเรียกหมอหลวงและนางกำนัลให้เข้ามา ไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องร่างของหญิงสาว แม้จะเห็นชัดว่าเธอยังคงมีลมหายใจอยู่ก็ตาม

ไม่ใช่เรื่องที่ท่านต้องกังวลเลย ฝ่าบาท...เสียงของมาดายกลับดังขึ้นในห้วงความคิด ในขณะที่ดูลัสทำได้เพียงรอและคอยดูแลให้นางกำนัลกับหมอหลวงเข้ามาปฐมพยาบาลองค์ราชินีที่สิ้นสติไป หากนางแข็งข้อนัก เราใช้เวทมนตร์สะกดให้นางอ่อนน้อมอยู่ในโอวาทกว่านี้ก็ได้

หรือถ้าเผลอนางสิ้นชีวิตไป...จะสร้างตุ๊กตาขึ้นมาอยู่เป็นราชินีที่เหมาะสมแทนนางก็ย่อมได้เช่นกัน

ชายชราหัวเราะน้อยๆ ราวกับพอใจเหลือเกินกับความคิดนั้น ทว่าราชาแห่งทาราไม่เหลือความคิดที่จะสนใจเสียงในสมองของตนอีกในเวลานี้

เขารู้แต่เพียงทุกสิ่งผิดพลาดไปหมด ทั้งหมดทั้งมวลที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเขา ดูลัส ฟาร์รุล บุตรชายของเจ้ามณฑลอุลทูร์ ราชองครักษ์ พระคู่หมั้นของเจ้าหญิงแอชลีนน์ อลาชตาร์ และราชาหุ่นเชิดแห่งธีร์ดีเร

นี่ข้า...เป็นอะไรไป…

 

- 4 -


หากอากาศดีกว่านี้ แอชลีนน์คงจะออกไปขี่ม้าให้คลายเครียดจากทุกข่าวที่น่าจะจริงและข่าวลือที่ได้มาเข้าหู แต่หิมะที่ตกหนาทำให้เธอได้แต่ขลุกตัวอยู่แต่ในห้อง ขณะที่อาเมียร์เองก็ติดภารกิจไม่อาจติดต่อพูดคุยกันได้ในยามนี้

ข่าวในราชสำนักจากฝ่ายทาราบอกว่า ราชินีทรงพระประชวรอีกครั้ง ส่วนข่าวลือออกมาหนาหูอีกคราว่าหลังจากราชินีที่ทาราถูกเผยตนว่าเป็นธิดานอกสมรสของราชาพระองค์ก่อน พระนางก็ถูกกักบริเวณไว้ในห้องบรรทม กระทั่งราชาดูลัสเข้าไปพบ...และจบลงด้วยการที่พระนางได้รับบาดเจ็บจนต้องตามหมอหลวงเข้ามาดูพระอาการโดยด่วน

สายของรูอาร์คบอกว่าพวกนางกำนัลเอ่ยถึงเสียงทะเลาะวิวาทที่ดังออกมาถึงนอกห้องก่อนหน้านั้น เสียงที่อาจเป็นต้นเหตุให้ลูกพี่ลูกน้อง...ไม่สิ...พี่สาวของเธอได้รับบาดเจ็บจากมือของคนที่เธอเคยรักและห่วงใยที่สุดคนหนึ่ง

ดูลัส...ท่านจะทำเรื่องให้ข้าเกลียดชังท่านขึ้นไปอีกสักเท่าใดกัน…

หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ กับความคิดนั้นและถอนหายใจ

ยังมีสิ่งใดที่เราจะทำเพื่อช่วยทางนั้นได้บ้าง…

เธอคงต้องเสนอเรื่องการชิงตัวเคียราขึ้นมาอีกครั้ง สถานะของอีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงไปแล้ว บางทีท่านเบเรคอาจจะเห็นพ้องกับเธอในคราวนี้ก็เป็นได้

เสียงเคาะประตูห้องเรียกให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ

ใครเธอเรียกออกไป

ข้าเองเสียงของมาลิอาตอบกลับ ราชินีจึงบอกให้อีกฝ่ายเข้ามาได้

นางรำยังคงสวมชุดผ้าบางพลิ้วกรุยกรายราวกับไม่เดือดร้อนเพราะอากาศหนาวนัก เธอเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ว่างในห้องได้สบายๆ ราวกับคนตาดีที่มองเห็นทุกสิ่งชัดเจน

ข้ามาดูว่าท่านกับเจ้าชายแห่งความมืดเป็นอย่างไรบ้างแม่มดดำบอก

อาเมียร์ดูไม่ค่อยดีเท่าไร...ตั้งแต่ได้รับแผลในวันนั้นหญิงสาวตอบตามตรงและมองอีกฝ่ายอย่างกังวลเขาเอาแต่พยายามออกห่างข้า ท่านกับท่านลูเธียนทำอะไรไม่ได้เลยหรือ

ข้าทำไม่ได้เพราะขอบเขตของเวทมนตร์ข้า ส่วนเจ้านักบวชนั่นก็คงมีเหตุผลของเขากระมังมาลิอาลูบคางจะให้ข้าไปถามเขาให้ไหมล่ะ

แอชลีนน์เงียบไปครู่หนึ่งไม่เป็นไร ข้าจะไปถามท่านลูเธียนเอง

ได้ ส่วนข้าเองก็มีเรื่องที่อยากจะถามท่านเด็กสาวตาบอดพูดต่อถ้า...ทัมมุซคิดจะทำเรื่องที่เราหวาดกลัวกันกับท่าน ท่านจะทำอย่างไร

ราชินีนิ่งงันไปก่อนจะยกมือขึ้นกำจี้ที่ตนสวมอยู่

นั่นสินะ...เธอรักอาเมียร์และให้อภัยเขาได้ทุกสิ่ง แม้กระทั่งเรื่องที่จิตอีกด้านของเขามีส่วนในการลอบปลงพระชนม์ แม้แต่เขาจะล่วงละเมิดครอบครองเธอ แต่ท่าทางของเขาบ่งบอกชัดเจนว่า เขาคือคนที่จะไม่ยอมให้อภัยตัวเองเลยหากเขาทำร้ายเธอขึ้นมา

ดังนั้น…

ข้าจะป้องกันตัวให้ถึงที่สุดหญิงสาวตอบหนักแน่นถึงอย่างไรก็จะไม่ปล่อยให้ด้านมืดของเขาทำอะไรข้าได้หรอก

มาลิอาค่อยๆ คลี่ยิ้มกับคำตอบนั้น

และข้าก็ยินดีที่จะช่วยขัดขวางมันเสมอแม่มดดำตอบ

แอชลีนน์มองแววตาที่ไม่อาจสบตาตอบแล้วก็ยิ้มอย่างอุ่นใจขึ้นมาบ้าง

อย่างน้อยเธอก็ยังมีมิตรที่พร้อมจะช่วยเหลือตนอยู่ไม่ไกล และนั่นก็ดีที่สุดแล้ว

 

ดูลัสไม่รู้จะโล่งใจดีหรือไม่ที่ฟีอาคราดูไม่แปลกใจเลยเมื่อเขาขอพบ ในห้องพักของแม่ทัพคนใหม่ ชายวัยกลางคนยังคงชงชาสมุนไพรให้เขาเหมือนแต่ก่อน เมื่อนายน้อยของตนในวัยเด็กหรือวัยรุ่นมาหาตนเพื่อฝึกซ้อมดาบหรือต้องการคำปรึกษา และส่งถ้วยชาให้ชายหนุ่มซึ่งรับไปอย่างง่ายๆ โดยไม่หวาดระแวงอีกฝ่าย

ไม่สิ ต่อให้คิดว่าฟีอาคราอาจจะวางยาเขา ดูลัสก็คงจะปล่อยให้อาจารย์ของตนทำเช่นนั้นโดยไม่คัดค้าน ในเมื่อเวลานี้เขาก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปเสียเลย

จ่าฝูงปีกสีนิลไม่กล่าวอะไรขณะที่ราชาแห่งทาราจิบชาร้อนลงไปช้าๆ เหมือนกับจะรอให้เขาพูดออกมาเพียงเท่านั้น

ข้า…สุดท้ายชายหนุ่มจึงเอ่ยออกมาทั้งลำคอฝืดฝืนไม่รู้จะทำอย่างไรดี

กับเรื่องใดรึ

เขาอยากแค่นเสียงบอกออกไปเสียเหลือเกินว่าทุกเรื่องแต่ก็ยังคงเงียบอยู่

ฟีอาครามองชายหนุ่มด้วยสายตาเรียบเฉยและเติมชาให้เขา

ข้ามักบอกเสมอใช่ไหม ว่าเมื่อใดที่เกิดปัญหา ท่านจะต้องแก้ที่จุดใด

ที่ต้นเหตุของมันดูลัสตอบแผ่วเบา

แต่ต้นเหตุของมันอยู่ที่ใดกัน...นั่นสินะ เขากับบิดาซึ่งไม่ควรก่อเรื่องหยาบช้านี้มาแต่แรกไม่ใช่หรือ

แล้วนั่นหมายความว่าอย่างไร เขาควรสารภาพความจริง...แม้นั่นจะเป็นการทรยศท่านพ่อใช่ไหม สารภาพความจริงแล้วถูกประหารตายตกตามกันไป…

โถ ข้าไม่ปล่อยให้พวกท่านถูกประหารหรอก หุ่นชักแสนสำคัญของข้า...ดูลัสรู้สึกเหมือนกับได้ยินเสียงของมาดายตอบอยู่ในใจอย่างขบขัน หรือถ้าท่านตายไปจริงๆ ก็มีวิธีที่จะสร้างหุ่นชักในรูปลักษณ์ของท่านมาแสดงละครต่อไปได้ เหมือนกับที่ข้าบอกว่าสามารถทำได้กับราชินีอีกพระองค์หนึ่งนั่นละ

ชายหนุ่มกัดริมฝีปาก ไม่! ข้าจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้!

เขายังตายไม่ได้ หากตายแล้วสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายไปกว่านี้ ท่านพ่อไม่ยอมตายไปกับเขา หรือต่อให้ตาย...ก็จะมีมาดายควบคุมสถานการณ์ไว้อีกทีแน่นอน

แต่ข้าก็เข้าใจฟีอาคราเอ่ยขึ้นช้าๆว่าเรื่องบางอย่างก็เหลือวิสัยที่จะแก้ที่ต้นเหตุ มิเช่นนั้น ข้าเองก็คงไม่ได้มาอยู่ที่ตรงนี้เช่นกัน

แต่…ดูลัสอดไม่ได้ที่จะพูดท่านไม่จำเป็นต้องตายไปกับพวกข้า ท่านไม่ได้ทำผิดต่อบ้านเมือง เหมือนพวกเรา

รอยยิ้มของชายวัยกลางคนกลับสงบราวกับเตรียมใจไว้แล้วข้าสาบานแล้วว่าจะภักดีต่อท่านแฟคท์นา และข้าจะรักษาคำสัตย์นี้ด้วยชีวิต นายน้อย ท่านเองก็พูดเหมือนกับเตรียมใจไว้เช่นกันแล้วมิใช่หรือ

ราชาแห่งทารานิ่งงันไปครู่หนึ่งก็จริง…แต่...

แต่ข้าก็ไม่อยากเห็นท่านเป็นเช่นนี้ฟีอาคราตอบราบเรียบและจิบชาเช่นกันท่านยังเยาว์นัก ข้าไม่อยากเห็นท่านทำสิ่งที่จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวท่านเองมากไปกว่านี้ ข้าย่อมได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้น และข้าก็รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย

หมายถึงเรื่องของเขากับเคียราสินะ...ดูลัสถอนหายใจทั้งหน้าร้อนผ่าวแล้ว...ข้าควรจะทำอย่างไรดี

ท่านอยากทำสิ่งใดล่ะ นายน้อยอาจารย์ของเขากลับย้อนถาม

ข้า…ชายหนุ่มพบว่าตนไม่มีคำตอบในเรื่องนั้น

เขาไม่อาจต่อต้านท่านพ่อกับมาดายได้...และที่ผ่านมาก็ปฏิบัติตัวไม่ดีกับราชินีอีกพระองค์โดยตลอด สิ่งที่เขาต้องการคือครอบครองเจ้าหญิงแอชลีนน์ มันช่างน่าละอายเสียเหลือเกิน

ตรองดูให้ดี และไม่ว่าท่านจะเลือกสิ่งใด…ฟีอาคราเอ่ยช้าๆข้าก็ขอให้นั่นเป็นสิ่งที่จะไม่ทำให้ท่านเสียใจในภายหลังที่ได้เลือกลงไป นั่น...อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่มีอยู่สำหรับพวกเราทุกคนแล้วก็ได้

ดูลัสไม่ตอบว่าอะไรและเพียงจิบชาอุ่นลงไปอย่างเงียบงัน

ทางที่จะไม่ทำให้เสียใจในภายหลัง...หากจะยังมีเส้นทางแบบนั้นให้เขา

 

นักบวชหนุ่มรู้ทันทีจากกลิ่นเหล้าในห้องนอนของตนว่าใครคือผู้ที่เข้ามา

มีอะไรจะพูดกับข้าหรือ ยายแม่มด

ใจร้ายนัก ข้าต้องมีเรื่องพูดอย่างไร ถึงจะเข้ามาในห้องของเจ้าได้เด็กสาวที่ขดตัวอยู่บนเตียงเล็กราวกับเป็นเจ้าของห้องเสียเองเอ่ยกระเง้ากระงอด

ลูเธียนถอนหายใจ ถ้าเป็นเรื่องของอาเมียร์กับทัมมุซ ข้าไปเข้าเฝ้าเจ้าหญิงแอชลีนน์มาแล้ว และทูลพระองค์แล้วว่าทำไมข้าจึงช่วยไม่ได้

แล้วเหตุผลคือ?”

เวทมนตร์แสงสว่างไม่สามารถแทรกแซงบังคับร่างที่เป็นธาตุมนตร์มืดได้อย่างเต็มที่ เจ้าก็รู้นี่ว่าเจ้าชายทัมมุซถือกำเนิดมาเป็นผู้ครองคัมภีร์อนธการ ยิ่งข้าใช้เวทที่เป็นธาตุตรงข้ามกับเขาไปพยายามสะกดจิตอีกด้านของเขาไว้ มันก็จะเป็นผลร้ายต่อตัวเขาเอง

มาลิอาขมวดคิ้ว อย่างน้อยเขาก็พบว่าเธอไม่น่ารำคาญตรงที่เป็นคนเข้าใจง่ายในบางเรื่อง...กระมังและต่อให้ใช้มนตร์มืดของข้าช่วย เราสองคนก็ไม่มีทางทำสำเร็จ อย่างนั้นสินะ…

เจ้าต้องยอมรับว่าอำนาจของเขาเหนือกว่าพวกเรามากแล้วชายหนุ่มยักไหล่มันเป็นสิ่งที่เขาต้องแก้ด้วยตนเอง

แม้ว่าความผิดพลาดของเขาจะหมายถึงความพ่ายแพ้ของพวกเราน่ะหรือแม่มดดำย้อนถาม

นักบวชดึงเก้าอี้มานั่งข้างเตียงเจ้าไม่เชื่อใจว่าเขาจะชนะบ้างหรือไง

ข้าไม่รู้อีกฝ่ายกลับตอบก็อยากเชื่อในรักของเขากับเจ้าหญิงละนะ เพราะข้าเคยเห็นแล้วว่ารักทำให้คนทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มาแล้วอย่างไรบ้าง แต่ข้าจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรไปหรอก เขากับเจ้าหญิงคือคนที่ทำให้มันต้องเกิดขึ้น ส่วนข้า...ถ้ายังมีชีวิตอยู่ต่อไปในร่างนี้ได้ก็อยู่ แต่ถ้าไม่ได้ ก็...แค่หายไปจากโลกนี้เท่านั้นเอง

เป็นมุมมองที่ว่างเปล่าเสียจริงลูเธียนเคาะหน้าผากของเด็กสาวตาบอดเบาๆ

มาลิอาดูเหมือนจะแค่นยิ้มเจ้าก็ต้องปล่อยวางไม่ใช่รึไง เจ้านักบวช

พูดง่าย แต่ทำไม่ง่าย

ข้ากลับคิดว่าเจ้าวางได้เยอะกว่าพวกมือถือสากปากถือศีลข้างนอกนั่นเยอะนัก

หึชายหนุ่มกลับทำเสียงก็แค่ไม่สนใจ...เพราะไม่ใช่อะไรที่ตัวเองอยากสนใจเท่านั้นละ

หือ...งั้นอะไรกันล่ะที่เจ้าอยากสนใจแม่มดดำช้อนตาเหมือนจะมองเขา ถึงแม้ว่าตนเองจะมองไม่เห็น

เขามองตอบเหมือนเธอเห็นสายตานั้นเช่นกัน แต่กลับไม่เอ่ยอะไรอีก

ทำไม คิดจะมีความลับกับข้าหรือ เจ้านักบวชเสียงของมาลิอาเริ่มหยอกเย้า

ไปคิดเอาเองแล้วกัน ยายแม่มด

เอาอย่างนั้นหรือ ไม่กลัวว่าข้าจะคิดเองเออเองหรืออย่างไร

อย่างกับว่าที่ผ่านมาเจ้าก็ไม่เคยคิดเองเออเองอย่างนั้นละเขาเคาะหน้าผากเธอเบาๆ อีกครั้ง

แม่มดดำกลับหัวเราะเบาๆ ราวกับขบขันและไม่ถือโทษ ก่อนจะลุกขึ้นมาชวนเขาดื่มเหล้าด้วยกันเสียอย่างนั้น

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #119 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:46

    ในที่สุดก็ได้เขียนฉากที่อยากเขียนมานาน คือการเผชิญหน้ากันระหว่างดูลัสกับเคียรานี่เอง

    สำหรับตอนนี้คือฟางเส้นสุดท้ายของเคียราแล้ว ไรเตอร์รู้สึกว่าเธอมาได้ไกลมากจริงๆ ในแบบของเธอ ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปนั้นก็ขอให้ติดตามกันนะคะ

    ขอบคุณทุกๆ คนที่ตามอ่านและให้กำลังใจจนถึงตอนนี้ด้วยค่ะ ทักทายพูดคุยกันได้นะคะ ช่วงนี้คนเขียนมาเรียนติดเกาะอยู่คนเดียว ก็จะเหงาอยู่หน่อยๆ ^^



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:49
    #119
    2
    • #119-1 titania (@nilekia) (จากตอนที่ 90)
      20 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:59
      ตอนนี้ภูมิใจกับเคียราสุดๆเลยค่ะ ในที่สุดนางก็ตบดูลัส 😁😁
      #119-1
    • #119-2 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 90)
      23 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:34
      เหมือนกันค่ะ แอบรู้สึกสะใจที่เคียราได้ตอบโต้กับเขาซะที 55555
      #119-2