The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 9 : 8 - ความอยากรู้ “ทำไมข้าต้องโกรธ”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 มิ.ย. 60

บทที่ ๘

ความอยากรู้

 

แอชลีนน์ในคราบเด็กหนุ่มหอบน้อยๆ ขณะเดินไปที่บ่อน้ำหลังจากเลิกเรียนศิลปะป้องกันตัว พลางรีบแก้แถบผ้ายาวที่พันรอบมือไว้หลายทบเพื่อกันแรงกระแทก

เธอพอสนุกกับการฟันดาบบ้างเพราะเคยเล่นกับพี่ชายตอนเด็กๆ และหากดาบไม้ไม่ฟาดโดนตัวจังๆ ก็ไม่เจ็บนัก แต่ไม่ชอบหมัดมวยที่อาเมียร์สอนทั้งสามในวันนี้แถมกำชับว่ามีประโยชน์ในยามคับขันจวนตัวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าดาบ  แถบผ้าพวกนี้เหม็นอับกลิ่นเหงื่อติดมือ เวลาชกต่อยไปนานๆ ก็รัดมือแน่นจนไม่สบาย ซ้ำต่อยหลายครั้งเข้า เธอก็เจ็บมือจนไม่อยากกระแทกหลักไม้แรงๆ อีกต่อไป แต่ไม่กล้าปริปาก

เมื่อถึงบ่อแล้ว เด็กสาวที่ไม่เคยต้องกว้านถังน้ำออกจากบ่อเองก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยายามดึงถังขึ้นอย่างทุลักทุเล นิ้วมือขวาเจ้ากรรมของเธอไม่ยอมงอตามคำสั่งเอาเสียเลย

ให้ข้าช่วยไหม เสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ ทำให้เธอหันไปเห็นอาจารย์ซึ่งตามมาทันตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

มะ...ไม่เป็นไร

ถึงจะตอบไปอย่างนั้น อาเมียร์ก็ยังโน้มตัวไปจับมือหมุนของรอก ไม่นานก็ยกถังขึ้นวางบนขอบบ่อได้ไม่ช้า เจ้าหญิงเอ่ยขอบคุณเบาๆ ส่วนเขายังคงยืนอยู่ใกล้ๆ ขณะที่เธอวักน้ำจากถังขึ้นล้างมือและหน้า

เจ็บมือหรือเปล่า

...เปล่า แอชลีนน์ตอบ แต่เขาก็ยืนกราน

ทายาเสีย พรุ่งนี้จะได้ไม่เป็นหนักกว่าเดิม แล้วหลังจากนี้ถ้าเจ็บก็บอกมา ข้าจะไม่ให้หักโหมจนเกินไป ข้ากลัวอยู่ว่าสอนเร็วไปหรือเปล่า

ไม่หรอก กำลังดีแล้ว

ที่จริง อาเมียร์เป็นคนสอนทุกๆ วิชาอย่างรวดเร็วจนเรียกได้ว่ารวบรัดทีเดียว แต่เมื่อเห็นว่าเธอไม่เข้าใจก็พร้อมที่จะอธิบายซ้ำหรือเพิ่มเติมโดยไม่มีทีท่ารำคาญใดๆ กระทั่งเด็กสาวเกรงใจว่าจะพลอยถ่วงการเรียนของเฟย์ลิมกับรูอาร์คซึ่งนำหน้าไปก่อนหรือเปล่าด้วยซ้ำ แต่เมื่อตระหนักว่าตนอยู่ที่อารามได้แค่สิ้นสุดฤดูใบไม้ร่วง ก็รับน้ำใจของเขาอย่างตื้นตัน

ถึงได้พูดคุยกันทุกวัน เด็กสาวก็ยังรู้สึกว่าเขามีเรื่องให้เธอแปลกใจได้เรื่อยๆ อาเมียร์ตกลงจะสอนเธอง่ายดายเกินคาด เขาอายุแค่สิบเจ็ด มากกว่าเธอเพียงปีเดียว แต่รอบรู้สารพัดเรื่อง ในเวลาพัก เธอถามเขาจนรู้ว่าเด็กหนุ่มอ่านหนังสือเร็ว อ่านมาก และจำได้ดีราวกับใช้เวลาท่องจำมาชั่วชีวิต กระทั่งหนังสือที่เธอพยายามทนอ่านตั้งแต่ปีกลายแต่ไม่อาจฝ่าผ่านไปได้สักบท เขาอ่านจบในสามคืน ก่อนจะนำมาสอนในสองวันต่อมาหลังจากทวนคร่าวๆ อีกรอบ

บางทีเธอนึกอยากให้อาเมียร์ได้พบดูลัส คิดว่าหากทั้งสองถกวิชาการกันคงดุเด็ดเผ็ดมันยิ่งกว่าเหล่าราชครูวัยชราที่มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ยินดียินร้าย และท่องตำราตรงทุกตัวอักษรต่อหน้าเธออย่างเทียบไม่ติด

แต่...ที่พวกราชครูเป็นเช่นนั้นก็คงเฉพาะเวลาสอนเธอกระมัง

...ข้าต่างหาก เป็นคนงุ่มง่ามหัวช้าเด็กสาวพยายามกลั้นความขื่นไม่ให้ออกมาทางน้ำเสียง และบอกตนเองไปด้วยให้ยอมรับความจริง พอเป็นเสียอย่างนี้...อาจารย์เลยถอดใจกันทุกคน

ใครบอก เจ้าเรียนเร็วได้เหมือนกัน เด็กหนุ่มแย้ง ก็แค่นักเรียนแต่ละคนเหมาะกับวิธีสอนคนละแบบ สำคัญคือเรื่องพวกนี้ต้องเรียนต้องฝึกกันเป็นปีๆ เจ้าเลยเสียเปรียบที่ไม่มีพื้นฐานแน่น ถ้าหวังผลรวดเร็วทันใจก็ใช้วิธีสอนแบบธรรมดาๆ ไม่ได้

ขอบคุณนะ...ที่ให้กำลังใจ แอชลีนน์ค่อยยิ้มออกมาได้น้อยๆ

อาเมียร์รับว่าไม่เป็นไร เธอกำลังจะเอ่ยปากขอตัวกลับเมื่อเขาเรียกอีกครั้ง พร้อมกับหยิบบางสิ่งจากกระเป๋าเสื้อ เอ้านี่

อะไรหรือ เด็กสาวมองตลับไม้เล็กๆ ในมือของเขาอย่างงุนงง

 ยา เอาไว้ทา เขาชี้ที่มือเธอ ข้อนิ้วเจ้าแดงขนาดนั้น พอกก่อนนอนก็ได้ ยาสมุนไพรนี่เหม็นสักหน่อย แต่รับรองแก้ปวดชะงัดนัก

แล้ว...อาจารย์ไม่เก็บไว้ใช้เองหรือเด็กสาวก้มลงมองนิ้วของตน เห็นว่ามันแดงมากจริงอย่างที่เขาว่า แต่ก็ยังเกรงใจ

ก็ข้าไม่ได้เจ็บมือ จะเก็บเอาไว้เฉยๆ ทำไมอาเมียร์พูดพลางยื่นตลับเข้ามาใกล้เธอขึ้นอีก

แต่...นี่ยาของจวนหรือเปล่า เด็กสาวกลัวว่าตนเองจะสร้างปัญหาให้เขายิ่งขึ้นอีก ถึงจะเป็นของเล็กๆ น้อยๆ อย่างตลับยา คงไม่ดีแน่หากนายจ้างรู้ว่าเขายักยอกเอาไป

ไม่ใช่หรอก ของแม่ข้าเอง อาเมียร์ยิ้มน้อยๆ แล้วก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ วันนี้ข้าว่าจะไปเยี่ยมแม่พอดี คงขอแบ่งยามาได้อีก เจ้าเอาตลับนี้ไปใช้ตามสบายเถอะ

ข...ขอบคุณ เธอรับตลับไม้มาจากเขาในที่สุด

แล้วเจอกันพรุ่งนี้ เด็กหนุ่มโบกมือให้ก่อนจะเดินจากไป

แอชลีนน์มองตามเงาร่างของเขา ความอยากรู้ยังไม่เลือนหายว่าแม่ของเด็กหนุ่มที่ชื่ออาเมียร์คนนี้ รวมไปถึงครอบครัวของเขาจะเป็นอย่างไรกัน อาเมียร์บอกเพียงว่าพ่อของเขาเคยเป็นนักรบรับจ้างในทะเลทราย ตอนนี้วางมือจากดาบมาทำไร่เลี้ยงสัตว์ในหมู่บ้านอาแดร์ แต่ลูกของนักรบรับจ้างไม่น่ามีการศึกษาดีถึงเพียงนี้

เธอนึกอยากถามหลายครั้งว่าที่จริงเขาเป็นใครในแดนทะเลทราย เคยใช้ชีวิตแบบใด จึงเรียนรู้จดจำวิชาการปกครองและการต่อสู้ต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติจนเธออิจฉา ...แต่ก็ไม่กล้าเสียที

ใจลอยเชียวเจ้าเปี๊ยก เสียงทักดึงเธอจากภวังค์ แอบชอบอาจารย์เข้าหรือ

เด็กสาวหันขวับ พบว่าคนพูดคือเด็กหนุ่มผมแดงจอมยียวนนามรูอาร์ค ซึ่งผลัดเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว

รูอาร์ค ทำไมชอบหาเรื่องแอชนักนะ เฟย์ลิมที่มาด้วยพูดพลางขมวดคิ้ว

ความสุขข้า รูอาร์คตอบด้วยเสียงพึงใจ ยิ่งเจ้าตุ้งติ้งนี่มีอะไรน่าแกล้งเยอะแยะ

แอชลีนน์ขมวดคิ้ว แต่ก็พยายามไม่ต่อปากต่อคำ

ข้าจะกลับแล้ว ลาก่อนเธอเตรียมตัวก้าวจากไป...หากไม่มีคำพูดของอีกฝ่าย

ไม่ไปดูบ้านอาจารย์กับพวกเราหรือ

เด็กสาวชะงักกึก กลับหลังหันไปมองรูอาร์ค ซึ่งมีสีหน้าเฉยและง่วงไม่เปลี่ยน ว่าอะไรนะ

คือ...รูอาร์คบอกว่าอยากไปเห็นบ้านอาจารย์ เลยชวนข้าไปด้วย เฟย์ลิมเป็นคนอธิบายแทน

จะไปกับอาจารย์วันนี้หรือแอชลีนน์ตั้งคำถาม

เปล่า จะตามไปไม่ให้รู้ตัวรูอาร์คตอบหน้าตาย ฝึกสะกดรอยอย่างไรเล่า

แอชลีนน์ยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม ทำอย่างนั้นมันไม่ถูกไม่ใช่หรือ

แต่ก็ไม่ผิด ธีร์ดีเรมีกฎหมายห้ามลูกศิษย์ตามอาจารย์ไปที่บ้านหรือ แล้วถ้าอาจารย์ไม่อยากให้ไป ก็คงห้ามไว้ก่อนตั้งนานแล้ว

เด็กสาวมีสีหน้าลังเล ที่จริงเธอก็อยากเห็นบ้านของอาเมียร์เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าควรไปตอนนี้หรือไม่ และไปแล้วจะกลับทันไหม

บ้านอาจารย์อยู่ในอาแดร์ ใกล้อารามที่เจ้าหญิงของเจ้าอยู่แค่นิดเดียวเอง รูอาร์คเสริม ไม่อยากไปด้วยกันรึ

เธอชั่งใจอยู่อีกครู่...แล้วก็พยักหน้า ความอยากรู้เอาชนะได้ในที่สุด

เคียราคงรอได้ ก็แค่อีกไม่นานเอง

 

ดูเหมือนรูอาร์คชำนาญเส้นทางกว่าที่คิด เมื่ออาเมียร์เดินออกไปได้ไม่นาน เด็กหนุ่มผมแดงก็นำเฟย์ลิมกับแอชลีนน์ไปยังชุมทางรถม้ารับจ้างไม่ห่างหน้าจวน ซึ่งเด็กสาวเรียกใช้ไปกลับอารามเป็นประจำ แล้วก็จ้างรถคันหนึ่ง บอกชื่อหมู่บ้านที่หมายว่าอาแดร์

เจ้าเคยไปบ้านเขามาแล้วหรือ เฟย์ลิมถามเมื่อรถม้าออกไปได้ระยะหนึ่ง

ฮื่อ รูอาร์คนั่งเขลงบนเบาะ มือกอดอก ขาไขว่ห้างอย่างสบายเต็มที่ ขณะที่เฟย์ลิมกับแอชลีนน์นั่งตัวตรงบนที่นั่งตรงกันข้าม

เมื่อไร แอชลีนน์ตั้งคำถามบ้าง

สองวันก่อน แต่ข้าเดินสะกดรอยตามเขาไป

หา... เด็กสาวอุทานเบาๆ ทำอย่างนั้นได้ด้วยหรือ

เด็กหนุ่มผมแดงโบกนิ้วยียวน ความสามารถเฉพาะตัว เจ้าเปี๊ยกลุกลี้ลุกลนห้ามเลียนแบบ เพราะถึงเลียนแบบไปก็ทำไม่ได้อยู่ดี

นี่!”

อย่าหาเรื่องแอชเลยรูอาร์ค เฟย์ลิมพยายามห้ามทัพอีกครั้ง แต่ด้วยเสียงที่เนือยเต็มที ก่อนจะหันกลับมาทางคนถูกหาเรื่องข้าขอโทษแทนน้องด้วยนะ

ไม่เป็นไรแอชลีนน์สั่นศีรษะพลางอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองช่างเป็นพี่น้องที่ต่างกันเสียเหลือเกิน เฟย์ลิมพร้อมขอโทษเธอแทนรูอาร์คเสมอ ไม่ว่าฝ่ายนั้นจะยั่วจะล้อเธออย่างไร จนบางครั้งเธอยังรู้สึกเหมือนเขาขอโทษบ่อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ

ว่าแต่...ทำไมเจ้าถึงชวนพวกเราไปดูบ้านอาจารย์ล่ะ เด็กสาวตั้งคำถาม

ไปเป็นพยาน

พยานอะไร ผู้ฟังขมวดคิ้ว

ไว้ถึงแล้วข้าจะบอก รูอาร์คเคลื่อนไปใกล้หน้าต่างแล้วเลิกผ้าม่านขึ้นดูแวบหนึ่ง ดูเหมือนเราล่วงหน้าเขามาแล้ว อีกเดี๋ยวก็คงถึง

 

ราวสิบนาทีต่อมา รถม้าก็มาถึงหมู่บ้าน ทั้งสามลงจากรถโดยมีเด็กหนุ่มผมแดงเดินนำไปลิ่วๆ เช่นเคย สู่แนวต้นไม้ที่บังด้านข้างบ้านไร่หลังหนึ่ง นั่นล่ะ บ้านอาจารย์

แอชลีนน์ชะเง้อมองเห็นหญิงผมสีดำรวบมัดไว้ข้างหลังง่ายๆ คนหนึ่งยืนอยู่ในสวนหลังบ้าน เพียงเห็นไกลๆ เด็กสาวก็บอกได้ว่าเธอเป็นคนงาม...งามมากจริงๆ ทั้งๆ ที่ตั้งครรภ์อยู่และแต่งกายอย่างหญิงชาวไร่ธรรมดา

เด็กสาวตกใจ ประหลาดใจ และที่แปลกคือ...รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งสะกิดในใจอย่างบรรยายไม่ถูก นะ...นั่นภรรยาอาจารย์หรือ

แม่ต่างหาก รูอาร์คแก้

แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเป็นแม่

เบิ่งตาดูใกล้ๆ สิเจ้าเปี๊ยก แกน่าจะอายุมากกว่าอาจารย์ตั้งสิบกว่าปี คงมีอาจารย์ตอนยังสาวมากๆ กระมัง เด็กหนุ่มผมแดงกระซิบ แล้วก็บุ้ยใบ้ไปยังชายคนหนึ่งที่เดินออกมาจากเรือนไม้อีกหลัง แขนซ้ายของเขาสั้นเลยข้อศอกลงมาได้ครึ่งหนึ่งโดยไร้มือ ผมสีดำตัดสั้นเริ่มแซมสีเทาประปรายคงเข้าวัยกลางคนแล้ว แต่ร่างสูงใหญ่ยังคงยืนหลังตรงมีสง่าเหมือนทหาร ซ้ำมีบางสิ่งที่ชวนให้เธอนึกถึงอาเมียร์อยู่ในชายคนนี้จนไม่ประหลาดใจเลยกับคำบอก แล้วนั่นพ่อ

ชายคนนั้นประคองไหล่ของหญิงท้องแก่อย่างทะนุถนอม แล้วทั้งสองจึงเดินเข้าไปในบ้านด้วยกันทางประตูด้านหลัง

รูอาร์คเหลือบมองถนนลูกรังสายเล็กแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวยาวๆ พร้อมกับกวักมือเรียกทั้งสองให้ตามมาทางเกวียนที่จอดอยู่ใกล้แนวต้นไม้ แล้วก็ยืนชะเง้ออย่างมีลับลมคมใน นั่นไม่ใช่ภรรยาอาจารย์ แต่อีกคนน่าจะใช่

อีกคน!” แอชลีนน์ทวนคำ

คอยดูเองก็แล้วกัน...ถ้าโชคดีละก็นะ

แล้วทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ อย่างนี้ด้วยเล่า เฟย์ลิมติง ทำอย่างกับมาสอดแนมบ้านเขา

ข้าทำเพราะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายของคนที่เรารักมากๆ ต่างหากรูอาร์คให้เหตุผลพลางยักไหล่

ใคร ชายหนุ่มถามซ้ำ

เดี๋ยวก็รู้ เด็กหนุ่มผมแดงพูดแล้วจุปากเมื่อเห็นร่างร่างหนึ่งเดินเข้ามาใกล้

นั่นคืออาเมียร์ที่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เด็กหนุ่มผมสีดำเดินมาตามทางลูกรังที่รูอาร์คเพิ่งจับตามองเมื่อครู่ ก่อนจะตรงมาเคาะประตูบ้าน หญิงมีครรภ์ผมดำเป็นคนเปิดประตู เรียกชื่อเขาพร้อมกับยิ้ม แล้วก็เดินออกมาข้างนอก อาเมียร์พูดคุยกับหญิงคนนั้นครู่หนึ่ง ก็มีเด็กหญิงเล็กๆ สองคนโผล่ออกมา ให้เด็กหนุ่มผลัดกันอุ้มและคุยเล่นด้วย เด็กทั้งสองมีผมสีดำเหมือนกัน แต่คนตัวโตกว่าผมหยักศกขณะที่คนเล็กผมตรง

น้องสาวอาจารย์หรือ เด็กสาวตั้งคำถาม

ไม่น้องก็คงลูก ไม่ก็คงคนหนึ่งน้อง คนหนึ่งลูก รูอาร์คตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก คนโตกว่าท่าทางจะน้อง แต่คนเล็กนี่ก็วัยพอเป็นลูกอาจารย์ได้เหมือนกัน

น่าจะเป็นน้องทั้งคู่มากกว่า แอชลีนน์แย้ง แม่ของอาจารย์ยังมีลูกอีกคนได้ ทำไมจะไม่ใช่น้องทั้งสองคนล่ะ

เพราะเจ้าอยากเชื่ออย่างนั้นน่ะสิ เจ้าเปี๊ยก

เด็กสาวขมวดคิ้วสะกดกลั้นความอยากต่อว่าอีกฝ่ายไว้อย่างยากเย็น ในเมื่อต้องรักษาความเงียบอย่างยิ่งยวด

อาจจะเป็นลูกกับ...คนคนนั้นยังไงเล่า เด็กหนุ่มผมแดงบุ้ยใบ้ไปทางหญิงผมสีทองที่ยืนมองอยู่หลังประตู แต่ไม่ก้าวออกมา

เด็กหนุ่มพูดกับเธอเช่นกัน แต่ไม่นานนัก ความไกลและเงาจากในบ้านทำให้แอชลีนน์เห็นหญิงคนนั้นไม่ชัด แต่ก็ดูออกว่าเธอยังอายุน้อยพอๆ กับอาเมียร์ และมีใบหน้าตาสวยสะดุดตาทีเดียว เสียแต่ไม่ยิ้มแย้มเลย ผิดกับคนอื่นๆ ซึ่งแสดงความดีใจเต็มที่เมื่อพบเด็กหนุ่ม

คิดดูแล้วกันว่านางเป็นใคร รูอาร์คกระซิบ ทั้งบ้านนี้มีแต่ชาวทะเลทรายผมดำ แต่ผู้หญิงคนนี้ผมทอง เป็นคนธีร์ดีเรแน่ๆ แล้วผู้หญิงธีร์ดีเรคนเดียวจะมาอยู่ในบ้านชาวทรายอย่างนี้ได้ยังไง นอกจาก...”

กะแค่เห็นผู้หญิงคนนี้อยู่ในบ้านอาจารย์ เจ้าก็ทึกทักว่านางเป็นภรรยาของอาจารย์...อย่างนี้ไม่ด่วนสรุปเกินไปหน่อยเหรอ เด็กสาวติง

นางสวมแหวนแต่งงานด้วย จะไม่ใช่ได้รึ คนถูกหาว่า ทึกทักตอบง่ายๆ

...ไกลขนาดนี้เจ้าเห็นด้วยเหรอ

ก็มันสะท้อนแดดเข้าตา นั่นยังไง แล้วก่อนนี้ข้าก็เคยเห็นนางใกล้ๆ มาแล้ว นางสวมแหวนที่นิ้วนางซ้ายจริงๆ หรือเจ้าไม่เชื่อ จะลองเข้าไปดูไหม

แอชลีนน์นิ่งอึ้ง ใจหนึ่งอยากพิสูจน์ว่าประกายวิบๆ บนนิ้วมือที่เกาะประตูอยู่คือแหวนแต่งงานจริงหรือไม่ แต่ก็ไม่อยากเสี่ยงถึงขั้นนั้น และคิดว่าลองรูอาร์ครับรองหนักแน่นขนาดนี้แล้วคงไม่พูดปด กระนั้นเธอยังจำได้ติดตา... แต่อาจารย์ไม่เคยสวมแหวนแต่งงาน

ก็สวมแล้วมันจับดาบไม่สะดวก ไม่งั้นแกคงไม่อยากให้ใครรู้ว่าแต่งงานแล้ว

แล้วทำไม อาจารย์จะแต่งงานแล้วหรือไม่ก็ช่างเขาสิ!” เด็กสาวตอบทันควัน ก่อนจะแปลกใจที่เสียงของตนขุ่นได้ถึงเพียงนี้

ประหลาด เธอไม่รู้จักเขาจริงๆ สักหน่อย ทำไมถึงได้ปักใจเชื่อว่าเขาเป็นคนดี ถึงขั้นต้องแก้ต่างให้อย่างนี้ด้วย

เจ้าเปี๊ยก เจ้าช่างได้เพราะไม่ใช่เรื่องของเจ้า แต่เราสองคนช่างไม่ได้ เด็กหนุ่มผมแดงย้ำ

ทำไมล่ะ เฟย์ลิมถามอย่างสงสัย

พี่ไม่รู้เหรอ ถ้าอาจารย์ทำให้พี่ชนะการประลองได้ พ่อตั้งใจจะยกฟิเดลมาให้แก

หา!” ชายหนุ่มผู้พี่อุทาน จนรูอาร์คต้องรีบเอานิ้วจ่อปากเป็นการปราม

เด็กสาวเริ่มทำสีหน้าไม่ถูก ไม่เคยมีใครแนะนำให้เธอรู้จักน้องสาวของทั้งสองมาก่อน แต่เจ้าหญิงได้ยินอาเมียร์พูดถึง คุณหนูฟิเดลมาในตอนแรกที่พบกัน และเคยเห็นคุณหนูเดินผ่านมากับพวกพี่เลี้ยงเป็นบางครั้งในบริเวณจวน เด็กคนนั้นเพิ่งแรกสาว ดูอายุน้อยกว่าเธอหลายปี แต่นางยังเด็กอยู่เลยนี่

สิบสี่ ปีหน้าก็โตแล้ว รูอาร์คบอก แต่ปัญหาคือ...เกิดพ่อถูกใจอาจารย์จนจับหมั้นไม่ดูตาม้าตาเรือว่าอีกฝ่ายมีเมียแล้วจะยุ่ง ข้าเลยอยากหาพยานมาช่วยยืนยันกับพ่อสักหน่อย

แต่แอบดูอย่างนี้จะรู้ได้ยังไงว่าใช่หรือไม่ใช่ แอชลีนน์ติง ทำไมไม่ถามเจ้าตัวเขาตรงๆ เล่า

ก็ถ้าเขาโกหกล่ะ เด็กหนุ่มผมแดงแย้งเป็นลูกเขยเจ้ามณฑลกับน้องเขยกษัตริย์ โก้น้อยซะเมื่อไร

อาจารย์ ไม่ใช่ คนอย่างนั้นแน่ๆ เด็กสาวแย้งหนักแน่น ถ้าอยากรู้ก็ไปถามกันตรงๆ เลยสิ

ว่าแล้ว เธอก็ก้าวออกไปจากที่กำบังโดยเร็ว แม้จะมีเสียงอุทานของรูอาร์คดังตามมา

เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนไอ้เปี๊ยก!”

 

อาเมียร์หันขวับไปในทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าดังสวบๆ ผิดปกติข้างหลังตน แล้วก็ร้องเรียกชื่อเธออย่างประหลาดใจ

เด็กสาวชะงักกึก ครั้นเห็นสายตาสี่คู่ของเด็กหนุ่มคนเรียก หญิงมีครรภ์อีกคน กับเด็กหญิงอีกสองคนที่จ้องมาทางตนเป็นตาเดียว (ขณะที่หญิงสาวผมทองเหมือนจะหลบเข้าบ้านไปแล้ว) ก็ก้มศีรษะซ่อนใบหน้าร้อนผ่าว คำถามว่า หญิงผมทองคนนั้นเป็นใคร หรือแม้แต่ความคิดเรื่องคำพูดอื่นใดเหมือนจะละลายหายไปจากศีรษะจนหมด

ความเงียบเข้าครอบคลุมชั่วอึดใจ จนกระทั่งเสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงผมหยักศกที่ดูโตกว่าถามขึ้น ใครเหรอพี่อาเมียร์

...นักเรียนคนหนึ่งของพี่น่ะ เด็กหนุ่มพูดช้าๆ ด้วยเสียงที่เหมือนจะเรียบ แต่ไม่รู้เธอคิดไปเองหรือไม่ว่ามีอะไรแฝงอยู่ ชื่อแอช

สะ...สวัสดีคะ...ขอรับ เธอรีบตั้งสติค้อมศีรษะ

สวัสดีจ้ะ เสียงของหญิงที่เป็นผู้ใหญ่รับอย่างอ่อนโยน ยินดีที่ได้รู้จักนะ

นี่แม่ข้าเอง แล้วนี่น้องสาว นาสิรากับฟาร์ฮานาห์อาเมียร์แนะนำ

สวัสดีค่ะ เสียงเล็กๆ สองเสียงดังไล่กัน

ยะ...ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ แอชลีนน์ค่อยกล้าเงยหน้าขึ้น เห็นสีหน้าเป็นมิตรของหญิงสาวซึ่งทำให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง

แม่ของอาเมียร์ยิ้มสวยหวาน ท่าทางใจดี เค้าหน้าเหมือนเด็กหนุ่มจนเป็นพิมพ์เดียวกัน หากแอชลีนน์ไม่รู้ว่าเป็นแม่ คงนึกว่าเป็นพี่สาวที่เกิดห่างกันหลายปี เพราะเธอดูอายุน้อยราวยี่สิบปลายๆ เท่านั้นเอง กระนั้นก็ยังดูเป็นผู้ใหญ่มาก ซ้ำวางตัวสง่าจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดา

คล้ายเสด็จแม่เหลือเกิน....บางสิ่งบอกเด็กสาวเช่นนั้น แต่ไม่ทันคิดต่อว่าเป็นไปได้อย่างไร คำถามของอาเมียร์ก็ดึงเธอขึ้นมาเสียก่อน เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร

คือข้า...ข้าคิดว่ากลับทางนี้ก็ได้ เลยลองเปลี่ยนเส้นทางดู เด็กสาวรีบนึกข้ออ้าง

แต่มันอ้อมไกลกว่า เสียงของเด็กหนุ่มเคร่งเครียดขึ้น เจ้าไม่ควรกลับเย็นไม่ใช่หรือ

คะ...แค่นิดเดียวเองแอชลีนน์ก้มหน้าหลบสายตาอีกครั้ง

บ้านของแอชอยู่ไหนหรือจ๊ะ แม่ของอาเมียร์ถามขึ้นบ้าง

อารามที่เจ้าหญิงประทับอยู่ เขาเป็นมหาดเล็กของเจ้าหญิงเด็กหนุ่มตอบแทน

อย่างนั้นหรือ หญิงสาวรับเบาๆ ต้องรีบกลับหรือเปล่า

ก็...คงต้องขอตัวตอนนี้ขอรับ เด็กสาวสบช่องหาทางออกจากสถานการณ์ลำบาก ขะ...ขอลาก่อนนะขอรับ

แล้วเดินกลับทันหรือจ๊ะ ให้อาเมียร์เอาม้าไปส่งไหม อีกฝ่ายยังเสนอ

ไม่ทันตอบรับหรือปฏิเสธ เด็กหนุ่มที่ถูกพูดถึงก็ผละไปพร้อมบอกสั้นๆ ว่าจะรีบไปเตรียมม้า

มะ...ไม่เป็นไรขอรับ อะ...อาจารย์อย่าลำบากเลยเธอแย้ง

ไม่ลำบากหรอก เสียงคนรับจะไปส่งดังแว่วมา ถ้ารู้ตัวว่ากลับช้าจะมีปัญหา ก็ให้คนอื่นเขาช่วยเถอะ

ใจของแอชลีนน์ยิ่งร่วงวูบกับน้ำเสียงของเขาซึ่งฟังดูขุ่นมัวอย่างประหลาด อาเมียร์กระโจนข้ามรั้วแล้วก้าวยาวๆ ไปที่เรือนไม้ข้างหลังบ้าน เธอยืนรอพลางตอบคำถามเล็กๆ น้อยๆ ที่แม่ของเขาถามด้วยอัธยาศัยอันดี แต่ก็ไม่มีกะจิตกะใจซักถามสนองความอยากรู้ที่บัดนี้ถูกความไม่สบายใจกลบมิด

ตอนที่อาเมียร์จูงม้าออกมา เฟย์ลิมก็ดึงแขนรูอาร์คซึ่งมีท่าทางไม่เต็มใจนักมาจากที่ซ่อน

แอชไม่ผิดนะขอรับ ชายหนุ่มบอกอาเมียร์เป็นคำแรกรูอาร์คชวนพวกเรามาเอง ขออภัยที่มาโดยไม่บอกกล่าวขอรับ

เด็กหนุ่มผมดำมองทั้งสองด้วยสายตาเรียบเฉยครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเรียบพอกัน ไม่เป็นไร แต่บอกท่านเบเรคก่อนออกมาหรือเปล่า

...ไม่ได้บอกขอรับ เสียงตอบของเฟย์ลิมเบาลง

ถ้าจะออกนอกจวนก็ควรบอก และไม่ควรกลับเย็นค่ำให้ท่านเบเรคเป็นห่วง อาเมียร์พูดสั่งสอนราวกับตนอายุมากกว่า รีบกลับเถอะ ข้าจะพาแอชไปส่ง ท่านกับรูอาร์คกลับเองได้ใช่ไหม

ครั้นเฟย์ลิมรับว่าได้ เขาก็ฝากชายหนุ่มบอกเจ้ามณฑลว่าตนจะรีบกลับ จากนั้นก็หันมาช่วยแอชลีนน์ขึ้นม้า ก่อนจะตามขึ้นไป และบอกลาแม่กับน้องๆ

 

ใต้แสงสีส้มของตะวันใกล้ลับฟ้า อาเมียร์บังคับม้าให้วิ่งเหยาะๆ ไปตามทาง แอชลีนน์นั่งเกาะหลังอยู่เงียบๆ อีกพักหนึ่งจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้นได้ อาจารย์...โกรธข้าหรือ

เรื่องอะไรล่ะ

ก็...เรื่องที่ข้า...แอบตามมาเธอพูดงึมงำ

ว่าอะไรนะ

ก็เรื่องที่ข้าแอบตามมา

คนถูกถามเงียบไปชั่วอึดใจ ทำไมข้าต้องโกรธ

ก็...ท่านทำท่าเหมือนโกรธ

นั่นไม่ใช่เหตุผลสักหน่อย

อารมณ์ของเด็กสาวกรุ่นขึ้นทันทีกับคำตอบนั้น เหตุผลคือ...ท่านไม่อยากให้ข้าไปเห็นอะไรที่บ้านหรือเปล่า

ข้ามีอะไรที่ไม่อยากให้เจ้าเห็นหรือเด็กหนุ่มกลับย้อนถาม

ไม่อย่างนั้นจะโกรธทำไมที่ข้าแวะมา

ก็บอกว่าไม่ได้โกรธ

ไม่ได้โกรธแล้วทำไมทำเสียงแบบนั้น

เขาเงียบไปอีกครั้ง

...แสดงว่าโกรธจริงๆ ใช่ไหม

กังวลแทนเจ้าต่างหาก ว่าถ้ากลับช้า...เขาจะจับได้ว่าแอบออกมา

แอบออกมา แอชลีนน์ทวนคำอย่างประหลาดใจ ท่านรู้...เอ้อ...คิดไปได้อย่างไรว่าข้าแอบออกมา ในเมื่อเจ้าหญิงทรงอนุญาตแล้ว

ถึงจะอนุญาต ก็ได้อย่างไม่เปิดเผยไม่ใช่หรือ แล้วเจ้าเป็นผู้หญิง กลับตัวคนเดียวตอนมืดค่ำไม่ปลอดภัยหรอก

เหตุผลของเขาต้อนเธอเสียจนมุม กระนั้น เธอก็ยังมีคำถามที่อยากรู้คำตอบอยู่นั่นเอง

แสดงว่า...ข้าแวะไปที่บ้านท่านได้ใช่ไหม ถ้าไม่...เย็นเกินไป

แล้วเจ้าจะมาทำไม อาเมียร์ตั้งคำถาม ก็เห็นอยู่ว่าบ้านข้าไม่มีอะไรเลย

ก็...ข้าอยากรู้จักครอบครัวท่านนี่ เสียงของเธอเริ่มหลุบหายในลำคออีกครั้ง ...หรือมีใครที่ให้รู้จักไม่ได้

...ว่าอะไรนะ อาเมียร์ถามซ้ำอีกครั้ง

เอ้อ...ท่านไม่อยากให้ข้ารู้จักคนที่บ้านท่านหรือ แอชลีนน์รีบเปลี่ยนคำถาม

ไม่ใช่หรอก แต่ข้าไม่เห็นว่า...ครอบครัวข้าจะมีอะไรน่าสนใจเลย

ตะ...ตั้งแต่พี่ชายข้าตายไป ครอบครัวข้าก็ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าอีก เด็กสาวตัดสินใจพูดอ้อมๆ พอเห็นครอบครัวของท่านดูมีความสุขอย่างนั้น...ข้าเลยอดคิดถึงไม่ได้

...ขอโทษนะ ข้าเสียใจด้วยเสียงของเด็กหนุ่มอ่อนลง และทำให้เธอกล้าพูดต่อไป

ไม่เป็นไรหรอก เรื่องมันก็นานมาแล้ว ว่าแต่ท่านไม่เหงาบ้างหรือ บ้านก็อยู่ใกล้ๆ น่าจะกลับบ้านไปใช้เวลากับครอบครัวบ้างสิ

ก็อยู่ใกล้ๆ นี่ละถึงได้มาเยี่ยมสะดวก แต่เท่านี้ก็พอแล้วนี่ อาเมียร์ตอบเรียบๆ ข้าอยากทำงานให้เต็มที่มากกว่า

แต่...ถ้าต้องอยู่ห่าง...ภรรยา...อย่างนี้แล้วไม่เหงาบ้างหรือ...แอชลีนน์ตั้งคำถามอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป

ที่จริง ถ้าว่างๆ เจ้าจะมาก็ได้ แต่อย่ามาเย็นขนาดนี้เลย ข้าเป็นห่วง เด็กหนุ่มพูดต่อ

จริงหรือ เธอรับ...แต่ก็ด้วยความระแวง ไม่ได้ดีใจนัก

ก็จริงน่ะสิอาเมียร์ยืนยัน จะได้รู้ว่าข้าไม่มีอะไรต้องปิดบัง

เด็กสาวรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ แล้วกลั่นมันออกมาเป็นถ้อยคำ ถ้าอย่างนั้นท่านก็มี...”

กำแพงอารามปรากฏขึ้นตรงหน้าพอดี...พร้อมกับร่างสูงที่มีผมสั้นสีทองอ่อนและสวมชุดเกราะองครักษ์ ซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้ามันราวกับกำลังรอใครสักคน

ท้ายทอยของแอชลีนน์ร้อนวาบทันทีที่จำชายคนนั้นได้

...ดูลัส...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น