The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,817 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    101

    Overall
    5,817

ตอนที่ 88 : 26 - ยุทธการแห่งเหมันต์ "ใช่ พวกเรามาจากอาณาจักรที่ล่มสลายไปแล้วในดินแดนทะเลทราย ตั้งใจมาหลอกลวงเจ้าหญิง ยึดครองธีร์ดีเรจากภายในให้ได้" (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    8 มี.ค. 62

บทที่ 26

ยุทธการแห่งเหมันต์


จากระเบียงห้องพักของตนในปราสาทโดคาส แอชลีนน์เงยมองละอองสีขาวที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสีเทาอย่างครุ่นคิด

ด้วยแผนการรบที่บ้าบิ่นไม่น้อยของรูอาร์คเกี่ยวกับการใช้แม่น้ำและคลองส่งสินค้าของเอนัคที่น้ำเย็นจัดเป็นเส้นทางลักลอบเข้าเมืองในยามกลางคืน ทหารฝ่ายยาร์ลาธที่มีหน่วยเขี้ยวทมิฬเป็นหลักบุกเข้าไปยึดเมืองการค้าได้ภายในเวลาเพียงสามวันโดยไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อนัก ทหารของทาราที่ไม่ได้ถูกจับเป็นเชลยถูกบีบให้ล่าถอยออกไป และราชินีแอชลีนน์ก็ประกาศให้ประชาชนในเมืองใช้ชีวิตและประกอบกิจการต่อไปตามปรกติ

ปราสาทโดคาสกับเอนัคเป็นฐานกำลังให้พวกเขายึดเมืองการค้าอีเรีย และเวลานี้ก็กำลังจะเตรียมการยึดทิฟลี เมืองเอกของมณฑลชอร์ซาคืนมา แม้ดูเหมือนว่าราชาดูลัสย่อมไม่ยอมปล่อยเมืองซึ่งเป็นประตูสู่ความอุดมสมบูรณ์ของแคว้นตะวันออกไปง่ายๆ แน่นอน ธัญพืชและพืชผลอื่นๆ จากชอร์ซาเป็นเหมือนทรัพยากรล้ำค่าต่อมณฑลหลวงเช่นเดียวกับที่จะเป็นต่อยาร์ลาธ และดินแดนของมังกรน้ำก็ไม่อาจผลิตอาหารเลี้ยงตนเองได้เพียงพออย่างทาราเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย

อาเมียร์บอกเธอไม่ให้กังวล เพราะเสบียงที่ได้จากชอร์ซาแล้วในปีนี้ช่วยให้พวกเขามีกินเพียงพอ แต่ในปีต่อไป ราชินีรู้ว่าพวกตนจะต้องยึดแผ่นดินชอร์ซาให้ได้อย่างมั่นคงเพื่อให้ได้เปรียบอย่างแท้จริง

และยังมีปัญหาเรื่องการ์วอน มิคาสตา รองเจ้ามณฑลผู้สมคบเป็นสายของราชาที่ทารา แม้เขาจะสิ้นอำนาจในการบริหารบ้านเมืองในยาร์ลาธโดยสิ้นเชิง ก็ยังคงอยู่ในเคนมารา เมืองเอกของยาร์ลาธ และย่อมมีการติดต่อส่งข่าวให้ฝ่ายศัตรูอยู่ต่อไป

อีกเรื่องคงเป็นเรื่องที่ทารา เธอได้ข่าวที่ตนคิดว่าไม่สู้ดีนักว่าเคียราล้มป่วย แม้ส่วนหนึ่งจะเป็นข่าวลือว่าราชินีแอชลีนน์ที่ทาราทรงพระครรภ์ ทำให้หวั่นเกรงว่าดูลัสได้ข่มเหงญาติผู้พี่ของเธอไปจริงๆ หรือไม่

แต่เราทำอะไรเรื่องนั้นไม่ได้เลยนี่นา…

หญิงสาวเม้มปากอย่างกังวล แต่ก็ทำได้เพียงเดินกลับเข้าไปในห้องพักของตนเมื่อหิมะโปรยปรายหนักขึ้น เธอไม่ควรใช้เวลาอยู่ข้างนอกกับอากาศหนาวเย็นนานจนเกินไป...หากไม่อยากจะป่วยไข้ให้คนอื่นๆ ต้องเป็นห่วงขึ้นมาจริงๆ


ดูลัสไม่รู้ว่าเขาควรรู้สึกอย่างไรดีกับรายงานของหมอหลวงหญิงเกี่ยวกับอาการของเคียรา

สิ่งที่มาตามรอบเวลาของสตรีบ่งบอกว่าราชินีตัวปลอมไม่ได้ตั้งครรภ์อย่างที่พวกเขาคาดเดาในทีแรก แต่อาการของเธอก็ใช่จะกลับดีขึ้น หญิงสาวกลับมีไข้สูงและอาเจียนคลื่นไส้หนักกว่าเดิมจนหมอและเหล่านางกำนัลต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

แต่เขาทำอะไรเรื่องนั้นไม่ได้ไม่ใช่หรือ และเวลานี้ก็มีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องจัดการอีกมากมาย

พวกเขาเริ่มที่จะเสียเขตแดนต่างๆ ในชอร์ซามากจนเกินไป

เป้าหมายในเวลานี้ของพวกมังกรน้ำคือทิฟลี ดูลัสรู้ว่าตนต้องปกป้องเมืองเอกของชอร์ซาไว้ให้ได้ แต่ก็พบว่าน่าจะเป็นเรื่องยากไม่น้อยหลังจากเจอแผนการรบลูกล่อลูกชนหลายครั้งที่คงมาจากอาเมียร์รวมหัวกับรูอาร์ค บวกกับความสามารถของหน่วยรบเขี้ยวทมิฬที่สูงเหลือเชื่อเมื่อนับว่าเป็นทหารที่เพิ่งคัดพลเรือนธรรมดามาฝึกใหม่เป็นส่วนมาก แทนที่จะเคี่ยวกรำมาแต่เด็กเหมือนหน่วยรบเรเวน ซึ่งบุตรชายในตระกูลเจ้ามณฑลอุลทูร์รวมถึงท่านพ่อ เขากับพี่ชายทั้งสองต้องร่วมเข้าฝึกในวัยเยาว์เช่นกัน

แต่เขาจะปล่อยให้มันสั่นคลอนความเชื่อมั่นของตนไปเรื่อยๆ เช่นนี้ไม่ได้

ศึกครั้งนี้ ต่อให้ต้องสูญเสียไพร่พลมากกว่าคราวก่อนๆ ...พวกเขาก็ต้องตรึงกำลังเหนือทิฟลีไว้ให้มั่น

และบางที เขาอาจต้องไปบัญชาการรบเอง นั่นหมายความว่าจำต้องมีผู้สำเร็จราชการที่ไว้ใจได้อยู่ดูแลที่ทารา

เขาควรให้ท่านคอนรอยทำหน้าที่ไปตามปรกติ หรือควรจะให้ใครอื่นมาช่วย...แต่ใครอื่นคนนั้นจะเป็นใครกัน ท่านพ่อหรือ

ดูลัสไม่แน่ใจ แต่ถ้าจะให้ท่านคอนรอยกลับมาดูแลการปกครองอีกครั้ง...เขาก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะทำสิ่งที่คาดไม่ถึงเพราะเรื่องที่เกิดกับเคียรา

เท่ากับว่าคนเดียวที่เขาจะไว้ใจได้คือท่านพ่อน่ะหรือ

ราชาหนุ่มคงต้องพูดคุยกับผู้สำเร็จราชการคนปัจจุบันเสียก่อน แล้วจึงจะรู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป


สุดแท้แต่พระองค์จะเห็นสมควรเถอะพ่ะย่ะค่ะ” ท่านคอนรอยตอบเขาเมื่อดูลัสเลียบเคียงเป็นการส่วนตัว ว่าควรให้ใครปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการ “พระองค์ย่อมต้องแต่งตั้งให้ผู้ที่ทรงไว้ใจที่สุดเป็นผู้สำเร็จราชการ ดังนั้นจะให้ท่านแฟคท์นามาทำหน้าที่แทนกระหม่อมก็ได้ ไม่มีข้อหวงห้ามไม่ให้เจ้ามณฑลเป็นผู้สำเร็จราชการพ่ะย่ะค่ะ”

แต่ท่านเองก็ทำหน้าที่มายาวนานและมีประสบการณ์มาก เราคิดว่าท่านก็เหมาะสมเช่นกัน” ชายหนุ่มตอบ

ชายวัยกลางคนกลับยิ้มเหนื่อยอ่อน “กระหม่อมทำหน้าที่นี้มานานเกินไปแล้ว คงจะได้เวลาเกษียณตนเองเสียทีพ่ะย่ะค่ะ”

องค์ราชาเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายทันที แต่ไม่ทันจะแย้ง ท่านผู้สำเร็จราชการก็พูดต่อ

เพียงแต่...กระหม่อมต้องการขอร้องเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับพระราชินีพ่ะย่ะค่ะ”

ดูลัสเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “ขอเชิญท่านว่ามาก่อน หากทำได้เราจะทำแน่นอน”

ชายวัยกลางคนมองเขาอย่างพินิจพิจารณา “กระหม่อมใคร่ทูลขอให้ทรงอนุญาตให้พระนางเสด็จออกไปพักฟื้นนอกพระราชวัง เผื่อพระอาการจะดีขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”

ชายหนุ่มครุ่นคิดเงียบไป ทีแรกเขาคิดว่านั่นจะเป็นผลดีต่อเคียราเช่นกัน...แต่แล้วก็กลับเกิดความคิดแย้งขึ้นมา

หากว่าที่จริงแล้วผู้สำเร็จราชการคอนรอยต้องการส่งตัวเคียราออกไปจากทารา...อาจลอบติดต่อพวกของราชินีแอชลีนน์ที่นอกเขตแดน หรือตั้งใจสังหารราชินีตัวปลอมก่อนมีใครเปิดเผยว่าที่จริงพระนางคือราชธิดานอกสมรสผู้มีสิทธิ์ในบัลลังก์เช่นเดียวกันเล่า

ถึงอย่างไรมหาอำมาตย์คอนรอยก็เป็นน้าแท้ๆ ของราชินีแอชลีนน์ ส่วนเคียราเป็นเพียงลูกของราชาที่ตนยอมรับเลี้ยงดู เลือดย่อมข้นกว่าน้ำไม่ใช่หรือ...

เราเข้าใจความหวังดีของท่าน” สุดท้ายดูลัสจึงตัดสินใจตอบ “แต่ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เราคิดว่าอันตรายเกินกว่าจะให้องค์ราชินีเสด็จไปยังตำหนักพักตากอากาศใด อีกทั้งอากาศหนาวเย็นยามนี้อาจทำให้พระองค์ยิ่งมีพระอาการทรุดลงได้”

อยู่ที่นี่ กระหม่อมก็ไม่เห็นเลยว่าอาการของพระนางจะดีขึ้น” ชายวัยกลางคนตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “กระหม่อมจึงได้คิดว่าพระนางควรออกห่างจากสิ่งที่ทำให้ทรงเครียดและวิตกกังวล จะเป็นผลดีต่อพระวรกายมากกว่า”

เราไม่ได้ให้พระองค์ทรงรับรู้เรื่องใดที่จะทำให้เครียดและวิตกกังวล” ราชาหนุ่มตอบกลับทันควัน “ยกเว้นผู้บอกจะเป็นคนอื่น”

ผู้สำเร็จราชการนิ่งงันไป ก่อนจะก้มหน้าลงและโคลงศีรษะช้าๆ “หากกระหม่อมทูลอย่างเมื่อครู่ในการว่าราชการ...พระองค์ก็คงตอบกลับอย่างเดียวกันสินะ”

ดูลัสขมวดคิ้ว อีกฝ่ายกำลังหาว่าเขาไม่ยอมฟังอย่างนั้นหรือ

เราฟังด้วยเหตุผล และจะรับฟังสิ่งที่มีเหตุผล” เขาพยายามตอบเสียงเรียบ

เช่นนั้น ‘เหตุผล’ ของเราก็แตกต่างกัน” ท่านคอนรอยเงยขึ้นมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนหน้ากาก “กระหม่อมเป็นผู้สำเร็จราชการให้ฝ่าบาทไม่ได้ ขอเชิญหาผู้อื่นมาทำหน้าที่แทนเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

ชายหนุ่มมองตอบ ทั้งศีรษะของเขาร้อนผ่าวด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน

วางใจเถอะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไม่เดินทางออกไปนอกทารา...แม้พระองค์จะไม่จับกุมคุมขังกระหม่อมก็ตาม” ชายวัยกลางคนเอ่ยราบเรียบ “กระหม่อมยังมีคนที่ต้องดูแลอยู่ที่นี่...แม้จะทำเพื่อคนคนนั้นได้น้อยนิดก็ตามที”

ดูลัสไม่ตอบว่าอันใด อีกฝ่ายจึงทูลลาและจากไปในชั่วครู่นั้น


เมื่อสมองพอกระจ่างขึ้นหลังพ้นจากพิษไข้ เคียราก็คิดว่าตนต้องทำอะไรสักอย่าง

ข่าวเรื่องสงครามกลางเมืองแทบไม่ได้มาถึงเธอ แต่หญิงสาวใช่จะไม่สังเกตจากสายตาและเสียงซุบซิบของพวกนางกำนัลว่าการรบเริ่มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น พวกเขาเริ่มพูดกันว่าเมืองใดถูกฝ่ายของ ‘ราชินีตัวปลอม’ ยึดครองไปแล้วบ้าง และเมืองใดน่าจะเป็นที่ต่อไป

ในการรบย่อมมีการสูญเสียเลือดเนื้อ...แม้พวกนางกำนัลจะไม่พูดถึงจำนวนผู้เสียชีวิต พวกนางคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีทหารกี่คนแล้วที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับศึกภายในธีร์ดีเร นั่นทำให้เคียรายิ่งละอายที่จะวางเฉย

ไม่มีใครควรต้องมาตายเพื่อสนองความต้องการอำนาจของคนเพียงไม่กี่คนไม่ใช่หรือ...

แต่มีสิ่งใดที่เธอทำได้บ้าง ในเมื่อดูลัสกุมอำนาจไว้ทั้งหมด ท่านพ่อของเธอถูกปลดจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ (แม้ท่านพ่อจะบอดว่าตนเป็นผู้ขอสละตำแหน่งเองก็ตาม) และราชาองค์ใหม่ก็ได้ให้บิดาของเขาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนไปเรียบร้อยก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปรบชิงเมืองทิฟลีโดยไม่แม้แต่จะมาพบเธอด้วยซ้ำ

และต่อให้พอมีอำนาจอยู่ในมือ นางกำนัลสาวก็ไม่เคยเรียนรู้เรื่องการปกครองบ้านเมืองและไม่มีความสนใจอย่างราชินีแอชลีนน์พระองค์จริง เธอก็คงจะทำสิ่งใดไม่ได้อีกเช่นกัน

หรือเราจะเปิดเผยความจริง...เคียราคิดขณะที่เธอยังคงนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง อาการของเธอหนักจนหมอหญิงเกือบวินิจฉัยไปว่าแท้งลูก แต่นานวันเข้าจึงเปลี่ยนเป็นไข้ทับระดูขั้นรุนแรงแทน มีชั่วขณะที่หญิงสาวนึกอยากตายเสียให้มันจบๆ ไป...แต่ก็ยังตระหนักได้ว่าความตายของเธอไม่อาจช่วยอะไรได้เลย

ทว่าถึงเธอจะมีชีวิตอยู่ โอกาสที่จะทำอะไรได้ก็ยังน้อยนักเช่นกัน

เว้นแต่…

เคียราขมวดคิ้ว เมื่อดูลัสกลับมา เธอต้องทำสิ่งนั้นให้ได้...แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม


- 2 -


หากปิดฉากเร็วกว่าที่คิดได้ก็ดีรูอาร์คเปรยกับอาเมียร์และแอชลีนน์ในขณะที่ทั้งสามอยู่หารือกัน

หญิงสาวก็คิดเช่นนั้น หากดูลัสมาบัญชาการรบด้วยตนเองและพวกเขาจับกุมราชาอก่งทาราได้ สงครามกลางเมืองนี้จะได้สิ้นสุดลงเสียที

แต่เราก็ประมาทไม่ได้ ดูลัสไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะพ่ายแพ้ได้ง่ายแน่นอนอาเมียร์แย้ง

แอชลีนน์ลูบคางอย่างครุ่นคิด

เธอควรจะออกไปพบดูลัสซึ่งๆ หน้าไหมนะ…ในฐานะราชินีที่แท้จริง

ถึงข้ากับท่านเบเรคจะให้พบ เจ้าก็ห้ามออกรบเด็ดขาด…ที่ปรึกษาหนุ่มบอกอย่างงอ่อนใจ ยังผลให้หญิงสาวขมวดคิ้ว

หากเห็นหน้าข้า เขาอาจจะเกิดความละอายขึ้นมาบ้างก็ได้เธอเสนอขึ้นมา

ข้าว่า…ถ้าถึงขั้นอุปโลกน์คุณพี่สาวเคียราขึ้นมาเป็นราชินีจนทำนางท้องได้นี่ ยางอายไม่น่าจะเหลือแล้วละนะ…รูอาร์คพูดยานคาง

หญิงสาวเม้มปากอย่างกังวล สายของรูอาร์คได้ข่าวลือว่าเคียราอาจจะตั้งครรภ์และแท้ง ซึ่งยิ่งทำให้แอชลีนน์โกรธกริ้วขึ้นในทีแรก แม้ภายหลังจะได้ข่าวตามมาว่าญาติผู้พี่ของเธออาจจะไม่ได้ตั้งครรภ์เลยก็ตาม

การแท้งลูกของราชาถือเป็นเรื่องอวมงคลและลางร้ายต่อแผ่นดินใหม่ ต่อให้เกิดขึ้นจริง พวกของดูลัสย่อมไม่ยืนยันข่าวนี้แน่นอน

เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องเสี่ยงอันตรายจนเกินไป มันไม่คุ้มเสียอาเมียร์สำทับ

ราชินียิ้มเนือย พักหลังมานี้เหมือนอาเมียร์จะยิ่งเป็นห่วงเธอขึ้นเรื่อยๆ แต่หญิงสาวก็ใช่จะไม่เข้าใจข้าก็ทำตัวเป็นเด็กดีมาตลอด ท่านก็เห็นนี่นา แต่ครั้งนี้…

ชายหนุ่มกอดอกและถอนหายใจข้าไม่มีปัญหา ถ้าท่านเบเรคไม่มีปัญหา

แต่ข้าว่าลุงกระรอกน้ำตาลมีปัญหาแน่นอนรูอาร์คเสริมขึ้นข้าก็มี ดูลัสมันเคยใช้คนล่อความสนใจกะหลั่วแล้วใช้พลธนูยิงมันตายคาสนามทดสอบมาแล้ว

แอชลีนน์ขมวดคิ้วเจ้ากำลังจะบอกว่าเขาจะกล้าฆ่าข้าด้วยวิธีนั้นเหรอ

หากเป็นดูลัสคงไม่ทำอย่างนั้นกับเธอ…ใช่ไหม กระทั่งเลวอนยังบอกเป็นนัยเลยว่าราชาแห่งทาราต้องการตัวเธอกลับไปอย่างมีลมหายใจอยู่มากกว่า

อย่าหาว่าข้ามองโลกในแง่ร้ายนะ ราชินีเปี๊ยก แต่พวกนั้นอาจจะทำแบบนั้นอีกก็ได้ ดูลัสมันอาจจะทั้งรักทั้งแค้นเจ้า ที่มันทำกับคุณพี่สาวของเจ้าก็ร้ายแรงเกินกว่าที่เราคาดถึงไปมากแล้ว

หญิงสาวถอนหายใจและกอดอกข้าเข้าใจ แต่…

ข้าอยากปกป้องเจ้าจากทุกอย่างได้ แต่ข้าเองก็มีขีดจำกัดเหมือนกันอาเมียร์พูดขึ้นบ้าง

ราชินีเม้มปากก็ได้ เอาเป็นว่าข้าจะรอคำตอบจากท่านเบเรคอีกคนหนึ่งแล้วกัน

แอชลีนน์ตอบแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ในใจก็ภาวนาให้มังกรน้ำแห่งยาร์ลาธอนุญาตให้เธอได้ทำตามที่ต้องการ

 

ลีชารู้สึกเหมือนชีวิตของตนในยามนี้คือฝันดีครั้งที่สอง หากไม่นับว่าเกล็นไม่ได้อยู่ดูแลก็อธฟรีด์ด้วยกันกับเธออีกต่อไปแล้ว

นาสิรากับฟาร์ฮานาห์ทำตัวเป็นพี่ที่ดีให้เด็กชายและพาเขาไปเล่นด้วยในทันที ท่านสิมาเองก็ช่วยเธอดูแลลูกชายเหมือนกับเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ก็อธฟรีด์เองก็เป็นเด็กที่ปรับตัวง่าย ไม่นานเขาก็ชินกับการเรียกเธอว่าแม่และเริ่มคุ้นเคยกับเธออีกครั้ง ที่ปราสาทโดคาสซึ่งเธอมีห้องพักของตนเองกับลูก และมีงานทำครัวกับซักล้างให้ทำจนไม่ว่างไปนัก

และเธอก็พบว่าตนรอวันที่รูอาร์คมาหา

เขาหายหน้าไปบ้างเพราะการรบ แต่ก็กลับมาเยี่ยมเธอกับก็อธฟรีด์ในทันทีที่มีโอกาส มาเล่นและสอนภาษาให้เด็กชาย ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบกับเธอ

และลีชาก็พบว่าเป็นเรื่องง่ายเหลือเกินที่จะรู้สึกดีกับเขา ง่ายเสียจนเธอละอาย…

แม้ตอนที่แต่งงานอยู่กินกับเกล็น หญิงสาวก็เคยสงสัยว่าในความรักที่เธอมีให้กับสามีที่ล่วงลับไปแล้วมีความรู้สึกเป็นบุญคุณอยู่ด้วยหรือไม่ ในเมื่อเกล็นเป็นคนพาเธอออกมาจากชีวิตข้างถนนที่น่าอดสูนั้น ในเวลานี้เธอก็คลางแคลงว่าความรู้สึกที่ตนมีต่อรูอาร์คเป็นเช่นเดียวกันหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้แพร่งพรายออกไป

เวลานี้ ชายหนุ่มไม่ได้กดดันเธอจริงๆ ว่าต้องรับรักเขา ลีชาจึงได้รู้สึกสบายใจขึ้นเวลาอยู่ใกล้เขา...แต่ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงเมื่อเขาบอกว่าจะต้องไปทำภารกิจหรือออกรบอีกครั้ง

เป็นอาวุธของพวกโจรไม่ใช่หรือที่คร่าชีวิตเกล็นไปต่อหน้าต่อตาเธอ แม้รูอาร์คจะมีฝีมือ เขาก็เกือบไม่รอดจากความตายจากมือของโจรมาแล้วครั้งหนึ่ง และในสงครามก็ไม่อาจรับประกันสิ่งใดได้เลย

ศึกนี้ดูลัสถึงกับมาเอง ถ้าเรากุดหัวมันได้ ทุกอย่างก็จบรูอาร์คพูดกับหญิงสาวในการมาครั้งล่าสุด ขณะที่ก็อธฟรีด์กับเด็กคนอื่นๆ นอนกลางวันกันอยู่ ลีชาจึงได้ว่างมาพูดคุยกับเขาสองคน ณ มุมหนึ่งของห้องครัวซึ่งเธอมีหน้าที่ดูแล

ระวังตัวด้วยนะหญิงสาวได้แต่บอกเขา

ชายผมแดงยิ้มกว้างข้าไม่เป็นอะไรหรอกน่า เชื่อเถอะ

ลีชาพยายามพยักหน้าอาเมียร์กับราชินีก็เหมือนกันใช่ไหม ท่านซิอ์บุลต้องคุ้มกันนางได้แน่ๆ นะ

เธอได้ข่าวมาว่าเพราะราชาที่ทาราจะนำทัพมาเอง ราชินีแอชลีนน์ที่ยาร์ลาธจึงจะเป็นผู้นำทัพไปพบกับเขาเช่นกัน ราวกับว่าเป็นศึกสุดท้ายที่ทั้งราชาของธีร์ดีเรเหนือและราชินีของธีร์ดีเรใต้จะตัดสินแพ้ชนะกัน

ได้อยู่แล้ว นางแค่อยากไปเจรจากับเจ้าดูลัส ไม่ได้ออกรบกับมันนี่รูอาร์คยังคงยิ้มอย่างไม่กังวลพูดกันจบแล้วก็ให้ถอยออกไป ไม่ได้ให้ประลองกันตัวต่อตัวเลยสักหน่อย

หญิงสาวเพียงแต่ฟังเงียบๆ ในครั้งนี้ ก็คงจริงละนะ ได้ยินมาว่าราชินีแอชลีนน์ตัวจริงเรียนวิชาดาบและขี่ม้ากับอาเมียร์ แต่ครั้นจะให้ต่อสู้กับบุรุษที่เคยฝึกฝนการรบมาก่อนเต็มตัวก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่ดี

ถึงอย่างนั้น ความคิดนั้นก็ทำให้เธอสะท้อนใจ...เพราะมันยิ่งตอกย้ำกว่าสตรีก็ยังคงสู้บุรุษไม่ได้อยู่วันยังค่ำ

เจ้าก็รอทำของโปรดข้าไว้รอแล้วกัน คราวหน้าข้าจะกลับมากินแน่ๆ

อือ…ลีชาตอบรับแผ่วเบา

เจ้าเป็นห่วงข้าหรือ

หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่งข้าเป็นห่วงทั้งราชินี อาเมียร์ ท่านซิอ์บุลกับเจ้าด้วยนั่นแหละ

รูอาร์คกลับฮัมเพลงขึ้นมาเป็นท่อนสั้นๆ ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นอีกข้ายังมีหน้าที่ต้องดูแลก็อธฟรีด์อีกหลายปีน่า

ลีชาพยายามไม่ถอนหายใจ บางทีเธอก็อยากมองโลกในแง่ดีได้ตลอดเวลาและไม่กังวลอะไรอย่างเขาบ้าง แต่เวลานี้เธอกลับพบว่านิสัยของเขายังทำให้เธอแอบหงุดหงิดขึ้นมา

เดี๋ยวข้าไปดูลูกต่อละ เจ้าก็ไปเถอะหญิงสาวบอกก่อนจะลุกจากโต๊ะยาวที่ทั้งสองนั่งอยู่

อืม ด้านเจ้าข้าก็วางใจ ปราสาทโดคาสเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้วละนะ

เธอเหลือบมองเขาเมื่อรูอาร์คพูดอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรขณะที่เดินจากไป

 

[ฉากที่หายไปจากการลงครั้งล่าสุด]

เป็นรูอาร์คที่หรี่ตาลงและพูดกับบุคคลที่สามซึ่งลีชาคงไม่รู้ว่าอยู่เพียงไม่ไกล

ออกมาได้แล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าแอบฟังอยู่ตรงนั้น

เมื่อนั้นชายหนุ่มผมทองอีกคนจึงได้เดินเข้ามาหาเขาตามคำบอก สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมพอกับชายผมแดง

เป็นอย่างที่ข้าคิดสินะ…

เบอร์นาร์ด ฟาร์ควาร์ ขุนนางกองคลังของแคว้นชอร์ซายักไหล่ข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไร

เจ้ารู้จักลีชารูอาร์คพูดขึ้นข้าเห็นเจ้าแอบมองนางมาหลายครั้งแล้ว แถมประวัติของเจ้ามันค่อนข้างจะฟ้อง

ชายอีกคนพยักหน้าทีแรกข้าไม่แน่ใจ แต่เจ้ายืนยันอย่างนี้แสดงว่าใช่สินะ

ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้ามายุ่มย่ามกับนางอีกชายผมแดงพูดเสียงเย็น

เบอร์นาร์ดถอนหายใจถ้าเจ้ารู้ประวัติของข้าดีจริง ก็คงจะรู้ว่าข้าไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับนางอีก และก็จะไม่เข้าไปแนะนำตัวไว้ให้นางรู้จักด้วย...ถึงนางจะเห็นข้าผ่านๆ ตามาแล้วก็เถอะ

รูอาร์คยังคงมองอีกฝ่ายอย่างไม่วางใจ แม้จะเข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายด้วยเหตุผล เขายอมรับอดีตของลีชาได้และยิ่งเห็นใจเธอ...พอๆ กับที่เห็นเงาสะท้อนของเด็กข้างถนนที่ต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้งรังแกทุกอย่างไม่เว้นวันของตนอยู่ด้วยพร้อมกัน

แต่การเห็นอดีตลูกค้าของหญิงสาวอยู่ตำตากลับยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นทุกที

แล้วทำไมเจ้าถึงยังป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้นางแบบนี้เขาไม่รู้ว่าคำพูดของตนฟังดูกล่าวหาหรือไม่ แต่ก็ทนเก็บไม่ไหวอีกต่อไป

อดีตขุนนางยักไหล่อีกครั้งอาจจะอยากช่วยเท่าที่ทำได้...เพราะตอนนั้นข้าก็ช่วยอะไรนางไม่ได้มากกระมัง

ตลกละรูอาร์คเผลอกระแทกเสียงเจ้าเคยไปช่วยอะไรนาง

อยากรู้จริงๆ รึ

ชายหนุ่มกลั้นความรู้สึกอยากตอบว่าเออสิวะไว้และพยักหน้ารับ

ข้าเคยเห็นนางหนีพวกเจ้าหนี้มากับเด็กหนุ่มอีกคน เลยใช้หนี้ให้พวกเขา ทีแรกจะให้เงินก้อนให้นางไปตั้งตัวด้วย แต่นางปฏิเสธ เด็กหนุ่มคนนั้นคงเป็นพ่อของลูกนางสินะ

น่าจะใช่ชายผมแดงลูบคาง ครุ่นคิดถึงเหตุผลที่คนตรงหน้าใช้เงินมากมายเพื่อช่วยนางโลมคนหนึ่ง แม้จะคิดว่าหากเป็นตนเองที่ร่ำรวยในฐานะลูกชายเจ้ามณฑล (และไม่ถูกพ่อคุมเข้มเรื่องการใช้เงินเท่าที่เป็นอยู่) ก็คงจะทำเช่นเดียวกันกับนางโลมที่ตนรู้จักและเห็นใจ

งั้นจะเลิกระแวงข้าได้หรือยัง

มั้งรูอาร์คขมวดคิ้วแต่ข้าไม่ชอบให้เจ้าอยู่ใกล้ผู้หญิงของข้าอยู่ดี

เบอร์นาร์ดเหมือนจะยิ้มออกมาน้อยๆ ...อย่างนั้นหรือ

ข้านึกว่า...เจ้าจะอยากได้คนคอยเป็นหูเป็นตาเวลาเจ้าไม่อยู่ แล้วพวกมีประวัติอย่างข้าก็จัดว่าปลอดภัยกว่าคนอื่น

ไม่ชายผมแดงตอบทันควันก่อนจะลุกจากโต๊ะข้าไม่วางใจเจ้า อย่าแม้แต่จะอยู่มองนางห่างๆ อีก

ว่าแล้ว รูอาร์คจึงได้เดินผละไปโดยไม่บอกลาอีกฝ่าย

[จบฉาก]


รูอาร์ค ข้าว่าเจ้าดื่มมากเกินไปแล้วอาเมียร์พูดอย่างอ่อนใจกับคนตรงหน้าที่มาอยู่ในห้องพักของเขา

ช่างข้า ข้าไม่ดื่มจนเมาปล้ำเจ้าหรอกอีกฝ่ายตอบเสียงขุ่นและกระดกเหล้าซ้ำอีกครั้ง

ถ้าพรุ่งนี้เดินทัพ ข้าจะสั่งให้ท่านพ่อลงโทษเจ้าชายหนุ่มขมวดคิ้วกับคนที่ทำตัวไร้สามัญสำนึกตรงหน้าเจ้าก็รู้ว่ามันเรื่องไม่เป็นเรื่อง

หึ เรื่องไม่เป็นเรื่องรูอาร์คตอบเสียงขุ่น ปรือตามองเขาทั้งหน้าแดงถ้าเจ้าช่วยยายเปี๊ยกของเจ้าจากดูลัสไม่ทัน จะนึกถึงดูลัสแล้วคิดว่าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องได้หรือเปล่า

อาเมียร์ข่มความหงุดหงิดไว้และพยายามตอบอย่างใจเย็นเจ้ากำลังพาล รู้ตัวใช่ไหม

เออ พาลแล้วไงชายผมแดงกระแทกเสียง

ถ้ายังพูดกันไม่รู้เรื่องอีก ข้าจะใช้เวทมนตร์ให้เจ้าพูดไม่ได้ทั้งคืนแล้วไล่กลับห้องไป จะมาปรับทุกข์กับข้าข้าไม่ว่า แต่ถ้าจะมาทำเหมือนข้าเป็นกระโถนระบายอารมณ์ ข้าไม่รับชายหนุ่มพยายามใช้วิธีที่ละมุนละม่อมที่สุดเรื่องของลีชากับเบอร์นาร์ดจบลงไปแล้ว เบอร์นาร์ดก็ไม่ได้อยากจะเปิดโปงอดีตของนางหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับนางอีก ข้าว่าเขาก็ไม่น่าหวาดระแวงอะไร

แต่เป็นเจ้าจะอยากให้มันอยู่ใกล้คนที่เจ้ารักเหรอ ให้มันอยู่ใกล้เจ้าหญิงเปี๊ยก ใกล้นาสิรากับฟาร์ฮานาห์ได้หรือไงรูอาร์คย้อนถามคนมีประวัติกับเด็กผู้หญิงอย่างมันเนี่ยนะ

อาเมียร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งขณะเรียบเรียงคำตอบเขามาอยู่กับเราพักใหญ่แล้วโดยไม่ก่อเรื่องนี่ บางคนอาจจะมีอดีตที่ผิดพลาด แต่ก็กลับตัวได้ไม่ใช่หรือ เขาอาจจะได้บทเรียนจากตอนหย่าจากภรรยาแล้วก็ได้

รูอาร์คแค่นเสียงเฮอะก่อนจะยกถ้วยขึ้นดื่มอีกเจ้าคนมองคนติดดี

บังเอิญไอ้ของในหัวข้าทำให้ข้าเห็นว่า คนส่วนมากที่ทำไม่ดี มันมีปัจจัยมาก่อนทั้งนั้น ไม่ว่าจะถูกทำร้ายมาก่อนเองหรือตามใจจนเสียนิสัยก็เถอะชายหนุ่มอธิบายเบอร์นาร์ด ฟาร์ควาร์ก็เหมือนกัน หรือถ้าเจ้าไม่ไว้ใจเขา จะให้ข้าอ่านใจเขาให้ไหมล่ะ

อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าแรงๆ และถอนหายใจไม่ต้องละ ข้า...คงขี้หวงไปเอง

อาเมียร์มองเพื่อนของตนอย่างเห็นใจแต่ไม่พูดออกไป ไม่หรอก เขาเข้าใจดีทีเดียวว่าต่อให้ภายนอกทำท่าเหมือนร่าเริงไม่มีอะไร ภายในเจ้ากระรอกแดงก็เป็นคนที่อ่อนไหวกว่าที่คิด และอดีตของลีชาก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าที่ใครจะอยากให้ตอกย้ำอยู่คาตาเช่นนี้

จะให้เบอร์นาร์ดไปอยู่ไกลๆ แทนไหมล่ะ ข้าจะได้ไปขอท่านเบเรคให้ส่งเขาไปทำงานที่อื่น เบอร์นาร์ดก็คงเข้าใจ

รูอาร์คนิ่งไปนาน แต่สุดท้ายเขาก็ส่ายหน้าอีกครั้งช่างเถอะ ไม่อยากรังแกไอ้หมีนั่น ถ้าเจ้าบอกว่ามันไว้ใจได้ ข้าจะไม่อะไรกับมันก็แล้วกัน

อาเมียร์พยักหน้าลีชาก็เป็นคนสำคัญของข้าเหมือนกัน ข้าต้องคอยปกป้องนางอยู่แล้ว

อือ ข้าก็จะช่วยปกป้องราชินีเปี๊ยกของเจ้าชายผมแดงตอบงึมงำ

ต้องอยู่รอดมาเป็นพ่อทูนหัวของลูกข้าด้วยล่ะชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะสัพยอกและหยิบถ้วยของตนไปชนถ้วยกับอีกฝ่าย เรียกเสียงหัวเราะที่ยังคงฝืดเฝื่อนของรูอาร์ค

เออ แล้วจะแนะนำที่ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ให้ด้วยชายผมแดงกระดกถ้วยรวดเดียวยาวก่อนจะวางถ้วยลงแต่ก่อนหน้านั้น...แนะนำวิธีกลั่นแกล้งรังแกเจ้าดูลัสวันมะรืนนี้ดีกว่า

อาเมียร์พยายามหัวเราะตอบว่ามาเลย ข้าฟังอยู่

เขาหวังว่านี่จะเป็นศึกสุดท้ายเสียที เพื่อที่ธีร์ดีเรและจิตใจของราชินีของเขาจะได้ไม่บอบช้ำจนเกินไป

 

- 3 -


ท่านต้องสังหารอาเมียร์ให้ได้ในวันพรุ่งนี้มาดายบอกราชาดูลัสในห้องพักส่วนตัวในที่ทำการเมืองทิฟลีซึ่งกลายมาเป็นฐานบัญชาการชั่วคราว

ชายหนุ่มมองพระเถระชราอย่างเคร่งเครียด แม้จะอยากทำตามที่อีกฝ่ายบอกเหนือสิ่งอื่นใดก็ตามเหตุผล?”

มันคือคนที่คุมสถานการณ์ครั้งนี้ด้วยเวทมนตร์ของมัน อีกอย่าง หากเสียมันไป ก็เท่ากับทั้งหัวหน้าหน่วยเขี้ยวทมิฬและราชินีแอชลีนน์ก็จะหมดกำลังใจลงเช่นกัน

เขาเห็นด้วยกับข้อหลังนั้น ก็องค์หญิงทรงกล้าทำถึงเพียงนี้เพราะหวังว่าจะได้ครองคู่กับชายคนทรายนั่นไม่ใช่หรือ ถ้าไม่มีมันแล้ว สิ่งที่พระองค์ทรงหวังไว้จะพังภินท์

และนั่นก็คือชัยชนะที่เขาต้องการ...ไม่ใช่หรือ

ทำลายสิ่งที่เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงรักแต่เขาชิงชัง...เพื่อให้ได้ชนะเหนือพระองค์ แม้จะต้องทำร้ายพระหทัยของพระองค์ไปด้วยน่ะหรือ

เรื่องหัวใจของพระองค์ ท่านยังไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ขอเพียงเราชนะ ก็มีเวลาอีกมากที่จะทำให้พระองค์รักท่าน หรือจะใช้สิ่งอื่นอย่าง...ยาที่ข้าเคยมอบให้ท่านก็ได้

ใบหน้าของดูลัสร้อนผ่าวขึ้นทันควันขณะที่เขาหันขวับไปมองมาดายเจ้ายังจะให้ข้าใช้ของน่ารังเกียจนั่นอีกหรือ

สิ่งที่น่ารังเกียจกว่านั้นยังมีอีกมากนักชายชรายักไหล่แต่ไว้ค่อยคิดหลังจากอาเมียร์หมดลมหายใจไปแล้วดีกว่า ว่าท่านจะทำอย่างไรกับเจ้าหญิงแอชลีนน์ของท่าน

แต่เราจะฆ่ามันได้อย่างไรในเมื่อเวทมนตร์ป้องกันมันไว้ เห็นกันอยู่ว่าอาวุธอะไรก็ไม่ระคายผิวของมันเลยราชาแห่งทาราแย้ง

มาดายกลับคลี่ยิ้มบางส่งดาบของท่านมาสิ

ดูลัสชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทำตามคำบอก

พระเถระรับดาบของเขาไปและชักมันออกจากฝัก มือเหี่ยวย่นลูบไปตามใบดาบครั้งหนึ่งพร้อมกับที่ริมฝีปากของเขาขยับไปมาช้าๆ หากชายหนุ่มไม่ตาฝาด...เขารู้สึกเหมือนคมดาบของตนเรืองแสงขึ้นมาเหมือนกับจะตอบรับ

ไม่ช้ามาดายก็สอดดาบกลับเข้าไปในฝักและส่งมันคืนให้แก่องค์ราชาข้าได้ร่ายคาถาที่จะช่วยให้ดาบของท่านชำแรกกายพวกที่มีมนตร์มืดได้แล้ว และหากท่านอนุญาต ข้าจะทำเช่นเดียวกันกับธนูที่พลธนูจะใช้ยิงมันในสนามรบ อาวุธเหล่านี้นอกจากสังหารศํตรูทั่วไปได้ตามปรกติแล้วก็ยังจะสังหารมันได้โดยเฉพาะ

ได้ดูลัสตอบขณะรับดาบคืนกลับมา

เช่นนั้น ข้าควรจะไปจัดการเรื่องสรรพาวุธต่างๆ ให้เรียบร้อยชายชราลุกจากเก้าอี้และเดินไปยังประตูส่วนท่านก็ควรพักผ่อนเก็บแรงไว้ให้มาก ศึกครั้งนี้เราจะพลาดไม่ได้

องค์ราชาพยักหน้ารับ ก่อนจะเรียกอีกฝ่ายไว้เมื่อนึกขึ้นได้เดี๋ยวก่อน

มาดายหยุดนิ่งและหันกลับมามองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มมีอะไรรึ ท่านดูลัส

เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าอาเมียร์มันจะออกรบด้วยพรุ่งนี้ดูลัสหรี่ตา ด้วยว่าฐานะของเจ้าคนทรายไม่ได้เกี่ยวข้องกับนักรบหรือกองทหารโดยตรง เป็นแต่ที่ปรึกษาหรือเสนาธิการ เขาจึงไม่แน่ใจว่ามันจะลงสนามรบด้วยตนเอง

พระเถระกลับหัวเราะเบาๆ

ข้ารู้ว่ามันต้องมาแน่นอน เพราะข้ารู้จักมันดี…ดีกว่าที่ท่านคิดนัก

มาดายพูดเพียงเท่านั้นก็เดินออกไปโดยไม่อธิบายเพิ่มเติมหรือเปิดโอกาสให้เขาถามอีก ปล่อยให้ดูลัสได้แต่ห้ามความสงสัยและผละไปเตรียมใจทำสมาธิรับศึกในวันพรุ่ง

 

ยามรุ่งอรุณบนยอดกำแพงเหนือประตูเมืองทิฟลี ราชาดูลัสแห่งธีร์ดีเรเหนือพบตนเองยืนเผชิญหน้ากับราชินีแอชลีนน์แห่งธีร์ดีเรใต้ที่ยืนม้าศึกสีน้ำตาลตัวใหญ่อยู่เบื้องล่าง ราวกับเป็นภาพสะท้อนตรงกันข้ามกับการขอเจรจาหน้าป้อมค่ายฝึกของหน่วยรบที่กลายมาเป็นหน่วยเขี้ยวทมิฬในวันนี้

หญิงสาวขอเจรจากับเขาก่อนรบ และไม่ยินยอมที่จะเข้าไปในที่พักรับรองในเมือง แน่นอนว่าพระองค์ไม่วางใจเขาขนาดนั้น และต่อให้พระองค์ตอบรับ เจ้าคนทรายนั่นกับงูน้ำแห่งยาร์ลาธก็ย่อมไม่ยินยอม

จึงเป็นเขาเองที่ลงมาจากยอดกำแพงเมืองในอีกครู่ต่อมา แม้จะระแวงเรื่องการลอบโจมตีอยู่เช่นกัน อย่างน้อยพระเถระมาดายที่ติดตามมาด้วยก็ย่อมช่วยป้องกันเขาจากเวทมนตร์ของฝ่ายตรงข้าม และแอชลีนน์ก็ดูเหมือนจะไม่ต้องการฆ่าเขาโดยไม่ได้พูดคุยกันเสียก่อน...ใช่ไหมนะ

เอาเถอะ ถึงอย่างไรราชาหนุ่มก็ทำได้เพียงยืนมองเจ้าหญิงของเขาอย่างเรียบเฉยขณะที่อีกฝ่ายลงจากหลังม้าที่สูงจนหัวหน้าหน่วยเขี้ยวทมิฬต้องส่งมือให้เป็นหลักยึด หญิงสาวในชุดเกราะและผ้าคลุมสีขาว ผมสีน้ำตาลทองถักเปียเกล้าขึ้นเป็นมวยดูแปลกตาไปจากที่เคยเห็น แต่ก็สง่างามสมกับที่เป็นราชินีที่แท้จริง

ดูลัส ท่านสบายดีใช่ไหมแอชลีนน์ถามแผ่วเบา ในน้ำเสียงยังมีความสั่นไหวและอาทรให้เขาจับได้

ทว่า ราชาแห่งทาราไม่อาจแสดงท่าทางให้หลุดลอดออกไปว่าเขาก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน

เจ้าไม่อยู่ในฐานะที่ข้าจะให้คำตอบนั้นเสียงของเขาเรียบเฉยและเย็นชา แม้ในใจจะอยากคุกเข่าลงตรงหน้าพระองค์และกราบบังคมทูลขออภัยโทษต่อทุกสิ่ง ทั้งที่ตน บิดาและมาดายทำลงไป

มาดายไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้น ท่านพ่อแม้จะอยู่ไกลก็ยังคงมีมาตรการอื่นไว้ยึดอำนาจเหนือธีร์ดีเรในกรณีที่ไม่มีเขาอยู่แล้วแน่นอน

แอชลีนน์เหมือนจะผงะไปครู่หนึ่ง แต่สีหน้าของเธอก็กลับเคร่งขรึมในไม่ช้าท่านจะเล่นละครว่าเราเป็นราชินีตัวปลอมไปตลอดจริงๆ หรือดูลัส

หากเจ้าไม่อาจยืนยันว่าตนเองเป็นราชินีแอชลีนน์ตัวจริง ดื้อแพ่งต่อสู้ไปเช่นนี้ก็ไร้ประโยชน์ชายหนุ่มบังคับเสียงให้ราบเรียบตามถ้าเจ้ายังคงยืนยันที่จะพิสูจน์ตนเอง ก็ต้องล้มเลิกทุกสิ่งที่คิดวางไว้กับเจ้ามณฑลยาร์ลาธและเดินทางไปที่ทารากับพวกเราเท่านั้น

กลับไปกับกระหม่อมเถอะพ่ะย่ะค่ะ...กลับไปด้วยกัน ทิ้งอาเมียร์มันไปเสีย แล้วกระหม่อมจะดูแลพระองค์ทุกอย่างเอง จะฟังพระองค์ให้มากขึ้น จะให้พระองค์ได้มีส่วนร่วมในการปกครองตามที่ทรงตั้งพระทัยไว้...เขาร่ำร้องอยู่ในใจแต่ไม่อาจพูดออกไป

หากเจ้าคือราชินีแอชลีนน์ตัวจริง ก็ต้องเลือกหนทางที่พสกนิกรจะเดือดร้อนล้มตายน้อยที่สุดไม่ใช่หรือ และนั่นก็คือการกลับเมอร์คาห์ดูลัสยังคงพยายามหว่านล้อมไม่ให้โจ่งแจ้งเกินไปนักเป็นเช่นนั้นสงครามจึงจะสงบลง

แต่เราไม่มีหลักประกันว่า หากไปถึงแล้ว ท่านจะยอมเจรจา ไม่ใช่จับเราขังเป็นนักโทษและเข่นฆ่ามิตรของเราที่ยาร์ลาธ!ราชินีแย้งเสียงแข็ง

ถ้าพวกเขาเป็นพสกนิกรผู้ภักดีต่อธีร์ดีเรจริง เราย่อมไม่ทำอันตรายพวกเขา

ภักดีหญิงสาวกลับแค่นเสียงน่าประหลาดใจที่ได้ยินคำนี้ออกจากปากของท่าน

ข้าภักดีต่อราชินีที่แท้จริงแห่งธีร์ดีเร ผู้สืบสายเลือดจากองค์สุริยเทพดูลัสเอ่ยอย่างไร้อารมณ์ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้พูดปดในครานี้

โกหก!แอชลีนน์พลันแค่นเสียงและก้าวออกมา ทว่านักรบมือเดียวยกแขนขึ้นขวางหน้าพระองค์ไว้ก่อน

อดีตราชองครักษ์กลั้นเสียงถอนหายใจเราคงไม่เหลือเรื่องใดให้เจรจากันอีก

เขาถอยห่างจากอีกฝ่ายจนถึงแนวป้องกันของคนของตนจึงได้กลับหลังหัน แต่แอชลีนน์ยังคงร้องเรียก

เดี๋ยวก่อน!

ดูลัสเหลียวกลับไปมองหญิงสาว หวังให้เธอเอ่ยว่ายินดีกลับไปกับเขา...ยินดีที่จะแต่งงานกับเขาเพื่อให้แผ่นดินสงบสุขอีกครั้ง

เคียรา...สบายดีใช่ไหมแอชลีนน์กลับถามด้วยเสียงที่แผ่วเบาลงไม่ได้เจ็บป่วยอะไรใช่ไหม ท่าน...มีคนดูแลนางอย่างดีหรือเปล่า

น่าประหลาดใจที่เจ้าพูดถึงนางราชาหนุ่มตอบด้วยคำลวง คำลวงซึ่งมีไว้หลอกทุกๆ คนตั้งแต่ธิดานอกสมรสของราชาอาร์กาดถูกอุปโลกน์เป็นราชินีตัวปลอมตั้งแต่ไม่สบายพร้อมกับเจ้าหญิงแอชลีนน์ นางก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านพักตากอากาศในชนบทมาตลอด

ราชินีแห่งยาร์ลาธเงียบไปอีกครู่ สีหน้าของเธอโกรธเกรี้ยวจนดูลัสต้องเบือนกลับไป

โกหก! พวกเจ้าเอานางมาสวมรอยเป็นข้าต่างหาก! อย่าให้ข้ารู้นะว่าเจ้าทำร้ายนางกับท่านน้าคอนรอยแม้แต่ปลายเล็บ! ข้าจะ...ไม่มีวัน...ให้อภัยแน่!

ฝ่าบาท ขอทรงเย็นพระทัยไว้พ่ะย่ะค่ะนักรบคนทรายกล่าวขึ้นมา ขณะที่ราชาแห่งทาราเดินต่อไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวมองราชินีผู้พิโรธอีกครั้ง

สงครามจะยังคงดำเนินต่อไป

 

แอชลีนน์เดือดดาลเป็นที่สุดเมื่อตนถูกกันออกมาหลังจากการเจรจาที่ไม่ประสบความสำเร็จ เธอไม่ได้โกรธที่ดูลัสทำเป็นไม่ยอมรับตัวจริงของเธอ...นั่นเป็นเรื่องที่คาดหมายไว้แล้ว แต่เรื่องที่เขาไม่รับรองความปลอดภัยของเคียราต่างหากที่ทำให้หญิงสาวไม่อาจยอมรับ

ทว่าเธอทำอะไรไม่ได้ และก็เข้าใจตามที่อาเมียร์เข้ามาบอกในขณะที่ตนเองอยู่ในค่ายพักทหารเบื้องนอกเมืองทิฟลี

ในฐานะผู้นำ เจ้าจะวู่วามไม่ได้

หญิงสาวกลั้นเสียงถอนหายใจข้าขอโทษ ถึงจะทนไม่ได้จริงๆ ก็เถอะ

ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าชายหนุ่มรับคำแต่เท่าที่ดู พวกดูลัสยังคงต้องใช้นางกับท่านคอนรอยอยู่ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นตัวประกันสำหรับเจ้านั่นละ

แอชลีนน์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ทันทีที่เธอยกมือขึ้นไปทางคอนที่นกเหยี่ยวลอว์ราสเกาะอยู่ มันก็บินมาเกาะที่มือเปล่าด้วยน้ำหนักแผ่วเบาดั่งใจนึก และอยู่นิ่งเฉยให้หญิงสาวลูบขนนุ่มเหมือนสุนัขตัวหนึ่งเหมือนจะช่วยให้เธอผ่อนคลาย

เจ้าเตรียมเดินทางกลับโดคาสเถอะอาเมียร์บอกเราจะเริ่มรบกับดูลัสในไม่ช้าแล้ว

อื้อ ข้ารู้ ระวังตัวด้วยนะหญิงสาวเงยมองที่ปรึกษาหนุ่ม เธออยากลุกเข้าไปกอดเขาในเวลานี้ แต่ก็รู้ว่าคงไม่ควรข้าอยากอยู่ที่นี่กับท่านด้วย แต่ก็รู้ว่าท่านต้องไม่ยอมแน่ๆ

ใช่ ข้าไม่อยากให้เจ้าอยู่ในที่ที่อันตรายเลยสักนิดเดียวเขาตอบแม้อาจจะมีวันที่เจ้าต้องอยู่ในสนามรบจริงๆ ก็ตาม

ราชินียิ้มอ่อนให้เขาข้าจะเชื่อฟังท่าน...แต่ก็จะฝึกฝนตนเองเพื่อวันนั้น

หลังจากนั้น...เธอเอ่ยเพียงว่าแล้วพบกันก่อนจะออกไปจากกระโจมค่าย แม้จะอยากขอให้เขาใช้เวทมนตร์ให้ทั้งสองอยู่ในโลกที่มีเพียงกันและกันนานกว่านี้สักหน่อยก็ตาม

 

- 4 -


ดูลัสพบว่าหน่วยรบพิเศษเขี้ยวทมิฬมีพิษสงกว่าที่คาดไว้นัก

เขารู้ว่าพวกมันถูกเคี่ยวกรำมาหนักกว่านักรบธรรมดาเพื่อให้รับมือกับหน่วยเรเวนของอุลทูร์ แต่ก็ไม่นึกว่าเวลาฝึกที่จำกัดจะทำให้พวกมันมีประสิทธิภาพได้ถึงเพียงนี้ ดีที่ฟีอาคราเองก็คาดการณ์ไว้และกวดขันพวกเรเวนให้ไม่ประมาทพวกมันเช่นกัน

เวลานี้กองทัพทั้งสองฝ่ายโรมรันกัน ณ ทุ่งหน้าเมืองทิฟลี ฟีอาคราช่วยเขาบัญชาการกองทัพต่อสู้กับอีกฝ่ายซึ่งนำโดยนักรบแขนเดียวชาวทรายที่ได้รับการยอมรับให้เป็นแม่ทัพของทางยาร์ลาธอย่างรวดเร็ว ยังดีที่เจ้าหญิงแอชลีนน์ของเขาไม่ลงสนามรบด้วยพระองค์เองและดูเหมือนจะเสด็จกลับไปแล้ว ดูลัสจึงได้รู้สึกว่าตนทุ่มเทกับการเอาชนะอีกฝ่ายได้มากขึ้น

และคนหนึ่งที่เขารอจะได้พบอีกครั้งก็ปรากฏให้เห็นในสายตา

อาเมียร์ เจ้าคนทรายนั่น

มันชักม้าตรงเข้ามาหาเขา เกอร์มอนจะรีบเข้าไปขวางมัน แต่ดูลัสห้ามเขาไว้เสียก่อน

คนที่จะสังหารมันลงต้องเป็นเขา...ด้วยดาบที่มาดายได้ลงอาคมให้เล่มนี้

เราพบกันอีกครั้งแล้ว เจ้าคนทราย

และหวังว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย

ดูลัสชายผมดำหรี่ตามองเขาอย่างเคร่งเครียดเจ้าควรฟังราชินีแอชลีนน์ได้แล้ว

เหมือนที่เจ้าทำให้นางฟังคำปลุกปั่นยุยงของเจ้าน่ะหรือ ราชาแห่งทารามองตอบแม้ไม่เอ่ยออกมา เขาได้ฟังจากมาดายแล้วว่าอีกฝ่ายอาจจะมีอำนาจอ่านจิตใจ จึงได้คิดจะลองทดสอบดู

ใช่ เสียงของอาเมียร์ดังขึ้นในห้วงความคิด ทำให้เขาต้องตั้งสติยืนม้านิ่งเฉยอยู่ และดูเหมือนมาดายจะป้องกันอำนาจของข้าบางส่วนไว้ แต่มันก็ไม่ได้หวังดีกับเจ้าทั้งหมด มันแค่ทำเพื่อความต้องการส่วนตัวของตัวเองเท่านั้น!

อย่างกับเจ้าไม่ได้ทำเพื่อสิ่งที่เจ้าต้องการอย่างนั้นละ ดูลัสนึกตอบและชักดาบออกมาข้าควรจะฆ่าเจ้าเสียมากกว่า

ใช่ ข้าต้องฆ่าเจ้าด้วยมือของตัวเอง นี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้ข้าได้องค์หญิงแอชลีนน์คืนมา!

 ราชาหนุ่มรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอีกฝ่ายถอนหายใจขณะที่มันยกดาบโค้งยาวขึ้นเช่นนั้นก็เข้ามา

มันจะไม่เป็นอย่างครั้งการทดสอบอีก เจ้าคนทรายย้ำในใจเขา

ใช่ มันจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเจ้าจะไม่เหลือลมหายใจอีกต่อไป! ดูลัสตอบกลับก่อนจะชักม้าเข้าไปพร้อมดาบในมือ

ดาบของเขาต้องได้ดื่มเลือดของมัน!

 

อาเมียร์บอกว่าเขาต้องเอาชนะอีกฝ่าย หรือมิเช่นนั้นก็ซื้อเวลาให้ได้มากพอ

แผนการของพวกเขาเหมือนจะง่าย...และเสี่ยง...แต่ผลตอบแทนควรค่ากว่าที่คิด นี่คือโอกาสที่จะยึดเมืองทิฟลีไปพร้อมกับคุมตัวราชาดูลัสให้ได้ เพื่อที่จะเผด็จศึกในครั้งเดียว

หลังจากหารือกับรูอาร์ค อาเมียร์ก็รับหน้าที่ล่อให้ราชาแห่งทารา ด้วยเดาว่าอีกฝ่ายย่อมต้องการสะสางคดีกับเขาเช่นกัน ขณะที่ให้ท่านพ่อซิอ์บุลคุมทัพหลักที่รับมือกับพวกเรเวน และรูอาร์คลอบหาทางเข้าไปยึดเมืองจากจุดที่การป้องกันมีน้อยที่สุด

และอดีตราชองครักษ์ก็ออกมาให้เขาพบโดยง่าย อีกทั้งรับคำท้าของเขาอย่างไม่มีอิดออดเช่นกัน

เจ้าชายแห่งความมืดใช่จะไม่รู้ว่าดูลัสมีจุดมุ่งหมายที่จะกำจัดเขา และสัมผัสกลิ่นอายของเวทมนตร์อันตรายจากอาวุธของอีกฝ่ายได้ เขาไม่รู้ว่าคัมภีร์อนธการจะมีอำนาจพอปกป้องตนหรือไม่ แต่เวลานี้ก็ทำได้เพียงต่อสู้ให้เต็มที่เท่านั้น

ดาบของทั้งสองปะทะกันหลายต่อหลายครั้งขณะที่ม้าอ้อมวนลดเลี้ยว ทั้งพยายามเล่นงานจุดอ่อนขอองฝ่ายตรงข้ามไปพร้อมกับปิดจุดอ่อนของตน อาเมียร์พบว่าดูลัสยังคงเป็นคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจราวกับอ่านใจเขาออก ขณะที่ตนเองไม่อาจอ่านจิตใจของอีกฝ่ายได้โดยตรง ทำได้เพียงให้สัญชาตญาณนำทางไปในการประมือเพราะต้องดึงอำนาจของคัมภีร์อนธการมาระวังตนจากธนูซึ่งให้สัมผัสอันตรายเช่นเดียวกับดาบ และรอที่จะเล็งยิงใส่เขาอยู่จากรอบด้าน

ถ้าด้านมืดของอาเมียร์ในร่างของมาดายทำเหมือนหนุนหลังดูลัสในยามนี้ เป้าหมายของมันน่าจะเป็นการตรึงหรือทำให้อาเมียร์เจ็บสาหัส เพื่อที่จะได้เข้ามาแทรกแซงยึดครองร่างหลักกลับคืน...เป็นความเสี่ยงที่เขาใช่จะไม่คาดไว้ในทีแรก แต่ก็จำต้องยอมรับเพื่อล่อให้ได้ชัยชนะในฝ่ายตน

เจ้าต้องการอะไรจากอาณาจักรของเรากันแน่!ดูลัสยังคงร้องถามพร้อมกับดาบยาวตรงที่ฟาดฟันลงมาจะยึดอำนาจเป็นราชาให้ได้อย่างนั้นหรือ เจ้าคนเถื่อน!

ใช่ พวกเรามาจากอาณาจักรที่ล่มสลายไปแล้วในดินแดนทะเลทราย ตั้งใจมาหลอกลวงเจ้าหญิง ยึดครองธีร์ดีเรจากภายในให้ได้อาเมียร์ตอบกลับและปัดป้องด้วยดาบโค้งของตน

ผู้ฟังนิ่งอึ้งไปกับคำเอ่ยเยาะหยันจากเขา

ต้องการคำตอบอย่างนี้สินะชายผมดำเอ่ยพลางปาดดาบรุกไล่เพราะเจ้าสบายใจที่จะเชื่ออย่างนั้น ดีกว่ายอมรับว่าพ่อของตัวเองเป็นกบฏลอบปลงพระชนม์ และวางแผนเรื่องทั้งหมดนี้เป็นไหนๆ

เจ้า!

อาเมียร์กลับยิ้มให้เขาเหมือนจะยิ่งเยาะเย้ยข้าก็แค่อยากล้อเล่นกับราชาที่ไม่ชอบธรรม เจ้าก็รู้ว่าข้าเพียงต้องการให้แอชได้ครองราชย์ตามสิทธิอันชอบธรรมของนางเท่านั้น!

แล้วแน่ใจรึว่าเจ้าไม่ได้หวังผลประโยชน์ของตัวเองแม้แต่นิดเดียว!ราชาแห่งทารายังสำทับหากองค์หญิงแอชลีนน์ไม่ได้มีพระทัยให้แก่เจ้า เจ้าจะยอมทุ่มตัวเพื่อช่วยพระองค์อย่างนี้อยู่ดีน่ะหรือ!

ใช่! เพื่อแผ่นดินอันสงบสุขที่ข้าและครอบครัวจะอาศัยอยู่ได้อย่างไรล่ะ!

หึ! มันจะยังคงสงบสุขถ้าเจ้าไม่แส่มายุยงให้พระองค์หนีการอภิเษกแต่แรก!

และมันจะยังคงสงบสุขกว่านี้...ถ้าพ่อของเจ้าไม่ลอบปลงพระชนม์นายเหนือหัวของตนกับองค์ชายรัชทายาทก่อนหน้านั้น!

ไม่มีคำตอบจากราชาบนบัลลังก์โลหิต เวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไป เชื่องช้าผิดการเคลื่อนไหวรอบด้านในสนามรบรวมถึงตัวอาเมียร์เอง ชายหนุ่มไม่ได้นับแล้วว่าเขากับดูลัสประมือกันไปกี่กระบวน แต่แล้วสัญชาตญาณก็บอกให้เขาเบี่ยงหลบบางสิ่งจากเบื้องหลัง

ทว่า...ดาบยาวของดูลัสก็ได้แทงเข้ามาในช่วงเวลานั้นเช่นกัน

ความเจ็บแปลบจากช่องว่างที่เกราะตรงไหล่ อาเมียร์กัดฟันและชักม้าถอยเพื่อให้ดาบหลุดจากแผล ทว่าแผลของเขาไม่ได้สมานกันอย่างรวดเร็วด้วยเวทมนตร์ของคัมภีร์อนธการอย่างที่ควรเป็น

เขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะเยาะหยันของมาดายอยู่ในใจ...แต่กลับเบิกตากว้างกับเสียงที่ตนได้ยินเต็มสองหูในครู่ต่อมา

อาเมียร์!

เสียงของแอช...เสียงที่ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับฝีเท้าม้า

ทว่า...เธอไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #113 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 88)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 03:34

    กลับมาแล้วนะคะ จากนี้ไรต์รับประกันไม่ได้ว่าตอนหน้าจะมาบ่อยแค่ไหน เพราะอาจจะเรียนหนัก เขียนหนักไปด้วย แต่จะพยายามให้สม่ำเสมอขึ้นนะคะ หวังว่าการลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างของเคียร่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นมาได้ละนะ...

    #113
    0