The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,810 Views

  • 125 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    94

    Overall
    5,810

ตอนที่ 87 : 25 - สิ่งที่คืนไป “แล้วหากราชินีที่ทาราใต้เป็นตัวจริงแทนล่ะ” (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    9 ต.ค. 61

บทที่ 25

สิ่งที่คืนไป

 

เป้าหมายต่อไปของพวกเราควรเป็นเอนัคพ่ะย่ะค่ะหัวหน้าหน่วยเขี้ยวทมิฬกล่าวขึ้นในห้องประชุมของปราสาทโดคาสและหากเป็นไปได้ ควรจะบุกก่อนกลางฤดูหนาวพ่ะย่ะค่ะ

แอชลีนน์พยักหน้ารับ เวลานี้เธอมีฐานบัญชาการที่สะดวกและมั่นคงพอแล้ว เมืองที่ใกล้ที่สุดก็คือเมืองการค้าหน้าด่านอย่างเอนัค รองลงมาคือทิฟลี เมืองเอกของมณฑล

ใกล้ถึงเวลาที่พวกเธอจะเริ่มทำศึกเต็มรูปแบบเสียที

เอนัคยังคงมีเสบียงและกองกำลังป้องกันเต็มที่ หากจะบุกจริง เราต้องแน่ใจได้ว่ามีโอกาสชนะท่านแชด หัวหน้ากองกำลังของยาร์ลาธกล่าวขึ้นบ้างและหน้าด่านของเราต้องไม่กว้างเกินไป กำลังพลที่เราสามารถส่งไปประจำการรักษาหน้าด่านยังคงมีจำกัดพ่ะย่ะค่ะ

นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องกังวล เพราะต่อให้มีหน่วยเขี้ยวทมิฬ กำลังรบของเธอก็ยังคงน้อยกว่าทารากับอุลทูร์หลายเท่าอยู่

ด้วยเหตุนี้ กระหม่อมจึงคิดว่าเราควรเพิ่มกำลังพลก่อนพ่ะย่ะค่ะผู้นำทหารของแคว้นยาร์ลาธเสนอ

แต่เราก็สร้างหน่วยเขี้ยวทมิฬขึ้นมาแล้ว จะให้ฝึกทหารใหม่อีกกองในตอนนี้น่าจะเกินตัวไปท่านเบเรคค้าน

ข้าหมายถึงการเกณฑ์ทหารขอรับ ท่านเบเรค ถ้าเพิ่มในส่วนนี้ได้ เราอาจจะมีกำลังพลพอสูสี” ท่านแชดขยายความ

ราชินีขมวดคิ้วทันควันเราจะไม่เกณฑ์ไพร่พลที่ไม่สมัครใจจะรบเด็ดขาด

หัวหน้ากองกำลังยาร์ลาธสบตากับหญิงสาวเหมือนจะแย้งพวกเขามีหน้าที่รบเพื่อป้องกันแผ่นดินนี้อยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ

แต่เราไม่อยากให้ประชาชนต้องเดือดร้อนมากไปกว่านี้ คนที่จะรบควรเป็นคนที่สมัครใจและผ่านการฝึกฝนแล้วเท่านั้นหญิงสาวแย้ง

เรื่องนี้ข้าเห็นด้วยกับฝ่าบาท มีทหารที่ไม่ได้เตรียมใจมารบและไม่ได้ฝึกซ้อมก็เหมือนไม่มีท่านซิอ์บุลเสริมขึ้น

ท่านแชดมองหัวหน้าหน่วยรบพิเศษเหมือนจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่ว่าอะไร

แอชลีนน์เข้าใจในความหวังดีของอีกฝ่าย แต่เธอย่อมไม่อยากทำตัวเป็นทรราชที่บังคับรวมพลจากคนที่ไม่ประสงค์จะออกรบอยู่ดี

แต่เราจะทำอย่างไรเรื่องกำลังพล ใช้ทหารรับจ้างหรือชายวัยกลางคนขมวดคิ้วข้าเกรงว่าพวกนั้นจะควบคุมยาก เราไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างที่เลวอนทำขึ้นอีกเป็นแน่ และถ้าจะรักษาเขตแดนหลังตีเมืองเอนัคด้วยทหารทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนี้ กำลังของเราก็มีน้อยไป แบบนี้สู้อย่าเสี่ยงตียึดพื้นที่ที่เราไม่อาจรักษาได้เลยจะดีกว่า

ข้าว่า คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ ช่วงนี้เราควรฝึกซ้อมทหารของมณฑล ไม่ว่าจะหน่วยเขี้ยวทมิฬหรือหน่วยอื่นๆ ให้เชี่ยวชาญและพร้อมรบในระดับเดียวกัน โดยผลัดเปลี่ยนกำลังพลเข้ามาที่โดคาส และข้าจะเป็นผู้ดูแลการฝึกซ้อมเองหัวหน้าหน่วยรบพิเศษพูดขึ้นบ้างและหากเราจะรับทหารใหม่ ข้าคิดว่าควรจะคัดเลือกผู้ที่สมัครใจเข้ามามากกว่า การบังคับเกณฑ์ไม่เป็นผลดีทั้งต่อความรู้สึกของประชาชนและวินัยกองทัพ

ท่านแชดพยักหน้าสุดแท้แต่ความเห็นของท่านซิอ์บุลแล้วกัน ข้าชินกับการรักษาเขตแดนมากกว่ารบในสงคราม คงจะไม่ใช่ผู้ที่เหมาะจะออกความเห็นนัก

มิได้ ท่านแชด ข้าเข้าใจความเป็นห่วงของท่านหัวหน้าหน่วยเขี้ยวทมิฬรับข้าเองก็มีหน้าที่ทำในส่วนที่ตนทำได้ อย่างน้อยถ้าเป็นห่วงเรื่องกำลังพล เราจะใช้วิธีเวียนฝึกทหารออกไปประจำการก่อน

และหลังจากนี้ เราอาจเปิดรับทหารหน่วยเขี้ยวทมิฬเพิ่มอีกรอบก็ได้ท่านเบเรคบอกหากท่านซิอ์บุลเห็นชอบและยินดี

ได้ขอรับ หากราชินีทรงเห็นชอบนักรบแขนเดียวหันมาทางหญิงสาวเหมือนจะขอคำตอบ

ราชินีพยักหน้าเรายินดี แต่ค่อยๆ ทำไปตามลำดับความสำคัญเถอะนะ

รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะหัวหน้าหน่วยค้อมศีรษะให้เธอ แล้วเจ้ามณฑลจึงได้พูดต่อ

ต่อไปเป็นเรื่องการปันส่วนเสบียงพ่ะย่ะค่ะ ดีที่เราได้เสบียงจากทางชอร์ซามา จึงได้มีเพียงพอสำหรับเลี้ยงกองทัพและชาวบ้านทั้งหมดในยาร์ลาธ รวมถึงหมู่บ้านทางตอนใต้ของปราสาทโดคาสที่ทหารของเราเฝ้าอยู่…

แอชลีนน์ฟังรายงานต่อไปด้วยความยินดี อย่างน้อยเธอก็ต้องขอบคุณเจ้ามณฑลคาลวาห์ผู้ล่วงลับที่ยังเก็บซ่อนเสบียงมาให้พวกตนใช้อยู่บ้าง...แม้จะรู้ว่าตอนมีชีวิตอยู่เขาคงสร้างความลำบากให้แก่ชาวแคว้นไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ต่อไป พวกเธอก็คงจะต้องรับมือกับปัญหาอื่นๆ อีก โดยเฉพาะเรื่องกำลังพลซึ่งทำให้หญิงสาวกังวลขึ้นมาแทน

เป็นอย่างที่หัวหน้ากองกำลังป้องกันยาร์ลาธย้ำเช่นเดียวกับอาเมียร์ ทหารของเธอที่พร้อมรบมีน้อยกว่าอีกฝ่ายถึงหนึ่งต่อสิบ เและนั่นก็หมายความว่าแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเธอจะคาดหมายถึงชัยชนะเมื่อจำต้องรุกขยายพื้นที่ของตน

ส่วนทางทารา เห็นว่าเป็นเพราะได้เสบียงจากชอร์ซาน้อยลง จึงอาจเกิดภาวะอดอยากขึ้นในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในอุลทูร์และชอร์ซาท่านเบเรคเอ่ยต่อหากราชาดูลัสปันส่วนอาหารให้อุลทูร์มากกว่าชอร์ซาก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเรามากขึ้นไปอีก เพราะชาวชอร์ซาอาจต้องการหนีมาพึ่งพิงเรา หรืออาจเกิดการจลาจลในเมืองของชอร์ซาได้

แอชลีนน์กลับเม้มปากกับความคิดนั้น เธอไม่อยากให้ชาวบ้านที่ใดก็ตามต้องเดือดร้อน แต่ดูเหมือนตราบใดที่ชาวธีร์ดีเรยังถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย...ก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ

ไม่สิ ยังคงมีหนทางอยู่

เรา...มอบข้าวส่วนเกินของเราให้ทาราได้ไหม เห็นว่าเสบียงที่ได้มาน่าจะเหลือจากที่พวกเราจำเป็นต้องใช้ไม่น้อยเลยนี่

เจ้ามณฑล ที่ปรึกษาของเขา และหัวหน้าหน่วยพิเศษมองราชินีอย่างเรียบเฉย ขณะที่ขุนนางคนอื่นๆ มีสีหน้าตกใจ และบ้างก็ออกไปทางตึงเครียด

จะทรงเลี้ยงดูศัตรูทำไมกันพ่ะย่ะค่ะ ปล่อยให้พวกมันอดอยากสิพ่ะย่ะค่ะ เราจึงจะได้เปรียบขุนนางคนหนึ่งแย้งขึ้นมา

แต่คนที่จะอดอยากย่อมไม่ใช่พวกทหารหรือขุนนางแน่ เราต้องคำนึงถึงประชาชนในชอร์ซาและอุลทูร์ที่ได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะเราคือราชินีของพวกเขาเช่นกัน

หากทรงกังวลเช่นนั้น กระหม่อมของเสนอให้นำข้าวเก่าไปให้ทาราพ่ะย่ะค่ะที่ปรึกษาหนุ่มพูดขึ้นเพราะเป็นเสบียงที่เก็บได้ไม่นานแล้ว ทางนั้นน่าจะรีบกระจายเสบียงชุดที่ได้รับไปตามเมืองและหมู่บ้านที่ขาดแคลนอยู่โดยเร็ว แทนที่จะเก็บไว้เป็นเสบียงระยะยาวของทหารในเมือง

เราเห็นด้วยกับข้อเสนอของท่าน ฝากจัดการด้วยหญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะนึกขึ้นได้และถามต่อไปแล้วถ้ามีคนชอร์ซา ทาราหรืออุลทูร์หนีมาพึ่งพิงเรา ยาร์ลาธจะยินดีต้อนรับใช่ไหม

เรื่องนั้น...กระหม่อมทราบว่าพระองค์ย่อมทรงมีพระประสงค์ให้เรารับพวกเขาเข้ามาแน่นอนเจ้ามณฑลตอบด้วยรอยยิ้มบางเหมือนรู้ดี แม้จะแฝงความอ่อนใจและกระหม่อมยินดีจะสนองพ่ะย่ะค่ะ

ที่จริง เรื่องกำลังพลหรือแรงงาน กระหม่อมคิดว่าหากเสนอให้ชาวชอร์ซาหรือทาราที่อพยพเข้ามาอาศัยในยาร์ลาธช่วยในเรื่องนี้ได้ตามความสมัครใจโดยมีค่าตอบแทนก็น่าจะดีพ่ะย่ะค่ะอาเมียร์เสนอขึ้นมา

เป็นข้อเสนอที่ดี แต่หากจะทำจริงๆ เราคงต้องระวังเรื่องสายลับให้มากพ่ะย่ะค่ะท่านแชดออกความเห็น

กระหม่อมจะช่วยคัดกรองในเรื่องนี้เองพ่ะย่ะค่ะที่ปรึกษาหนุ่มตอบรับ

เพียงเท่านั้นแอชลีนน์ก็เชื่อมั่นแล้วว่าเขาจะกันเหล่าสายลับออกไปอย่างหมดจดได้แน่นอน ในเมื่อชายหนุ่มสามารถอ่านจิตใจของคนที่เขาแตะต้องตัว แอชลีนน์จึงพยักหน้ารับ

หากทรงเห็นชอบ กระหม่อมจะให้ปล่อยข่าวไปว่า เรายินดีต้อนรับชาวทาราหรือชาวชอร์ซาที่หนีเข้ายาร์ลาธ และมีงานที่มีค่าตอบแทนให้ด้วยพ่ะย่ะค่ะเจ้ามณฑลเสนอหากมีคนมาก็ถือเสียว่าสะสมกำลังพลไปก่อน ต่อไปหากเรารบได้พื้นที่ของชอร์ซาหรือทาราเพิ่มก็สามารถเพาะปลูกเลี้ยงคนของเราได้มากขึ้น

ขอบคุณมาก คงต้องรบกวนพวกท่านในเรื่องนี้ด้วยแอชลีนน์ตอบด้วยรอยยิ้ม

เธออดไม่ได้ที่จะนึกไปถึงคำของกาวอน ที่ว่าประชาชนในยาร์ลาธไม่ได้เลือกที่จะสวามิภักดิ์กับเธอด้วยตนเอง

คงถึงเวลาแล้วที่เธอจะลบคำสบประมาทนั้น


- 2 -


ณ ยอดหอคอยในพระราชวังหลวงของธีร์ดีเร ราชาบนบัลลังก์แห่งทารายืนเหม่อมองออกไปยังท้องฟ้าและทะเลนอกหน้าต่างเพียงลำพัง

เขามีเรื่องให้คิดมากมายจนไม่อยากนั่งอุดอู้อ่านฎีกาอยู่ในห้องของตน ดังนั้นจึงออกมาเดินเล่นแทน และในเมื่อหิมะตกลงมาจนไม่อาจออกมานอกชายคาอุทยาน ชายหนุ่มจึงเดินเรื่อยเปื่อยมาจนถึงหอคอยสูงที่เรียกกันว่าหอคอยสายลม...หอคอยซึ่งไม่ได้มีการใช้งานใดๆ แต่ถูกสร้างขึ้นมาประกาศชัยชนะต่อเผ่าอัสลานผู้นับถือเทพแห่งสายลมเมื่อสิบหกปีก่อน นัยว่าเป็นการกักขังเทพองค์นั้นให้อยู่ในอาณัติขององค์สุริยเทพอย่างสมบูรณ์

ในยามทรงพระเยาว์ นี่เป็นที่ที่เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงรบเร้าจะให้เขาพามาเล่นให้ได้หลายครั้ง บางทีเขาก็ตามใจพระองค์บ้าง แต่ก็พยายามไม่ให้บ่อยจนเกินไป ขั้นบันไดที่เวียนไปตามแนวผนังรูปวงกลมนั้นสูงชันแม้จะมีราวเหล็กปลายแหลมกั้นตลอดแนว หากเจ้าหญิงทรงพลัดตกบันไดลงไปบาดเจ็บประการใด...เขาคงจะโทษตนเองไปตลอดกาล

ทว่าในเวลานี้ พระองค์ทรงกำลังทำสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าวิ่งขึ้นไปบนขั้นบันไดเวียนเหล่านี้มากเหลือเกิน

ดูลัสรู้มาจากสายของตนว่าเป็นแอชลีนน์ตัวคนเดียวที่เข้าขัดขวางพวกเลวอนในขณะที่พวกมันกำลังปล้นสะดมหมู่บ้านและทำเรื่องต่ำช้าอย่างฉุดคร่าผู้หญิงให้เสียเวลาเข้าไปอีก เจ้าหญิงที่เขาเคยคิดว่าบอบบางกลับทรงใช้ทั้งธนูและดาบรับมือพวกมันจนกระทั่งสังหารพวกของเลวอนได้สองสามคน ก่อนที่จะถูกยิงเข้าที่หลังไหล่และบาดเจ็บจนไม่อาจสู้ต่อไป แต่แม้เลวอนจะไม่อาจส่งตัวพระองค์มาให้เขาสำเร็จ องค์ราชาก็ต้องยอมรับว่าดีมากแล้วที่พระองค์ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงอะไร

ทว่าพระองค์ทรงบ้าบิ่น และเจ้าคนทรายนั่นก็ละเลยสวัสดิภาพของพระองค์จนเกินไป เกิดพระองค์นึกจะขี่ม้านำทัพออกรบแทนจะเป็นอย่างไรกัน

น่าขัน...เจ้ายังห่วงใยความเป็นอยู่ของพระองค์อีกหรือ ดูลัส เขาถามตนเองอยู่ในใจ พระองค์คงยิ่งเกลียดชังเจ้าจนอยากฆ่าเสียให้ตายนับพันๆ ครั้งแล้ว ในเมื่อเจ้าเป็นลูกของคนที่ปลงพระชนม์พระญาติทั้งหมดของพระองค์

แต่ความแค้นนั้นมาจากความผิดพลาดของราชาอาร์กาด พระราชบิดาของพระองค์มิใช่หรือ ชีวิตของเหล่านักรบเรเวนมากมายในตอนนั้นรวมทั้งพี่ชายสองคนของดูลัสต้องสูญเสียไปโดยไม่ควรด้วยน้ำมือของพวกโจรสลัด เพียงเพราะพระองค์ทรงไม่ยอมส่งทัพเรือจากทาราไปตามคำร้องขอ ท่านพ่อของเขาจะไม่มีสิทธิ์โกรธแค้นได้อย่างไร

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า บิดาของดูลัสควรล้างแค้นด้วยวิธีการคดโกงดังที่ผ่านมาอยู่ดี

ชายหนุ่มถอนหายใจ เวลานี้สายเกินกว่าคิดแล้วว่าใครเป็นคนผิด และเขายังคงรู้สึกอย่างไรกับแอชลีนน์ตัวจริงที่อยู่ห่างออกไปไกลแสน สิ่งที่เขาควรครุ่นคิดคือหนทางรับมือกับปัญหาที่ตนเผชิญอยู่ในตอนนี้ต่างหาก

มาดายจัดการหาแผนที่ปราสาทโดคาสซึ่งบูรณะจากป้อมปราสาทเก่าของเอรินในป่าไคล์ดอร์คามาให้องค์ราชาได้อย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ แต่เวลานี้เขายังเล่นงานปราสาทนั้นไม่ได้ เพียงแค่ส่งหน่วยเรเวนสองสามคนให้หาทางเข้าไปสอดแนม คนเหล่านั้นก็รู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่ย่างเท้าเข้าไปในป่าจนต้องรีบกลับออกมา ครั้นจะแฝงตัวไปกับนักรบหรือช่างฝีมือของปราสาท อีกไม่นานก็ขาดการติดต่อไป ดูเหมือนทางนั้นจะชี้ตัวสายลับและคุมตัวไว้ได้ในไม่ช้า

แล้วยังมีอีกสองเรื่อง กำลังพลของฝ่ายเขามีมากกว่าพวกยาร์ลาธก็จริง แต่เพื่อรักษาความสงบในแต่ละเมืองในชอร์ซาทั้งจากพวกยาร์ลาธหรือโจรป่า กำลังทหารที่มากกว่านี้เป็นสิ่งจำเป็น นั่นหมายความว่าเขาต้องเกณฑ์ไพร่พลเพิ่มในไม่ช้า

ทว่าอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เขากังวลยิ่งกว่า...โดยเฉพาะหากต้องเพิ่มจำนวนทหาร...ก็คือปริมาณเสบียงที่พวกเขามีนี่เอง

ในเมื่อยาร์ลาธได้เสบียงที่เจ้ามณฑลคนก่อนซุกซ่อนไว้ไปครอง ชอร์ซาจึงเหลือเสบียงน้อยเกินกว่าจะเลี้ยงประชาชนของตนเองและส่งมาเป็นบรรณาการให้ทารา เท่ากับว่าในฤดูหนาวปีนี้ทาราต้องปันส่วนเสบียงให้ชอร์ซาแทน เช่นเดียวกับที่ต้องมอบเสบียงให้อุลทูร์แลกกับงานโลหะและเครื่องไม้ตามปรกติ

เขาติดต่อขอซื้อข้าวจากซาเกรดา โซล มาช่วยเหลือมณฑลชอร์ซาไปก่อนได้ด้วยเงินในท้องพระคลัง และนั่นก็เป็นเรื่องที่พึงกระทำ เพราะถึงอย่างไรชาวชอร์ซาก็ได้ชื่อว่าเป็นประชาชนของตนเช่นกัน...ถึงแม้ว่าราชาหนุ่มจะอยากบอกให้ชาวชอร์ซาหัดลอกเยื่อเปลือกไม้มาป่นทำแป้งแล้วอบเป็นขนมปังกินกันตายอย่างที่คนอุลทูร์ทำเป็นประจำก็ตาม

ทว่า ยาร์ลาธกลับช่วยบรรเทาปัญหานั้นโดยไม่คาดฝัน

แม้แผ่นดินถูกแบ่งแยกเป็นศัตรูกัน ทหารของยาร์ลาธกลับนำขบวนเกวียนขนเสบียงมาที่หน้าด่านของเอนัค บอกว่านำมาให้ตามคำสั่งของราชินีแอชลีนน์ เพื่อที่ประชาชนของธีร์ดีเรจะได้ไม่ต้องอดอยาก แน่นอนว่าดูลัสรีบสั่งให้ตรวจสอบเสบียงทุกอย่างโดยละเอียดว่าไม่ได้ถูกวางยา (และให้มาดายตรวจดูว่าไม่ถูกปลุกเสกด้วยเวทมนตร์ใดๆ) และพบว่าแม้จะเป็นธัญพืชที่เริ่มเก่า เสบียงเหล่านั้นก็ถือว่าสะอาดและมีคุณภาพดีพอสำหรับการบริโภค ราชาหนุ่มจึงได้ให้ทหารกระจายเสบียงไปตามเมืองต่างๆ ในชอร์ซาที่เกิดการขาดแคลนอาหาร

เขารู้สึกเหมือนตนฉวยโอกาส เหมือนทำตัวไร้ศักดิ์ศรีที่ต้องพึ่งพิงความช่วยเหลือจากฝ่ายตรงข้าม แต่เสบียงนี้ก็มีค่าเกินกว่าจะปล่อยให้เสียเปล่า และองค์หญิงก็คงจะมอบให้เขาอย่างบริสุทธิ์ใจ...แม้ว่าพวกอาเมียร์อาจหวังผลทางอ้อมให้ประชาชนนอกยาร์ลาธสวามิภักดิ์กับพวกตนก็ตาม

ในเมื่อจัดการครอบครัวของเจ้ามณฑลผู้โกงกินเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูไปแล้ว ขุนนางอื่นๆ โดยเฉพาะในชอร์ซาคงจะทำงานอย่างสุจริตโปร่งใสขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมให้แจกจ่ายเสบียงด้วยความเรียบร้อยและเที่ยงธรรม และฤดูใบไม้ผลิที่จะถึง เขาก็จะบัญชาให้ชาวชอร์ซาเพาะปลูกให้มากขึ้น ทั้งในพื้นที่ของมณฑลรวมถึงแผ่นดินที่ยึดได้จากคราวสังหารล้างเผ่าอัสลาน จะได้มีเสบียงอาหารเพียงพอสำหรับปีหน้า

และการรบก็ยังคงดำเนินต่อไป

แผนการของเขาในยามนี้คือสั่งสมกำลังพลและรอคอย...คงเช่นเดียวกับอีกฝ่าย พวกงูทะเลเริ่มโฆษณาชวนเชื่อว่าใครข้ามฝั่งมาจากทาราหรือชอร์ซาจะมีที่ให้อาศัยและงานให้ทำ ทั้งยังสมัครเข้าเป็นทหารอาชีพได้อย่างหน่วยรบเขี้ยวทมิฬ ดังนั้นฝั่งทาราและชอร์ซายิ่งต้องกวดขันเรื่องรอยต่อพรมแดนไม่ให้ใครเล็ดลอดออกไปได้

เพียงแค่นี้เขาก็วุ่นวายเกินกว่าจะมาคิดถึงเรื่องของเคียราหรือราชินีนอกสมรสแล้วว่าเธอมีครรภ์จริงหรือไม่ และกับใคร

แม้สีหน้าและถ้อยคำของเธอยามต้องฤทธิ์ยาของมาดายจะยังคงรบกวนจิตใจ...

นั่นเป็นเพียงแค่ยาน่ารังเกียจตามที่ฟีอาคราบอก หรือว่ามีเวทมนตร์อันใดเสกแฝงอยู่กันนะ

เคียรามีใจให้เขาหรือ ดูลัสสงสัย หรือนี่คือเหตุผลที่เธอยอมตามแผนการของพวกเขา...แต่ไม่สิ เธอก็ไม่มีทางเลือกพอๆ กับเขาไม่ใช่หรือไร

แค่เธอไม่เข้ามาวุ่นวายการบริหารราชการก็พอแล้ว แม้เขาจะอดคิดไม่ได้ว่ามีฝ่าบาทแอชลีนน์คอยทุ่มเถียงหัวดื้อใส่เขา ยืนกรานจะออกเยี่ยมเยียนประชาชนให้ได้จนองค์ราชาต้องยอมให้ทั้งสองเดินทางไปด้วยกันยังน่ายินดีเสียกว่า

ก็เขารักพระองค์ทั้งๆ ที่ทรงเป็นเช่นนั้นไม่ใช่หรือ ทรงเป็นเด็กหญิงที่แก่นแก้วมาแต่ไหนแต่ไร แม้หลังจากสูญเสียพระญาติที่รักที่สุดทั้งสามพระองค์ไปจนทรงเศร้าหมองลงมาก พระองค์ก็ยังมีความแข็งแกร่งบางอย่างอยู่ภายใน ยังคงกลับยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ตนยึดมั่นได้ถึงเพียงนี้

สรุปว่า เป็นเขาเองสินะที่หลอกตนว่าเจ้าหญิงทรงบอบบางและต้องการการปกป้องอยู่ร่ำไป...

เสียงฝีเท้าบนพื้นหินทำให้ชายหนุ่มรีบหันกลับไป พบใครคนหนึ่งที่ทำให้ตนประหลาดใจ

ท่านมหาอำมาตย์คอนรอย

ดูลัสรีบเดินลงไปตามบันไดเวียนจนถึงชั้นล่างสุดเพื่อต้อนรับชายวัยกลางคน ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยทักและค้อมคำนับตามความเคยชิน แต่อีกฝ่ายก็ชิงคำนับเขาเสียก่อนถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ

ราชาหนุ่มมองไปโดยรอบว่ามีผู้ใดในบริเวณนั้นหรือไม่ ในเมื่อเขาบอกราชองครักษ์ที่อยู่อารักขาตนสองนายไม่ให้ติดตามตนมาและเพียงเฝ้าอยู่นอกหอคอย ก่อนจะพบว่าราชองครักษ์ที่ข้างนอกเดินตามชายวัยกลางคนเข้ามาด้วย

ย่อมเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัยให้องค์ราชา ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงมหาอำมาตย์ของอาณาจักร ก็คงจะปล่อยให้อยู่ด้วยกันตามลำพังไม่ได้หากไม่ได้รับอนุญาต

แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเฝ้าไม่ใช่หรือ ในเมื่อท่านคอนรอยย่อมไม่ลงมือฆ่าเขาอย่างโจ่งแจ้งด้วยตนเอง และต่อให้ทำ เขาก็ยังหนุ่มกว่าและน่าจะคุ้นชินกับการต่อสู้มากกว่าอีกฝ่ายจนไม่น่าจะเพลี่ยงพล้ำอยู่ดี

แต่แล้วดูลัสก็นึกขัน นี่เขาต้องมาระแวงกระทั่งขุนนางที่จงรักภักดีต่อบัลลังก์จนยอมเสียชื่อของตนเพื่อปกป้องชื่อเสียงของราชวงศ์ด้วยหรือ

สุดท้าย จึงเป็นราชาหนุ่มที่พูดขึ้นมาเองแม้อีกฝ่ายจะไม่ขอพวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ

รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะทั้งสองรับคำพร้อมกับค้อมคำนับก่อนจะเดินออกไป

ครั้นพ้นเงาร่างของทั้งสองแล้ว ดูลัสจึงได้มองท่านมหาอำมาตย์และเอ่ยถามท่านมีอะไรจะพูดกับข้าหรือ

กระหม่อมมาเยี่ยมองค์ราชินี จึงได้มาถวายบังคมด้วยพ่ะย่ะค่ะอีกฝ่ายตอบราบเรียบ

อย่าใช้ราชาศัพท์กับข้าเลย ท่านคอนรอยชายหนุ่มตอบพลางคิดว่าเขาควรแสดงให้อีกฝ่ายรู้ไหมว่าตนรู้เรื่องที่เคียราเป็นธิดานอกสมรสของราชาองค์ก่อน แต่แล้วก็ตัดสินใจที่จะไม่แพร่งพรายออกไปท่านก็ทราบว่าข้าแค่แต่งงานในนามกับลูกสาวของท่านเพื่อตบตาคนอื่น...จนกว่าฝ่าบาทแอชลีนน์จะเสด็จกลับมาเท่านั้น

ท่านคอนรอยเหมือนจะส่งรอยยิ้มเศร้าและปลงตกให้เขาท่านน่าจะทราบ...ว่ามันสายเกินกว่าที่พระองค์จะเสด็จกลับมาอภิเษกสมรสแต่โดยดีอีกแล้ว

ดูลัสไม่ตอบ นั่นสินะ สิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ก็คือหาทางทำให้พระองค์พ่ายแพ้ราบคาบตามความต้องการของท่านพ่อไม่ใช่หรือไร แต่หากเจ้าหญิงแอชลีนน์เป็นฝ่ายแพ้...พระองค์ก็คงจะไม่ทรงยินยอมเสกสมรสอย่างง่ายดายอยู่ดี

พระองค์คงยอมตายเสียดีกว่าจะต้องพรากจากเจ้าคนทรายนั่นหรือตกเป็นของเขา

เวลานี้ ข้าเป็นห่วงเคียราชายวัยกลางคนพูดต่อไปข้าไม่เคยเห็นนางป่วยหนักขนาดนี้ เหมือนหมดอาลัยตายอยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยซ้ำ

ชายหนุ่มค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายด้วยรู้สึกเหมือนถูกคำหนิข้าขออภัย ข้าควรดูแลนางให้ดีกว่านี้

ท่านคอนรอยถอนหายใจข้าไม่เห็นด้วยกับแผนการของท่านแฟคท์นามาตั้งแต่แรก แต่มาถึงขั้นนี้...ก็คงได้แต่ฝากท่านดูแลนางตามสมควร นางเหมือนกับแม่ของนางจนเกินไปที่เก็บความทุกข์กับปัญหาของตัวเองไว้กับตัวไม่ยอมให้ใครรับรู้...และข้าก็หวังว่านางจะไม่เลือกทางเดียวกับแม่ของนาง

ทางเลือก...อย่างไรขอรับดูลัสถามออกไป เขารู้มาว่าแม่ของเคียราเสียชีวิตไปตั้งแต่เธอยังเด็ก ฝ่าบาทรัชกาลก่อนจึงทรงรับเธอเข้ามาเป็นนางกำนัลในวัง ให้ดูแลรับใช้เจ้าหญิงแอชลีนน์...ซึ่งที่แท้ก็เป็นน้องสาวต่างแม่ผู้มีชาติกำเนิดสูงกว่า

ชีลา...ฆ่าตัวตายแม้จะเรียกชื่อตัว ชายหนุ่มก็เหมือนจับได้จากน้ำเสียงของอีกฝ่ายว่าเขาไม่ได้ใกล้ชิดกับเจ้าของชื่อนัก...แต่เขาอาจจะคิดไปเองเพราะรู้ความจริงแล้วก็ได้นางกระโดดน้ำตาย...เพราะสิ่งที่ข้าทำกับนาง เคียราเองก็เติบโตขึ้นมาในชนบทห่างไกลแค่กับแม่ของนาง ไม่ได้อยู่ในครอบครัวที่มีความสุข ยิ่งวันนี้ข้าเห็นนางล้มป่วยซูบผอมลงไปขนาดนั้น...ข้ายิ่งรู้สึกผิดต่อนาง

ใบหน้าของชายหนุ่มร้อนผ่าว ด้วยรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกำลังตำหนิเขาทางอ้อม

แต่เขาควรรับรองต่อท่านคอนรอยว่าจะดูแลหญิงสาวให้ดีกว่านี้ได้หรือ ในเมื่อตนเองยังไม่แน่ใจเลยว่าจะทำเช่นนั้นได้...กับราชินีนอกสมรสที่ดูเหมือนจะมีครรภ์กับใครก็ไม่รู้

ทว่ามหาอำมาตย์คงจะยังไม่รู้ ในเมื่อเขาเป็นผู้บอกไม่ให้ใครแพร่งพรายออกไปเองจนกว่าผลจะชัดเจนว่าเธอตั้งครรภ์

เอาเถอะ ข้าหวังว่านางจะดีขึ้นละนะ อย่างน้อยนางก็บอกว่าท่านคอยดูแลเอาใจใส่นางดี

ดูลัสเม้มปาก เคียราพูดปดแท้ๆ แต่เขาก็ไม่อยากจะแย้งขึ้นมาให้เสียเวลา

มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าเองคงบอกได้เพียงว่า ขอให้ท่านทำสิ่งที่ต้องทำเพื่อปกป้องธีร์ดีเรให้เต็มที่เถอะชายวัยกลางคนพูดต่อไปท่านเป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถสมเป็นราชา ไม่ว่าใครก็ปฏิเสธความจริงข้อนี้ไม่ได้ บางที...หากถึงจุดหนึ่ง ท่านกับฝ่าบาทแอชลีนน์คงจะทำความเข้าใจกันได้ และธีร์ดีเรก็จะกลับเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

ว่าแล้ว ท่านคอนรอยจึงบอกว่าถึงเวลาที่ตนต้องไปเสียที และค้อมคำนับให้เขาเสมือนถวายบังคมลาองค์ราชาก่อนจะเดินจากไป ทิ้งดูลัสให้อยู่กับความคิดของตนเพียงลำพังในหอคอยใหญ่นั้น


- 3 -

 

การรวบรวมกำลังพลกำลังไปได้ดี

ในห้องพักของตนในปราสาทโดคาส อาเมียร์ซึ่งกำลังตรวจบัญชีรายชื่อทหารคิดว่าพวกเขามีคนมาเข้าร่วมไม่น้อย ทั้งพลเรือนในยาร์ลาธ และที่ลักลอบเข้ามาจากทารากับชอร์ซา หากได้ฝึกซ้อมรบจนชำนาญก็จะเป็นกองกำลังสำคัญของราชินีพระองค์จริงแน่นอน

คงต้องขอบคุณดูลัสที่ออกคำสั่งเกณฑ์ทหารในทุกมณฑลที่อยู่ในอาณัติของธีร์ดีเรเหนือเพราะการบังคับเกณฑ์ทหารทำให้มีผู้ที่ไม่พอใจ และคนเหล่านั้นบางส่วนก็หาทางหลบหนีมาจนถึงยาร์ลาธซึ่งไม่ได้เกณฑ์ทหารแต่ให้เข้าฝึกหัดตามความสมัครใจ รวมถึงเสนองานต่างๆ ให้แลกกับค่าตอบแทนโดยไม่ได้บังคับ

เวลานี้พวกเขาต้องรีบเตรียมการสำหรับบุกเมืองเอนัคในฤดูหนาว เพราะฝ่ายของดูลัสที่มีเสบียงอาหารจำกัดยังไม่น่าจะโจมตีหน้าด่านที่ใดของพวกเขาในช่วงนี้ แต่เท่าที่รู้จักอีกฝ่าย อาเมียร์เดาได้ว่าราชาหนุ่มน่าจะวางทหารไว้รักษาเมืองหน้าด่านรอยต่อระหว่างสองมณฑลซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญไม่น้อย

และเขาจะพลาดไม่ได้อีก จะให้ซ้ำรอยการทดสอบการรบจำลองไม่ได้

เสียงเคาะประตูดึงชายหนุ่มออกจากห้วงความคิด ครั้นจับสังเกตด้วยเวทมนตร์ในตัว เขารู้ว่าผู้เคาะคือรูอาร์คโดยไม่ต้องถามเสียอีก

เข้ามาสิ

ชายหนุ่มผมแดงเปิดประตูเข้ามา แล้วก็ก้าวมานั่งบนเก้าอี้ว่างโดยที่เจ้าของห้องยังไม่เชื้อเชิญ

ดึกขนาดนี้ยังทำอะไรอยู่รูอาร์คถามแล้วก็หยิบขวดเหล้ากับถ้วยสองใบขึ้นมาเสร็จสรรพ

ตรวจงานเรื่อยเปื่อย ว่าแต่เจ้าหาคนดื่มด้วยไม่ได้หรือ เลยจะมาชวนข้าดื่มนี่อาเมียร์ถามเรียบๆ

ไอ้หาคนอื่นดื่มด้วยกันน่ะ หาได้อยู่แล้ว แต่ข้าอยากดื่มกับเจ้าบ้างไม่ได้รึไงขายผมแดงตอบ

แล้วรู้ได้ยังไงว่าข้ายังตื่นอยู่

ก็ข้าเห็นที่หน้าต่างห้องเจ้ามีแสงรูอาร์คยิ้มว่ายังไง จะดื่มกันสักหน่อยไหม ไม่ต้องห่วง ข้าไม่คิดจะมอมเจ้าแล้วหามไปส่งห้องราชินีเปี๊ยกหรอก

ชายผมดำหัวเราะตอบเบาๆเอ้า ก็ได้ ข้าก็ใช่จะเมาง่ายอยู่ละนะ

ชายหนุ่มผมแดงยักไหล่ก่อนจะรินเหล้าใส่ถ้วยทั้งสองใบแล้วเลื่อนใบหนึ่งให้เขาเจ้ากับราชินีเปี๊ยกไปกันถึงไหนแล้วล่ะตอนนี้

ถ้าจะให้ข้าบอก เจ้าต้องบอกมาก่อนว่าเจ้ากับลีชาล่ะ...ไปถึงขั้นไหน

รูอาร์คเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วกระดกถ้วยเหล้าของตนก็ถึงขั้นมีลูกโตวันโตคืนแล้วไง

อาเมียร์แยกเขี้ยวใส่คนยียวนตกลงเจ้าคบหากับนางเป็นคนรักแล้วใช่ไหม

ยังไม่ชัดเจนขนาดนั้น แต่นางก็พูดคุยกับข้ามากขึ้น อย่างน้อยก็เพราะมีก็อธฟรีด์ละนะ แล้วในปราสาทนี่ก็แวะหากันสะดวกกว่าด้วยชายผมแดงยักไหล่ยังคิดจะกันท่าข้าอยู่อีกไหม

ข้ายุ่งเกินกว่าจะไปทำอะไรแบบนั้นแล้ว อีกอย่างมันเรื่องส่วนตัวของเจ้ากับนาง ถ้าเป็นไปด้วยดี ข้าก็ยินดีด้วย

รูอาร์คยิ้มรับเจ้ากับยายเปี๊ยกก็เหมือนกัน

แต่เจ้าคงไม่ได้คิดจะมาคุยแค่เรื่องนี้ใช่ไหมล่ะอาเมียร์ตั้งคำถาม

ใช่ ที่จริงคือข้าอยากมาคุยเรื่องแผนบุกเอนัคน่ะนะ…

หือ?” ที่ปรึกษาหนุ่มรับอย่างแปลกใจมาคุยกับข้า? ทำไมไม่เสนอท่านเบเรคหรือท่านพ่อข้าเลยล่ะ

ข้าไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปได้ไหม เลยคิดว่าลองบอกเจ้าก่อนดีกว่า ถึงอย่างไร ในหัวของเจ้ากับดูลัสก็คิดไม่ห่างกัน

อาเมียร์ขมวดคิ้วกับคำพูดของอีกฝ่ายก่อนจะจิบเหล้าจากถ้วยของตนลองว่ามา ข้าจะคิดในฐานะดูลัสดูแล้วกันว่าเป็นอย่างไร

ครั้นแล้ว รูอาร์คจึงได้เริ่มอธิบายแผนการของตน แผนที่ทำให้ที่ปรึกษาหนุ่มขมวดคิ้วหนักก่อนจะแย้งและซักถามกันอยู่ถึงค่อนคืนให้สิ้นประเด็นสงสัยก่อนจะยอมแยกย้ายไปเข้านอน

เขายอมรับว่ามันมีความเสี่ยงสูงและมีโอกาสล้มเหลวมากไม่น้อย แต่ขณะเดียวกัน...ก็เป็นการเดินหมากที่อาจทำให้ชนะศึกต่อเอนัคได้อย่างสูญเสียน้อยที่สุดและง่ายดายที่สุดสำหรับพวกเขาเช่นกัน

 

พวกมันคิดจะทำอะไรกัน…ดูลัสขมวดคิ้วเมื่อได้รับรายงานด่วนที่หน้าด่านของเอนัค

จู่ๆ พวกงูน้ำก็นำตัวคาเฮียร์กับสมาชิกทั้งหมดในหน่วยที่ถูกจับเป็นเชลยมาที่หน้าด่านของเอนัค และบอกว่าขอคืนตัวพวกเขาทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

แน่นอนว่าราชาหนุ่มย่อมระแวง ทหารเหล่านี้ไปอยู่กับศัตรูมาเป็นเวลานานไม่น้อย อาจถูกส่งกลับมาเป็นไส้ศึก ไม่นับว่าต่อให้ไม่ถูกเกลี้ยกล่อม ก็อาจถูกอาเมียร์ทำมนตร์คาถาใส่เพื่อครอบงำได้ไม่ใช่หรือ

เขาต้องคุมตัวพวกนั้นไว้ อย่าเพิ่งให้ปฏิบัติการหรือรู้แผนการทางทหารใดๆ ...อย่างน้อยก็จนกว่าจะไว้ใจได้ว่าไม่เป็นภัยจริงๆ

จะให้ข้าตรวจสอบเวทมนตร์ในตัวคนพวกนั้นน่ะหรือ...ย่อมได้ มาดายตอบกลับมาเมื่อเขานึกถามอีกฝ่าย หากท่านเชื่อใจข้า

หากเจ้าทำตัวให้ข้าไว้ใจเสียบ้าง ดูลัสย้อน

มีเพียงเสียงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเงียบไป

ชายหนุ่มรู้ว่าพวกยาร์ลาธไม่ใจดีคืนทหารมาให้ง่ายๆ อย่างแรงที่สุดก็คือหมายใช้บ่อนไส้ อย่างเบาก็คือส่งคืนมาเพื่อไม่ให้เปลืองเสบียงอาหารในส่วนของตน และในเมื่อเป็นหน่วยรบของบุตรชายแม่ทัพใหญ่ วิธที่เขาปฏิบัติต่อคาเฮียร์กับคนในหน่วยอาจส่งผลต่อความภักดีของแม่ทัพคาฮาล

เขารู้ว่าคาเฮียร์เป็นบุตรชายคนเดียวของคาฮาลซึ่งเกิดกับภรรยาคนแรก ชีลา โบรนัค หญิงชู้ของฝ่าบาทอาร์กาดและแม่ของเคียรา หลังจากหย่าขาดกับชีลา คาฮาลแต่งงานใหม่และมีเพียงลูกสาวอีกสองคน แต่ด้วยความเห็นใจทหารในอาณัติ เขาจึงรับลูกของทหารที่เสียชีวิตไปแล้วเป็นลูกบุญธรรมอยู่อีกหลายคน และหากเป็นเด็กชายก็ฝึกฝนให้เป็นทหารเช่นเดียวกับคาเฮียร์

หากเขาจัดการเกินกว่าเหตุ เช่นคุมขังพวกคาเฮียร์ไว้ไต่สวนเหมือนกับระแวงว่าพวกเขาเป็นสายลับ แม่ทัพคาฮาลอาจไม่พอใจ ขืนยิ่งรู้ว่าราชินีบนบัลลังก์ไม่ใช่แอชลีนน์ตัวจริงแต่เป็นลูกนอกสมรสของอดีตภรรยาของตน เขาก็คิดว่าท่านแม่ทัพคงจะโกรธเกรี้ยวมากเสียจนอยู่รับใช้ธีร์ดีเรเหนือไม่ได้อีก

ใช่...องค์ราชาระแวงจริงๆ นั่นละว่าพวกอาเมียร์พูดอะไรกับคาเฮียร์และทหารในหน่วยของเขาบ้าง

และนั่นหมายความว่าเขาต้องแยกแต่ละคนออกจากกันเสียก่อน อีกทั้งต้องเรียกตัวคาเฮียร์กลับเมืองหลวงมาสอบถามเรื่องที่พวกนั้นบอกเขาเช่นกัน

จากนั้น เขาจึงจะรู้ว่าควรจัดการกับพวกยาร์ลาธและหน่วยของผู้กองคาเฮียร์อย่างไร


- 4 -

 

จากนี้ เราต้องรอดูท่าทีของดูลัสแล้วละนะอาเมียร์เปรยกับราชินีที่กำลังแปรงขนให้ม้าศึกในความดูแลของตนอย่างตั้งใจ

เขาจะไม่ทำอันตรายพวกคาเฮียร์ใช่ไหม นั่นแหละ...ที่ข้ากังวลที่สุดหญิงสาวในคราบเด็กหนุ่มชุดมอมแมมพับแขนเสื้อตอบแผ่วเบา

หากทำก็เท่ากับสร้างศัตรูที่เลวร้ายกว่าพวกเราเสียอีกชายหนุ่มมองคนรักผู้สูงศักดิ์ในสภาพที่ใครๆ ยากจะรู้ตำแหน่งแล้วก็นึกขันน้อยๆรูอาร์คยังบอกเลยว่า เพราะเป็นคาเฮียร์จึงได้กล้าปล่อยคืนไป

นั่นสิ หากไม่ใช่ลูกของคนระดับท่านแม่ทัพคาฮาล ข้าก็กลัวว่าดูลัสจะหาทางกำจัดเขาแน่แอชรับคาเฮียร์เป็นคนซื่อ แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ เขาอยู่กับเรามานานขนาดนี้แล้วนี่นะ

นอกจากครั้งแรกที่เข้าไปเจรจาด้วยถึงค่าย หญิงสาวยังไปเยี่ยมคาเฮียร์ในที่คุมขังเชลยกิตติมศักดิ์อีกหลายครั้ง เช่นเดียวกับเจ้ามณฑลเบเรค ทีแรกอีกฝ่ายแลดูเกร็งราวกับจะถูกสอบปากคำล้วงความลับ ก่อนจะดูแปลกใจเมื่อราชินีและมังกรน้ำต่างทำเหมือนเขาเป็นอาคันตุกะที่มาพักร้อนตากอากาศ และพูดคุยเรื่องทั่วไปกับเขาราวกับไม่ใช่ศัตรูกัน ครั้งหลังๆ คาเฮียร์จึงได้มีท่าทางอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แม้เขาจะยังภักดีต่อราชาที่ทาราจนไม่ปริปากเรื่องกองทัพหรือยุทธการใดๆ ของอีกฝ่ายก็ตาม

ทว่าการล้วงความลับไม่ใช่สิ่งที่ฝ่ายของพวกเขาต้องการ โดยเฉพาะเมื่อมีความสามารถในการอ่านใจของอาเมียร์อยู่แล้ว แต่เป็นการทำให้เห็นว่าพวกของตนต่างหากที่เป็นราชินีตัวจริง

แอชหวังว่าอีกไม่นานคาเฮียร์จะเชื่อพวกเธอ แต่เวลานี้พวกเขากลับต้องคืนเชลยไปเสียก่อน...โดยไม่แน่ใจว่านายเหนือของอีกฝ่ายจะทำอย่างไรกับคนเหล่านั้น

ทั้งหมดนี้เป็นไปตามแผนการของรูอาร์ค ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าคาเฮียร์กับทหารทั้งหมดจะไม่เป็นอันตราย และยังอาจทำให้พ่อของเขาคือแม่ทัพคาฮาลแปรพักตร์ได้หากรู้ความจริงว่าราชินีที่ทาราเหนือเป็นตัวปลอม

ด้านอาเมียร์เห็นด้วยว่าราชาแห่งทาราจะไม่ทำร้ายพวกคาเฮียร์อย่างเปิดเผย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าลับหลังแล้วจะมีการลงมือใดๆ และคาเฮียร์กับบิดาจะเชื่อหรือไม่ว่าราชินีตัวจริงอยู่กับฝ่ายยาร์ลาธ ถึงอย่างนั้น...พวกเขาก็ทำได้เพียงลองเสี่ยงและรอดูผลในยามนี้

ว่าไป คาเฮียร์เคยพบเคียราด้วยนี่นะ…ชายหนุ่มเปรยเมื่อนึกขึ้นได้ที่หน้าวิหารหลวง ในวันก่อนประลอง ตอนนั้นข้ากับท่านเฟย์ลิมกับรูอาร์คก็ไปพบพวกเขาพอดีเหมือนกัน

อือ เคียราก็เคยเล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟังหญิงสาวรับอย่างไม่แปลกใจนัก ก่อนจะเงียบไปเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ทำไมหรือ แอชอาเมียร์ถามเมื่อรู้สึกเหมือนท่าทีของเธอแปลกไป

ไม่มีอะไร แค่หวังว่าถ้าท่านคาฮาลรู้เรื่องเคียราแล้วจะไม่...ทำร้ายหรือลงโทษนางน่ะน้ำเสียงของแอชฟังดูกังวลถึงแม้ว่านางจะถูกบังคับให้สวมรอยเป็นราชินี ก็ยังถือเป็นความผิดฐานกบฏแผ่นดินใช่ไหมล่ะ

ชายหนุ่มเงียบไปอีกครู่หนึ่งก่อนจะตอบข้าคิดว่า...เขาน่าจะเป็นนักรบที่มีเกียรติพอที่จะไม่ทำร้ายผู้หญิงละนะ

แต่…ราชินีกล่าวค้างไว้แล้วก็เงียบไปครู่หนึ่งเหมือนลังเลเอาเถอะ ข้าคิดว่าบอกท่านไปก็คงไม่เป็นไร ท่านเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก็แล้วกัน

อืออาเมียร์พยักหน้ารับและรอฟังอย่างตั้งใจ

แอชสูดลมหายใจลึกแม่ของเคียรา...เคยเป็นภรรยาของท่านแม่ทัพคาฮาล และเป็นแม่ของคาเฮียร์ด้วย

หือ…ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้วยสายตาประหลาดใจ

พูดง่ายๆ คือ ท่านน้าคอนรอย...เป็นชู้กับภรรยาของแม่ทัพคาฮาล เคียราเลยกลายเป็นลูกนอกสมรสของทั้งสองคน และเป็นน้องสาวต่างพ่อของคาเฮียร์  แต่คาเฮียร์ไม่รู้เรื่องนี้

อา…อาเมียร์เข้าใจในทันทีแต่ข้าก็ยังคิดว่าขุนนางอาวุโสอย่างแม่ทัพคาฮาลไม่น่าจะนำเรื่องส่วนตัวอย่างนี้มาทำร้ายเคียราหรอก เขาย่อมแยกแยะออกว่าความถูกผิดเป็นอย่างไร

องค์ราชินีกลับถอนหายใจ และพูดต่อทั้งที่ยังแปรงขนม้าอยู่ข้าเคยคิดว่าดูลัสจะแยกแยะได้ และขุนนางผู้ใหญ่อย่างแฟคท์นาจะไม่มีวันทรยศเสด็จพ่อ บางที...ข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้ว อีกอย่างข้าก็กลัวแม่ทัพคาฮาลจะคิดว่าท่านน้าคอนรอยร่วมมือกับพวกแฟคท์นาในเรื่องจับเคียรามาสวมรอยเป็นราชินีตัวปลอมด้วย

ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเงียบไปบ้าง เขาอยากรับรองกับแอชว่าญาติร่วมสายเลือดของเธอย่อมไม่ทำเหมือนหักหลังเธอเช่นนั้น แต่กระทั่งเสด็จพ่อที่เขารักและเคารพก็ยังมีด้านมืดที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่เลยจนไม่นานมานี้เอง

แต่เจ้าเชื่อใจท่านคอนรอยไม่ใช่หรือสุดท้ายเขาก็ถามออกไป

หญิงสาวเงยขึ้นมองเขาด้วยรอยยิ้มเหนื่อยอ่อนในฐานะผู้สำเร็จราชการของข้า ท่านน้ามีโอกาสยึดอำนาจของราชวงศ์มานานหลายปี แต่เขาก็ไม่ทำอย่างนั้น ข้าคิดว่า...นั่นพิสูจน์ความจงรักภักดีของเขาเพียงพอแล้ว

ถ้าอย่างนั้น แม่ทัพคาฮาลก็น่าจะเห็นด้วยกับเจ้าใช่ไหมล่ะ รูอาร์คบอกว่าคาเฮียร์ถอดนิสัยพ่อมาไม่มีผิด ข้าคิดว่าเขาจะไม่คิดร้ายต่อเคียรา และถ้าเรื่องนี้จะถูกเปิดโปง เขาน่าจะพิสูจน์ให้ละเอียดก่อนว่าท่านคอนรอยกับเคียราเห็นด้วยหรือถูกบังคับกันแน่อาเมียร์รับรองต่อราชินี

แอชทำเพียงพยักหน้ารับในครั้งนี้ ราวกับจะทิ้งถ้อยคำที่ทั้งสองต่างรู้กันดีไว้ในความเงียบ

ใช่แล้ว เวลานี้พวกเขาทำได้เพียงรอคอยเท่านั้น


 

ดูลัสมองชายที่คุกเข่าถวายบังคมอยู่เบื้องหน้าตนด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะบอกให้เขาลุกขึ้นได้

ผู้กองคาเฮียร์เองก็มีสีหน้าที่ไม่บอกความรู้สึกใด เขาเพียงแต่นิ่งเงียบเหมือนจะรอให้อีกฝ่ายเป็นผู้ถามขึ้นมาก่อน

และนั่นเองคือสิ่งที่องค์ราชาทำ ถามว่าเหตุใดป้อมจึงถูกยึดไปได้ และฝ่ายศัตรูปฏิบัติต่อเขาอย่างไรบ้างในฐานะเชลยศึก

ดูลัสได้ความว่าอาเมียร์กับพ่อของมันพาเจ้าหญิงแอชลีนน์เข้าไปพบคาเฮียร์ได้อย่างง่ายดายราวกับใช้เวทมนตร์ และจับกุมเขาได้ง่ายดายเช่นกัน แต่พวกยาร์ลาธดูแลเขาอย่างดีโดยไม่ได้ขู่เข็ญทรมานรีดเค้นข้อมูลแต่อย่างใด

ราชาหนุ่มเข้าใจจุดประสงค์ของอีกฝ่ายในทันทีว่าต้องการทำให้คาเฮียร์รู้และเชื่อความจริง...เรื่องที่ฝ่ายทาราปฏิเสธไม่ได้ และผู้กองหนุ่มก็ย่อมเป็นตัวกลางที่จะนำไปสู่แม่ทัพใหญ่ของอาณาจักร แม่ทัพคาฮาล

ดูลัสไม่รู้ว่าหากเป็นบิดาของตนจะจัดการกับชายตรงหน้าเช่นไร แต่ก็เดาว่าคงจะรีบกำจัดเสียไม่ให้เป็นภัย เช่นเดียวกับที่ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าเรเวนที่มีส่วนร่วมในการปลงพระชนม์กระมัง

ทว่าเขาจะต้องฆ่าคาเฮียร์เพื่อรักษาความลับหรือไม่...นั่นเป็นเรื่องที่องค์ราชาไม่อยากคิด แน่นอนว่าเขาไม่อยากเป็นศัตรูกับแม่ทัพคาฮาล แต่ยิ่งคนระแคะระคายเรื่องที่ราชินีฝ่ายทาราเหนือไม่ใช่แอชลีนน์ตัวจริงมากเท่าไรก็ย่อมเป็นผลเสียต่อพวกเขาเช่นกัน

แล้ว...เจ้าคิดอย่างไรกับเรื่องที่พวกนั้นพูดกันสุดท้ายดูลัสจึงตัดสินใจถาม

คาเฮียร์เงียบไปครู่หนึ่ง ท่าทางของเขาเหมือนคาดหมายได้ว่าจะพบคำถามนั้น แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร

กระหม่อมถวายสัตย์สาบานให้ฝ่าบาทกับราชินีที่ทาราแล้ว ย่อมจงรักภักดีต่อพระองค์พ่ะย่ะค่ะสุดท้ายผู้กองหนุ่มก็ให้คำตอบ

องค์ราชามองเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ แต่ก็ตอบเพียงสั้นๆ ว่าขอบใจ และบอกให้เขากลับไปพักผ่อนได้

ไม่มีเหตุผลที่จะรั้งคาเฮียร์ไว้ไม่ให้กลับบ้านไปพบบิดาของตน แต่จากนี้ดูลัสย่อมต้องจับตามองทั้งสองคน รวมถึงทหารที่เกี่ยวข้องกับแม่ทัพคาฮาลและบุตรชายอย่างระแวดระวังไว้ก่อน

 


ฝ่าบาทตรัสถามเช่นนั้นรึแม่ทัพคาฮาลถามลูกชายคนเดียวเมื่อเขาได้รับอนุญาตให้กลับมาที่บ้าน และได้มานั่งดื่มชาด้วยกันหลังจากที่อีกฝ่ายได้พักผ่อนตามสมควร

ขอรับ

ชายวัยกลางคนลูบคางอย่างครุ่นคิด แน่นอนว่าเขาย่อมได้ยินข่าวลือเรื่องราชินีแอชลีนน์ตัวจริงและตัวปลอมมาตั้งแต่ก่อนพิธีราชาภิเษก แต่เพิ่งได้รู้จากปากของลูกชายเมื่อครู่นี้เองว่าตัวตนของราชินีตัวปลอมอาจใกล้ตัวกว่าที่คิด

ก็เป็นไปได้สูงที่ผู้สำเร็จราชการที่เคยหักหลังเขาโดยไม่คาดฝันที่สุดจะให้ลูกนอกสมรสของตนซึ่งเป็นนางกำนัลใกล้ชิดเจ้าหญิงปลอมแปลงเป็นพระองค์แทนเจ้าหญิงที่หายไป แต่พระคู่หมั้นดูลัสผู้ขึ้นครองบัลลังก์แล้วก็มีส่วนร่วมในแผนการนี้ด้วยหรือ

เป็นไปได้ยากที่อดีตราชองครักษ์ของเจ้าหญิงตัวจริงจะมองไม่ออกว่าราชินีแอชลีนน์ที่นี่เป็นตัวปลอม...คาฮาลเชื่อเช่นนั้น เจ้าหญิงแอชลีนน์พระองค์จริงทรงมีกิตติศัพท์ด้านความแก่นแก้วหัวแข็ง หากคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกแล้วก็จะไม่ยอมอ่อนข้อให้คนอื่นเด็ดขาด ก่อนนี้เขาได้ยินว่าพระองค์ทรงยืนกรานจะศึกษาวิชาการปกครองและการขี่ม้าถึงในวัง ทั้งยังพยายามจะมีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมือง...แต่หลังจากเสกสมรสไปแล้ว ราชินีแอชลีนน์กลับปิดพระองค์เงียบอย่างแปลกประหลาด น่าสงสัยแม้จะมีการประกาศว่าพระองค์ทรงพระประชวรต่อเนื่องมานานก็ตาม

แล้วหากราชินีที่ทาราใต้เป็นตัวจริงแทนล่ะแม่ทัพตั้งคำถาม

คาเฮียร์ขมวดคิ้วท่านพ่อคิดเช่นนั้นหรือขอรับ

ว่ากันด้วยอุปนิสัย ราชินีที่ยาร์ลาธดูสมกับเป็นเจ้าหญิงแอชลีนน์พระองค์จริงมากกว่าไม่ใช่หรือคาฮาลตอบราบเรียบได้ยินว่าพระองค์ทรงหัวดื้อ แต่ก็ทรงมุ่งมั่นที่จะปกครองธีร์ดีเรในฐานะราชินีโดยแท้จริง จู่ๆ หลังจากอภิเษกสมรสก็กลับเปลี่ยนเป็นคนละคน ไม่มีส่วนร่วมในการว่าราชการอย่างที่ทรงเคยเรียกร้อง เจ้าไม่รู้สึกว่าแปลกไปบ้างหรือ

ชายหนุ่มตรงหน้าเขาขมวดคิ้วตอบเหมือนกำลังคิดหนัก

แม่ทัพอยากบอกเขาได้ว่าคนอย่างมหาอำมาตย์คอนรอย แดฟนิค เคยกระทำเรื่องเสื่อมเสียอย่างไม่น่าเชื่อมาก่อนนี้แล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่ปริปากในเรื่องนั้น คาเฮียร์ไม่ควรต้องมารับรู้ความผิดบาปน่าอดสูของแม่ของตน

แล้วหากราชินีที่นี่เป็นตัวปลอม...ท่านพ่อจะทำอย่างไรขอรับลูกชายของเขากลับถามขึ้นมาแทน

คาฮาลสบตากับอีกฝ่ายด้วยสายตาเคร่งเครียดเราสาบานที่จะจงรักภักดีกับราชวงศ์อลาชตาร์ เจ้าหญิงแอชลีนน์ตัวจริงคือสายพระโลหิตพระองค์เดียวที่มีอยู่ในตอนนี้ ถ้ายืนยันได้ชัดเจนว่าราชินีที่ยาร์ลาธคือตัวจริง เราต้องไปสวามิภักดิ์กับพระนาง

แต่...เราจะออกจากทาราไปได้หรือขอรับชายหนุ่มถามเหมือนกังวล

ก็ให้เป็นเรื่องของตอนนั้นชายวัยกลางคนตอบพลางหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด

เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกทดสอบ ฝ่ายยาร์ลาธเสี่ยงใช้คาเฮียร์และเหล่าทหารที่อยู่ในความดูแลของเขามาเพื่อส่งสารเกี่ยวกับราชินีพระองค์จริง และเขาก็เริ่มคลางแคลงในตัวราชินีที่ปิดพระองค์เงียบอยู่ในพระราชวังมากขึ้นเรื่อยๆ

คอนรอยกับแฟคท์นามีเหตุผลใดกันที่หาญกล้านำลูกนอกสมรสของชีลามานั่งบัลลังก์แทนเจ้าหญิงแอชลีนน์พระองค์จริง นั่นคือเรื่องที่แม่ทัพใหญ่ไม่อาจเข้าใจ

เขาสันนิษฐานได้เพียงคนเหล่านั้นคิดจะยึดอำนาจจากราชวงศ์ เท่ากับเพียงพอแล้วที่จะเรียกได้ว่ากบฏแผ่นดิน

หากเทียบกับยาร์ลาธ…

เจ้าคิดว่าราชินีแอชลีนน์ที่นั่นดูเป็นอย่างไรล่ะ คาเฮียร์คาฮาลตั้งคำถาม

 บุตรชายของเขาเงียบไปครู่หนึ่งกล้าหาญ ช่างเจรจาผิดสตรี แต่ทุกครั้งที่มาหาข้าก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเหมือนจะบังคับให้ข้าเชื่อให้ได้ว่านางคือราชินีตัวจริง โดยมากก็ถามแค่เรื่องทั่วๆ ไปอย่างสุขภาพหรือความเป็นอยู่ที่ทารา และบอกว่าเวลานี้สถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไร แต่ก่อนหน้านี้ ข้าก็ไม่เคยมีโอกาสพบเจ้าหญิงแอชลีนน์พระองค์จริงอย่างใกล้ชิดพอจะเดาได้ว่าใช่นางหรือไม่ขอรับ

แต่ก็มีโอกาสเป็นพระองค์อยู่มากใช่ไหมล่ะชายวัยกลางคนตอบมากกว่าราชินีที่นี่ซึ่งอาจเป็นนางกำนัลเคียรา แม้เวลานี้เรายังไม่มีหนทางพิสูจน์ก็ตาม

หมายความว่า จากนี้เราคงทำได้เพียงรอดูสินะขอรับคาเฮียร์รับคำ

คาฮาลพยักหน้ารอดู โดยเฉพาะเจ้าต้องรักษาตัวให้ดี พ่อไม่รู้ว่าพวกในวังจะระแวงเจ้ากับคนอื่นๆ ในกองหรือไม่ และจะทำอย่างไรต่อไป แต่ก็หวังว่าพวกนั้นจะเกรงใจพ่อพอที่จะไม่ทำอะไรออกนอกหน้าในตอนนี้

ขอรับชายหนุ่มตอบเพียงเท่านั้น

แม่ทัพใหญ่ยังคงครุ่นคิด เวลานี้เรื่องการเมืองมีแต่จะยุ่งยากซับซ้อนใกล้กลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ...แม้ว่าฝ่ายที่มีเจ้าหญิงตัวจริงจะมีได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น

และเขาก็หวังว่าตนจะเลือกฝ่ายได้ถูกต้อง ตามคำสัตย์ปฏิญานที่ได้ให้ไว้นับแต่เริ่มเป็นนักรบผู้ปกป้องธีร์ดีเร

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #110 Jeany (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 03:45

    ในที่สุดก็อ่านทันตอนล่าสุด เขียนสนุกมากเลยค่ะ เราชอบลักษณะของหลายๆตัวละครในเรื่องนี้มากเลย


    อย่างดูลัส เราว่าเขาก็มีมุมน่าสงสารในฐานะลูกที่ถูกเลี้ยงมาเหมือนเป็นตัวแทนและอาวุธของพ่อ แม้กระทั่งชื่อก็เป็นชื่อของพี่มาก่อน หลายตอนเราก็คิดนะคะ ว่าแฟคท์นาเรียกลูกชายคนที่สามโดยมองหาลูกชายคนแรกอยู่รึเปล่า มันคงมีส่วนที่ทำให้ดูลัสเป็นแบบนี้ เรามองว่าเขาไม่รู้วิธีรักคนอื่น เขาวิเคราะห์คนที่เข้ามาเสมอ เขาไม่เคยให้หัวใจใคร ไม่รู้จักเชื่อคนอื่น ถึงได้ทำให้แอชลีนน์หนีไป


    เคียรานี่น่าจะเป็นภรรยาที่ตรงตามความต้องการของดูลัสอยู่นะคะ เงียบๆ เรียบร้อย จัดการเรื่องหลังบ้านได้ดี แต่อย่างว่าคนไม่รักก็ไม่รักอยู่นั่นเอง หลังๆเคียราได้เรียนรู้หลายอย่างนอกกรอบของตัวเอง เราหวังว่าเธอจะเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องเป็นอย่างแอชหรอก แต่เลือกทางของตัวเองและมีความสุขกับทางนั้นนะ


    ฟีอาคราเราก็ชอบค่ะ เป็นคนที่ฝ่ายไหนก็คงอยากได้ ไม่ใช่แค่ฝีมือ แต่ความคิดและความซื่อสัตย์ของเขาน่าชื่นชม เสียดายที่อยู่คนละฝั่งกับท่านซิอ์บุลเลยค่ะ เราชอบพาร์ทเรื่องครอบครัวของฟีอาคราด้วย มันเติมเต็มตัวละครนี้แล้วทำให้เรารู้สึกว่าเขาก็มีมุมคนธรรมดาเหมือนกัน


    พิมพ์มาชักยาว จริงๆยังชอบอีกหลายอย่างเลยค่ะ รวมทั้งพัฒนาการของพระเอกกับนางเอกด้วย แต่เดี๋ยวจะยาวไปกว่านี้ ขอบคุณที่เขียนเรื่องสนุกๆแบบนี้ออกมานะคะ เป็นกำลังใจให้ แล้วเราก็จะรอติดตามอ่านตอนต่อๆไปและเรื่องอื่นๆด้วยค่ะ :)

    #110
    2
    • #110-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 87)
      17 ธันวาคม 2561 / 22:25
      อย่างแรกเลยต้องขอบคุณที่คอมเมนต์มานะคะ (ยาวๆ นี่ไรท์ปลื้มปริ่มค่ะ มีประเด็นอะไรอยากคุยก็คุยมาได้น้า TwT) และอย่างที่สองต้องขอโทษที่ใช้เวลานานมากๆ กว่าจะได้มาตอบนะคะ

      เรื่องของดูลัสกับพ่อนี่เป็นไปตามที่คุณ Jeany ว่าเลยค่ะ ดูลัสหมายเลข 2 เหมือนเป็นตัวแทนของลูกชายคนโตจริงๆ และนั่นก็ส่งผลต่อการเลี้ยงดูกับการเติบโตของดูลัสด้วย เอาจริงไรท์ก็ว่าเขาเป็นคนที่น่าสงสารมากๆ คนนึงค่ะ

      ส่วนฟีอาครานี่เป็นความชอบส่วนตัวของไรท์ค่ะ (ว่าไปก็ดูเหมือนลำเอียง 5555) คือชอบตัวละครแนวยอดฝีมือเงียบๆ แบบนี้อยู่แล้ว อีกส่วนก็สร้างฟีอาครามาให้เป็นคู่ตรงข้ามกับซิอ์บุลด้วยค่ะ ก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

      ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ทางนี้จะพยายามเขียนต่อให้ได้เร็วๆ นะคะ
      #110-1
    • #110-2 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 87)
      17 ธันวาคม 2561 / 22:25
      อย่างแรกเลยต้องขอบคุณที่คอมเมนต์มานะคะ (ยาวๆ นี่ไรท์ปลื้มปริ่มค่ะ มีประเด็นอะไรอยากคุยก็คุยมาได้น้า TwT) และอย่างที่สองต้องขอโทษที่ใช้เวลานานมากๆ กว่าจะได้มาตอบนะคะ

      เรื่องของดูลัสกับพ่อนี่เป็นไปตามที่คุณ Jeany ว่าเลยค่ะ ดูลัสหมายเลข 2 เหมือนเป็นตัวแทนของลูกชายคนโตจริงๆ และนั่นก็ส่งผลต่อการเลี้ยงดูกับการเติบโตของดูลัสด้วย เอาจริงไรท์ก็ว่าเขาเป็นคนที่น่าสงสารมากๆ คนนึงค่ะ

      ส่วนฟีอาครานี่เป็นความชอบส่วนตัวของไรท์ค่ะ (ว่าไปก็ดูเหมือนลำเอียง 5555) คือชอบตัวละครแนวยอดฝีมือเงียบๆ แบบนี้อยู่แล้ว อีกส่วนก็สร้างฟีอาครามาให้เป็นคู่ตรงข้ามกับซิอ์บุลด้วยค่ะ ก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

      ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ทางนี้จะพยายามเขียนต่อให้ได้เร็วๆ นะคะ
      #110-2