The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,809 Views

  • 125 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    93

    Overall
    5,809

ตอนที่ 81 : 19 - ผู้แทรกแซง 'ข้าอยากแต่งงานกับท่านได้ในยามนี้เลย อาเมียร์'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 ธ.ค. 60

บทที่ ๑๙

ผู้แทรกแซง

 

ข้าต้องเป็นคนทำพิธีบวงสรวง...อย่างนั้นหรือเจ้าคะเคียราเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ หลังจากที่ได้ยินบิดาของตนบอกเป็นการส่วนตัวในห้องหนังสือ

ใช่ แทนที่เจ้าหญิงแอชลีนน์

อีกแล้วหรือสิ่งที่เธอจำเป็นต้องทำแทนเจ้าหญิงมีอีกเท่าไรกัน และเมื่อไรจะพอเสียที

หญิงสาวก้มลงมองชุดน้ำชาเบื้องหน้าตนอย่างเหนื่อยอ่อน เธอช่างไร้พลังที่จะห้ามทุกสิ่งเหลือเกิน

ไหวใช่ไหม เคียราท่านพ่อเอ่ยถามแผ่วเบา

มีทางที่เธอจะไม่ไหวได้หรือ...ราชินีตัวปลอมพยักหน้าแม้จะไม่ตอบด้วยวาจา แม้จะอยากถามว่าเธอยังทำสิ่งใดมากไปกว่านี้ได้อีก

แล้วดูลัส…” ท่านพ่อทิ้งช่วงไปเหมือนไม่แน่ใจว่าจะพูดดีหรือไม่ไม่ได้ล่วงเกินลูกใช่ไหม

เคียราส่ายหน้าเขารักเจ้าหญิงและ...เป็นสุภาพบุรุษพอ เขาไม่ทำเช่นนั้นกับข้าหรอกเจ้าค่ะ

อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบเช่นนั้นก็ดี จะได้ไม่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น วันนี้ในการว่าราชการท่านแฟคท์นาพูดถึงเรื่องทายาท...

หญิงสาวเม้มปากทั้งใบหน้าผ่าวร้อน

ไม่หรอก ท่านดูลัสไม่มีวันแตะต้องเธอด้วยเหตุนี้แน่นอน

ไม่มีทางเจ้าค่ะ ท่านดูลัสซื่อสัตย์ต่อเจ้าหญิงเสมอ และจะไม่ใช้วิธีหลอกลวงเช่นนี้แน่เคียราแย้งหนักแน่น

ส่วนเธอ...หากถูกจับได้ว่าเป็นราชินีตัวปลอม ก็คงจะสารภาพว่าหลอกลวงทุกคนเพียงลำพังตั้งแต่ดื่มยานอนหลับแทนเจ้าหญิงแอชลีนน์และยินยอมรับโทษสูงสุด ซึ่งคงจะไม่พ้นโทษประหาร

แต่หากไม่ถูกประหาร ที่ไปของเธอก็คงจะมีเพียงอารามสักแห่งที่หญิงสาวจะใช้ชีวิตโดดเดี่ยวได้อย่างสงบเท่านั้นเอง

...เพื่อไม่ให้ระคายสายตาของใครต่อใคร โดยเฉพาะท่านดูลัสกับองค์หญิงแอชลีนน์

แต่แผ่นดินที่มีรอยร้าวไปแล้วจะกลับสมานกันอีกได้หรือ เจ้าหญิงไม่ต้องการแต่งงานกับท่านดูลัส และหากท่านดูลัสบังคับขืนใจพระองค์ให้กลับมาหรือเสกสมรสด้วยอย่างใดอีก เคียราคงไม่อาจยอมรับได้เช่นกัน

หากลูกไม่ได้กล่าวเช่นนี้เพื่อปกป้องเขา...ก็ดีบิดาของเธอตอบหากเขาทำสิ่งใดให้ลูกร้อนใจ ขอให้บอกพ่อทันทีเถอะนะ

เจ้าค่ะ ขอบคุณมากเจ้าค่ะเคียราตอบและเงยหน้าขึ้นมองชายวัยกลางคนด้วยรอยยิ้ม ทว่าสองมือของเธอกลับประสานกันและบีบแน่นอยู่ใต้โต๊ะ

หญิงสาวนึกถึงแม่ แม่ที่ไม่เคยบอกพ่อเลยว่ามีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นในชีวิตของทั้งสอง...ตราบจนวันที่ท่านทิ้งชีวิตของตนเองไปเสียในห้วงน้ำ

และเธอก็คงจะไม่บอกสิ่งใดกับผู้เป็นบิดาเช่นกัน

ราชินีจอมปลอมมีหน้าที่อยู่ที่นี่ เพื่อให้เจ้าหญิงแอชลีนน์...ไม่สิ ราชินีแอชลีนน์ตัวจริงทรงกระทำสิ่งที่ต้องทำในแผ่นดินของพระองค์ได้อย่างวางพระทัย

 

การเดินทางกับเด็กเล็กทำให้รูอาร์คไปได้ช้ากว่าที่คิด

เมื่อตกเย็น เขาตัดสินใจเข้าพักในทิฟลีแทนที่จะเดินทางต่อหรือพักนอกเมือง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลังออกห่างจากกลาสเดลได้สักพัก เด็กชายก็เริ่มร้องไห้โยเยหาตากับยายขึ้นมาจนชายหนุ่มต้องพักปลอบโยนและหาเรื่องล่อความสนใจเป็นระยะๆ กระทั่งเข้ามาในเมืองแทน

เมื่อเขาบอกนักรบเรเวนที่หน้าประตูเมืองว่าตนเป็นพ่อม่ายเมียตายเดินทางมากับลูกเล็กเพียงลำพัง ก็ดูเหมือนพวกเขาจะพยักหน้าให้เข้ามาในเมืองอย่างเห็นใจ และการหาห้องพักในโรงแรมก็ไม่ได้ยากนักในสภาพที่เมืองหลวงของมณฑลเกือบถูกปิดล้อมเช่นนี้

เวลานี้ตกค่ำแล้ว ก็อธฟรีด์นอนหลับสนิท ส่วนชายหนุ่มนึกทบทวนเส้นทางและเตรียมใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่พระมหาเถระให้มาแตะที่หน้าประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันอาณาเขตในการเดินทาง เผื่อว่าพวกมนตร์มืดยังคิดจะราวีเขาอยู่

แต่แล้ว รูอาร์คก็ได้ยินเสียงเคาะเป็นรหัสบนหน้าต่าง

รหัสสื่อสารของอาเมียร์

เขาลุกจากเก้าอี้และเดินไปเปิดหน้าต่างไม้ระแนง ทันใดนั้นสัตว์มีปีกตัวสีดำก็บินผ่านสายตาเข้ามา

ทีแรกชายหนุ่มคิดว่านั่นเป็นค้างคาว แต่เมื่อมองให้ชัดเจนจึงเห็นว่ามันมีรูปร่างคล้ายนกสีดำที่มีขนไหวพร่าเหมือนกับหมอกควัน

เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เรียบร้อยดีไหมเสียงพูดของอาเมียร์ดังมาจากนกตัวนั้น

รูอาร์คยักไหล่และนั่งลงบนเตียงอย่างไม่แปลกใจนักกับวิธีสื่อสารของอีกฝ่าย

ถ้าเรื่องงานก็เรียบร้อยดี ข้าเจอพวกท่านหมอซานาแล้ว พวกเขากำลังอ้อมเข้าไปทางซาเกรดา โซล มีตัวแถมเป็นขุนนางกองคลังที่รู้ที่ตั้งยุ้งฉางเก็บเสบียงลับของชอร์ซาอีกคน ชื่อเบอร์นาร์ด ฟาร์ควาร์ ส่วนข้าวันนี้เพิ่งไปรับก็อธฟรีด์มาด้วยชายผมแดงรายงานข้าคงตามหลังพวกเขาไปสองสามวัน แต่ไม่น่ามีปัญหาอะไร

แสดงว่าพวกเรเวนไม่ระแคะระคายสินะ?”

คิดว่าไม่ พวกแฟคท์นาก็ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องของเกลมาแต่แรกนี่นารูอาร์คตอบ

ใช่ แต่ถึงอย่างไร กลับยาร์ลาธโดยเร็วที่สุดน่าจะดีกว่า ข้าคิดว่าซาเกรดา โซล คงจะไม่ปล่อยให้มีการเดินทางข้ามแดนสลับไปมาอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แน่

อืม...แต่พระมหาเถระลูเธียนก็ยังอยู่กับเรา แถมเป็นผู้เจิมน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้ราชินีองค์ใหม่ด้วย ถึงอย่างไรเขาก็มีความสำคัญน่าเชื่อถือมากกว่าพระเถระมาดายที่ปิดตัวเงียบอยู่ น่าจะทำให้ซาเกรดา โซลถือข้างเรามากกว่าด้วยหรือเปล่า

ก็ใช่ แต่การเมืองควรแยกจากศาสนจักร และท่านลูเธียนก็บอกพวกเราเองว่า ท่านเองก็มีศัตรูจ้องฉวยโอกาสเล่นงานชิงอำนาจอยู่ในนั้นเช่นกัน

ชายหนุ่มกลอกตาเอาเหอะ ก็เรื่องธรรมดาโลก ถึงแม้ว่านักบวชน่าจะมีเมตตาธรรมปล่อยวางเรื่องแบบนี้ได้แล้วก็เถอะ

ใช่ และกับซาเกรดา โซล ข้ายังห่วงอีกเรื่องเสียงที่มาจากกาดำฟังดูกังวลซาเกรดา โซล ส่งสารมา ผูกมิตรและ...เสนอความช่วยเหลือด้านเสบียงและกองทัพให้เรา

หือรูอาร์คขมวดคิ้วทันควันแล้วแลกกับอะไรล่ะ

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเทวณาจักรของเทพผู้สร้าง เหล่าผู้ปกครองก็ยังเป็นมนุษย์ที่มีปรารถนาของตนเองอยู่ดี ชายหนุ่มจึงไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายเสนอค่าตอบแทน และรอฟังว่าสิ่งที่ตนเดาไว้จะถูกต้องหรือไม่

ให้แอชแต่งงานกับโอรสองค์รองของกษัตริย์หลังสงครามสิ้นสุดอาเมียร์ตอบเสียงเรียบ

ชายผมแดงผิวปากข้าเดาไว้ไม่ผิด แต่เรื่องแบบนี้เจ้าไม่ยอมอยู่แล้วสินะ

แอชไม่มีวันยอมรับหรอก นางไม่ได้หนีการแต่งงานการเมืองกับดูลัสมาแต่งงานการเมืองกับคนอื่นนี่ผู้ส่งสารรับแต่แอชยังไม่รู้เรื่องนี้ ข้าว่าจะค่อยๆ บอกนางแล้วร่างสารตอบปฏิเสธไปแบบไม่ให้เสียน้ำใจกัน เจ้าเองก็พาก็อธฟรีด์กลับมาดีๆ ไม่ต้องรีบร้อนล่ะ

อือ ข้ารู้แล้ว ถึงอย่างไรก็รีบไม่ได้อยู่ดี เพราะยังต้องทำความรู้จักกับเด็กก่อน ส่วนทางเจ้ามีอะไรจะฝากข้าทำอีกหรือฝากข้าซื้อของฝากอะไรก็บอกล่ะ

กาดำหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยทิ้งท้ายระวังตัวด้วยล่ะ

ว่าแล้วมันจึงสยายปีกบินออกไปในฟ้าราตรี ปล่อยให้รูอาร์คปิดประตูลงและกลับไปเตรียมตัวเข้านอนเช่นเดิม

 

ในยามค่ำ เรื่องที่เพิ่งได้รู้จากอาเมียร์เป็นการส่วนตัวทางกระแสจิตทำให้แอชลีนน์กังวลขึ้นไปอีก

ซาเกรดา โซล ไม่ได้หวังดีต่อพวกเธออย่างที่อ้างเลยสักนิด แม้จะเสนอความช่วยเหลือต่างๆ ในสิ่งที่ยาร์ลาธขาดมาก็ตาม

และการตอบรับสารของพวกเขาก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากตกลงก็เท่ากับเธอต้องกลายเป็นพระคู่หมั้นของเจ้าชายแห่งซาเกรดา โซล แต่หากปฏิเสธก็ไม่รู้ว่าเทวณาจักรจะตัดขาดการติดต่อและปิดด่านข้ามแดนใส่พวกเธอ หรือที่ร้ายแรงสุดคือ ให้ความร่วมมือกับราชาดูลัสทึ่ทาราเสียเลย

ถ้าปฏิเสธไปได้ตรงๆ คงดีสิ...ราชินีนึกอยู่ในใจ ไม่อยากแต่งก็คือไม่อยากแต่ง ไม่ต้องหาเหตุผลอย่างอื่น

เราบอกได้ว่า สงครามน่าจะยืดเยื้อ กว่าจะสิ้นสุด เจ้าชายควรเสกสมรสกับเจ้าหญิงราชนิกูลองค์อื่นที่เหมาะสมไปเสียก่อน ที่ปรึกษาหนุ่มเสนอ

หญิงสาวกลับถอนหายใจก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ข้าอยากแต่งงานกับท่านได้ในยามนี้เลย อาเมียร์

แม้ไม่ได้ยินเสียงใดตอบกลับมา เธอกลับรู้สึกเหมือนกับชายหนุ่มกำลังส่ายหน้าน้อยๆ และยิ้มเจื่อน

แอชลีนน์ทำหน้าง้ำ ข้ารู้หรอกว่าเป็นไปไม่ได้

จะไม่มีใครเห็นด้วยเป็นแน่ รวมถึงท่านเบเรค เวลานี้ เธอต้องเป็นราชินีพระองค์เดียวเพื่อไม่ให้ประชาชนคลางแคลงว่าเธอเป็นเพียงหุ่นเชิดของคนต่างชาติ...อย่างน้อยก็จนกว่าสงครามจะสิ้นสุดลง

และก็อาจจะเนิ่นนานไปกว่านั้นอีก หากจะให้อาเมียร์ได้รับการยอมรับในหมู่ขุนนางของธีร์ดีเร

ไม่แน่ว่ากว่าจะได้แต่งงานกัน ข้าอาจจะแก่เกินมีลูกแล้วก็ได้ หญิงสาวบอกทีเล่นทีจริง

ข้าไม่ปล่อยให้เจ้ารอนานขนาดนั้นหรอก ชายหนุ่มตอบ

แอชลีนน์แหงนมองเพดานอย่างเลื่อนลอย บางทีเธออดคิดไม่ได้ว่าหากทั้งสองใช้เวลาอยู่ด้วยกันได้มากกว่านี้จะดีเพียงไร

อย่างน้อย...เธอก็อยากมีความทรงจำที่มีค่าร่วมกับเขา หากว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

อาเมียร์ สุดท้ายหญิงสาวก็ตัดสินใจเรียก ข้าอยากเป็นของท่าน

อีกฝ่ายเงียบไปครู่ใหญ่ ข้ารู้ ข้าก็อยากใกล้ชิดเจ้า แต่นี่ไม่ใช่เวลา

ราชินียิ้มเจื่อน เธอนึกแล้วว่าเขาต้องตอบเช่นนี้

ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้เราต่างคนก็มีงานที่ต้องทำ ท่านเบเรคคงจะเรียกเราไปประชุมเรื่องสารจากซาเกรดา โซลแน่ๆ แอชลีนน์ตัดบทพลางลูบสร้อยผลึกที่รัดพันด้วยเส้นผมของชายหนุ่ม ราตรีสวัสดิ์นะ อาเมียร์...ไม่สิ ทัมมุซ

ชายหนุ่มเหมือนจะนิ่งไปอีกสักพัก นานแล้วที่ไม่มีใครเรียกข้าอย่างนี้

แล้ว...ไม่ชอบหรือ

ไม่...ก็แค่...รู้สึกแปลกๆ แต่ข้าก็เป็นทัมมุซมาก่อนอาเมียร์ละนะ

ถ้าอย่างนั้น...ราชินีเสนอ เวลาเราอยู่ด้วยกันสองคน ข้าขอเรียกท่านว่าทัมมุซนะ

ได้สิ อาเมียร์ตอบ ราตรีสวัสดิ์นะ...แอช

อื้อ ราตรีสวัสดิ์นะ...ทัมมุซของข้า หญิงสาวบอกราตรีสวัสดิ์กับเขาอีกครั้ง ก่อนจะเข้านอนไปในคืนนั้น

 

ซานาตื่นจากฝันร้ายแปลกประหลาด

เธอเคยชินกับซากศพมากมายซึ่งล้วนไม่น่ามอง แต่ในฝันนั้น เหล่าร่างไร้วิญญาณอาบเลือดที่กองระเกะระกะอยู่ตรงหน้าก็ยังดูน่าหวาดหวั่นและคุกคามจนเกินไป

หญิงสาวไม่รู้ว่าความฝันนั้นมาได้เช่นไร ตอนเกิดเหตุสังหารหมู่ เธอยังเด็กเกินกว่าจะจำอะไรได้ และเกลผู้อายุมากกว่าก็ไม่สามารถที่จะพูดเล่าสิ่งใดให้เธอฟัง อีกทั้งยังไม่อาจเขียนตัวหนังสือได้เลย

ไม่หรอก อาการของเกลไม่ใช่อุปสรรคอะไรหากพวกเขาตั้งใจจะสื่อสารกันจริงๆ แต่เหมือนเป็นความกลัวหรือความกริ่งเกรงบางอย่างต่างหากที่ทำให้พรานอัสลานเก็บความลับเงียบมาจนถึงตอนนี้

และซานาก็ใช่จะไม่เข้าใจ ในเมื่อผู้บงการลอบสังหารนั้นมีอำนาจมากล้นในอาณาจักรนี้เหลือเกิน อีกทั้งเขาคงไม่เห็นผลดีอะไรที่จะบอกว่าพ่อแม่พี่น้องของพวกตนต้องตายอย่างไรกันบ้างเช่นกัน

หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ เพื่อไล่สิ่งที่ไม่ควรนึกออกไป เธอขยับตัวเปลี่ยนท่านอนแล้วก็ถอนหายใจ คิดว่าจะต้องพยายามข่มตาหลับลงเพื่อให้รีบเดินทางได้ตั้งแต่รุ่งเช้า

แต่แล้ว...ซานากลับรู้สึกถึงมือของใครบางคนที่แตะลงบนไหล่

เธอลืมตาขึ้นพบกับแววตาคมกล้าของเกลผู้เป็นเจ้าของมือ ไม่ไกลออกไปนั้น โทมาซึ่งตื่นแล้วยกนิ้วขึ้นจ่อริมฝีปากเป็นเชิงบอกให้เงียบ

หญิงสาวขมวดคิ้ว เธอหันไปเห็นเบอร์นาร์ดจับด้ามดาบของตนไว้อย่างระแวดระวัง และเห็นแสงคบไฟไหวระริกอยู่นอกแนวเขตพักแรมของพวกเขา

ใครกัน พวกนักรบ...ของฝ่ายไหน...หรือ...โจรป่า

มีม้าอยู่ตรงนั้น!เสียงพูดดังมาจากอีกฝ่าย

ใคร นักเดินทางหรือ

เสียงถามนั้นไม่ได้ฟังดูไม่เป็นมิตร อย่างน้อยก็ไม่ได้ฟังเหมือนสัตว์ล่าเนื้อที่เพิ่งพบเหยื่ออันโอชะ หญิงสาวจึงพอวางใจที่จะตอบกลับไป

พวกเราเป็นหมอฝึกหัด ออกมาเก็บสมุนไพรเจ้าค่ะ

กลุ่มคนถือไต้เดินเข้ามาหาพวกเขา ชุดเกราะเบาที่สวมมีตราของศาสนจักรซาเกรดา โซล ซานาจึงได้ล้วงหยิบเข้าไปในกระเป๋าของตนและหยิบป้ายไม้ของท่านยายออกมาส่งให้อีกฝ่ายดู

ทุกครั้งที่อาจมีปัญหากับการผ่านด่าน หญิงสาวก็ได้ป้ายไม้ของอดีตหมอประจำอารามช่วยเหลือไว้ตลอด และเธอก็หวังว่าครั้งนี้คงจะเป็นเช่นเดียวกัน

นักรบคนที่ดูจะเป็นหัวหน้าขมวดคิ้วมองป้ายนั้นครู่ใหญ่ก่อนจะส่งคืนให้หมอฝึกหัดแล้วทำไมพวกท่านหมอไม่หาโรงแรมพักแรมเล่า

เรากำลังรอเก็บดอกสมุนไพรที่จะบานเมื่อต้องน้ำค้างเจ้าค่ะ ข้ากับพวกคนคุ้มกันจึงได้มานอนรอกันเช่นนี้หญิงสาวตอบไป

นักรบของซาเกรดา โซล พยักหน้ารับคำตอบนั้นเหมือนไม่ติดใจระวังตัวด้วยขอรับ สถานการณ์ระหว่างเรากับธีร์ดีเรไม่ดี แถมยังมีโจรชุกชุมขึ้นด้วย

ทราบแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณมากที่เป็นห่วงซานายิ้มตอบและค้อมศีรษะให้อีกฝ่ายอย่างโล่งอก

พวกนักรบพยักหน้าตอบแล้วจึงได้ผละจากไปอย่างเงียบๆ

หญิงสาวยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ชื้นเหงื่อเย็นเฉียบ ก่อนจะพูดเบาๆ กับคนร่วมทางเรารีบเก็บของไปกันเถอะ ข้ากลัวด่านจะปิดในไม่ช้านี้

ฮื่อโทมาทำเสียงรับ แต่ก็ยังมองเธอด้วยสายตากังวลเจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า หน้าดูซีดอยู่นะ

หมอฝึกหัดโบกมือเปล่า แค่ฝันไม่ดี...ไม่มีอะไรหรอก

เกลทำท่าเหมือนจะพูดอะไรออกมากับคำตอบนั้น แต่เขาก็ยังคงเงียบอยู่และหันไปผิวปากเรียกเจ้าหมาตัวใหญ่ของตนแทน

พวกเธอมาได้ครึ่งทางแล้ว อีกไม่นานก็ควรจะกลับเข้ายาร์ลาธได้ด้วยดี...

 

แต่งงานกับเจ้าชายของซาเกรดา โซล...น่ะหรือคะแอชลีนน์ทำเป็นเพิ่งรู้เรื่องที่อาเมียร์บอกเธอเมื่อคืน ขณะประชุมปรึกษาเรื่องต่างๆ กับเจ้ามณฑลยาร์ลาธ หัวหน้าหน่วยพิเศษ และขุนนางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

พ่ะย่ะค่ะ ทางนั้นเสนอว่าหากพระองค์ทรงยินดีเกี่ยวดองกัน ก็จะให้ความช่วยเหลือทางด้านเสบียงและกำลังทหารท่านเบเรคตอบ

องค์ราชินีวางสาส์นจากราชาแห่งซาเกรดา โซล ลงบนโต๊ะ แม้ในสาส์นนั้นจะเขียนไว้ว่าเทวณาจักรเชื่อตามการตัดสินใจชองพระมหาเถระลูเธียนว่าเธอคือราชินีที่แท้จริงและผู้สืบสายเลือดจากองค์สุริยเทพ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือข้อเสนออันมีเงื่อนไขใหญ่หลวงเกินไป

 “เราไม่ต้องการทั้งสองอย่าง แต่ต้องการวิธีปฏิเสธที่นุ่มนวลและเด็ดขาดที่สุด เราเชื่อว่าท่านเบเรคย่อมเสนอให้เราได้หญิงสาวเอ่ยหนักแน่นโดยไม่แม้แต่จะถามความเห็นของขุนนางใหญ่

ทุกคนต้องรับทราบว่าราชินีแอชลีนน์จะดำเนินสงครามตามกติกาของตน

นั่นขึ้นอยู่กับว่า…” เจ้ามณฑลเอ่ยช้าๆทรงยอมรับได้หรือไม่ว่า ซาเกรดา โซล อาจปิดด่านและปฏิเสธที่จะค้าขายหรือเจริญสัมพันธไมตรีกับเราพ่ะย่ะค่ะ

ข้อเสนอในสาส์นนี้บ่งบอกแล้วว่าพวกเขาไม่ใช่มิตรแท้นี่คะหญิงสาวแย้งหากเราจะครองราชย์ด้วยตนเอง จะรับเจ้าชายต่างชาติมาเป็นคู่ครองได้อย่างไร ไม่นับว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เราควรแต่งงานเลยสักนิด

แต่ฝ่าพระบาทไม่จำเป็นต้องเสกสมรสในเวลานี้นี่พ่ะย่ะค่ะรองเจ้ามณฑลการ์วอนพูดขึ้นมาเราเสนอให้พวกเขาส่งความช่วยเหลือมาก่อน แต่รอให้สิ้นสุดสงครามแล้วค่อยอภิเษกสมรสยังได้ หลังจากนั้น...อาจมีเหตุให้ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันก็ได้พ่ะย่ะค่ะ

แอชลีนน์ขมวดคิ้ว หญิงสาวรู้ว่าการ์วอนไม่ถูกกับท่านเบเรคแม้จะยังอยู่ในที่ประชุมของเธอ ดังนั้นเหตุผลที่เขาเสนอให้รับความช่วยเหลือจากซาเกรดา โซล ย่อมน่าสงสัย

ท่านหมายถึงเหตุอะไรกันราชินีถาม

ยังมีเหตุได้มากมายพ่ะย่ะค่ะการ์วอนรับกระหม่อมเพียงแต่...ไม่อยากให้เราสูญโอกาสในการได้พันธมิตรกับความช่วยเหลือไป ด้วยเสบียงและกำลังที่มี...ต่อให้หน่วยพิเศษที่ตั้งขึ้นมาใหม่จะมีฝีมือแค่ไหน เราก็ไม่มีทางสู้อุลทูร์กับทาราได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ

แต่เราไม่ต้องการแต่งงานกับ...ใครก็ตามในเวลานี้ และไม่ต้องการให้คำสัญญาลมๆ แล้งๆ กับอีกฝ่ายหญิงสาวขมวดคิ้วและที่สำคัญที่สุด...เราไม่ต้องการดึงอำนาจต่างชาติมาแทรกแซงเหตุภายในของธีร์ดีเร

รองเจ้ามณฑลกลับมองเธอด้วยสายตาเหมือนจะแฝงรอยเหยียดยิ้มในทีก่อนจะเอ่ยต่อแต่เรากลับมีที่ปรึกษาและกองกำลังของคนทรายแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ

ราชินีหันไปเห็นชายหนุ่มผู้ถูกอ้างถึงขมวดคิ้ว

พวกข้ากับท่านพ่อมีกำเนิดเป็นคนต่างชาติก็จริง แต่เวลานี้ก็ไม่ได้เป็นคนของอาณาจักรอื่น เราไม่คิดจะครอบงำธีร์ดีเรด้วยวิธีใดทั้งสิ้น

เช่นนั้นก็ดี หากเจ้าไม่ได้หวังตำแหน่งพระสวามีของราชินีตามที่เล่าลือกันการ์วอนหันไปพูดกับอาเมียร์แต่แล้วอย่างไร แค่ความสามารถของคนทรายคนเดียว...หรือคนสองคนจะทำอะไรได้

แอชลีนน์ตั้งท่าจะพูด แต่ยังคงช้ากว่าที่ปรึกษาหนุ่มข้าได้ข่าวมาว่าสายของเรากำลังจะพาขุนนางกองคลังที่รอดชีวิตจากชอร์ซามาในไม่ช้านี้ ข้าเชื่อว่าเมื่อถึงตอนนั้น เราน่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเสบียง และอาจจะมีเสบียงเพียงพอโดยไม่ต้องพึ่งพาซาเกรดา โซล

แต่หากมองในระยะยาว เราควรรักษาสัมพันธไมตรีกับซาเกรดา โซล เอาไว้ เวลานี้พระมหาเถระลูเธียนก็รับรองแล้วว่าราชินีพระองค์จริงอยู่กับเรา หากไม่ยอมรับความช่วยเหลือของอีกฝ่าย กระหม่อมเกรงว่าจะไม่เพียงสูญเสียความช่วยเหลือ แต่อาจจะเสียความสัมพันธ์อันดีไปด้วย ถ้าซาเกรดา โซลกลับวางเฉยหรือไปร่วมมือกับราชาดูลัส...เราย่อมไม่มีหนทางชนะได้ เว้นแต่...ใครจะมีเวทมนตร์เสกเสบียงหรือกองกำลังทหารที่เราต้องการ

อาเมียร์มีสีหน้าเคร่งเครียดที่ถูกพาดพิง แต่เขาก็ไม่พูดอะไร

ข้ากลับเห็นด้วยกับฝ่าบาท ว่าเราควรปฏิเสธเสียแต่เนิ่นๆท่านเบเรคแย้งขึ้นมาเราไม่ควรดึงอำนาจปกครองของต่างชาติมาเกี่ยวข้อง...หากจะรับความช่วยเหลือก็รับแค่เพียงเสบียงอาหารและยาเท่านั้น ไม่ใช่ดึงคนชาติอื่นมาฆ่าชาติเดียวกับตน

แม้ท่านเพิ่งจะตั้งกองกำลังที่นำโดยคนทรายและมีคนทรายอยู่ในนั้น?” การ์วอนย้อนถาม

แอชลีนน์ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจคนทรายที่ท่านพูดถึง เวลานี้ก็เป็นชาวธีร์ดีเรหมดสิ้นแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่จะมาแบ่งแยกกัน

รองเจ้ามณฑลเงียบไปครู่หนึ่งที่ฝ่าบาทตรัสก็ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ แต่เราก็ต้องการกำลังพลจริงๆ

ในฐานะนักรบ กระหม่อมใคร่ทูลว่า จำนวนคนมากกว่าไม่ได้หมายถึงจะชนะเสมอไป หากมีกำลังพลน้อยแต่มีแผนการที่ดีเหมาะสมกับชัยภูมิก็ย่อมได้ชัยพ่ะย่ะค่ะท่านซิอ์บุลที่เงียบมานานพูดขึ้นบ้าง

การ์วอนดูเหมือนจะแค่นเสียงในคอท่านกำลังพูดถึงเหล่านักรบเรเวนที่ขึ้นชื่อว่าเก่งกาจที่สุดในอาณาจักร กระทั่งยึดทั้งมณฑลได้ภายในคืนเดียว อะไรรับประกันได้ว่าหน่วยรบที่เพิ่งฝึกมาจะเอาชนะพวกนั้นได้

กองกำลังที่เราฝึกอยู่มีจำนวนมากกว่านักรบเรเวน แม้ไม่มากเท่ากองทัพในทาราหัวหน้าหน่วยย่อยกล่าวและข้าจะฝึกพวกเขาให้ต่อกรกับพวกเรเวนโดยเฉพาะ แต่ก็รับมือกับนักรบโดยทั่วไปได้เช่นกัน อีกประการ นักรบเรเวนไม่ได้ยึดครองทั้งมณฑลชอร์ซา พวกเขาเพียงยึดเมืองหลวงของมณฑลได้เท่านั้น

เช่นนั้นก็ดีรองเจ้ามณฑลตอบด้วยสีหน้าไม่พอใจนักข้าเป็นห่วงว่า แม้ราชินีพระองค์จริงจะอยู่กับเรา...ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นฝ่ายชนะ ข้าเข้าใจว่าท่านเบเรคได้ถวายความจงรักภักดีให้พระองค์แล้ว และพวกเราทุกคนที่อยู่ภายใต้อำนาจของท่านเบเรคก็ทำตามเช่นกัน แต่ถึงอย่างไร ผู้ที่พระองค์ต้องทรงห่วงใยที่สุดก็คือประชาชนของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ

ราชินีมองทุกคนด้วยสีหน้าที่พยายามรักษาให้นิ่งเฉย

เธอรู้สึกเหมือนการ์วอนกำลังเหน็บแนมเธอว่า มีขุนนางในยาร์ลาธที่จำต้องยอมสวามิภักดิ์กับเธอโดยเสียมิได้แค่เพราะท่านเจ้ามณฑลเลือกเธอ และประชาชนของยาร์ลาธก็ไม่อาจเลือกถิ่นฐานด้วยความสมัครใจแต่แรก

 “เราเข้าใจ และขอบคุณพวกท่านทุกคนที่อยู่ร่วมกับเราในเวลานี้ แต่...เราเห็นด้วยกับท่านเบเรคว่าจะขอความร่วมมือแค่เพียงเสบียงอาหารและยาเท่านั้น...หากซาเกรดา โซลยินดี และเราไม่ตั้งใจจะสมรสกับใครจนกว่าสงครามจะจบลงและธีร์ดีเรเป็นปึกแผ่น เราไม่รู้ว่าจะนานเพียงไรกว่าจะถึงตอนนั้น ดังนั้นจึงไม่อาจรับหมั้นได้หญิงสาวหันไปทางที่ปรึกษาหนุ่มอาเมียร์ ขอให้ท่านร่างสาส์นตอบมาให้เรากับท่านเบเรคดูด้วย

เขาค้อมศีรษะตอบน้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ

ขอบใจแอชลีนน์พยักหน้าและเอ่ยต่อไปเรามาว่าเรื่องอื่นต่อกันเถอะ…”

การ์วอนยังคงนิ่งเงียบไปตลอดการประชุมนั้นและไม่สบตากับองค์ราชินี แต่เธอก็ไม่ได้สนใจเขาเช่นกัน

 

เขาต้องการอะไรกันแน่ราชินีผู้ทรงม้าสีน้ำตาลตัวใหญ่ให้เดินเหยาะอยู่ในทุ่งกว้างขมวดคิ้วถามชายหนุ่มที่อุตส่าห์ปลีกเวลามาสอนเธอขี่ม้าต่อในยามเย็นวันเดียวกัน

ทำลายกำลังใจของท่านและขุนนางคนอื่นๆ อย่างไรล่ะอาเมียร์ซึ่งขี่ม้าอยู่ข้างกันตอบโดยไร้ความลังเล

นั่นคือคำตอบที่ชายหนุ่มผู้มีเวทมนตร์ได้มาจากการอ่านใจขุนนางใหญ่ของยาร์ลาธระหว่างการประชุม การ์วอนเพียงแต่โยนหินถามทางให้ราชินีแอชลีนน์พิจารณาแต่งงานกับเจ้าชายแห่งซาเกรดา โซล ทว่าหากเธอเห็นดีด้วย รองเจ้ามณฑลก็เตรียมการปล่อยคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าแอชลีนน์ผู้นี้เป็นราชินีขายชาติที่ชักนำทหารซาเกรดา โซล เข้ามาห้ำหั่นคนชาติเดียวกันเอาไว้แล้ว

และต่อให้หญิงสาวไม่เห็นดีที่จะเป็นพันธมิตรกับอีกอาณาจักร การ์วอนก็ยังคงเปรียบเทียบส่อเสียดได้อีกว่า ราชินีต้องการที่จะอุ้มชูให้คนทรายพ่อลูก รวมถึงคนทรายอพยพที่เข้ามาเป็นนักรบในหน่วยพิเศษใหม่ของมณฑลได้เป็นใหญ่ และใช้พวกเขาสังหารคนธีร์ดีเรอยู่ดี

เมื่ออาเมียร์อธิบายให้หญิงสาวฟังตามนั้น เธอก็ส่ายหน้าเบาๆ และลู่ไหล่เหมือนเหนื่อยอ่อนรู้ไหม...อาเมียร์ เขาทำให้ข้ารู้สึก...ผิดขึ้นมาเหมือนกัน เขาพูดถูกที่ว่าขุนนางและประชาชนที่นี่ไม่ได้เลือกที่จะอยู่ฝ่ายเดียวกับข้าทุกคน

ข้ารู้ แต่เราเปลี่ยนแปลงเรื่องนั้นไม่ได้ชายหนุ่มพูดราบเรียบเจ้าทำได้เพียงเป็นราชินีที่ดี และดูแลพวกเขาให้ปลอดภัยมีกินในฐานะข้าแผ่นดินของเจ้า

แอชลีนน์หันหน้ามาสบตากับเขาด้วยแววตากังวลท่านพูดถูก...แต่คนของอุลทูร์กับทาราก็เป็นคนธีร์ดีเรเช่นกัน

อาเมียร์พยายามยิ้มตอบเธอและเพราะเจ้าตระหนักเช่นนี้ เจ้าจึงจะเป็นราชินีที่ดี

หญิงสาวส่ายหน้าซ้ำอีกนั่นคือคำปลอบใจหรือ

มิได้ ข้าพูดจริง ข้ารับประกันไม่ได้ว่าผู้บริสุทธิ์จะไม่สูญเสียเลือดเนื้อ แต่เราจะพยายามให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด และ...จะไม่ให้ทุกชีวิตต้องสูญเปล่าชายหนุ่มบอกหนักแน่นข้าไม่ปล่อยให้เจ้ารับผิดชอบทุกสิ่งอยู่คนเดียวหรอก แอช

ราชินีนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก็พยักหน้ารับขอบคุณมากนะ ทัมมุซ…”

อาเมียร์ยังคงมองคนบนหลังม้าข้างกายด้วยความรู้สึกมากมาย แต่เขาก็เพียงพยักพเยิดไปยังเส้นทางเบื้องหน้าก่อนจะเอ่ยไปเถอะ วันนี้เจ้าควรซ้อมวิ่งควบให้ได้อีกสักห้ารอบ แล้ววันหลังข้าจะพาไปหัดที่ในป่าข้างนอก

อือหญิงสาวสูดลมหายใจลึกและกระตุ้นม้าให้เริ่มเร่งฝีเท้าโดยมีชายหนุ่มมองตามไปอย่างห่วงใย

แอชลีนน์จะต้องก้าวไปข้างหน้าในฐานะราชินี เธอมีความสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้อยู่แล้ว และเขาจะเป็นผู้คอยคุ้มครองระวังหลังให้เธอ...เหมือนม้าจ่าฝูงกับรองจ่าฝูงนั่นเอง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #71 ขอขีดเขียน (@Sharina) (จากตอนที่ 81)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 19:07
    สงสารแอช บางทีนางก็อยากสวีทกับอาเมียร์บ้าง แต่มันไม่ใช่เวลา
    สู้ ๆ นะ หนู ><
    #71
    1
    • #71-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 81)
      15 มกราคม 2561 / 17:58
      อดทนเก็บความในใจ แล้วรอแค่วันเวลา ให้มันหมุนช้าๆ แล้วเดินไปกับมัน เอาเพลง (ดักแก่) นี่ไปก่อนนะจ๊ะแอช TwT
      #71-1
  2. วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 23:24
    เริ่มตึงเครียดมากขึ้นๆแล้วสิ
    #70
    1
    • #70-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 81)
      15 มกราคม 2561 / 15:57
      ชนวนสงครามใกล้จะระเบิดเต็มทีแล้วละค่ะ
      #70-1