The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,809 Views

  • 125 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    93

    Overall
    5,809

ตอนที่ 80 : 18 - ยามแห่งการเก็บเกี่ยว "อย่าห่วงเลย เราจะมีรัชทายาทที่แข็งแรงในไม่ช้านี้เป็นแน่"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 พ.ย. 60


บทที่ ๑๘

ยามแห่งการเก็บเกี่ยว

 

ซานาขยับหน้ากากรูปอีกาที่มีถุงสมุนไพรแห้งส่งกลิ่นฉุนอยู่ตรงจงอยปากให้เข้าที่ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับโทมาและเกลซึ่งสวมหน้ากากไม่ต่างกันบนหลังม้าสองตัว หากหมาป่าอย่างควินน์จำเป็นต้องใส่หน้ากาก มันก็คงจะได้หน้ากากป้องกันโรคเช่นกัน แต่เท่าที่คนทั้งสามต้องสวมก็ดึงดูดสายตาชาวเมืองทิฟลีตามรายทางมากพอแล้ว

อย่างไรก็ดี ชาวเมืองบางส่วน โดยเฉพาะตามแหล่งเสื่อมโทรมและย่านราตรีก็นับว่าคุ้นเคยกับร่างเล็กของหมอหญิงฝึกหัดที่สวมเสื้อคลุมตัวใหญ่โคร่งกับบรรดาองครักษ์ของเธอ รวมถึงสิ่งที่เธอมักจะขนไปจัดการตามความเหมาะสมเป็นครั้งคราวอยู่แล้ว จึงไม่ได้มีเรื่องฮือฮาใดๆ เกิดขึ้นนัก แม้พวกเขาจะมีสัมภาระที่ดึงดูดสายตาไม่แพ้กันอีกอย่างมาด้วยก็ตาม

นั่นคือรถเข็นเทียมม้าซึ่งขนเพื่อนร่วมทางอีกคนของพวกเขาในโลงไม้ที่ต่ออย่างหยาบๆ และตอกตะปูปิดฝาโลงไว้ แต่แอบเลื่อยไม้ทำรูระบายอากาศไว้เบื้องล่างมากพอให้ศพข้างในหายใจได้โดยไม่กลายเป็นศพไปจริงๆ เสียก่อน

เธอไม่แน่ใจว่าแผนการของรูอาร์คจะใช้ได้ดีแค่ไหน แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้ก็ทำได้เพียงมุ่งหน้าต่อไป หมอหญิงฝึกหัดไม่เคยนำศพเดินทางออกนอกเมืองมาก่อน แต่มันก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลกขนาดนั้น...โดยเฉพาะเมื่อศพที่ว่าถูกอุปโลกน์ให้เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่ควรนำไปฝังนอกเมืองเสียไม่ให้โรคลุกลามมากไปกว่าเดิม

ไม่นานคนทั้งสาม ม้าสามตัวกับรถเข็นก็มาถึงประตูด่านผ่านแดน หญิงสาวซึ่งเป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่บนหลังม้าเงยมองเหล่านักรบที่ล้วนแต่มีร่างกายสูงใหญ่กว่าตนก่อนจะถอดหน้ากากออกให้พวกเขาเห็นใบหน้า เธอเหลือบไปเห็นโทมากับเกลทำตามเช่นกัน

พวกท่านเป็นหมอรึนักรบหน่วยเรเวนที่เฝ้าอยู่ถามด้วยสีหน้าเครียดขรึมขณะมองพวกเขาไม่วางตา

หมอฝึกหัดค่ะซานาตอบตามตรงเราจะนำศพที่เป็นโรคเรื้อนไปฝังนอกเมือง ไม่ให้โรคแพร่ไปได้อีก

นักรบคนนั้นขมวดคิ้วก่อนจะหันไปมองเพื่อนร่วมงานของตนเหมือนจะขอความเห็น

ข้าให้พวกท่านยืมหน้ากากสวมตอนดูหน้าศพก็ได้นะเจ้าคะหญิงสาวรีบเสนอส่วนตะปูที่ตอกไปแล้ว เราก็ใช้ค้อนงัดออกมาได้…

ไม่เป็นไร เชิญท่านหมอผ่านไปเถอะทหารอีกคนบอกและโบกมือให้คณะเดินทางรีบออกนอกประตูไป

ซานาจึงได้โค้งคำนับทั้งสองและสวมหน้ากากกลับก่อนจะดันตัวขึ้นหลังม้าที่เทียมรถเข็นและบังคับให้มันเดินไปโดยไม่พูดอะไร แม้จะอยากแย้งอีกฝ่ายว่าเธอยังเป็นแค่หมอฝึกหัดก็ตาม

ต่อไปก็แงะตะปูเปิดฝาโลงให้ขุนนางหนุ่มออกมาหลังผ่านด่านไปได้พอสมควร แล้วกลับไปเก็บของจำเป็นทั้งหลายที่เคทลิน เดินทางลงซาเกรดา โซล เทวณาจักรที่ยังไม่ได้แสดงท่าทีเข้าข้างฝ่ายราชาแห่งทาราหรือราชินีแห่งยาร์ลาธ ก่อนจะเข้ายาร์ลาธด้วยหน้าด่านทางซาเกรดา โซล แทนด่านระหว่างชอร์ซากับยาร์ลาธที่ปิดไป แม้จะอ้อมสักนิดก็น่าจะปลอดภัย

หลังจากนี้ เธอได้แต่ภาวนาให้ทั้งห้าชีวิตเดินทางไปถึงที่หมายได้โดยสวัสดิภาพ…

 

รูอาร์คนึกขอบคุณที่ยังไม่มีประกาศจับหรือประกาศให้ระมัดระวังคนผมสีแดงเป็นพิเศษ (เหมือนตอนที่เขาถูกดูลัสเพ่งเล็งว่าจะข้ามด่านไปช่วยอาเมียร์) ในสถานการณ์เช่นนี้ ชายหนุ่มตัวคนเดียวขี่ม้าตัวปลิวออกนอกเมืองทิฟลีและไปถึงกลาสเดลอันเป็นที่หมายในเวลาไม่นาน

บรรยากาศของหมู่บ้านที่ควรรื่นเริงขึ้นบ้างด้วยเทศกาลเก็บเกี่ยวกลับดูซบเซาไม่ต่างจากเมื่อฤดูร้อนปีที่ผ่านมา เมื่อเขามาสืบความเป็นอยู่ของก็อธฟรีด์ ลูกชายของลีชากับเกล็น ปศุสัตว์ที่ควรอ้วนท้วนตามฤดูกาลปรากฎร่างผอมซูบให้เห็นอยู่ไม่กี่ตัว ทว่าในพื้นที่รั้วของบางบ้านมีชิ้นส่วนเนื้อสัตว์ถูกแขวนตากแอบไว้พ้นรัศมีของมือคนภายนอกราวกับระแวงว่าจะมีใครขโมยไป

ก็อาจจะมีโจรรอปล้นสะดมอยู่กระมัง ในช่วงที่นักรบของพระราชาเริ่มเข้ามาจัดระเบียบในมณฑลนี้ ไม่ว่าโจรกลุ่มใดที่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของกองนักรบเรเวนก็คงกลัวจนอยากรีบเก็บเกี่ยวเสบียงเท่าที่ทำได้และหนีไปในที่ที่ปลอดภัยกว่าเป็นแน่

รูอาร์คจูงม้าไปพลางมองสำรวจไร่นาที่เหลือเพียงซังข้าวกับลอมฟางกองอยู่อย่างลวกๆ ไม่นานเขาก็ไปถึงบ้านของพ่อของเกล็นซึ่งดูเหมือนจะทรุดโทรมลงไปกว่าครั้งก่อนหน้า ชายหนุ่มชะเง้อมองหาคนในบ้านก่อนจะได้ยินเสียงเล็กๆ ดังมาโดยไม่คาดฝัน

ปู่จ๋า แขก...มีแขก

เสียงนั้นมาจากเด็กชายผมทองวัยประมาณสองขวบ เขาดูโตขึ้นมาจากที่รูอาร์คจำได้แต่ร่างกายยังผอมบางกว่าเด็กวัยเดียวกัน เด็กน้อยเกาะประตูที่แง้มไว้พลางมองชายหนุ่มตาแป๋วด้วยท่าทางสงสัย เขาจึงยิ้มและโบกมือให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร

ใคร! ก็อธฟรีด์ระวังนะ อย่าออกไป เดี๋ยวถูกคนไม่ดีจับตัวไปขายหรอกลูก!เสียงของหญิงชราดังออกมาจากในบ้าน...อย่างไม่เกินความคาดหมายของเขานัก

พอได้ยินอย่างนั้น เด็กชายก็วิ่งกลับเข้าไปในบ้านทันควัน แต่ไม่นานชายชราอีกคนก็มาชะเง้อมองที่ประตูแทนก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อเห็นรูอาร์ค

พ่อหนุ่ม...ที่เคยมาเมื่อก่อนหน้านี้

ไม่ได้พบกันเสียนานนะขอรับชายหนุ่มโค้งคำนับอีกฝ่ายข้าคงต้องรบกวนท่านอีกครั้งละขอรับ

ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เจ้าเข้ามาเถอะเจ้าของบ้านเดินกระย่องกระแย่งมาเปิดประตูรั้วให้รูอาร์คลมอะไรพัดกลับมาที่นี่ล่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรดีหรอกนะ แถวนี้ แต่คนเดินทางอย่างเจ้าน่าจะรู้อะไรมากกว่าข้า

รูอาร์คไม่ทันตอบ เสียงของหญิงชราก็ดังขึ้นอีกจากในบ้านตกลงใครมาน่ะตา คนรู้จักรึ

พ่อหนุ่มเมื่อปีก่อนนั่นไง คนผมแดงน่ะชายชราตอบ

อ้อ คราวนี้มีอะไรอีกล่ะอีกฝ่ายถามห้วนๆ

ข้ามีของฝากมาให้ขอรับ ตอบแทนที่ท่านลุงเลี้ยงน้ำกับอาหารข้าคราวนั้นชายหนุ่มตอบเสียงดังให้คนในบ้านได้ยินด้วยพลางจูงม้าตามชายชราเข้ามาในบริเวณรั้ว ก่อนจะผูกมันไว้แล้วหยิบย่ามใส่ของต่างๆ ออกมา

ไม่เห็นต้องคิดมากเลย แล้วเจ้าเป็นคนยาร์ลาธไม่ใช่รึ มาอย่างนี้ไม่ลำบากหรือเจ้าของบ้านส่ายหน้าน้อยๆ

อ๋อ ข้าเข้าชอร์ซามาก่อนปิดหน้าด่านน่ะขอรับ ส่วนขากลับก็พอมีวิธีอยู่รูอาร์คตอบพร้อมกับเดินตามชายชราเข้ามาในบ้านหลังเล็ก แสงจากหน้าต่างส่องให้เขาเห็นหญิงชรานั่งกอดเด็กชายที่กำลังเล่นตุ๊กตาไม้อยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่โต๊ะ ใบหน้าของนางหันมาทางประตูบ้านที่ทั้งสองเพิ่งเข้ามา แต่ดวงตาทั้งสองขุ่นจนไม่น่าจะมองเห็นภาพใดๆ

ชายหนุ่มนิ่งงันไปครู่หนึ่งกับภาพนั้น ก่อนจะหันไปขยับริมฝีปากเงียบๆ กับคนที่พาเขาเข้ามาว่าตาของท่านป้า?’

เจ้าของบ้านส่ายหน้าและขยับริมฝีปากตอบเช่นกันว่าเพราะโรคก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ให้รูอาร์คเชิญนั่งก่อนเถอะ

ชายหนุ่มผมแดงขอบคุณก่อนจะหยิบห่อกระดาษไขและโหลดองออกมาทีละอย่างข้ามีเนื้อรมควัน ผักดองกับเนยแข็งมาให้น่ะขอรับ เผื่อพวกท่านจะได้กินตอนหน้าหนาว

โถพ่อคุณ ขอบใจที่อุตส่าห์มีใจนึกถึงคนแก่ แต่ไม่ต้องให้เยอะขนาดนี้ก็ได้ชายชรามองของที่เขาวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับยิ้มเศร้า

เขาเอาอะไรมาบ้างรึปู่ เยอะมากเลยหรือหญิงชราที่มองไม่เห็นถาม

เยอะมาก…เจ้าของบ้านตอบแล้วจึงบรรยายว่ามีของอะไรบ้างที่อีกฝ่ายนำมา ซึ่งทำให้ภรรยาของตนนิ่งอึ้งไปก่อนจะถามช้าๆ

ทำไมจะเอาของมาให้พวกเราเยอะแยะ เจ้าไปได้ของพวกนี้มาจากไหน หรือต้องการอะไรจากพวกเรากัน

รูอาร์คยังปั้นยิ้ม เขาไม่ชอบที่อีกฝ่ายถามตรงประเด็นอย่างนี้ แต่ก็ต้องบอกไปตามตรง

ข้า...ต้องการรับอุปการะหลานของพวกท่าน

ความเงียบครอบคลุมห้องทั้งห้อง นัยน์ตาของทั้งคนที่มองเห็นและมองไม่เห็นเบิกกว้างจ้องค้างมาทางชายหนุ่ม

อุปการะ...อย่างไรเป็นชายชราที่พูดออกมาได้ก่อน

ข้าเป็นลูกชายของเจ้ามณฑลยาร์ลาธ ข้ารู้จักกับลีชา และคิดว่านางควรเป็นคนดูแลลูกจนโต โดยเฉพาะในสถานการณ์เช่นนี้ นางอยู่ช่วยงานที่บ้านพักประจำตำแหน่งของท่านซิอ์บุลกับพวกเด็กๆ และข้าจะพาเขาไปอยู่กับนางที่นั่น

นี่เจ้ามาเพราะนางโลมนั่นรึ!หญิงชราแผดเสียงขึ้นมาทันทีมันไปทอดกายอ้อนวอนขอร้องล่ะสิ...ถึงได้ยอมทำให้ขนาดนี้!

ก็อธฟรีด์สะดุ้งเฮือกขึ้นกับเสียงตวาดของย่าและทำท่าจะร้องไห้โยเยขึ้นมา ชายชราจึงรีบแย่งตัวเด็กน้อยมาอุ้มปลอบทันทีย่า...ระวังหน่อย ก็อธฟรีด์อยู่ด้วยนะ

หญิงชรากวาดนัยน์ตาแข็งกร้าวไปทั่วก็อธฟรีด์ต้องอยู่กับเราที่นี่ ต่อให้เป็นเจ้ามณฑลมาขอพาหลานข้าไป ข้าก็ไม่ให้! ไม่นับว่าเราไม่รู้ว่าเจ้าเป็นลูกชายของเจ้ามณฑลยาร์ลาธจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้

ข้ามีม้วนสารประทับตราครั่งของมณฑลมายืนยันตัวตน และยืนยันเจตนาที่จะรับก็อธฟรีด์เป็นลูกบุญธรรม พวกท่านนำไปอ่าน…รูอาร์คกำลังจะหยิบม้วนสารออกมา แต่เจ้าบ้านยกมือขึ้นปรามเขาด้วยรอยยิ้มเศร้า

ถึงคลี่ออกมา เราก็อ่านไม่ออกหรอก แต่ข้าเชื่อว่าเจ้า...เอ้อ...ท่านเป็นลูกชายของเจ้ามณฑลจริงๆอีกฝ่ายพูดสุภาพขึ้นทันควันข้ารู้ว่าท่านซิอ์บุลกับอาเมียร์ทำงานให้เจ้ามณฑลยาร์ลาธ

แต่ถึงใช่...ข้าก็ไม่ยอมให้หลานข้าไป แม่มันเป็นนางโลม มันจะเลี้ยงหลานข้าให้ดีได้อย่างไรหญิงชรายังคงพูดเสียงแข็ง

คำก็นางโลม สองคำก็นางโลม ที่ผ่านมาอดีตนางโลมคนนั้นก็ดูแลสามีกับลูกของนางไม่ขาดตกบกพร่องไม่ใช่รึไง ท่านก็แค่หาเรื่องตั้งแง่ไม่ชอบนางไปตลอดเท่านั้นแหละรูอาร์คสวนกลับอย่างอดไม่ได้อีกอย่าง คิดว่าท่านกับสามีที่แก่เฒ่าจะดูแลก็อธฟรีด์ได้เต็มที่ดีแค่ไหน นานแค่ไหน หากเกิดเหตุให้เขาเป็นเด็กกำพร้าขึ้นมา เขาจะเป็นอย่างไร...เทียบกับไปอยู่ที่ยาร์ลาธ เขาจะมีกิ่นอิ่มทุกมื้อและได้เรียนหนังสือ ที่นั่นเขาจะมีอนาคต...มากกว่าที่นี่

ใบหน้าของหญิงชราแดงก่ำ สองมือกำแน่นเหมือนจะบ่งบอกว่านางโกรธจนทนไม่ไหว แต่ชายชราก้มหน้าและถอนหายใจ

ข้าไม่ได้ทำอย่างนี้เพราะลีชาขอให้มา และไม่ได้หวังว่าถ้าทำสำเร็จ นางจะต้องตอบแทนด้วยการรักข้าหรือแต่งงานกับข้ารูอาร์คพูดต่ออย่างหนักแน่นแต่เพราะข้าเคยใช้ชีวิตอย่างเด็กกำพร้ามาก่อนจะพบท่านพ่อที่รับข้าเข้าตระกูล และมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าจดจำเลยสักนิด พวกท่านคงไม่อยากฟังแน่ว่าข้าต้องอดมื้อกินมื้อหรือถูกซ้อมถูกต่อยเตะมาอย่างไรบ้าง ยิ่งสงครามกลางเมืองกำลังจะเกิดเช่นนี้แล้ว หากพวกท่านไม่คิดจะให้ข้าพาก็อธฟรีด์ไปคนเดียวก็ควรจะไปด้วยกันกับเขา ไปอยู่ที่ยาร์ลาธด้วยกัน ก่อนที่สงครามจะทำให้พวกท่าน...ไม่เหลือโอกาสอะไรอีก

เจ้าของบ้านก้มลงมองหลานชายที่หันหน้าไปมาและทำท่าจะอยากถามว่าแขกที่พูดจายืดยาวเข้าใจยากของพวกเขาเป็นใคร ก่อนที่เขาจะหันไปทางชายหนุ่มผมแดงเรา...ขอเวลาตัดสินใจสักหน่อย

รูอาร์คพยักหน้ารับอย่างเข้าใจข้าจะกลับมาอีกพรุ่งนี้ได้ใช่ไหมขอรับ

คำตอบของเขาคือเสียงรับในลำคอและการพยักหน้าของชายชราซึ่งไม่ได้มองแขกที่มาเยือน แต่กลับเลื่อนสายตาครุ่นคิดลงมองหลานชายที่ยังคงถือของเล่นไม่รู้เรื่องราว

 

เขาได้รับสารแล้วสินะ…แอชลีนน์เอ่ยเลื่อนลอยขณะทำเป็นดูแลเหยี่ยวจำแลงอยู่กับอาเมียร์ในห้องหนังสือของจวน

ใช่ และไม่มีคำตอบชายหนุ่มตอบแผ่วเบา

หญิงสาวถอนหายใจข้าคงจะคิดง่ายเกินไปจริงๆ

หากจดหมายแค่ฉบับเดียวจะล้มเลิกสงครามทั้งหมดได้ทั้งๆ ที่มีผู้ล้มตายสังเวยไปแล้วคงเหลือเชื่อ แต่เธอก็ยังอดฝันอย่างไร้เดียงสาไม่ได้อยู่ดี

เขาเอื้อมมากุมมือของเธอไว้แต่ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้านะ

แอชลีนน์บีบมือของชายคนรัก เหมือนหลายๆ ครั้งที่เธอทำในช่วงนี้เมื่อพอจะมีเวลาพบกับเขาตามลำพัง อาเมียร์มีเรื่องต้องจัดการมากมายเกี่ยวกับเสบียงและยุทธภัณฑ์ตามที่เขาได้รับมอบหมายมาจากเจ้ามณฑล ที่ปรึกษาหนุ่มจึงไม่มีเวลาว่างนัก และมักพูดคุยกับเธอทางกระแสจิตเมื่อจำเป็นเสียมากกว่า

และแน่นอนว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ยังไม่อาจแพร่งพรายไป...แม้เธอไม่แน่ใจว่าท่านเบเรคจะล่วงรู้คาดเดาได้หรือไม่ก็ตาม

อย่างน้อย...เขาก็เป็นคนสำคัญของข้าเธอเอ่ยแผ่วเบาก่อนจะชะงักไปครู่หนึ่ง “...เคยเป็น...

จะยังเป็นอยู่ในตอนนี้ก็ได้ แต่ข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องเจ็บปวดเพราะเขาอีกเสียงของอาเมียร์ราบเรียบขณะที่เขาเป็นฝ่ายบีบมือของเธอแน่นขึ้น

หญิงสาวยิ้มขื่นและชักมือออกช้าๆเอาเถอะ จะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็ต้องทำใจ หนักหนากว่านี้...ข้าก็สูญเสียมาแล้ว

เพียงแต่ไม่ใช่สูญเสียในแง่ถูกทรยศหักหลังด้วยคนที่รักและวางใจเท่านั้นเอง

แค่คิดว่าดูลัสตีหน้าซื่อและสาบานว่าจะดูแลปกป้องเธอได้ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าพ่อของเขาฆ่าครอบครัวทั้งหมดของเธออย่างโหดเหี้ยมที่สุด แอชลีนน์ก็รู้สึกสะอิดสะเอียนจนไม่อยากจะนึกถึงใบหน้าของเขาอีก

แต่พอเรื่องนั้นเถอะ งานของท่านล่ะ เรียบร้อยดีใช่ไหมราชินีเปลี่ยนเรื่อง

เรียบร้อยดี อย่าห่วงเลย รายงานของข้าเที่ยงตรงเสมอเขารับอย่างมั่นใจ

แล้วข้อมูลที่ได้มาแสดงว่าเรามีหวังแค่ไหน

ชายหนุ่มกลับเงียบไปพักหนึ่งเหมือนจะเรียบเรียงคำพูดรอประชุมกับพวกท่านเบเรคก่อนน่าจะแน่นอนกว่า

แอชลีนน์ขมวดคิ้วแสดงว่า...ไม่ดีนัก?”

เขานิ่งไปอีกสักพักก็เอ่ยต่อเรื่องยุทธภัณฑ์ เราไม่มีแร่เหล็กไว้ทำอาวุธและเครื่องมืออื่นๆ มากนัก นอกเสียจากจะซื้อมาจากอาณาจักรอื่น เท่ากับว่าต้องทำเรื่องจัดสรรงบประมาณต่อไป ส่วนเรื่องเสบียง...ถ้าเราปลดปล่อยชอร์ซาได้ เสบียงที่มีรวมสองมณฑลจึงจะเพียงพอ

หญิงสาวเม้มปากเราเป็นฝ่ายเสียเปรียบทุกอย่าง…

เสียเปรียบจนเธอไม่รู้ว่าจะประคับประคองผ่านฤดูหนาวนี้โดยไม่ถูกตีแตกได้อย่างไร

ไม่ เราไม่ได้เสียเปรียบ เราเป็นเมืองท่า ทางผ่านของสินค้า และเรายังมีสินค้าที่ใช้แลกเปลี่ยนกับอาณาจักรอื่นได้อยู่

พวกเขาจะเลือกค้าขายกับเราใช่ไหม...ไม่ใช่…ราชินีเงียบไปก่อนตัดสินใจเลือกคำทารา

เงินตรา...ไม่ว่าจากมือใครล้วนมีค่าอาเมียร์ยักไหล่ขอแค่ได้เงินมากพอ อาจมีพ่อค้าคนกลางขนอาวุธเหล็กกล้าของอุลทูร์มาขายให้เราด้วยซ้ำ

อืม…หญิงสาวยกมือขึ้นลูบคางพวกที่ท่านเรียกว่าพ่อค้าสงครามสินะ

ชายหนุ่มพยักหน้าและเชื่อเถอะ มังกรน้ำล่วงรู้น่านน้ำและว่าที่คู่ค้าของเรามากกว่าใคร

แอชลีนน์พยักหน้าก่อนจะหันกลับไปหาลอว์ราสทำไมข้ายังรู้สึกเหมือนตัวเองแทบทำอะไรไม่ได้เลย...ท่านดูแลเรื่องคลังเสบียง ท่านซิอ์บุลดูแลด้านการทหาร รูอาร์คสอดแนมสืบข่าว ส่วนท่านเบเรคจัดการด้านการทูต ข้าได้แต่รอฟังรายงานแต่ละฝ่ายและตัดสินใจแท้ๆ

ไม่เลย หน้าที่ของเจ้านั่นละที่สำคัญที่สุด ในฐานะผู้นำของพวกเราชายหนุ่มแย้งนอกจากนี้ ข้าคิดว่าจะให้เจ้าทำพิธีบวงสรวงสุริยเทพในเคนมาราในวันลูคนาซัธที่จะมาถึง และถ้าเราจำเป็นต้องปั่นส่วนเสบียงให้ชาวบ้านชาวเมือง เจ้าก็ควรจะมาดูความเป็นอยู่ของพวกเขา ให้พวกเขาศรัทธาในตัวเจ้ามากขึ้นในฐานะราชินี

หญิงสาวนิ่งคิดตามก่อนจะพยักหน้าเข้าใจละ…

นั่นคือหน้าที่ของเธอ เป็นความหวังและศูนย์รวมจิตใจของชาวธีร์ดีเรในฐานะองค์ประมุข

หน้าที่สำคัญที่มีเพียงเธอทำได้...และจะต้องทำให้ดีกว่าราชาที่ข้ามผ่านซากศพของครอบครัวของเธอเพื่อให้ได้นั่งบนบัลลังก์

 

ปีนี้ เราจะจัดงานสมโภชในเทศกาลเก็บเกี่ยวราชาบนบัลลังก์ในท้องพระโรงตรัสขึ้น

สายตาของเหล่าขุนนางจ้องตรงมาที่เขา ใบหน้ามีทั้งที่พยักน้อยๆ แสดงความเห็นด้วยและนิ่งเฉยไม่บอกสิ่งใด

ดูลัสรู้ว่าอำนาจของตนยังไม่ได้มั่นคงเพียงพอที่ขุนนางทุกคนในที่นี้จะสวามิภักดิ์ด้วยใจจริง อาจยังมีคนที่คลางแคลงในตัวตนของราชินีที่เมอร์คาห์ หรือรูปการณ์ที่ทำให้บุตรของเจ้ามณฑลอุลทูร์ได้อภิเษกสมรสและขึ้นครองราชย์ ดังนั้นเวลานี้เขาจึงต้องแสดงให้ทั้งฝ่ายตน ฝ่ายศัตรู และผู้ที่ยังไม่รู้จะอยู่ฝ่ายใดมั่นใจว่าเขาคือราชาอย่างแท้จริง

และการจัดโบราณราชประเพณีเก็บเกี่ยวในวันลูคนาซัธก็คือกุศโลบายนั้น

ธีร์ดีเรพ้นจากช่วงเวลาแห่งความทุกข์โศกแล้วเขากล่าวต่อไปต่อไปเราต้องบวงสรวงทวยเทพ เพื่อขอพระพรและเรียกขวัญกำลังใจของประชาชนกลับคืนมา

พ่ะย่ะค่ะท่านคอนรอย อดีตผู้สำเร็จราชการตอบเสียงเรียบกระหม่อมเห็นด้วย บ้านเมืองควรกลับคืนสู่ภาวะสงบเสียที

กระหม่อมก็เห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ นอกจากบ้านเมืองแล้ว ยังมีเรื่องของ...รัชทายาทที่ควรประสูติในไม่ช้านี้เสนาบดีการคลังเอ่ยขึ้นบ้างเพื่อเป็นหลักประกันให้ราชบัลลังก์มั่นคง

ราชาหนุ่มกลับเงียบในเรื่องนี้ เขาหวังว่าสีหน้าของตนจะไม่เผยบางสิ่งที่มิควรหลุดออกไป

ดูลัสยังคงไม่ได้ร่วมเตียงกับเคียรา ชายหนุ่มไม่เคยออกนอกลู่นอกทางมาแต่วัยเยาว์ และหลังจากทราบเรื่องพิธีสยุมพร เขาก็ครองตนไว้เพื่อหญิงเพียงคนเดียว ดังนั้นจึงพบว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดขึ้นโดยไม่รู้ความลับเบื้องหลังทำให้ตนกระอักกระอ่วนอย่างประหลาด

ไม่หรอก จะไม่มีรัชทายาทใดถือกำเนิดระหว่างเขากับราชินีตัวปลอมเป็นอันขาด

อย่าห่วงเลย เราจะมีรัชทายาทที่แข็งแรงในไม่ช้านี้เป็นแน่เจ้ามณฑลอุลทูร์ซึ่งเวลานี้ต้องนั่งอยู่ต่ำกว่าบุตรชายพูดขึ้น

ไม่รู้ว่าดูลัสคิดไปเองหรือไม่ว่าสายตาของบิดาเหมือนจะมองเขาอย่างมาดมั่น ราวกับคาดหมายว่าเขาจะมีทายาทจอมปลอมกับเคียราจริงๆ

ท่านพ่อจะให้เขาทำสิ่งที่อุกอาจ ทรยศพระราชวงศ์ขนาดย้อมสายพระโลหิตเช่นนี้เชียวหรือ

เรื่องพระราชพิธีสมโภช…องค์ราชาเปลี่ยนเรื่องเสียและหันไปทางขุนนางอีกคนขอให้เจ้ากรมพิธีการดำเนินการให้เหมือนอย่างรัชกาลก่อน ให้สมพระเกียรติขององค์ราชินีแอชลีนน์

ดูลัสพยายามไม่คิดถึงเจ้าของนามที่ตนเพิ่งเอ่ยถึงและอยู่ไกลแสนไกลออกไป แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเวลานี้พระองค์ทรงทำอะไรอยู่ และความทรงจำถึงวันเทศกาลที่ราชาและราชินีพระองค์ก่อนยังทรงมีพระชนม์ชีพ วันที่เจ้าชายและเจ้าหญิงน้อยยังคงเที่ยวเล่นเฉลิมฉลองอย่างมีความสุข...กลับผุดขึ้นมาในห้วงความคิดโดยไม่อาจห้าม

เวลานี้เขาไม่เพียงทำให้พระองค์อยากผลักไสตนไปไกลๆ แต่กลับนั่งอยู่ในที่ที่ควรเป็นของพระราชบิดาและพระเชษฐาของพระองค์แท้ๆ

แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้แล้ว...และเวลาก็ไม่อาจหมุนย้อนคืน

อีกอย่างหนึ่ง ขอให้ท่านแม่ทัพและท่านราชองครักษ์ดูแลกวดขันความปลอดภัยอย่างเข้มงวดด้วย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล หากว่ายาร์ลาธจะเล่นแผนการอะไรองค์ราชันมองเหล่าขุนนางฝ่ายทหารอย่างพินิจพิเคราะห์คุ้มกันราชินีให้เต็มที่

พ่ะย่ะค่ะเสียงรับหนักแน่นมาจากแม่ทัพคาฮาลและหัวหน้าราชองครักษ์ชานัน ทั้งสองไม่ใคร่ได้เข้าเฝ้าเจ้าหญิงแอชลีนน์อย่างใกล้ชิดนัก ดังนั้นไม่น่าจะระแคะระคายว่าผู้ที่สวมมงกุฎอยู่ที่นี่คือราชินีตัวปลอม และก็คงจะเตรียมสู้ตายถวายชีวิตหากจำเป็น

ฝ่าบาท กระหม่อมใคร่ขอให้ทรงพระกรุณาเรื่องหนึ่งได้หรือไม่เสียงของใครอีกคนดังขึ้นมา

ชายหนุ่มบนบัลลังก์เลิกคิ้วเพราะนั่นเป็นบิดาของเขาเอง แต่ก็ตอบรับว่ามาเถอะ

กระหม่อมจะขอแบ่งนักรบเรเวนจำนวนหนึ่งมาช่วยคุ้มกันทาราในช่วงเทศกาลพ่ะย่ะค่ะท่านพ่อบอกราบเรียบ

นั่นทำให้ดูลัสขมวดคิ้ว และเหล่าขุนนางบางส่วนก็มีสีหน้าไม่เห็นด้วยอย่างชัดแจ้ง...รวมถึงมหาอำมาตย์คอนรอย

ไม่ว่าเจตนาของท่านพ่อจะดีหรือไม่ จะนำทหารเหล่านั้นเข้ามาปกป้องเมืองหรือแอบแฝงสร้างสถานการณ์ ชายหนุ่มก็รู้สึกว่านั่นเป็นการไม่สมควร พวกเขาใช้นักรบเรเวนบุกโจมตีมณฑลชอร์ซาได้ แต่ไม่ควรให้กระทำการล้ำหน้ามณฑลหลวงซึ่งมีกองทหารของตนอยู่แล้ว

เราเชื่อว่าจำนวนราชองครักษ์และกองกำลังของมณฑลหลวงมีเพียงพอแล้วองค์ราชาแย้งแต่ก็...ขอขอบคุณในข้อเสนออันภักดีของท่าน

สีหน้าของชายชรายังคงเรียบเฉยดุจหน้ากาก จนกระทั่งผู้เป็นลูกยังไม่ทราบว่าเขาคิดสิ่งใดอยู่มิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงเป็นห่วงความปลอดภัยของพระองค์และองค์ราชินี แต่หากไม่ต้องพระทัย...ก็ต้องขอพระราชทานอภัย

ไม่เป็นไร เราเองก็ไม่ได้ว่าอะไรชายหนุ่มบนบัลลังก์ยังคงเล่นบทบาทราชาแทนที่บุตรชาย และหันไปบอกให้ราชเลขาถวายรายงานเรื่องต่อไป

อย่างน้อยเมื่ออยู่บนบัลลังก์ ก็ดูเหมือนเขาจะพ้นจากการครอบงำของบิดาได้ในระดับที่น่าพอใจ

และเขาก็หวังว่าพิธีบวงสรวงนี้จะทำให้เทพเจ้าทรงเมตตา ให้เขาได้ราชินีตัวจริงคืนกลับมาด้วยเถิด

 

หลังจากผ่านด่านมาได้พอสมควร พวกของซานาจึงได้หยุดม้าและงัดตะปูฝาโลงออกให้คนข้างในได้ออกมาก่อนที่จะเป็นศพไปจริงๆ

อดีตขุนนางดูสบายดีแม้จะหน้าซีดและหายใจไม่ทั่วท้องไปบ้าง เขารับถุงหนังใส่น้ำมาดื่มก่อนจะวักน้ำล้างหน้าใบชื้นเหงื่อ แล้วทุกคนจึงออกเดินทางต่อไปด้วยม้าหลังจากเก็บซ่อนหีบศพและรถเข็นไว้ในป่าละเมาะข้างทาง โดยมีเบอร์นาร์ด เกล และโทมาขี่ม้าคนละตัว ส่วนซานาซ้อนบนหลังม้าของโทมาอีกที

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงเคทลิน

ด้วยความที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบใหญ่ทางใต้ หมู่บ้านนี้จึงมีแหล่งน้ำให้ใช้ทำกสิกรรมไม่ขาด และมีปลาน้ำจืดให้จับอีกมากมาย ฟังดูเหมือนเป็นสวรรค์สำหรับกองโจร แต่เนื่องจากคนในหมู่บ้านบางส่วนเป็นนักรบรับจ้าง อีกทั้งหมู่บ้านนั้นตั้งอยู่ทางใต้เกือบถึงเทวณาจักรซาเกรดา โซล กองโจรที่จะกล้ามาลองของที่นี่จึงมีน้อยนัก

ที่หน้าหมู่บ้าน เกลขยับริมฝีปากและชี้นิ้วบอกว่าเขาจะไปเก็บของที่บ้านนอกชายหมู่บ้านซึ่งตายายของซานาเคยอยู่ ขณะที่โทมาบอกว่าจะกลับไปพูดคุยกับคนในครอบครัวสักหน่อยก่อนจะต้องจากบ้านไปอีกพักใหญ่ หญิงสาวจึงแยกตัวไปเก็บของใช้ส่วนตัวที่ร้านยาซึ่งตนใช้ทั้งเป็นที่รักษาคนไข้และนอนหลับพักผ่อน โดยมีเบอร์นาร์ดที่ดูไม่รู้ว่าจะพาตนเองไปอยู่ในมุมไหนดีติดมาด้วย

เสื้อผ้าของเธอไม่ได้มีมากนัก ที่จำเป็นมากกว่าคือหยูกยาต่างๆ ที่ทำเก็บไว้และบรรดาตำราแพทย์เล่มหนา นอกจากนี้เธอคงจะต้องนำเหรียญเงินเหรียญทองของซาเกรดา โซล ที่อยู่ในหีบเก่าแก่ซ่อนไว้ในช่องใต้พื้นหลังโต๊ะเสมียนออกมาให้มากที่สุด

ท่านตาท่านยายเป็นผู้ทิ้งเหรียญเหล่านี้ไว้ให้เธอ เท่าที่ทั้งสองเคยเล่าให้เธอฟัง ท่านตาเคยเป็นองครักษ์ประจำอารามระดับสูงของศาสนจักร ส่วนท่านยายก็เป็นหมอในเมืองหลวงที่เกิดในตระกูลซึ่งทำงานใกล้ชิดอาราม เหตุบางอย่างทำให้ทั้งสองทิ้งชีวิตในนครหลวงมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเกือบชายแดนเล็กๆ แห่งนี้ ความรู้ด้านการแพทย์ หนังสือตำรา และเงินทองมากมายกระทั่งใช้ไม่หมดสำหรับคนที่ตั้งใจจะอยู่อย่างสมถะไปชั่วชีวิตที่เธอได้รับมาก็เหมือนจะยืนยันความจริงนี้

เงินนี้เองที่เธอนำมาใช้จ่ายในระหว่างเดินทางรักษาคนโดยไม่เอากำไร ทั้งซื้อหายาและเครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็น หญิงสาวรู้ดีว่าเพราะตนเป็นชาวอัสลาน โอกาสที่จะสอบเข้าเล่าเรียนวิชาแพทย์ในสถาบันของซาเกรดา โซลที่มองพวกชาวเผ่าเร่ร่อนเป็นคนนอกรีต หรือธีร์ดีเรที่เพิ่งสังหารหมู่พวกเขาเมื่อสิบกว่าปีก่อนย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่ในเมื่อมีท่านยายคอยสอนสั่งอย่างละเอียดจนลมหายใจสุดท้ายของท่านเอง ซานาก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นที่เธอจะต้องหาอาจารย์คนอื่นเพิ่ม แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันการจบการศึกษาจากที่ใดก็ตาม

และบางที วิชาของเธอน่าจะเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินที่กำลังจะเกิดสงครามในไม่ช้า

เธอเก็บของในบ้านไปเงียบๆ โดยมีเบอร์นาร์ดนั่งมองอยู่ราวกับไม่รู้จะพูดคุยอะไรกัน และไม่ช้าพวกเขาก็รวมตัวกับเพื่อนร่วมทางอีกสองไปสู่การเดินทางช่วงต่อไป

หมอฝึกหัดกับคณะเคยออกไปซื้อสมุนไพรในซาเกรดา โซล และเดินทางกลับเข้าด่านทางยาร์ลาธมาแล้ว ดังนั้นแผนการช่วงที่เหลือน่าจะราบรื่นดี ในเมื่อกองกำลังของอุลทูร์ยังไม่ได้มาไกลถึงที่แห่งนี้

 

รูอาร์คกลับไปที่บ้านหลังเดิมในตอนสาย

เขาอยากมาให้ถึงแต่เช้า แต่ก็เกรงว่าจะดูเร่งรีบจนเหมือนไม่ให้เวลาสองสามีภรรยามากจนเกินไป ชายหนุ่มจึงได้เดินเล่นอยู่ภายในหมู่บ้านที่ดูเงียบเหงาไปพลาง

ชาวบ้านบางคนสังเกตเห็นเขา แต่ก็ไม่ได้ทักทายสอบถามว่ามาทำอะไร ชายหนุ่มซึ่งปกติจะเป็นคนทักคนอื่นก่อนจึงได้ปิดปากเงียบและทำเป็นไม่สนใจเช่นกัน เขาไม่มีธุระอะไรในหมู่บ้านนี้มากไปกว่ามารับก็อธฟรีด์ ดังนั้นจึงไม่อยากทำตัวให้เป็นจุดเด่นผิดสังเกต

เมื่อคิดว่าถึงเวลาสมควร รูอาร์คจึงได้เคาะประตู และเพียงไม่นานมันก็เปิดออก

ผู้ที่ชายหนุ่มเห็นคือพ่อของเกล็น ซึ่งเชิญเขาเข้ามาข้างใน

เขาตอบรับคำเชิญและเข้าไป พบว่าหญิงชราที่มีสีหน้าเลื่อนลอยยังคงนั่งอุ้มเด็กชายอยู่ที่โต๊ะคล้ายกับเมื่อวาน แต่ก็อธฟรีด์กลับห่มผ้าคลุมเหมือนเตรียมออกเดินทางไกล และมีห่อผ้าเล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะแทนคำตอบของสองตายาย

“ขอบคุณมากขอรับ...ที่วางใจข้า” รูอาร์คตอบรับอย่างเคร่งขรึมและค้อมคำนับ ขณะที่อีกฝ่ายรินน้ำใส่ถ้วยดินเผาให้เขา

“พวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณ ลูกชายข้าก็ไม่อยู่แล้ว...เราคนแก่สองคนจะดูแลเด็กเล็กให้ดีไปตลอดรอดฝั่งคงไม่ได้ หากไม่ได้ความช่วยเหลือของท่าน”

“พวกท่านจะไปกับข้าด้วยก็ได้นะขอรับ” ชายหนุ่มเสนอ “ข้ามีเงินติดตัวมาพอซื้อเกวียน ข้าบอกว่าพวกท่านเป็นพ่อแม่ของข้าตอนผ่านด่านก็ได้”

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องลำบากหรอก” เจ้าของบ้านส่ายหน้า “พวกเราอยู่ที่นี่มาแต่เกิดจนแก่ จะให้ย้ายไปก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร อีกอย่าง...หากเราไป ใครจะเป็นคนดูแลหลุมศพของเกล็น”

รูอาร์คนิ่งไปครู่หนึ่งก็พยักหน้า “ขอรับ”

“เจ้าก็ดูแลก็อธฟรีด์ให้ดีล่ะ ข้ายอมปล่อยหลานข้าไปเพราะเขาจะมีชีวิตที่ดีกว่าที่นี่เท่านั้น” หญิงชราพูดเสียงขื่นและยิ่งกอดเด็กชายแน่นขึ้น “แล้ว...ถ้าเป็นไปได้...ให้เขารู้ด้วยว่าพ่อของเขาเป็นใคร ให้เขาได้กลับมาหาพ่อที่นี่บ้าง”

ชายชราผงกศีรษะรับ “ไม่รู้ว่าพวกเราจะยังมีชีวิตอยู่ถึงตอนนั้นหรือเปล่า แต่ก็ตามนั้นละนะ ขอให้เขาได้กลับมาเยี่ยมเยียนหลุมศพของพ่อบ้าง เกล็นย่อมอยากเห็นลูกของเขาเติบโตเช่นกัน”

“ข้าเข้าใจ และจะจัดการตามนั้นในฐานะพ่อบุญธรรมขอรับ” ชายหนุ่มรับรอง “ขอให้พวกท่านวางใจ”

บิดาของเกล็นพยักหน้ารับ แล้วจึงขอตัวเด็กชายน้อยที่ยังคงมีสีหน้างุนงงจากภรรยามาส่งให้เขา

เมื่อได้อุ้มเด็กชายไว้ในอ้อมแขน ก็เป็นครั้งแรกที่รูอาร์ครู้สึกได้ว่า ภาระ ที่เขาขอรับผิดชอบนั้นมีน้ำหนักเพียงไร

เขาอายุสิบแปดแล้ว และคนวัยเดียวกันกับตนก็เป็นพ่อไปหลายคน ทว่าชายหนุ่มเพิ่งตระหนักว่าเขากำลังจะรับสิ่งใดเข้ามาในชีวิต ณ เวลานี้เอง

ไม่ใช่แค่เพื่อให้ลีชาดีใจ เด็กคนนี้จะมีความหมายกับรูอาร์คมากมายกว่านั้น

“ยายจ๋า ตาจ๋า” เด็กชายร้องขึ้นมาและเริ่มดิ้นยุกยิกในวงแขนของคนที่ไม่รู้จัก

“ก็อธฟรีด์...ไปเที่ยวกับ ท่านพ่อนะลูก เป็นเด็กดี อย่าโยเยนะ” ชายชราเอื้อมมือมาลูบผมของเด็กน้อยด้วยท่าทางโหยหา

“เที่ยว...เที่ยวเหรอ” เด็กชายรับ “ไปกับท่านป้อ”

“อื้ม ไปเที่ยวกัน” รูอาร์คยิ้มให้เด็กน้อย “ไปขี่ม้า ดูท้องฟ้าทุ่งหญ้าสวยๆ กินขนมอร่อยๆ ด้วย”

“คาหนมเหรอ” เด็กชายดูท่าทางสดใสขึ้น “อาหย่อยนะ?

“ฮื่อ อาหย่อยสิ” ชายหนุ่มรับคำ “ไปนะ ไปขึ้นม้ากัน”

ไม่นานรูอาร์คก็หลอกล่อก็อธฟรีด์ให้นั่งบนหลังม้าสำเร็จด้วยลูกกวาดที่ตนพกติดตัวไว้ และรับห่อผ้าที่มีข้าวของของเด็กชายมาจากตาของเขา ยายของเด็กน้อยยังคงนั่งขดตัวอยู่ในบ้านขณะที่ผู้เป็นตาออกมาส่งเพียงลำพัง

ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะขี่ม้าผ่านหมู่บ้านที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมุ่งหน้าไปทางใต้ สู่เส้นทางอ้อมลงซาเกรดา โซล เพื่อกลับเข้ามายังยาร์ลาธ

เขาหวังว่าตนเองจะรับมือกับเด็กวัยสองขวบได้ตามลำพัง...อย่างน้อยก็จนกว่าจะพาเด็กชายกลับไปคืนผู้เป็นแม่ได้สำเร็จ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #69 ขอขีดเขียน (@Sharina) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 07:38
    ทุกวันนี้รอเรื่องนี้อยู่เรื่องเดียวนี่แหละ ไรเตอร์สู้ๆ
    #69
    1
    • #69-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 80)
      4 ธันวาคม 2560 / 15:30
      ขอบคุณมากๆ ที่ติดตามนะคะ >w<
      #69-1
  2. #68 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 23:40
    ลุ้นหนักมาก ยิ่งตอนหลังๆนี่ยิ่งลุ้น รูอาร์คสู้ๆ! ไรท์สู้ๆ!
    #68
    1
    • #68-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 80)
      4 ธันวาคม 2560 / 15:29
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่า >w<
      #68-1
  3. วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 00:13
    การพาเด็กเดินทางไปด้วยคงลำบากน่าดู แต่เชียร์ให้ทั้งคู่ปลอดภัยนะคะ
    #65
    1
    • #65-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 80)
      1 ธันวาคม 2560 / 14:22
      น่าจะลำบากพอสมควรเลยค่ะ แต่คิดว่ารูอาร์คสู้ไม่ถอยแน่นอนเนอะ
      #65-1
  4. #64 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 80)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 21:03
    สวัสดีผู้อ่านทุกท่านนะคะ หายไปนานเพราะติดงานประจำค่ะ เพิ่งเข้าช่วงที่พอว่างเล็กน้อยเลยมีไอเดียมาต่อตอนต่อไปจนจบนี่เอง

    สำหรับงานเทศกาลเก็บเกี่ยวในเรื่องนี้ก็จะเวียนกลับมาเป็นปีที่สองแล้ว จะเป็นอย่างไรกันต่อไปก็ขอให้ติดตามกันนะคะ

    ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านและคอมเมนต์ตลอดมาด้วยค่ะ เป็นกำลังใจให้นิธินในการกลับมาเขียนจริงๆ และก็หวังว่าจะได้พูดคุยกันต่อไปตามตอนต่างๆ ในอนาคตเช่นกันค่ะ ^^

    ป.ล. สำหรับหน้ากากที่แก๊งหมอซานาใช้ ได้แรงบันดาลใจจากหมอกาฬโรคในยุคกลางค่ะ สำหรับคนที่เคยอ่านเบอร์เซิร์กก็น่าจะเคยชินกับหมอที่เป็นคนของมอสกุทเช่นกันค่ะ
    #64
    0