The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 76 : 14 - เจ้าหญิงอีกพระองค์หนึ่ง "พวกมันกล้าเอาเคียราไปทำแบบนี้งั้นหรือ!"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 ต.ค. 60

บทที่ ๑๔

เจ้าหญิงอีกพระองค์หนึ่ง

 

ดูลัสมาถึงเมอร์คาห์ในยามสายวันต่อมา แต่ก็ยังไม่ได้เข้าพบท่านผู้สำเร็จราชการในทันที เขากับพวกเรเวนมาที่บ้านพักของตระกูลฟาร์รุล ที่พำนักของคนในตระกูลยามมีธุระหรืองานในเมืองหลวง อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ใกล้เคียงกับบ้านที่สุดสำหรับชายหนุ่มซึ่งขาดแม่และพักอยู่ที่นี่เพียงลำพังในฐานะนายน้อย ยามเรียนในวิทยาลัยหลวง ตลอดจนวันว่างจากงานราชองครักษ์

เคียรายังคงไม่คืนสติ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจให้นำตัวเธอมาพักผ่อนที่นี่ และให้คนรับใช้ของตนตามหมอมาดูแล ส่วนตัวเขาเองก็ต้องอาบน้ำชำระกายและเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่จะเข้าวังไปพบท่านผู้สำเร็จราชการ

แต่เขาไม่ทันนึกเลยว่าจะพบใครอีกคนที่บ้านหลังนั้น หลังจากแต่งกายเสร็จแล้วเดินออกมาที่ห้องด้านหน้า...

ท่านพ่อ?”

ดูลัสแทบลืมไปแล้วว่าเวลานี้เจ้ามณฑลอุลทูร์เองก็พำนักอยู่ในเมืองหลวง ตั้งแต่ไม่กี่วันก่อนกำหนดพระราชพิธีเสกสมรสเดิม ทว่าในเมื่อเป็นหนึ่งในคนในที่รู้ว่าพิธีอาจถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด ชายหนุ่มจึงเข้าใจว่าบิดาผู้ถืองานเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งจะเดินทางกลับไปดูแลมณฑลก่อน

เป็นอย่างไรบ้างชายชราที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะน้ำชาเพียงทักอย่างเรียบเฉย แม้นัยน์ตาสีฟ้าจางจะดูราวกับแย้มยิ้มน้อยๆเจ้าเพิ่งมาถึงคงเหนื่อย ไปพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ

ดูลัสค้อมศีรษะทำความเคารพทันทีที่ตั้งสติได้และเรียบเรียงคำตอบข้ายังต้องรีบรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกับท่านผู้สำเร็จราชการขอรับ

อ้อ ไม่ต้องหรอกบิดาของเขาเพียงโบกมือราวกับไม่สนใจเมื่อครู่ พ่อไปพบท่านคอนรอยมาแล้ว

ชายหนุ่มได้แต่ยืนนิ่งงุนงงด้วยเหตุใด

เมื่อเช้า มังกรน้ำส่งสารมากับม้าเร็วท่านพ่อเอ่ยเรียบเฉยเห็นว่าเจ้ายังไม่มาถึง ท่านคอนรอยจึงเชิญพ่อไปพูดคุยกันก่อน

แล้วสารนั้นว่าอย่างไรขอรับดูลัสกลั้นใจถาม

เขาพอเดาใจความของสารนั้นได้ว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการปะทะที่บ้านพักตากอากาศและการลักพาเจ้าหญิงแอชลีนน์กับเคียรา แต่ก็ยังไม่อยากให้บิดารู้ว่าตนรู้เรื่องบางอย่างในสารลับแล้ว หากว่าเจ้ามณฑลยาร์ลาธยังไม่ได้เขียนถึงเรื่องนั้น

ข้อกล่าวหาที่เจ้าไม่จำเป็นต้องใส่ใจชายชรากลับตอบเหมือนกับนั่นไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญรีบไปพักผ่อนเถอะ ไม่เกินสัปดาห์นี้จะมีพิธีเสกสมรสแน่

ชายหนุ่มขมวดคิ้วแต่เจ้าหญิง...

เรามีเจ้าหญิงอยู่ที่นี่แล้วท่านพ่อค่อยๆ คลี่ยิ้ม นัยน์ตาของท่านเรืองวาวด้วยความคาดหมายบางอย่างเจ้าหญิงซึ่งเจ้าพากลับมา และจะไม่มีใครรู้ว่าพระองค์เคยเสด็จไปอยู่ที่อื่น แน่นอนว่าไม่เคยเสด็จไปที่ยาร์ลาธ

ดูลัสเบิกตากว้าง ขณะที่บิดาของเขายังคงพูดต่อไปพร้อมกับปรายตาลงมองมีดสั้นที่มีตราประจำราชวงศ์ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า

อย่าห่วงเลย พ่อเพียงแต่คิดว่าเด็กผู้หญิงเอาแต่ใจก็ต้องได้รับการสั่งสอนเสียบ้าง จนกว่านางจะยินยอมกลับมาทำหน้าที่ราชินีแต่โดยดีเท่านั้นเอง

 

เรื่องราวต่างๆ เริ่มจะบานปลาย

คอนรอยแทบไม่มีสมาธิทำงาน เขามองสารจากอีกมณฑลซึ่งวางค้างอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้า รายงานข้อกล่าวหาที่มีต่อเจ้ามณฑลอุลทูร์ ดูลัสกับเหล่านักรบเรเวนอย่างชัดแจ้ง ทั้งการลอบปลงพระชนม์เมื่อสี่ปีก่อน พยายามลักพาตัวเจ้าหญิงแอชลีนน์ สังหารทหารของยาร์ลาธและพลเรือนผู้ไม่เกี่ยวข้องรวมเป็นกว่าสิบคน

และร้ายแรงที่สุด...วางยาอันไม่บังควรต่อเจ้าหญิง

หากว่าข่าวนี้ไม่ได้มาจากมังกรน้ำแห่งทะเลตะวันตก ท่านผู้สำเร็จราชการคงไม่อาจเชื่อ เขารู้จากครั้งเจ้าหญิงพาชายคนทรายแหกคุกหนีไปยังยาร์ลาธแล้วว่าราชองครักษ์ซึ่งกลายมาเป็นพระคู่หมั้นอาจทำเรื่องใจร้อนไปบ้าง ยิ่งการเจรจาเพื่อให้เจ้าหญิงทรงตกลงที่จะเสด็จกลับเนิ่นช้า ก็อาจเป็นชนวนให้เขาเลือกลักลอบพาพระองค์กลับมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่น่าจะสังหารพลเรือนและใช้ยาตามที่เจ้ามณฑลยาร์ลาธกล่าวหา

แล้วยังเรื่องการลอบปลงพระชนม์...

เรื่องเหลวไหลทั้งนั้น คือคำตอบของเจ้ามณฑลอุลทูร์หลังจากอ่านสารที่เขาส่งให้อย่างสงบ มันดูถูกข้าและหน่วยเรเวนของข้าเกินไปแล้ว มังกรน้ำมันถูกงูทรายนั่นล้างสมอง หรือรวมหัวกันกุเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อหวังผลประโยชน์ร่วมกันแน่

ข้าไม่ทราบ ผู้สำเร็จราชการตอบ เขาไม่คิดว่าท่านเบเรคจะหลงเชื่อคำพูดของคนต่างชาตินั้นง่ายๆ โดยไม่มีมูล แต่หากจะร่วมมือเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง อีกฝ่ายก็น่าจะมีวิธีที่แยบคายกว่านี้ และมีผลประโยชน์ที่คุ้มค่าเป็นรูปธรรมยิ่งกว่า

ได้ยินว่าเขายังมีลูกชายอยู่อีกคนไม่ใช่หรือ เป็นไปได้ไหมที่เขาต้องการให้ลูกอีกคนได้เสกสมรสกับเจ้าหญิงแทนคนที่ตายไป ท่านแฟคท์นาสันนิษฐาน

คอนรอยสั่นศีรษะ เขาไม่เคยทำสิ่งใดที่แสดงความปรารถนานั้น

ก็เป็นไปได้ว่าอาจยังไม่ต้องการให้ใครรู้ ชายชราเปรย ข้าว่ามังกรน้ำไม่ใช่คนโง่ หากงูทรายพวกนั้นไม่มีเวทมนตร์หรือฉลาดเป็นกรด คงครอบงำเขาไม่ได้ง่ายๆ ดังนั้นต่างฝ่ายน่าจะร่วมมือกันเพื่อตัวเองมากกว่า

หมายความว่าท่านปฏิเสธข้อกล่าวหา?” ผู้สำเร็จราชการตั้งคำถาม

ท่านคิดว่าข้าจะทำเรื่องหยาบช้าแบบนั้นหรือ เจ้ามณฑลชรากลับย้อนถาม แล้วคิดว่าหน่วยของข้าจะฆ่าคนไม่เลือกหน้าอย่างที่พวกมันกล่าวหา ลูกชายข้าจะใช้ยาต่ำช้าเช่นนั้นกับเจ้าหญิง นั่นเป็นถิ่นของพวกมัน คนทั้งสองฝ่ายก็ตายไปแล้ว มันจะสร้างเรื่องสร้างหลักฐานให้ร้ายแรงขึ้นไปกว่าเดิมอย่างไรก็ได้ ข้าเชื่อว่าเมื่อลูกชายข้าเดินทางมาพร้อมกับลูกสาวของท่าน เราจะได้ทราบความจริงในไม่ช้า

ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับ นั่นดูเหมือนจะเป็นทางเลือกเท่าที่ตนมี

แต่เรื่องสำคัญกว่านั้น... ท่านแฟคท์นาเอ่ยช้าๆ ข้าคิดว่าพิธีเสกสมรสเลื่อนมานานเกินไปแล้ว เวลานี้ทั้งขุนนางและประชาชนล้วนแต่กระวนกระวายและไม่แน่ใจ ข้าได้ยินว่ามีข่าวลือไร้สาระว่าเจ้าหญิงอาจจะประชวรหนักจนสิ้นพระชนม์ และสิ้นสายเลือดราชวงศ์ไปแล้วด้วยซ้ำ

คอนรอยได้แต่นิ่งฟัง ใช่ว่าเขาเองไม่ได้ยินข่าวลือเหล่านั้นมาบ้าง เช่นเดียวกับข่าวที่ใช่จะไม่เป็นความจริงไปเสียทีเดียว ที่ว่าเจ้าหญิงทรงหลบหนีออกจากวังไปกับคนรักที่ไร้ชาติตระกูลเนื่องจากไม่ต้องการเสกสมรสกับพระคู่หมั้น

เวลานี้ อาณาจักรต่างๆ กำลังจับตามองธีร์ดีเรในฐานะอาณาจักรที่มีทรัพยากรพร้อมมูลและเส้นทางค้าขายออกทะเล เหตุระส่ำระสายภายในอาจดึงอาณาจักรอื่นเข้าแทรกแซงได้ไม่ยาก

หากจำเป็นถึงที่สุด เราจะเลื่อนพิธีเสกสมรสออกไปก่อนเพื่อให้เจ้าหญิงทรงยินยอมเสด็จกลับจากยาร์ลาธได้ไหม ท่านแฟคท์นา ท่านผู้สำเร็จราชการตัดสินใจเลียบเคียง เจ้าหญิงทรงแสดงพระประสงค์หนักแน่นว่าจะไม่เสกสมรสกับใครก็ตาม แต่ข้าคิดว่าเราน่าจะตกลงเรื่องนี้กันได้ในภายหลัง สำคัญคือหากพระองค์ไม่เสด็จกลับมา สถานการณ์ในอาณาจักรจะกลับเป็นปรกติไม่ได้ หลังจากนั้น เราอาจจะรอให้เวลาช่วยทำให้ทรงเข้าพระทัยว่าเหตุใดการเสกสมรสจึงสำคัญ และอาจจะให้พระองค์ได้เรียนรู้จากการทรงงานร่วมกับลูกชายของท่านในฐานะพระคู่หมั้นไปอีกสักระยะ หากเป็นเช่นนั้นอาจจะทรงยอมรับการเสกสมรสได้

ขุนนางชรากลับหรี่ตาและขมวดคิ้ว ท่านไม่คิดว่านั่นนานไปหน่อยหรือ สิ่งสำคัญต่อธีร์ดีเรคือทั้งราชาและราชินี รวมทั้งเจ้าชายรัชทายาทที่จะประสูติมา ไม่ใช่เด็กผู้หญิงหัวดื้อที่คิดตื้นเขินแค่ว่าเมื่อสวมมงกุฎแล้ว นางจะดูแลทั้งอาณาจักรได้ด้วยตัวคนเดียวเหมือนเด็กเล่นตุ๊กตาต่างหาก

แต่หากไม่รอมชอมกัน สถานการณ์จะเลวร้ายยิ่งไปกว่านี้... คอนรอยแย้ง

ไม่คิดว่าท่านรอมชอมเกินไปหน่อยหรือ ท่านคอนรอย เจ้ามณฑลอุลทูร์ยังคงเอ่ยเสียงเรียบ เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเจ้าหญิงทรงเอาพระทัยตนเองเกินไป ทรงหนีออกจากวังเพราะหลงเชื่องูทรายพวกนั้นและทำให้ทุกคนลำบากเดือดร้อนกันไปหมด ต่อให้เป็นถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เด็กที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษให้สำนึกอยู่ดี ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการเฆี่ยนตีข้ารับใช้แทนไม่ใช่หรือ

ผู้สำเร็จราชการกะพริบตาอย่างสงสัยกับคำพูดของขุนนางอาวุโสท่านหมายความว่าอย่างไร

เราควรแสดงให้พระองค์ทรงเห็นว่าต้องเสด็จกลับมาโดยไม่มีข้อแม้ ไม่ใช่ยอมเอาพระทัย หากเลื่อนพิธีเสกสมรสออกไปก็เท่ากับเปิดช่องให้ทรงถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข หรืออุ้มชูคนทรายพวกนั้นเข้ามาแทรกแซงในธีร์ดีเรมากกว่านี้ บางที...หากทรงสำนึกว่าพระองค์ไม่ใช่รัชทายาทพระองค์เดียวแห่งธีร์ดีเรเรื่องนี้อาจจะง่ายขึ้นก็ได้

คอนรอยสังหรณ์ว่าสิ่งที่ตนกำลังจะได้ยินย่อมไม่ใช่เรื่องโสภา แต่เขาก็ยังตีสีหน้าเรียบเฉยและเพียงเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ท่านพูดอะไรกัน ท่านแฟคท์นา รัชทายาทของธีร์ดีเรมีเหลือเพียงเจ้าหญิงแอชลีนน์เท่านั้น

หากไม่นับบุตรนอกสมรสซึ่งในกฎมณเฑียรบาลระบุว่าสามารถขึ้นครองราชย์ได้ ในกรณีที่รัชทายาทอื่นๆ สิ้นพระชนม์ หรือมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะขึ้นครองราชย์ใดๆ

ชายวัยกลางคนแสร้งทำเป็นตกใจ ข้าไม่เคยได้ยินว่าพระราชวงศ์อลาชตาร์พระองค์ใดมีบุตรนอกสมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในเวลานี้

เช่นนั้นรึ ขุนนางชราหัวเราะขึ้นมา พระราชาอาร์กาดสมัยหนุ่มน่าจะมีคนรักลับๆ อยู่สักคนสองคนนะ

เรื่องนั้นข้าไม่บังอาจทราบได้

ข้าแน่ใจว่าท่านทราบ ท่านคอนรอย ว่ามีเจ้าหญิงอีกพระองค์หนึ่งซึ่งยังมีพระชนม์ชีพอยู่ และท่านก็ทราบดีด้วยว่าเจ้าหญิงพระองค์นั้นคือผู้ใด

ผู้สำเร็จราชการบังคับตนเองให้หัวเราะแข็งๆ ท่านไปได้ยินเรื่องไร้มูลเหล่านี้มาจากไหน

ข้าทราบว่ามีมูล แต่ท่านไม่ต้องการให้เปิดเผยออกไปแน่นอน เจ้ามณฑลอาวุโสดูเหมือนจะยิ้มน้อยๆ ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงต้องขอให้ธิดานอกสมรสของท่านช่วย

เคียราไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ คอนรอยตอบเคร่งขรึม ลูกที่เกิดจากความผิดพลาดในวัยหนุ่มของข้าคนนี้พบเจอแต่เรื่องเคราะห์ร้ายมามากเกินพอแล้ว ท่านคงไม่คิดว่านางคือเจ้าหญิงลึกลับที่ท่านพูดถึงนั่นหรอกนะ

นั่นสิ ข้าก็ไม่คิดว่าจะมีใครเสียสละเพื่อราชวงศ์ที่กำลังอ่อนแอถึงขั้นอาสาออกรับเป็นชู้ของหญิงคนรักของพระราชา เพียงเพราะสามีของนางโวยวายว่านางท้องขึ้นมาได้ทั้งๆ ที่เขาไปอยู่ชายแดนหลายเดือน ยิ่งในเมื่อสามีคนนั้นคือเพื่อนสนิทของท่านคนหนึ่งเสียด้วย แฟคท์นาประสานมือเข้าด้วยกัน แต่ต่อให้เคียราไม่ใช่เจ้าหญิงพระองค์นั้น ข้าหวังว่าท่านจะไม่หวงห้าม หากธิดาของท่านจะทำประโยชน์เพื่ออาณาจักรบ้าง

ท่านจะให้นางทำอะไร ผู้สำเร็จราชการขมวดคิ้ว

เข้าพิธีเสกสมรสและพิธีราชาภิเษกในฐานะเจ้าหญิงแอชลีนน์’”

นี่ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่ ท่านแฟคท์นา ชายผู้อ่อนวัยกว่าอดถามเสียงแข็งขึ้นไม่ได้ จะให้เคียราสวมรอยเป็นเจ้าหญิงแทนอย่างนั้นหรือ! ทำแบบนั้นเท่ากับลบหลู่เบื้องสูงเชียวนะ!

เพียงชั่วคราวเท่านั้นเอง ท่านคอนรอย ขุนนางชรายังคงพูดต่อไปอย่างใจเย็น เพื่อให้เจ้าหญิงทรงยินยอมเสด็จกลับด้วยพระองค์เอง และจะได้ทรงตระหนักว่าหากทรงประพฤติตนนอกเหนือพระจริยวัตรอันสมควร พระองค์จะเป็นได้เพียงเจ้าหญิงตัวปลอมที่ไม่อาจอ้างสิทธิ์ใดเหนือบัลลังก์ได้อีก ยิ่งสัญลักษณ์ของพระราชวงศ์ก็ไม่ได้อยู่กับพระองค์อีกต่อไปแล้วด้วย

แต่ว่า...

หรือท่านจะให้ข้าอัญเชิญเจ้าหญิงอีกพระองค์ขึ้นครองราชย์กับพระคู่หมั้นที่ถูกต้องแทนเสียเลย แบบนั้นเห็นจะยุ่งยากน้อยกว่า ชายผู้มากวัยกว่าส่งสายตามาอย่างรู้ความนัย นอกจากปกป้องพระราชวงศ์อลาชตาร์แล้ว ท่านคงต้องการให้สายพระโลหิตของพระราชวงศ์ที่ครองราชย์ต่อไปผสมสายเลือดของตระกูลแดฟนิคของท่านมากกว่ากระมัง

ผู้สำเร็จราชการพยายามสบตาตอบคู่สนทนาอย่างเรียบเฉย แม้ไม่อาจเห็นหนทางอื่น

หากขุนนางอื่นๆ รู้ว่าเจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงหายไปจากวังเป็นเวลานานครึ่งค่อนเดือน ไปพำนักอยู่ที่ยาร์ลาธอย่างลับๆ โดยมีชายคนทรายชักพา พวกเขาย่อมคลางแคลงในพระเกียรติและสำนึกในราชภาระของพระองค์ ยิ่งรู้ว่ามีเจ้าหญิงอีกพระองค์ซึ่งสามารถเป็นรัชทายาทแทนได้ ก็ย่อมลงมติให้เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงหมดสิทธิ์ในพระราชบัลลังก์ ผลักดันให้เจ้าหญิงพระองค์นั้นเสกสมรสกับพระคู่หมั้นที่มีพร้อมแล้ว และขึ้นเป็นราชินีแทน

หากมีการลงมติอย่างเป็นทางการในสภาขุนนางแล้วได้เสียงข้างมากออกมาอย่างไร ผู้สำเร็จราชการซึ่งมีหน้าที่เพียงแต่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยของการบริหารบ้านเมืองแทนยุวกษัตริย์ก็ไม่อาจคัดค้าน ยิ่งไม่นับว่าพระราชธิดานอกสมรสอีกพระองค์ซึ่งอยู่ในความคุ้มครองของเขาจะถูกเปิดเผยออกมาโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

ราชบัลลังก์ไม่ใช่สิ่งที่เด็กคนนั้นควรแบกรับ ไม่ใช่เพราะนางไม่ใช่สายเลือดของตระกูลแดฟนิคของเขา...แต่เป็นเพราะนางไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาเพื่อการนั้นมาแต่แรกแล้วต่างหาก

นางจะตกเป็นเบี้ยโดยสิ้นเชิง

เจ้าหญิงแอชลีนน์อาจจะทรงพระทัยร้อน และแข็งกร้าวเกินไปบ้าง แต่การเพียรศึกษาที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเข้าพระทัยและทรงมีพระประสงค์จะปกครองธีร์ดีเรอย่างแท้จริง และในทีแรกก็ดูเหมือนจะทรงยอมรับดูลัสในฐานะพระคู่หมั้นแต่โดยดี

เช่นนั้น สิ่งใดกันที่ทำให้ทรงเปลี่ยนพระทัย

การเปิดโปงผู้บงการเหตุลอบปลงพระชนม์ ซึ่งมังกรน้ำและคนทรายนั้นกล่าวอ้างหรือ...

คอนรอยพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ ว่าขุนนางเก่าแก่อย่างเจ้ามณฑลอุลทูร์จะกล้าทำเช่นนั้น แต่เขาก็เชื่อว่าเจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงมีพระสติปัญญาพอที่จะไม่ถูกครอบงำได้โดยง่าย

ในสารบอกว่าที่เจ้ามณฑลยาร์ลาธกับเจ้าหญิงไม่เปิดเผยเรื่องเหตุลอบสังหาร เป็นเพราะต้องการตกลงกับตระกูลฟาร์รุลอย่างลับๆ ให้ยอมถอนหมั้น เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะจนสูญเสียเลือดเนื้อ

ทว่าบัดนี้ เลือดของคนธีร์ดีเรทั้งสองฝ่ายกลับหลั่งรดแผ่นดินเสียแล้ว อาจสายเกินกว่าที่จะเจรจากันด้วยดีได้อีก มิหนำซ้ำแฟคท์นายังแสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่ต้องการประนีประนอม และไม่ต้องการเพียงต่อสู้กับข้อกล่าวหาร้ายแรงที่อีกฝ่ายจะประกาศสู่สาธารณชน แต่บีบเจ้าหญิงผู้หลบหนีไปให้จนมุมด้วยเจ้าหญิงอีกพระองค์ซึ่งตกอยู่ในกำมือของเขา

แล้วข้าควรจะทำอย่างไรดี...ฝ่าบาท พี่หญิง...ชายวัยกลางคนใช้มือหนึ่งกุมหน้าผาก เท้าศอกกับโต๊ะอย่างอ่อนแรง...ข้าจะปกป้องทั้งเจ้าหญิงแอชลีนน์ กับเจ้าหญิงอีกพระองค์ไว้ได้อย่างไรกัน...

 

หญิงสาวลืมตาขึ้นอย่างมึนงง และเห็นเพดานเตียงไม้อันไม่คุ้นเคยอยู่ตรงหน้า

เธอไม่รู้ว่าตนอยู่ที่ไหน และมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

เคียราลุกขึ้นนั่งบนเตียงก่อนจะมองไปรอบห้องกว้างซึ่งตนแน่ใจว่าเพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก เธอนิ่งอยู่อีกครู่จึงค่อยๆ จำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่ตนจะหลับไป

เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงหลบหนีไปได้ใช่ไหม...แล้วที่ที่เธออยู่นี่คือที่ใดกัน

ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ

หญิงสาวสะดุ้ง ก่อนจะหันไปเห็นว่าเสียงเรียกมาจากหญิงรับใช้ซึ่งนั่งในมุมที่ม่านบัง เธอจึงไม่ทันสังเกตในทีแรก

หญิงคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ เคียราจึงได้ถามคำถามในใจ และได้คำตอบมาว่าบ้านพักของตระกูลฟาร์รุล

บ้านของท่านดูลัสหรือ...เช่นนี้ก็เท่ากับว่าเธออยู่ในเมืองหลวงแล้ว นางกำนัลสาวไม่แน่ใจว่าเจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงหนีไปได้หรือไม่ แต่หากไม่ได้ เวลานี้เธอกับพระองค์ก็ควรจะอยู่ในพระราชวังแล้วมากกว่ากระมัง

เคียราไม่แน่ใจว่าหญิงรับใช้รู้เรื่องต่างๆ มากแค่ไหนจึงได้ไม่กล้าถาม แต่ให้นางช่วยจัดการเรื่องอาหาร น้ำอาบ กับเสื้อผ้าให้ตามหน้าที่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะบอกว่านายท่านหรือเจ้ามณฑลอุลทูร์เชิญเธอไปพบ

นั่นเองที่ทำให้เคียราเริ่มสงสัยว่าเหตุใดคนระดับเจ้ามณฑลจึงต้องการพบเธอ แม้จะทำให้กระจ่างขึ้นบ้างว่าเหตุใดเธอจึงมาอยู่ที่บ้านพักของเขาแทนที่จะเป็นห้องพักของตนในวังหลวง หรือที่ที่เลวร้ายกว่านั้น...หากคนอื่นๆ เห็นว่าเธอมีส่วนช่วยให้เจ้าหญิงทรงหลบหนีไป...และหากท่านแฟคท์นารู้ว่าอาเมียร์บอกเรื่องใดต่อเธอ

ถึงอย่างไร เดาไปก็ยังไม่รู้ความจริง การพูดคุยกับเจ้ามณฑลอุลทูร์คงจะช่วยให้เหตุการณ์กระจ่างขึ้นได้มากกว่า

หญิงรับใช้พาหญิงสาวไปยังห้องที่น่าจะเป็นห้องน้ำชา ซึ่งขุนนางชรากับบุตรชายนั่งอยู่ก่อนแล้ว

ท่านดูลัสไม่ได้มองเธอ แต่ในทันทีที่หญิงสาวเลื่อนสายตาไปเห็นเขา เคียราก็อดไม่ได้ที่จะหลบตาอย่างหวาดหวั่น เธอไม่กล้านึกเลยว่าเขารู้สึกอย่างไรกับการทรยศของตน

อ้อ เชิญนั่งเถอะคุณหนู

เสียงบอกของเจ้ามณฑลทำให้นางกำนัลสาวยอบกายลงถอนสายบัวอย่างนอบน้อมก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่หญิงรับใช้เลื่อนให้ และมองสายน้ำชาร้อนที่นางรินใส่ถ้วยซึ่งยังว่างอยู่

คุณหนูรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า

มะ...ไม่เจ้าค่ะเคียราตอบได้เท่านั้นก็เงียบไป

ท่านแฟคท์นาหัวเราะตอบเบาๆ ก่อนจะเปรยแสดงว่ายาถอนของฟีอาคราใช้ได้ผลดี

หญิงสาวเหลือบมองชายชราซึ่งหยิบถ้วยชาขึ้นจิบด้วยท่าทางสบายๆ กับบุตรชายวัยคราวหลานที่เบือนหน้าไปอีกทาง แล้วก็รวบรวมความกล้าของตนเจ้าหญิงแอชลีนน์...ทรงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ

หลังจากทรงหลอกให้เจ้าดื่มยาสวมรอยแทนแล้ว ก็ยังทรงดื้อเหมือนเดิมเจ้ามณฑลตอบราบเรียบราวกับกำลังพูดเรื่องปกติธรรมดาแต่เวลานี้ท่านคอนรอยทราบเรื่องทั้งสองทางแล้ว ถึงเจ้าหญิงจะยังไม่ยอมเสด็จกลับมา ท่านก็ดีใจมากที่พวกเราช่วยเจ้ากลับมาจากยาร์ลาธได้

เคียรานิ่งฟังพร้อมกับคิดตาม...แสดงว่าพวกเขาไม่ได้คิดว่าเธอดื่มยาเสียเองเพื่อให้เจ้าหญิงทรงตัดพระทัยหนีไปเพียงพระองค์เดียวหรอกหรือ

ข้ารู้ว่านี่คงกะทันหันเกินไป แต่ข้ากับท่านคอนรอยมีเรื่องสำคัญที่อยากขอร้อง เจ้าจะช่วยทำสิ่งนี้เพื่อธีร์ดีเร และเพื่อเจ้าหญิงได้หรือไม่

เจ้าคะ?” หญิงสาวได้แต่รับอย่างงุนงง

ระหว่างที่เจ้าหญิงทรงหายไป เราประกาศต่อประชาชนว่าพิธีเสกสมรสเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนดเพราะพระองค์ทรงพระประชวร แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็มีเพียงความไม่แน่ใจและข่าวลือในทางร้าย เช่นว่าเจ้าหญิงสิ้นพระชนม์ไปแล้ว หรือหนีพิธีเสกสมรสไปกับคนรักชั้นต่ำ เพื่อปกป้องพระเกียรติของพระองค์และรักษาความมั่นคงของธีร์ดีเร เราจำเป็นที่จะต้องจัดพระราชพิธีเสกสมรสขึ้นโดยเร็วที่สุด

หมายความว่าจะให้เจ้าหญิงเสด็จกลับจากยาร์ลาธให้ได้หรือ...เคียราครุ่นคิดอย่างสงสัย ก่อนจะตัดสินใจถามแล้วจะให้ข้าทำอย่างไรหรือเจ้าคะ

เข้าร่วมพระราชพิธีเสกสมรส และแสดงตัวเป็นเจ้าหญิง...ไม่สิ พระราชินีแอชลีนน์ จนกว่าเจ้าหญิงพระองค์จริงจะทรงยินยอมเสด็จกลับมา

นางกำนัลสาวเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อหูของตนเองเลยแม้แต่นิดเดียว

ใครจะทำเช่นนั้นได้ด้วยหรือ

หากเจ้าแสดงตนเป็นเจ้าหญิงแทน ไม่ช้าเจ้าหญิงแอชลีนน์จะทรงตระหนักว่าพระองค์ทรงทำตัวเป็นเด็กไร้เหตุผลมานานเกินไปแล้ว และจะเสด็จกลับมาด้วยพระองค์เองเพื่อทรงรับพระราชภาระของพระองค์ แทนที่จะยืนกรานดื้อด้านตามลมปากของคนทรายกับเจ้ามณฑลยาร์ลาธ

แต่เรื่องแบบนั้น...

เพียงชั่วคราวเท่านั้นเอง คุณหนู ข้ากับท่านคอนรอยได้หารือเรื่องนี้กันเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่คุณหนูต้องทำก็มีเพียงเข้าร่วมพระราชพิธีเสกสมรสกับดูลัสและแสดงตัวเป็นพระราชินี...แต่เพียงในนาม และเพียงระยะสั้นๆ จนกว่าเจ้าหญิงแอชลีนน์จะทรงได้พระสติว่าสิ่งที่ทรงดึงดันทำอยู่นั้นไม่เป็นผลดีต่อธีร์ดีเรเลย

เคียราเริ่มหัวหมุน เธอไม่คิดว่าบิดาของตนจะเห็นด้วย หรือแม้แต่การสวมรอยเป็นนายเหนือของตนเช่นนั้นจะเป็นไปได้ หญิงสาวเหลือบมองท่านดูลัสเผื่อจะได้พบว่าอีกฝ่ายมีความคิดเห็นอย่างไร แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่มองมาทางเธอ เรียกได้ว่าทำราวกับนางกำนัลสาวกับพ่อของเขาไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้ด้วยอย่างสมบูรณ์

หมายความว่า...เขาไม่เห็นด้วยอย่างนั้นหรือ

หากว่าท่านดูลัสไม่เห็นด้วย เคียราก็ไม่ควรจะเห็นด้วยใช่ไหม

แต่แล้ว หญิงสาวก็บังเกิดความคิดแย้งขึ้นมา

ทำไมเธอจึงยังต้องเห็นด้วยกับเขาอีก...ในเมื่อเขาไม่ได้ปฏิเสธให้เด็ดขาดเลยด้วยซ้ำว่าบิดาของตนไม่ใช่ผู้บงการของเหตุลอบปลงพระชนม์ตามที่ถูกกล่าวหามา

แผนการของเจ้ามณฑลอุลทูร์คือการให้ชายหนุ่มได้สมรสกับเจ้าหญิงและขึ้นเป็นกษัตริย์ หากเป็นเช่นนั้น เธอก็ไม่ควรปล่อยให้แผนการนี้สำเร็จ...ทว่าหากจะดึงดันปฏิเสธ ก็ดูเหมือนจะไร้หนทางโดยสิ้นเชิง

แต่หากเข้าพิธีแทนในฐานะเจ้าหญิงแอชลีนน์ เจ้าหญิงตัวจริงก็จะยังคงอยู่ที่ยาร์ลาธ พระองค์จะทรงปลอดภัย ไม่ถูกตามจับกลับมา และแน่นอนว่าไม่มีวันยอมตามเงื่อนไขของแฟคท์นา อาเมียร์กับเจ้ามณฑลยาร์ลาธก็คงจะช่วยพระองค์จัดการเปิดโปงความผิดของพวกเขาได้โดยที่เจ้าหญิงแอชลีนน์ไม่ต้องทรงกังวลเรื่องสถานการณ์ทางเมืองหลวง ซึ่งไม่ควรปล่อยให้ขาดเจ้าหญิงและพระราชพิธีเสกสมรสไปนานกว่านี้ใช่ไหม

หากว่าเธอยอมตามแผนของทางอุลทูร์ แล้วเปิดเผยตนในเวลาที่เหมาะสมว่าพวกเจ้ามณฑลอุลทูร์นำราชินีตัวปลอมขึ้นครองบัลลังก์...ก็จะยิ่งตอกย้ำความผิดของพวกเขาได้ชัดเจนขึ้นด้วยไม่ใช่หรือ

เธอไม่รู้เรื่องการเมืองการปกครองมากพอที่จะเดาได้ว่าตนสันนิษฐานถูกต้องหรือไม่ และสิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อไป แต่ถึงอย่างนั้น...

เธอก็ไม่อยากตัดสินใจผิดพลาด ไม่อยากเสียใจในภายหลังอีกแล้ว

เอาเถอะ ข้ารู้ว่าเรื่องนี้กะทันหันมาก เจ้าค่อยๆ ใช้เวลาคิดเถอะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยให้คำตอบแล้วไปพบท่านคอนรอยด้วยกันก็ได้ขุนนางชราพูดขึ้นมา

เจ้าค่ะหญิงสาวก้มหน้ารับคำ แม้จะไม่วายถามข้า...ขอกลับเข้าวังไปพบท่านพ่อในวันนี้ได้ไหมเจ้าคะ

เห็นว่าวันนี้มีประชุมใหญ่ ท่านคอนรอยคงจะยุ่ง พักผ่อนตามสบายเถอะ แล้วพรุ่งนี้เราจะไปพบท่านด้วยกัน ...เอ้อ ดูลัส

ชายหนุ่มเพิ่งหันมาเมื่อผู้เป็นบิดาเรียกเขาขอรับ

เจ้าเองก็พักอยู่กับคุณหนูเคียราเถอะ เดี๋ยวพ่อจะไปทำธุระสักหน่อย

ข้าจะไปซ้อมดาบท่านดูลัสตอบในทันทีพร้อมกับลุกขึ้นยืนขอตัวก่อนขอรับ

ครั้นแล้ว ชายหนุ่มก็เดินจากไปที่ประตู โดยไม่แม้แต่จะพูดหรือมองหญิงสาวอีกเช่นเคย

ท่านแฟคท์นาขอตัวออกไปเช่นกันในไม่ช้า ทิ้งนางกำนัลสาวให้นั่งอยู่เพียงลำพังกับน้ำชาที่เย็นชืด และความคิดที่ลังเล

 

นี่มัน...

แอชลีนน์จ้องมองกระดาษที่ตนถืออยู่เขม็ง ท่ามกลางสายตาของเจ้ามณฑล หัวหน้าหน่วยย่อย และที่ปรึกษาที่นั่งอยู่ด้วยกันตรงโต๊ะประชุมยาว

เธอไม่แน่ใจว่าตนเข้าใจสารที่กำลังถืออยู่ในมืออย่างถูกต้องหรือไม่

ท่านน้าเขียนว่าจะมีการจัดพระราชพิธีเสกสมรส และพิธีราชาภิเษกในอีกห้าวันข้างหน้า

โดยที่เธอยังอยู่ที่นี่

ไม่มีหนทางยับยั้งการเสกสมรส ท่านน้าเขียนไว้ว่าไม่เข้าใจความหมายของสารที่ท่านเบเรคเพิ่งส่งไป เพราะเจ้าหญิงแอชลีนน์กับนางกำนัลเคียรายังคงอยู่ที่พระราชวังหลวงมาโดยตลอด ทั้งสองล้มป่วยด้วยไข้หนักในเวลาเดียวกัน และเจ้าหญิงก็เพิ่งทรงฟื้นตัวจากพระอาการประชวร ดังนั้นจึงไม่มีการบุกชิงตัวเจ้าหญิงและสังหารคนของยาร์ลาธตามที่ในสารกล่าวอ้าง อีกทั้งมีดสั้นที่มีตราประจำราชวงศ์ก็ยังคงอยู่ในวังหลวง

ผู้อ้างตนเป็นเจ้าหญิงมีทางเลือกเพียงเดินทางมาที่เมอร์คาห์โดยเร็วที่สุดเพื่อพิสูจน์ตนเอง หากมาถึงก่อนพระราชพิธีเสกสมรสก็ดี แต่ต่อให้เดินทางมาไม่ทันก็จะไม่มีการล้มเลิกหรือเลื่อนพระราชพิธีเสกสมรส ซึ่งจะจัดขึ้นตามหมายกำหนดการใหม่ที่มีการวางไว้หลังจากที่พระอาการของเจ้าหญิงดีขึ้น

พิสูจน์ตัวเองอะไรกัน...หญิงสาวรู้ว่าหากถึงขั้นนั้นเธอจะไม่มีทางเจรจาต่อรองได้อีก ต่อให้ไปถึงเมอร์คาห์ก็เหมือนเดินเข้ากับดัก มีแต่จะถูกบังคับให้แต่งงานกับดูลัสโดยไม่มีหนทางเรียกร้องสิ่งใดได้เลยต่างหาก

และนั่นก็ไม่ใช่เงื่อนไขเพียงอย่างเดียว

เจ้ามณฑลยาร์ลาธต้องออกแถลงการณ์ขออภัยอย่างเป็นทางการที่กล่าวหาเจ้ามณฑลอุลทูร์ด้วยข้อหาลอบปลงพระชนม์และกบฏแผ่นดิน อีกทั้งยังต้องรับผิดชอบด้วยการสละตำแหน่ง ส่งตัวครอบครัวคนทรายทั้งหมดมารับการไต่สวนในเมืองหลวง ยุบหน่วยพิเศษใหม่ที่เพิ่งตั้งขึ้นมาลงเสีย และมอบสิทธิ์ในการแต่งตั้งหัวหน้ามณฑลยาร์ลาธคนใหม่ให้แก่สภาขุนนางส่วนกลาง

แอชลีนน์รู้ว่านี่เป็นข้อเรียกร้องที่ผู้ชนะตั้งต่อผู้แพ้โดยไม่มีเงื่อนไข เธอไม่คิดว่าท่านน้าจะกล้าตั้งเงื่อนไขเหล่านี้ และแทบเห็นเงาอันคุกคามของแฟคท์นาอยู่ในทุกถ้อยคำสุภาพราบเรียบเหล่านั้นด้วยซ้ำ

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เจ้าหญิงโกรธมากที่สุด

พวกมันกล้าเอาเคียราไปทำแบบนี้งั้นหรือ!

หญิงสาววางสารลงบนโต๊ะด้วยอาการกระแทกกระทั้น แม้จะพยายามสูดลมหายใจลึก ระงับอารมณ์กรุ่นที่พลุ่งขึ้นบดบังความคิด

เจ้ามณฑลเบเรคหยิบสารนั้นไปพิจารณาบ้าง และตั้งข้อสังเกตที่เจ้าหญิงจับได้เช่นกันแต่ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะพูดออกมา

สารนี้ประทับตราและลงนามอย่างเป็นทางการ ซ้ำลายมือยังเป็นของท่านผู้สำเร็จราชการเอง ผิดกับสารที่ผ่านๆ มา แสดงว่าทางนั้นไม่ต้องการที่จะยอมรับแน่แล้วว่าพระองค์เสด็จมาที่นี่

แอชลีนน์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แข็ง เธอเข้าใจเหตุผลที่ท่านผู้สำเร็จราชการส่งสารลับฉบับก่อนๆ หน้ามาโดยไม่ประทับตรา ทั้งยังไม่ลงนาม ถึงอย่างไรเธอก็หวังเช่นเดียวกันว่าเรื่องทั้งหมดจะจบลงด้วยดีได้โดยไม่ต้องเปิดเผยว่าเธอหายออกไปจากวัง

แต่เวลานี้ ความรอบคอบนั้นกลับย้อนรอยมาเล่นงานเจ้าหญิงอย่างเจ็บแสบที่สุด

แอชลีนน์อดตำหนิตนเองไม่ได้ด้วยเหตุผลอีกอย่าง หากในตอนนั้นเธอห้ามเคียราไม่ให้ดื่มนมผสมยาเข้าไปได้ทัน หรือนำมีดสั้นที่มีตราราชวงศ์ติดตัวมาด้วยได้แทนที่จะส่งให้คนของดูลัส สถานการณ์คงไม่เลวร้ายเท่ากับตอนนี้

เธอได้แต่พยายามปลอบตนเองว่าทุกสิ่งเป็นเหตุสุดวิสัย และเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เวลานี้พวกเธอมีแต่หาทางรับมืออย่างดีที่สุดเท่านั้น

ท่านเบเรคคิดว่าเราควรทำอย่างไรต่อไปคะ

ชายวัยกลางคนยังคงมีสีหน้าสงบกระหม่อมจะตอบว่าไม่ยอมรับเงื่อนไข

ทั้งหมดสินะคะ

เพียงข้อเดียวพ่ะย่ะค่ะ

หญิงสาวจ้องเขาเขม็งอย่างประหลาดใจ

เรื่องยุบหน่วยพิเศษนั้นก้าวก่ายความมั่นคงของยาร์ลาธจนเกินไป ดังนั้นกระหม่อมจึงยอมไม่ได้ แต่ในสารระบุว่ากระหม่อมต้องยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดดังนั้นต่อให้ไม่รับเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ก็ถือว่าการเจรจาล้มเหลวแล้ว

เจ้าหญิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

เรื่องที่จะเสด็จกลับหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพระวินิจฉัยของพระองค์ แม้กระหม่อมต้องขอบังอาจกราบทูลว่าประทับอยู่ที่นี่ต่อไปจะปลอดภัยและดีกว่า เพราะการเสด็จกลับเพียงลำพังก็เท่ากับเดินเข้าไปในกับดักท่านเบเรคพูดต่ออย่างเป็นพิธีรีตองขึ้นให้กระหม่อมออกประกาศขออภัยที่เปิดเผยว่าแฟคท์นาอยู่เบื้องหลังเหตุลอบปลงพระชนม์พร้อมด้วยรายละเอียดอย่างเป็นทางการนั้นไม่เหลือบ่ากว่าแรง ดีเสียอีกเพราะเหล่าขุนนางประชาราษฎร์จะได้รู้ทั่วกัน เรื่องส่งตัวครอบครัวของอาเมียร์ กระหม่อมก็ส่งได้ แต่พวกเขาจะยินยอมไปเอง ต่อสู้ขัดขืน หรือหนีหายไปหมดทั้งบ้าน ก็สุดที่กระหม่อมจะจัดการมากไปกว่านี้ ให้กระหม่อมสละตำแหน่งก็ดี ถือเสียว่าปลดเกษียณตัวเองเร็วขึ้น ส่วนเรื่องที่จะให้สภาขุนนางเลือกเจ้ามณฑลคนใหม่เอง กระหม่อมก็คิดว่าดีเหมือนกัน อย่างน้อยพวกนั้นก็ไม่ต้องปวดหัวเรื่องบังคับขู่เข็ญไอ้กระรอกกะล่อนอย่างกระหม่อม

ท่านจะตอบพวกเขาไปอย่างนี้หรือ

พ่ะย่ะค่ะขุนนางใหญ่ผงกศีรษะน้อยๆ

แล้วเราต้องทำอย่างไรบ้าง หากเราตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ต่อไปแอชลีนน์ตั้งคำถาม

ในเมื่อทางนั้นตัดสินใจต่อสู้ด้วยการหลอกลวงเราก็จะตอบโต้ด้วยความจริง’” เจ้ามณฑลยาร์ลาธตอบเราจะเปิดเผยว่าพระองค์เสด็จมาประทับที่นี่ด้วยเหตุผลใด และจะประกอบพิธีราชินีภิเษกในวันเดียวกับทางเมืองหลวง เมื่อนั้นจะได้ทรงเปิดเผยพระองค์เองต่อประชาชนในเคนมารา และอธิบายจุดประสงค์ของการต่อสู้ครั้งนี้ แต่เพราะปราศจากหลักฐานยืนยันพระองค์ กระหม่อมเกรงว่าหลังจากนี้จะมีข่าวลือและการโจมตีมากมาย อาจจะทำให้ทรงระคายเบื้องพระยุคลบาทบ้าง แต่ขอให้ทรงอดทนไว้พ่ะย่ะค่ะ ความชอบธรรมย่อมดำรงอยู่กับฝ่ายที่กุมความจริงไว้ในมือ

ค่ะเจ้าหญิงตอบเรียบเฉย

แน่นอน เธอพร้อมที่จะตอบความจริงทุกอย่าง และหากมาดายอยู่เบื้องหลังแฟคท์นา ชักใยเจ้ามณฑลชราเพื่อเป้าหมายของตนจริงๆ มันเองย่อมไม่เสี่ยงเปิดโปงเรื่องที่อาเมียร์มีมนตร์มืดเพื่อมาทำลายความชอบธรรมของฝ่ายเธอ ในเมื่อกำลังของตัวนักบวชชรากับบริวารเงาดำ หรือแม้แต่ธีร์ดีเรทั้งอาณาจักรยังไม่มากพอที่จะต่อกรกับศาสนจักรซาเกรดา โซล ได้

ทุกสิ่งดูเหมือนจะเรียบร้อยดี แอชลีนน์อุ่นใจเมื่อฟังท่านเบเรคอธิบายและสั่งการต่อไปอีกเล็กน้อยกับหัวหน้าหน่วยย่อยซิอ์บุลและที่ปรึกษาอาเมียร์ กระนั้น ต่างฝ่ายก็ไม่ได้พูดถึงอีกประเด็นหนึ่งที่ติดอยู่ในใจของเจ้าหญิงมาแต่แรกเลย

ทรงมีข้อสงสัยใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะเจ้ามณฑลสรุปในที่สุด

หญิงสาวพยักหน้าเราอยากช่วยเคียราออกมา

คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของชายทั้งสามล้วนแต่เครียดขรึมขึ้นทันที

แอชลีนน์หันไปสบตากับอาเมียร์อย่างแน่วแน่ แม้จะไม่มีโอกาสพูดคุยกับเขาอย่างละเอียดเลยหลังจากที่ชายหนุ่มอยู่เป็นเพื่อนเธอที่ป้อมเมื่อวันก่อนอาเมียร์เคยพาข้าหนีออกจากวังหลวงมาแล้ว ครั้งนี้เขาก็น่าจะช่วยพาเคียราออกมาได้ หากไม่มีเคียรา พวกแฟคท์นาก็จะไม่มีเจ้าหญิงตัวปลอมไว้เชิดได้อีก

ขอประทานอภัย กระหม่อมจำต้องคัดค้านพ่ะย่ะค่ะเจ้ามณฑลตอบโดยไม่เสียเวลาคิดใช่ว่าพวกกระหม่อมไม่เคยคำนึงถึงเรื่องนี้ แต่มันเสี่ยงเกินไป ยิ่งเคยมีเหตุมาก่อนและใกล้ถึงพระราชพิธี ทางนั้นต้องวางเวรยามแน่นหนากว่าเดิมแน่

และต่อให้ช่วยคุณหญิงเคียราออกมาได้อาเมียร์เอ่ยขึ้นบ้างก็ไม่อาจรับประกันว่าแฟคท์นาจะไม่หาคนอื่นมาสวมรอยเป็นเจ้าหญิงแทน เหตุวางยานอนหลับพิสูจน์ว่าคุณหญิงเคียราจงรักภักดีต่อฝ่าบาทจริง และนางยังเป็นถึงธิดาของท่านผู้สำเร็จราชการ ดังนั้นนางย่อมไม่ยอมเป็นหุ่นเชิดของทางนั้นเพียงอย่างเดียวโดยง่าย และพวกนั้นก็ไม่อาจกำจัดนางโดยไม่สูญเสียความร่วมมือของท่านผู้สำเร็จราชการ หรือกำจัดท่านผู้สำเร็จราชการไปด้วยโดยไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายในราชสำนักขึ้นมาพ่ะย่ะค่ะ

แต่ว่า...แอชลีนน์ยังอดไม่ได้ที่จะแย้งในใจเมื่อนึกถึงสรรพคุณที่แท้จริงของยาที่นางกำนัลสาวดื่มเข้าไป และความจริงที่ว่าเคียราจะถูกบังคับให้แต่งงานกับดูลัสแทนเธอ

เคียราอาจจะรักดูลัส แต่ถึงอย่างไรเธอย่อมไม่อาจให้อภัยหากว่าหญิงสาวเผชิญเคราะห์ภัยจากยานั้น หรือถูกชายหนุ่มบังคับข่มเหง ในเมื่อราชองครักษ์ที่เธอรู้จักและเห็นเป็นคนสำคัญคนหนึ่งได้เปลี่ยนแปลงไปเสียแล้ว

แอช ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้า เสียงของเจ้าชายแห่งความมืดดังขึ้นในใจของเธอ ข้าขอโทษจริงๆ ที่ไม่อาจทำตามที่เจ้าต้องการได้ ต่อให้ข้าไปที่เมอร์คาห์ด้วยเวทมนตร์ ครั้งนี้มาดายคงจะไม่ปล่อยแน่ และหากไม่มีข้า มาลิอากับลูเธียนก็ไม่มีอำนาจมากพอต่อกรกับมัน ไม่นับว่าต่อให้ช่วยเคียรากลับมา มาดายอาจใช้วิญญาณภูตรับใช้ปลอมแปลงเป็นเจ้า แสดงตัวได้แนบเนียนกว่านางอยู่ดี ถึงจะถูกบังคับให้สวมรอยเป็นเจ้า นางก็ยังไม่มีอันตรายถึงชีวิตหรอกนะ

เจ้าหญิงสูดลมหายใจลึก และค่อยๆ ระบายความอัดแน่นในอกออกมาช้าๆ ...แม้จะไม่อาจทำเช่นกันกับความอึดอัดในใจ

เราเข้าใจ

นั่นเองคือสิ่งเดียวที่เธอพูดได้ กับเรื่องของญาติผู้พี่ซึ่งกลายมาเป็นเจ้าหญิงอีกพระองค์

และการปะทะที่รออยู่เบื้องหน้า

...หลังจากพระราชพิธีเสกสมรสกับราชาภิเษกที่เมอร์คาห์ ซ้อนกับพิธีราชินีภิเษกที่เคนมารา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 02:17
    เคียรา...จริงๆด้วยสินะคะ เป็นญาติใกล้ชิดขนาดนี้หน้าเหมือนกันก็ไม่แปลกแล้วล่ะ

    //อยากมีญาตอสักคนที่หน้าคล้ายตัวเองเหมือนกันนะ ฮาาา

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2560 / 02:17
    #63
    1
    • #63-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 76)
      30 พฤศจิกายน 2560 / 21:06
      แหะๆ เรื่องญาติทางไหนก็รอดูกันต่อไปค่ะ :) แต่จริงนะคะ ถ้ามีแฝดหรือญาติหน้าเหมือนที่อยู่แทนตัวเองได้นี่คงดีสุดๆ ไปเลย สลับตัวกันได้ป่วนแน่ๆ
      #63-1
  2. #52 harp-life (@fate13) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 07:27
    ความเครียดมาเต็มที่เลย
    #52
    1
    • #52-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 76)
      27 ตุลาคม 2560 / 21:30
      ใกล้ถึงชนวนสงครามเต็มทีละค่ะ...
      #52-1