The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,812 Views

  • 125 Comments

  • 129 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    96

    Overall
    5,812

ตอนที่ 72 : 10 - ผู้นำและผู้ตาม "เพื่อเจ้าหญิงและธีร์ดีเร เจ้าจะทำตามที่ข้าขอร้องได้ไหม"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    19 ต.ค. 60

บทที่ ๑๐

ผู้นำและผู้ตาม

 

แอชลีนน์ซึ่งแต่งกายเป็นเด็กหนุ่มยืนเกาะรั้วไม้ผสมเหล็กที่ทำไว้แข็งแรงขณะมองข้ามไปยังทุ่งหญ้ากว้าง มีรางน้ำยาวอยู่ที่สุดรั้วด้านหนึ่ง และมีม้าราวสิบกว่าตัวอยู่ภายในทุ่งนั้น

เมื่อครู่ฝูงม้าเพิ่งวิ่งเหยาะๆ เข้ามา พวกมันมีหลากหลายขนาดและสีสัน ม้าที่วิ่งนำหน้าฝูงเป็นม้าสีขาว รูปร่างปานกลางไม่ถึงกับสูงใหญ่ ทว่าประเปรียว ขณะที่ลูกฝูงนั้นมีสีตั้งแต่น้ำตาลเกาลัด น้ำตาลแดง น้ำตาลเข้มเหลือบดำ ผสมกันทั้งสีพื้นปลอดทั้งตัว และมีลายสีขาวบนใบหน้าหรือตามปลายขา ปิดท้ายด้วยม้าร่างสูงใหญ่สีน้ำตาลแดง แผงอกกว้าง มีขนแผงคอและหางสีดำตัวหนึ่ง

พวกม้าตรงไปยังรางน้ำ แต่มีเพียงม้าสีขาวล้วนตัวเดียวเท่านั้นที่สะบัดขนแผงคอและหาง ก่อนจะก้าวเข้าไปยังราง และก้มหัวลงดื่มพักหนึ่ง เมื่อม้าขาวตัวนั้นเงยหน้าขึ้น ม้าตัวอื่นจึงได้ทยอยเข้าไปดื่มบ้าง ขณะที่ม้าสีน้ำตาลแดงตัวใหญ่ยังคงยืนมองอยู่ห่างๆ และปรายตามาทางมนุษย์ทั้งสามที่มองพวกมันอยู่ในระยะไกล หูของมันดูเหมือนจะขยับน้อยๆ

หญิงสาวทำท่าจะชะโงกเข้าไปมองให้ชัด แต่ลำแขนของเพื่อนร่วมทางกลับยื่นมากั้นหน้าไว้เสียก่อน

อย่าเพิ่งเข้าไปใกล้ ตอนนี้มันกำลังตื่นระวังอยู่อาเมียร์บอกเธอถึงอย่างไร ม้าก็มีสัญชาตญาณของสัตว์ป่า อย่าได้เข้าใกล้ม้าตัวไหนจนกว่าจะแน่ใจว่ามันไม่เป็นอันตรายจริงๆ

อะ...อือเจ้าหญิงรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย แต่ก็ทำตามที่เขาบอกแต่โดยดี

ตอนฝึกขี่ม้าในวัง แอชลีนน์ยังไม่เคยเห็นม้าเป็นฝูงวิ่งกันอย่างอิสระในที่โล่งกว้างแบบนี้ พระราชวังหลวงบนเกาะมีเนื้อที่จำกัด และเวลาที่หญิงสาวลงมาเรียนขี่ม้าที่ลานวิ่ง ก็จะพบม้าตัวเดียวซึ่งสวมเครื่องม้าทั้งหมดเรียบร้อยแล้วยืนอยู่กับครูฝึกและผู้ช่วยอยู่เสมอ เธอจึงไม่เคยได้เห็นม้าทุกตัวในทุ่งเลี้ยงหรือในคอกเลย

วันนี้ทั้งสองออกมาดูทุ่งเลี้ยงม้าของพ่อค้าม้าที่ท่านเบเรคแนะนำมา หัวหน้าพ่อค้ารู้กำหนดนัดหมายจากท่านเจ้ามณฑลแล้ว จึงออกมาต้อนรับลูกค้ากิตติมศักดิ์ทั้งสองที่ลงมาจากรถม้าด้วยอัธยาศัยอันดี และเมื่ออาเมียร์แจ้งความประสงค์ว่าต้องการดูม้าชั้นหนึ่งที่ไม่ใช่ม้าตอนเขาก็พาทั้งสองเดินมายังทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ซึ่งกั้นด้วยรั้วเป็นเขตต่างๆ และมีม้าอยู่หลายกลุ่ม ผ่านเขตที่มีม้าหลายสิบตัวยืนและเล็มหญ้าอยู่จนมาถึงจุดนี้

ม้าชั้นเยี่ยมของเราที่ไม่ใช่ม้าตอนก็มีฝูงนี้ละขอรับพ่อค้าม้าวัยกลางคนแนะนำหากเป็นม้าพัลเฟรย์ ข้าขอแนะนำตัวเมียสีขาว อายุสิบสองปี สูงถึงหลังสิบสามคืบ แต่ก่อนเป็นม้าของขุนนางที่เมืองหลวง เคยใช้ขี่ร่วมขบวนแห่สมโภชในเทศกาลลูคนาซัธครั้งสุดท้าย เจ้าตัวนี้นิสัยเย็น ฝีเท้านิ่ม รับรองนั่งเรียบสบาย แม้ขี่ข้ามมณฑลยังไม่เมื่อยเลย เสียแต่หลังมันแอ่น อาจจะขี่ได้ไม่ทนสักหน่อย

แล้วถ้าเป็นม้าศึกล่ะอาเมียร์ถาม

ม้าศึก...ที่ไม่ใช่ม้าตอนหรือขอรับพ่อค้าม้าเลิกคิ้วข้าเกรงว่า...

ข้าว่าม้ารั้งฝูงตัวนั้นก็ดีนะ

แอชลีนน์มองตามการพยักพเยิดของอาเมียร์ ไปยังม้าตัวใหญ่ที่ยังคงมองพวกตนอยู่เช่นเดิม

พ่อค้าม้าหัวเราะแห้งๆท่านตาถึงจริงๆ ขอรับ นี่ม้าเดสทริเยร์ชั้นดี สูงสิบห้าคืบ ขุนนางอัศวินอยากได้กันเกรียว เสนอราคากันมานักต่อนัก แต่เจ้าตัวนี้...เอ้อ...ออกจะคุมยากอยู่สักหน่อย

ข้ามีประสบการณ์กับม้าตัวผู้มาแล้ว อย่าห่วงเลย

อ้า ดีขอรับ ที่จริงข้าอยากแนะนำให้ใครซื้อม้าตัวนี้ไปหัดสำหรับงานประลองบนหลังม้าอยู่เหมือนกัน เสียแต่มันอารมณ์ร้าย ใครก็เอาไม่อยู่ เวลานี้เลยเก็บมันไว้ทำพันธุ์อย่างเดียว ม้าอกสิงห์ คอหงส์ หลังตรง บั้นท้ายหนาใหญ่ครบแบบนี้หายากนะขอรับ

หญิงสาวฟังชายหนุ่มพูดคุยกับพ่อค้าม้า ราวกับฟังภาษาที่ตนฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่จับใจความได้ว่าเจ้าม้าตัวสูงใหญ่สีน้ำตาลแดงที่เอาแต่จ้องทั้งสามโดยไม่ยอมละสายตาไปนั้นเป็นม้าศึกลักษณะดี ทว่าพยศ

แต่อาเมียร์จะให้เธอซื้อม้าตัวสูงใหญ่แบบนี้หรือ แอชลีนน์กะพริบตาปริบๆ ที่จริงเธออยากได้ม้าไว้ฝึกขี่เฉยๆ และม้าที่น่าจะเหมาะก็น่าจะเป็นม้าตัวเล็ก ใจเย็น เหมือนม้าสีขาวที่พ่อค้าแนะนำมามากกว่า

ทว่าไม่ทันได้ถาม ชายหนุ่มก็ซักต่อมันอายุเท่าไรขอรับ

ปีนี้น่าจะสิบสามได้แล้ว

แล้วประวัติล่ะ ม้าตัวนี้อยู่กับท่านมาแต่เกิดเลยหรือ

มิได้ขอรับ ข้าเพิ่งได้มันมาเมื่อสี่ปีก่อน แต่เดิม...มันเป็นม้าของหลวงขอรับ

หญิงสาวเริ่มประหลาดใจขึ้นมา และถามออกไปม้าของหลวง...หรือ

เป็นม้าในขบวนเสด็จตอนถูกลอบปลงพระชนม์ ดูเหมือนคนดูแลมันจะเป็นทหารหรือราชองครักษ์สักคนที่ร่วมขบวนไปด้วย พอเขาตาย ก็หาคนคุมมันไม่ได้อีก เจ้ากรมม้าหลวงเลยขายมันมา จนสุดท้ายก็ถึงมือข้า เจ้าตัวนี้ข้ารู้พิษสงดี จะขายใครก็ต้องขอให้เอาไปทดลองดูก่อนสักเดือน ถ้าคุมมันไม่ได้ข้ายอมคืนเงินให้เต็มจำนวนเลย ส่วนมากรำคาญว่าข้าจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง แต่ไม่ค่อยถึงสัปดาห์ก็ส่งคืนกันทุกรายขอรับ หนักสุดก็ถูกมันดีดเสียซี่โครงเดาะ นอนเจ็บไปเป็นเดือน

แสดงว่ามันคงติดนายเดิมมากสินะขอรับแอชลีนน์อดเสียใจไปกับมันไม่ได้

เห็นจะใช่ ทางหลวงเขาอยากได้ม้าใช้งานมากกว่า แต่ข้าเป็นพ่อค้า ถึงเจ้านี่จะขายไม่ออกหรือใช้ขี่ไม่ได้ มันก็ทำหน้าที่พ่อพันธุ์ได้ดีเยี่ยม สี่ปีนี้มันมีลูกให้ข้าขายออกไปได้สี่สิบกว่าตัวแล้วกระมังพ่อค้าหัวเราะให้บรรยากาศเบาขึ้น

อา...เจ้าหญิงได้แต่รับ

เป็นม้าที่เอาเรื่องจริงๆ นะนั่นอาเมียร์กอดอกพลางเปรยขึ้นบ้างว่าแต่ท่านทราบไหมว่าม้าตัวนี้เคยออกรบหรือเปล่า

เอ...ข้อนี้ข้าไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ตอนเขาขายมันก็อายุได้เก้าปีแล้ว ถ้านับว่าปรกติเริ่มใช้ขี่ได้ตั้งแต่อายุสามสี่ปี มันก็ทำงานเป็นม้าหลวงมาราวๆ ห้าปี น่าจะเคยฝึกการรบมาพอควร แต่ไม่รู้ว่าได้ออกศึกจริงๆ หรือเปล่า นอกจาก...ครั้งลอบปลงพระชนม์นั่น

ข้าขอเข้าไปดูมันใกล้ๆ หน่อยได้ไหมขอรับชายหนุ่มถามต่อ

พ่อค้าม้าจ้องมองชายคนทรายอย่างไม่อยากเชื่อมันอันตรายนะท่าน

ข้าทราบขอรับ หากเกิดอะไรขึ้นจะไม่เรียกค่าเสียหายจากท่านหรอก แล้วถ้าม้าท่านบาดเจ็บ ข้าจะชดเชยให้อย่างเต็มที่ ขอแค่ขนมม้าสักสองสามชิ้นก็พอขอรับ

ชายวัยกลางคนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อพบรอยยิ้มน้อยๆ ของว่าที่ลูกค้า ก็ยินยอมล้วงเข้าไปในถุงผ้าที่ข้างเอว หยิบขนมสีน้ำตาลที่ดูเหมือนขนมปังกรอบอบแห้งขนาดเท่าเหรียญออกมาสามสี่ชิ้น วางให้บนฝ่ามือของชายหนุ่ม

อาเมียร์ขอบคุณ ครั้นแล้วก็กำขนมเลี้ยงม้าไว้ในมือ และเหวี่ยงตัวกระโดดข้ามรั้วเข้าไปในทุ่ง

เจ้าม้าตัวใหญ่ยังคงยืนนิ่ง มองมาทางชายหนุ่มโดยไม่ละสายตา

อาเมียร์ไม่ได้เข้าไปหามันโดยตรง แต่ยืนนิ่งดูปฏิกิริยาของมันอีกสักครู่ก็เริ่มเดินเลียบไปกับแนวรั้ว พร้อมกับค่อยๆ เบี่ยงตนเองเข้าใกล้ม้าสีน้ำตาลแดง ในขณะที่ออกห่างจากฝูงม้าที่บ้างก็ดื่มน้ำ บ้างก็หันมามองชายหนุ่มเช่นกัน โดยหนึ่งในนั้นคือตัวสีขาวที่ดูโดดเด่นที่สุด

ตลอดเวลานั้น เขายังคงอยู่ในสายตาของม้าสีน้ำตาลแดงเสมอ จนอยู่ห่างได้สักระยะหนึ่งแล้วจึงยกแขนออกยื่นไปทางมัน โดยถือขนมไว้ในมือนั้น แต่ก็ไม่ได้หันไปเผชิญหน้ากับมันตรงๆ

ม้าใหญ่ไม่ขยับเขยื้อน คนก็ไม่ยอมเคลื่อนไหว

แอชลีนน์ยืนดูต่างฝ่ายนิ่งอยู่จนเหงื่อซึมใต้ช้องผมสั้น และอดไม่ได้ที่จะถามพ่อค้าทำแบบนี้แล้วม้าจะยอมเข้าใกล้หรือขอรับ

ก็ขึ้นอยู่กับมันเอง แต่เขาแน่เอาเรื่อง ปรกติเข้ามาใกล้ขนาดนี้เวลามีตัวเมียอยู่ มันไม่ตื่นถอยหรือรี่เข้าเหยียบก็เก่งแล้วชายวัยกลางคนตอบ

สุดท้าย ม้าสีน้ำตาลแดงก็หันหน้ามา และค่อยๆ เดินเข้าใกล้ชายหนุ่ม ขณะที่ม้าอื่นๆ ในฝูงยังคงยืนนิ่ง

เมื่อนั้นเอง อาเมียร์จึงได้หันหน้ามาทางมันเช่นกัน อีกสักครู่หนึ่ง เจ้าหญิงเพิ่งเห็นเต็มตาว่าหัวของม้าตัวนี้สูงเลยศีรษะของชายหนุ่มไปอีก แค่แผ่นหลังของมันก็สูงราวจมูกของเขาได้แล้ว

ม้าตัวนั้นก้มหน้าลงดมที่มือของอาเมียร์ ก่อนจะค่อยๆ กินขนมบนมือของเขา

พอขนมหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงได้ยกมือขึ้นลูบที่ไหล่ใกล้แผงคอม้าช้าๆ แล้วยืนอยู่ข้างมันอีกสักพัก จนกระทั่งมันหมดความสนใจในตัวเขาไปเอง และเดินเข้าไปหาฝูง ซึ่งนำโดยม้าตัวเมียร่างเปรียวสีขาว วิ่งจากไปในท้องทุ่งอีกครา

ถึงตอนนั้น อาเมียร์จึงค่อยๆ เดินกลับ ก่อนจะกระโดดข้ามรั้วมายืนอยู่ที่เดิม

ม้าดีจริงๆ ท่านจะคิดราคาเท่าไร

อะ...เอ้อ ขอรับพ่อค้าหยิบลูกคิดไม้รางเล็กขึ้นมาดีดอยู่ครู่หนึ่ง

กระทั่งแอชลีนน์ที่ยืนมองอยู่ยังเบิกตากว้างกับตัวเลขบนนั้น

ค่าตัวของมันสูงกว่าม้าธรรมดาเป็นสิบเท่า

ชายหนุ่มขมวดคิ้วราคาอย่างกับม้าทองคำ

ม้าเดสทริเยร์นะท่าน

แต่ไหนว่าเป็นม้าคุมยาก

ข้าใช้มันเป็นม้าพ่อพันธุ์ ก็ต้องคำนวณค่าตัวลูกม้าในอนาคตด้วยน่ะขอรับ

แล้วราคาของม้าพัลเฟรย์สีขาวตัวนั้นล่ะอาเมียร์เปลี่ยนคำถาม

ชายวัยกลางคนเลื่อนลูกคิดเป็นอีกหนึ่งตัวเลข ซึ่งเจ้าหญิงเห็นว่ายังคงสูง แต่ไม่มากมายเท่าม้าตัวแรก

เช่นนั้นถ้าข้าซื้อม้าทั้งสองตัว ท่านจะลดให้เป็นสักเท่านี้ได้ไหมชายหนุ่มหยิบลูกคิดรางนั้นมาเลื่อนเป็นอีกตัวเลข

อืม...

ข้าต้องนำราคาไปเสนอต่อท่านเจ้ามณฑลก่อน ท่านเจ้ามณฑลเห็นว่ากิจการขายม้าของท่านเปิดมานาน เชื่อมั่นได้ในคุณภาพและความซื่อตรง หากการซื้อขายครั้งนี้เป็นไปด้วยดี ท่านเจ้ามณฑลอาจจะสั่งซื้อม้าศึกเพิ่มจากท่าน เพื่อรองรับหน่วยย่อยใหม่ที่เพิ่งตั้งขึ้นมาก็ได้

แล้วถ้าเท่านี้ล่ะขอรับพ่อค้าเลื่อนลูกปัดไม้ไปหนึ่งลูก

อาเมียร์พยักหน้าในที่สุดข้าจะรีบนำไปเสนอขอรับ ในสองสามวันนี้คงจะได้คำตอบ

อ้า...ขอบคุณขอรับ

เป็นอันว่าหากท่านเจ้ามณฑลตกลงในราคานี้ ข้าจะพาหมอม้ามาตรวจสอบม้าทั้งสองตัวอีกครั้ง หากไม่มีปัญหาอะไร จะรับพวกมันไปในวันนั้นเลยขอรับ

ด้วยความยินดีขอรับ ส่วนเจ้าตัวผู้นั่น ถ้ารับไม่ไหวจริงๆ ก็รีบติดต่อมานะขอรับ ข้าจะรีบไปรับมันถึงที่ ส่วนราคาม้าก็จะคืนให้โดยลบราคาเต็มของม้าพัลเฟรย์นะขอรับ

ที่ปรึกษาชาวทรายตอบรับ และจับมือกับพ่อค้าม้าอย่างเป็นมิตร

 

ท่านเจ้ามณฑลให้ซื้อม้าแค่ตัวเดียวไม่ใช่หรือแอชลีนน์อดถามไม่ได้เมื่อทั้งสองกลับขึ้นมานั่งบนรถม้า มุ่งหน้าไปยังบ้านพักตากอากาศที่เจ้าหญิงพำนักอยู่ในเวลานี้ที่จริง...เอาแค่ตัวขาวไปให้ข้าหัดขี่ตัวเดียวก็พอแล้วนี่

ข้าว่าเจ้าต้องฝึกตัวเองให้คุ้นกับม้าศึกไว้บ้าง ม้าพวกนี้ทนกว่าพัลเฟรย์ พัลเฟรย์น่ะขี่นิ่มและเหมาะกับการเดินทางไกลก็จริง แต่ใช้หนีจากการต่อสู้หรือวิ่งสมบุกสมบันลำบาก

“...อย่างนั้นหรือหญิงสาวกะพริบตาปริบๆ

ตอนหัดขี่ม้า เจ้าหัดกับพัลเฟรย์ใช่ไหม

เอ่อ...แอชลีนน์อ้ำอึ้ง แล้วก็จำใจตอบตามตรงข้า...ไม่รู้ว่าพัลเฟรย์คืออะไร

พัลเฟรย์คือม้าที่มีลักษณะการวิ่งนิ่มนวลกว่าวิ่งเหยาะธรรมดา พวกขุนนางจึงนิยมใช้ขี่เล่น ขี่ล่าสัตว์ ไม่ก็ขี่ในขบวนแห่ ม้าที่เจ้าใช้ฝึกขี่วิ่งเหยาะได้ไหม

นะ...น่าจะได้นะ ตอนหัดขี่ ครูฝึกให้มันวิ่งเร็วกว่าเดินเฉยๆ แล้ว

วิ่งเหยาะหรือเดินเหยาะล่ะ

“...ต่างกันด้วยหรือเจ้าหญิงเริ่มทำสีหน้าไม่ถูก

ต่างสิ ม้าทั่วไปจะมีรูปแบบการเดินและวิ่งสี่อย่าง อย่างแรกคือเดิน เร็วขึ้นมาคือเดินเหยาะ เร็วขึ้นอีกคือวิ่งเหยาะ ส่วนเร็วที่สุดเรียกว่าวิ่งควบ แต่พัลเฟรย์จะทำสิ่งที่เรียกว่าวิ่งนิ่มได้ วิ่งนิ่มจะเร็วกว่าเดิน แต่ช้ากว่าวิ่งเหยาะ ข้อดีคือมันไม่กระเทือนเท่ากับการวิ่งธรรมดาตั้งแต่เดินเหยาะขึ้นไป

เอ...ที่ข้ารู้แน่ๆ คือมันไม่ค่อยกระเทือนเท่าไร...ละมั้งหญิงสาวขมวดคิ้วแต่ตอนอยู่ในวังเขาให้ข้าสวมกระโปรง เลยต้องใช้อานข้าง มันต่างจากอานธรรมดามากหรือเปล่า

ต่างกันมากนะ เขาคงให้เจ้าหัดกับพัลเฟรย์จริงๆ เพราะถ้านั่งอานข้างคงยิ่งกระเทือนขึ้นไปอีก ว่าแต่ม้าที่เจ้าใช้ฝึกเป็นม้าตอนใช่ไหมล่ะ

ม้าตอน...คืออย่างไรหรือ

ม้าตัวผู้ที่ถูกตอนน่ะครั้นเห็นสีหน้างุนงงของเจ้าหญิง อาเมียร์ก็เกาศีรษะแต่ยังตอบเรียบๆ “‘ตอนคือการทำหมันสัตว์ตัวผู้ โดยการตัด...เอ่อ...อัณฑะของมันออกไป โดยมากสัตว์ตัวผู้จะคะนองหรือดุร้ายเพราะสัญชาตญาณแย่งชิงตัวเมีย จึงอาจต่อสู้กับตัวผู้ด้วยกันจนบาดเจ็บหรือตาย และทำร้ายคนเลี้ยงได้ แต่ถ้าถูกตอน สัญชาตญาณหาคู่ของมันจะหายไป แล้วมันก็จะสงบเรียบร้อยขึ้น

ตะ...แต่ทำให้ม้าเป็นขันที มีลูกไม่ได้นี่นะหญิงสาวตกใจไม่เกินไปหน่อยหรือ

มองในมุมของคนก็คงไม่เกินไปหรอก ปรกติม้าตัวผู้ที่สมบูรณ์ตัวเดียวก็ผสมพันธุ์กับม้าตัวเมียหลายๆ ตัวเพื่อให้มีลูกในเวลาเดียวกันได้อยู่แล้ว เหมือนในฝูงที่เราเห็น ดังนั้นเก็บแค่ม้าพ่อพันธุ์ที่คัดเลือกมาดีแล้วไม่กี่ตัวก็ได้ ส่วนตัวที่เหลือก็ตอนให้หมดสัญชาตญาณหาคู่ จะได้ใช้งานได้ดีขึ้น

งั้น...ม้าตัวเมียล่ะ

ม้าตัวเมียถือว่ามีค่ากว่าม้าตอน เพราะสามารถผลิตลูกม้าใหม่ๆ ได้ แต่ก็ใช้งานได้ด้อยกว่าบ้าง ตรงที่ช่วงติดสัดมันจะหงุดหงิดง่าย แล้วถ้าปล่อยให้มันผสมพันธุ์จนมีลูกขึ้นมา ก็ต้องให้แม่ม้าได้พักเลี้ยงลูก จึงใช้งานไม่ได้มากเท่าม้าตอน ถึงอย่างนั้น พื้นนิสัยม้าตัวเมียโดยทั่วไปจะอ่อนโยนและฝึกง่ายกว่าม้าตัวผู้ที่ไม่ได้ตอน

แอชลีนน์ค่อยๆ พยักหน้ารับถ้าอย่างนั้นพวกตัวที่ข้าหัดขี่ในวังคงเป็นม้าตอน รู้สึกว่าชื่อจะเป็นผู้ชายกันหมด แต่เรียบร้อยกันทั้งนั้น ถึงอย่างนั้น ข้าก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีม้าตอนแบบนี้ด้วย

ปรกติในฝูงม้าตามธรรมชาติจะมีตัวผู้ได้แค่ตัวเดียวหรือสองตัว นอกจากนั้นจะเป็นตัวเมีย ที่ต้องมีม้าตอนก็เพราะม้าตัวผู้อยู่ด้วยกันไม่ได้ถ้ามีตัวเมียอยู่ใกล้ๆ แต่ม้าตัวผู้อยู่กับม้าตอนได้ถ้าไม่มีตัวเมียอยู่ด้วย และม้าตัวเมียก็อยู่กับม้าตอนได้ไม่มีปัญหา ถึงอย่างนั้น ไม่จำเป็นต้องตอนม้าแต่จัดกลุ่มม้าในคอกหรือทุ่งเลี้ยงดีๆ ก็หลีกเลี่ยงได้ แล้วม้าตัวผู้ที่ฝึกมาดีแล้วก็สามารถทำงานอยู่ใกล้ม้าตัวเมียที่ติดสัดได้ อย่างชาวทรายหรือชาวอัสลานมีความเชื่อว่าไม่ควรตอนสัตว์เหมือนซาเกรดา โซล กับธีร์ดีเร ก็จะใช้วิธีเลี้ยงแบบจัดกลุ่มแยกม้าตัวเมียกับตัวผู้ เพราะถ้าตัวผู้อยู่ด้วยกันโดยไม่มีตัวเมียอยู่ใกล้ ก็ยังรักษาความสงบกันได้ เหมือนฝูงม้าหนุ่มๆ ที่จับกลุ่มกันหลังโดนขับออกจากฝูงเดิม

อ๋อหญิงสาวพยักหน้าอีกครั้งแสดงว่าม้าตัวผู้ตัวนั้นก็เป็นจ่าฝูงสิ

เปล่า เป็นรองจ่าฝูง

อ้าว! แล้วจ่าฝูงล่ะเจ้าหญิงประหลาดใจ

ก็ตัวเมียสีขาวตัวนั้นอาเมียร์อธิบายคนส่วนมากจะเข้าใจกันว่าจ่าฝูงม้าเป็นตัวผู้ แต่ที่จริงเป็นตัวเมียที่แข็งแรงที่สุดในฝูงต่างหาก ส่วนตัวผู้เป็นรองจ่าฝูง คอยรั้งท้ายระวังภัย ตัวเมียที่เป็นจ่าฝูงจะเป็นตัวตัดสินใจว่าควรวิ่งหนีหรือสู้ศัตรู และนำทางฝูงไปหาอาหาร โดยจ่าฝูงจะได้ดื่มน้ำหรือกินอาหารก่อนลูกฝูงทุกตัว

อย่างนี้นี่เองแอชลีนน์นึกถึงตอนที่ม้าสีขาวนั้นดื่มน้ำในรางเพียงตัวเดียว ขณะที่ตัวอื่นๆ ยืนรออยู่

เห็นไหมล่ะ กระทั่งม้ายังรู้เลยว่าผู้หญิงก็เป็นผู้นำได้ และทำได้ดีเสียด้วยเจ้าชายแห่งความมืดสัพยอกจนเจ้าหญิงหัวเราะน้อยๆนอกจากรองจ่าฝูง ในฝูงอาจจะมีม้าหนุ่มอีกตัวตามมาห่างๆ โดยมากจะเป็นตัวที่รองจ่าฝูงเก็บไว้เป็นผู้สืบทอดของตัวเอง เพราะเวลาลูกม้าเกิดใหม่เริ่มโตได้ราวสองสามปี รองจ่าฝูงจะขับออกจากฝูงให้หมด ทั้งลูกตัวเมียและตัวผู้

หือ...ทำไมไม่เก็บลูกม้าตัวเมียไว้ล่ะ

เข้าใจว่าเพราะถ้าพ่อม้าผสมพันธุ์กับลูกมันเอง สายเลือดจะด้อยลง เลยต้องขับออกไปอยู่ฝูงอื่น จะได้รักษาความหลากหลายทางสายเลือดไว้

อืม...หญิงสาวนึกทึ่งกับความรอบรู้ของอาเมียร์ขึ้นมาอีกครั้ง และสงสัยขึ้นมาอีกอย่างแล้วเดสทริเยร์ที่ว่าเป็นม้าแบบไหนหรือ

เป็นม้าศึกที่มีลักษณะดีที่สุด เหมาะกับการประลองบนหลังม้าเพราะแข็งแรงและอดทนมากเลยใช้แต่งเกราะหนักได้ดี เห็นว่าอัศวินกับขุนนางของธีร์ดีเรนิยมกันมาก ถึงได้มีราคาสูงอย่างเมื่อครู่ โดยเฉพาะเดสทริเยร์ตัวผู้ เขานิยมใช้ออกรบเพราะว่ามันจะดุ และช่วยกัดหรือเตะศัตรูด้วย แต่คนทรายนิยมใช้ม้าตัวเมียรบเพราะสงบเรียบร้อยกว่า

แล้วที่พ่อค้าบอกว่ามันเป็นม้าอกสิงห์คอหงส์...อะไรนั่นน่ะ เป็นลักษณะของเดสทริเยร์เหรอ

ฮื่อ ม้าอกสิงห์หมายถึงม้าที่มีอกกว้าง กล้ามเนื้อหนั่น แสดงว่าปอดใหญ่ จะแข็งแรงอดทนดี คอหงส์คือคอโค้ง เขาว่ากันว่าวิ่งเรียบฝีเท้าเร็ว ถ้าม้าหลังตรงจะรับน้ำหนักดีและขี่สบาย ผิดกับม้าหลังโค้ง รับน้ำหนักได้มากแต่ขี่กระเทือน เหมาะจะใช้บรรทุกของมากกว่า ส่วนม้าหลังแอ่นขี่สบายแต่รับน้ำหนักได้ไม่มากและไม่นาน แล้วถ้าบั้นท้ายม้าหนาใหญ่ มันจะมีกำลังดี จะหยุดวิ่งหรือเลี้ยวกลับตัวกะทันหันก็ทำได้ง่าย

งั้นก็มีม้าศึกแบบอื่นอยู่สินะ

ใช่ ถ้าแบ่งม้าตามลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมกับสรีระของมัน ไม่เกี่ยวกับสายพันธุ์ รองจากเดสทริเยร์มีม้าศึกที่เรียกว่าคอร์เซอร์ เป็นม้าเบา เร็ว และแข็งแรง เวลารบจะใช้แพร่หลายกว่าเดสทริเยร์ แล้วก็ใช้ในการล่าสัตว์ด้วย นอกจากนั้นก็มีม้าเล็กเบาฝีเท้าจัดที่เรียกว่าฮอบบี เหมาะสำหรับใช้ลาดตระเวน ส่วนชนิดที่ใช้ได้สารพัดประโยชน์ ตั้งแต่เป็นม้าศึก ม้าขี่อื่นๆ หรือแม้แต่ม้าขนของเรียกว่าเราน์เซย์ ถึงอย่างนั้น พวกเราน์เซย์เขาไม่ใช้เทียมรถ และม้าขนของหรือทำงานในไร่จะเป็นพวกม้าทำงานที่ตัวเตี้ยตัน โครงหนา เหมือนตัวที่ข้าซื้อมาลากรถในตอนนั้น

ข้าพอเข้าใจว่าม้าแบ่งเป็นม้าขี่กับม้าขนของ แต่ไม่นึกเลยว่าจะแยกย่อยลงไปได้เยอะอย่างนี้เจ้าหญิงเปรยขึ้นนึกว่าแค่หัดขี่ม้าไปเรื่อยๆ ก็พอเสียอีก

ที่จริง ถ้าจะหัดแบบใช้การได้ เจ้าหัดขี่ม้าแบบนั่งคร่อมอย่างผู้ชายดีกว่า นั่งเบี่ยงข้างเหมาะจะเอาไว้ขี่สวยๆ ในขบวนหรือขี่เล่นชมนกชมไม้ แต่ทรงตัวและเร่งความเร็วยาก ถ้าจะขี่ม้าเพื่อเอาตัวรอดหรือสู้รบก็อย่าหวังพึ่งนั่งเบี่ยงข้างเลย

ก็จริง ข้าอยากขี่ม้าแบบผู้ชายมากกว่านะ แต่ในวังเขาไม่ยอมให้ข้าใส่กางเกงขี่ม้าแอชลีนน์ย่นหัวคิ้วอย่างกับใส่กระโปรงนั่งเบี่ยงข้างสบายนักละ เรียนเสร็จที ชายกระโปรงก็เปื้อนฝุ่น แถมชุ่มเหงื่อม้าไปหมด กลิ่นแรงแถมยังซักออกยากด้วย ใส่กางเกงกับบู๊ตขี่ม้าแบบผู้ชายคงสบายกว่ากันเยอะ

อาเมียร์หัวเราะน้อยๆม้าคงจะตามไปหาเจ้าในอีกสองสามวัน ดังนั้นช่วงนี้ข้าจะให้การบ้านไปศึกษาสรีระของม้า กับอุปกรณ์ขี่ม้าก่อนก็แล้วกัน

หญิงสาวชะงัก “...หา?”

จะขี่ม้าก็ต้องรู้จักม้าให้ดีก่อน ทั้งเรื่องของม้าโดยทั่วๆ ไป กับนิสัยใจคอและลักษณะของม้าที่เราขี่ ข้าขนตำราเกี่ยวกับม้าจากจวนมาให้เจ้าอ่านเรียบร้อยแล้ว วันนี้กลับไปอ่านสักสองบท คงไม่หนักเกินไปหรอกนะ

ท่านทิ้งความเป็นอาจารย์ไม่ลงจริงๆ เลย...อ๊ะ!

ชายหนุ่มยื่นมือมาลูบผมของเธอ (แต่ติดช้องผมสั้นทรงผู้ชายที่สวมทับอยู่)

ตั้งใจเรียน แล้วอาจารย์จะสอนคาถาสะกดใจม้าให้ ตกลงไหม

“...ข้าจะใช้อะไรแบบนั้นได้ด้วยหรือเจ้าหญิงสงสัย

มันเป็นคาถาที่ใครๆ ก็ใช้ได้ ไม่จำกัดว่าเป็นสายเลือดของสุริยเทพหรืออสุรเทพ ไม่เชื่อก็รอดูแล้วกัน แต่สำคัญที่สุดต้องทำการบ้านมาก่อน

ขอรับ...ขอรับ อาจารย์

อาเมียร์หัวเราะออกมา ยังผลให้แอชลีนน์หัวเราะตามเช่นกัน เมื่อหวนนึกถึงความทรงจำดีๆ เมื่อปีก่อนนั้น

 

เคียรา รถม้าเรียบร้อยแล้วนะเสียงตอบยืนยันตัวตนดังขึ้นหลังเสียงเคาะประตู

พะ...เพคะนางกำนัลสาวตอบเสียงสั่นและจัดสายประคำที่สวมกับชุดสำหรับไปโบสถ์อย่างประหม่า ก่อนจะเปิดประตูออกไปพบนายเหนือซึ่งอยู่ในฉลองพระองค์อย่างผู้ชาย ถุงพระหัตถ์หนัง กับฉลองพระบาทบู๊ตขี่ม้าสูงเหนือเข่า ส่วนพระเกศารวบมัดเป็นหางม้าง่ายๆ

ต่อให้เห็นติดต่อกันมาได้หลายวันแล้ว เคียราก็ทำใจให้คุ้นกับภาพแบบนี้ของเจ้าหญิงไม่ได้เสียที ยิ่งทรงม้าแบบนั่งคร่อมราวกับผู้ชาย แล้วในตอนเย็นก็มอมแมมไปทั้งพระวรกายจากการทำงานในคอกม้า หรือมีรอยฟกช้ำจากการซ้อมอาวุธ ถูกม้ากัด หรือตกม้า...ก็ยิ่งให้ขุ่นเคืองว่าคนทรายนั่นช่างยุยงให้เจ้าหญิงทรงทำเรื่องพิเรนทร์และเสี่ยงอันตรายเกินรับ

แต่เมื่อไรที่นางกำนัลสาวขอร้องให้พอ เจ้าหญิงแอชลีนน์ก็จะทรงแก้ต่างทันควันว่ามีอาเมียร์คอยช่วยระวังให้แล้ว และเธอทำทุกอย่างนี้เพื่อฝึกฝนให้ป้องกันตนเองจากภัยต่างๆ ได้...ทั้งๆ ที่เคียราเห็นว่าม้าตัวสูงใหญ่นั้นต่างหากที่เป็นภัย

แล้วต่อให้เพื่อฝึกฝนป้องกันตนเอง ก็ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าหญิงต้องทรงถึงกับลงไปแปรงขนม้า อาบน้ำให้ม้า ให้อาหารม้า แคะทำความสะอาดกีบเท้าม้า ตลอดจนล้างคอกม้าด้วยพระองค์เองเลย

แต่ก็นั่นเอง พอหญิงสาวแย้งเรื่องนั้นขึ้นมา นายเหนือก็ตีสีพระพักตร์ยุ่ง ตรัสอย่างเคร่งขรึมว่าการทำความรู้จักคุ้นเคยกับม้าเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งในเวลาจำเป็นที่หาคนดูแลม้าไม่ได้ เจ้าของหรือคนขี่ก็ต้องรู้ว่าม้ามีปัญหาที่ตรงไหนและจะช่วยมันได้อย่างไร ถึงแม้ว่านางกำนัลสาวจะมองไม่ออกอีกเช่นกันว่าชีวิตของเจ้าหญิงและราชินีในอนาคตจำเป็นต้องมานั่งดูแลม้าเพราะหาคนดูแลม้าไม่ได้เชียวหรือ

ไม่ว่าเธอจะพูดอย่างไร เจ้าหญิงแอชลีนน์ก็ดูเหมือนจะทรงพอพระทัยกับเรื่องที่อาเมียร์หามาให้ทำเสียเหลือเกิน ต่อให้ทรงบ่นว่าชายคนทรายสอนให้ดูแลม้ากับคอกและฝึกเข้าหากับใส่เครื่องม้าอย่างถูกต้องอยู่หลายวันแต่ยังไม่ยอมให้ขึ้นหลังม้าเสียที กว่าจะได้ฝึกขี่ม้าสีขาวตัวเล็กซึ่งทรงตั้งชื่อว่าเฟเนลลาแต่เรียกย่อๆ ว่าเฟ

ส่วนม้าสีน้ำตาลแดงตัวใหญ่นั้นทรงตั้งชื่อว่าเอ็มบาร์อาเมียร์ขี่มันบ้างในตอนเย็นที่มาสอน แต่ยังไม่อนุญาตให้เจ้าหญิงทรงม้าตัวนี้ ถึงอย่างนั้นก็ทรงต้องดูแลมันเช่นเดียวกับเฟ และเก็บเรื่องมาบ่นให้เคียราฟังว่าถูกมันกัดหรือเอาหัวชนพระอังสาเรียกร้องขอขนมบ่อยๆ แต่มีอาเมียร์คอยปรามมันอยู่ อีกทั้งพระองค์ทรงยืนยันว่าจะเอาชนะใจมันให้ได้

ดูเหมือนจะทรงตั้งพระทัยเช่นนั้นแม้ในวันศักดิ์สิทธิ์ประจำสัปดาห์อย่างวันนี้ แต่เคียราก็อดถามไม่ได้

ไม่เสด็จไปโบสถ์ด้วยกันหรือเพคะ

เมื่อเช้าเราสวดมนต์ยาวแล้ว อีกอย่างมีแค่วันนี้ที่อาเมียร์ว่างทั้งวัน เราเองก็อยากขี่ม้านานๆ ด้วยเจ้าหญิงตรัสบอกตอนนี้เฟเริ่มคุ้นกับเดินเหยาะแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเรียนวิ่งเหยาะกับวิ่งควบให้ได้เร็วๆ

อย่าเร่งมากนักเลยเพคะนางกำนัลสาวยังคงเตือนอะไรที่อันตรายก็ทรงระวังไว้ก่อนเถอะ

เรารู้พระขนงเรียวขมวดทันควันแต่ถ้ากลับวังจริงๆ จะมีโอกาสได้ฝึกขี่ม้าอย่างนี้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย

เคียราปิดปากเงียบในเรื่องนั้น ด้วยไม่รู้ว่าหากพูดไปแล้ว จะกลายเป็นการทำให้เจ้าหญิงทรงบ่นเรื่องที่ครูฝึกม้าในวังไม่ยอมให้สวมกางเกงทรงม้าแบบผู้ชาย แถมยังไม่ได้สอนการเลี้ยงม้าให้แบบชายคนทรายไปแทนหรือไม่

ต่อให้ทรงบ่นอยู่ว่าทำไมท่านดูลัสถึงเงียบหายไปหลังออกเดินทาง จนล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สามแล้ว ก็ดูเหมือนพระองค์จะตรัสว่าดีที่มีเวลาฝึกอาวุธกับฝึกขี่ม้า (กับอาเมียร์) นานขึ้น และร่าเริงอยู่แทบทุกเย็นหรือวันว่างที่ชายคนทรายแวะมา

หม่อมฉันทูลลาก่อนนะเพคะ องค์หญิงก็ทรงระวังพระองค์ให้มากด้วยล่ะเพคะ

อื้อหญิงสาวพยักหน้าก่อนจะหมุนตัวกลับไปเคียราก็เดินทางดีๆ นะ เดี๋ยวเราลงไปดูเฟกับเอ็มบาร์ก่อน

เพคะนางกำนัลสาวได้แต่มองนายหญิงเดินกึ่งวิ่งจากหน้าประตูห้องของเธอไปยังประตูด้านหลังบ้านซึ่งออกไปทางคอกม้าได้สะดวกกว่า จนลับตาแล้วจึงได้ตรวจดูความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายอีกครั้ง แล้วเดินไปทางหน้าบ้านที่มีรถม้าจอดรออยู่กับคนรับใช้

หัวใจยังเต้นรัวเร็วอยู่ในอก เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เธอขออนุญาตออกไปเข้าโบสถ์ในวันนี้

 

เมื่อคืนวานก่อนนอน เคียราพบจดหมายของดูลัสอยู่ในกล่องเครื่องประดับซึ่งเธอใช้เก็บปิ่นปักผม

หญิงสาวไม่รู้ว่ามันไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไร แต่ก็เชื่อว่าคงเป็นในวันนี้ เพราะเมื่อเช้าเธอยังเปิดกล่องนำปิ่นมาใช้เกล้ามวยตามปรกติ ทว่าคนของดูลัสนำมันเข้ามาซ่อนไว้ในนี้ได้อย่างไร เธอก็สุดจะรู้

เคียราเปิดอ่านดู แล้วก็พบลายมือตัวแข็งตรงซึ่งบอกให้เธอมาที่โบสถ์ใหญ่แห่งหนึ่งของเคนมาราในวันศักดิ์สิทธิ์ และเข้าห้องสารภาพบาปที่อยู่ทางขวาสุดของโถงโบสถ์แห่งนั้น

ท้ายข้อความกำชับให้หญิงสาวจดจำรายละเอียดต่างๆ ด้วยตนเองแล้วเผาจดหมายฉบับนี้ทิ้งในทันทีที่อ่านจบ จากนั้นจึงมีชื่อของพระคู่หมั้นหนุ่มลงกำกับไว้

นางกำนัลสาวยิ่งประหลาดใจว่าเวลานี้ท่านดูลัสอยู่ที่ใดกันแน่ เจ้าหญิงแอชลีนน์เคยตรัสบอก (กึ่งบ่น) ว่าในหนึ่งสัปดาห์เขาก็น่าจะเดินทางถึงคาเชลัธ เมืองหลวงของมณฑลอุลทูร์แล้ว ในเมื่อสี่วันหลังจากพระคู่หมั้นออกเดินทาง ก็มีสารลับส่งมาจากผู้สำเร็จราชการว่าท่านดูลัสได้มาเข้าพบ และรายงานว่าจะรีบเดินทางไปทำหน้าที่ตามที่เจ้าหญิงทรงมอบหมายให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่วายขอทูลเชิญให้เสด็จกลับพระราชวังหลวงโดยเร็วที่สุด...แน่นอนว่าเจ้าหญิงทรงไม่เห็นดีด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น นายเหนือของเธอทรงเปรยไว้อย่างกังวลว่าที่เนิ่นช้าอยู่อาจเป็นเพราะการเจรจามีปัญหา เจ้าหญิงทรงไม่ยอมบอกเคียราเลยสักนิดว่าเป็นการเจรจาอะไร แม้นางกำนัลสาวจะเดาไว้ว่าเกี่ยวข้องกับการถอนหมั้นก็ตาม

ก็แน่อยู่หรอก...หมั้นหมายเรียบร้อยจนจวนถึงพระราชพิธีเสกสมรสแล้ว มิหนำซ้ำยังเป็นการอภิเษกสมรสที่จะทำให้ธีร์ดีเรกลับสู่สภาวะปรกติ ท่านผู้สำเร็จราชการ ท่านเจ้ามณฑลอุลทูร์ ตลอดจนขุนนางทุกคนจะเห็นด้วยได้อย่างไรกัน

แต่ในเมื่อจดหมายนี้มาถึงก็แสดงว่าท่านดูลัสอาจไม่ได้อยู่ในอุลทูร์หรือมณฑลหลวง ทว่ากลับเข้ามาในยาร์ลาธอีกครั้ง ด้วยเหตุใดและได้อย่างไร...เคียราได้แต่เก็บความสงสัยไว้และทำตามที่จดหมายนั้นสั่งอย่างเคร่งครัด

ไม่มีใครประหลาดใจที่นางกำนัลสาวทูลขอเจ้าหญิงแอชลีนน์ไปเข้าโบสถ์ในวันศักดิ์สิทธิ์ และท่านเจ้ามณฑลก็จัดรถม้ากับสารถีให้อย่างสมฐานะธิดาตระกูลขุนนาง ไม่ช้าเคียราก็ไปถึงโบสถ์ที่ระบุไว้ในจดหมาย เธอเข้าร่วมพิธี ทำความเคารพองค์สุริยเทพ และสวดมนต์นับลูกประคำตามสมควร ก่อนจะตรงไปยังห้องสารภาพบาปห้องขวาสุด

ทันทีที่หญิงสาวปิดประตูลง เสียงอันเคยคุ้นก็เอ่ยแผ่วเบาจากอีกฟากของผนังไม้ระแนง

ขอบใจที่มานะ เคียรา

ท่านดูลัส!นางกำนัลสาวทักอย่างดีใจท่านเป็นอย่างไรบ้างคะ สบายดีไหม ตอนนี้ทำอะไรอยู่ ท่านคงไม่ได้คิดจะ...ถอนหมั้นกับเจ้าหญิงจริงๆ ใช่ไหมคะ

ข้าสบายดี และไม่คิดจะทำอย่างนั้นแน่ชายหนุ่มเอ่ยเคร่งขรึมจึงต้องขอให้เจ้าช่วย

จะให้ข้าช่วยทำอะไรหรือคะเคียรารับอย่างยินดี แต่ขณะเดียวกันก็สงสัย...และกังวลกราบทูลเกลี้ยกล่อมเจ้าหญิงหรือคะ แทบเป็นไปไม่ได้เลย เวลานี้พระองค์ทรงเชื่อคนทรายนั่นเต็มที่ เขาให้ทำเรื่องเสี่ยงอันตรายขนาดเลี้ยงม้าตัวใหญ่อย่างกับยักษ์ ก็ทรงทำอย่างสนิทใจ

ข้ารู้แล้วคำตอบของพระคู่หมั้นหนุ่มทำให้หญิงสาวยิ่งอยากถามว่ารู้ได้อย่างไร ทว่าเขารีบพูดต่อเสียก่อนสิ่งที่จะให้เจ้าทำ เป็นเรื่องที่มีเจ้าเพียงคนเดียวทำได้ อีกสี่คืนนับจากนี้ ข้ากับคนของข้าจะลอบเข้าไปในที่ประทับ แล้วเชิญเสด็จพระองค์กลับพระราชวัง เพื่อไม่ให้เจ้าหญิงทรงขัดขืน เจ้าต้องวางยานอนหลับพระองค์ในคืนนั้น

นางกำนัลสาวเบิกตากว้างเรื่องแบบนั้น...

ข้าไม่อยากทำอย่างนี้หรอก เคียรา แต่หากทรงรู้พระองค์อยู่ ย่อมไม่มีวันยอมไปกับพวกเรา ข้าไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวาย และไม่อยากให้ทรงได้รับบาดเจ็บด้วย เมื่อทรงตื่นขึ้นมา ข้าจะอธิบายให้ทรงเข้าพระทัยเองดูลัสเอ่ยมีแต่เจ้าคนเดียวที่ทำได้ เพราะเจ้าอยู่ใกล้ชิดกับเจ้าหญิงมากที่สุด และไม่มีใครย่อมระแวงว่าเจ้าจะใส่ยาแปลกปลอมในเครื่องเสวย ที่มุมประตูข้างหลังเจ้า ด้านซ้ายมือ มีขวดยาใส่ถุงวางอยู่ เจ้าเอามันไปใส่ในเครื่องดื่มร้อน ถวายพระองค์ก่อนเข้าบรรทม เพราะยานี้ออกฤทธิ์เร็วมาก

เคียราละล้าละลังอยู่ครู่หนึ่งจึงได้เอี้ยวตัวไปและก้มลง มือคว้าได้เนื้อผ้าห่อหุ้มวัตถุทรงขวดน้ำหนักเบา ขนาดเล็กจนสามารถเก็บซ่อนไว้ในเสื้อ

แต่...ลองพูดให้องค์หญิงทรงเข้าพระทัยก่อนไม่ได้หรือคะ หากท่านทำแบบนี้...เจ้าหญิงอาจจะกริ้วท่านมากก็ได้

เมื่อทรงตื่นจากบรรทม ข้าจะกราบทูลให้พระองค์ทรงเข้าพระทัยเองพระคู่หมั้นหนุ่มยังคงย้ำคำเดิมรีบไปเร็ว เคียรา ยิ่งช้า คนของเจ้ามณฑลที่สะกดรอยตามเจ้าอยู่จะสงสัย เพื่อเจ้าหญิงและธีร์ดีเร เจ้าจะทำตามที่ข้าขอร้องได้ไหม

ท่านดูลัส...

ได้ไหม

“...ค่ะเคียราพยักหน้า

งั้นรีบไปเสียดูลัสตัดบทขอบใจเจ้ามาก เคียรา แล้วพบกันอีกสี่คืนหลังจากนี้ ข้าจะไปเคาะประตูห้องบรรทมของเจ้าหญิงตอนสี่ทุ่ม ให้เจ้ารออยู่กับพระองค์ในตอนนั้น

ค่ะนางกำนัลสาวรับคำเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะซ่อนถุงใส่ขวดยาไว้ในคอเสื้อ แล้วรีบลุกออกไปจากห้องสารภาพบาปโดยเร็ว

 

...คืนนี้แล้วหรือ...

เคียรายืนเกาะขอบรั้วและมองเข้าไปในทุ่งโล่งเบื้องหน้าซึ่งมีหญิงสาวในชุดผู้ชายบนหลังม้าสีขาว และชายหนุ่มต่างชาติบนหลังม้าสีน้ำตาลแดงวิ่งช้าๆ อยู่ข้างกัน

สี่วันผ่านไปรวดเร็วโดยแทบไม่รู้ตัว ขวดยาใสเหมือนน้ำเปล่ายังซ่อนอยู่ในลิ้นชักห้องพักของเธอโดยลงกุญแจไว้เป็นอย่างดี ในระหว่างที่นางกำนัลสาวพยายามเลียบเคียงเจ้าหญิงแอชลีนน์ให้ยอมเสด็จกลับด้วยพระองค์เองโดยนำสารและความเป็นห่วงของผู้สำเร็จราชการมาอ้าง แต่เจ้าหญิงยังทรงย้ำคำว่าจะกลับไปก็ต่อเมื่อได้รับคำตอบจากทางดูลัสแล้วเท่านั้น

อะไรทำให้ทรงเชื่อว่าท่านดูลัสจะยอมถอนหมั้นหรือเพคะเคียราได้ถามออกไปเมื่อคืนก่อน ขณะสางพระเกศาให้ก่อนเข้าบรรทม

นั่นคือสิ่งที่เขาควรทำที่สุดถ้าเขารักและหวังดีต่อเราจริงๆคำตอบจากเจ้าหญิงของเธอฟังดูแทบไม่เหมือนคำตอบ

แต่ท่านดูลัส...ต่อสู้จนได้สิทธิ์ที่จะเสกสมรสกับองค์หญิงมาอย่างยุติธรรมนะเพคะ’” นางกำนัลสาวพยายามติง...แม้จะไม่กล้าพูดออกไปโดยตรงว่าเจ้าหญิงต่างหาก ที่กำลังบิดพลิ้วสัญญาซึ่งต่างฝ่ายตกลงกันมาดีแล้ว

แล้วถ้าเราบอกว่าพิธีสยุมพรมันไม่เป็นธรรมมาตั้งแต่ต้นล่ะ เคียราจะเชื่อหรือเปล่าสีพระพักตร์ของนายหญิงในเงาสะท้อนบนกระจกดูจริงจัง กระนั้นน้ำเสียงยังลังเล

หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง “...หมายความว่าอย่างไรหรือเพคะ

เราไม่อยากให้เคียรารู้เลย แต่ยิ่งเวลาผ่านไปแบบนี้ ก็...อาจจำเป็นก็ได้สายพระเนตรของเจ้าหญิงปรากฏแววเศร้าแวบหนึ่งถ้าเราบอกว่ามีขุนนางคนหนึ่งในธีร์ดีเรอยู่เบื้องหลังการปลงพระชนม์...เคียราจะเชื่อไหม

มือของนางกำนัลสาวชะงักไประ...เรื่องแบบนั้น…”

เป็นไปไม่ได้ เราก็เคยคิดอย่างนั้นเหมือนกันเจ้าหญิงทรงรับแต่มันเป็นความจริง เคียรา มีคนทำเรื่องเลวร้ายทั้งหมดนี้ เพื่อให้เกิดพิธีสยุมพร คนของ...เขา...จะได้มีอำนาจเหนือธีร์ดีเร ที่เรามาอยู่ที่ยาร์ลาธก็เพราะว่าท่านเบเรคเชื่อเรื่องนี้ และจะช่วยปกป้องเราจากอิทธิพลของคนคนนั้น

แล้วทำไมไม่ลงโทษเขาล่ะเพคะเคียราตั้งคำถามทำไมไม่ทรงเอาผิดเขา เรื่องใหญ่แบบนี้…”

ถ้าเราพูดไป...ก็อาจจะเกิดสงคราม เขาเป็นคนที่มีอิทธิพลมาก...มากเกินไป เคียราเจ้าหญิงแอชลีนน์ตรัสเสียงแผ่วลง ตอนนี้เราถึงได้ต้องการเจรจา ถ้าเขายอมวางมือให้เราได้ปกครองด้วยตัวเอง เราจะไม่เปิดโปงความผิดของเขา และไม่ลงโทษเขากับลูกหลาน

แต่...ทรงยอมได้อย่างไรกันเพคะ” นางกำนัลสาวโคลงศีรษะหากเรื่องนี้เป็นความจริง ท่านผู้สำเร็จราชการกับท่านดูลัสจะอยู่เฉยได้อย่างไร ไม่ว่าเขาจะใหญ่โตมาจากไหน จะปล่อยให้ทั้งสามพระองค์ไม่ได้รับความเป็นธรรมได้เชียวหรือเพคะ

ถ้าดูลัสเห็นด้วยกับเรา เขาจะยอมตามเงื่อนไขนี้ ในเมื่อเขาคือคนที่จะออกไปเจรจากับคนคนนั้นเอง

อะไรกัน! งานเสี่ยงอันตรายแบบนั้น! เคียราร้องแล้วถ้า...ถ้าเขาทำร้ายท่านดูลัสล่ะเพคะ!

ดูลัสเป็นคนสัญญากับเราเอง ว่าจะกำจัดศัตรูทุกอย่างของเรา

แล้วถ้าเขาทำเพื่อองค์หญิงถึงขนาดนี้ แล้ว...ทำไมองค์หญิงถึงยังจะทรงถอนหมั้นกับเขาอีกล่ะเพคะนางกำนัลสาวตั้งคำถามถึงพิธีสยุมพรจะเกิดจากแผนการร้ายของคนคนนั้น แต่ท่านดูลัสก็มีความสามารถ...ชนะมาอย่างใสสะอาด เป็นคนที่พร้อมจะเป็นราชามากที่สุดแล้วนะเพคะ

แล้วเราไม่ควรจะได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองว่าพร้อมจะเป็นราชินีหรือเปล่าเลยหรือ

มะ...ไม่ใช่นะเพคะ หม่อมฉันก็แค่…” เคียราละล่ำละลัก...

ตามจังหวะก้าวให้ทัน วางน้ำหนักดีๆ อย่าทิ้งน้ำหนักลงไปที่ไหล่ ระวังสายบังเหียนด้วย อย่าให้ยาวเกินไป

เสียงที่ดังแว่วมาทำให้ความคิดของนางกำนัลสาวขาดห้วง เธอเงยหน้าขึ้นก่อนจะเบิกตากว้างในทันใด

บนเนินหญ้าที่อยู่ห่างออกไป ม้าทั้งสองตัววิ่งเร็วจี๋ ด้านข้างของม้าสีขาวอยู่ใกล้กับเคียรามากกว่า เธอจึงเห็นว่าเวลานี้เจ้าหญิงทรงม้าโดยแทบไม่ได้นั่งติดบังเหียน แต่ดูเหมือนจะกำลังยืนย่อพระเพลา โน้มพระเศียรกับพระอังสาไปข้างหน้า พระบาทรับน้ำหนักอยู่ในโกลน พระเกศาปลิวไปตามลมแรงเช่นเดียวกับขนแผงคอและขนหางสีขาว

ตายแล้ว!

เคียราอยากร้องห้ามแต่ก็ไม่กล้าส่งเสียง เธอกลัวว่าถ้าร้องออกไปแล้วม้าจะตื่นจนสลัดนายของเธอลงจากหลังของมัน จึงได้แต่มองต่อไปขณะที่เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงขยับพระองค์เพื่อทรงตัวบนหลังม้า และอาเมียร์ซึ่งควบตามไปข้างๆ ให้คำแนะนำ

ดูเหมือนจะนานเหลือเกินในความรู้สึก กว่าชายคนทรายจะบอกให้เจ้าหญิงค่อยๆ ชะลอม้าลงและปรับท่านั่ง จนกระทั่งม้ากลับมาวิ่งช้าๆ อีกครั้ง ก่อนจะกลายเป็นเดิน และหยุดนิ่งในที่สุด

จากนั้น อาเมียร์คงจะพูดแนะนำเจ้าหญิงแอชลีนน์เรื่องการขี่ม้าอีกสักเล็กน้อย แล้วพระองค์จึงทรงลงจากหลังของเฟ ก่อนจะจูงมันมายังริมรั้วที่เคียรายืนอยู่

เป็นอย่างไรบ้าง! เคียรา! ตะกี้เห็นไหม! เราวิ่งควบได้แล้วละ! สนุกมากเลย!เจ้าหญิงทรงตรัสอย่างดีใจราวกับเด็กเล็กๆ พระพักตร์ยังคงเป็นสีแดงก่ำและพราวด้วยเหงื่อ

พะ...เพคะนางกำนัลสาวพยายามบังคับตนเองให้ยิ้มแม้จะฝืดเฝือ

เอ้อ เดี๋ยวเราพาเฟไปเข้าคอกก่อน เคียราจะเดินไปด้วยกันไหม

ไม่เป็นไรเพคะ รีบไปเถอะ หม่อมฉัน...เอ่อ...คงเดินเล่นอีกสักหน่อย แล้วจะไปเข้าเฝ้าเวลาเสวยพระกระยาหารนะเพคะ

งั้นหรือนายหญิงของเธอรับ แต่ก็ทรงจูงม้าดำเนินจากไปโดยดูเหมือนจะไม่สงสัยอะไรมากนัก

นางกำนัลสาวมองพระองค์อยู่ข้างรั้วอีกพักหนึ่ง จนกระทั่งอาเมียร์จูงเอ็มบาร์เดินตามมา ก่อนจะหันมามองเธออย่างสงสัย

เคียราสูดลมหายใจลึกรวบรวมความกล้า และบอกตนเองว่าชายคนทรายเคยให้สัญญาต่อหน้าพระพักตร์ของเจ้าหญิงแล้วว่าจะไม่อ่านใจของเธออีก

ไม่มีอะไรรับประกันว่าเขาจะรักษาสัญญาจริงๆ แต่เธอก็จะพยายามไม่คิดเรื่องที่ไม่ควรคิดเช่นกัน

ทำไมถึงให้เจ้าหญิงทรงทำอะไรเสี่ยงอย่างนั้น

เจ้าหญิงทรงคุ้นกับม้าพอที่จะลองวิ่งควบแล้ว แต่ข้าก็กำชับให้พระองค์ฝึกวิ่งควบต่อเมื่อมีข้าอยู่ด้วยเท่านั้น

แล้วทำไมถึงต้องให้วิ่งควบ ข้ารู้ว่าพระองค์ทรงอยากทรงม้าให้เป็น แต่ต้องให้ทำอะไรอันตรายแบบนั้นด้วยหรือ นี่คิดอะไรของเจ้ากันแน่

ในเวลาศึกหรือเวลาคับขัน หากไม่วิ่งควบจะเอาตัวรอดได้หรือ

เจ้าจะให้พระองค์ไปออกรบรึอย่างไรเคียราขมวดคิ้วอยากให้เกิดสงครามในธีร์ดีเรมากนักใช่ไหม

สีหน้าของชายหนุ่มยังคงสงบ ออกจะเคร่งเครียดกว่าเดิมด้วยซ้ำไม่อยาก แต่เรื่องนั้นข้าไม่ใช่คนกำหนดได้หรอก

แล้วใครที่จะกำหนด คนที่ท่านดูลัสไปเจรจาด้วยงั้นหรทอ

อาเมียร์ดูประหลาดใจอยู่แวบหนึ่งเจ้าหญิงทรงบอกท่าน?”

หญิงสาวพยักหน้า

แล้วทรงบอกหรือเปล่า ว่าคนคนนั้นเป็นใคร

จะเป็นใคร...สำคัญไปกว่าต่อให้มีคนวางแผนร้ายเบื้องหลังพิธีสยุมพร ท่านดูลัสก็ฝ่าฟันจนเอาชนะทุกอย่างมาได้ตามกติกา...ทั้งๆ ที่เจอกลโกงของชาลัวห์ แต่ก็ยังถูกบังคับให้ถอนหมั้นกับเจ้าหญิงอีกอย่างนี้หรือ

แสดงว่าเจ้าหญิงทรงยังไม่ได้บอกท่านทุกอย่างชายคนทรายสรุปเช่นนั้น แล้วก็จูงม้าเดินผละไป

แต่เคียราจะไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น

เจ้าเคยบอกไม่ใช่หรือว่าพร้อมจะใช้ความจริงทำให้ข้าเชื่อเธอเดินตามเขาไปจากอีกฟากหนึ่งของรั้วก็ทำเสียทีสิ!

ข้าไม่ใช่ฝ่ายที่ไม่พร้อม แต่เป็นท่านต่างหาก

นั่นคือคำพูดของคนที่ไม่ยอมแม้แต่จะพูดความจริงหรือ!

ชายหนุ่มหยุดเดินอีกครั้ง แล้วก็ถอนหายใจน้อยๆต่อให้ข้าพูดไป ท่านก็ไม่เห็นว่าเป็นความจริงอยู่ดีกระมัง

นั่นไม่ใช่ข้ออ้างไม่ให้พูดหรอกนะ

ก็จริงของท่านอาเมียร์วางมือข้างหนึ่งลงบนรั้วและสบตากับหญิงสาวหากไม่ลองก็คงไม่รู้ ว่าแต่แอชบอกอะไรกับท่านแล้วบ้าง

เคียราพูดไปตามตรง ทั้งเรื่องที่มีขุนนางบงการการลอบปลงพระชนม์ และเงื่อนไขซึ่งท่านดูลัสได้รับมอบหมาย

ถึงอย่างนั้น เธอก็อดเสริมไม่ได้แต่ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องบีบให้เขายอมถอนหมั้น ในเมื่อเขาก็ไม่ได้ทำผิดอะไร

ใช่ เขาอาจไม่ได้ทำผิด แต่เมื่อความจริงเรื่องนี้แพร่ออกไป เขาก็จะสูญเสียความชอบธรรมในการเป็นพระคู่หมั้นไปในทันที

เพราะอะไร

นัยน์ตาสีดำสนิทของอาเมียร์จ้องตรงมาอย่างเคร่งขรึม ขณะที่เสียงแผ่วเบาลงเป็นกระซิบคนที่อยู่เบื้องหลังการลอบปลงพระชนม์คือเจ้ามณฑลอุลทูร์

เคียราตะลึงงันอยู่เป็นนานกว่าจะรวบรวมเสียงพูดของตนสำเร็จ

‘“ปะ...เป็นไปไม่ได้!

ข้านึกแล้วว่าท่านต้องไม่เชื่อ

หญิงสาวบีบรั้วไม้ตรงหน้าแน่นเต็มสองมือ โดยไม่ใส่ใจว่ามันจะเปื้อนฝุ่นอย่างไรอีกต่อไปเจ้าโกหก

นี่คือความจริง ท่านเบเรคกับแอชเองก็เชื่ออย่างนั้น หลักฐานกับพยานยืนยันก็มีอยู่...แม้จะหายากสักหน่อย เรายังมีทางเอาผิดเขาได้ แต่เพราะต้องการให้เรื่องนี้จบลงอย่างเงียบๆ มากกว่า จึงได้ตัดสินใจเจรจาก่อน

หมายความว่าที่ท่านดูลัสยอมถอนหมั้นเป็นเพราะเชื่อว่าพ่อของเขาเป็นคนผิดเหมือนกันหรือ ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก

และท่านดูลัสก็ไม่ได้ยอมถอนหมั้นด้วย...นางกำนัลสาวห้ามตนเองก่อนจะหลุดความจริงนี้ออกไป

เพราะอย่างนี้นี่เอง ท่านดูลัสถึงต้องรีบพาเจ้าหญิงกลับไป...ออกไปจากอิทธิพลของเจ้าคนทราย เขาอาจจะปรึกษากับผู้สำเร็จราชการแล้ว จึงได้ย้อนกลับมาอย่างลับๆ เช่นนี้ก็ได้

แล้วหากไม่เชื่อ ทำไมถึงยอมจากไปอย่างเงียบๆ เล่าอาเมียร์กลับย้อนถามสารที่อยู่กับเขาระบุข้อกล่าวหาต่อแฟคท์นาไว้ชัดเจน หากว่านั่นไม่เป็นความจริง ทำไมดูลัสถึงไม่ท้าให้เปิดโปงเรื่องนี้ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อเขา แล้วจะได้ย้อนกลับมาเล่นงานข้าว่าเป็นคนกุข้อหาไม่มีมูลขึ้นมาเอง ใส่ร้ายยุยงให้ขุนนางผู้ใหญ่เสื่อมเสีย และหลอกลวงเบื้องสูง...ข้อหาพวกนี้มากเกินพอที่จะประหารข้ากับครอบครัวในฐานะกบฏแผ่นดินได้ไม่ยากเลย ส่วนท่านเบเรคจะยอมเสี่ยงช่วยปกป้องข้าทำไม ในเมื่อตัวท่านเองกับมณฑลก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเป็นรูปธรรม แถมยังอาจได้รับโทษไปด้วย

เคียรานิ่งงันไป ครั้นจะบอกว่าท่านดูลัสอาจไม่แน่ใจว่าท่านเจ้ามณฑลอุลทูร์มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่...ก็ตระหนักได้ว่านั่นไม่ใช่เหตุผล ไม่มีทางที่ท่านดูลัสจะระแวงว่าพ่อของตนทำเรื่องชั่วช้าแบบนั้นได้เป็นอันขาด

หมายความว่า...ท่านดูลัสยอมจากไป เพราะรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ

เป็นไปไม่ได้ พวกมันต้องข่มขู่เขามากกว่า ไม่มีทางที่ท่านดูลัสจะรู้เห็นกับแผนการทั้งหมด เขาเองเป็นคนเสี่ยงอันตราย พาเธอกับเจ้าหญิงแอชลีนน์ควบม้าหนีออกจากวงล้อมของการปะทะจนปลอดภัยในที่สุดไม่ใช่หรือ

เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้เลย

อาจมีเหตุอื่น...ไม่สิ...ต้องมีเหตุอื่นแน่ คนทรายนั่นอาจไม่เพียงแต่หลอกลวงเธอ ทว่าหลอกลวงทั้งเจ้าหญิงกับเจ้ามณฑล เขามีเวทมนตร์ จะเสกพยานหลักฐานใดๆ ขึ้นมา หรือดลใจใครให้เชื่อเรื่องหลอกลวงของเขาก็ทำได้ทั้งนั้นไม่ใช่หรือ

แต่แล้ว เคียราก็ฉุกคิด หากใช้เวทมนตร์คาถาหลอกลวงให้เชื่อได้จริงๆ ...ทำไมไม่หลอกลวงเธอด้วยเวทมนตร์ จะมัวมาเสียเวลาพูดคุยโต้เถียงอย่างนี้ทำไม

แล้วทำไมไม่ใช้เวทมนตร์ดลใจให้ท่านดูลัสยอมถอนหมั้นแต่โดยดี ทำไมไม่ใช้เวทมนตร์ให้ใครๆ เห็นดีให้เขาแต่งงานกับเจ้าหญิงเสียเลยเล่า

หรือต่อให้หลอกลวงด้วยเวทมนตร์ไม่ได้มาแต่แรก ทำไมถึงต้องข่มขู่ด้วยคดีลอบปลงพระชนม์...หากว่านั่นไม่มีมูลความจริง ทั้งท่านแฟคท์นาและท่านดูลัสล้วนเป็นขุนนางมีศักดิ์ศรี มีคนศรัทธามาก ต่อให้พวกมันกุข่าวลือแพร่งพรายไปทั่วก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี

เวทมนตร์ของอาเมียร์ทำไม่ได้ทุกอย่าง...เท่าที่หญิงสาวเห็น เขาห่วงใยรูอาร์คจริงๆ แต่ก็ใช้เวทมนตร์ปกป้องหรือช่วยเหลืออีกฝ่ายจากการถูกทำร้ายไม่ได้ ดลใจใครๆ ให้เชื่อเขาก็ไม่ได้ แล้วจะเสกหลักฐานและพยานปรักปรำคนอื่นจากอากาศว่างเปล่าได้อย่างไร

ท่าทางของเจ้าหญิงแอชลีนน์ไม่ใช่คนที่ถูกมนตร์เสน่ห์...อย่างน้อยก็เท่าที่เคียรารู้มา แล้วก็ไม่ใช่คนที่ถูกล้างสมองให้เชื่อฟังอาเมียร์ไปทุกอย่าง ชายคนทรายไม่ได้ตามใจเพื่อซื้อใจพระองค์ แต่เจ้าหญิงทรงร่าเริงสดใสขึ้นเพราะ...เขารับฟังพระองค์ต่างหาก

ผิดกับเวลาที่พระองค์อยู่กับท่านดูลัส

เจ้าหญิงเสด็จมากับอาเมียร์ด้วยความสมัครพระทัยของพระองค์เอง แต่ท่านดูลัสกำลังจะให้เคียราวางยานอนหลับให้พระองค์ แล้วลักพาไปในเวลาที่ทรงไม่ได้สติ...ต่อให้หวังดีกับพระองค์อย่างไร นั่นมีแต่จะทำให้เจ้าหญิงยิ่งกริ้ว และอาจถึงกับทรงเกลียดชังท่านดูลัสไม่ใช่หรือ จะอธิบายอย่างไรหลังจากนั้น ก็คงยากที่จะทรงรับฟัง

นั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรทำไม่ใช่หรือ

ไม่ได้...นางกำนัลสาวไม่รู้จะคิดอย่างไรอีก ท่านดูลัสย่อมมีเหตุผลของท่านดูลัส เหตุผลที่เธอไม่ต้องเข้าใจ แต่แค่ทำตามก็เพียงพอแล้ว การวางแผน...เรื่องของบ้านเมือง...เป็นเรื่องของผู้ชาย ไม่ใช่เรื่องที่ผู้หญิงอย่างเธอจะตัดสินได้ด้วยความรู้สึกหรือเหตุผลแคบๆ ของตัวเองว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร

ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ...เสียงของชายคนทรายดังขึ้นมาอีกครั้งข้ารู้ว่านี่เป็นวิธีที่สกปรก และไม่ยุติธรรมต่อดูลัส เขามีความสามารถพร้อมที่จะเป็นกษัตริย์ แต่เป็นความผิดของพ่อเขาที่ทำให้เขาไม่มีความชอบธรรมในพิธีสยุมพรมาแต่แรก ถึงอย่างนั้น...นั่นก็ไม่สำคัญไปกว่าเขาไม่ใช่คนที่แอชเลือกด้วยความปรารถนาของตนเองหรอก

เคียราไม่รู้จะพูดอะไร และไม่รู้จะรั้งชายหนุ่มที่เดินจูงม้าต่อไปเพื่ออะไรอีก

ข้าเห็นใจเขา ข้ารู้ว่าตัวข้าเองก็ไม่มีความชอบธรรมในฐานะพระคู่หมั้นมากไปกว่าเขา แต่ต่อให้แอชไม่ได้เลือกข้า ต่อให้ข้าไม่มีสิทธิ์หรือไม่มีวันได้เป็นราชาแห่งธีร์ดีเร ข้าก็ไม่คิดจะเรียกร้องอะไร และยังยิ่งกว่าเต็มใจที่จะเป็นกำลังให้นางเพื่อความปรารถนาของนางอยู่ดี...หากเขารักนางอย่างที่ข้ารัก ก็ย่อมรู้สึกเช่นเดียวกับข้าไม่ใช่หรือ

นางกำนัลสาวได้แต่ยืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง ขณะที่ความคิดต่างๆ ตีปั่นป่วนอยู่ในสมอง

หนึ่งในนั้นคือคืนนี้แล้วที่ท่านดูลัสจะมาเพื่อรับตัวเจ้าหญิง ทั้งๆ ที่พระองค์ทรงไม่ปรารถนาเช่นนั้น

...แล้วจู่ๆ เคียราก็รู้สึกขึ้นมาว่า การวางยานอนหลับให้พระองค์มีแต่จะเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์เท่านั้นเอง...

- - - - -

แจ้งข่าวเล็กน้อยว่าไรต์จะออกทริปค้างคืน จะไม่สามารถลงตอนต่อไปในวันศุกร์และเสาร์ได้นะคะ ส่วนวันอาทิตย์ขอดูก่อนค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #43 pammysan (@pammysan) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 10:30
    ตามมาจนถึง
    ระหว่างทางลุ้นมากและเครียดมากขอรับ
    ส่วนตอนนี้ ค้างมากก
    #43
    1
    • #43-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 72)
      23 ตุลาคม 2560 / 20:18
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ เค้ามาต่อแล้วน้า >w<
      #43-1
  2. #42 harp-life (@fate13) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 21:32
    ม่ายยยยยยยยย ไรท์จะทำแบบนี้ไม่ได้ ทิ้งระเบิดไว้ตู้มม แล้วเดินจากไปแบบนี้... อยากกริ๊ดเป้นภาษาคนทรายย



    ปล. เคียร่า ทำดีมากลูก อย่าไปฟังดูลัส คิดให้ดีๆ ว่าใครอยู่ข้างเจ้าหญิงจิงๆ คิดให้มากกก ว่าอะไรคือความจิง

    #42
    1
    • #42-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 72)
      23 ตุลาคม 2560 / 20:22
      ไรต์ขอไปเที่ยวบ้างค่ะ ตอนนี้กลับมาลงงานต่อแล้วนะคะ
      #42-1