The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 71 : 9 - ยากจะยอมรับ "ข้าจะไม่หวังพึ่งพิง 'เพื่อน' ของท่านเป็นอันขาด"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ก.ค. 61

บทที่ ๙

 

ท่านสิมา! ทุกคนสบายดีใช่ไหมคะ

เคียราตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า

เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรง...โผเข้ากอดหญิงสาวผมดำที่ดูอายุราวสามสิบต้นๆ ซึ่งเป็นแม่ของอาเมียร์อย่างสนิทสนม และหญิงผู้มากวัยกว่าก็ยิ้มก่อนจะกอดตอบน้อยๆ

สบายดีเพคะ ขอบพระทัยที่ทรงห่วงใย

ไม่ต้องใช้ราชาศัพท์หรอกค่ะ แล้วเรียกข้าว่าแอชเฉยๆ เถอะเจ้าหญิงเอ่ยทันที ก่อนจะหันมาทางนางกำนัลสาวซึ่งยืนนิ่งอยู่เอ้อใช่ นี่เคียราค่ะ เป็นลูกพี่ลูกน้องของข้า อาเมียร์บอกท่านแล้วใช่ไหมคะ ว่าข้ายืมชื่อของนางมาใช้

จ้ะสิมารับและหันมาส่งยิ้มให้หญิงสาวอีกคนบ้างยินดีที่ได้รู้จักนะ เคียรา

คะ...ค่ะคนถูกทักรับอย่างประหม่า และประหลาดใจกับแม่ของคนทรายที่ตนเห็น นอกจากอีกฝ่ายจะดูอายุน้อยกว่าที่คิดแล้วยังงดงามสูงส่งเสียจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดา...อย่าว่าแต่เป็นหญิงคนทราย แม้เคียราจะแทบไม่เคยเห็นผู้อพยพชาวทรายในเมืองหลวงแต่งตัวอย่างชาวธีร์ดีเรที่เปิดเผยหน้าตาและไม่สวมผ้าคลุมผมตลอดจนถึงข้อเท้าอย่างนี้นัก

เค้าหน้าคมสันหมดจดของอาเมียร์เห็นจะมาจากผู้เป็นแม่โดยแท้ เคียรายังอดนึกไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าหากหญิงตรงหน้าแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณชั้นดีก็คงดูเหมือนคุณหญิงภรรยาของขุนนางชั้นสูงได้สบายๆ

เจ้าหญิงแอชลีนน์ผละไปทักทายเด็กหญิงผมดำอีกสองคนกับเด็กทารกชายที่หญิงสาวผมทองร่างเล็กอีกคนอุ้มอยู่ เธอลูบหัวเด็กชายคนนั้นเบาๆ ก่อนจะเปรยให้ได้ยินแว่วๆ ว่าโตขึ้นเยอะเลยนี่นา

นางกำนัลสาวได้แต่ยืนประสานมือเก้กังอยู่กับสิมา ซึ่งเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน

เดินทางลำบากหรือเปล่าจ๊ะ

“...คะ?” เคียราทบทวนคำถามช้าๆก็...ก็ไม่เป็นไรค่ะ ที่จริง...เอ่อ...อาเมียร์ดูแลเจ้าหญิงกับข้าดี

ดีแล้วละ เป็นผู้หญิงเดินทางกลางป่ากลางเขา ข้าก็อดห่วงไม่ได้ว่าจะลำบากมากไหมหญิงชาวทรายรับด้วยรอยยิ้มเช่นเดิมว่าไป เคียราทั้งสองคนนี่ก็ดูคล้ายกันมากจริงๆ นะ ได้ยินว่าเจ้าหญิงทรงมีพระญาติที่คอยดูแลใกล้ชิด และสนิทกันอย่างนี้ก็ดี

ข...ข้าไม่นับเป็นพระญาติหรอกค่ะนางกำนัลสาวรีบแก้ความเข้าใจผิดพ่อของข้าเป็นน้องชายของพระราชินี ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์อะไร พระราชินีทรงโปรดเกล้าฯ ให้ข้าได้เป็นนางกำนัลประจำพระองค์ของเจ้าหญิง ข้าก็เพียงแต่เฝ้าดูแลในฐานะข้ารับใช้เท่านั้นเอง

แต่แอชแนะนำว่าเจ้าเป็นลูกพี่ลูกน้องนี่นาสิมาพูดนั่นคือสิ่งที่เด็กคนนั้นเห็นว่าเจ้าเป็นสำหรับนางนะ

เอ่อ...ค่ะเคียราตอบแม้จะอดคิดไม่ได้ว่าในฐานะลูกพี่ลูกน้อง นายเหนือของเธอก็ห่วงใยเธอดีอยู่หรอก...เสียแต่เรื่องแต่ละอย่างที่ขอให้เธอช่วยนั้นสร้างปัญหาเหลือเกิน

เช่นเรื่องที่แอบเอาชื่อเธอไปเที่ยวบ้านคนทรายครอบครัวนี้จนเฟย์ลิมกับรูอาร์คตามมาทักในเมืองหลวงเรื่องหนึ่งละ

ที่จริง วันสองวันมานี้ นางกำนัลสาวพลอยโล่งอกไปด้วยที่ชายผมแดงซึ่งเคยมองเธออย่างมีลับลมคมในสมัยเข้าใจผิดว่าเป็นเจ้าหญิงปลอมตัวมามีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และดีใจอีกอย่างที่เจ้ามณฑลยาร์ลาธจะจัดบ้านที่ประทับส่วนพระองค์ให้เรียบร้อยมิดชิด...แต่ก็ไม่นึกเลยว่าเจ้าหญิงแอชลีนน์จะขอรออยู่จนวันที่ครอบครัวของอาเมียร์มาเยี่ยมอาการรูอาร์คก่อน แม้ว่าการจัดเตรียมบ้านพักจะเสร็จเรียบร้อยไปตั้งแต่วันก่อนแล้วก็ตาม

หญิงสาวจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าครอบครัวคนทรายนั้นมีสิ่งที่ผูกพันพระองค์มากขนาดนี้เชียวหรือ

เธอไม่แน่ใจว่าคำตอบคือการที่เจ้าหญิงแอชลีนน์มีพระปฏิสันถารกับแม่ของอาเมียร์อย่างสนุกสนาน และตอบคำถามเด็กหญิงทั้งสองที่เจรจาแจ้วๆ อย่างสดใสร่าเริงตามไปด้วยใช่หรือไม่หนอ

เคียราไม่มีคำตอบแน่ชัด เธอได้แต่ยืนมองต่อไปขณะที่สิมาบอกให้ลูกๆ กับพี่เลี้ยงเด็กเข้าไปเยี่ยมรูอาร์คในห้องก่อน ส่วนตัวหญิงชาวทรายจะขอใช้ครัวของจวนทำอาหารกลางวันให้กับคนเจ็บ ตามที่ได้ยินอาเมียร์ฝากบอกมาว่าอยากกิน

นั่นทำให้เจ้าหญิงแอชลีนน์สนใจขึ้นมาซุปหางวัวหรือคะ...ข้าเข้าไปช่วยได้ไหม

อะ...องค์หญิง หม่อมฉันว่า...นางกำนัลสาวพยายามแย้ง แต่กลับถูกสายตาแข็งของนายเหนือกวาดเข้าใส่ทันที

มีกฎมณเฑียรบาลห้ามเจ้าหญิงเข้าครัวด้วยหรือ เคียรา

เอ่อ...หญิงสาวอึกอักมะ...ไม่มีเพคะ

นึกว่าเคียราจะดีใจเสียอีกที่เราอยากทำงานบ้านงานเรือนให้สมกับเป็นผู้หญิงขึ้นมาเสียบ้างเจ้าหญิงแอชลีนน์พูดขึ้นมา

แต่ไม่มีเจ้าหญิงที่ไหนเขาเข้าครัวทำอาหารกันนี่เพคะ! มีแต่เย็บปักถักร้อย ขับร้องทรงดนตรี เต้นรำกันทั้งนั้น นางกำนัลสาวได้แต่แย้งในใจ เพราะเจ้าหญิงของเธอหันไปขอเข้าครัวกับสิมาด้วยถ้อยคำและท่าทางใกล้ชิดราวกับอ้อนญาติผู้ใหญ่...หรือกล่าวโดยเฉพาะเจาะจงคือพระมารดา

เป็นไปไม่ได้ เคียราแทบเผลอสั่นศีรษะห้ามความคิด แต่ก็ไม่อาจห้ามได้

หญิงชาวทรายคนนี้ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับพระราชินี...ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย

เคียราอยากมาช่วยด้วยไหมจ๊ะสิมาหันมาถามนางกำนัลสาวเช่นกัน

คะ...ค่ะเธอได้แต่ตอบรับเพราะรู้สึกเหมือนไม่ควรออกห่างนายหญิงของตน

สิมาคงไม่ทำอันตรายเจ้าหญิงแอชลีนน์ โดยเฉพาะในจวนของท่านเจ้ามณฑลเช่นนี้ แต่หากคอยอยู่ใกล้ๆ เคียราก็คงพอจับได้ว่านางคิดอย่างไรกับการกระทำของอาเมียร์ และเรื่องทั้งหมดกระมัง

หากมีเค้าลางว่าครอบครัวคนทรายไม่ได้ปรารถนาดีต่อพระองค์ ก็ย่อมเป็นหน้าที่ของข้ารับใช้อย่างเธอที่จะคอยเตือนไม่ใช่หรือ

 

เมื่อแรกที่ลีชาได้ยินว่ารูอาร์คถูกแทงจนได้รับบาดเจ็บ ใจของเธอก็เผลอร่วงวูบ อาจเป็นเพราะในชีวิตของเธอมีคนที่จากไปกะทันหันหลายคนเกินไปแล้วกระมัง...ไม่ว่าจะเป็นพ่อของเธอ เกล็น หรือแม้แต่เฟย์ลิม ซึ่งแม้หญิงสาวจะไม่ได้สนิทด้วยก็ยังอดไม่ได้ที่จะเสียดายพระคู่หมั้นที่ดูเป็นคนดีเหลือเกิน

ถึงแม้ว่าพักหลังๆ รูอาร์คจะไม่ได้แวะมาที่บ้านของท่านซิอ์บุลเพื่อเล่นกับเด็กๆ เลย ซ้ำลีชาไม่อยากพบหรือพูดคุยกับเขาเท่าไร หลังจากรู้ว่าเขาไปค้างบ้านของนางโลมชั้นสูงคนหนึ่ง อีกทั้งมักพูดเล่นกับมาลิอาราวกับจะเกี้ยวพาราสี...หากเขาเป็นอะไรไปจริงๆ หญิงสาวก็คงจะเสียใจอยู่ดี

แต่พอได้มาเห็นคนเจ็บที่นอนยิ้ม เงยมองเธอตาใสหลังจากทักทายว่า นางฟ้ามาหาแล้ว หญิงสาวก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตนควรจะรู้สึกเสียแรงที่เป็นห่วงดีไหม

นางฟ้า...หมายถึงพี่ลีชาเหรอนาสิราถามทันที

หมายถึงพวกเราทุกคนเลยต่างหากคนพูดขยี้ผมของเด็กหญิงเล่นไม่งั้นพี่จะรู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์แบบนี้ได้ไงล่ะ

อ้าว ขึ้นสวรรค์ไม่ใช่ตายแล้วเหรอนาสิราไม่วายซักต่อ

เผอิญสวรรค์ของจริงยังไม่อยากได้พี่ไปน่ะสิ ถึงได้ส่งกลับลงมา บอกว่าให้อยู่กับสวรรค์บนดินที่มีนางฟ้าน่ารักๆ อย่างนาสิรากับฟาร์ฮานาห์ แล้วก็พี่ลีชาของพวกเจ้าดีกว่า

ท่าทางของรูอาร์คที่ยันตัวขึ้นกอดเด็กหญิงทั้งสองจนร้องวี้ดนั้นห่างไกลคนเจ็บหนักใกล้ตายจนพี่เลี้ยงของเด็กๆ ยิ่งอารมณ์ขุ่นไปกว่าเดิม

ไม่เจ็บแผลหรือคะหญิงสาวถามเสียงหนัก

ชายหนุ่มผมแดงเงยมองเธอแวบหนึ่งเหมือนเพิ่งตระหนักได้ แล้วก็ปล่อยมือจากสองเด็กหญิงก่อนจะงอตัว กุมชายโครงร้องโอดโอย

พี่รูอาร์ค! พี่รูอาร์คเป็นอะไร!ฟาร์ฮานาห์ร้องเสียงสั่น

โอย...เจ็บ เจ็บจังเลย นี่ถ้าไม่ได้ใครปอกผลเอรีวิเศษที่วางอยู่ตรงนั้นมาให้กิน พี่คงไม่หายเจ็บแหงๆ ...

ลีชาเข้าใจในทันทีว่าทำไมคุณชายคนรองของจวนถึงได้สั่งให้หญิงรับใช้ที่อยู่เฝ้าตนเองออกไปจากห้องตั้งแต่พวกเธอเข้ามา แล้วยังมีตะกร้าผลไม้เล็กๆ วางอยู่กับมีดปอกที่โต๊ะหัวเตียงอย่างเรียบร้อย

ไม่เอาน่าพี่รูอาร์ค ข้ารู้หรอกว่าพี่แกล้งนาสิราเท้าสะเอวบอกเสียงแจ้วๆ จนหญิงสาวกลั้นยิ้มผลเอรีวิเศษไม่มีจริงหรอก อยากให้พี่ลีชาปอกผลเอรีให้กินก็บอกมาเถอะ

“...ชะอ้าวชายผมแดงห่อไหล่ทันควันฉลาดเกินผู้ใหญ่นักนะเรา

ก็พ่อบอกว่าตอนที่พี่อาเมียร์ไม่อยู่ ข้าต้องเป็นพี่คนโตนี่

รูอาร์คกลอกตา เขาเกาหัวแกรกก่อนจะเอนหลังลงพิงหมอน แล้วหันมามองลีชาที่ยืนอุ้มเด็กอยู่ด้วยสายตาอ้อนวอน

ท่านสิมาให้ข้าดูแลอาซิซ แล้วมือท่านก็ไม่ได้เจ็บอะไรนี่คะหญิงสาวพยายามพูดเรียบๆ พร้อมกับเขย่าตัวเด็กชายเบาๆ

สุดท้าย หนุ่มผมแดงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหยิบผลไม้สีแดงลูกย่อมกว่าฝ่ามือมากัดกร้วมทั้งเปลือก

ถ้ากินแบบไม่ปอกจะหายเจ็บไหมคะฟาร์ฮานาห์ถามอย่างสงสัย

ดูซิ มีแต่ฟาร์ฮานาห์คนเดียวที่ห่วงพี่แท้ๆรูอาร์คพูดไปเคี้ยวไปพลางยื่นมือมาลูบหัวเด็กหญิงคนเล็กอย่างเอ็นดูเหมือนจะหาแนวร่วม

ตกลงพี่รูอาร์คเจ็บหนักจริงๆ หรือเด็กหญิงคนโตตั้งคำถามอย่างเดียวกับที่อยู่ในใจของลีชา

โธ่! ก็จริงน่ะสิ อยากดูแผลไหมล่ะคนเจ็บเลิกชายเสื้อนอนเนื้อบางขึ้น เผยให้เห็นผ้าพันแผลข้างใต้ระวังกินข้าวไม่ลงก็แล้วกัน

ข้าไม่กลัวหรอกนาสิราเชิดหน้าทันทีพ่อบอกว่าคนจะเป็นนักรบต้องไม่กลัวเลือด ไม่กลัวแผล ข้าจะเป็นนักรบให้ได้อย่างพ่อกับพี่อาเมียร์ละ

แล้วไม่กลัวโดนจิ้มเป็นแผลเป็นเหมือนพี่บ้างเหรอรูอาร์คยังคงถามสาวๆ เขากลัวเป็นแผลเป็นจะตายไป เดี๋ยวก็หมดสวยหรอก

คนจะงามงามที่ใจใช่ใบหน้าเด็กหญิงยกคำพูดจากแบบฝึกหัดคัดอักษรมาตอบ เรียกเสียงหัวเราะจากชายหนุ่ม

เข้าใจตอบจริงเชียวรูอาร์คยักไหล่พลางหยักยิ้ม และวางเมล็ดผลไม้ทิ้งลงบนโต๊ะหลังจากกินเนื้อจนหมดว่าไป พูดถึงเรื่องงามแล้วก็นึกขึ้นได้ ไปเดินเล่นดูอะไรงามๆ กันสักหน่อยไหมล่ะ

อะไรงามๆ ล่ะนาสิราตั้งคำถาม

อืม...อย่างดอกไม้เป็นไง

ที่บ้านข้าก็มีดอกไม้ พี่ลีชาพาขึ้นไปเดินเล่นบนภูเขาก็มีดอกไม้ที่เก็บมาให้พี่รูอาร์คนี่ไงเด็กหญิงพยักพเยิดไปทางแจกันใส่ดอกไม้ป่าหลากหลายชนิดที่ตั้งประดับอยู่ ซึ่งไม่ได้จัดแต่งอย่างมีหลักการเหมือนดอกไม้ประดับตามบ้านขุนนาง

งั้น...นกยูงล่ะ

นั่นดูเหมือนจะทำให้เด็กหญิงทั้งสองสนใจขึ้นมาทันที...และกระทั่งลีชาเองก็แปลกใจขึ้นมา

หญิงสาวไม่เคยเห็นนกยูงเป็นๆ แม้จะเคยเห็นขนหางสีสวยรูปร่างแปลกตาของมันมาไม่กี่ครั้ง ได้ยินว่านกยูงเป็นนกจากแดนไร้นามทางตะวันออกเลยดินแดนทะเลทรายไปอีก และมีแต่พวกพระราชวงศ์หรือขุนนางเท่านั้นที่ร่ำรวยพอจะหาซื้อมันมาทำอาหารในงานเลี้ยงฉลองต่างๆ ได้ โดยห่มประดับเนื้อนกยูงย่างทั้งตัวด้วยหนังและขนอันสวยงามของมันเองในท่วงท่าเหมือนกับกำลังรำแพนหางเวลานำมาขึ้นโต๊ะอาหาร

ทำไมบ้านพี่รูอาร์คถึงมีนกยูงล่ะนาสิราซัก

อืม...มีคนให้มาคู่หนึ่งเมื่อต้นปี ทำนองของขวัญปีใหม่ บวกกับฉลองที่พี่เฟย์ลิมผ่านรอบสอง แต่ไม่ทันได้เอาไปขึ้นโต๊ะ...น้องสาวพี่ก็เห็นมันสวยเกินกว่าจะกิน เลยสงสาร แถมหลังจากนั้นมีแต่เรื่องยุ่งๆ ไม่เหมาะให้ฉลอง เลยถือว่าเลี้ยงไว้ประดับสวนดีกว่ารูอาร์คอธิบายที่จริง กินไปก็ไม่อร่อยหรอก เนื้อนกยูงแห้งจะตาย ตัวเป็นๆ เดินได้ รำแพนหางได้สวยกว่ากันเยอะ แต่เสียงร้องแหลมเปี๊ยวแสบหูพิกล

หา! แล้วพี่รูอาร์คเคยกินได้อย่างไรล่ะเด็กหญิงคนเดิมถามตาโต

ก็กินในงานเลี้ยงของพวกขุนนางขี้โอ่แถวนี้ แต่น่าเบื่อเป็นบ้าเลย มีแต่เอาเนื้อตัวแปลกๆ หายากๆ มาอวดประชันว่าตัวเองมีปัญญาหามากินทั้งๆ ที่รสชาติห่วยแตกสิ้นดีถ้าเทียบกับอาหารที่แม่ของพวกเจ้าหรือลีชาทำ ว่าแต่อยากไปดูนกยูงที่พี่ว่าไหมล่ะ

อื้อ

ค่ะเด็กทั้งสองพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น

ลีชากะพริบตาปริบๆ เมื่อชายหนุ่มผมแดงท่าทางจะเอาจริง และขอให้เด็กหญิงช่วยหยิบเสื้อคลุมที่แขวนอยู่บนฉากไม้มาให้

ท่านลุกเดินได้แล้วหรือคะหญิงสาวตั้งคำถาม

ตอนนี้ก็เหมือนตาแก่ยักแย่ยักยัน แต่ให้นอนแบ็บบนเตียงทั้งวันนี่น่าเบื่อตายอ๊ะ ขอบใจรูอาร์คพูดพร้อมกับรับเสื้อคลุมมาสวมเข้าทางแขนข้าโดนแทงมากี่วันแล้ว ถึงหมอจะบอกว่าดวงแข็งกับแผลหายเร็วจนไม่น่าเชื่อก็เถอะ

ก็จริง นับจากคืนที่รูอาร์คได้รับบาดเจ็บนี่ก็ล่วงเข้าวันที่สี่ไปแล้ว แม้ลีชาไม่แน่ใจว่าคนถูกแทงที่ชายโครงจะใช้เวลาฟื้นตัวนานสักเท่าไร

หรือที่จริง...ชายหนุ่มค่อยๆ เอ่ยต่อไปอย่างหยอกเย้าเจ้าอยากเห็นข้านอนหน้าซีดอ่อนแรง ขยับปากพะงาบๆ บอกรักเป็นครั้งสุด—”

ความตายไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะลีชาค้านเสียงแข็ง

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบไม้เท้าช่วยเดินที่วางพิงผนังข้างหัวเตียงมาและใช้มันยันตัวลุกขึ้นจากเตียง แล้วจึงทำราวกับว่าไม่เคยมีคำพูดเมื่อครู่ก่อนหน้า

เอ้า! ทุกคน ออกไปกันดีกว่า วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศไปกินอาหารกลางวันในศาลาริมสวนบ้างก็ดีเหมือนกัน

 

รูอาร์คเดินออกไปจากห้องนอนโดยมีเด็กๆ ตามไปกับลีชา พอคนรับใช้ที่อยู่ข้างนอกเห็นเข้าและรีบเข้ามาใกล้ คุณชายรองก็เพียงแต่โบกมือบอกว่าตนเดินเองได้ และสั่งให้อีกฝ่ายไปบอกทางครัวให้ยกอาหารกลางวันมาตั้งที่ศาลาในสวนแทน

ลีชาอุ้มอาซิซไปพลางมองตรงไปด้านหน้าแทบตลอดเวลาโดยพยายามไม่ใช้สายตาซอกซอนความโอ่อ่าโอ่โถงของจวนเจ้ามณฑลนัก หญิงสาวไม่เคยได้เข้ามาในบ้านขุนนางอย่างนี้มาก่อน...และหากไม่ติดว่ารูอาร์คต้องการให้เด็กๆ ทั้งบ้านมาเยี่ยม เธอก็คงจะไม่ต้องตามติดมาด้วย

แต่ที่จริง ลีชาก็อดระแวงไม่ได้อยู่ดีว่ารูอาร์คกำลังหาเรื่องให้ตนยอมมาพบหน้า และอาเมียร์กับท่านสิมาก็ดูจะเป็นใจด้วยอย่างพิกล แม้ทั้งสองจะไม่พูดอะไรกับเธอเรื่องชายหนุ่มผมแดงเลยก็ตาม

จริงอยู่ว่าเธอคงจะอยู่ที่บ้านของท่านซิอ์บุลกับท่านสิมาตลอดไปไม่ได้ เมื่อเด็กๆ โตขึ้นกว่านี้ก็คงจะต้องออกมา หาที่อยู่ใหม่ หางานใหม่ บางทีพวกเขาคงต้องการให้เธอมีหลักมีฐาน มีคนคอยดูแลไม่ให้ลำบากเสียทีกระมัง

และรูอาร์คก็คงมีกำลังทรัพย์เกินพอที่จะทำอย่างนั้น...ต่อให้ลีชายิ่งกว่าแน่ใจว่าใครๆ ย่อมรู้ดีว่าไม่มีวันที่เธอจะแต่งงานเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายของลูกชายเจ้ามณฑลได้เลย

นึกดูก็น่าขัน สมัยที่ยังเตร็ดเตร่อยู่ริมถนนในย่านโคมแดงแทบทุกค่ำคืน หญิงสาวเคยคิดว่าเธอพร้อมที่จะตอบตกลงกับใครก็ตามที่เสนอจะรับเลี้ยงตนเองเป็นเมียเก็บไม่ว่าเขาจะมีอายุมากแค่ไหน รูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอน่ารังเกียจอย่างไร ขอเพียงแต่มีเงินมากพอที่จะพาเธอออกไปจากชีวิตน่าอดสูแบบนี้ก็พอ

แต่เวลานี้...ลีชาไม่รู้เหมือนกัน

ถ้าไม่นำความรู้สึกของตนเองเข้ามาเกี่ยวข้อง การสานต่อความสัมพันธ์กับรูอาร์คเป็นโอกาสที่ไม่คว้าไว้ก็โง่สำหรับนางโลมทุกคน เขายังหนุ่มแน่น รูปร่างหน้าตาห่างไกลคำว่าขี้ริ้ว นิสัยแม้จะยียวน กะล่อน และเจ้าชู้ไปบ้าง ก็ยังถือว่าเป็นคนดีและสามารถทำให้คนที่อยู่ใกล้ร่าเริงมีความสุข...หากไม่นับว่าชวนปวดหัวเป็นบางเวลา แน่นอนว่าดีกว่าลูกค้าหลายๆ คนที่ลีชาเคยพบเจอมาหลายเท่า

แล้วปัญหาอยู่ที่ไหนกันนะ...ในเมื่อวันนี้หญิงสาวไม่มีครอบครัวของตนเอง และหากไม่ได้รับความเมตตาจากบ้านของท่านซิอ์บุลที่ไม่ได้เป็นญาติอะไรกัน ก็จะไม่มีที่อยู่ ไม่มีข้าวกิน ไม่มีงานทำ...ไม่มีอะไรเลย

อาจเป็นเพราะเธอไม่อยากขายตนเองอีกแล้วกระมัง

ถึงแม้ว่าผู้ชายคนเดียวที่เธอรักจะไม่ใช่คนแรกและคนเดียวในชีวิต ก็ขอให้เขาได้เป็นคนสุดท้ายในใจของเธอ ถึงแม้ว่าลูกที่เกิดกับเขาจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ก็ขออย่าให้ตัวเธอเองต้องอับอายลูกด้วยการกลับมาทำเรื่องเสื่อมเสียอีกครั้งเลย

ขณะที่เธอคิดไปนั้น รูอาร์คก็อาศัยไม้เท้าเดินออกไปจากอาคารหลังใหญ่ของจวนทางประตูขนาดกลางที่ด้านข้างซึ่งเปิดไปสู่สวนกว้างขวางที่จัดแต่งอย่างสวยงาม มีกุหลาบและดอกไม้ฤดูร้อนนานาพันธุ์บานสะพรั่ง

แต่เมื่อถึงศาลาทรงโปร่งซึ่งล้อมด้วยระเบียงไม้ฉลุลายและชานหลังคากระเบื้องสีน้ำเงินเย็นตา คนนำขบวนก็ชะงักเท้ากึก...คงเพราะมีใครอีกคนนั่งอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว

ลีชาที่เดินตามมาเมียงมองไปด้านข้าง ด้วยสงสัยว่าเงาร่างที่ตนเห็นในศาลานั้นคือใคร

นั่นเป็นสาวใหญ่วัยราวสามสิบต้นๆ ผู้สวมชุดผ้าไหมหรูหราอย่างขุนนาง ที่คอสวมสร้อยไข่มุกเส้นยาว ดวงหน้าผัดแป้งแต่งสีจนงามเด่นแต่ไม่ถึงกับฉูดฉาด และเรือนผมสีน้ำตาลเข้มเกล้าแต่งทรงอย่างประณีต ในมือถือพัดขลิบปลายลูกไม้ซึ่งคลี่โบกช้าๆ ท่ามกลางอากาศหน้าร้อน

ทีแรก หญิงสาวสงสัยว่านั่นคือคุณหญิงภรรยาเจ้ามณฑลใช่ไหม...แต่แล้วก็ตระหนักว่านางดูมีอายุน้อยเกินกว่าจะเป็นแม่ของเฟย์ลิมกับรูอาร์ค และมีบางสิ่งในการแต่งกายกับท่าทางกรีดกรายที่บ่งบอกว่าไม่น่าจะใช่

นั่นใครเหรอพี่รูอาร์คนาสิราตั้งคำถาม

สวัสดีจ้ะ รูอาร์คเสียงทุ้มของหญิงคนนั้นเอ่ยขึ้นช้าๆ พร้อมกับที่เธอลุกขึ้นยืนตอนได้ข่าว ข้าเป็นห่วงแทบแย่ แต่ท่าทางจะดีขึ้นมากแล้วสินะ นอกจากเดินได้แล้ว...ยังมีเพื่อนฝูงมากันครึกครื้นน่าดู

ท่านมาตั้งแต่เมื่อไรชายผมแดงตั้งคำถาม

เมื่อครู่นี้เอง เห็นเขาว่าเจ้ามีแขกอยู่ก่อนแต่จะกลับตอนบ่าย ข้าเลยขอรอ แล้วก็อย่างที่รู้...ให้รถม้าของข้าจอดในโรงเก็บรถม้าที่นี่จะเอิกเกริกน้อยกว่าจอดหราอยู่หน้าจวนหญิงสาวลึกลับคลี่ยิ้มก่อนจะปรายตามองเพื่อนร่วมทางของชายหนุ่มดูซิ สองสาวน้อยผมดำตาคมน่ารักเชียว คงเป็นน้องสาวของอาจารย์คนทรายของเจ้ากับท่านเฟย์ลิมสินะ

ฮื่อรูอาร์ครับ ก่อนจะแนะนำชื่อเด็กหญิงทั้งสองและเด็กทารกกับพี่เลี้ยงที่อุ้มอยู่ให้หญิงสาวในศาลา แล้วหันมาบอกชื่อของนางกับทุกๆ คนบ้างนี่เพื่อนของพี่เอง เรียกว่าพี่แมฟก็ได้

ลีชาตัวเกร็งขึ้นในทันที

เธอเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน...ในฐานะนางโลมชั้นสูงที่รูอาร์คแวะค้างบ้านเมื่อไม่นานมานี้เอง

 

เมื่อครู่ในครัวมีเรื่องวุ่นวายเล็กน้อย (หากไม่นับเรื่องที่ว่าแขกของจวนพร้อมใจกันลงครัวมาถึงสามคนเป็นเรื่องวุ่นวายเช่นกัน) เคียราจับใจความได้จากคำพูด และการที่คนรับใช้จัดชุดน้ำชาและของว่างหนึ่งชุดไปที่ศาลาริมสวนอย่างเร่งด่วนว่ามีแขกมาอีกคนหนึ่ง ได้ยินแว่วๆ ว่าเป็นคุณหญิงสักคน แต่คนที่จวนดูเหมือนจะไม่ได้พูดถึงเธออย่างเคารพยำเกรงเท่าที่ควรเลย และหากไม่ติดว่าเจ้าหญิงแอชลีนน์กับท่านสิมาอยู่ในบริเวณนั้นด้วยก็คงจะซุบซิบเกี่ยวกับนางกันเสียงดังกว่านี้

จากนั้นอีกสักพักหนึ่ง ก็มีคนรับใช้วิ่งมาบอกว่าคุณชายรูอาร์คให้เตรียมจัดอาหารกลางวันที่ศาลาริมสวน มีคนอุทานขึ้นว่าถ้าทำแบบนั้นก็จะชนกับคุณหญิงแมฟแต่คนมารายงานก็สั่นศีรษะ บอกว่าห้ามไม่ทันเสียแล้ว

เจ้าหญิงแอชลีนน์ถามว่าคุณหญิงแมฟเป็นใคร พวกเขาก็อึกอักไม่ยอมตอบ จนสุดท้ายจึงมีหญิงรับใช้ส่วนตัวของคุณหญิงภรรยาท่านเจ้ามณฑลมาเชิญเจ้าหญิงขึ้นจากครัวโดยบอกว่ามีเรื่องจะกราบทูล

เวลานี้จึงเหลือเพียงสิมาอยู่กับเคียราในมุมหนึ่งของครัวเพียงลำพัง

หญิงผู้มากวัยกว่ากำลังแกะสลักชิ้นมันฝรั่งและแครอทเป็นรูปพรรณพฤกษ์ บางอันก็ทำเป็นกลีบสำหรับวางสลับสีประกอบขึ้นเป็นดอก บางอันก็เป็นใบไม้โดดๆ หรือดอกไม้ทั้งดอก กลีบซ้อนงดงามเหมือนดอกกุหลาบ กระทั่งนางกำนัลสาวที่เคยเห็นอาหารขึ้นโต๊ะเสวยมานักต่อนักแล้วยังต้องยอมรับว่าการจัดแต่งอาหารของหญิงคนทรายงดงามแปลกตาเกินคาดคิดไปมาก

กระทั่งมันฝรั่งและแครอทที่ลงหม้อซุปไปกับหางวัวหมักเครื่องเทศ สิมาก็ไม่ได้หันเป็นชิ้นพอคำเฉยๆ แต่แกะสลักตกแต่งเช่นเดียวกัน แม้จะไม่ลงรายละเอียดมากเท่า

อยู่ที่บ้านไม่ได้ทำหรอกเพราะใช้เวลานาน แต่วันนี้เป็นโอกาสพิเศษ ให้ดูสวยเวลาจัดขึ้นโต๊ะก็ดีสิมาพูดเหมือนกับจะออกตัว ขณะที่เคียราซึ่งไม่กล้าจับมีดแกะสลักเล่มเล็กปลายบาง ใบมีดยาวแค่กว่าข้อนิ้วได้แต่มองต่อไปหลังจากหมดหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลแล้ว และแน่นอนว่าเธอไม่กล้ารับช่วงลองแกะสลักต่อจากเจ้าหญิงแอชลีนน์ ซึ่งลองทำจนได้ดอกไม้เบี้ยวๆ เสร็จไปราวสองสามดอก

ท่านสิมา...เอ่อ...ฝึกจากไหนเหรอคะนางกำนัลสาวอดถามไม่ได้

บางที นี่อาจเป็นเงื่อนงำว่าครอบครัวคนทรายมีสถานะไม่ธรรมดาอย่างที่คิดจริงๆ เสียด้วย

แม่ข้าสอนให้จ้ะ

แต่คนทรายธรรมดาๆ ก็คงไม่ทำอย่างนี้กันทุกครอบครัว...ใช่ไหมคะ

คนทรายมีกันหลายเผ่า อาหารแต่ละที่ก็ต่างกัน แต่ที่ที่ข้าโตมา เขาชอบดอกไม้ กระทั่งอาหารยังใช้ดอกไม้ทำหรือประดับด้วยดอกไม้ทั้งจริงทั้งปลอมเป็นธรรมดา

ที่จริง...ในทะเลทรายไม่น่าจะมีดอกไม้เยอะเลยนะคะ

แต่ก็มีโอเอซิสหรือพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์บ้างเหมือนกัน

เคียรานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะรวบรวมความกล้า กลั่นออกมาเป็นเสียงที่เบาลง

แล้ว...ทำไมถึงไม่อยู่ที่นั่นต่อไปล่ะคะ

บ้านเดิมของพวกเราไม่มีอะไรเหลืออยู่อีกแล้วเสียงตอบของหญิงผู้มากวัยกว่ายังคงราบเรียบเรียกได้ว่าไม่ใช่ที่ที่จะอยู่ต่อไปได้อีกก็ได้

เลยต้องย้ายมาที่ธีร์ดีเรเหรอคะ

จ้ะ

นางกำนัลสาวมองคู่สนทนาที่ยังคงใช้มีดแกะสลักชิ้นผักต่อไปอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเหลือบดูมุมอื่นๆ ของครัว และพูดด้วยเสียงแทบเป็นกระซิบหลังจากเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นอีก

แล้ว...ท่านสิมาเห็นด้วยกับเรื่องที่...อาเมียร์...ทำหรือคะ

แม่ของผู้ถูกพาดพิงชะงักไปครู่หนึ่งเรื่องอะไรหรือ

ก็...เรื่องที่ลักพาเจ้าหญิงแอชลีนน์มาอย่างนี้น่ะสิคะเคียราตัดสินใจพูดตามตรง

ครอบครัวของอาเมียร์ดูไม่มีลับลมคมในในแง่ร้ายอย่างที่เธอเคยคิดก็จริง ทั้งยังมีเด็กเล็กๆ อยู่ถึงสามคน ในฐานะแม่ ท่านสิมาก็ย่อมห่วงใยลูกๆ ทุกคนและไม่อยากให้พวกแกเป็นอันตรายไม่ใช่หรือ

ถึงเจ้าหญิงจะทรงเห็นด้วยกับเขา แต่ใครๆ ก็รู้นี่คะว่าจะยกเลิกพิธีเสกสมรสแล้วให้พระองค์ขึ้นครองราชย์เพียงพระองค์เดียวได้อย่างไร ยิ่ง...ยินยอมให้คนทรายได้เป็นพระสวามีด้วยยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย

ครั้นเห็นผู้ฟังยังคงเงียบเฉยและทำงานฝีมือต่อไปเรื่อยๆ เคียราก็กังวลว่านางจะโกรธ จึงได้รีบพูดต่อขะ...ข้าไม่ได้เห็นว่าอาเมียร์เป็นคนไม่ดี แต่สิ่งที่เขาทำอยู่ก็เสี่ยงอันตรายมาก โทษของการเป็นกบฏแผ่นดินคือประหารทั้งเจ็ดชั่วโคตรเชียวนะคะ ยิ่งเห็นท่านสิมากับน้องๆ ของเขาในวันนี้แล้ว ข้าก็อดเป็นห่วงไม่ได้

ขอบใจที่เป็นห่วงจ้ะหญิงชาวทรายเงยหน้าขึ้นส่งรอยยิ้มอ่อนๆ ให้กับนางกำนัลสาวข้ารู้ความเสี่ยงที่เด็กคนนั้นกำลังแบกรับดี และพวกเราก็เตรียมตัวพร้อมที่จะปกป้องทุกๆ คนในบ้านไว้แล้ว เพื่อไม่ให้อาเมียร์ต้องเป็นห่วงจนเกินไป

เคียราชะงักกับคำตอบนั้นหมายความว่า...ท่านก็อยากให้ลูกตัวเองได้ขึ้นเป็นราชาหรือคะ!

บางทีเสียงของเธอคงจะดังเกินไป เพราะคนรับใช้ที่นอกห้องครัวเหลียวมาทางนี้ แต่พอสบตากับนางกำนัลสาวเพียงแวบเดียวก็หันกลับไป ทำราวกับไม่เห็นหรือไม่ได้ยินอะไรผิดสังเกต

ใบหน้าของหญิงสาวพลันร้อนผ่าว เธอกลัวว่าตนได้เผลอหลุดความลับที่ว่าคุณหนูแอชแขกของจวนคือเจ้าหญิงแอชลีนน์ออกไป แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าตนเองมาไกลเกินกว่าที่จะถอนคำพูดคืน

เพราะสิมาได้ให้คำตอบของตนแล้ว

ข้าอยากให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ หากนั่นเป็นสิ่งที่เขาคิดดีแล้วและตั้งมั่นว่าจะทำให้ได้

ข้ารู้ว่าเขาอยากให้เจ้าหญิงมีความสุข แต่ธีร์ดีเรล่ะคะ ถึงเขากับเจ้าหญิงจะ...จะมีใจให้กันจริงๆ ท่านคิดว่าเขาเหมาะสมที่จะเป็นกษัตริย์ของธีร์ดีเรแล้วหรือ

หากจะหาคำตอบที่แท้จริง ก็ต้องให้โอกาสและเวลาที่จะพิสูจน์ไม่ใช่หรือ

แต่นี่เป็นเรื่องใหญ่นะคะ!เคียราแย้งเขาจะดูแลอาณาจักรได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้เป็นคนธีร์ดีเร ไม่มีสายเลือดขุนนาง ต่อให้มีความสามารถ...คนทั้งธีร์ดีเรทั้งหมดก็ไม่มีวันยอมรับหรอก

การยอมรับต้องอาศัยเวลา และความพยายาม

รวมทั้งเรื่องที่เขา...มีเวทมนตร์ด้วยหรือคะ

นางกำนัลสาวเชื่อว่าแม่ของอาเมียร์ย่อมรู้

สิมาหันมาสบตากับหญิงผู้อ่อนวัยกว่าด้วยนัยน์ตานิ่งสงบ ปราศจากความหวาดกลัวโดยสิ้นเชิงเจ้าจะบอกเรื่องนี้กับคนอื่นหรือ

เคียราชะงักไปนาน

บอกหรือ...ใช่ หากพูดออกไปว่าอาเมียร์มีเวทมนตร์ดำและพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง อารามสุริยเทพย่อมจับกุมเขามาเผาทั้งเป็นเช่นเดียวกับเครือญาติทั้งหมด และทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือแก่เขา

ทั้งเจ้ามณฑลยาร์ลาธกับครอบครัว คุณชายรูอาร์ค พ่อของอาเมียร์ รวมทั้งเด็กเล็กๆ ทั้งสามที่เธอเพิ่งพบในวันนี้ และหญิงชาวทรายตรงหน้า

แต่หากมีโอกาสบอกท่านดูลัสหรือท่านผู้สำเร็จราชการ ก็อาจจะมีทางล้มเลิกเรื่องทุกอย่างนี้ได้ไม่ใช่หรือ บางทีเจ้ามณฑลยาร์ลาธอาจจะไม่รู้...ไม่สิ ต้องไม่รู้แน่ๆ ว่าคนทรายนั่นมีเวทมนตร์ ไม่อย่างนั้นจะยอมช่วยเหลือให้ตนเองกับครอบครัวเป็นอันตรายไปด้วยได้อย่างไร ส่วนเจ้าหญิงทรงตกเป็นเหยื่อ ถูกล่อลวงด้วยวาจา...และอาจจะมายา อีกทั้งทรงเป็นถึงผู้ปกครองธีร์ดีเรคนต่อไป ศาสนจักรซาเกรดา โซล ย่อมต้องช่วยเหลือพระองค์มากกว่าลงโทษแน่นอน

ขะ...ข้า...นางกำนัลสาวเริ่มพูดตะกุกตะกัก แต่แล้วก็พยายามรวบรวมความกล้าถ้าลูกชายของท่านยังทำเรื่องเดือดร้อนให้ธีร์ดีเรอีก...ก็...ก็ต้องมีคนหยุดเขา

อย่างนั้นหรือสิมารับเสียงเรียบ

ท่านไม่เห็นเลยหรือคะ ว่าเขากำลังทำร้ายอาณาจักรของเรา

ในการรักษาโรคเรื้อรัง หลายครั้งผู้ป่วยก็ต้องอดทนต่อความเจ็บปวดนะหญิงผู้มากวัยกว่าหันกลับไปแกะสลักชิ้นผักที่ค้างไว้ไม่ว่าจะเป็นคนหรืออาณาจักรก็ไม่ต่างกันหรอก

นี่ท่าน...ท่านคิดว่าเขากำลังรักษาธีร์ดีเรหรือคะ แค่เจ้าหญิงแอชลีนน์เสกสมรสกับพระคู่หมั้น ก็จะไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้วต่างหาก

เคียราคู่สนทนากลับเรียกกะทันหัน จนหญิงสาวสะดุ้งข้าคิดว่าเจ้าน่าจะสนิทกับแอชมากกว่าข้า และรู้ว่าสิ่งที่เด็กคนนั้นต้องการจากใจจริง...ทั้งเพื่อตัวนางเองและอาณาจักรนี้...คืออะไร

เคียราก้มหน้าลง เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าตนรู้...แต่ไม่อาจยอมรับ

แต่นั่นเป็นไปเพื่อความสุขของตัวเจ้าหญิงเองหรือธีร์ดีเรกันแน่ ธีร์ดีเรไม่ใช่สิ่งที่เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงรักหวงแหนมากกว่าสิ่งใด และจะทรงยอมทำทุกอย่างเพื่อธำรงความสุขสงบของแผ่นดินนี้ไว้หรอกหรือ

แล้วความสุขของพระองค์...ท่านดูลัสก็พร้อมจะถวายให้ไม่ใช่หรือ ไม่เห็นต้องปฏิเสธการเสกสมรส ดึงดันไปตามเส้นทางยากลำบากโดยไม่รู้แน่ชัดเลยด้วยซ้ำว่าเบื้องหน้านั้นจะมีความสำเร็จรออยู่หรือไม่

แล้วทำไม...ทำไมเจ้าหญิงถึงทรงเลือกเส้นทางนี้ และเลือกลูกชายของผู้หญิงคนนี้ล่ะ

แค่เพราะคำว่ารักอย่างนั้นหรือ

แต่ความปลอดภัยของพวกท่านล่ะคะนางกำนัลสาวนึกขึ้นได้ลูกๆ ของท่านอีกสามคน...ท่านก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือคะ ว่าต่อให้อาเมียร์มีเวทมนตร์ เขาก็ปกป้องเพื่อนอย่างรูอาร์คไว้ไม่ได้ ไม่สิ...บางทีเขาอาจจะ...เป็นต้นเหตุให้รูอาร์คบาดเจ็บด้วยซ้ำ

เคียราพูดไปตามที่นึกขึ้นได้ในเดี๋ยวนั้น แต่ก็รู้สึกว่านั่นมีทางเป็นความจริงได้ไม่ใช่หรือ อาเมียร์บอกใครๆ ว่าเขาอยู่ไม่ห่างรูอาร์คในตอนที่เกิดเรื่อง แต่ลูกชายเจ้ามณฑลก็ยังได้รับบาดเจ็บหนักอย่างนั้น

หากไม่ใช่ว่าปกป้องไม่ได้ ชายคนทรายอาจคิดทำร้ายรูอาร์คเพื่ออะไรบางอย่าง เหมือนกับที่เฟย์ลิมถูกฆ่าด้วยเวทมนตร์ก็เป็นได้...

ข้าไม่เคยสอนให้ลูกชายข้าทำความเดือดร้อนแก่คนอื่นโดยไร้เหตุผล หรือด้วยความเห็นแก่ตัวเสียงของสิมายังคงราบเรียบตามเดิมอย่างที่ข้าบอก พวกเราจะป้องกันตัวเองกับเด็กๆ ให้เต็มที่ ส่วนอาเมียร์...ข้าเชื่อว่าข้ากับพ่อของเขาได้สอนทุกอย่างที่ควรสอนให้แก่เด็กคนนั้น...เพื่อที่เขาจะไม่ต้องเสียใจในภายหลังไปแล้ว ตอนนี้ข้าจึงเคารพการตัดสินใจของเขา และจะไม่ก้าวก่ายเป็นอันขาด

แต่ว่า...

ข้าเคารพการตัดสินใจของแอช และของเจ้าเช่นกันจ้ะ เคียราหญิงผู้มากวัยกว่าหันหน้ามาสบตากับเธอด้วยรอยยิ้มอ่อนจาง ราวกับแม่ที่กำลังสั่งสอนลูกต่อให้เจ้าตัดสินใจโน้มน้าวแอชให้เปลี่ยนใจ หรือนำเรื่องที่อาเมียร์มีเวทมนตร์ไปบอกใคร ข้าก็คงห้ามไม่ได้ แต่ข้าก็หวังว่า...ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรลงไป เจ้าก็จะไม่เสียใจในภายหลังนะ

แต่ว่า...นางกำนัลสาวกัดริมฝีปาก เธอยังคงรู้สึกว่าตนควรคัดค้าน ทว่าดูเหมือนจะหมดโอกาสเสียแล้วเมื่อสิมาก้าวไปดูที่หม้อใบใหญ่ซึ่งตั้งเคี่ยวซุปอยู่ ก่อนจะเปรยขึ้นอย่างร่าเริงราวกับไม่เคยมีบทสนทนาก่อนหน้า

ซุปได้ที่แล้วละ ตักลงมาจัดแต่งอีกเดี๋ยวก็ยกไปได้แล้ว

 

แอชลีนน์ก้าวยาวๆ ไปตามทางเดินในสวน มุ่งหน้าสู่ศาลาซึ่งเธอเคยมาหลายครั้งแล้วนับแต่พักอาศัยในฐานะแขกของจวนหลังนี้

หญิงสาวเพิ่งพูดคุยกับคุณหญิงภรรยาของท่านเบเรคจบเมื่อครู่ก่อน อีกฝ่ายอธิบายด้วยถ้อยคำสุภาพแม้จะกระอักกระอ่วนอยู่บ้างว่าคุณหญิงแมฟซึ่งอ้างตัวเป็นเพื่อนของรูอาร์คประกอบอาชีพใด เจ้าบ้านหญิงหวั่นเกรงว่านางมาไม่ถูกเวลา และติดที่ไม่อาจเชิญนางกลับไปโดยอ้างเรื่องของเจ้าหญิงอย่างเปิดเผยได้ จึงได้อยากขอความเห็นจากแอชลีนน์ว่าควรจะทำอย่างไร

และเจ้าหญิงก็ตอบไปว่าในเมื่อนางเป็นเพื่อนของเพื่อน ก็อยากจะทำความรู้จักด้วย จึงได้ขอให้เชิญคุณหญิงแมฟมาร่วมโต๊ะอาหารกลางวันกับเธอ รูอาร์คและครอบครัวคนทรายด้วยอีกคน

ภรรยาของท่านเบเรคมีสีหน้าประหลาดใจ อาจไม่เกินไปหากจะเรียกได้ว่าตะลึงงัน

แต่เมื่อนางถามย้ำอย่างกล้าๆ กลัวๆ แอชลีนน์ก็ยังคงยืนยันคำเดิม

จะเจ้าหญิงหรือนางโลมก็คนเหมือนกันไม่ใช่หรือ

หญิงสาวคิดว่าอีกฝ่ายคงจะเป็นเพื่อนคนสำคัญของรูอาร์คจริงๆ ถึงได้อุตส่าห์แวะมาเยี่ยมทั้งๆ ที่สถานะของตนไม่เหมาะจะให้เดินทางมาที่จวนของเจ้ามณฑลอย่างเปิดเผย และเธอเองก็ไม่อยากให้นางพลาดโอกาสไปเพราะต้องยำเกรงศักดิ์ของเจ้าหญิงด้วย

หลังจากพูดคุยกับเจ้าบ้านหญิงเสร็จ แอชลีนน์จึงได้มุ่งหน้าไปที่ศาลาริมสวนด้วยหมายจะเชิญคุณหญิงแมฟให้อยู่ร่วมมื้อกลางวันด้วยตนเองและแนะนำตัวทำความรู้จักกัน...แต่ยังไปไม่ถึง เจ้าหญิงก็พบรูอาร์คถือไม้เท้ายืนอยู่กับเด็กหญิงทั้งสองซึ่งกำลังฮือฮากับนกยูงตัวผู้ที่เดินอวดหางยาวของตนไปมาต่อหน้านกยูงตัวเมียที่ริมสวนป่า มีหญิงรับใช้คนหนึ่งของจวนอุ้มอาซิซแทนที่จะเป็นลีชา

หญิงสาวจึงเข้าไปหาพวกเขาและตั้งคำถามแรกที่สงสัยขึ้นมาลีชาล่ะ

อยู่ที่ศาลา กับ...เพื่อนของข้าสีหน้าของรูอาร์คออกจะยุ่งเมื่อให้คำตอบ

กับคุณหญิงแมฟน่ะหรือแอชลีนน์ประหลาดใจขึ้นมา

เจ้ารู้จักนางด้วยหรือชายหนุ่มผมแดงเลิกคิ้ว

แม่ของเจ้าเป็นคนบอกแอชลีนน์บอกง่ายๆ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคุณหญิงไม่ใช่แม่แท้ๆ ของอีกฝ่าย

พอได้ยินอย่างนั้น รูอาร์คก็คว้าแขนของเธอแล้วดึงให้เดินออกห่างพวกเด็กๆ ที่ดูจะมัวแต่สนใจนกยูงจนไม่ทันสังเกต กับหญิงรับใช้ที่มองมาอย่างสงสัยแค่แวบเดียวก็ทำเป็นไม่รู้เห็นอะไรต่อไป

ครั้นทั้งสองมาหยุดอยู่ใต้ซุ้มเถาดอกสายน้ำผึ้งที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ชายหนุ่มจึงได้พูดขึ้นพนันได้แสนต่อศูนย์ว่าคงไม่ได้บอกว่านางเป็นตัวเลือกลูกสะใภ้ของท่านเจ้ามณฑลแหงๆ

เจ้าหญิงมองท่าทางตอบแห้งแล้งของรูอาร์คแล้วก็ลดเสียงลงงั้นตกลงนางเป็นอะไรกับเจ้าล่ะ

ไม่เดาเหมือนกับนายแม่แล้วค้อนข้าด้วยความหึงซะเลยล่ะ ร้อยทั้งร้อยคงนึกกันไปไหนต่อไหนแล้ว

ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลยสักคำแอชลีนน์ขมวดคิ้วอย่าร้อนตัวไปหน่อยได้ไหม

ชายหนุ่มเพียงเหลือบมองเธอด้วยสายตาไม่รู้ไม่ชี้แวบเดียวนึกว่าเจ้าอยากเล่นบทคู่หมายของข้าให้สมบูรณ์แบบเสียอีก

แล้วข้าจะทำอย่างนั้นไปทำไมหญิงสาวเริ่มไม่เข้าใจความหมายของอารมณ์บูดที่อีกฝ่ายส่งให้

ตั้งแต่ตอนที่จู่ๆคุณหนูแอชลูกสาวขุนนางในมณฑลหลวงกลายมาเป็นอาคันตุกะที่พักอาศัยในจวนโดยกะทันหัน รูอาร์คซึ่งยังนอนเจ็บอยู่ก็เป็นคนคาบข่าวมาบอกเธอว่าคนรับใช้ในจวนต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานาถึงฐานะและเหตุผลในการมาเยือนของเธอ รวมถึงเรื่องที่มีคนคาดเดาว่าหญิงสาวอาจเป็นคู่หมายของคุณชายรองของบ้านก็เป็นได้...โดยเฉพาะเมื่อแอชลีนน์ผลุนผลันออกมาดูการรักษารูอาร์คอย่างห่วงใย (และทั้งในชุดนอน) ซึ่งเรื่องนี้มีแต่ทำให้ผู้ถูกพาดพิงทั้งสองรวมทั้งอาเมียร์นึกขันไปด้วย

เจ้าหญิงเคยคิดไว้บ้างว่าหนุ่มเจ้าสำราญอย่างรูอาร์คจะเที่ยวหานางคณิกาเป็นครั้งคราวย่อมไม่แปลก และที่จริง นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอควรก้าวก่ายอยู่ดี...ต่อให้ได้ยินจากอาเมียร์มาว่ารูอาร์คชอบลีชาทั้งๆ ที่เป็นหญิงม่าย และมีท่าทีอยากคบหาอย่างจริงๆ จังๆ ติดแต่ฝ่ายหญิงยังคงปฏิเสธ

นั่นสิ เจ้าไม่ได้รักข้านี่ชายผมแดงรับลอยๆถึงแม้ว่าถ้าข้าตั้งใจจีบเจ้าขึ้นมา คงสำเร็จก่อนหอยทากหัวดำนั่นจะกระดืบข้ามสนามได้อีก...ถ้ามันไม่ใช้มนตร์เหินไปละก็นะ

นี่!หญิงสาวทำเสียงดุ แต่ก็รู้ว่าวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับรูอาร์คคือเกาะติดประเด็นไว้แล้วทำไมถึงให้นางคุยกับลีชาสองคนล่ะ มีอะไรหรือเปล่า

การเปิดอกของลูกผู้หญิงกระมังชายหนุ่มผมแดงตอบราวกับไม่สนใจ ทว่าในน้ำเสียงแฝงความขื่นจางๆ

หมายความว่าเจ้าไม่อยากให้สองคนนั้นพบกันสินะแอชลีนน์คาดเดาเพราะ...เจ้าเคยเป็นลูกค้าของคุณหญิงแมฟหรือ

รูอาร์คเงยหน้าขึ้นถอนใจต่อให้บอกว่าเป็นเพื่อนคุยกันเฉยๆ เจ้าก็ไม่เชื่อหรอก

ไม่บอกแล้วรู้ได้อย่างไรว่าข้าจะไม่เชื่อเธอแย้งและลีชาก็ไม่เชื่อ

ให้ตาย เจ้าจะอยู่ในโลกสีชมพูของความรักสมหวังกับหอยทากนั่นนานเท่าไรก็เชิญเถอะ แต่ลีชาเกี่ยวอะไรด้วย

ก็ถ้านางไม่เกี่ยว ทำไมตอนนี้ถึงคุยอยู่กับคุณหญิงแมฟล่ะเจ้าหญิงระงับอารมณ์ของตนและตั้งคำถามเหมือนเดิม

ชายหนุ่มผมแดงเคาะปลายไม้เท้าลงบนพื้นเบาๆคุณหญิงแมฟบอกว่ามีเรื่องอยากคุยกับลีชาสองคน เพราะเคยได้ยินข้าพูดถึงนางบ่อยๆ

ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า...นางรู้?”

รู้เรื่องอะไร

ก็เรื่องที่เจ้าจีบลีชาอยู่

รูอาร์คยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ละถอนใจอีกครั้งนั่นละปัญหา ข้าเคยบอกว่าจีบผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ แต่อีกฝ่ายไม่เล่นด้วย ไม่เคยบอกเลยสักคำว่าเป็นลีชา

งั้นนางคงเดาจากท่าทางของเจ้ากับลีชากระมัง

ข้าก็เดินถือไม้เท้ายักแย่ยักยันมาดีๆ มีนาสิรากับฟาร์ฮานาห์ล้อมหน้าหลัง ส่วนลีชาอุ้มอาซิซเดินตามมาห่างกันตั้งวา นางจะไปเดาอะไรได้ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนม้าหินใต้ซุ้มไม่แน่ ถ้าคุณหญิงแมฟบังเอิญเห็นเจ้าก่อนลีชา อาจจะเดาว่าเป็นเจ้าแทนก็ได้ แต่ช่วงนี้ข้าดันดวงตก นางเลยมาชนตัวจริงเอาเสียก่อน

แล้วเจ้ากลัวนางจะพูดอะไรไม่ดีกับลีชาหรือแอชลีนน์คาดเดาอีกครั้ง

เท่าที่รู้จักกันมา คิดว่าคงไม่ แต่เขาว่ากันว่าผู้หญิงทำอะไรที่คาดไม่ถึงได้เสมอไม่ใช่รึรูอาร์คตอบลีชายังไม่ได้ตกลงอะไรกับข้าสักนิด ข้ากลัวคุณหญิงแมฟจะพูดอะไรทำร้ายจิตใจนางขึ้นมา

แต่เจ้าก็ยอมให้สองคนนั้นคุยกันตามลำพังนี่นะ

ก็พอนางเสนอขึ้นมา ลีชาก็ตอบรับ ข้าจะไปขัดอะไรได้ล่ะ

 “นี่เจ้าจริงจังกับนางหรือเปล่าน่ะแอชลีนน์ขมวดคิ้ว

รูอาร์คยักไหล่อีกครั้งเรื่องของข้ากับคุณหญิงแมฟเป็นอย่างไร ถ้าอีกฝ่ายอยากบอก ลีชาก็มีสิทธิ์ที่จะฟัง ถ้านางยอมรับไม่ได้ ก็เป็นสิทธิ์ของนางอีกเหมือนกัน

เจ้าหญิงได้แต่พยักหน้ารับช้าๆ โดยไม่พูดอะไร เพราะรู้สึกว่านั่นไม่ใช่เรื่องของเธอเลยสักนิดเดียว ไม่ว่าลีชาจะมีใจให้กับรูอาร์คหรือไม่ก็ตาม

ก็นะ เอาเป็นว่า...ชายผมแดงเงยขึ้นมองหญิงสาวอย่างอ้อนวอนถ้าข้าอกหักขึ้นมา ช่วยรักษาแผลใจข้าหน่อยแล้วกันนะ เจ้าหญิงเปี๊ยกคนสวย ไหนๆ ก็รักษาซี่โครงข้าไปแล้วนี่

แอชลีนน์กำหมัด ทำท่าจะชกหน้ากระรอกที่ยังทำตาจ๋องน่าสงสารอยู่ที่เดิมตาบ้านี่!

 

บอกตรงๆ ข้านึกไม่ถึงเหมือนกันว่ารูอาร์คจะถูกใจคนในสายอาชีพเดียวกับข้าอย่างนี้

คะ?” ลีชาเหลือบมองสาวใหญ่ด้วยความสงสัยระคนหวาดหวั่นขณะที่อีกฝ่ายยกถ้วยชาขึ้นจิบ

คำพูดเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไร

เจ้าเคยอยู่ที่เมืองเอกิว ใช่ไหมล่ะ

เอกิว เมืองราตรีอันขึ้นชื่อของชอร์ซา เมืองที่เธอเคยอาศัยและทำงานในสมัยก่อน...ลีชาขมวดคิ้วอย่างกังวลทำไมหรือคะ

สังหรณ์บอกมากระมัง เรื่องของเจ้าดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าใช้คนสืบดีๆ ...อะไรๆก็ค่อยๆ ปรากฏออกมาเอง

ท่าน...สืบเรื่องของข้าหรือคะ

ข้าต้องอยากรู้สิ ว่าผู้หญิงที่เด็กคนนั้นชอบเป็นใคร มาจากไหนหญิงสาวค่อยๆ คลี่ยิ้มพอรู้จากนางโลมคนประจำของรูอาร์คว่าเขาไปบ่นว่าชอบสาวชาวบ้าน บวกกับเขาแวะไปอาแดร์บ่อยๆ เพื่อพบครอบครัวของอาจารย์คนทราย แล้วพอรู้ว่าเจ้ากับครอบครัวคนทรายเคยอยู่กลาสเดล เรื่องหลังจากนั้นก็ง่ายเข้าละ

ลีชาบีบหลังมือที่เริ่มมีเหงื่อซึมของตน และพยายามผ่อนลมหายใจข้าไม่ได้คิดจะแย่งรูอาร์คไปจากใครเลยค่ะ

ข้าไม่ได้เป็นเจ้าของเด็กคนนั้น ไม่ต้องร้อนตัวก็ได้คุณหญิงแมฟปรายตามองเธออย่างเยือกเย็นถึงจะต้องยอมรับว่าข้าเจ็บใจอยู่เหมือนกันที่แพ้เด็กที่ดูไม่มีอะไรเลยอย่างเจ้า แม้เรื่องต่างๆ นานาของเจ้าจะน่าเห็นใจมาก จนเข้าใจอยู่ว่าทำไมรูอาร์คถึงได้ถูกใจ ขนาดนึกจะทำเรื่องเป็นไปไม่ได้...อย่างดันเจ้าเป็นเมียแต่งนั่นละ

เขาคงแค่สงสารข้าเท่านั้นเองค่ะหญิงสาวพยายามตอบเรียบๆและข้าก็ไม่คิดจะตอบรับเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะในฐานะเมียแต่งหรือเมียเก็บ

อนาคตมันไม่แน่นอนหรอกนะนางโลมชั้นสูงโบกพัดในมือช้าๆ พร้อมกับทอดสายตาไปไกลเจ้ากับข้าก็เหมือนกัน เรารู้ซึ้งถึงความจริงนี้ดี ถึงได้ต้องรีบคว้าไว้ทุกโอกาสไม่ใช่รึ

ข้าไม่ได้เป็นนางโลมอีกแล้ว และไม่คิดจะกลับไปเป็นด้วยค่ะลีชาตอบหนักแน่นดังนั้นข้าจะไม่หวังพึ่งพิงเพื่อนของท่านเป็นอันขาด

คุณหญิงแมฟหัวเราะราวกับแค่นเสียงใช่ เจ้าอาจไม่หวังพึ่ง แต่เด็กคนนั้นยังมีอะไรมากกว่าเงินทองหรือความมั่นคง แล้วไอ้อะไรนั่นแหละ ที่จะทำให้เจ้าโอนอ่อนเข้าหาเขาเอง

“‘อะไรที่ท่านว่านั่นคืออะไรล่ะคะหญิงสาวขมวดคิ้วเสน่ห์ในฐานะผู้ชายหรือ ถ้าท่านสืบเรื่องของข้ามาดีอย่างที่ว่า ก็คงรู้แล้วว่าข้าไม่คิดจะรักผู้ชายคนไหนอีกทั้งนั้น

และรักไม่ได้ด้วย แผ่นหลังของลีชาพลันเย็นวาบเมื่อความทรงจำอันเจ็บปวดผุดขึ้นมาโดยไม่ทันห้าม

ไม่มีอีกแล้ว...วันที่เธอจะมอบกายให้กับผู้ชายคนใดได้ด้วยความรักนอกจากเกล็น ความหวาดกลัวขยะแขยงที่เคยพบเจอมาในชีวิตนั้นท่วมท้นจนเกินไป

นั่นละ เพราะอนาคตไม่แน่ไม่นอน เรื่องไม่คาดฝันเลยเกิดขึ้นได้เสมอหญิงผู้มากวัยกว่าเหยียดยิ้มน้อยๆ เหมือนตนเป็นผู้ชนะเจ้ามีแผล ข้าก็มีแผล นางโลมแทบทุกคนก็คงจะมีแผลไม่ต่างกัน เพียงแต่มากหรือน้อยเท่านั้น รูอาร์คตระหนักถึงแผลพวกนั้น และปฏิบัติต่อพวกเราเป็นอย่างดี เขาต้องการอะไรจากคนอื่น เขาก็จะให้สิ่งนั้นไปก่อน...แม้แต่กับนางโลมอย่างพวกเรา เพราะอย่างนั้น พวกนางส่วนมากถึงได้ชอบเขากันทั้งนั้น ตอนแรกที่พบกัน ข้ายังคิดว่าเขาเป็นแค่คุณชายเจ้าสำราญหยิบโหย่ง แต่พอได้พูดคุยกันมากเข้าถึงได้รู้ว่าไม่ใช่เลย

หญิงสาวนิ่งฟัง ใช่...เธอรู้สึกได้ว่ารูอาร์คเป็นคนแบบนั้นเอง เขาปลอบโยนเธอด้วยความเข้าใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้เธอกลับมาพูดได้อีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะตอบรับความรักของเขาได้ไม่ใช่หรือ

ถึงข้าจะไม่ชอบเขา ก็ยังมีคนอื่นที่เขาชอบและไปหาได้อย่างท่าน ก็ไม่เห็นเขาจะเดือดร้อนอะไรนี่คะลีชาพยายามตอบอย่างใจเย็น

เรื่องที่มีฐานะแตกต่างกันมากจนไม่อาจแต่งงานได้เป็นเรื่องหนึ่ง เรื่องที่รูอาร์คยังคงแวะหานางคณิกาคนอื่นก็เป็นอีกเรื่อง

ต่อให้รูอาร์คอยู่ในฐานะที่แต่งงานกับเธอได้...อย่างเกล็น ลีชาก็ยังรู้สึกว่าเขาไม่ควรไปเที่ยวราตรีในขณะที่ปากอ้างว่าจะพิสูจน์ความจริงใจให้ผู้หญิงซึ่งตนบอกว่ารักอยู่นั่นเอง

อะไรกัน นี่เขาไม่บอกเจ้าเลยหรือคุณหญิงแมฟเลิกคิ้วที่กันไว้เรียวบางขึ้น

บอกอะไรหรือคะหญิงสาวบังคับตนเองให้พูดเสียงเย็นว่าเขาให้อะไรท่านบ้าง ท่านเลยให้เขาเป็นการตอบแทนงั้นหรือ

เขา ไม่เคย เป็นแขกของข้านางโลมชั้นสูงเอ่ยชัดถ้อยชัดคำที่เขาไปค้างบ้านข้า ก็เพราะข้าช่วยพาเขาซ่อนตัวผ่านด่านไปมณฑลหลวง แล้วข้าก็ขอให้เขามาอยู่สักคืนเป็นการตอบแทน

ลีชาแสดงสีหน้าไม่เชื่ออย่างชัดเจน

ทีแรก เขาหลอกข้าว่าจะแอบไปหาสาวที่จีบอยู่ แต่ตอนหลังข้าถึงได้รู้ว่าเสี่ยงออกไปช่วยอาจารย์คนทรายของเขาที่แหกคุกออกมา แล้วพอเรื่องสงบ เขาก็มาค้างที่บ้านข้าจริงๆ แต่ก็ไม่ยอมกระทั่งจะกอดข้า เขาบอกว่าในเมื่อมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ในใจก็ควรจะซื่อสัตย์กับนางและความรู้สึกของตัวเองคุณหญิงแมฟเอ่ยต่อไปใช่ เขารักษาสัญญา ทำตามข้อตกลงของเรา แต่ก็แค่มาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับข้าเท่านั้น คืนนั้นเรานอนกันคนละห้อง ถ้าไม่เชื่อจะลองถามคนรับใช้ที่บ้านข้าดูก็ได้

คนของท่านก็ต้องตอบตามที่ท่านอยากให้ตอบอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะหญิงสาวแย้ง

หมายความว่าต่อให้ข้าบอกว่าครั้งล่าสุดที่รูอาร์คแวะหานางโลมคนประจำของเขา เด็กคนนั้นบอกนางไว้แต่แรกว่าแค่อยากได้เพื่อนดื่มเหล้าปรับทุกข์ แล้วก็คุยกับนางจนเมาหลับไปเอง เจ้าก็คงไม่เชื่อสินะ

ท่านจะนำเรื่องพวกนี้มาบอกข้าทำไมกันคะ รูอาร์คขอให้มาบอกเหรอ

เพราะเขาไม่ขอต่างหากถึงต้องบอก เห็นเจ้าทำตัวแบบนี้แล้ว...มันน่าหมั่นไส้คุณหญิงแมฟแค่นเสียงหากเจ้ารับรักของเขาไม่ได้เพราะไม่รักด้วยหัวใจจริงๆ ก็ยังพอเข้าใจได้ แต่เท่าที่เห็น เจ้าเอาแต่ยกเรื่องอื่นมาเป็นข้ออ้างทั้งนั้น ทั้งแต่งงานกับเขาเท่ากับกลับไปขายตัวเอย เขาไม่ได้จริงใจกับเจ้าเพราะไปค้างบ้านข้าเอย ทั้งๆ ที่เรื่องพวกนี้จะไม่เป็นปัญหาเลยสักนิด ถ้าเจ้าถามตัวเองดูว่ารักเขาหรือเปล่าไม่ใช่รักเขาได้ไหม’”

ข้าเป็นแค่อดีตนางโลม...นางโลมข้างถนนด้วย จะไปหวังสูงถึงลูกชายเจ้ามณฑลได้อย่างไรล่ะคะ

หญิงอีกคนส่งเสียงฮึก่อนจะลุกจากม้านั่ง ชายกระโปรงยาวลากพื้นของนางส่งเสียงแสกสากขณะพาร่างเยื้องกรายไปด้วยเท้าในรองเท้าส้นสูง

ข้าจะไปลารูอาร์คเสียที วันนี้หมดอารมณ์จะเสวนาต่อกลอนกันเหมือนทุกวัน

ค่ะลีชาเพียงแต่รับสั้นๆลาก่อน

หญิงสาวก้มลงมองมือของตน ขณะที่เสียงฝีเท้าของคุณหญิงแมฟดังห่างออกไปทุกขณะ

แม้ว่าถ้อยคำของนางจะไม่ยอมจากตามไปด้วย และยังคงอยู่รบกวนต่อไปในจิตใจ

 

เมื่อคุณหญิงแมฟเดินมาทางสวนป่า เจ้าหญิงแอชลีนน์จึงได้พบ และมีโอกาสเชิญนางอยู่ร่วมโต๊ะมื้อกลางวัน ทว่าอีกฝ่ายกลับปฏิเสธ และคุยกับรูอาร์คเพียงครู่เดียวก็ขอตัวกลับไป

ถึงอย่างนั้น งานเลี้ยงอาหารกลางวันที่ศาลาริมสวนก็ดูกร่อยลงกว่าที่ควรเป็น ในเมื่อลีชากับเคียราเอาแต่เงียบตลอดการสนทนา ปล่อยให้เจ้าหญิงซักถามพูดคุยกับท่านสิมาและเด็กๆ ส่วนรูอาร์คล้อเล่นเรื่อยเปื่อยไปตามประสา

เธอไม่รู้ว่าลูกพี่ลูกน้องของตนได้พูดคุยอะไรกับแม่ของอาเมียร์ หรือรู้สึกอย่างไรกับครอบครัวของเขา แต่ก็ดีใจที่ตนได้มีโอกาสพบทุกๆ คนอีกครั้ง และได้รู้จากท่านสิมาว่ามาลิอากลับมาพักอยู่ที่บ้านของพวกเขาเรียบร้อยดี ก่อนที่เจ้าหญิงเองจะต้องย้ายออกจากจวนในวันพรุ่งนี้

เมื่อไปอยู่ที่บ้านพักนั้นคงมีความเป็นส่วนตัวขึ้น แต่ก็มีเวรยามเฝ้าระวังเข้มงวดขึ้นเช่นกัน โอกาสที่แอชลีนน์จะได้ออกมาข้างนอกตามใจชอบคงลำบากอยู่ ทว่าหญิงสาวก็ดีใจที่บ้านหลังนั้นมีลานขี่ม้าสงบๆ ให้เธอได้ฝึกขี่ม้าต่อหลังจากหยุดไปหลายวันตั้งแต่ออกจากวัง ด้วยไม่อยากให้เป็นที่เอิกเกริกกับคนในจวน อีกทั้งท่านเบเรคยังอนุญาตให้อาเมียร์พาเธอออกไปซื้อม้าดีๆ สำหรับใช้ขี่ส่วนตัว และให้เขามาสอนขี่ม้ากับฝึกอาวุธให้เธอในตอนเย็นหลังเลิกงาน หรือวันหยุดตามแต่เจ้าหญิงต้องการด้วย

บางที หากสถานการณ์ทางดูลัสที่ออกเดินทางไปอุลทูร์แล้วเรียบร้อยดี เจ้าหญิงก็คงต้องกลับวังหลวงเร็วกว่าที่คิด แต่ในเมื่อยังมีเวลาอยู่ที่นี่อีกบ้าง แอชลีนน์ก็อยากจะใช้เวลานี้เรียนรู้ให้มากขึ้น และอยู่กับเขาให้เต็มที่...ก่อนจะต้องจากกันอีกครั้งนั่นเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #41 harp-life (@fate13) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 08:04
    เริ่มรำคาญเคียร่าแล้วน่าาาา เอาแต่คิดถึงประเพนี ไม่ยอมนึกถึงใจเจ้าหญิงเลย ไหนว่าใกล้ชิดอยู่เคียงข้างเจ้าหญิงตั้งแต่เด้ก
    #41
    1
    • #41-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 71)
      19 ตุลาคม 2560 / 20:00
      ถึงจะอยู่กับเจ้าหญิงแต่เด็ก แต่เสด็จแม่ของเจ้าหญิงก็ค่อนข้างเคร่งประเพณี และเคียราก็ต้องถูกแม่นมกับนางกำนัลคนอื่นอบรมมาด้วยแหละค่ะ (โดยนิสัยก็ค่อนข้างจะเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองและขี้กลัวด้วย) เรียกได้ว่ามากันคนละทางกับเจ้าหญิงที่ค่อนข้างจะมีเสด็จพ่อกับเสด็จพี่ถือหางอยู่เลย =w=a
      #41-1
  2. #40 yafi (@yafi) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 23:18
    เป็นตอนที่อ่านแล้วหงุดหงิดจังเลยค่ะ เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะถึงวันที่เคียร่ากับลีชายอมเปิดใจสักที
    จริงๆชีวิตคนเราก้มักเป็นอย่างนี้ เส้นผมบังภูเขา พยายามหาหลักยึดให้ตัวเองด้วยหลักการบ้าบอ ดึงรั้นต่อต้านความเป็นจริงตรงหน้าที่พยายามบอกเราหลากหลายรูปแบบ เพราะความกลัวในจิตใจที่จะเปิดรับความจริง กลัวความเปลี่ยนแปลง กลัวค้นพบความอ่อนแอของตัวเอง
    หวังว่าทั้งสองคนจะกล้าเผชิญหน้าและก้าวผ่านได้ในเร็ววัน
    ป.ล.ขอฉากสวีทแอชกับอาเมียร์เพิ่มได้ม้ายยย ขอตุนไว้ก่อน ก่อนเข้าดราม่าหนักการเมือง ;)
    #40
    1
    • #40-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 71)
      19 ตุลาคม 2560 / 19:55
      ทั้งเคียรากับลีชาต่างก็มีกรอบของตัวเองอยู่แหละค่ะ และก็มีสักวันที่ต้องเรียนรู้บางอย่างละเนอะ

      ส่วนฉากสวีทของทั้งสองคน รับรองว่าหลังจากนี้จะมีพอกรุบกริบในตอนที่เขียนตุนไว้ค่ะ ส่วนหลังจากนั้นก็จะให้มีให้ชุ่มชื่นหัวใจเช่นกันนะคะ
      #40-1