The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 70 : 8 - บาดแผล "รู้ได้ไงว่าข้าคิดอะไร"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 ต.ค. 60

บทที่ ๘

บาดแผล

 

เมื่อคืนต้องขอประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ ที่ทำให้พระองค์ทรงตกพระทัย

ไม่เป็นไรค่ะ ข้าเองก็ขอโทษด้วยถ้าทำให้ท่านลำบาก ว่าแต่รูอาร์คเป็นอย่างไรบ้างคะเจ้าหญิงแอชลีนน์นั่งอีกฟากโต๊ะตรงหน้าเจ้ามณฑลยาร์ลาธ มีอาเมียร์นั่งบนเก้าอี้ข้างๆ ในห้องน้ำชาที่เปิดออกไปเห็นสวนของจวน

หลังจากใช้มนตร์รักษาให้มาลิอา พระมหาเถระลูเธียนก็บอกว่าจะดูแลแม่มดดำต่อไปเอง ส่วนเจ้าหญิงแห่งธีร์ดีเรอาศัยเจ้าชายแห่งความมืดบินกลับมาถึงจวนของเจ้ามณฑลอย่างราบรื่นในตอนเช้ามืด เข้าใจว่าไม่ยามสองก็ยามสาม หลังจากนั้นหญิงสาวก็นอนหลับสนิทไปจนสายโดยที่เคียราไม่ปลุก ส่วนเจ้าบ้านหญิงคงเข้าใจไปว่าการบาดเจ็บของลูกชายคนรองมีส่วนทำให้อาคันตุกะไม่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ จึงได้ปล่อยให้เธอหลับตามสบาย และจัดสำรับมาให้รับประทานในห้องเป็นมื้อรวบในยามใกล้เที่ยงแทน

จนตอนบ่าย แอชลีนน์จึงได้รู้ว่าวันนี้ท่านเจ้ามณฑลบอกให้อาเมียร์พักผ่อนที่จวนก่อนโดยไม่ต้องเข้าทำงาน ส่วนตัวท่านเองแวะไปดูงานที่ศาลาเมืองในตอนเช้า ก่อนจะกลับมาในตอนบ่าย และทูลเชิญเจ้าหญิงเสวยพระสุธารสชาร่วมกับตนเองและที่ปรึกษา

เห็นหมอว่าอาการยังทรงอยู่ แต่ขอทรงอย่าเป็นห่วงเลยพ่ะย่ะค่ะท่านเบเรคยิ้มอ่อนๆสิ่งใดจะเกิดก็ต้องเกิด กระหม่อมเองก็ทำใจรับไว้แล้ว

แอชลีนน์อยากปลอบและให้กำลังใจเขา...กระนั้นก็พบว่าตนเองไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใดดี ที่จริงเคียราแอบกระซิบให้เจ้าหญิงฟังตั้งแต่ตื่นขึ้นมาแล้วว่าเธอได้ยินจากพวกสาวใช้ว่ารูอาร์คยังไม่ได้สติ และเมื่อรุ่งเช้าก็เพ้อถึงเฟย์ลิมที่ตายไปแล้ว บางคนจึงคิดว่านั่นเป็นลางไม่ดี

หญิงสาวเดาได้ว่าทำไมรูอาร์คจึงได้เพ้อเช่นนั้น แต่ก็ไม่อาจพูดอะไรหากไม่ได้ยินต่อมาว่าหลังจากอาเมียร์เข้าไปเยี่ยมในเช้าวันนี้ ชายผมแดงก็สงบลงและหลับสนิทมาตลอด เธอคงจะเป็นห่วงยิ่งกว่านี้อีก

ข้าหวังว่าเขาจะปลอดภัยดีค่ะเธอพูดได้เพียงเท่านั้น

เจ้ามณฑลรับเบาๆ ว่าขอบพระทัยอย่างสูงแล้วก็เอ่ยต่อไปเวลานี้เรายังไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนร้ายและทำลงไปเพราะอะไร ที่รู้แน่คือคงไม่ใช่คนของดูลัสหรือนักรบเรเวน เพราะหากเป็นพวกนั้นจริงคงลงมือเด็ดขาดกว่านี้มาก

เจ้าหญิงได้แต่พยักหน้ารับเหมือนกับไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อน ตามที่อาเมียร์บอกว่าไม่ควรให้ท่านเบเรครู้เรื่องวิญญาณของเฟย์ลิมหรือเวทมนตร์ใดๆ และเธอเองก็เห็นด้วย

ที่เป็นไปได้มากคือคนของขุนนางอื่นที่เป็นศัตรูกับตระกูลของกระหม่อมอยู่แล้ว จึงตั้งใจลงมือเพื่อสร้างสถานการณ์ ซึ่งเขาอาจทำลงไปโดยที่รู้หรือไม่รู้ว่าเจ้าหญิงเสด็จมาประทับที่ยาร์ลาธก็ได้ แม้กระหม่อมคิดว่าทางนั้นไม่น่าจะรู้ เพราะต่อให้เป็นพันธมิตรกับดูลัส ดูลัสย่อมไม่เสี่ยงเปิดเผยเรื่องของพระองค์เป็นครั้งที่สองแน่เมื่อดูจากผลคราวที่แล้ว หรือไม่อีกทางก็เป็นโจรที่ตั้งใจขโมยม้าของโรงแรม เพราะคนเฝ้าคอกม้าก็ถูกทำร้ายจนหมดสติไปเหมือนกัน เท่ากับว่ารูอาร์คเพียงอยู่ผิดที่ผิดเวลา เรื่องนี้เรายังต้องสืบต่อไป

ค่ะแอชลีนน์รับอีกครั้ง

ส่วนเรื่องอีกทางหนึ่ง กระหม่อมให้คนเดินสารนำสารของฝ่าบาทไปมอบต่อท่านผู้สำเร็จราชการแล้ว ด้านดูลัสให้คนนำสารมาบอกกระหม่อมว่าเขาจะเดินทางไปที่อุลทูร์ เพื่อทำตามที่ฝ่าบาททรงมอบหมายในวันนี้เลย

“...ค่ะหญิงสาวยังคงเป็นห่วงอดีตราชองครักษ์ของตน แต่ก็ทำได้เพียงตอบรับอย่างเรียบๆ เท่านั้น

เรื่องต่างๆ เป็นไปได้ด้วยดี หากเป็นเช่นนั้น กระหม่อมก็หวังว่าเจ้าหญิงจะได้เสด็จกลับพระราชวังในไม่ช้า

แอชลีนน์พยักหน้าเพียงแวบเดียว ที่จริงเธอรู้สึกเหมือนทุกสิ่งง่ายดายจนไม่คาดฝัน...หากไม่นับการโจมตีอันลึกลับของมาดาย ซึ่งเวลานี้ยังคงไม่รู้ว่าทำลงไปด้วยเหตุผลใด

อาจง่ายดายเสียจนหญิงสาวเสียดายว่ายังใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานเท่าไรเลย และยังมีคนที่เธอต้องการไปพบ เช่นครอบครัวของอาเมียร์ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะขอออกไปเยี่ยมได้อย่างไร ในเมื่อท่านเจ้ามณฑลย่อมคำนึงถึงทั้งความปลอดภัย และเกียรติของเธอในฐานะเจ้าหญิง

แต่ตลอดเวลาที่ประทับอยู่ที่นี่ กระหม่อมย่อมประสงค์ให้พระองค์ทรงพระสำราญมากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงใคร่ขอทูลถาม...ว่าทรงประสงค์จะประทับในชนบทของยาร์ลาธที่สงบกว่านี้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ

คะ?” เจ้าหญิงสงสัยขึ้นมา

เวลานี้ ที่จวนต้องดูแลคนเจ็บ แล้วก็อาจจะมีคนมาเยี่ยมไข้หรือติดต่อธุระอื่นๆ มากอยู่ ทั้งตามหน้าที่และไม่ตามหน้าที่ กระหม่อมเกรงว่าจะเป็นการรบกวนพระองค์ จึงได้คิดว่าหากทรงประสงค์จะพักผ่อน กระหม่อมจะจัดเตรียมบ้านพักตากอากาศส่วนตัวให้แปรพระราชฐาน ที่นั่นคงมีความเป็นส่วนพระองค์มากกว่า และกระหม่อมจะจัดเวรยามอารักขาให้อย่างแข็งขัน

แอชลีนน์เกือบตอบไปแล้วว่าเธออยากอยู่ที่จวนมากกว่า หากว่าเสียงหนึ่งจะไม่ดังขึ้นในใจเสียก่อน

ท่านเบเรคมีบ้านพักตากอากาศอยู่ใกล้อาแดร์ ถ้าเป็นที่นั่นอาจจะดีก็ได้

หญิงสาวลอบมองที่ปรึกษาซึ่งทำเป็นดื่มชาโดยไม่ร่วมหารือแวบหนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจตอบเช่นนั้นก็ดี ว่าแต่บ้านพักตากอากาศที่ท่านว่าอยู่ที่ไหนหรือคะ

 

ท่านนี่เจ้าเล่ห์นักนะ แอชลีนน์นึกในใจ ขณะเดินตามชายหนุ่มไปตามทางเดินโดยมีเคียราตามหลังสุด สู่ห้องพักคนเจ็บตามที่ได้ขอเจ้ามณฑลเพื่อมาเยี่ยมรูอาร์คหลังจากการดื่มน้ำชาพลางหารือสิ้นสุดลง

เจ้าเล่ห์อะไรกัน เสียงของชายหนุ่มตอบกลับมาราวกับกลั้วหัวเราะ เจ้าเป็นคนอยากไปเยี่ยมบ้านข้าเองไม่ใช่หรือ แล้วก็คงจะอยากแวบไปที่นั่นที่นี่ มากกว่าอุดอู้อยู่แต่ในจวนหรือบ้านพักด้วย

ไหนบอกว่าจะไม่อ่านใจข้าเพื่อให้เกียรติไม่ใช่หรือ

แต่เมื่อคืนเจ้าก็อนุญาตแล้ว

งั้นก็ถือเสียว่าอนุญาตแค่เมื่อคืน ดังนั้นตอนนี้หมดสิทธิ์

เดี๋ยวข้าก็ไม่ช่วยทำอะไรดีๆ หรอก

เจ้าหญิงขมวดคิ้วเมื่อเขาตอบเช่นนั้น ที่ว่าอะไรดีๆนั่นมันอะไรกันล่ะ

เช่น...ช่วยรูอาร์คกระมัง

หญิงสาวเพิ่งนึกขึ้นได้ จริงสิ...ถ้าข้าใช้เวทมนตร์รักษากับมาลิอาได้ ก็น่าจะใช้ได้กับรูอาร์คเหมือนกันนี่นา!

ที่จริง พระมหาเถระลูเธียนกำชับแอชลีนน์ว่าอย่านำเรื่องที่เธอได้รับการเบิกพลังแสงสว่าง และสามารถใช้มนตร์รักษาได้แล้วไปแพร่งพรายต่อใคร เพราะซาเกรดา โซล ถือว่ามีเพียงนักบวชของตนเท่านั้นที่ควรจะใช้อำนาจเหล่านี้ได้ และเจ้าหญิงก็อาจจะชักนำภัยจากศาสนจักรมาถึงตัวโดยไม่คาดฝัน...ต่อให้มนตร์ที่เธอใช้เป็นมนตราแห่งแสงสว่างเช่นกันก็ตามที

หญิงสาวซึ่งเพิ่งเหนื่อยอ่อนตาแทบปิดกับการใช้พลังมาหมาดๆ ไม่ทันได้คิดเรื่องนั้นนัก แม้จะนึกแวบอยู่ว่าหากตนมีอำนาจที่ช่วยบรรเทารอยแผลมากมายของมาลิอาได้แล้ว ก็น่าจะช่วยรูอาร์คได้เหมือนกันไม่ใช่หรือ

ข้าก็คิดว่าอย่างนั้นเหมือนกัน อาเมียร์ตอบเธอ เมื่อเช้าที่ข้าเข้าไปหา อาการเขาไม่ค่อยดีเท่าไร นอกจากมีไข้สูงแล้วยังเพ้อถึงเฟย์ลิม ข้าเลยใช้เวทมนตร์ทำให้เขาหลับลึกไปอีกครั้ง แต่ก็ทำได้แค่นี้

ไม่เป็นไร ข้าจะรักษาเขาเอง แอชลีนน์บอก ตอนนี้มีพลังอยู่กับตัวแล้ว ข้าต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ไม่ใช่เหรอ

ฮื่อ อาเมียร์รับ ข้าเข้าใจว่าเราสองคนคงอยู่ในห้องกับรูอาร์คตามลำพังไม่ได้ ดังนั้นข้าจะช่วยสร้างภาพลวงตาอำพรางไม่ให้คนอื่นรู้ ขณะที่เจ้าใช้พลัง

เข้าใจละ ขอบคุณมากนะ

ขณะนั้นเอง ทั้งสามก็มาถึงห้องพักของคนเจ็บแล้ว

ที่จริง ห้องนอนของรูอาร์คอยู่ชั้นบน แต่เพื่อง่ายแก่การเคลื่อนย้าย ท่านเบเรคจึงให้จัดห้องนอนที่ชั้นล่างไว้เป็นการชั่วคราว

เวลานี้ในห้องมีหญิงรับใช้นั่งเฝ้าอยู่บนเก้าอี้ที่ข้างเตียง เธอลุกขึ้นทำความเคารพเจ้าหญิงกับที่ปรึกษา ก่อนจะก้าวหลบไปยืนตรงมุม

อาเมียร์ให้แอชลีนน์นั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนตนเองยืนอยู่ใกล้ๆ ขณะที่เคียราผละไปยืนอีกมุมหนึ่งกับหญิงรับใช้

หญิงสาวมองดวงหน้าซีดเซียวของรูอาร์คซึ่งเวลานี้หายใจลึกยาวเป็นจังหวะ แล้วก็เอื้อมมือไปแตะมือเย็นๆ ของชายหนุ่มผมแดง ซึ่งวางพาดอยู่บนผ้าห่ม

ข้าจะใช้มนตร์พรางตาแล้วนะ ชายหนุ่มผมดำบอก เรียบร้อยแล้วจะบอก เจ้าก็เริ่มใช้เวทรักษาได้เลย

เจ้าหญิงนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะได้ยินอาเมียร์บอกในใจเป็นสัญญาณว่าเริ่มได้

เมื่อนั้นเอง เธอจึงได้เลิกผ้าห่มของรูอาร์คขึ้น จนพบผ้าพันแผลบางๆ ที่ปิดรอยแผลถูกไฟจี้ข้างใต้

แอชลีนน์วางมือทั้งสองลงบนรอยแผลนั้น ครั้นแล้วก็หลับตาลง นึกถึงภาพแสงสว่างตามที่พระมหาเถระบอกไว้เมื่อวาน

เพียงภาพของแสงสว่างนั้น และความอบอุ่นของมัน จับมันไว้ ถักทอมันประหนึ่งร่างแห ผืนผ้าโปร่งบางที่ห่มคลุมบาดแผล และเยียวยา

เจ้าหญิงสัมผัสได้เหมือนครั้งที่รักษาบาดแผลของมาลิอาว่าบาดแผลข้างใต้มีการเปลี่ยนแปลง เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดค่อยๆ ประสาน กลับคืนสู่สภาพเดิม...

แต่ลมหายใจของเธอเองก็เริ่มติดขัด ในร่างกายร้อนผ่าวจนเหงื่อซึมออกมาที่ข้างขมับ กระนั้น แอชลีนน์ยังรู้สึกได้ว่าบาดแผลของรูอาร์คยังไม่หายดี เธอยังคงต้อง...

มือของอาเมียร์ยุดเข้าที่ไหล่

แอช พอเถอะ เจ้าจะไม่ไหวแล้ว

สมาธิของหญิงสาวขาดห้วง เธอหันกลับไปมองเจ้าของมือซึ่งส่งสายตามาอย่างห่วงใย

แต่ว่า...แผลของรูอาร์ค...

ดีขึ้นมากแล้ว ขอแค่เขาพ้นขีดอันตรายก็พอ เจ้าไม่มีพลังมากพอที่จะรักษาเขาหายในรวดเดียวหรอก แล้วก็ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นด้วย แบบนั้นจะเป็นพิรุธเกินไป

เจ้าหญิงจำใจพยักหน้าและยอมวางมือ ก่อนจะจัดผ้าห่มของรูอาร์คให้เรียบร้อยตามเดิม

อาเมียร์บอกเธอเมื่อเขาสลายมนตร์ภาพลวงตา แล้วทั้งสองจึงได้แยกกันที่ห้องนั้นเอง เพราะชายหนุ่มขอตัวกลับบ้านก่อน เพื่อไม่ให้พ่อแม่กับน้องๆ เป็นห่วงจนเกินไป

ด้านแอชลีนน์กลับไปที่ห้องพักของตน เธอคิดว่าน่าจะยืมหนังสือในจวนมาอ่านสักเล่ม แต่ความเหนื่อยอ่อนอย่างประหลาดยังคงรุมเร้า จนสุดท้ายหญิงสาวจึงงีบหลับไปจนเย็น โดยที่เคียราไม่ทัดทานแต่ประการใด

 

มาลิอารู้สึกเหมือนร่างกายของตนกลายเป็นท่อนเหล็กหนัก

ความเจ็บปวดรุมเร้า...โดยเฉพาะที่ศีรษะ...จนเด็กสาวร้องครางออกมา ต่อให้รู้สึกได้ว่าร่างของตนนอนราบอยู่บนพื้นผิวนุ่มหนาซึ่งน่าจะช่วยให้สบายตัวก็ตาม

ความทรงจำในทีแรกขาดห้วง...ไม่ปะติดปะต่อ แต่แล้วก็ค่อยๆ แจ่มชัด

เธอถูกโจมตีขณะที่กำลังจะเดินออกจากหมู่บ้าน เพื่อเข้าเมืองไปหาร้านนั่งดื่มเหล้าพักผ่อน

ทีแรกเป็นตัวล่อตัวเดียว ปล่อยพลังความมืดอันน้อยนิดในตัวเต็มที่ ทำทีเป็นมีเป้าหมายที่เด็กในละแวกนั้นตามประสาวิญญาณมืดร่อนเร่ที่อาจเล็งเล่นงานจิตบริสุทธิ์ เด็กสาวถึงได้ชะล่าใจว่าตนจะปราบมันได้โดยง่าย และไล่มันจนหนีขึ้นมาบนเขา...โดยไม่นึกเลยว่ามีภูตรับใช้ตนอื่นๆ ดักรออยู่

ภูตรับใช้ที่เคยเป็นนักรบถือดาบและแม่มดร่วมมือกัน ล้อมวงรุมเข้ามา กระทั่งมาลิอาตระหนักได้ว่าแค่ป้องกันตัวก็เต็มกลืน พยายามหลบหนีนั้นยากยิ่งกว่า

สุดท้าย เธอเบี่ยงหลบไม่ทัน จึงถูกฟันที่ไหล่ ซ้ำยังโดนพลังเวทมนตร์เข้าไปกลางลำตัวจนปวดร้อน

เป็นขณะที่คิดว่าตนเองคงไม่รอดแล้วนั่นเอง ที่มีแสงสว่างวาบขึ้น

แสงอย่างเดียวกับที่รู้สึกได้ในตอนนี้ จากเงาสีขาวซึ่งเด็กสาวไม่ได้มองเห็นด้วยตา ทว่าสัมผัสทางจิต

เป็นอย่างไรบ้างเสียงถามมาพร้อมกับสัมผัสอบอุ่นของมือบนหน้าผากไข้ลดแล้วนี่

มีเหล้าไหมมาลิอาถามเป็นคำแรกด้วยเสียงแหบแห้ง...ยังผลให้ฝ่ามือแปรกลายเป็นมะเหงกเคาะเหนือคิ้วในไม่ช้า แม้จะยังแผ่วเบา

ปางตายแล้วยังจะกินน้ำเร่งตายอีก

ก็เพราะรู้ว่าใกล้ตายแล้วไง ถึงได้ต้องรีบกิน ก่อนจะกินไม่ได้ลมหายใจของเด็กสาวเริ่มขัด “...ยา...เป่า...

ท่อบางอย่างถูกสอดเข้ามาในปาก ตามมาด้วยลมที่นำพากลิ่นและรสหอมเย็นที่ปลายลิ้น หลังจากนั้นอีกพักหนึ่ง ลำคอของเธอจึงโล่งและกลับมาหายใจเป็นปรกติอีกครั้ง

ขอบใจมาลิอาเอ่ยก่อนจะตั้งคำถามกับสภาพไม่คุ้นเคยรอบกายนี่ข้าอยู่ที่ไหน

โรงแรม ข้าไม่รู้จะหอบเจ้าไปไหนดี จะกลับบ้านท่านซิอ์บุล เด็กๆ คงแตกตื่น อารามข้าไม่ให้ผู้หญิงอยู่ สำนักชีก็ห้ามผู้ชายเข้า กลายเป็นว่ายัดเงินให้โรงแรมยอมให้ข้าอุ้มผู้หญิงที่นอนสลบไม่รู้เรื่องมาเปิดห้องกลับสะดวกที่สุด

ตายจริง นี่ข้าถูกท่านนักบวชหอบหิ้วเข้าโรงแรมเชียวหรือนี่ นับเป็นเกียรติน่าดูเด็กสาวหัวเราะ

พวกนั้นไม่รู้ว่าข้าเป็นนักบวช เพราะข้าเปลี่ยนเสื้อใหม่แล้ว

ก็ว่าอย่างนั้น กลิ่นเสื้อเจ้าแปลกไปมาลิอาทำจมูกฟุดฟิดแปลกกลิ่นเสียจนนึกไม่ถึงว่าเป็นนักบวชคนเดิม

จมูกดีนักนะ

เชื่อเถอะ แค่ดมกลิ่น ข้าก็บอกแล้วว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นใคร ใช่คนที่ตัวเองเคยข้องแวะหรือเปล่าแม่มดดำเอ่ยยั่วเย้าอย่างภูมิใจกลิ่นเสื้อเจ้าน่ะใหม่ แต่กลิ่นตัวเจ้าน่ะ…”

ไม่ต้องวิจารณ์ มัวแต่วิ่งวุ่นช่วยแม่มดที่นอนพะงาบๆ อยู่ ใครจะมีเวลาอาบน้ำ

ตายจริง ข้าเป็นหนี้บุญคุณเจ้าแล้วซีมาลิอาแสร้งทำเสียงตกใจควรลุกขึ้นมาอาบน้ำ ถูหลัง และ...

อย่าหาเรื่องให้ข้าอาบัตินักเลย

อย่างกับว่าเจ้าไม่อาบัติไปแล้วอย่างนั้นละเด็กสาวทำท่าจะชันกายลุกขึ้น ทว่ายกตัวไปได้นิดเดียวก็กลับเหนื่อยอ่อนไร้แรงจนต้องทิ้งร่างลงนอนอีกครั้งและครางออกมาด้วยความปวด “...เหนียวตัวจริง

ลุกไม่ไหวก็นอนไป ข้าจะเช็ดตัวให้ลูเธียนพูดเรียบเฉยที่สุด ก่อนจะมีเสียงจุ่มผ้าลงไปในน้ำ และบิดให้หมาด

“...จะให้ข้าเป็นหนี้บุญคุณเจ้าเพิ่มอีกหรือแม่มดดำถามเสียงอ่อนงั้นข้าจะ...

หุบปากให้สนิทเป็นการใช้หนี้บุญคุณข้าซะ

นึกว่าเจ้าอยากฟังเสียงหวานๆ ของข้าซะอีก

มีแรงตีรวนนักก็ลุกขึ้นมาเช็ดตัวเองไปแล้วกัน

“...นี่เรือนร่างของข้าไม่มีเสน่ห์เสียจนเจ้าไม่อยากมองเป็นรอบที่สองเลยหรือเด็กสาวกลอกตาแล้วก็แย้มรอยยิ้มบางๆ เมื่อสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายชะงักกึกข้ารู้หรอกนะว่าเจ้าเป็นคนถอดเสื้อผ้า เช็ดตัวทำแผลให้ข้า มิหนำซ้ำยังหวงข้าเสียจนต้องแอบเอามาดูแลเอง ไม่ยอมให้ใครแตะต้องอย่างนี้

พูดอะไรของเจ้า คนเช็ดตัวให้เจ้ายังมีเจ้าชายโน่น ไม่ใช่ข้าคนเดียว แถมอาการหนักขนาดนั้น ถ้าข้าไม่ตามเจ้าหญิงแอชลีนน์มาเบิกพลังใช้มนตร์รักษาให้ เจ้าคงไม่ได้รอดมาหว่านเสน่ห์ที่มีน้อยนิดใส่ข้าหรือใครอีกหรอก

คราวนี้ เป็นมาลิอาที่ชะงักไป

เธอลองใช้พลังเล็กน้อย อ่านความคิดความทรงจำของชายที่ยังคงลูบผ้าชุบน้ำอุ่นไปตามร่างกายของตน แล้วก็พบว่านั่นเป็นความจริง

เจ้าเบิกพลังให้เจ้าหญิง?”

ใช่

ทั้งๆ ที่นั่นเป็นการละเมิดกฎของซาเกรดา โซล?”

ข้าเป็นนักบวชนอกคอกที่ละเมิดกฎเป็นว่าเล่นอยู่แล้วนี่

แต่เรื่องครั้งนี้ทำให้ทางนั้นเผาเจ้าทั้งเป็นได้เชียวนะ

แล้วอย่างไร จะให้ข้านั่งดูเจ้าตายไปตรงหน้าเพราะพลังของตัวเองไม่เพียงพอหรือไง

ชีวิตข้ามีค่าขนาดนั้นเชียวหรือ!มาลิอายกคอขึ้นและหันไปทางเงาสีขาวอย่างแข็งกร้าว

ไม่มีชีวิตไหนที่ไม่มีค่าหรอกศีรษะของนักบวชหนุ่มหันไปอีกทาง ขณะที่เขายังคงเช็ดตัวให้เธอต่อไป

จิตของแม่มดในร่างเด็กสาวตาบอดสั่นศีรษะ

แต่ข้าไม่ใช่วิญญาณที่สมบูรณ์ เป็นแค่ก้อนอำนาจมืดที่อยู่ใกล้ชิดมนุษย์มากเกินไป จนเกิดความรู้สึกขึ้นมา เวลานี้ก็ได้แต่เป็นกาฝาก อาศัยซากร่างที่เจ้าของเขาไม่เอาแล้ว แถมมีแต่จะทำให้ซากนี้สกปรกไปยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

มาลิอาก็คือมาลิอา ไม่ว่าจะอยู่ในร่างของมิเรียม หรือลิเลียมเสียงของลูเธียนยิ่งขุ่นมัวแล้วถามจริงเถอะ ถ้ารู้สึกว่าสิ่งที่ทำมีแต่จะทำให้ร่างนี้สกปรก แล้วเจ้ายังจะทำไปทำไม

แม่มดดำกัดริมฝีปาก แล้วก็พลิกตัวหันหลังให้เขาในทันที โดยไม่สนความเจ็บปวดที่แปลบวาบขึ้น และแผ่กระจายไปทั้งร่างจนต้องงอตัวลง

อย่าเพิ่งหันหนีสิ ข้ายังเช็ดให้ไม่เสร็...

เช็ดไปมันก็ไม่สะอาดขึ้นมาหรอก!

อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ได้ไหมอีกฝ่ายพูดอย่างอ่อนใจอ่อนไหวพิลึกแบบนี้ ไม่สมกับเป็นมาลิอาผู้รักอิสระเลย

เด็กสาวแค่นเสียงเบาๆ แต่ก็ค่อยๆ พลิกกายกลับมาแต่โดยดี

งั้นข้าควรจะยั่วยวน ให้นักบวชใสซื่ออย่างเจ้าตกบ่วงเสน่ห์ของแม่มดร้ายงั้นสินะ

มีแรงยั่วได้ก็ยั่วไปลูเธียนดูเหมือนจะไม่ใส่ใจนักเพราะนั่นแสดงว่าเจ้าใกล้หายดีแล้ว ข้าจะได้ไม่ต้องลำบากดูแล

อ้อ แน่ล่ะ ข้าก็ไม่อยากอยู่ในความเมตตาของนักบวชอีกนักหรอก

มาลิอาโต้กลับ แต่ขณะเดียวกันก็อดคิดไปถึงใครอีกคนไม่ได้...

ใครอีกคนนั้นรู้สึกเช่นนี้หรือเปล่านะ เวลารู้ว่ามีคนที่ให้ความสำคัญกับตนเองถึงขั้นยอมตายเพื่อเธอได้ และปรารถนาแต่ความสุขความปลอดภัยของเธอ ไม่ว่าตนเองจะต้องเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ก็แค่ความรู้สึกอันไร้สาระของมนุษย์นั่นแท้ๆ

แม่มดดำเคยน้อยใจว่าทำไมตนจึงไม่อาจครอบครองความรู้สึกนั้นได้ แต่ก็นั่นเอง...เธอไม่ใช่ดวงวิญญาณของมนุษย์อย่างแท้จริง แล้วจะคาดหวังสิ่งที่มีเพียงมนุษย์พึงรู้สึกและได้รับในขณะที่ตนเองเป็นเพียงสิ่งเลียนแบบครึ่งๆ กลางๆ ได้อย่างไร

มิเรียม...กำลังจะเป็นแม่คน

หือ?” นักบวชหนุ่มส่งเสียงอย่างสงสัย

บอกตามตรง ข้าไม่สนนักหรอกว่าเจ้าชายทัมมุซอีกคนในร่างของไอ้แก่มาดายจะก่อเรื่องใหญ่โตบ้าบออะไร แต่ข้าทนอยู่กับพวกเขาไม่ได้ ความสุขของพวกเขาจะทำข้าสำลักตายมาลิอายกท่อนแขนบางขึ้นทาบปิดดวงตาร้อนผ่าวข้าเลยหนีออกมาอยู่นี่ อยู่ที่นี่ถึงค่อยหายใจหายคอ หาเพื่อนดื่มเพื่อนคุยได้โดยไม่ต้องเกรงใจใคร ข้าไม่อยากให้นาชินเป็นห่วง ไม่อยากให้คนอื่นมองว่าทำไมปล่อยให้ข้าเที่ยวเล่นเสเพล...ทั้งๆ ที่เป็นถึงน้องสาวของภรรยานักรบใหญ่ ทั้งๆ ที่ข้าควรจะเป็นพี่สาวของนาง เกิดขึ้นมาก่อนนาง เป็นผู้ใหญ่มากกว่านางต่างหาก

ทรวงอกของเด็กสาวสะท้อนขึ้นวูบหนึ่ง พร้อมกับความเปียกชื้นที่ใต้แขน

อยากร้องไห้ก็ร้องไปเถอะมือหนึ่งลูบไล้ที่ศีรษะของเธอไม่มีใครว่าเจ้าสักหน่อย

เออสิ เป็นความผิดเจ้าต่างหาก...นักบวชอลัชชี นี่เจ้าเช็ดตัวผู้หญิงหรือขัดพื้นโบสถ์กันแน่ ถูแรงซะแสบแบบนี้...ใครจะไม่ร้องบ้างเล่า

ลูเธียนไม่ตอบว่ากระไร และเพียงแต่เช็ดตัวให้มาลิอาที่กลั้นสะอื้นต่อไป

...ด้วยความรู้สึกใดนั้น แม่มดดำผู้ไม่คุ้นชินกับการมีคนเสียสละเพื่อช่วยเหลือตนก็เริ่มบอกไม่ถูกเช่นกัน

 

รูอาร์คพบว่าตนเองอยู่ในห้องของเฟย์ลิม

ในห้องนั้นมีของเล่นมากมาย ทั้งตุ๊กตาทหาร ม้า และเรือรบจำลอง ทุกสิ่งจัดวางอย่างเป็นระเบียบ แต่นั่นไม่ใช่ของที่เขาสนใจในเวลานี้ กลับเป็นชุดหมากรุกสีขาวและดำเงางามใหม่เอี่ยมซึ่งเด็กชายเจ้าของห้องบรรจงจัดเรียงบนกระดานไม้มันปลาบอย่างกระตือรือร้น

สวยใช่ไหม รูอาร์ค ท่านพ่อบอกว่าทำจากเขี้ยวรอซซัวลท์กับไม้แอวอนเนื้อดีเลยนะ มาเล่นกันไหม เจ้าเคยเล่นหมากรุกหรือเปล่า

เคยเด็กชายผมแดงตอบห้วนๆ แม้ในใจจะคิดไปมากมาย

ไอ้ขี้เห่อ คิดจะอวดของขวัญวันเกิดแค่นั้นละว้า เห็นข้าเป็นเด็กข้างถนน เลยเล่นหมากรุกไม่เป็นรึไง!

พ่อแท้ๆ สอนรูอาร์คเล่นหมากรุกมานานแล้ว เด็กชายเองยังเคยเล่นกับคนที่โรงละครของพ่อ เขาชนะเพราะผู้ใหญ่ใจดีออมมือให้บ้าง แพ้เพราะผู้ใหญ่เขี้ยวเห็นควรสั่งสอนจริงๆ จังๆ บ้าง แต่เขาก็เชื่อว่าตนเองพอมีฝีมืออยู่

ก็อยากลองดูเหมือนกันว่าไอ้เด็กข้างถนนกับคุณชายลูกเจ้ามณฑล ใครจะเก่งหมากรุกกว่ากัน

ผ่านไปแค่ไม่นาน เด็กชายผมแดงก็ได้แต่เดาะลิ้นเบาๆ อย่างหงุดหงิด

เฟย์ลิมเดินเรื่อยเปื่อยไม่มีแผน นึกจะเดินตัวอะไรก็เดิน รูอาร์คอยากรู้ว่าอีกฝ่ายแค่ทดสอบเขา หรือไม่รู้จักวางแผนอะไรเลยกันแน่ จึงได้ส่งเบี้ยออกไปเป็นตัวล่อม้าของอีกฝ่ายโดยมีโคนรอกินม้าอยู่อีกที หากว่าม้านั้นเดินเข้ามากินเบี้ยจริงๆ

คู่ต่อสู้ของเขาเงียบไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ส่งม้ามากินเบี้ยล่ออย่างเงียบๆ

แสดงว่ารู้ แต่ก็ยังยอมติดกับดัก

เพื่ออะไร เพื่อเอาใจเขางั้นหรือ

เด็กชายผมแดงถือว่านั่นเป็นการดูถูก

นี่ รู้วิธีกินของหมากรุกข้างถนนไหมรูอาร์คแกล้งถาม

หือ เป็นอย่างไรหรือเฟย์ลิมตอบอย่างสงสัย

ให้ข้าทำให้ดูไหมล่ะ

เอาสิเด็กชายผมสีน้ำตาลพยักหน้ารับ

เด็กชายผมแดงค่อยๆ หยิบโคนของตนขึ้น และทำท่าจะเอามาวางแทนที่ตัวหมากม้า...

แต่แล้วก็โขกมันลงไปโดยแรงจนม้าสีขาวกระเด็นออกจากกระดาน พ้นรัศมีโต๊ะลงไปกระแทกพื้นห้อง

เฟย์ลิมมองตะลึงงันขณะที่เด็กชายผมแดงพูดเสียงดังและกราดเกรี้ยวด้วยแรงอารมณ์

แบบนี้เอาไว้กินไอ้พวกที่คิดว่าคนอื่นน่าสมเพช เลยทำทานไม่เข้าเรื่องด้วยการออมมือไงล่ะ!

เฟย์ลิมยังคงตะลึงงัน

รูอาร์คไม่รู้ว่าตนคาดหวังสิ่งใด

...หวังว่าพี่ชายปลอมๆ ของเขาจะโกรธ ด่าทออาละวาดให้สมกับเป็นลูกคุณหนู เผยความจริงออกมาว่าที่แท้ก็แค่แสร้งทำเป็นพ่อพระทั้งๆ ที่ชิงชังเด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้าซึ่งจู่ๆ ก็กลายมาเป็นน้องชายของตน เป็นมารหัวขนที่เขาเข้าใจว่าเกิดขึ้นระหว่างพ่อกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่แม่

...หวังว่าพี่ชายปลอมๆ ของเขาจะเสียใจ ร้องไห้โวยวายที่ของขวัญวันเกิดราคาแพงเสียหายตามประสาเด็กที่เหมือนไข่ในหิน ลิ้มรสการสูญเสียเหมือนกับที่รูอาร์คเคยสูญเสียมามากมายกว่านี้ ยาวนานกว่านี้ จนรู้สึกว่าไม่เหลือน้ำตาให้ไหลอีกต่อไปแล้ว

เด็กชายผู้โตกว่ายืนนิ่งอยู่นาน แต่แล้วก็เคลื่อนไหว...

ทว่า เขาไม่ได้ทำทั้งสองอย่าง

เฟย์ลิมก้มลงเก็บตัวหมากรุกที่แตกบิ่นขึ้นมาอย่างสงบ

ข้าจะถามพ่อว่าซ่อมได้ไหมเขาพูดพลางเก็บหมากรุกตัวอื่นๆ ใส่ในกล่องซึ่งเกิดจากการพับกระดานไม้ จากนั้นก็ถือกล่องนั้นเดินออกไปจากห้องโดยไม่พูดอะไรอีก

รูอาร์ครู้สึก...บอกไม่ถูก อาจรู้เพียงว่ามันไม่ควรจบลงเช่นนี้

แวบหนึ่งคลับคล้ายว่าเหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาปล่อยให้เฟย์ลิมจากไป แผ่นหลังของเด็กชายกลับกลายเป็นชายหนุ่ม ขณะที่ห้องรอบด้านหลอมเลือนเป็นห้วงสีดำ

พี่เฟย์ลิม!เขาร้องและวิ่งตามไป

เนิ่นนาน แต่ระยะห่างกลับไม่ยอมลดลง...ทั้งๆ ที่วิ่งจนเหนื่อยอ่อนและชายโครงปวดแปลบกับการหอบ

แต่สุดท้าย ชายอีกคนก็หันกลับมา

รูอาร์คชะงัก

เมื่อครู่พี่ชายต่างสายเลือดของเขายังอยู่ห่างออกไปหลายวา...แต่ครู่เดียวก็เข้ามาประชิดตัว นัยน์ตาเรียบเฉยเย็นชา แทบไร้แววประหนึ่งคนตาย

ความเจ็บระเบิดวาบที่ชายโครงซ้าย

ชายหนุ่มผมแดงหลุดเสียงร้องออกมา สองขาของเขาเหมือนจะอ่อนยวบ ร่างเอนลงซบพิงชายหนุ่มเบื้องหน้า

เสียงของเฟย์ลิมดังขึ้นข้างหู แผ่วเบา ทว่าสะท้อนก้อง

ตอนนี้ ข้ารู้แล้วว่าของบางอย่างมันซ่อมไม่ได้หรอก

และไอ้ความรู้สึกที่เสียไปเพราะน้องชายจอมปลอมก็คือหนึ่งในนั้น

ไม่...ไม่นะ

พี่เฟย์ลิม...ข้าขอโทษ...ข้าขอโทษ

รูอาร์คนึกถ้อยคำนั้นวนเวียน ซ้ำแล้ว...ซ้ำเล่า ทว่าเสียงพูดของเขากลับไม่อาจเล็ดลอดออกมาจากลำคอได้เลย

ได้แต่ปล่อยให้ร่างของตนทรุดลงบนพื้น ขณะที่ชายตรงหน้าถอยออกห่างและเดินจากไป ทิ้งเขาไว้ในความมืดมิดอีกครา

 

รูอาร์ค

เสียงเรียกมาพร้อมกับมือที่จับมือของเขา

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างมึนงง ใบหน้าเลือนรางของชายผมดำวัยไม่ห่างกันปรากฏขึ้นตรงหน้า จับด้วยแสงสลัวสีเหลืองส้มและเงามืดมัวราวกับมีเพียงตะเกียงที่ให้แสงสว่าง

เขาขยับริมฝีปากจะเรียกชื่อของอีกฝ่าย แต่กลับรู้สึกเหมือนลำคอแห้งผาก

ความทรงจำยังไม่ปะติดปะต่อ...ทำไมจู่ๆ เขาถึงมานอนบนเตียง ทั้งยังรู้สึกอ่อนเพลียอย่างประหลาดอย่างนี้

เจ้าถูกแทง...จำได้ไหมอาเมียร์พูดขึ้น

นัยน์ตาของรูอาร์คเบิกกว้างขึ้นกับภาพความทรงจำที่วาบเข้ามาพร้อมคำคำนั้น

พี่เฟย์ลิม!

ใช่ เขา...เป็นคนทำชายอีกคนรับแผ่วเบาข้าขอโทษนะ รูอาร์ค เรื่องทั้งหมดไม่ควรจะเป็นอย่างนี้เลย

ชายผมแดงแทบอ้าปากค้าง ทั้งเพราะคำยืนยันและสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้

เจ้า...รูอาร์คพยายามรวบรวมเสียงที่แหบแห้งรู้ได้ไงว่าข้าคิดอะไร

อาเมียร์ดูเหมือนจะยิ้มเฝื่อนๆถ้าข้าบอกว่าข้ามีเวทมนตร์และกำลังอ่านใจเจ้าอยู่จะเชื่อไหม

ก็คงเชื่อง่ายหน่อยละมั้ง พักหลังมานี้เจ้าเล่นทำอะไรพิสดารได้ตั้งหลายอย่าง แถมตัวปลอมที่มาอยู่แทนเจ้าก็เหมือนกันอย่างกับถอดเงามา ชายหนุ่มผมแดงนึกในใจขณะเขยิบตัวขึ้นนั่ง อีกฝ่ายจึงช่วยจัดหมอนให้เอนรับและพยุงเขาขึ้นมาก่อนจะรินน้ำส่งให้แก้วหนึ่ง

ข้าตั้งใจจะบอกเจ้าหลังจากช่วยแอชออกมาได้ แต่ยังไม่ทันหาโอกาสก็เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน

แล้ว...พี่เฟย์ลิมทำไมถึงเป็นอย่างนี้ เขาตายไปแล้วจริงๆ หรือ ทำไมเขาถึงคิดจะฆ่าข้ารูอาร์คค่อยพูดคล่องคอขึ้นและมีโอกาสกวาดมองห้องที่ตนอยู่เต็มตา

ไม่ใช่ห้องของเขา แต่เป็นหนึ่งในห้องสำหรับรับรองแขกซึ่งอยู่ชั้นล่าง นอกจากอาเมียร์แล้ว ในห้องนั้นยังมีหญิงรับใช้ที่คงได้รับคำสั่งให้อยู่เฝ้านั่งฟุบหลับบนเก้าอี้อีกตัว ใกล้บานหน้าต่างซึ่งเผยภาพฟ้ามืดยามราตรี

ท่านเบเรคคิดว่าตอนนี้ข้าควรนอนพักอยู่ที่บ้าน แต่ข้าอยากแวะมาดูเจ้า ข้าเลยใช้เวทมนตร์ลอบเข้ามา แล้วก็ทำให้นางหลับไป เราจะได้คุยกันสะดวกอาเมียร์อธิบายหากเจ้าพร้อมที่จะฟังในเวลานี้ ข้าก็จะเล่าให้ฟังทุกอย่างที่ทำได้ แต่หากอยากพักผ่อนก่อนก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องเร่งร้อนอะไร

แน่นอน รูอาร์คย่อมตอบว่าตนพร้อม

หลังจากนั้น คนเจ็บที่เพิ่งฟื้นตัวก็นั่งฟัง ขณะที่เพื่อนซึ่งเพิ่งเปิดเผยว่าตนมีเวทมนตร์ค่อยๆ พูดต่อไป ทั้งเรื่องชาติกำเนิดอันเหนือธรรมดา ศัตรูซึ่งที่แท้คืออีกด้านหนึ่งของตนเอง ดวงวิญญาณของคนอีกมากมายที่มันช่วงชิงไปกักขังไว้ และสถานการณ์ที่เป็นอยู่

ข้าไม่รู้ว่ามันทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร แต่ให้เดาคงไม่ได้ต้องการฆ่าเจ้ากับมาลิอาในตอนนี้จริงๆ มาลิอาได้รับบาดเจ็บหนักก็จริง แต่ไม่ตายในทันทีทันใด ส่วนแผลที่ชายโครงของเจ้า ถ้าเฟย์ลิมตั้งใจทำให้ตายสนิทจริงๆ ยังต้องงัดมีดขึ้นให้ถูกเครื่องใน แต่เขาก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น

ใช่ รูอาร์คเองก็รู้เรื่องนั้น นักเลงที่ฆ่าพ่อของเขาในโรงเหล้าก็ใช้วิธีนี้ พวกโจรพ่วงนักเลงหัวไม้ซึ่งเด็กชายกำพร้าคลุกคลีด้วยตอนอยู่กับพวกหนูท่อก็เคยแนะนำหลักการฆ่าคนด้วยมีดมาแบบนั้นเช่นกัน

เกือบโดนฆ่าตายซ้ำรอยพ่อ...แถมด้วยมือของคนที่ตัวเองเห็นว่าเป็นพี่ชายนี่มันขำไม่ออกชัดๆ! ชายหนุ่มผมแดงกัดริมฝีปาก แต่ก็ไม่พูดออกมา

ถ้อยคำหลังจากนั้นกลับเป็นการสันนิษฐาน แต่ก็ไม่แน่...ใช่ไหมล่ะ ที่มาลิอารอดมาได้ก็เพราะพระมหาเถระช่วยไว้ทัน แล้วที่จริงไอ้ตัวการมันอาจจะสั่งให้ฆ่าข้า แต่พี่เฟย์ลิมทำไม่ลงเองก็ได้

เรื่องนั้น ข้าก็ไม่รู้หรอกนะอาเมียร์ตอบแบ่งรับแบ่งสู้ที่จริง คำสั่งที่ภูตรับใช้ได้รับจากนายเป็นเรื่องที่ต้องทำตามอย่างเด็ดขาด ต่อให้ขัดกับความรู้สึกมากแค่ไหน ก็มีแต่ต้องทำให้สำเร็จ

อืม...รูอาร์คพยักหน้าช้าๆ

แต่ข้าจะช่วยเฟย์ลิมให้ได้ จะช่วยวิญญาณของทุกคนให้ได้ จะไม่ให้เจ้าหรือใครต้องเดือดร้อนอีก เจ้าก็...อย่าเป็นห่วงเลยนะ

ไม่ห่วงได้ไงเล่าคนเจ็บสวนทันควัน ขณะวางมือทาบบนแผลใต้ผ้าพันซึ่งเจ็บปวดน้อยกว่าที่จำได้อย่างประหลาดพี่ชายของข้าทั้งคน แล้วยังพ่อแม่พี่ชายของเจ้าหญิงเปี๊ยก ไอ้เวรนั่นทำเรื่องบ้าขนาดนี้ เจ้าตัวคนเดียวมีปัญญารับผิดชอบรึ!

“...รูอาร์ค ข้าขอโทษสีหน้าของอาเมียร์ยิ่งเจื่อนลง

ขอโทษเรื่องอะไร ไอ้เวรนั่นเป็นส่วนหนึ่งของเจ้า เจ้าเลยต้องตามล้างตามเช็ดเก็บกวาดทุกอย่างที่มันทำงั้นเรอะ...ตลกสิ้นดี!ชายหนุ่มผมแดงพูดเสียงแข็งมันเอาพี่ชายข้าไปทั้งคน ไม่ให้ข้าเดือดร้อนอีกก็บ้าไปแล้ว จะให้นอนกระดิกเท้ารอให้เจ้าช่วยเขาคนเดียวคงได้หรอก

แต่มันอันตราย เจ้าไม่มีเวทมนตร์ สู้กับตัวข้าอีกคนหรือภูตรับใช้ของมันไม่ได้หรอก

สู้ตรงๆ ไม่ได้ก็ใช้อย่างอื่นสู้ แค่นั้นเอง ได้ยินว่านักบวชของซาเกรดา โซล น่าจะปลุกเสกอาวุธหรือน้ำมนตร์ได้ ขอให้พระมหาเถระทำอะไรมาให้ข้าบ้างก็ได้

ถึงอย่างนั้น...

ถึงอย่างนั้นก็ต้องมีอะไรที่ข้าทำได้บ้าง อย่างต่อยหน้าเจ้าให้เลิกคิดแบกโลกไว้ตัวคนเดียวอย่างนี้สักทีรูอาร์คกำหมัดทำท่าขู่ถ้าอยากให้ข้ายกโทษให้ ก็สัญญามาซะดีๆ ว่าถ้ารู้ว่าต้องเผชิญหน้ากับพี่เฟย์ลิม จะต้องให้ข้าได้พบกับเขาด้วย และอย่าจัดการเรื่องอะไรแบบนี้คนเดียว มีอะไรที่ข้าช่วยได้ก็เชิญจิกหัวใช้ซะ

อาเมียร์มีสีหน้าลำบากใจ เขาเงียบไปเป็นครู่ใหญ่กว่าจะยอมพูดเสียงขรึมข้าคงให้สัญญาไม่ได้ แต่ข้าเองก็อยากให้เจ้าได้พูดกับเฟย์ลิมเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน และเรื่องอะไรที่ข้าทำไม่ได้ ข้าหรือท่านเบเรคก็คงจะหาเรื่องให้เจ้าทำจนได้

เฮอะ เลี่ยงบาลีเก่งเหลือเกินนะชายหนุ่มผมแดงกอดอก แต่ก็เข้าใจนิสัยของอีกฝ่ายดีพอที่จะไม่เซ้าซี้ต่อไปเอ้า! งั้นข้าหาอย่างอื่นให้ทำไถ่โทษก็ได้

“...อะไรล่ะชายผมดำถามอย่างระแวดระวัง

ข้าอยากกินซุปหางวัวฝีมือแม่เจ้า แล้วก็ขนมปังม้วนของลีชา อยากให้นาสิรากับฟาร์ฮานาห์เก็บดอกไม้มาใส่แจกัน อยากให้เจ้าหญิงเปี๊ยกเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรผู้บาดเจ็บ และอยากเห็นพวกนางทุกคนในห้องนี้ด้วย ยิ่งเร็วยิ่งดีรูอาร์คอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าก่อนวันที่ยายเจ้าหญิงเปี๊ยกจะย้ายออก จัดการมาซะ

อาเมียร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข่นเขี้ยวทั้งๆ ที่ทำท่าเหมือนเห็นด้วยกับความคิดนั้นเต็มที่ไอ้เจ้าเล่ห์!

แหง ต่อให้เสียเลือดเนื้อไหม้ไปอย่างไร  กระรอกมันก็ยังขาดสาวไม่ได้อยู่วันยังค่ำละวะรูอาร์คหัวเราะร่วนจนเจ็บแปลบที่บาดแผลตรงชายโครงขึ้นมา

และแปลบในอีกที่หนึ่ง

พอนึกถึงคำที่พี่ชายต่างสายเลือดพูดก่อนที่จะแทงเขาในความฝัน ชายหนุ่มก็อดคิดไม่ได้ว่า บางทีตนเองคงจะเคยชินกับชีวิตที่ต้องยิ้มปิดบังบาดแผลเกินไปจริงๆ เสียแล้วกระมัง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #39 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 21:49
    สำหรับเรื่องเบื้องหลังของมาลือา พระมหาเถระลูเธียน ลิเลียม นาชิน กับครอบครัวของอาเมียร์เป็นเรื่องในอีกภาคที่ยังไม่ได้เขียน แต่ในเรื่องนี้จะพยายามอธิเบายและให้ข้อมูลที่จำเป็นให้มากที่สุดนะคะ
    #39
    2
    • #39-1 titania (@nilekia) (จากตอนที่ 70)
      17 ตุลาคม 2560 / 23:30
      รอได้ค่ะ!!!
      ป.ล. ชอบคู่ลูเธียนกับมาลิอามากกกกก
      #39-1
    • #39-2 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 70)
      18 ตุลาคม 2560 / 21:41
      ขอบคุณมากค่ะ ^^ ดีใจที่ชอบแม่มดวุ่นวายกับนักบวชหน้าตายนะคะ 555
      #39-2