The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,804 Views

  • 125 Comments

  • 129 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    88

    Overall
    5,804

ตอนที่ 7 : 6 - แพ้ชนะ "ข้าจะทำให้ท่านแพ้ให้ได้”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 พ.ค. 60

บทที่ ๖

แพ้ชนะ

 

บรานหรือ ชายหนุ่มหลังคอกเสมียนขมวดคิ้ว ที่นี่ไม่มีเจ้าหน้าที่ชื่อนั้นเลย เจ้าแน่ใจรึ

แต่เขาบอกให้มาหาที่ศาลาเมืองนี่...ขอรับ อาเมียร์ตัดสินใจลงท้าย

แล้วเจ้ามีธุระอะไรกับเขาหรือ

เด็กหนุ่มนิ่งนึกอยู่เป็นนานว่าจะตอบอย่างไร ข้า...จะมาสมัครงานขอรับ

สมัครงาน หัวคิ้วของคนตอบยิ่งเลื่อนเข้าใกล้กันยิ่งกว่าเดิม ที่ศาลาเมืองน่ะหรือ

เอ้อ... อาเมียร์คิดแล้วก็ได้ข้อสรุปว่าไม่ควรตอบตามตรง ข้าก็ไม่แน่ใจขอรับ ต้องถามท่านบรานดูก่อน

แต่ข้าบอกแล้ว ที่นี่ไม่เจ้าหน้าที่คนไหนชื่อบรานเลย และเราก็ไม่มีตำแหน่งว่างที่กำลังประกาศรับคนด้วย

ดูเหมือนเขาจะเป็นนายหน้าค้าที่ดิน แล้วก็น่าจะเป็นนายหน้าหางานด้วยขอรับ

นายหน้าก็ต้องทำงานในสำนักงานจัดหาสิ ไม่ใช่ศาลาเมือง เสียงคนตอบเริ่มแข็งขึ้น มาถูกที่หรือเปล่า

ก็เขาบอกให้ข้ามาหาที่นี่นี่ขอรับ เด็กหนุ่มยืนยันแล้วก็ถามเพิ่มเมื่อนึกได้ หรือเขาจะมาติดต่อที่ศาลาเมืองบ่อยๆ เลยให้มาหาที่นี่ เป็นไปได้ไหมขอรับ

เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้าจะรอ ก็นั่งอยู่แถวนี้ได้จนถึงเวลาปิดทำการนั่นละ ชายหนุ่มว่าพลางผายมือไปทางม้านั่งยาวหลายแถวในโถงด้านหน้าซึ่งมีชาวเมืองนั่งรอติดต่อธุระต่างๆ อยู่พอสมควรแม้จะยังเช้า

อาเมียร์จำใจเดินไปหาที่ว่างบนม้านั่งแล้วทิ้งตัวลงก่อนจะคิดว่าจะทำอย่างไรหากวันนี้บรานไม่มา เด็กหนุ่มมีเงินติดตัวมาบ้างแต่ก็ไม่มากนัก เขาไม่อยากกลับบ้าน อีกทั้งรู้ว่าหากกลับไปย่อมถูกดุว่าและห้ามออกข้างนอกด้วยวิธีใดสักวิธีแน่นอน

ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจความห่วงใยของทุกๆ คนในบ้าน ทว่าหากจะมาหาบรานก็มีแต่ต้องหลบออกมาโดยไม่ให้ใครรู้ แล้วถึงเขาไม่อยู่บ้าน...ก็ไม่ได้ขาดอะไรไปเลย

ที่นั่นมีท่านอาคอยดูแลทุกคน ลีชาก็ช่วยแม่ได้มาก ที่ที่เด็กหนุ่มควรอยู่คงเป็นที่อื่น หากว่าท่านอาเห็นครอบครัวมาก่อนธีร์ดีเร...เขาก็จะเลือกธีร์ดีเรแทนท่าน หากมาทางนี้ อย่างน้อยความสามารถของเขาคงช่วยที่นี่ได้ ดีกว่าปล่อยให้อาณาจักรที่พวกเขาหวังจะใช้เป็นเรือนตายถูกพวกขุนนางโกงกินสูบเลือด ถูกโจรรังควาน และมีคนเคราะห์ร้ายอย่างเกล็นกับลีชาไม่มีที่สิ้นสุด

เพื่อกันไม่ให้ตนเองคิดฟุ้งซ่าน อาเมียร์จึงหยิบหนังสือที่ติดตัวมาด้วยอ่านฆ่าเวลา และทบทวนแผนที่พร้อมกับข้อมูลเกี่ยวกับธีร์ดีเรที่ตนรู้มา

ธีร์ดีเรอยู่เหนือสุดของแผ่นดิน ทิศเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกจรดทะเล ทิศตะวันออกจรดเทือกเขาซึ่งกั้นพรมแดนกับดินแดนไร้นาม ทิศตะวันออกเฉียงใต้จรดดินแดนทะเลทราย ส่วนทิศใต้จรดอาณาจักรซาเกรดา โซล เขตการปกครองของธีร์ดีเรแบ่งออกเป็นสี่มณฑลใหญ่ คือมณฑลหลวง อุลทูร์ ยาร์ลาธ และชอร์ซา

มณฑลหลวงอยู่ใต้การปกครองขององค์กษัตริย์โดยตรง มีนามเดิมว่าทารา กษัตริย์องค์ปัจจุบันของธีร์ดีเรทรงพระนามว่าพระราชาอาร์กาด อัลเฟ อลาชตาร์ ตราสัญลักษณ์คือไม้กางเขนแขวนโล่ทรงกลม นครหลวงของมณฑลและอาณาจักรมีนามว่าเมอร์คาห์ เป็นเมืองท่าบนอ่าวทางตะวันตกเฉียงเหนือ พระราชวังหลวงของธีร์ดีเรตั้งอยู่บนเกาะอวาลอนในอ่าวของเมืองหลวง โดยเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพานซึ่งชักรอกขึ้นได้ เมอร์คาห์เป็นศูนย์กลางการค้าและการประมงของอาณาจักร และพื้นที่ด้านตะวันออกของเมืองหลวงก็เป็นแหล่งกสิกรรมขนาดใหญ่ปานกลางตามลุ่มแม่น้ำอันรี นิยมปลูกพืชสวนเช่นเอรีและพีราเป็นหลัก รวมทั้งธัญพืชเช่นข้าวสาลีบ้าง ภูมิอากาศอบอุ่น

มณฑลอุลทูร์อยู่เหนือสุดของธีร์ดีเร ปกครองโดยเจ้ามณฑลแฟคท์นา ฟาร์รุล ตราสัญลักษณ์คือกริฟฟอน เมืองหลวงของมณฑลคือคาเชลัธ ตั้งอยู่บนชายฝั่งริมแม่น้ำเมร์ซี ใกล้เขตแดนของมณฑลหลวง ภูมิประเทศของอุลทูร์เป็นภูเขาสูงซึ่งมีป่าไม้และสายแร่เหล็กมาก ทว่าไม่เอื้อต่อการเพาะปลูกนัก อีกทั้งภูมิอากาศยังหนาวเย็น และมีหิมะตกมากในฤดูหนาว รายได้ส่วนใหญ่ของมณฑลจึงมาจากการถลุงแร่เหล็ก และผลิตงานไม้กับงานเหล็กต่างๆ รวมถึงอาวุธ ชายฝั่งของอุลทูร์ไม่ใช่แหล่งการค้าสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งโจรสลัดในทะเลเหนือ และเป็นหน้าด่านป้องกันเมืองท่าอื่นๆ ของธีร์ดีเรจากการรุกรานของโจรสลัดบ่อยครั้ง จึงมีการฝึกกองทหารป้องกันมณฑลเป็นพิเศษ คือหน่วยรบเรเวน ซึ่งได้รับการยอมรับว่าแข็งแกร่งที่สุดในธีร์ดีเร

มณฑลยาร์ลาธอยู่ทางใต้ ปกครองโดยเจ้ามณฑลเบเรค ยาร์ลาธ ตราสัญลักษณ์คือมังกรน้ำ เมืองหลวงของมณฑลคือเคนมารา เป็นเมืองท่าออกทะเลบนปากแม่น้ำลากัน จัดเป็นเมืองท่าค้าขายและแหล่งประมงที่มีความสำคัญที่สุด สภาพดินและภูมิอากาศของยาร์ลาธเหมาะสมแก่การเพาะปลูกและทำปศุสัตว์ไม่มากนัก โดยเหมาะแก่การปลูกพืชผลเช่นองุ่น ส้ม มะกอก และธัญพืชบางชนิด เนื่องจากมีอากาศอบอุ่นกว่ามณฑลอื่นๆ ในธีร์ดีเร นอกจากนี้ยังมีสภาพภูมิประเทศที่เหมาะแก่การเลี้ยงปศุสัตว์พวกแพะแกะมากกว่า

มณฑลชอร์ซาอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ปกครองโดยเจ้ามณฑลคาลวาห์ อันวาทาค ตราสัญลักษณ์คือสุกรป่า เมืองหลวงของมณฑลคือทีฟลี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอาวอนมอร์ แม่น้ำสำคัญของมณฑล ชอร์ซาเป็นมณฑลเดียวที่ไม่มีทางออกทะเล แต่เนื่องจากเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำหลายสาย จึงเป็นเขตกสิกรรมที่ใหญ่ที่สุดของธีร์ดีเร และเป็นแหล่งผลิตธัญพืชที่เลี้ยงประชากรแทบทั้งอาณาจักร ทั้งข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์ รวมทั้งเลี้ยงปศุสัตว์มากที่สุด โดยเฉพาะโคและสุกร หลังจากมณฑลชอร์ซาผนวกดินแดนที่เคยเป็นของเผ่าอัสลานเข้าไป อาณาเขตของมณฑลก็ได้แผ่ขยายออกไปมาก

เขาอ่านได้ถึงตอนนี้ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังก้องบนพื้นหินขัด เด็กหนุ่มจึงเงยหน้าจากหนังสือและเห็นชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา พวกเขาสวมเครื่องแบบทหารยามประจำศาลาเมือง มีชายคนเดียวตรงกลางขบวนที่ไม่ได้แต่งเครื่องแบบ แต่เป็นชุดเสื้อกางเกงสีอ่อน ตัดเย็บเดินขอบตามปกเสื้อ ชายเสื้อ และปลายแขนอย่างภูมิฐานเหมือนขุนนาง

ทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ในโถงลุกขึ้นยืนค้อมคำนับคนกลุ่มนั้น หรือที่ถูกน่าจะเป็นขุนนางในกลุ่ม เด็กหนุ่มจึงรีบทำตามทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร...แล้วก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นตาอย่างประหลาด แม้สีผมของอีกฝ่ายจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและบางลงตรงกระหม่อมจนเห็นได้ชัด

ท่านบราน!”

พวกทหารเลื่อนมือไปแตะด้ามกระบองสั้นอย่างระแวดระวังถึงแม้เด็กหนุ่มจะไม่มีอาวุธอะไรเลย ทุกคนที่มาติดต่อศาลาเมืองย่อมต้องฝาก...หรือที่จริงคือถูกริบอาวุธใดๆ ก็ตามตั้งแต่เข้าประตูใหญ่ด้านหน้าแล้ว

ชายที่ดูเหมือนบรานขมวดคิ้ว แต่แล้วเขาก็รีบถามในไม่ช้า เจ้า...ลูกชายของท่านซิอ์บุลใช่ไหม

ใช่ขอรับ อาเมียร์รีบพยักหน้า เขาพอใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นผู้ฟังเริ่มยิ้มน้อยๆ

ท่านพ่อของเจ้าตกลงแล้วหรือ

เอ้อ... เด็กหนุ่มอึกอัก ยังขอรับ แต่ข้า...ข้ายินดีเป็นกำลังให้ท่านเจ้ามณฑลขอรับ

อ้อ บรานปรายตามองหนังสือต่างๆ ที่เขาถืออยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ มาที่ ห้องทำงาน ของข้าสิ

อาเมียร์เก็บย่ามของตนแล้วเดินตามหลังขบวนนั้นผ่านด้านหลังคอกเสมียนไปตามทางเดินยาว ก่อนจะมาหยุดหน้าประตูห้องขนาดใหญ่ที่มีตราประจำมณฑลยาร์ลาธอันเป็นรูปมังกรน้ำชูหัวขึ้นจากเกลียวคลื่น

เพียงเท่านี้ สิ่งที่อาเมียร์สงสัยมาตลอดทางก็พลันกระจ่างทันที แต่เขาก็ยังไม่ปริปาก รอให้เหล่าผู้คุ้มกันคำนับ บราน แล้วเดินจากไป เหลือองครักษ์เพียงคนเดียวอยู่ในห้องกับทั้งสอง

ท่านคือท่านเจ้ามณฑล อาเมียร์เอ่ยเบาๆ ทันทีที่ประตูห้องปิดลง

ใช่ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกแต่แรก เจ้าของห้องนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานไม้ขัดเงาวับ เรียกข้าว่าเบเรคก็ได้ เจ้าล่ะชื่ออะไร

อาเมียร์ขอรับ เด็กหนุ่มยิ้มรับน้อยๆ ขณะนึกถึงเรื่องเกี่ยวกับตระกูลเจ้ามณฑลยาร์ลาธซึ่งตนได้อ่านมา

เดิมที บิดาของเจ้ามณฑลเบเรค ...อดีตเจ้ามณฑลเบ็กแลน ยาร์ลาธนั้นเป็นพ่อค้าใหญ่ และหัวหน้าสมาคมการค้าในมณฑลนี้ เนื่องจากมีความชอบใหญ่หลวงในสงครามกลางเมืองในรัชสมัยของกษัตริย์องค์ก่อนหน้าเมื่อราวสี่สิบกว่าปีก่อน จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นตระกูลขุนนาง ขึ้นปกครองแทนเจ้ามณฑลเดิมที่ต้องโทษฐานร่วมมือกับกบฏ

ในธีร์ดีเร มีเพียงพระราชวงศ์และชนชั้นปกครองที่สามารถใช้นามสกุล และเบ็กแลนก็ได้ทูลขอรับพระราชทานนามสกุล ยาร์ลาธ เช่นเดียวกับชื่อของมณฑล เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าตระกูลของเขาได้เกียรติยศมาเพราะมณฑล และจะอุทิศตนเพื่อมณฑลสืบไปเช่นเดียวกัน

คงเป็นเพราะเหตุนี้ เจ้ามณฑลทั้งสองในตระกูลยาร์ลาธจึงได้มุ่งเน้นพัฒนาการค้าของมณฑล และส่งเสริมคนมีความสามารถต่างๆ โดยไม่ยึดติดกับสายเลือดขุนนางหรือเชื้อชาติธีร์ดีเรแต่อย่างใด ทั้งยังวางตนเป็นกันเองแม้แต่กับผู้อพยพอย่างเขา

อาเมียร์ เจ้าอยากมาทำงานกับข้าหรือท่านเบเรคถาม

ขอรับ เด็กหนุ่มตอบแล้วรีบเสริม ข้าอาจจะไม่เก่งอย่าง พ่อ...แต่จะตั้งใจทำงานสุดความสามารถขอรับ

ความสามารถ ที่ว่า เกี่ยวกับหนังสือนั่นหรือเปล่า เจ้ามณฑลพยักพเยิดมาทางของที่เขายังคงถือติดมือ

ก็...ใช่ขอรับ เด็กหนุ่มนึกชมสายตาอันแหลมคมของอีกฝ่ายซึ่งเริ่มพูดเรื่องหนังสือที่เขาตั้งใจนำติดมาเป็นหลักฐานพิสูจน์ความสามารถของตนก่อนเสียอีก

แดนไร้ที่ติ...ไม่ใช่เรื่องที่คนหนุ่มทุกคนในสมัยนี้จะอ่านกันหรอก เจ้าอ่านจบหรือยัง

ห้ารอบได้ขอรับ ข้าไม่ค่อยมีโอกาสเจอหนังสือใหม่ๆ เล่มนี้ก็ได้มาจากพ่อค้าของเก่าอีกที อาเมียร์ตอบพลางพลิกหน้ากระดาษที่เหลืองกรอบ และมีรอยมอดแทะตามขอบประปรายข้าคิดว่าเป็นหนังสือดีทีเดียว ไม่นึกว่าจะมีคนขายถูกถึงเพียงนี้

น่าเสียดายแทนเจ้าของหนังสือเดิม แต่น่ายินดีสำหรับเจ้า ท่านเบเรคเปรย แล้วเป็นอย่างไร ชอบไหม

ชอบขอรับ ข้าคิดว่าแนวคิดการบริหารบ้านเมืองในนี้ดีมาก เสียแต่คงนำมาใช้จริงได้ยาก

ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ เจ้ามณฑลถามยิ้มๆ

เพราะ...คงต้องปลูกฝังความคิดใหม่ให้ผู้คนนานเป็นหลายสิบหรือร้อยปีขอรับ อาเมียร์ตอบ ทั้งเรื่องเลือกผู้ปกครองตามคุณสมบัติแทนที่สายเลือด เรื่องไม่หวงทรัพย์สินหรือยึดติดกับที่ดินที่อาศัย กว่าจะสร้างอาณาจักรไร้ที่ติได้อย่างสมบูรณ์คงต้องใช้เวลาราวสามสี่ชั่วอายุคน ยิ่งไม่นับว่าจะมีผู้ยินดีสืบทอดต่อหรือเปล่า ข้าคิดว่าคนที่กระหายอำนาจเหนือคนอื่นๆ ยังมีอีกมากขอรับ

นั่นสิ ปัญหาสำคัญของแดนไร้ที่ติคือมนุษย์ต้องทิ้ง ธรรมชาติของมนุษย์ไปทั้งหมดเสียก่อน จึงจะสร้างสังคมที่สงบสุขอย่างสมบูรณ์แบบได้ แล้วก็คงไม่มีใครกล้าเสนอให้ใช้วิธีตามแบบหนังสือเล่มนี้ด้วยกระมัง ก็นักปรัชญาที่เขียนมันขึ้นมาถูกประหารแค่เพราะไปขัดพระทัยพระราชาออนรีเรื่องการเสกสมรสใหม่เสียนี่ท่านเบเรคถอนหายใจ ประวัติศาสตร์ตอนนั้นสนุกยิ่งกว่าละครเสียอีก แต่เจ้าเป็นคนต่างชาติ คงไม่รู้ถึงขนาดนี้

ขอรับเขาตอบ ข้ามีหนังสือประวัติการครองราชย์ขององค์ราชาแห่งธีร์ดีเร แต่ในนั้นก็ไม่มีเรื่องนี้เลย

ไม่มีหรอก เพราะนั่นเป็นเล่มที่คณะปราชญ์ในราชสำนักเขียนขึ้นตามพระบัญชาของกษัตริย์ แต่เล่มอื่นๆ ข้ามีให้อ่าน ถ้าเจ้าชอบแดนไร้ที่ติ ก็น่าจะชอบการผจญภัยของกัลเลฟาร์ด้วย เล่มนั้นก็สนุก เสียดสีแรงกว่านี้มาก แต่ไม่ใคร่เสนอทางแก้ไขปัญหาสักเท่าไร

เรื่องนั้น...ข้ายังไม่เคยอ่านขอรับอาเมียร์รู้สึกขึ้นมาในทันใดนั้นว่าตนยังมีเรื่องที่ต้องอ่านต้องศึกษาอีกมากมายเหลือเกิน

อย่างนั้นหรือ อีกฝ่ายรับยิ้มๆ เช่นเคย แล้วเจ้าเคยอ่านอะไรมาบ้าง

ตำราพิชัยสงคราม ประพันธศิลป์กับวาทศิลป์ รัฐศาสตร์ แล้วก็... อาเมียร์นึกชื่อหนังสือต่างๆ ตนที่เคยอ่านหรือเรียนมาแต่เยาว์วัย

เป็นตำราโบราณของดินแดนทางใต้ทั้งนั้น บางอันออกจะเก่าสักหน่อย แต่ก็ใช้ได้ดีทีเดียว ท่านเบเรคเปรยอย่างพอใจ ข้านึกไว้ไม่ผิดว่าท่านซิอ์บุลไม่ได้เป็นแค่อดีตนักรบรับจ้างธรรมดาแน่ๆ

อาเมียร์เริ่มยิ้มเจื่อนๆ และลังเลว่าควรตอบอย่างไรดี

แต่ข้าจะไม่ถามอะไรหรอก ขอแค่เห็นว่าเจ้ามีความสามารถและไว้ใจได้ก็พอแล้ว ท่านเบเรคพูดต่อ เฟย์ลิมลูกชายข้าควรจะมีอาจารย์คอยทบทวนวิชาต่างๆ ให้สักคน แล้วเรื่องวิชาต่อสู้ เจ้าคงได้มาจากพ่อไม่น้อยเหมือนกัน

เสียงเคาะประตูดังขึ้นพอดี ท่านเบเรคจึงโบกมือเป็นสัญญาณให้องครักษ์ตรงไปเปิด

มีชายแขนเดียวมาถามหาลูกชายขอรับ...น่าจะเป็นพ่อของคนที่ท่านพูดอยู่ด้วยชายที่หน้าประตูรีบรายงาน

“‘พ่อ... เด็กหนุ่มพึมพำเบาๆ เขารู้สึกขุ่นมัวขึ้นทันควัน แต่ก็ตัดสินใจว่าจะหนีไม่ได้ ข้าต้องรีบไปพูดกับเขาเดี๋ยวนี้เลยขอรับ

 

ชายวัยกลางคนสีหน้าถมึงทึงยืนจังก้าอยู่กลางโถงใหญ่ กลายเป็นจุดรวมทุกสายตาไปแล้วเมื่ออาเมียร์ออกมา เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจยืนด้านหลังคอกเสมียนในระยะห่างที่แน่ใจได้ว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถลากตัวเขาออกไปเสียก่อนจะได้พูดคุยกัน

ท่านอาก้าวยาวๆ เข้ามาประจันหน้ากับเขา คิดจะทำอะไรของเจ้า

ไปตามทางเดินของข้าเสียทีอาเมียร์ตอบหนักแน่นที่สุด

ทางเดิน...หนีออกจากบ้านอย่างนี้น่ะหรือ เจ้ารู้ไหมว่าแม่เป็นห่วงแค่ไหน

ถ้าจัดการเรื่องที่นี่เรียบร้อยแล้ว...ข้าจะติดต่อไป

เมื่อไร

เมื่อข้ารู้แน่แล้วว่านี่คือสิ่งที่ข้าควรทำ

เป็นสุนัขรับใช้พวกขุนนาง...นี่หรือสิ่งที่ควรทำของเจ้าท่านอาแค่นเสียง

ไม่ใช่สุนัขรับใช้ อาเมียร์หน้าตึงขึ้น ข้าจะดูให้แน่ใจว่าลูกชายของเจ้ามณฑลที่นี่เป็นคนดี แล้วข้าก็จะสอนเขาให้มีความสามารถพร้อมเป็นกษัตริย์

เจ้าแน่ใจหรือว่าทำได้

เด็กหนุ่มพยายามสะกดโทสะที่ลุกวาบในใจและพูดด้วยเสียงเบาลง มีใครอีกคนเลี้ยงข้ามาเพื่อเป็นอะไร...ท่านก็รู้ ทำไมข้าจะทำไม่ได้!”

เจ้าคิดว่าตัวเองรู้ดีจนสอนคนอื่นได้แล้วหรือ

ถ้าไม่ลอง ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าทำได้หรือไม่

อาเมียร์ เจ้ายังไม่โตพอสำหรับเรื่องแบบนี้ ทั้งแววตาและเสียงพูดของท่านอาอ่อนลงบ้าง กลับไปด้วยกันเถอะ รอให้เจ้าโตกว่านี้อีกสักหน่อย ถึงตอนนั้นจะมาสมัครเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ตามแต่เจ้า

แล้วเมื่อไรท่านถึงจะคิดว่าข้าโตแล้วเสียทีอาเมียร์ย้อนถาม ตอนที่ท่านยัดเยียดให้ข้าคิดแบบท่านได้น่ะหรือ

อาเมียร์!” สีหน้าของท่านอายิ่งเคร่งเครียด

ข้าทำไม่ได้ เด็กหนุ่มสั่นศีรษะ และข้าก็ไม่อยากกลายเป็นคนที่ประนีประนอมกับทุกอย่างได้เหมือนท่านด้วย

อาเมียร์ เสียงของท่านอาเริ่มห้วนขึ้น จะกลับไปด้วยกันดีๆ หรือให้ข้าต้องใช้กำลังบังคับ

เด็กหนุ่มเกิดความคิดแวบกับคำพูดนั้น

เอาสิ ใช้กำลังเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะสักครั้งก็ดี อาเมียร์เสนอ ถ้าข้าแพ้ ข้าจะยอมกลับไปกับท่าน จะยอมทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง แต่ถ้าข้าชนะ ท่านต้องร่วมมือกับข้า ช่วยฝึกลูกชายท่านเจ้ามณฑล

อดีตนักรบนิ่งเงียบขมวดคิ้วอยู่พักหนึ่งก่อนจะย้อนถาม เจ้าแน่ใจหรือว่าจะชนะข้าได้

เด็กหนุ่มพยายามรักษาสีหน้าท้าทายและมั่นใจเอาไว้ แม้จะกังขาเช่นกันว่าเขาสามารถเอาชนะอดีตอาจารย์ของตนได้หรือไม่...แม้ในยามที่อีกฝ่ายเหลือมือเพียงข้างเดียวและแก่ตัวลง ข้าอยากเสี่ยงดู...หรือท่านไม่กล้าเสี่ยง

ก็ได้ ออกมาสู้กันเลย

ไม่ใช่ตอนนี้ เราต่างคนไม่มีอาวุธ ที่นี่ก็ไม่สะดวก

ใช้ลานฝึกซ้อมที่จวนของข้าก็ได้ บุคคลที่สามเสนอ ข้าจะส่งรถม้าไปรับท่านซิอ์บุลพรุ่งนี้เช้า คงไม่ขัดข้องใช่ไหม...ถ้าข้ากับลูกจะขอชมฝีมือของท่านเป็นขวัญตา

เด็กหนุ่มหันไปเห็นท่านเจ้ามณฑลยืนอยู่ข้างหลัง และยินดีอีกฝ่ายที่รับลูกแผนการของเขาได้อย่างรวดเร็ว ขอบคุณขอรับ ท่านเบเรค

ท่านอามองชายที่เขาเรียกอย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่ก็ไม่พูดอะไรเรื่องนั้นและหันกลับมาทางเขาแทน ตกลง หมดเรื่องแล้วก็กลับบ้านเสียที

อาเมียร์สั่นศีรษะทันควัน ข้าจะไม่กลับ...จนกว่าจะรู้แพ้รู้ชนะกันเสียก่อน

แน่ละ หากหลวมตัวกลับไปด้วยก็ไม่รู้ว่าท่านอากับแม่จะหาเรื่องกันไม่ให้เขาไปที่จวนของท่านเจ้ามณฑลอีกหรือไม่

แล้วเจ้าจะไปอยู่ที่ไหน อดีตนักรบตั้งคำถาม

ข้าสัญญากับอาเมียร์ไว้ว่าวันนี้จะพาเขาไปดูหนังสือที่จวน มีเล่มที่ข้าอยากให้เขาอ่านอยู่พอดี ท่านเบเรคช่วยเขาไว้อีกครั้ง ท่านซิอ์บุลคงไม่ขัดข้องใช่ไหม

ท่านอาสบตากับเจ้ามณฑลอย่างแข็งกร้าว ทว่าอีกฝ่ายยังคงยิ้มอย่างเป็นมิตร สุดท้ายอดีตนักรบจึงตอบว่า ข้าคงไม่ขัดข้องหรอกหากเขาไม่เถลไถลกลับบ้านเกินเวลา และไม่หนีหายมาแต่เช้ามืดโดยไม่บอกกล่าว

ก็ถ้าบอก...ท่านจะยอมให้ข้ามาหรือ เด็กหนุ่มโต้กลับ อย่างที่บอก คืนนี้ข้าจะยังไม่กลับ รอดูผลแพ้ชนะพรุ่งนี้เสียก่อน

แล้วเจ้าจะไปพักที่ไหน อดีตนักรบตั้งคำถาม

ที่จวนของข้าเอง ท่านเจ้ามณฑลรับอีกครั้ง จวนกว้างขวาง หาห้องพักให้อาเมียร์แค่ห้องเดียวไม่ลำบากเลย ท่านซิอ์บุลไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจะดูแลเขาเป็นอย่างดี...อย่างน้อยก็จนกว่าพวกท่านจะได้ประลองกัน

ก็ได้ ท่านอาจำใจรับในที่สุดแม้จะดูไม่สบอารมณ์นัก เจ้าก็อย่าก่อปัญหาให้ ท่านเบเรค ของเจ้าแล้วกัน อาเมียร์

อดีตนักรบกลับหลังหันและทิ้งท้าย เตรียมตัวสู้ให้เต็มที่ล่ะ ข้าเกลียดการประลองกับคนที่ตั้งใจแค่ครึ่งๆ กลางๆ

แน่นอน เด็กหนุ่มรับหนักแน่น ท่านซิอ์บุลผู้เก่งกาจ ข้าจะทำให้ท่านแพ้ให้ได้

อีกฝ่ายเพียงแต่เดินจากไปโดยไม่ตอบคำท้าทายของเขา และอาเมียร์ก็รีบขอท่านเจ้ามณฑลกลับไปดูลานประลองในจวนทันทีที่ลับร่างของอดีตนักรบ โดยลืมเรื่องท้องที่ว่างเปล่ามาแต่เช้าของตนไปเสียสนิท

หากจะรับมือกับคนที่ทั้งมากฝีมือและมากประสบการณ์กว่าเขา ก็จำต้องเตรียมพร้อมไว้เสียเนิ่นๆ

 

กว่าจะกลับถึงบ้านเช่าในตอนเย็น ซิอ์บุลถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้ของวัน

สังหรณ์ในทางร้ายของเขามักจะแม่นยำเสมอ แต่เขาก็ไม่เคยเชื่อถือมันเสียที อดีตนักรบรู้สึกตั้งแต่เช้าแล้วว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากล คงเพราะเสียงกุกกักซึ่งปลุกตนเองตอนอาเมียร์ลุกจากที่นอนเช้ากว่าปกติ แต่เขาก็ยอมเชื่อว่าอีกฝ่ายพูดความจริง จนมารู้ว่าเด็กหนุ่มนำอาวุธกับเสื้อผ้าเครื่องใช้ส่วนตัวบางส่วนไปด้วยก็เมื่อคนอื่นๆ ตื่นกันหมดทั้งบ้าน

ครั้นไปที่โรงแรม ก็ได้ความว่าเด็กหนุ่มแวะมาเพียงครู่เดียวเพื่อขอโทษที่ต้องลาออกกะทันหัน ยังดีที่อดีตนักรบจำได้ว่าบรานพูดถึงศาลาเมือง เขาจึงเสี่ยงไปและพบอาเมียร์ที่นั่น ทว่าอีกฝ่ายยังคงดื้อด้านไม่เปลี่ยน

อดีตนักรบพยายามคิดว่าความดื้อรั้นอารมณ์แรงเป็นลักษณะธรรมดาของวัยหนุ่ม แต่ก็ยังนึกถึงใครอีกคนที่ตนจำได้ว่าเคยกราดเกรี้ยวและอ้างเหตุผลเข้าข้างตนเองเช่นนั้น จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าพี่ชายต่างมารดาที่เกิดห่างจากตนเพียงไม่กี่เดือนอบรมอาเมียร์มาอย่างไรบ้าง

ก็ได้แต่หวังว่าคงไม่อบรมให้โตขึ้นมาเป็นอย่างพระองค์โดยสมบูรณ์แบบละนะ...

ซิอ์บุลกลัวว่าตนไม่ใช่พ่อที่ดีนัก พื้นนิสัยและความรู้ของเขาเป็นทหารอาชีพมากกว่าเชื้อพระวงศ์หรือนักปกครอง หากพูดถึงวิชาการใดๆ ก็ตาม เด็กหนุ่มมีมากและจดจำได้ดีกว่าเขา ซ้ำยังมีไหวพริบมากกว่าในหลายเรื่อง ตอนเขากลายเป็น พ่อ ของอาเมียร์ เด็กหนุ่มอายุได้สิบสองปี ถือว่าโตจนรู้ผิดชอบชั่วดีพอสมควรแล้ว อดีตนักรบจึงไม่ค่อยสั่งสอนเขาอย่างเปิดเผย และคิดว่าอีกฝ่ายก็ไม่อยากให้ตนทำอย่างนั้นเช่นกัน

ตอนนี้ เขาได้แต่หวังว่าความพ่ายแพ้ในวันพรุ่งจะทำให้อาเมียร์ยอมฟังตน และจบเรื่องนี้ได้อย่างเงียบๆ เสียก่อน

ค่ำนั้น อดีตนักรบจึงบอกทุกคนเพียงว่าอาเมียร์เดินทางไปติดต่อธุระบางอย่าง อย่างเร็วที่สุดอาจจะกลับมาพรุ่งนี้ หรือมิเช่นนั้นก็ภายในสองวัน ครั้นได้เวลาเข้านอนถึงได้เปิดเผยความจริงกับภรรยาเพียงคนเดียว

ใต้แสงตะเกียงรางๆ สิมาฟังด้วยสีหน้ากังวลตั้งแต่เขาเล่าว่าอาเมียร์ไปที่ใด และเกิดอะไรขึ้นเมื่อซิอ์บุลไปพบเด็กหนุ่ม

ท่านไม่อยากทำงานให้เจ้ามณฑลนี่คะหญิงสาวเปรยทันทีที่เขาบอกไปว่ารับคำท้า

เจ้าคิดว่าข้าจะแพ้คนที่ตัวเองสอนมากับมือหรือ ซิอ์บุลย้อนเรียบๆ

หญิงสาวถอนหายใจ ข้าเชื่อว่าท่านมีประสบการณ์มากกว่าลูก แต่เรื่องพนันขันต่อจะวางใจได้อย่างไร

นั่นละ ข้าอยากให้เขารู้เสียบ้างว่าตัวเองใช่จะเก่งไปทุกอย่าง จะได้เลิกคิดไปเป็นครูสอนคนอื่นเสียที

แต่ว่า... สิมายังไม่วายเอ่ย ถ้าสิ่งที่อาเมียร์ต้องการไม่ใช่เรื่องเลวร้าย...ข้าก็คิดว่าน่าจะปล่อยให้ลูกทำตามที่ต้องการบ้างนะคะ ตั้งแต่เกิดเรื่องที่กลาสเดลลูกคงกดดันมาก หมู่นี่ลูกไม่ยอมบอกอะไรข้าเลย

แต่ถึงจะอยากช่วยคนอื่นๆ แต่ละอย่างที่อาเมียร์ทำช่วยใครเสียที่ไหน ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เกิดถูกเจ้ามณฑลที่นี่หลอกใช้ พอมีอำนาจแล้วก็โกงกินเหมือนที่ชอร์ซา พอแกหมดประโยชน์ก็ทิ้งขว้าง ดีไม่ดีถูกกำจัดเพราะระแวง แกจะยิ่งเจ็บหนักขึ้นไปอีกแค่ไหน

ใต้แสงสลัว ภรรยาของเขาทอดสายตาเลื่อนลอยขึ้นมองเพดาน ก่อนจะเอ่ยช้าๆ

ข้าเข้าใจค่ะ แต่...มันคงไม่เลวร้ายถึงขั้นนั้นไม่ใช่หรือคะ ข้ายังอยากให้อาเมียร์ทำประโยชน์ต่อคนอื่นได้มากกว่านี้เลย ลูกร่ำเรียนมาตั้งมากมาย พวกเราเองปลูกฝังเขาให้นึกถึงคนอื่นมาแต่เล็ก ให้ช่วยเหลือคนอ่อนแอ อย่าเมินเฉยต่อความอยุติธรรม ถึงไม่มีอำนาจ ลูกก็มีความรู้ อย่างน้อยก็น่าจะแนะนำคนที่สมควรปกครองอาณาจักรได้นี่คะ

แต่ ใครคือคนที่สมควรปกครองกันล่ะ ซิอ์บุลโคลงศีรษะเมื่อนึกถึงบรรดาผู้เข้าประลองชิงเจ้าหญิง

จะมีสักกี่คนที่คิดชิงชัยเพื่อปกป้องดูแลอาณาจักร ว่าไปก็คงมีแต่พวกที่ต้องการอำนาจอันหอมหวาน ทว่าแฝงพิษแรงร้ายเท่านั้น

ก็...คนที่ ต้อง ปกครองอยู่แล้วน่ะสิคะ หญิงสาวให้คำตอบเพียงเท่านั้น อดีตนักรบก็รู้ในทันที ข้าไม่ชอบเลย ที่เขาคิดกันว่าผู้หญิงปกครองด้วยตนเองไม่ได้ ถ้าเจ้าหญิงมีความสามารถพร้อมในฐานะราชินี ก็ไม่เห็นจะต้องรีบหาพระสวามีเลย ทำแบบนี้จะยิ่งเปิดช่องให้ขุนนางที่เป็นญาติหรือพวกพ้องของพระสวามีหาประโยชน์ใส่ตัวเพิ่มด้วยซ้ำ

ต่อให้อาเมียร์คิดจะไปสอนเจ้าหญิงเอง ก็ไม่มีใครเห็นดีด้วยหรอกซิอ์บุลเปรยอย่างอ่อนใจ ลงท้ายก็ได้แค่สอนคนเข้าประลอง ไม่มีทางพบเจ้าหญิงด้วยซ้ำกระมัง

กระนั้น เขาก็พลันนึกถึงจุดประสงค์ที่พี่ชายต่างมารดาต้องการให้เด็กคนนั้นถือกำเนิดมา

มีคำทำนายถึงชะตากรรมเหนือธรรมดาของทัมมุซมาก่อนจะเกิด ...เหตุการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกันยิ่งกว่าที่คิด

แต่...เป็นไปไม่ได้หรอก

ข้ารู้ค่ะ ข้าคงหวังมากไปจริงๆ สิมาพูดต่อ ข้าไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบอาณาจักรของเราหรือกลาสเดลอีก แต่ตอนนี้ข้าเป็นแค่ผู้หญิงท้องแก่ ดูแลได้แต่สามี ลูกๆ กับบ้านของตัวเอง ไม่มีฐานะหรืออำนาจจะจัดการเรื่องนอกเหนือจากนั้นได้เลย

สิมา ข้า...

ข้าไม่ได้โทษท่านนะคะ ท่านพบเจอความเลวร้ายของโลกใบนี้มามากมาย และยาวนานกว่าข้าเสียอีก หญิงสาวชิงพูดก่อนเขาเอ่ยปากขอโทษ ตราบใดที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน จะเลือกความสุขของตนเองมาก่อนก็ไม่ผิดนี่คะ

อดีตนักรบคิดอย่างนั้นเช่นกัน เขาพยายามช่วยเหลือเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ผู้อื่นมานักต่อนักแล้ว ทว่าผลที่ได้รับก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีและน่าภูมิใจเสมอไป

ใช่ว่าเขาอยากให้ใครๆ ยกย่องสรรเสริญตนเป็นวีรบุรุษ เพียงแต่ความเหนื่อยยากของการทุ่มเทเพื่อคนอื่นทั้งๆ ที่ควรปกป้องภรรยาและลูกๆ มากกว่าก็ดูจะไม่คุ้มกันเสียเลย

เขาไม่อยากให้อาเมียร์ต้องพบความผิดหวังว่างเปล่าเช่นนั้นด้วยอีกคน

แต่อาเมียร์ก็มีชีวิตของแกเอง เราไม่ควรยอมรับการตัดสินใจของแกหรือคะ สิมายังคงติง

ซิอ์บุลถอนหายใจอีกครั้ง นั่นก็จริง สักวันเด็กหนุ่มต้องโตเป็นผู้ใหญ่และเลือกชีวิตของตนเอง แต่ทว่า...

ข้าไม่อยากให้เขาไปยุ่งเกี่ยวเรื่องสู้รบ หรืออะไรก็ตามที่ยั่วยุให้โกรธแค้นยิ่งกว่านี้ ข้ากลัวจะเกิดเรื่องอย่างวันนั้น...

วันที่เขารู้สึกเคราะห์ร้ายที่สุดในชีวิต ยิ่งกว่าวันที่พบว่าหญิงคนรักตกเป็นของชายอื่น หรือวันที่อาณาจักรล่มสลายเสียอีก

อดีตหมาป่าทมิฬผู้ลือนามในทะเลทรายยังจำได้ดี วันนั้นเขาพบซากศพกองระเกะระกะบนผืนทราย นาสิราน้อยวัยเพียงสองขวบร้องไห้จ้าในอ้อมแขนแม่ สิมาฝืนส่งยิ้มให้เขา...ทั้งที่ใบหน้าซีดเผือดตัดกับเลือดที่กระอักออกมา แผลฉกรรจ์บนหลังของเธอยังเหลือรอยให้เขาเห็นจนทุกวันนี้...

แล้วก็เด็กหนุ่มวัยสิบสี่ซึ่งยืนนิ่งงัน นัยน์ตาทอดตรงไปอย่างว่างเปล่า ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น แกเลือกที่จะลืมและอุตส่าห์ลืมไปได้สมใจ ไม่ต้องแบกรับอะไรเลยแท้ๆ

แต่ลูเธียนกับมิเรียมก็ช่วยกันผนึก มัน ไว้แล้วนี่คะ สิมาปลอบพร้อมกับกุมมือของเขา ถึงจะโมโหอย่างไร...หาก มัน ยังถูกสะกด อาเมียร์คงจะไม่พลั้งมือทำร้ายใครอีกหรอกค่ะ

เพราะทำได้แค่ผนึกนั่นละ ข้าถึงยิ่งกังวล เราไม่มีทางดึง มัน ออกจากร่างของแกเพื่อทำลายให้สิ้นซากได้เลย ถ้าผนึกเกิดคลายขึ้นมา...แล้วเกิดเรื่องอย่างวันนั้นขึ้นอีก...สุดท้ายอดีตนักรบก็ตัดสินใจพูด ข้าเกรงว่าผนึกอาจเริ่มคลายแล้ว โจรที่อาเมียร์ฆ่าไปวันนั้นมีสองแผล แผลแรกที่ชายโครงตื้นเกินกว่าจะทำให้มันตายในทันที ส่วนอีกแผลที่คอไม่เหมือนรอยดาบ...แต่เป็นรอยแตก เหมือนพลังบางอย่างดันเส้นเลือดจากภายในจนลำคอระเบิด

ซิอ์บุลสะกิดใจมานานแล้ว ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่ยอมบอกภรรยาหลังจากเก็บไว้นาน เขารู้ว่าไม่ควรทำให้เธอกังวลโดยใช่เหตุทั้งๆ ที่ยังตั้งครรภ์อยู่ แต่หากไม่บอกก็ไม่รู้จะทำอย่างไรให้เธอเข้าใจ กระนั้นหญิงสาวยังคงมองโลกในแง่ดี

ถึงเป็นอย่างนั้นจริง ก็เป็นแค่การป้องกันตัวไม่ใช่หรือคะ อาเมียร์บอกข้าว่าแกไม่อยากฆ่าคน แต่ถ้าไม่ฆ่า แกก็จะเป็นฝ่ายถูกฆ่า ผนึกอาจคลายชั่วคราวแค่เพื่อให้แกรอดชีวิต แล้วก็เพราะแกอยากปกป้องข้ากับน้องๆ เหมือนเมื่อตอนนั้นก็ได้ ข้าเชื่อว่าอำนาจมืดไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป ผู้ใช้ต่างหากที่เป็นคนกำหนด ข้าเองรอดชีวิตมาได้หลายครั้งเพราะอำนาจนั้นแท้ๆ

ก็จริง ตอนนั้นเด็กหนุ่มคิดเพียงว่าจะปกป้องแม่กับน้องสาวจากพวกคนที่รุมล้อมรอบด้าน และเป็นอำนาจเดียวกันนั่นเองที่ช่วยเหลือครอบครัวของเขามามากมาย ทว่า...ถึงอย่างไรอำนาจมืดที่เทพองค์นั้นประทานให้แก่เด็กผู้มีชะตากรรมผิดธรรมดาก็มากล้นเกินไป...เกินควบคุม

สิมาจะมีความเห็นว่าอย่างไร อดีตนักรบก็ตัดสินใจว่าเขาไม่อาจปล่อยให้เด็กหนุ่มเลือกเส้นทางนี้ ด้วยเหตุนี้จึงต้องเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้เท่านั้น

 

คนขับรถม้ามาแต่เช้าทีเดียว ทว่าซิอ์บุลตื่นขึ้นมาแต่งตัวและเตรียมอาวุธเช้ายิ่งกว่านั้น ด้านสิมาตื่นขึ้นมาทำอาหารเช้าให้เขาพร้อมกัน แม้ชายวัยกลางคนจะบอกว่าไม่เป็นไรก็ตาม

ราวครึ่งชั่วยามต่อมา รถม้าก็นำอดีตนักรบมาสู่อาคารหลังใหญ่ในอาณาบริเวณกว้างขวาง ล้อมรอบด้วยสวนที่จัดแต่งงดงามในกำแพงหินแข็งแรง แล้วคนขับรถม้าจึงเดินนำเขาอ้อมตัวอาคารไปยังลานกว้างสำหรับซ้อมอาวุธด้านหลัง

เด็กหนุ่มที่มีนัยน์ตาสีดำสนิทรออยู่แล้ว เขาสวมชุดทะมัดทะแมง ผมสีดำยาวรวบมัดไม่ให้เกะกะ

บราน หรือเจ้ามณฑลที่ใช้ชื่อปลอมนั้นยืนอยู่กับชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ อีกคนที่มีสีผมเค้าหน้าละม้ายกัน และเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกับอาเมียร์ซึ่งมีผมสีแดงยุ่งเหยิงโดดเด่นกว่าคนอื่น

อรุณสวัสดิ์ ท่านซิอ์บุล เจ้าของบ้านทักอย่างร่าเริง ท่านรับประทานอาหารเช้าหรือยัง

เรียบร้อยดีแล้ว ขอบคุณที่ถาม อดีตนักรบพยายามตอบไม่ให้ห้วน

ท่านคงยังไม่เคยพบลูกชายของข้า อีกฝ่ายยังพูดต่อ นี่เฟย์ลิม ลูกคนโตที่จะเข้าประลอง แล้วนี่รูอาร์ค ลูกคนรอง

สวัสดีขอรับ ท่านซิอ์บุล เฟย์ลิมพูด สีหน้าของเขายิ้มแย้มแจ่มใสราวกับถอดมาจากบิดา ทว่ายังดูซื่อตรงและปราศจากลับลมคมในกว่ากันมาก ท่านพ่อชมท่านไว้มากทีเดียว ข้าอยากเห็นฝีมือของท่านมากขอรับ

ข้าไม่เก่งขนาดนั้น ชายวัยกลางคนตอบพลางเหลือบมองเด็กหนุ่มผมแดงที่ยักไหล่น้อยๆ ซ้ำหาวหวอดอย่างเปิดเผยเหมือนไม่สนใจใคร ก่อนจะหันกลับมาทางคู่ต่อสู้ ข้าไม่อยากเสียเวลา เริ่มกันเลย

เจ้ามณฑลให้เขาเลือกดาบไม้ที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นวางริมลาน ครู่ต่อมาก็ได้เล่มที่มีน้ำหนักเหมาะมือที่สุดมายืนประจันหน้ากับเด็กหนุ่ม

เริ่มได้!” เบเรคให้สัญญาณ

อาเมียร์เลือกเป็นฝ่ายรุกก่อน ตามความคาดหมายของซิอ์บุล

ท่าโจมตีของเด็กหนุ่มก็ตรงตามนั้น ซิอ์บุลเบี่ยงหลบและสวนกลับอย่างง่ายดาย ผู้อ่อนวัยกว่าไม่ลืมที่จะปิดช่องว่างของตน...แต่ก็ไม่สมบูรณ์แบบนัก

ดาบไม้ของอดีตนักรบฟาดแขนของอีกฝ่ายด้วยแรงที่พอยั้งไว้บ้าง กระนั้นสีหน้าของอาเมียร์ก็เปลี่ยนไปทันที และริมฝีปากเม้มกันเสียงร้อง

ซิอ์บุลนึกได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาตีเด็กหนุ่มแรงขนาดนี้

พ่อแม่ย่อมไม่อยากให้ลูกเจ็บปวด...แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่หากไม่เอาจริง เขาอาจจะทำร้ายอาเมียร์ยิ่งกว่า...

อดีตนักรบพลิกกลับเป็นฝ่ายรุกโดยเร็วจนเด็กหนุ่มถึงกับถอยกรูดจากดาบที่ฟาดฟันเป็นชุด เหงื่อเริ่มปรากฏบนใบหน้าและปอยผมของเขา

อาเมียร์พยายามหาช่องโต้กลับโดยจ้องเล่นงานทางซ้ายของซิอ์บุลซึ่งไม่มีมือไว้ปัดป้อง แต่นั่นไม่เป็นปัญหาต่ออดีตนักรบ เขาเสียแขนไปนานเกินพอที่จะเรียนรู้วิธีป้องกันร่างกายซีกนี้ให้รัดกุมที่สุดแล้ว เด็กหนุ่มจึงได้แต่ถอยพลาง พยายามตอบโต้พลาง จนเท้าก้าวออกจากวงล้อมของลานซ้อมในอีกไม่นาน

เจ้าออกจากลาน!” ซิอ์บุลร้องเมื่ออีกฝ่ายยังไม่เลิกสู้

ข้าไม่ได้บอกว่าลงจากลานคือแพ้!” อาเมียร์ค้าน

อดีตนักรบเพิ่งนึกได้ว่าอารามเร่งร้อนทำให้เขาลืมตกลงกติกาแพ้ชนะเสียก่อน

ต้องให้เจ้าล้มลงใช่ไหมถึงจะถือว่าแพ้!”

เอาให้ข้าสู้ต่อไม่ได้!” อีกฝ่ายตอบ ในสนามรบไม่มีกฎเกณฑ์เรื่องพื้นที่ไม่ใช่หรือ!”

ซิอ์บุลเริ่มหงุดหงิด แต่เขาก็บอกตนเองว่าวิธีทำให้เด็กหนุ่มสลบกลางอากาศยังมีอยู่ เสียแต่เมื่อพ้นลาน อาเมียร์ก็ยิ่งถอยห่างออกไปทุกที

เด็กหนุ่มเอาแต่ป้องกันและหลบหลีกโดยแทบไม่โจมตีโต้ตอบ ทำให้เขาเดาว่าอาเมียร์หมายล่อหลอก ถ่วงเวลาให้ตนเหนื่อยอ่อนก่อนจึงพยายามตามติดเพื่อรีบเผด็จศึก ทว่าเด็กหนุ่มถอยไปยังเพิงเก็บอาวุธ ครั้นสบโอกาสก็ชักดาบจริงเล่มหนึ่งในนั้นติดมือ

นี่เจ้า!” อดีตนักรบอุทาน

ในสนามรบ...จะหยิบฉวยอาวุธของใครที่ใช้ดีกว่าก็ได้ไม่ใช่หรือ!” เด็กหนุ่มให้เหตุผล ท่านยังมีดาบที่ข้างเอวอีกเล่ม ทำไมข้าจะใช้ดาบเล่มนี้ไม่ได้!”

ซิอ์บุลยังโจมตีต่อด้วยดาบไม้เพราะไม่ต้องการเรียกเลือดจากอีกฝ่าย แต่เขาก็ต้องชักดาบข้างเอวออกมาในไม่ช้า หลังจากที่อาเมียร์ใช้ดาบเหล็กฟันดาบไม้ของเขาขาดกระเด็น อีกครู่ ดาบไม้ของเด็กหนุ่มประสบชะตากรรมเดียวกัน ทว่าอาเมียร์เพียงย้ายดาบเหล็กมาไว้ในมือขวาแล้วสู้ต่อไป

มันกะจะเล่นถึงตายหรือนั่น! ซิอ์บุลตั้งคำถามในใจ

อดีตนักรบเริ่มรู้สึกถึงเหงื่อที่ไหลลงข้างหน้าผากของตน และหากผลแพ้ชนะของการประลองครั้งนี้ไม่ได้สำคัญอะไร เขาอาจจะสนุกขึ้นมาบ้างก็ได้

ซิอ์บุลไม่ได้สู้กับใครที่รับมือเขาได้นานขนาดนี้มาหลายปี แม้ต้องยอมรับว่าเขากดฝีมือของตนลงบ้างด้วยไม่ต้องการให้เกิดการบาดเจ็บร้ายแรง และอยากรู้ว่าอาเมียร์ก้าวหน้าไปเพียงไร

...แต่ถึงเวลาเอาจริงเสียที!

เขาฟันใส่เด็กหนุ่มหมายจะให้ได้แผลแบบถากๆ แต่กลับแสบแปลบที่ต้นแขนซ้ายของตนแทน ยังผลให้คู่ต่อสู้ฉากหลบและหมุนตัวฟันกลับแทบในทันที...แต่แล้วก็ชะงักเสียเอง

ซิอ์บุลเห็นดวงตาของอาเมียร์เบิกกว้างขึ้น สีหน้าหลุดความหวาดหวั่นออกมาแวบหนึ่งก่อนถูกข่มไว้

อดีตนักรบเดาว่าเป็นเพราะเลือดที่ไหลซึมแขนเสื้อของตน

ถ้ากลัวเลือด ก็อย่าคิดว่าจะอยู่รอดในสนามรบ!” ซิอ์บุลสำทับพลางรุกอีกฝ่าย ซึ่งเริ่มตอบโต้ช้าและหน้าซีดลง ไม่ใช่ความผิดของเจ้า แต่เจ้าเป็นคนอ่อนโยน ไม่เหมาะกับเรื่องแบบนี้ อย่าได้คิดเข้าไปในโลกของอำนาจกับการฆ่าฟันเลย

ข้าไม่ได้ต้องการอำนาจ!” เด็กหนุ่มแย้ง แต่เป็นที่ที่สงบสุขและยุติธรรมกว่านี้ต่างหาก!”

เจ้าสร้างที่แบบนั้นด้วยวิธีนี้ไม่ได้หรอก!”

แต่วิธีของท่านไร้ประโยชน์ยิ่งกว่า!”

อดีตนักรบกัดฟันและตัดสินใจประลองต่อด้วยฝีมือดาบแทนที่ฝีปาก หากเอาชนะได้ก็ยังมีเวลาอีกมากสำหรับอธิบาย

เด็กหนุ่มถอยร่นอีกครั้ง เข้าไปในสนามหญ้าที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ดูคล้ายสวนป่า ด้านอดีตนักรบสบช่องรุกตาม บีบอีกฝ่ายจนหลังติดต้นไม้ได้ในไม่ช้า จากนั้นก็จี้ดาบตรงไปที่อกของเขา

ยอมแพ้ได้หรือยัง

อาเมียร์มีสีหน้าเคร่งเครียด ทว่าดวงตาเป็นประกายคล้ายยิ้มเยาะ

เพียะ!

เพียงเสี้ยวแวบ ซิอ์บุลได้ยินเสียงเหมือนบางสิ่งถูกดีด ประสาทสัมผัสบอกว่ามีบางสิ่งพุ่งมาทางซ้ายของตนด้วยความเร็วสูง

เขาหันไปเห็นลูกกลมสีน้ำตาลตุ่นวิ่งแหวกอากาศ ดาบในมือขวาจึงตวัดวาบ ลูกกลมนั้นขาดเป็นสองซีก ของแข็งเม็ดเล็กร่วงพรูกระจัดกระจายบนพื้นหญ้า

เม็ดถั่วห่อถุงผ้าดิบ อัดแน่นและพุ่งเร็วจนกระแทกศีรษะคนแตกได้ง่ายๆ

ชั่วแวบที่โทสะลุกวูบขึ้นมาว่าเด็กหนุ่มเล่นสกปรก หูขวาของซิอ์บุลก็ได้ยินเสียงเพียะอีกเสียง

ลูกกลมอีกลูกพุ่งมาทางขวา อดีตนักรบหมุนตัว คมดาบผ่ามันทันแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ทว่าในนั้นไม่ใช่เม็ดถั่ว กลับเป็นผงละเอียด...ฟุ้งกระจายเป็นหมอกแสบร้อนฉุนเฉียว

พริกไทย!

ซิอ์บุลหลับตาไม่ทัน ซ้ำหายใจผงนั้นเข้าไปเต็มๆ จนจามชุดใหญ่ ไม่ทันตั้งตัวก็รู้สึกถึงแรงกระแทกที่ขาจนเซไปปะทะต้นไม้อีกต้น ครั้นลืมตาแสบพร่าขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคมดาบพาดไหล่ ต่อมาคือใบหน้าแข็งกร้าวของคู่ต่อสู้ผู้อ่อนวัยกว่า

ถ้าเมื่อครู่ข้าลงดาบ...ท่านก็ตายไปแล้ว

ถ้าข้าลงดาบก่อนหน้านั้น...เจ้านั่นล่ะจะตายก่อน!” อดีตนักรบเตือน ข้าต้อนเจ้าจนมุมได้ก่อน โดยไม่ใช้กับดักสกปรกอย่างนี้ด้วย!”

ในสนามรบไม่มีกติกา จะใช้วิธีอะไรให้ชนะก็ได้ทั้งนั้น!” อาเมียร์แย้ง แล้วก็ลดเสียงลง ข้ารู้...ท่านก็รู้...ว่าพวกนั้นเอาชนะอาณาจักรของเราได้อย่างไร!”

ใช่ อดีตจอมทัพเนมอสรู้ ชาติศัตรูได้ชัยต่อพวกเขาด้วยการผิดธรรมเนียม บุกโจมตีเมืองหลวงในเวลาปลงพระศพกษัตริย์ และสังหารผู้คนไม่เลือกหน้า แต่ทว่า...

เพื่อชัยชนะ...เจ้าจะลดตัวลงมาทำแบบเดียวกับพวกมันหรือ!”

เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนั้นอีก...ข้ายอมทำ!” เด็กหนุ่มตอบหนักแน่น เป้าหมายของข้าไม่เหมือนพวกมัน!”

จะเหมือนหรือไม่เหมือน อะไรที่ทำสำเร็จด้วยวิธีคดโกงมันอยู่ไม่ยืนหรอก!”

แล้วใครเป็นคนตัดสินเรื่องถูกหรือผิด...ซื่อหรือโกงล่ะ มันก็แค่มุมมองของคนเท่านั้นเอง! ท่านคิดว่าท่านไม่โกงข้าหรือ เราจะเท่าเทียมกันได้อย่างไรหากท่านมีประสบการณ์มากกว่าข้า...สูงใหญ่กว่าข้า! ท่านยังเอาจุดอ่อนของข้ามาใช้ด้วยซ้ำ! ตอนล่อให้ข้าฟันแขนท่าน!”

เจ้าคิดอย่างนั้นหรือโทสะของซิอ์บุลยิ่งโหมแรงขึ้น

หรือจะให้คิดว่าท่านดูถูกข้า...ออมมือให้ข้า

ใครกันที่เล่นงานจุดอ่อนคนอื่น!” อดีตนักรบอดหยันไม่ได้ คนวางกับดักคือเจ้าต่างหาก!”

ข้ามีสิทธิ์ใช้สิ่งที่ท่านไม่มี ในเมื่อท่านใช้สิ่งที่ข้าไม่มี อย่างนี้ถึงเรียกว่ายุติธรรม!”

ใช้กับดักลอบกัดมันยุติธรรมตรงไหน!”

ก็ไม่ยุติธรรมพอๆ กับที่ท่านพูดอยู่กับปากว่าเราสู้กันอย่างยุติธรรม ทั้งๆ ที่ท่านได้เปรียบข้าอยู่แล้วแท้ๆ !

ซิอ์บุลเริ่มหัวหมุน อาเมียร์ใช้คำพูดกลับไปมาจนเขาไม่รู้จะเถียงอย่างไร อดีตนักรบไม่ใช่คนพูดเก่งหรือคิดซับซ้อนเป็นทุนเดิม ตอนนี้ก็เริ่มงงเสียแล้วว่าเด็กหนุ่มตั้งใจจะบอกว่าอย่างไรจึงถือเป็นความยุติธรรมกันแน่ แต่ไม่ทันคิดให้ปวดศีรษะไปกว่านี้ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นจากเจ้าของบ้าน

ไม่เอาน่า ท่านทั้งสอง รู้ผลแพ้ชนะแล้วก็พอเถอะ เจ้ามณฑลเอ่ยอย่างอารมณ์ดี เมื่อครู่เป็นการประลองที่น่าชมมาก พวกท่านมีฝีมือเยี่ยมยอดกันไปคนละอย่าง ท่านซิอ์บุลว่องไว ฝีดาบเฉียบคม หากสู้รบถึงตายคงน่ากลัวไม่น้อย ส่วนอาเมียร์ก็มีไหวพริบ เข้าใจใช้สติปัญญา ตอนที่เขาขอข้าวของมาอยู่ทดลองกับดักจนดึกดื่น ข้าไม่นึกเลยว่าเขาจะคาดการณ์แม่นยำ สร้างกับดักที่เหมาะกับท่าน แล้วล่อท่านมาถึงจุดนี้ได้โดยไม่โดนเข้าเองเสียก่อน หากท่านกับเขาร่วมมือกันคงไร้เทียมทานทีเดียว

ซิอ์บุลไม่ตอบ แต่อาศัยจังหวะที่อาเมียร์หันไปสนใจอีกฝ่ายก้มหลบจากคมดาบ ทิ้งดาบของตนแล้วคว้าข้อมือเด็กหนุ่ม บิดให้เสียหลักจนดาบร่วงจากมือ แล้วทุ่มเขาลงกับพื้นในชั่วพริบตา

ข้าจะไม่ร่วมมือกับเขาหรือพวกท่าน อดีตนักรบยื่นคำขาด ก่อนจะก้มลงมองชายผู้อ่อนวัยกว่าที่กองอยู่บนพื้น สีหน้าของอีกฝ่ายยังไม่หายประหลาดใจ ทีนี้เจ้าจะบอกว่าใครแพ้ใครชนะ

นัยน์ตาของเด็กหนุ่มวาวโรจน์ เขาเค้นเสียงทั้งๆ ที่ไม่ลุกขึ้น เล่นทีเผลอ!”

เจ้าก็พอกัน!” ซิอ์บุลโต้กลับ จะยอมกลับไปด้วยกันดีๆ หรือจะให้ข้าเอาจริง!”

แล้วท่านจะมาเจ้ากี้เจ้าการอะไรกับข้านัก ในเมื่อข้าไม่ใช่...

ใจของอดีตนักรบร่วงวูบ อาเมียร์เหลือบมองบุคคลที่สามซึ่งยืนมองอย่างสงสัย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ ...ไม่ใช่อะไรท่านก็รู้ ข้าไม่มีทางเป็นอย่างท่านได้ ปล่อยข้าไปตามทางของข้า...แล้วกลับไปดูแลแม่กับน้องๆ ไม่ดีกว่าหรือ

อาเมียร์...ข้าเป็นห่วงเจ้า เขาพูดเสียงอ่อนลง ข้าเห็นเจ้ามาแต่เล็กแต่น้อย แม่ก็เป็นห่วงเจ้ามาก กลับไปด้วยกันเถอะ

เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วสั่นศีรษะ ท่านจะกลับก็กลับไป แต่ปล่อยข้าไปเสีย จะโกรธข้าจนไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีกก็ได้ แต่ขอให้ยอมรับการตัดสินใจของข้าก็พอ!”

ซิอ์บุลยังคงลังเล ครั้นเห็นนัยน์ตาซึ่งเหมือนกระจกเงาของตนในวัยหนุ่มก็กังขาตามที่สิมาติงว่าสักวันอาเมียร์ต้องเลือกเส้นทางชีวิตของตน เขาอาจกำลังพยายามครอบงำเด็กคนนี้มากเกินไป

หากว่าไม่มีคำพูดต่อมาของอีกฝ่าย...

ข้าเชื่อว่ามีคนคนหนึ่ง...คนที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของข้า...เขาต้องการให้ข้าทำอย่างนี้ และข้าก็จะทำ อาเมียร์พูดเบาแทบเป็นกระซิบในฐานะเดิมที่ท่านเคยสอนข้า เคยดูแลข้าตอนเด็กๆ ...ข้าเคารพท่าน ข้ารักท่าน อย่าสงสัยเลย แต่ในอีกฐานะหนึ่ง...ยังมีคนที่ข้ารักและเคารพมากอยู่อีกคน...และไม่มีใครแทนที่เขาได้...

อดีตนักรบพยายามข่มใจไม่ให้ดวงตาเบิกกว้าง ไม่ให้ริมฝีปากเผยอค้างหรือเอ่ยสิ่งที่ไม่ควรออกมา เพื่อซ่อนสีหน้าจากคู่สนทนา...เขาก้มลงเก็บดาบ เพื่อไม่ให้มือเผลอกำด้ามของมันแน่น...เขารีบสอดมันเข้าฝักแล้วกลับหลังหัน

จะทำอะไรก็ตามใจเจ้า ลิ้นของเขาพลันแข็งขัดอย่างประหลาด เจ้าพูดถูกแล้ว ข้าไม่ใช่คนคนนั้น....ไม่มีวันเป็นคนคนนั้นไปได้ ข้าเจ้ากี้เจ้าการกับเจ้าเกินไปเอง

ซิอ์บุลกลืนน้ำลายแล้วก็ตัดสินใจทิ้งท้าย แต่อย่าทำอะไรเกินตัว แล้วกลับมาให้แม่เห็นหน้าให้หายเป็นห่วงบ้าง เขาหันไปทางเจ้ามณฑล ส่วนท่าน ถ้าเห็นค่าของอาเมียร์จริงๆ ก็ดูแลเขาให้ดี ไม่อย่างนั้นข้าไม่อยู่เฉยแน่

ท่านซิอ์บุลวางใจเถอะ ข้าจะทำเช่นนั้นแน่นอนอีกฝ่ายรับด้วยเสียงหนักแน่น ชขณะที่อดีตนักรบก้าวจากไปอย่างเงียบงัน

กระนั้น เขาก็ไม่อาจห้ามความรู้สึกที่ตีปั่นป่วนในใจกับทุกย่างก้าว

พระอนุชาเนมอสเคยเอ่ยให้อภัยพระเชษฐาต่างมารดาแล้ว และคิดว่าบัดนี้ตนสามารถให้อภัยได้จากใจจริง ในเมื่อได้กลับมาอยู่กับหญิงคนรักซึ่งชายคนนั้นปกป้องไว้ด้วยชีวิต และร่วมสร้างครอบครัวกับเธอ

แต่บัดนี้ ใจของอดีตนักรบกลับขุ่นมัวอย่างบอกไม่ถูก เมื่อพบว่าตนอาจสูญเสียสิ่งสำคัญไปอีกอย่างโดยไม่รู้ตัวเลย

ใช่ เขาต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องดีที่พี่ชายต่างมารดารักทัมมุซอย่างแท้จริงในฐานะลูก ไม่ใช่เพียงเด็กที่เกิดมาตามคำทำนาย แต่ขณะเดียวกัน...องค์ราชันก็ได้ช่วงชิงฐานะ พ่อ ในใจของเด็กหนุ่มไปจากเขาเสียแล้ว

เอาเถิด ซิอ์บุลได้แต่กลั้นเสียงถอนหายใจ อาเมียร์เพิ่งอายุสิบเจ็ด ยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอจะให้รับรู้ความลับดำมืดของทั้งสาม ยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอจะเข้าใจว่าแม่ของตนมีเหตุผลที่ตัดสินใจกระทำผิดศีลธรรม ผิดจารีตของสังคม และผิดต่อสามีผู้ถูกต้องตามธรรมเนียมเช่นนั้น

และบางที การปล่อยเด็กหนุ่มไปครั้งนี้อาจช่วยให้เขาเติบโตขึ้นได้บ้าง เมื่อใดที่สถานการณ์ใกล้อันตรายเกินไปค่อยเตือนสติให้อาเมียร์ยอมกลับบ้านก็ได้

อย่างน้อย นี่อาจเป็นวิธีที่ พ่อ ผู้พูดไม่เก่งคนนี้พอจะสอนลูกได้บ้าง

 

เด็กหนุ่มมองแผ่นหลังของร่างที่เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังจนลับสายตาด้วยความรู้สึกปั่นป่วนจนบอกไม่ถูก

เมื่อคืนเขามุ่งมั่นจะเอาชนะอดีตหมาป่าทมิฬผู้เก่งกาจให้ได้ไม่ว่าต้องใช้วิธีใดก็ตาม และเมื่อเห็นผลแพ้ชนะแล้ว เขาก็ควรเชื่อว่า...

เจ้าชนะแล้ว ท่านเบเรคเอ่ยพร้อมกับตบไหล่ของเขาเบาๆ ท่านพ่อของเจ้าอนุญาตให้เจ้ามาทำงานกับข้าจนได้ไม่ใช่หรือ

อาเมียร์ยักไหล่พลางยิ้มเฝื่อนๆ ข้า...แพ้ต่างหากขอรับ ที่ยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะเขายอมอ่อนข้อให้ต่างหาก

ข้าคิดว่านั่นคือชัยชนะอยู่ดีเจ้ามณฑลไม่วายแย้ง ที่ยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

เด็กหนุ่มอยากหัวเราะน้อยๆ ...ไม่สิ คิดว่าตนควรหัวเราะน้อยๆ เพื่อรักษาบรรยากาศ ทว่าเขากลับหัวเราะไม่ออก นั่นเพราะในใจรู้สึกเหมือนตนเองแพ้ พ่อ ราบคาบ แพ้หมดท่าสิ้นเชิง

แต่หลังจากนี้ ข้าจะชนะท่านให้ได้ จะพิสูจน์ว่าสิ่งที่ข้าทำช่วยเปลี่ยนแปลงธีร์ดีเรให้ดีขึ้น ท่านคอยดูเถอะ อาเมียร์ตั้งปณิธานในใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #91 chatchawan0 (@chatchawan0) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 04:49

    อาาสรูปลูกใครอะ

    #91
    1
    • #91-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 7)
      16 กรกฎาคม 2561 / 15:34
      ในนิยายไม่มีบอกชัดเจน แต่ถ้าดูตามหลักพันธุกรรมของเมนเดล จะเดาได้ว่าเป็นลูกของซิอ์บุลค่ะ
      #91-1