The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,809 Views

  • 125 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    93

    Overall
    5,809

ตอนที่ 68 : 6 - ปรารถนาที่สวนทาง "เราไม่อยากให้เกิดสงคราม"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 ต.ค. 60

 

บทที่ ๖

ปรารถนาที่สวนทาง

 

เคียราเหม่อมองออกไปในสวนของศาลาว่าการเมืองเคนมารา

หญิงสาวเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก เธอตามเสด็จเจ้าหญิงแอชลีนน์มายังศาลาเมืองแห่งนี้ในยามสาย หลังจากที่อาเมียร์ใช้เส้นทางลับใต้ดินพาทั้งสองมาถึงจวนของเจ้ามณฑลยาร์ลาธตั้งแต่เมื่อเย็นวาน และพบเจ้ามณฑลกับครอบครัวเฝ้ารอรับเสด็จอยู่แล้ว

ดูเหมือนพวกเขาร่วมมือกับอาเมียร์มาตั้งแต่แรก และตระเตรียมสิ่งจำเป็นสำหรับการรับเสด็จไว้ครบครัน ทั้งฉลองพระองค์หลายชุด และฉลองพระบาท (ซึ่งเจ้าหญิงทรงคะยั้นคะยอให้เคียราแบ่งไปใช้ เนื่องจากที่จวนไม่ได้คาดไว้ว่าจะมีผู้ติดตามเพิ่มมาด้วย จึงไม่ได้เตรียมเผื่อ) หลังจากสรงน้ำและเสวยพระกระยาหารเย็น เจ้าหญิงทรงมีพระปฏิสันถารกับเจ้ามณฑลยาร์ลาธกับอาเมียร์เป็นการส่วนพระองค์เล็กน้อย ก่อนที่ฝ่ายหลังจะกลับบ้านไป ครั้นแล้วพระองค์ก็ทรงเข้าบรรทมที่ห้องรับรองในจวน โดยมีนางกำนัลสาวอยู่ร่วมห้องในฐานะน่าลำบากใจ เนื่องจากเจียมตนว่าเธอเป็นเพียงข้ารับใช้ของอาคันตุกะผู้สูงศักดิ์เท่านั้น กระนั้น คนในจวนก็สุภาพกับเคียราอย่างแขกคนหนึ่งของเจ้าบ้าน

เมื่อเช้านี้เจ้าหญิงทรงโปรดฯ ให้เคียราอยู่ร่วมโต๊ะเสวยเช่นเดียวกับครอบครัวของเจ้ามณฑล (รวมทั้งลูกชายคนรองชื่อรูอาร์ค ซึ่งถือวิสาสะพูดเล่นกับเจ้าหญิงของเธออย่างไร้ความเกรงใจ...แม้ตัวเจ้าหญิงเองจะทรงพูดเล่นด้วยอย่างไม่ถือสา)

หญิงสาวจำยินยอมร่วมโต๊ะแม้จะรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง เธอเพิ่งรู้เมื่อสายวันนี้เองว่าท่านดูลัสมาถึงยาร์ลาธก่อนหน้านี้แล้ว และเจ้าหญิงแอชลีนน์จะทรงให้เขาเข้าเฝ้าในบ่ายวันนี้ เมื่อนายเหนือหัวให้เธอช่วยทรงฉลองพระองค์และแต่งพระเกศา เพื่อไปพบพระคู่หมั้นที่ศาลาเมือง

เคียราได้รับอนุญาตให้ตามเสด็จ แต่เมื่อเจ้าหญิงได้พบอาเมียร์ซึ่งทำงานอยู่ที่นี่ และต้องการเจรจากันเล็กน้อยก่อนพบท่านดูลัส ทั้งสองก็เห็นพ้องต้องกันว่าควรให้นางกำนัลสาวรออยู่ข้างนอก เจ้าหน้าที่ของจวนจึงได้พาเธอออกมา และเสนอให้หญิงสาวมาเดินเล่นบนทางเดินภายในซึ่งมีสวนเล็กๆ อยู่ท่ามกลางวงล้อมของอาคารทั้งสี่ด้าน

คนนอกที่เข้ามาติดต่อศาลาเมืองด้วยธุระต่างๆ ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายใน ดังนั้นบนทางเดินรอบสวนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแคบยาวนี้จึงมีเพียงเจ้าหน้าที่อื่นๆ เดินผ่านมาประปราย ตัวสวนเองก็ไม่ได้ปลูกไม้ดอกสวยงาม ทว่าเน้นไม้ให้ร่มเงา และไม้ใบประดับสีเขียวสดใสเป็นหลัก

เจ้าหน้าที่คงกลัวเธอจะเบื่อ จึงได้เริ่มอธิบายว่าเจ้ามณฑลเบเรคสั่งให้สร้างสวนกลางศาลาว่าการเมืองขึ้นมาในมุมที่มองเห็นจากหน้าต่างห้องทำงานของท่าน และห้องพักรับรองแขกของมณฑลซึ่งอาจแวะเวียนมาที่นี่บ้าง

เคียราฟังไปเรื่อยๆ อย่างไม่ใคร่สนใจนัก จิตใจของเธอไปจดจ่ออยู่กับเรื่องอื่นมากกว่า

และเรื่องนั้นก็ยิ่งยึดครองความคิดของเธอ...เมื่อเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้นบนทางเดินเดียวกันอย่างค่อนข้างเร็วและเร่งร้อน

นางกำนัลสาวหันไป

ที่อยู่ตรงนั้นคือท่านดูลัส

ชายหนุ่มกำลังเดินตามเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่ง โดยมีผู้ติดตามในวัยกลางคนอีกคนปิดท้ายขบวน หญิงสาวรู้สึกใจชื้นขึ้นในชั่วแวบที่เห็นเขา...แต่ไม่ช้าก็กลับกังวลกับสิ่งที่เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงตั้งพระทัยไว้

เคียราอยากเรียกพระคู่หมั้นหนุ่ม เธออยากถามเขาว่าตอนนี้ในพระราชวังเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็กลัวที่จะส่งเสียงออกไป

และเขาก็สาวเท้าผ่านเธอไปยังห้องที่เจ้าหญิงแอชลีนน์ประทับอยู่โดยไม่สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย

 

แน่ใจหรือ

อาเมียร์ไม่วายถามเมื่อเจ้าหน้าที่ข้างนอกเคาะประตูและรายงานว่าพระคู่หมั้นรออยู่ที่หน้าห้องแล้ว

แน่นอนแอชลีนน์พยักหน้าก่อนจะเงยมองชายหนุ่มซึ่งลุกจากเก้าอี้ที่อีกฟากโต๊ะ ด้วยสายตาที่พยายามทำให้เข้มแข็งที่สุดท่านไม่ต้องห่วงหรอก นี่เป็นเรื่องของข้ากับเขา ถึงอย่างไร คนที่จะพูดกับเขาได้ก็มีแต่ข้า

ที่จริง หญิงสาวยังไม่แน่ใจนักว่าการเจรจากับพระคู่หมั้นซึ่งกำลังจะกลายเป็นอดีตจะสำเร็จ แต่ในเมื่อเขามาถึงที่นี่แล้วก็คงมีแต่จะต้องรีบจัดการให้จบลงโดยเร็วเท่านั้นเอง

และหวังว่าจะจบลงโดยไม่ต้องเปิดผนึกสารฉบับนี้

ซองประทับตราครั่งวางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้า แอชลีนน์ลูบผิวเรียบลื่นอบกลิ่นหอมของกระดาษนั้นเพื่อให้ตนเองผ่อนคลาย เธอได้ยินอาเมียร์รับคำเบาๆ อีกครั้ง ก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าไปทางประตู

ข้าจะรออยู่ข้างนอก มีอะไรก็เรียกได้นะ

อื้อเจ้าหญิงมองตามแผ่นหลังและเรือนผมสีดำที่ตัดสั้นแค่ต้นคอ จนกระทั่งชายหนุ่มเปิดประตูออกและก้าวออกไป เปิดทางให้ชายอีกคนเข้ามาในห้องแทน

แอชลีนน์สบตากับคนที่เข้ามาใหม่ เธอบังคับสายตาของตนให้เรียบเฉย ขณะที่เขาปิดประตูลง ก่อนจะยอบกายคุกเข่าคำนับตามธรรมเนียม

ถวายบังคมฝ่าบาท

ตามสบายเถอะเจ้าหญิงผายมือมาทางเก้าอี้ที่อีกฟากโต๊ะเชิญนั่ง

อดีตราชองครักษ์ของเธอก้าวเข้ามาใกล้ช้าๆ ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ออกและค่อยๆ นั่งลงไป

หญิงสาวเอื้อมมือหากาน้ำชา แต่เขากลับลุกขึ้นโดยเร็วและบอกว่าควรเป็นหน้าที่ของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะก่อนจะรินน้ำชาใส่ถ้วยกระเบื้องของเธอซึ่งพร่องไปกึ่งหนึ่ง ครั้นแล้วจึงวางกาลงที่เดิมโดยไม่รินใส่ถ้วยว่างที่ตั้งอยู่ด้านขวาของตน...แม้แอชลีนน์จะสังเกตเห็นเขาปรายมองถ้วยชาที่มีคนดื่มไปเพียงเล็กน้อยซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากถ้วยของเจ้าหญิงนัก

ถ้วยของอาเมียร์

อย่างไรก็ดี ในเมื่อพระคู่หมั้นหนุ่มไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ หญิงสาวย่อมไม่อยากจุดชนวนขึ้นมา เธอจึงเอ่ยขอบใจตามมารยาทและจิบน้ำชาของตนพอเป็นพิธีก่อนจะเข้าเรื่องขอบใจที่ท่านเป็นห่วงเรา ถึงได้เดินทางมายาร์ลาธก่อนที่เราจะมาถึงเสียอีก

การคุ้มครองฝ่าบาทเป็นหน้าที่ของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะดูลัสตอบและการเชิญเสด็จฝ่าบาทกลับสู่พระราชวังอย่างปลอดภัยก็เช่นกัน

แอชลีนน์พยักหน้าช้าๆเราจะกลับไปแน่ แต่ต้องหลังจากจัดการธุระสำคัญให้เรียบร้อย

ชายหนุ่มขมวดคิ้วธุระอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ

เจ้าหญิงยืดร่างขึ้นเล็กน้อยและสูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้าที่จะเอ่ยคำตอบ

ไม่มีความจำเป็นต้องโยกโย้หรืออ้อมค้อม

ยกเลิกการเสกสมรส

สีหน้าของดูลัสยิ่งดูเคร่งเครียดขึ้นอีกสักสิบเท่า แม้ท่าทีจะยังนิ่งเฉยอยู่

เราจะครองราชย์ด้วยตนเองโดยไม่ต้องเสกสมรส และเราจะเปลี่ยนกฎมณเฑียรบาลเพื่อการนั้นแอชลีนน์พูดต่อไปเราคิดว่านั่นเป็นกฎที่ไม่ยุติธรรม ในเมื่อบูดิกากับเอรินที่เป็นบรรพบุรุษของเราสามารถปกครองได้ในฐานะราชินีโดยไม่จำเป็นต้องเสกสมรส เราก็ควรจะทำได้เช่นกัน

ขอประทานอภัย ขุนนางทั้งราชสำนักตลอดจนไพร่ฟ้าทั้งอาณาจักรไม่มีวันยอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้หรอกพ่ะย่ะค่ะดูลัสตอบอย่างเคร่งขรึมนั่นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องเลย

แล้วท่านคิดว่าวิธีแก้ไขที่ถูกต้องคืออะไร

หากทรงไม่พอพระทัยกระหม่อมในแง่ใด...ก็ตรัสมาเถอะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรับฟังพระองค์ให้มากขึ้น และให้พระองค์ทรงมีส่วนร่วมในการปกครองตามที่ทรงมีพระดำริไว้แน่นอนพระคู่หมั้นค้อมศีรษะลงกระหม่อมทราบว่าที่พระองค์กริ้ว เป็นเพราะกระหม่อมกราบทูลทัดทานไม่ให้เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรคราวนั้น ดังนั้นกระหม่อมจะพิจารณาเรื่องนี้อีกที เชิญเสด็จกลับไปกับกระหม่อมเถิดพ่ะย่ะค่ะ ผู้คนทั้งธีร์ดีเรจะสงบร่มเย็นได้เพราะการอภิเษกที่รอคอยมานานนี้ต่างหาก

เมื่อก่อนเราก็เคยคิดเช่นนั้นเจ้าหญิงรับ

แล้วสิ่งใดทำให้ทรงเปลี่ยนความคิดชายหนุ่มย้อนถามคนทรายนั่นหรือ

คำพาดพิงถึงบุคคลที่สามนั้นทำให้หญิงสาวยิ่งต้องพยายามข่มอารมณ์ใช่ อาเมียร์เป็นส่วนหนึ่งในนั้น แต่ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก

เช่น?”

เราไม่คิดว่าเรากับท่านจะเข้ากันได้ ไม่ว่าจะในฐานะราชากับราชินี หรือสามีภรรยาแอชลีนน์บังคับตนเองให้จ้องตรงไปยังคู่สนทนาและ...พิธีสยุมพรครั้งนี้มีแต่เบื้องหลังไม่ชอบมาพากล จนเราไม่คิดว่าควรให้ดำเนินต่อไป

ทรงคิดว่ากระหม่อมเองก็คดโกง?”

ไม่ใช่ แต่ปัญหาอยู่ที่เรื่องก่อนหน้านั้น

เรื่องอันใดดูลัสจ้องตอบมา...แต่เพียงแวบเดียว

เจ้าหญิงอดลังเลไม่ได้และเงียบไป

ไม่มีทางหลีกเลี่ยงจริงๆ กระนั้นหรือ

มีหลักฐานว่า...ขุนนางธีร์ดีเรคนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการลอบปลงพระชนม์เพื่อให้เกิดพิธีสยุมพรครั้งนี้

ความเงียบพลันกระโจนเข้าค้ำร่างของทั้งสอง ว่องไวราวกับสัตว์ร้ายปรารถนาเหยื่อ

กระนั้นก็ยังคงอยู่เนิ่นช้า วนเวียนอ้อยอิ่งราวกับหยั่งเชิง รอแยกเขี้ยวขย้ำในจังหวะที่เหยื่อนั้นไม่ทันคาดคิดที่สุด

แอชลีนน์คิดว่าตนเองพูดเพียงพอแล้ว เธอจึงเสไปจิบชาที่เริ่มเย็นชืดขณะรอคำตอบของอีกฝ่าย ทั้งๆ ที่ความตึงเครียดทำให้ลิ้นแทบไม่อาจรับรู้รส

แล้วใครเป็นคนให้หลักฐานนี้ คนเดียวกับที่บอกว่าบิดาของกระหม่อมสั่งพวกราชมัลให้ทรมานนักโทษเพื่อทำเป็นแพะรับบาปหรือพระคู่หมั้นย้อนเสียงกร้าว

เขามีส่วนร่วมในการสืบคดี แต่ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งจะมาจากเขาเจ้าหญิงตอบอ้อมๆ ก่อนจะเลื่อนซองบนโต๊ะให้แก่ชายหนุ่มนี่คือสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดที่เรารู้ในเวลานี้ ทีแรกเราคิดว่าจะส่งให้แก่ท่านแฟคท์นาโดยตรงหากท่านตกลงที่จะยกเลิกพิธีอภิเษกในทีแรก แต่หากท่านไม่เห็นด้วย ก็คงจะต้องให้อ่านก่อน แม้นี่จะเป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้ท่านรู้เลย

ดูลัสรับซองนั้นไปช้าๆ กระนั้นเขายังคงมองมันนิ่งอยู่อีกพักหนึ่ง ก่อนจะรับมีดเล็กสำหรับแซะตราครั่งซึ่งแอชลีนน์ส่งให้เป็นอย่างต่อมา

ชายหนุ่มเปิดซองและหยิบสารภายในขึ้นมาอ่านอยู่เป็นนาน

สารนั้นจ่าหน้าถึงแฟคท์นา เจ้ามณฑลอุลทูร์ แต่บุตรชายของผู้รับสารก็คงพบว่าการอ่านมันเป็นเรื่องยากลำบากไม่ต่างจากแอชลีนน์ ซึ่งต้องลงนามรับรองด้วยตนเองว่าตัวเธอรับรู้เนื้อความภายในนั้น

สิ่งที่เขียนไว้ในนั้นคือรายละเอียดของการลอบปลงพระชนม์ตามที่อาเมียร์เรียบเรียงจากความทรงจำของเกลหรือเนอร์กุย ทว่าในสารไม่ได้เอ่ยนามของเขา และกล่าวถึงว่าเป็นเพียงมือสังหารชาวอัสลานคนหนึ่งที่รอดชีวิต ซึ่งได้รับการคุ้มครองในฐานะพยาน

ที่จริง เวลานี้เกลยังไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของมณฑลยาร์ลาธเลย และท่านเบเรคก็เพียงแต่ส่งคนไปสืบหาที่อยู่และจับตามองเขาไว้ก่อนเพื่อรอเวลาประกาศรื้อฟื้นคดีและเข้าใกล้อย่างเหมาะสมเท่านั้น ทว่าอาเมียร์กับท่านเบเรคล้วนเห็นพ้องต้องกันว่าหากจะข่มขวัญกริฟฟอนเฒ่าแห่งภูผา ก็ย่อมต้องแสดงให้เห็นว่าพวกตนมีข้อมูลที่แน่ชัดเป็นไพ่ตาย

แม้ข้อมูลเหล่านั้นจะชวนสยดสยองหรือสะอิดสะเอียนอย่างไรก็ตาม

ท่าทางของดูลัสค่อยๆ เปลี่ยนไป...เขายกมือขึ้นปิดปาก ใบหน้าดูซีดเผือดลงในทันใดทรง...เชื่อเรื่องนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ

นัยน์ตาสีฟ้าจางเบื้องหน้าว้าวุ่น ร้อนรนเสียจนเจ้าหญิงอยากขอโทษ แต่ก็ทำได้เพียงกลั้นใจตอบหากไม่เชื่อ เราจะลงนามไปหรือ

แต่หากทรงเชื่อ...ก็ไม่เห็นจะทรงต้องเจรจาอย่างนี้เลยชายหนุ่มผุดลุกขึ้นก่อนจะคุกเข่าลงบนพื้นหากทรงเห็นกระหม่อมกับบิดามีความผิด ก็ขอทรงบัญชาให้ประหารพวกเราให้สมความผิดเถอะ

ดูลัส ท่านก็รู้ว่าเราทำอย่างนั้นไม่ได้แอชลีนน์ลุกตามเพื่อที่ขอบโต๊ะจะได้ไม่บังภาพของพระคู่หมั้น แต่ไม่ทันจะบอกให้เขานั่งบนเก้าอี้ตามเดิม อีกฝ่ายก็ตั้งคำถามเสียก่อน

เพราะอะไร ชีวิตของกระหม่อมยังมีค่าอะไรอีกหรือ

เราไม่อยากให้เกิดสงคราม

บางที...เจ้าหญิงมานึกได้ในทีหลัง ว่าเธอควรตอบว่าเราไม่อยากให้ดูลัสตายแทนเสียจะดีกว่า

นั่นอาจให้ผลที่แตกต่างออกไปมาก...แม้เพียงในระยะสั้นก็ตาม

แต่การยกเลิกพิธีอภิเษกก็ไม่ต่างจากการก่อสงครามหรอกพ่ะย่ะค่ะดูลัสแย้งเสียงกร้าวกระหม่อมขอบังอาจกราบบังคมทูล...ที่ทรงไม่ประสงค์จะอภิเษกกับกระหม่อม เป็นเพราะทรงตั้งพระทัยจะอภิเษกกับคนทรายนั่นใช่หรือไม่

ใบหน้าของหญิงสาวพลันร้อนผ่าว

ไม่เลย เธอไม่รู้สึกว่าความต้องการที่จะแต่งงานกับอาเมียร์เป็นเรื่องน่าละอาย ทว่าเป็นโทสะบางประการต่างหาก

ใช่ เราจะแต่งงานกับอาเมียร์แอชลีนน์เอ่ยชัดเจน

ทรงไม่เห็นเลยหรือ ว่านั่นคือแผนการของมันพระคู่หมั้นถามไม่ว่าบิดาของกระหม่อมจะเกี่ยวข้องกับเหตุลอบปลงพระชนม์หรือไม่ มันย่อมนำเรื่องนี้มาชักนำให้พระองค์ทรงโน้มเอียงไปทางมัน ปลุกปั่นให้เกิดสงครามในธีร์ดีเร ขุนนางทั้งราชสำนักตลอดจนไพร่ฟ้าทั้งอาณาจักรไม่มีทางยอมรับพระสวามีที่เป็นคนต่างชาติ มิหนำซ้ำไร้ฐานันดรหรอกพ่ะย่ะค่ะ

เจ้าหญิงตกใจจนนิ่งงัน

เธอไม่คิดเลยว่าอดีตองครักษ์ของตนจะกล้าพูดเช่นนั้น

แล้วอย่างไร ต่อให้รู้ว่าพ่อของท่านฆ่าเสด็จพ่อ เสด็จแม่ กับเสด็จพี่ ท่านก็ยังดึงดันจะแต่งงานกับเราให้ได้อย่างนั้นหรือ!

กระหม่อมสาบานได้ว่ากระหม่อมไม่มีส่วนรู้เห็นกับแผนลอบสังหารเลย และกระหม่อมต้องการจะปกป้องพระองค์จริงๆ ...ทรงตรองดูเถอะพ่ะย่ะค่ะ หากอภิเษกกับคนทรายนั่น พระองค์ก็จะทรงชักนำคนต่างชาติเข้ามาแทรกแซงธีร์ดีเร บางทีเป้าหมายของมันอาจจะเป็น...การสร้างรัชทายาทองค์ต่อไปก็ได้

หากเราแต่งงานกับท่าน ก็แค่เปลี่ยนฝ่ายที่จะแทรกแซงธีร์ดีเรและสร้างรัชทายาทแทนเท่านั้นเอง ท่านรับประกันได้หรือว่า...เราจะไม่ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับมาทิลดาแห่งทารา!

มาทิลดาผู้จำต้องอภิเษกกับอัศวินเชรุน อลาชตาร์ และสิ้นพระชนม์ลงอย่างเป็นปริศนาหลังจากมีพระประสูติกาลโอรสเพียงองค์เดียวซึ่งเชรุนดูแลในฐานะผู้สำเร็จราชการ จนบิดาสิ้นชีพจึงได้ขึ้นปกครองด้วยตนเอง

กระหม่อมจะไม่มีวันปล่อยให้ภยันตรายใดๆ เกิดขึ้นกับฝ่าบาทเป็นอันขาด!ดูลัสลั่นวาจาศัตรูของฝ่าบาทคือศัตรูของกระหม่อม...ต่อให้นั่นเป็นพ่อของกระหม่อม กระหม่อมก็พร้อมที่จะฆ่าเขาก่อน ด้วยมือของกระหม่อมเอง!

ดูลัส...

ครั้งนี้ แอชลีนน์หวาดหวั่นโดยแท้จริง นัยน์ตาของชายหนุ่มลุกโพลงราวกับเปลวไฟสีฟ้า เหมือนจะบอกว่าเขาพร้อมตกนรกหมกไหม้ด้วยบาปแห่งปิตุฆาตอย่างยินดี...ขอเพียงแต่หญิงสาวตอบรับ

ทว่าเธอรู้ว่าจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ หากว่าพระคู่หมั้นหนุ่มจะกลายเป็นไฟเผาตน เธอต้องกลายเป็นน้ำ...น้ำซึ่งดับไฟก่อนจะแผดเผาทำลายตัวเขาเอง

เจ้าหญิงโคลงศีรษะเศร้าๆ ก่อนจะแย้งช้าๆอย่านำชีวิตของท่านมาผูกติดกับผู้หญิงที่ไม่มีวันตอบรับความรู้สึกของท่านได้อีกเลย

แววตาของคนตรงหน้าพลันนิ่งค้าง ไฟที่เคยมอดไหม้ราเชื้อ เหลือเพียงเศษเถ้าตะกอนที่ยังไม่หายร้อน...กับความปวดร้าว

เรารู้ว่าดูลัสรู้สึกอย่างไรกับเรา แต่เราไม่อาจตอบรับความรู้สึกนั้นได้ ตลอดมา...เราเห็นดูลัสเป็นพี่ชายคนหนึ่ง และไม่ว่าเราจะมีใจให้ใครอื่นหรือไม่ ความรู้สึกของเราย่อมไม่อาจเปลี่ยนไปได้อยู่ดีแอชลีนน์เอ่ยแผ่วเบาเราขอโทษ...แต่สิ่งที่ดูลัสต้องการคือความสุขของเราไม่ใช่หรือ นี่คือความปรารถนาของเรา เราอยากแต่งงานกับคนที่เรารัก เราไม่อยากให้ศัตรูของเรากลายเป็นคนธีร์ดีเรด้วยกัน...และไม่อยากให้มีใครตายอีกแล้ว

ครั้นแล้ว เจ้าหญิงก็ล้วงมือลงไปในถุงผ้าที่สวมคอซึ่งนำติดตัวมาจากวัง

ภายในนั้นคือหลักฐานแทนคำสัญญา หัวลูกศรของชาวอัสลานซึ่งพระคู่หมั้นหนุ่มบอกว่าเก็บได้จากพระศพของเสด็จแม่และมอบให้เธอ

...ศัตรูของฝ่าบาทคือศัตรูของกระหม่อม...

หญิงสาววางศรทรายเหล็กลงบนฝ่ามือของตน และโน้มกายมาข้างหน้าเพื่อให้ชายหนุ่มได้เห็นศัตรูของเราคือกฎมณเฑียรบาล และความไม่เชื่อถือของพวกขุนนางต่างหาก ท่านจะช่วยเราทำลายพวกมันตามคำสัญญาไม่ได้เลยหรือ

ดูลัสเป็นฝ่ายนิ่งงันไปบ้าง เขามองของสิ่งนั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากอ้าค้างทว่าไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา

แอชลีนน์พยายามผ่อนลมหายใจ

เรารู้ว่าสิ่งที่ชาวธีร์ดีเรต้องการในเวลานี้คือทั้งราชา ราชินี และรัชทายาทที่กำลังจะเกิดมา แต่นั่นไม่ใช่ทางแก้ปัญหาทั้งหลายในอาณาจักรของเรา...ไม่เลยเจ้าหญิงทิ้งตัวลงบนเก้าอี้และเก็บลูกศรนั้นกลับเข้าที่เดิมเราไม่อาจเป็นแม่ของแผ่นดินไปพร้อมกับเป็นภรรยาของใครหรือแม่ของเด็กคนหนึ่งได้ในเวลาเดียวกัน อย่างน้อยก็ในตอนนี้

พระคู่หมั้นยังคงไม่ลุกขึ้นยืน ทว่าหญิงสาวเอ่ยต่อไป

การแต่งงานกับอาเมียร์ยังเป็นเรื่องในอนาคต เพราะเขาเองก็ต้องพิสูจน์ตนให้ชาวธีร์ดีเรยอมรับความสามารถ เช่นเดียวกับที่เราต้องพิสูจน์ว่าตนเองสามารถเป็นราชินีที่เข้มแข็ง และนำความมั่นคงกลับมาสู่ธีร์ดีเรให้ได้ เรายังไม่อาจแต่งงานมีลูกได้ในเวลานี้ เพราะย่อมมีผู้รอที่จะฉวยประโยชน์จากเด็กคนนั้น ไม่ว่าบิดาของเขาจะเป็นใครก็ตาม ...ท่านเข้าใจใช่ไหม

แอชลีนน์หวังโดยแท้จริง ว่าพระคู่หมั้นของเธอจะเข้าใจ

และเพื่อให้เราได้ปกครองธีร์ดีเรด้วยตนเอง ด้วยสันติวิธี เราจึง...ตั้งใจจะให้อภัยท่านแฟคท์นาหากเขาล้มเลิกแผนการนี้ เราเชื่อว่าหากท่านตกลงถอนหมั้นและเจ้ามณฑลทั้งสองสนับสนุนการตัดสินใจของเรา ท่านน้าคอนรอยย่อมเข้าใจและส่งเสริมเราในฐานะราชินีเช่นกันเจ้าหญิงกลั้นเสียงถอนหายใจแม้ว่านั่นจะเท่ากับปล่อยให้ตัวการที่แท้จริงในการลอบปลงพระชนม์ลอยนวล...ที่จริงหากเราทำให้ท่านน้าคอนรอยเชื่อหลักฐานเหล่านี้และจับกุมท่านกับบิดาเสียโดยไม่รู้ตัวก็อาจทำได้ แต่เราไม่อยากให้คนธีร์ดีเรต้องหลั่งเลือดเพราะคนชาติเดียวกันมากไปกว่านี้ ...ท่านเข้าใจใช่ไหม

ครั้งนี้ คำถามของเธอได้รับเพียงคำตอบแผ่วเบา

“...พ่ะย่ะค่ะ

หญิงสาวเอื้อมหาถ้วยชาเพื่อดับความกระหายของลำคอซึ่งจู่ๆ ก็แห้งผากขึ้นมาในทันใด ขณะที่ดูราวกับมีเธออยู่เพียงคนเดียวในห้องนั้น...กับเงาที่ชวนให้อึดอัดแต่ไม่อาจมองเห็น

ลุกขึ้นเถอะ ดูลัสสุดท้าย แอชลีนน์ก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งเรื่องที่เราจะพูดกับท่าน...มีแค่นี้

ชายหนุ่มทำตามคำบอกและหยิบสารซึ่งถูกวางคว่ำอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพับด้วยมือสั่นเทา ราวกับสิ่งน่ารังเกียจที่ไม่อยากแตะต้องทรงประสงค์จะให้กระหม่อมยินยอมถอนหมั้น และนำสิ่งนี้ไปให้ท่านพ่อ เท่านั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ

ใช่เจ้าหญิงพยักหน้าอย่างเหนื่อยอ่อนคง...ไม่เหลือบ่ากว่าแรงใช่ไหม

หากเป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท กระหม่อมจะขัดได้อย่างไร

เขาก้มหน้าลงไม่มองเธอ ปลายนิ้วของชายหนุ่มยังคงสั่นระริกในขณะที่เก็บสารนั้นใส่ซองไว้อีกครา

ดูลัส...

ดังที่กระหม่อมเคยถวายคำสัตย์ไว้...ศัตรูของฝ่าบาทคือศัตรูของกระหม่อมดูลัสเงยหน้าขึ้นในที่สุด

รอยยิ้มของเขาฝืดเฝือ ดวงตาเหมือนกับจะมีน้ำคลอ

และ...กระหม่อมก็ไม่อยากเป็นศัตรูนั้นเสียเอง

แอชลีนน์เอื้อมมือออกไป...

….ทาบทับบนมือของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้บีบหรือจับมือตอบแต่ประการใด...

ดูลัสเพียงแต่ค่อยๆ เลื่อนมือซึ่งถือซองสารออกอย่างเรียบเฉย และค้อมศีรษะกราบบังคมทูลลา ก่อนจะก้าวออกไปโดยไม่มีคำใดอีก

 

...อย่านำชีวิตของท่านมาผูกติดกับผู้หญิงที่ไม่มีวันตอบรับความรู้สึกของท่านได้อีกเลย...

ขณะที่สองเท้าก้าวต่อไปเบื้องหน้า ดูลัสได้ยินเพียงถ้อยคำนี้ดังก้องอยู่ในศีรษะ

มันแรงร้ายเสียยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าเจ้าหญิงทรงทราบความผิดที่พ่อของเขากระทำลงไปเสียอีก

ชายหนุ่มเคยคิดว่าหากความจริงไปถึงเจ้าหญิงแอชลีนน์ พระองค์ก็คงจะทรงชิงชังเคียดแค้นเขา นั่นเป็นสิ่งที่ดูลัสย่อมไม่อาจทนได้...กระนั้น เมื่อท่าทางของพระองค์บอกว่ายังทรงห่วงใยเขาอยู่ ก็กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกดีไปกว่ากันเลย

ห่วงใย...แม้ไม่อาจมีใจ

ห่วงใย...ในฐานะใด แค่พสกนิกรชาวธีร์ดีเรคนหนึ่ง ราชองครักษ์คนหนึ่ง หรือ...พี่ชาย...ตามคำตรัส

ดูลัสไม่เข้าใจ เขาอยู่เคียงข้างเจ้าหญิงมาเนิ่นนาน เห็นพระองค์มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยวิ่งเล่นร่าเริง เขาเป็นคนที่ช่วยชีวิตพระองค์ไว้ แผลเป็นจากพระทนต์ของพระองค์ยังประดับอยู่บนแขน และเขาก็อยู่เคียงข้างเจ้าหญิงมาตลอด หลังจากสูญเสียพระญาติทั้งหมดไปในคราวเดียว

เขาปวดร้าวแทน...เมื่อเห็นเจ้าหญิงแอชลีนน์กันแสงและร่ำร้องหาพระราชบิดา พระราชมารดา กับพระเชษฐาราวกับคลุ้มคลั่ง และปวดใจแทน...เมื่อเห็นเจ้าหญิงทรงเซื่องซึมด้วยฤทธิ์โอสถที่ช่วยให้สงบพระทัย

ชายหนุ่มตั้งคำถามมาหลายครั้งว่าทำไมต้องเป็นพระองค์...ทำไมเจ้าหญิงน้อยของเขาจึงต้องเผชิญความโศกเศร้าสูญเสียทั้งหมดนี้ ทำไมจึงต้องทุกข์ตรมเช่นนี้

ในเวลานี้เขาเองก็ตั้งคำถาม แม้จะไม่ใช่คำถามเดิมนั้น

ทำไมจึงต้องเป็นเขา ทำไมเขาจึงต้องรักพระองค์ ในเมื่อพระองค์ไม่อาจรักเขา

ทำไมบิดาของเขาจึงเป็นคนสร้างความสูญเสียทั้งหมดของพระองค์

ทำไมคนทรายนั่นต้องมาวุ่นวายกับพระองค์ หากไม่ได้พบมัน เจ้าหญิงก็คงจะทรงยอมรับพิธีสยุมพรแต่โดยดี ส่วนเขาก็สามารถเป็นผู้ชนะได้อย่างใสสะอาด เรื่องทุกอย่างนี้จะไม่เกิดขึ้น...ไม่เลย

ทว่ายิ่งคิด ดูลัสก็ยิ่งพบข้อขัดแย้งอันน่ากลัว ทุกสิ่งไม่ได้อยู่ข้างเขามาแต่แรกแล้ว...หากไม่นับการลอบปลงพระชนม์ที่เป็นฝีมือของท่านพ่อกับมาดาย

หากไม่เกิดเหตุลอบปลงพระชนม์ ก็ย่อมไม่มีทางที่เขาจะกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกพระคู่หมั้น เจ้าหญิงแอชลีนน์คงไม่พ้นต้องอภิเษกกับเจ้าชายหรือราชาต่างแดน หากพ่อของเขาไม่ทำเรื่องร้ายกาจทั้งหมดนี้ ก็ไม่มีทางที่จะเกิดพิธีสยุมพร...ต่อให้พวกอาเมียร์เดินทางเข้ามาในธีร์ดีเรก็ตาม

แต่หากรู้มาแต่แรกว่าเจ้าหญิงต้องอภิเษกกับพระราชวงศ์ของอาณาจักรอื่น หรืออภิเษกกับตัวเลือกพระคู่หมั้นคนอื่นที่มีความสามารถมากกว่าเขาและเอาชนะเขาได้อย่างยุติธรรม ดูลัสคงยอมรับได้มากกว่านี้

ความผิดของท่านพ่อหนักหนาแรงร้าย ทว่าชายหนุ่มซึ่งไม่รู้เห็นแต่ประการใดและมั่นใจว่าตนจงรักภักดีต่อราชวงศ์อลาชตาร์กับเจ้าหญิงอย่างแท้จริงจำต้องแบกรับบาปนั้นไปด้วยหรือ

อาเมียร์เป็นส่วนเกินที่ไม่คาดฝันและไม่ควรมีอยู่ มันเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ ไม่มีฐานะให้ชาวธีร์ดีเรมากมายยอมรับ และไม่อาจลงประลองในพิธีสยุมพร แต่มันก็กลับทำให้ความคิดและพระหทัยของเจ้าหญิงโน้มเอียงไปทางมันได้ในเวลาเพียงแค่ปีเดียว

...ใช่...ต่อให้ไม่มีมัน เจ้าหญิงแอชลีนน์อาจจะทรงไม่อาจรักเขาในเวลานี้ แต่หากไม่มีมันสักคน และเขาได้ใกล้ชิดพระองค์มากกว่านี้ พระองค์ก็อาจจะ...

ทว่า...นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงแล้วนี่

มีทางอื่นที่เขาทำได้อีกหรือ...เพื่อให้พระองค์ทรงไม่เกลียดเขา และเพื่อให้ตนเองไม่กลายเป็นคนตระบัดสัตย์

ท่านดูลัสคะ!เสียงเรียกมาพร้อมกับมือที่เกาะกุมแขน

ดูลัสหยุดเดินและมองไปทางเจ้าของเสียงกับมือนั้นอย่างงุนงงเคียรา?”

ท่านดูลัสเป็นอะไรหรือเปล่าคะ สีหน้า...ดูไม่ดีเลยหญิงสาวมีสีหน้าห่วงใยเมื่อครู่ข้าเห็นท่านก่อนจะเข้าเฝ้าเจ้าหญิง แต่ไม่ทันได้ทักเลยรอจนท่านออกมา การเข้าเฝ้าเป็นอย่างไรบ้างคะ

ก็...เรียบร้อยดีเมื่อชายหนุ่มขยับแขนออกห่าง นางกำนัลสาวจึงได้ปล่อยมือ และเขาก็เก็บซองสารอุบาทว์ที่ถือติดมือมาเข้าไปในเสื้อคลุม

เรียบร้อยดี...หมายความว่าองค์หญิงจะเสด็จกลับไปกับท่านใช่ไหมคะเคียราตั้งคำถาม ทว่าสีหน้าของเขาดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่ดีเกินพอ “...ไม่หรือคะ

เจ้าไปทูลถามพระองค์เองเถอะดูลัสไม่ต้องการและไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะอธิบายข้าต้องรีบขอตัว

คะ...ค่ะ ท่านดูเหนื่อย ถึงอย่างไรก็พักผ่อนมากๆ นะคะนางกำนัลสาวรับเห็นว่าเจ้าหญิงจะประทับอยู่ที่จวน ท่านน่าจะขออนุญาตท่านเจ้ามณฑลมาเข้าเฝ้าพระองค์อีกได้

อืมชายหนุ่มเพียงแต่รับสั้นๆ ก่อนจะเดินจากไป แม้ไม่ได้คิดว่าตนจะแวะเวียนไปที่จวนหรือเข้าเฝ้าเจ้าหญิงแอชลีนน์อีกครั้งดีหรือไม่

พรุ่งนี้เขาจะเดินทางกลับมณฑลหลวง ไม่สิ มุ่งหน้าตัดมณฑลหลวงไปยังอุลทูร์เสียแต่เช้าเพื่อเข้าพบท่านพ่อ และทำหน้าที่อันน่าชิงชังนี้ให้สิ้นสุดลงโดยเร็ว

ดูลัสไม่อยากคิดหรือคาดเดาผลต่อไปนัก คงดีหากท่านพ่อตระหนักถึงความร้ายแรงของสิ่งที่ท่านทำลงไปและหยุดยั้งแผนการไว้เพียงเท่านี้ ในสารตั้งเงื่อนไขให้เขากับท่านพ่อยินยอมถอนหมั้นและสนับสนุนข้อเสนอที่ว่าเจ้าหญิงจะขึ้นครองราชย์เพียงลำพัง บางทีหากท่านพ่อรู้ว่าชายหนุ่มรู้เรื่องแผนการลอบปลงพระชนม์แล้ว ท่านคงมีความละอายต่อเขาบ้าง

ทว่ามาดายเล่า เป้าหมายของมันคืออะไร มันต้องการให้เขาครองราชย์ แต่ก็ยังทำอุบายให้ดูลัสได้รู้ความจริงเกี่ยวกับบิดาของตนและทำท่าจะคุกคามชีวิตของเขา ที่แท้แล้วมันเป็นมิตรหรือศัตรูกับใครกันแน่

ไม่มี ดูลัสไม่พบคำตอบใดๆ ไม่พบกระทั่งสิ่งใดที่จะปลอบความรู้สึกของตน เขาไม่อยากเป็นคนตระบัดสัตย์ และไม่อยากให้เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงชิงชังเขาจริงๆ ...แต่เขาก็ไม่อยากสูญเสียโอกาสที่จะมีพระองค์อยู่ข้างกาย ไม่อยากสูญเสียพระองค์ให้กับใคร

สิ่งที่เขาพบกลับกลายเป็นผู้มาเยือนในยามวิกาลซึ่งทำให้ปรารถนาบางประการของเขาสัมฤทธิ์ผล

และบางประการย่อยยับลงไปด้วยน้ำมือของตนเอง

 

มาๆ ชนถ้วยกันอีกรอบ

พอแล้ว

ท่ามกลางเสียงจอแจในร้านเหล้า อาเมียร์กลอกตากับการหัวเราะร่าของเพื่อนร่วมโต๊ะซึ่งรินเหล้าองุ่นใส่ถ้วยไม้ที่ชายหนุ่มตั้งใจจะเลิกแตะโดยสิ้นเชิง

เอาน่า งานนี้ข้าเลี้ยงเอง อย่าเกรงใจ ดื่มฉลองการถอนหมั้นของยายเปี๊ยกให้มันหนำใจรูอาร์ครินเหล้าองุ่นจากเหยือกใส่ถ้วยของตนบ้าง ก่อนจะกระดกถ้วยดื่มยาวอย่างครึ้มใจ

อาเมียร์โล่งใจอยู่หรอกที่ดูลัสดูเหมือนจะเข้าใจและยอมรับทางเลือกของแอชได้ง่ายดาย โดยที่ตัวเขาเองไม่ต้องไปเกี่ยวข้อง กระนั้น...สังหรณ์บางอย่างกลับบอกว่าตนยังวางใจไม่ได้

แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่สามารถบอกรูอาร์ค

พอ ข้าจะกลับแล้ว อาแดร์ไม่ใช่ใกล้ๆ ขืนไปถึงดึกแถมเมากลับมาด้วย แม่ได้ว่าข้าตาย

โฮ่ย...งั้นก็ไม่ต้องกลับบ้านหรอก ไปค้างที่จวนกับข้าก็ได้ ห้องเจ้ามันก็ยังอยู่ที่เดิมนั่นแหละชายผมแดงเริ่มหยักยิ้มมีเลศนัยไม่ดีเหรอ จะได้ร่วมโต๊ะเสวยตอนเช้า หรือไม่ก็...ข้าแนะนำวิธีแวบเข้าห้องบรรทมเจ้าหญิงในคืนนี้ให้ไหมล่ะ

ชายผมดำลุกจากโต๊ะทันควันข้าจะกลับจริงๆ แล้ว เจ้าอยากดื่มก็ดื่มต่อเถอะ ขอบใจที่เลี้ยง

รูอาร์คยังคงคะยั้นคะยอให้อาเมียร์อยู่ต่ออีกสักครู่ แต่ชายหนุ่มผมดำก็ปฏิเสธหนักแน่น สุดท้ายชายผมแดงจึงถอนหายใจ เขาดื่มเหล้าเสียเองจนหมดเหยือก ก่อนจะหันมาเอียงคอซ้ายขวา บอกยานคางหน้าตาเฉย

ข้าเอิ๊กมา...ว...แ...ล้ว เห็นที่เจ้าคงต้องช่วยพาไปส่งที่จวนแล้วละ

“...ไอ้เจ้าเล่ห์อาเมียร์เข่นเขี้ยว

คนบอกว่าตัวเองเมาหัวเราะก่อนจะเดินตัวปลิวออกไปจากร้านเหล้าหลังจากส่งเหรียญเงินให้กับมือสาวใช้ในร้าน

อาเมียร์โคลงศีรษะอย่างระอาแล้วตามออกไปสู่ท้องถนนยามราตรีของเคนมารา ซึ่งอบอ้าวด้วยอากาศชื้นและหนาหนักในคืนกลางฤดูร้อน

โรงฝากม้าของโรงแรมอยู่ไม่ห่างจากร้านเหล้านัก ไม่นานทั้งสองก็เดินไปถึง แสดงป้ายไม้จ่ายเงินให้แก่พนักงานเรียบร้อย ก่อนที่ต่างฝ่ายจะแก้เชือกที่ผูกม้าของตนไว้

เป็นเมื่อนั้นเอง...ที่อาเมียร์สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ไม่ควรมี

ความมืดจุดหนึ่ง

ชายผมดำสูดลมหายใจลึกและรีบเข้าสมาธิ เปิดประสาทรับรู้เวทมนตร์ซึ่งตนฝึกไว้ในทันที

นั่นไม่ใช่มาลิอา ชายหนุ่มจดจำตัวตนของความมืดของแม่มดดำได้แล้ว ทั้งยังรู้วิธีเปิดจิตสื่อสารกันโดยมีสื่อกลาง

ที่จริง แม่มดคืนสื่อกลางที่เธอใช้ทั้งเพื่อปลอมตัวเป็นเขาและติดต่อสื่อสารกันในช่วงที่อาเมียร์เดินทางไปช่วยแอชจากในวังมาแล้ว ทั้งยังกำชับกำชาหนักหนาว่าให้ทำลายเสียหรือเก็บไว้ในที่ปลอดภัยเพื่อไม่ให้ผู้มีเวทมนตร์เช่นกันนำไปใช้ประโยชน์ได้ หลังจากนั้น และอาเมียร์ก็เปลี่ยนมาฝึกฝนการติดต่อกับมาลิอาโดยไม่มีสื่อกลางไว้เผื่อในเวลาจำเป็น

หลังจากที่เขากลับมาถึง แม่มดดำก็โล่งใจที่ตนได้พ้นจากภาระใหญ่ ขณะที่คนอื่นๆ รับรู้เพียงว่ามาลิอาเพิ่งกลับมาจากเดินทางไปทำธุระที่นอกเมืองและพักอยู่ที่บ้านของซิอ์บุลตามเดิม ที่จริง เย็นวันนี้รูอาร์คอยากชวนเธอมาด้วย แต่ก็ปรากฏว่านางรำตาบอดหายออกไปจากบ้านตั้งแต่บ่าย เขาจึงต้องมาดื่มฉลองผลการเจรจาระหว่างแอชกับดูลัสกันเพียงสองคนแทน

อาเมียร์ค่อนข้างแน่ใจว่าหากมาลิอามาดื่มเหล้าสังสรรค์เช่นกัน เขาก็ควรจะสัมผัสได้ว่าเธออยู่ไม่ไกล กระนั้นกลับไม่อาจจับตัวตนของอีกฝ่ายได้เลย

เป็นความมืดแปลกปลอมต่างหากที่ยิ่งแจ่มชัดและคืบใกล้เข้ามา

มีอะไรรึ

คำถามนั้นดึงชายหนุ่มขึ้นจากสมาธิกะทันหัน เขาเห็นรูอาร์คมองมาอย่างสงสัย

เมื่อครู่เจ้าเหม่ออะไร

เปล่าเขารีบตอบก่อนจะนึกหาเหตุผลข้า...ลืมของไว้ในร้านเหล้า เจ้ารออยู่นี่ก่อน แล้วข้าจะรีบกลับมา

ครั้นแล้ว อาเมียร์ก็สาวเท้ายาวๆ ออกไปจากคอกม้าโดยไม่รอฟังคำตอบของคู่สนทนา

ท้องถนนที่มีการตามไฟไว้เป็นระยะๆ นั้นว่างเปล่า ทั้งยังร้างเงาผู้คนและเงียบสงัด ทว่าความรู้สึกว่ามีสิ่งซึ่งมีพลังแปลกปลอมยังคงไม่จางหายไป

มันวนเวียนอยู่ไม่ไกลนี้เอง

ชายหนุ่มชักมีดสั้นออกก่อนจะพลิกกายหลบดาบตรงซึ่งเสือกแทงเข้ามาจากข้างหลัง...จุดที่จู่ๆ ความมืดแล่นปรูดเข้ามา

มันก่อร่างขึ้นอย่างมนุษย์

ร่างของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนและนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มดุจเดียวกับแอช เสื้อผ้าอย่างคนชั้นสูงบนร่างของอีกฝ่ายเปื้อนเลือดเป็นหย่อมกว้างหลายแห่ง

อาเมียร์ยืนตะลึงงันได้เพียงแวบเดียวก็รู้สึกได้ว่ามีความมืดอีกสายปรากฏขึ้นที่ข้างหลังตนอีกครา

ของแข็งบางอย่างหวดเข้าที่ต้นคอ ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าตนก้มหลบเองหรือบางสิ่งในกายบังคับให้รีบทิ้งตัวลง กระนั้นยังช้าเกินอาการแสบวาบขึ้นที่หลังคอราวกับถูกฟาดด้วยเรียวไม้

คัมภีร์อนธการเพิ่งสำแดงอำนาจป้องกันเขาได้อย่างฉิวเฉียด

อาเมียร์กลิ้งตัวหลบไปด้านข้างก่อนจะรีบผุดลุกขึ้น เขาเห็นชายวัยกลางคนร่างกำยำคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ผมกับหนวดเคราสีน้ำตาลแดงของอีกฝ่ายเปียกโชก...ไม่ด้วยเหงื่อก็คงเลือด นัยน์ตาสีเขียวหยกคล้ายจะเรืองแสงในความมืด บนแก้มซ้ายมีรอยแผลเป็นยาว ตลอดร่างกายยับเยินด้วยรอยดาบ

เจ้าชายแห่งความมืดจำชายผู้มีใบหน้าเรียบเฉยทั้งสองได้ดี...แม้จะไม่เคยพบตัวจริงของพวกเขามาก่อนในยามที่ทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่

เจ้าชายไอลีช...พระเชษฐาของแอช และกันซุคห์...หัวหน้ากลุ่มผู้ล้างแค้นชาวอัสลาน

“‘ตัวข้าอีกคนส่งพวกท่านมางั้นรึ

ไม่มีคำตอบ

ภูตพรายทั้งสองปราดเข้าหาอาเมียร์พร้อมกันจากทั้งสองด้าน ยังผลให้ชายหนุ่มจำต้องหลบหลีกพลางตอบโต้ เขารีบรวมสมาธิ ดึงพลังความมืดก่อตัวขึ้นเป็นดาบที่ไหวพร่าเหมือนหมอกควัน ขณะที่อีกมือใช้มีดสั้น

อาเมียร์นึกถึงเวทมนตร์สำหรับปลดปล่อยวิญญาณอยู่ในใจ...แต่ก็ไม่อาจทำได้ขณะออกแรงกายหนักหน่วง การปกป้องของคัมภีร์อนธการใช่จะไร้จุดอ่อน หากถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวจากหลายด้านหรือกระหน่ำด้วยเวทมนตร์ติดๆ กัน เกราะป้องกันตัวเขาก็สามารถอ่อนกำลังลงได้ มิหนำซ้ำอำนาจป้องกันของคัมภีร์จะลดลงจนแทบไม่เหลือ ในขณะที่ตัวเขาเองกำลังดึงพลังของมันมาใช้ทำสิ่งอื่น เช่นการสร้างและคงรูปอาวุธที่ทำอยู่ในขณะนี้

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำคัญ ชายหนุ่มคิดหนักมากกว่าว่าตนจะเอาชนะคู่ต่อสู้ที่กลุ้มรุมเข้ามา ตลอดจนช่วยเหลือปลดปล่อยวิญญาณทั้งสองได้อย่างไร

...อย่างน้อย เขาก็คิดว่านั่นไม่ใช่ปัญหาสำคัญ จนกระทั่งสัมผัสได้ว่ามีความมืดจุดที่สามอยู่ไม่ห่างออกไป

ในโรงเก็บม้าที่เขาเพิ่งออกมา

อาเมียร์เพิ่งตระหนักได้ถึงความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น

ชายหนุ่มพยายามสลัดคู่ต่อสู้ทั้งสองออกโดยเร็ว แต่ครั้นเจ้าชายกับพรานอัสลานยังคงตามติดไม่ลดละก็แค่นเสียง อาเมียร์เร่งพลังให้ดาบเงาดำขยายใหญ่ขึ้น แปรรูปร่างคล้ายอาวุธซัดของชาวทรายที่ทำจากไม้ทรงโค้งแล้วขว้างให้หมุนออกไป ต้องทั้งสองร่างจนผงะหงายในคราวเดียว

ส่วนตนเองวิ่งกลับเข้าไป ก่อนจะชะงักครู่หนึ่งเมื่อผ่านร่างของคนเฝ้าคอกม้าที่นอนกองอยู่บนพื้นไม่ห่างจากประตูคอกด้านใน

ความมืดยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ ทำให้ไม่มีเวลาตรวจสอบว่าอีกฝ่ายเป็นหรือตาย อาเมียร์ออกวิ่งต่อไป...ผ่านกลุ่มม้าที่ร้องและย่ำเท้าอย่างตื่นตระหนกในคอกเล็กแต่ละซอง...

...จนมาถึงคนสองคนที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ข้างหน้าม้าตัวหนึ่ง

คนหนึ่งหันหน้ามาให้เขาอย่างเยื้องๆ ส่วนอีกคนหันหลัง เป็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยจนแปลบวาบในใจ

“...รูอาร์ค!อาเมียร์ตัดสินใจเรียกคนที่หันหน้ามาทางตน

คนถูกเรียกค่อยๆ หันมามองชายหนุ่มด้วยนัยน์ตาปรือเลื่อนลอย ขณะที่ร่างโงนเงนมาข้างหน้า...และเอนพิงชายอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้กัน

เมื่อนั้นเอง ชายคนนั้นจึงได้ผินหน้ามาทางอาเมียร์ด้วยดวงตาเศร้าสร้อย...และเอ่ยขึ้นช้าๆ

ข้า...ขอโทษขอรับ อาจารย์

ท่านเฟย์ลิม!

ร่างกายของชายหนุ่มค่อยๆ สลายเป็นเงาดำ แทรกซึมลงสู่พื้นและอันตรธานหายไป

ทิ้งให้ร่างของรูอาร์คทรุดลงมาข้างหน้า

...พร้อมกับรอยแผลสั้นๆ ที่ชายโครง และเลือดแดงฉานชุ่มเสื้อสีอ่อน

อาเมียร์ร้องออกมา เขาปราดเข้าไปรับร่างนั้นทันก่อนล้มฟาดพื้นเพียงฉิวเฉียด

ขณะร่ำร้องเรียกชื่อของอีกฝ่าย ชายหนุ่มนึกออกเพียงว่า...ไม่อีกแล้ว เขาไม่อยากให้มีใครตาย ไม่อยากสูญเสียใครไปอีก และไม่อยากให้ใครต้องสูญเสีย

รูอาร์คเป็นเพื่อนของเขา...เพื่อนคนสำคัญของเขา

หากต้องเสียรูอาร์คไปเหมือนกับเกล็น เหมือนกับเฟย์ลิม...เพราะตัวเขาอีกคนหนึ่ง

อาเมียร์คงไม่มีวันให้อภัยตนเองได้อีกเลย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #36 pippin_pie (@pippin_pie) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 21:29
    ลุ้นมากกกกกกก ToT
    #36
    1
    • #36-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 68)
      18 ตุลาคม 2560 / 21:39
      มาต่อแล้วนะค้า >w<
      #36-1