The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 67 : 5 - 'เรา' สองฝ่าย "และนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ท่านจะให้คำตอบแทนพระองค์ได้เช่นกัน"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ต.ค. 60

บทที่ ๕

เราสองฝ่าย

 

ค่ำนั้น เจ้ามณฑลยาร์ลาธหัวเราะอยู่เป็นเวลานานในห้องหนังสือกับลูกชายในนาม ซึ่งนั่งอยู่ตรงหน้า และกำลังแสดงอารมณ์ผิดกันอย่างเห็นได้ชัดหลังจากรายงานผลของตนไปได้ไม่เท่าไร

ไม่ตลกเลยนะรูอาร์คทำหน้าบูดเต็มที่

ลูกกระรอกลำพองเกือบโดนกาดำตะปบหลังลากไปกิน จะไม่ให้ขำได้อย่างไรลุงของชายหนุ่มพูดพลางผ่อนลมหายใจ สีหน้ายังคงแจ่มใสราวกับไม่เห็นเหตุถูกจี้ที่หลานชายเพิ่งผ่านมาเป็นเรื่องคอขาดบาดตายแต่อย่างใด

แน่ละ ลุงเบเรคย่อมขำไม่ออกหากสูญเสียรูอาร์คไปเช่นเดียวกับลูกชายคนโต...พระคู่หมั้นเฟย์ลิมผู้ถูกสังหารด้วยมนตร์ดำในต้นฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ชายผมแดงไม่อยากพูดให้ญาติผู้ใหญ่ของตนรู้สึกไม่ดีขึ้นมาอีก ดังนั้นที่อีกฝ่ายยังคงเห็นเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องเบาๆได้ก็ย่อมดี

ฟีอาคราไม่ได้เอาจริงชายวัยกลางคนเอ่ยเรียบๆขืนเขาเอาจริงละก็ ป่านนี้...

ป่านนี้กระรอกได้ลงไปนอนย่อยในท้องกาแล้วชายหนุ่มต่อคำพูดอย่างละเหี่ยใจข้ารู้ตัวหรอก ตาลุงหน้านกนั่นเก่งซะขนาด

หากหลีกเลี่ยงการรบกันได้ก็คงดีเจ้ามณฑลยาร์ลาธรับพลางลูบคาง ทว่าน้ำเสียงบอกชัดว่าไม่มีทางคาดหวัง

ข้าว่าเราน่าจะบอกเขาเรื่องแฟคท์นา ลุงหน้านกนั่นดูไม่ใช่คนเลว ถ้ารู้ว่านายตัวเอง...

ไม่มีเรเวนที่ไหนยอมขายนายหรอกลุงเบเรคแย้งทันควันกระทั่งพวกที่ลอบปลงพระชนม์ก็คงจะยอมตายไปแล้ว

นั่นเป็นเรื่องที่ยังยืนยันไม่ได้แต่ก็มีมูล ไม่นานหลังจากเกิดเหตุลอบปลงพระชนม์ เรือลาดตระเวนนอกชายฝั่งเหนือซึ่งบรรทุกอดีตหัวหน้าหน่วยเรเวนกับสมาชิกที่ว่ากันว่ามีฝีมือดีกลุ่มหนึ่งก็อับปางลงเพราะการโจมตีของกองโจรสลัดลึกลับที่ไม่มีวันระบุตัวตน

นั่นตอบข้อสงสัยได้เป็นอย่างดีว่าเหตุใดมือที่สามผู้อุกอาจในครั้งนั้นจึงไม่เคยถูกจับได้ และฟีอาคราซึ่งเป็นรองหัวหน้าหน่วยก็ได้ขึ้นมารับหน้าที่หัวหน้าอย่างเต็มตัวนับแต่นั้น

ไม่มีคำว่าดีหรือชั่ว มีแต่ฝ่ายเขากับฝ่ายเราเป็นไปได้มากที่สุดว่าหากรู้เข้า ปีกสีนิลอันแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าก็คงกางออกปกป้องนายของตนจนย่อยยับลงไปพร้อมกัน ต่อให้ตระกูลเจ้ามณฑลอุลทูร์ตกเป็นกบฏแผ่นดินไปแล้วก็ตาม

เอาเถอะเจ้ามณฑลยาร์ลาธเอ่ยขึ้นเอง หลังจากต่างฝ่ายเงียบไปพักหนึ่งเขาได้พบกับซิอ์บุลแล้วก็ดี ทางเราจะได้รู้ตัวไว้

แต่ทางนั้นก็คงรู้แล้วเช่นกันว่าเราคิดจะทำอะไรรูอาร์คขมวดคิ้วข้าว่ามันเดาได้ไม่ยากหรอกว่าเราคิดจะฝึกหน่วยพิเศษขึ้นมาตอบโต้หน่วยเรเวน

ไม่ช้าก็เร็ว ย่อมต้องรู้อยู่ดีชายวัยกลางคนยังคงตอบอย่างใจเย็นสิ่งที่ดีคือเรารู้ต่างหากว่าเขามา เจ้าเลือกสะกดรอยได้ถูกคน แต่ก็เสี่ยงตายเกินไปหากเขาคิดจะเอาจริง ดังนั้นจงคิดหน้าคิดหลังให้ดีกว่านี้

ขอรับ...ขอรับชายผมแดงยกสองมือขึ้นอย่างจำนนข้าก็ไม่อยากกลายเป็นสเต็กกระรอกให้กาดำมันกินนักหรอก

เข้าใจแล้วก็ดีลุงกระรอกน้ำตาลพยักหน้าขึงขังก่อนจะเริ่มพูดเป็นพิธีรีตองจ่าฝูงกาดำแวะไปเยี่ยมจ่าฝูงหมาป่าของเรา แล้วลูกฝูงเล่าไปไหนบ้าง

ลูกฝูงมันมีอยู่แปดตัว ตัวที่หนึ่งกับสองไปสอดแนมที่บ้านท่านซิอ์บุล สามกับสี่มาแถวจวน ตัวที่ห้าไปด้อมๆ มองๆ ที่อารามซึ่งเจ้าหญิงเคยประทับเมื่อปีก่อน ตัวที่หกมาทำเนียนในศาลาเมือง และสะกดรอยตามอาเมียร์แต่พอเจ้าตัวจะกลับบ้านก็เรียกมันเข้ามาคุยด้วย มันเลยถอยไป ตัวที่เจ็ดเดินไปมาในเมือง ส่วนตัวที่แปดเฝ้าลูกกริฟฟอนอยู่ในห้องพักโรงแรม วันนี้ดูลัสไม่ออกมาจากห้องเลย ตอนกลางวันก็ให้ยกสำรับขึ้นไปชุดเดียว คงเป็นของคนเฝ้ามัน ส่วนตอนเย็นฟีอาครากับตัวที่แปดผลัดกันลงมากินข้าว ให้ยกสำรับขึ้นไปในห้องหนึ่งชุด  ดังนั้นเดาได้ว่ามันหลับอยู่ทั้งวัน

เบเรคพยักหน้ารับช้าๆตรงกับที่คนของข้ามารายงานพอดี

หะ...รูอาร์คเลิกคิ้วตรงกับที่คนของท่าน...?”

ทหารที่เจ้าเลือกมาก็เก่งหรอกนะ พวกเขาเข้าใจปลอมตัว มิหนำซ้ำเจ้ายังจีบแม่บ้านของโรงแรมและดึงพวกเด็กขอทานในเมืองมาใช้งานได้ดี แต่ตอนตามรอยเป้าหมาย พวกนี้ยังขาดความระวังตัวไปว่าพวกเรเวนอาจยอมปล่อยให้ตามเพื่อล่อไปเล่นงาน และพวกตัวเองก็ถูกคนอื่นตามรอยได้เหมือนกันเจ้ามณฑลหัวเราะในลำคอแต่เอาเถอะ นับเป็นก้าวแรกที่ดี

สรุปว่า...ข้าออกไปวิ่งล่ออีกา ทั้งๆ ที่ท่านสืบเองได้เร็วกว่ารึนั่นกระรอกแดงกลอกตา

เขาเรียกว่าการทดสอบ แต่กระรอกแดงก็ทำได้ดี...แม้ยังไม่อาจเทียบชั้นมังกรน้ำชายวัยกลางคนเหยียดยิ้มดังนั้น มังกรน้ำจะใจดี เปิดโอกาสให้กระรอกแดงขอพรได้หนึ่งข้อ เว้นแต่ขอไม่สืบทอดตำแหน่งเจ้ามณฑล

ว่าแล้วชายหนุ่มยักไหล่ไม่น่าเผยจุดอ่อนเลย

ข้ารู้อยู่หรอกว่าเจ้าจะไม่เสียโอกาสดีๆ ไปกับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างนั้นชายวัยกลางคนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะตรงหน้าช้าๆเพราะสายตาเจ้าบอกชัดว่าต้องการอย่างอื่นมากกว่า

เช่น?”

แต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นกระมัง

แล้วท่านอนุญาตรึ

อนุญาตให้เจ้าเลี้ยงดูนางได้ หากว่านางยินยอม

เสียใจ ท่านเดาผิดรูอาร์คตอบหน้าตาเฉยแม้จะแอบเข่นเขี้ยวอยู่ในใจ สายตาพึงใจของเจ้ามณฑลยาร์ลาธบอกชัดว่าอีกฝ่ายรู้สถานการณ์ระหว่างชายหนุ่มกับลีชาในช่วงนี้ดี

รูอาร์คมีใจให้กับลีชา พี่เลี้ยงชาวธีร์ดีเรของลูกเล็กๆ ของนักรบซิอ์บุลมานานแล้ว (ตามมาตรฐานของตัวเขาเอง) ทั้งยิ่งอยากอยู่เคียงข้างเธอขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าหญิงสาวสูญเสียสามีไปจากน้ำมือของพวกโจรป่า และเคยเป็นนางโลมมาก่อน อาจเป็นเพราะเขาเองก็เคยเป็นเด็กหัวขโมยข้างถนนกระมัง

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตนเข้าใจเธอ กระทั่งช่วยให้ลีชาซึ่งสะเทือนใจจากเหตุการณ์ครั้งนั้นจนสูญเสียเสียงของตนไปกลับมาพูดได้อีกครั้ง และต้องการที่จะช่วยให้เธอได้ลูกเล็กที่เกิดจากสามีเก่าซึ่งเวลานี้ถูกพ่อแม่ของสามียึดเอาตัวไว้ที่ชอร์ซากลับคืนมาด้วย

ทว่าลีชาเองปฏิเสธที่จะตอบรับเขา มิหนำซ้ำเวลานี้ก็ยิ่งมึนตึงและพยายามหนีหน้ารูอาร์คขึ้นไปอีกเมื่อได้ข่าวลือว่าลูกชายคนรองของเจ้ามณฑลยาร์ลาธเพิ่งแวะไปค้างบ้านนางโลมชั้นสูงคนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ โดยไม่รู้ว่ารูอาร์คทำไปเพื่อรักษาสัญญาต่ออีกฝ่าย ตอบแทนกับการลอบพาเขาออกนอกด่านไปช่วยเหลืออาเมียร์ซึ่งเพิ่งหนีออกมาจากคุกกรงน้ำ

กระรอกแดงไม่ชอบแก้ตัว และไม่ชอบนำเรื่องของคนอื่นมาเป็นข้ออ้าง จึงได้กำลังเว้นช่องว่างให้เหตุการณ์สงบลง เขาเชื่อว่าหากลีชาขุ่นมัวในใจเพราะคิดว่าเขาไปอยู่กับผู้หญิงอื่นถือเป็นลางบ่งชี้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป...ในทางที่ดี

และเขาก็คิดจะทำให้เธอรู้สึกดีที่สุดด้วยสิ่งที่เธอต้องการมากกว่าสิ่งใดในโลกนี้

งั้นเจ้าต้องการอะไรกันล่ะเบเรคเร่งถามเมื่อรูอาร์คเงียบไป

อยากให้ท่านยอมรับหลานปู่สักคน

สีหน้าของเจ้ามณฑลยังคงหลุดความตะลึงงันแม้จะพยายามข่มไว้ กระรอกแดงเห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้พลาดทำใครท้องขึ้นมา แต่ข้าอยากรับลูกบุญธรรม และอยากให้ท่านรับรองว่าเด็กคนนั้นจะได้รับการศึกษาเป็นอย่างดี ในฐานะคนของตระกูลยาร์ลาธ

ลูกของผู้หญิงคนนั้นสินะสีหน้าของลุงเขาแทบกลายเป็นหน้ากาก แบบเดียวกับตอนที่พบเด็กล้วงกระเป๋าหัวแดงหน้ามอมแมมเป็นครั้งแรก...พร้อมกับถุงเงินอ้วนๆ ของตนเป็นหลักฐานคามือ

นางชื่อลีชา กรุณาเรียกแม่ของหลานท่านดีๆ ด้วยรูอาร์คเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างขึงขัง

คิดว่าทำอย่างนี้แล้ว นางจะยอมรับรักของเจ้ารึ

หึชายผมแดงหัวเราะข้าไม่คิดจะยื่นหมูยื่นแมวอะไรแบบนั้น แต่ทนไม่ได้ที่เห็นแม่ลูกโดนพรากจากกันด้วยอคติไม่เป็นเรื่องต่างหาก ท่านเจ้ามณฑลไม่คิดว่ามันโหดร้ายเกินไปบ้างหรือขอรับ

ชะ ถ้ามันโหดร้ายนักก็ไปรับเป็นพ่อบุญธรรมของเด็กอีกหลายๆ คนไปลุงกระรอกน้ำตาลโต้กลับทันควันก่อนจะเบ้หน้าแต่อย่าดีกว่า มีไอ้ลูกกระรอกกลายพันธุ์เป็นปลาไหลอย่างเจ้าตัวเดียว ข้าก็ปวดหัวตาย ขืนเจ้าหามาให้เลี้ยงเป็นโขยง วันๆ คงได้แต่นั่งจับปลาไหลใส่ตะข้องจนไม่เป็นอันทำอะไร

แต่เป็นปลาไหลก็ใกล้เคียงมังกรน้ำมากกว่ากระรอกนะรูอาร์คตอบด้วยใบหน้าแป้นแล้น

ใกล้เคียงและใกล้ปาก กินง่ายกว่าชายวัยกลางคนแสร้งแยกเขี้ยวเอ้า! เด็กที่ว่านั่นชื่ออะไร อยู่ที่ไหน แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอะไรบ้าง ในฐานะปู่บุญธรรม

 

เคียราตื่นขึ้นมาเห็นแสงไฟไหวระริก

ฟ้ายังมืดอยู่ ให้งุนงงว่าที่จริงเธอหลับไปเพียงไม่นานทั้งๆ ที่รู้สึกเหมือนได้นอนมายาวนานมากกว่านั้น กระทั่งความง่วงถูกแทนที่ด้วยอาการแสบท้องเชียวหรือ

ที่ข้างตัวเธอคือเจ้าหญิงแอชลีนน์ซึ่งขดพระวรกายใต้ผ้าห่มและกำลังบรรทมสนิท เลยไปอีกคือคนทรายที่กำลังนั่งเฝ้ากองไฟ เขาพูดโดยไม่หันมามองหน้าเธอ

กินอะไรหน่อยไหม

ชายหนุ่มหยิบไม้แท่งหนึ่งที่ปักอยู่หน้ากองไฟขึ้นมา มันเสียบนกย่างทั้งตัวซึ่งดูคล้ายไก่ ทว่าใหญ่กว่าฝ่ามือไม่มากนัก

นางกำนัลสาวไม่รู้ว่านั่นเป็นตัวอะไร แต่ภาพของอาหารที่คุ้นตา มิหนำซ้ำย่างจนหนังเป็นสีน้ำตาลทองกำลังดียิ่งปลุกความหิว โดยเฉพาะเมื่อเธอไม่กล้ากินเนื้อกระต่ายเมื่อเย็นวานมากนัก

นกกระทา ท่านเคยกินสินะเขาลุกขึ้นยืน ถือนกย่างเสียบไม้กับถุงหนังใส่น้ำมาให้เธอกินให้อิ่มเถอะ วันนี้ทั้งวันท่านยังไม่ได้กินอะไรเลย

มะ...หมายความว่าอย่างไรหญิงสาวตกใจ

ข้าใช้เวทมนตร์ทำให้ท่านหลับสนิทตั้งแต่เมื่อคืน แล้วก็แบกขึ้นหลังในวันนี้ ท่านจะได้พักเท้าบ้าง

เคียราก้มลงมองตนเอง ขาและเท้าของเธอมีผ้าห่มอีกผืนคลุมอยู่และให้ความรู้สึกผิดแปลก หญิงสาวเลิกผ้าห่มขึ้นเห็นชายกระโปรงรุ่งริ่งร่นขึ้นเหนือเข่า ยังผลให้สีแดงฉีดขึ้นทั่วใบหน้าก่อนที่เธอจะรีบคลุมผ้าห่มกลับโดยเร็วด้วยความรู้สึกเหมือนถูกล่วงเกินอย่างไม่อาจห้าม

ขอโทษนะ ข้าจำเป็นต้องทำ ไม่อย่างนั้นชายกระโปรงของท่านจะเกี่ยวโน่นเกี่ยวนี่ไปหมด และท่านก็อาจสะดุดล้มได้ชายคนทรายเอ่ยเรียบๆเส้นทางของข้าจะพาเราตรงเข้าไปในจวนของเจ้ามณฑลเลย ท่านจะได้ผลัดเสื้อผ้าใหม่ที่นั่น ดังนั้นอย่าห่วงเลยว่าใครจะเห็น

พูดได้สิ ก็เจ้าเห็นไปแล้วนี่...นางกำนัลสาวอดนึกไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยใส่กระโปรงที่สั้นกว่าค่อนน่อง แล้วนับประสาอะไรกับให้ผู้ชายเห็นเรียวขาตั้งแต่ใต้เข่าลงมา

อีกฝ่ายเป็นจอมเวท คงอ่านใจเธอออก แต่เขาก็ไม่พูดอะไร เพียงแต่ส่งน้ำกับอาหารให้แล้วก็เปลี่ยนเรื่องเสียเฉยๆ

รีบกินเสีย เสร็จแล้วจะได้ลองรองเท้า

เคียราชะงักค้างขณะที่กำลังจะเปิดจุกถุงน้ำ

ชายหนุ่มเดินกลับไปหยิบของบางอย่างจากจุดที่เขาเคยนั่งเฝ้ายาม ก่อนจะเดินกลับมาที่เดิม

นั่นดูเหมือนจะเป็นรองเท้าของเธอเอง ทว่าเวลานี้มันมีสภาพต่างออกไปจนแทบจำไม่ได้ หนังขัดเรียบมันปลาบที่ด้านหน้าและหลังของรองเท้าถูกตัดให้ขยายออกและบุด้วยแผ่นหนังที่มีขนนุ่มสีน้ำตาลเทา เช่นเดียวกับภายในรองเท้า หนังผืนใหม่ถูกเย็บเข้าไปด้วยสายเอ็นแน่นหนาทนทาน ไม่ได้เก็บซ่อนเพื่อความประณีตใดๆ

พรุ่งนี้เราต้องเดินต่ออีกวันหนึ่ง แอชเลยบอกให้ข้าเอาหนังกระต่ายมาแก้รองเท้าให้ท่าน พรุ่งนี้เท้าของท่านคงดีขึ้นพอจะเดินต่อได้แล้ว

เคียราขยับเท้าอยู่ใต้ผ้าห่ม รอยบาดซึ่งมีเลือดไหลซึมเมื่อวานยังแสบน้อยๆ ทว่าความเมื่อยล้าคลายลงไปมาก กระนั้น เธอยังคงมองรองเท้าที่แปรสภาพไปอย่างไม่แน่ใจนัก

สุดท้าย เมื่อชายคนทรายไม่ยอมพูดอะไรสักที นางกำนัลสาวจึงได้ตั้งคำถามไม่หลวมเกินไปหรือ

ไม่หรอก หากเดินมากๆ เท้าจะขยาย ถ้าทำไว้พอดีกับเท้าตอนเริ่มใส่ พอผ่านไปนานๆ จะคับเกิน

ก็จริงของเขา...หญิงสาวไม่รู้จะปฏิเสธได้อย่างไร จึงได้แต่ดื่มน้ำล้างปากและลำคอที่แห้งผากก่อนจะกินเนื้อนกกระทาย่างซึ่งมีส่วนมันมากกว่าเนื้อกระต่าย แต่ก็ยังปรุงรสค่อนข้างจืด

ด้วยความหิว เคียรากินนกกระทาทั้งตัวจนหมดและดื่มน้ำอย่างกระหายโดยไม่เหลือความกลัวว่าจะถูกวางยาในน้ำหรืออาหารอีก บางทีคงเป็นสิ่งที่เรียกว่าความปลงตก หากว่าคนทรายสามารถใช้เวทมนตร์ทำให้เธอหลับไปได้ทั้งวันทั้งคืน มิหนำซ้ำยังฆ่าคนได้ด้วยเวทมนตร์ ก็เห็นจะไม่ต้องลำบากลำบนวางยากันอีก

ที่จริง เขาก็มีน้ำใจ...ใช่ไหมนะ มีอำนาจน่ากลัวถึงขั้นนี้แล้ว ฆ่าเธอทิ้งแทนที่จะเอามาเป็นตัวถ่วงยังง่ายดายเสียกว่า ไม่เห็นต้องมาหาอาหารเพิ่มหรือช่วยทำรองเท้าให้...แต่เอาเข้าจริง หากคนทรายนี่ฆ่าเธอหรือทิ้งเธอไป เจ้าหญิงแอชลีนน์ก็คงจะไม่พอพระทัยไม่ใช่หรือ

นั่นสิ ที่ทำดีกับเธอก็เพื่อเอาพระทัยเจ้าหญิงกับคิดจะซื้อใจเธอกระมัง

และเคียราก็บอกกับตนเองว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะได้ไปจากเธอง่ายๆ

ชายหนุ่มเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง ราวกับล่วงรู้ความคิด...ไม่สิ แน่ใจได้ว่าย่อมรู้ หญิงสาวจึงบังคับตนเองให้จ้องตอบอย่างไม่ลดละพร้อมกับรวบรวมความคิด

คนทรายนี่ต้องมีเป้าหมายสักอย่าง ใช้เวทมนตร์ชั่วร้าย หลอกลวงเจ้าหญิงเพื่อให้ตนเองกับครอบครัวได้ยึดครองธีร์ดีเร...

ก่อนอื่น ข้ากับครอบครัวไม่ได้คิดที่จะยึดครองธีร์ดีเร และข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจก็ด่าว่าข้าคนเดียว อย่าได้ลามไปถึงครอบครัว พ่อแม่พี่น้องข้าไม่เกี่ยวข้องด้วยจู่ๆ อีกฝ่ายก็พูดเสียงเครียดขึ้นทันทีและข้ามีชื่อ ท่านอาจจะชินเรียกข้าในใจว่าคนทรายแต่หากเปลี่ยนเป็นอาเมียร์ได้ก็ย่อมดี และคงไม่ลำบากนัก เพราะทั้งสองคำก็แค่สองพยางค์เท่ากัน นอกจากนี้ เวทมนตร์ไม่ได้ชั่วร้ายไปเสียหมด และข้าไม่ได้หลอกลวงเจ้าหญิง

นางกำนัลสาวรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งร่าง ขณะที่นัยน์ตาสีดำเรียบเฉยของอีกฝ่ายดูราวกับมีเปลวไฟลุกโพลงอยู่ภายใน เป็นไฟเย็นซึ่งสะกดตรึงเธอไว้ไม่ให้เบือนหลบ

นี่คือเวทมนตร์อีกหรือ

ไม่หรอก ข้าไม่ได้ใช้เวทมนตร์ แต่...ถ้าอย่างอื่นก็ไม่แน่คนทราย...ไม่สิ อาเมียร์หันหน้าหลบไปเองเอาเถอะ ข้าไม่ได้คิดจะซื้อใจหรือดึงท่านมาเป็นพวกอยู่แล้ว หากทำเช่นนั้นได้ก็อาจจะมีประโยชน์ แต่ไม่ได้ก็ใช่จะเสียประโยชน์

งั้นให้ข้ามาด้วยทำไมเคียรากลั้นใจถามทำไมไม่ฆ่าข้า หรือปล่อยข้าไว้ในเมืองตามพระประสงค์ของเจ้าหญิง

ข้าเกลียดการฆ่า...หากไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่ทำ และให้ท่านมาด้วยจะดีต่อเจ้าหญิงมากกว่า

แล้วให้เจ้าหญิงเสด็จหนีพิธีเสกสมรสอย่างนี้ดีต่อพระองค์หรือ!หญิงสาวยังคงกลัว แต่ขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ข้าไม่เข้าใจ ทุกสิ่งกำลังจะเรียบร้อยดีแล้ว ทำไมท่านถึงทำให้พระองค์ทรงคิดอะไรแผลงๆ ขึ้นมาอีก ท่านดูลัสเองก็ไม่ใช่คนเลว เขาจะเป็นกษัตริย์ที่ดี...และพระสวามีที่ดีของเจ้าหญิงแน่

และเจ้าหญิงก็จะเป็นราชินีที่ทุกข์ระทมไปตลอดพระชนม์ชีพชายหนุ่มพูดเสียงเรียบธีร์ดีเรก็จะไม่มีวันพ้นจากความชั่วช้าอุกอาจที่เคยถูกกระทำไว้

ความชั่วช้าอะไร

บอกไปตอนนี้ ท่านก็คงไม่เชื่อหรอกอาเมียร์ลุกขึ้นยืนและเดินกลับไปนั่งที่เดิมซึ่งอยู่ห่างออกไป ก่อนจะเติมฟืนลงในกองไฟหากอยากรู้ ก็ถามเจ้าหญิงของท่านเองแล้วกัน

งั้นท่านทำอะไรให้เจ้าหญิงทรงเชื่อนางกำนัลสาวจับจ้องชายตรงหน้าอย่างระแวดระวังท่านใช้มนตร์อะไรล่อลวงเจ้าหญิงกันแน่

เขาดูเหมือนคนธรรมดา แม้โครงร่างไม่สูงนักเมื่อเทียบกับชาวธีร์ดีเรโดยทั่วไป ผมดำและผิวคล้ำกว่า ก็ยังมีเครื่องหน้าคมสัน สง่างามอย่างรูปสลัก

แต่ไม่ได้...เคียราบอกตนเองว่าจะปล่อยให้รูปลักษณ์ภายนอกหลอกลวงตนไม่ได้เป็นอันขาด เธอเห็นปีกสีดำที่เคยแผ่กว้างอยู่เบื้องหลังชายคนนี้ตลอดจนเวทมนตร์นอกรีตน่าสะพรึงกลัวที่เขาใช้ต่อหน้าต่อตาแล้วไม่ใช่หรือ

มนตราที่เรียกว่าความจริงกระมังอีกฝ่ายเพียงยักไหล่และยิ้มน้อยๆ แต่เป็นยิ้มที่เครียดขรึม

งั้นก็ใช้มนตร์นั้นกับข้าเหมือนกันสิหญิงสาวเสนอหากทำให้เจ้าหญิงทรงเชื่อได้ ก็น่าจะทำให้ข้าเชื่อได้เหมือนกันไม่ใช่หรือ

นั่นขึ้นอยู่กับว่าท่านพร้อมที่จะเชื่อหรือเปล่าอาเมียร์พูดเหมือนกับไม่ใส่ใจนัก

แล้วท่านพร้อมจะทำให้ข้าเชื่อไหมล่ะ

พร้อม แต่ไม่ใช่เวลานี้ชายหนุ่มเอนหลังพิงต้นไม้และหลับตาลงข้าต้องพักผ่อน ท่านลองรองเท้าแล้วก็บอกในตอนเช้าเถอะนะว่าจำเป็นต้องแก้ไขอะไรอีก เมื่อถึงเคนมาราแล้วยังมีเวลาพูดกันอีกมาก

เขาเงียบไป ไม่มีประโยชน์ที่จะรบเร้า เคียรานิ่งเฉยอยู่อีกครู่จึงได้หยิบรองเท้าที่แก้ไขแล้วมาลองสวมบนเท้าของตน...ซึ่งเธอเองเพิ่งสังเกตว่าพันแผลใส่ยาสะอาดสะอ้าน ราวกับเพิ่งเปลี่ยนผ้าพันแผลมาใหม่ๆ

รองเท้าทั้งสองข้างหลวมไปถนัดใจ แต่ก็นุ่มสบายในที่ที่เคยกัดเท้าของเธอจนเจ็บระบม หญิงสาวขยับเท้าไปมาก่อนจะลุกขึ้นเดินวนอยู่กับที่ แต่ยิ่งรู้สึกว่าไม่มีสิ่งใดปกปิดขาตั้งแต่เข่าลงไปก็ยิ่งหนาวและอายแม้จะไม่มีใครมอง มิหนำซ้ำเสียงสัตว์กลางคืนที่ดังแว่วมาทำให้ไม่กล้าออกไปไกลจากกองไฟแม้จะรู้อยู่ว่าชายคนทรายคงกางกำแพงล่องหนไว้เหมือนวันก่อนๆ ก็ตาม

คืนฤดูร้อนเช่นนี้ในป่าคงมียุงอยู่มาก ทว่ารอบบริเวณที่พักดูเหมือนจะไม่มีแมลงกล้ำกรายเข้ามาสักตัว

ต้องขอบคุณเขาอย่างนั้นหรือ

เคียรานึกแล้วก็ถอนหายใจ เธอนั่งลงที่เดิมก่อนจะถอดรองเท้าทั้งสองข้างออกวางคู่กันอย่างเรียบร้อย และขดตัวลงนอนห่มผ้าทั้งที่จิตใจว้าวุ่น

คนทราย...ไม่สิ...อาเมียร์คนนั้นประหลาดพิกล

ดูแลเธอเป็นอย่างดีไม่แพ้เจ้าหญิง...แค่พิจารณาผ้าพันแผลและรองเท้าที่ทำให้ก็บอกได้ แต่ก็ไม่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมหรือโน้มน้าว ไม่ได้เซ้าซี้ให้เธอเชื่อใจ เขาอ่านใจเธอออก แต่ก็เพิ่งเอ่ยปากเหมือนดุว่าเมื่อเธอล้ำเส้นจนเกินไปในเมื่อครู่ที่ผ่านมา

กับเจ้าหญิงแอชลีนน์เล่า...เขาไม่ได้ใช้ราชาศัพท์หรือนบนอบต่อพระองค์ กระนั้นการพูดจาที่ดูสนิทสนมนั้นยังฟังสุภาพและให้เกียรติ เจ้าหญิงทรงมอบพระทัยให้เขา และเขาเองก็เหมือนจะตอบรับ ทว่าสิ่งที่ต่างฝ่ายมีให้กันดูเหมือนจะมีเพียงวาจาฉันมิตรผู้มีฐานะเท่าเทียมกันมากกว่าเกี้ยวพาราสี กระทั่งการสัมผัสยังจำกัดอยู่เพียงจับมือในยามจำเป็น เช่นชายหนุ่มยื่นมือให้เป็นหลักยามข้ามลำธารตื้นๆ ...และในเวลานั้นเขาก็ส่งมือให้เคียราก่อนด้วยซ้ำ

อาเมียร์ไม่ได้วางตัวเหมือนคนเถื่อน หรือจอมเวทกระหายอำนาจน่าสะพรึงกลัว แต่ดูเป็นสุภาพบุรุษราวกับอัศวิน ขุนนาง หรือ...กระทั่งเจ้าชาย

หากเทียบกับท่านดูลัส...

เคียราสั่นศีรษะและบอกตนเองให้รีบหลับพักผ่อนโดยเร็ว ก่อนจะคิดอะไรไม่เข้าเรื่องมากไปกว่านี้

 

ดูลัสคิดว่าตนรวบรวมเรื่องที่ควรถามพระมหาเถระลูเธียนไว้เรียบร้อยและทบทวนในใจไม่ให้ตกหล่นสักประเด็น แต่เมื่อถึงเวลามาอยู่ตรงหน้านักบวชหนุ่มซึ่งมีอายุห่างจากตนไม่กี่มากน้อยก็ยังอดไม่ได้ที่จะลังเล

เวลานี้เขานั่งอยู่ในห้องรับรองของอารามกับพระมหาเถระเพียงลำพัง ฟีอาคราซึ่งติดตามมาได้รับคำสั่งให้เฝ้าอยู่เพียงข้างนอก

ต่อให้มั่นใจในความจงรักภักดีขององครักษ์และอาจารย์ พระคู่หมั้นหนุ่มก็ยังไม่แน่ใจว่าควรให้หัวหน้าหน่วยเรเวนรู้เรื่องเกี่ยวกับเวทมนตร์ทั้งของอาเมียร์และมาดาย กระนั้นยังอดระแวงไม่ได้ว่าพระมหาเถระลูเธียนเองก็อาจมีจุดประสงค์แอบแฝงเช่นเดียวกับนักบวชชราอีกรูปหนึ่ง

หากว่าพระเถระมาดายเองก็ใช้เวทมนตร์แห่งความมืด เป็นจอมเวทชุดดำที่ร่วมมือกับท่านพ่อลอบปลงพระชนม์ แล้วจะเชื่อได้อย่างไรว่าลูเธียนซึ่งปล่อยตัวคนทรายมีเวทมนตร์ไปโดยง่ายไม่ได้เป็นพวกเดียวกันหรือเป็นอย่างเดียวกัน

ดูลัสไม่ใคร่ศรัทธาในเทพเจ้าและมองว่าศาสนจักรเองก็มีความฉ้อฉลของมันอยู่แล้ว การชิงอำนาจหรือกอบโกยผลประโยชน์ส่วนตนของนักบวชไม่อาจทำให้เขาประหลาดใจมากเท่ากับการเห็นตำตาว่ากระทั่งสาวกของเทพแห่งแสงสว่างก็มีอำนาจของมารร้าย

ชายหนุ่มพยายามทำใจให้นิ่งและถามตรงประเด็นทันที หลังจากคำทักทายไต่ถามสุขภาพตามธรรมเนียมคนทรายนั่น...ข้าหมายถึงอาเมียร์...ไม่มีเวทมนตร์อยู่ในตัวแล้วจริงๆ หรือ

สิ่งใดที่ไม่ใช่ของตน ย่อมไม่อาจดึงรั้งไว้กับตัวได้นักบวชหนุ่มกลับตอบเป็นปริศนา

หมายความว่าอย่างไรพระคู่หมั้นหนุ่มถามแม้ตนเองจะครุ่นคิดตามเช่นกัน

หากว่าเวทมนตร์นั้นไม่ใช่ของมัน...ก็แสดงว่ามันไม่มีเวทมนตร์อยู่ในตัวอีกแล้ว

แต่หากใช่...หากว่ามันมีเวทมนตร์อยู่ในตัวมันเอง ไม่ใช่เพราะถูกสิงสู่ ก็หมายความว่ามันยังมีเวทมนตร์อยู่

หรือว่า...ลูเธียนไม่ได้พูดถึงอาเมียร์ แต่กำลังพาดพิงถึงเขา...เจ้าหญิงไม่ใช่ของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่อาจรั้งพระองค์ไว้ได้

ข้าอยากได้คำตอบชัดเจน ว่าเวลานี้อาเมียร์ยังคงมีเวทมนตร์หรือไม่ดูลัสพยายามข่มความขุ่นมัวและเปลี่ยนคำถามช้าๆ

โดยตัวเขาเองนั้น ไม่มี

แล้วมีสิ่งใดทำให้เขามีเวทมนตร์งั้นหรือ

สิ่งที่ทำให้เขามีเวทมนตร์ไม่เป็นปัญหาสำหรับเราอีกต่อไปลูเธียนประสานมือเข้าด้วยกัน และนั่งเอนพิงพนักเก้าอี้ราวกับเบื่อหน่ายมันถูกควบคุมได้แล้ว

“‘ควบคุมของท่านมีความหมายอย่างไร กำจัดหรือจองจำ

ตราบใดที่ยังมีแสงสว่าง เงามืดย่อมไม่อาจถูกขจัดออกไปได้ นั่นคือสิ่งที่เราต้องยอมรับ

พระมหาเถระพระคู่หมั้นเรียกเสียงหนักข้าต้องการคำตอบตามตรง และเข้าใจง่าย

แต่ข้าไม่มีหน้าที่ต้องให้คำตอบเช่นนั้นไม่ใช่หรืออีกฝ่ายเสยผมที่ค่อนข้างยาวสำหรับนักบวชไปพ้นใบหน้าหรือท่านกำลังไต่สวนข้า

ดูลัสจำต้องยอมรับในที่สุดว่าเขาไม่ชอบนักบวชคนนี้เอาเสียเลย

ข้าเพียงแต่เห็นสมควรถาม เพราะอาเมียร์อาจเป็นภัยต่อธีร์ดีเร

ด้วยเหตุใด

ก็เขาเคย...ชายหนุ่มกลั้นคำว่าลักพาตัวเอาไว้พาเจ้าหญิงออกไปจากวัง ครั้งนั้นท่านก็เห็นว่าเขาเคยใช้เวทมนตร์สังหารผู้อื่น หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีกจะเป็นอย่างไร

ข้ารับรองได้ด้วยเกียรติของข้าว่าอาเมียร์จะไม่สังหารใครอีก...นอกจากเพื่อป้องกันชีวิตของตนและผู้อื่น ส่วนตอนนี้เจ้าหญิงก็ยังประทับอยู่ในวังไม่ใช่หรือลูเธียนตอบด้วยสีหน้าปรกติของตนหรือเจ้าหญิงทรงเป็นอะไรไป พระคู่หมั้นอย่างท่านถึงได้เดินทางมายังต่างมณฑล ทั้งๆ ที่ควรจะคอยอยู่ใกล้ๆ พระองค์มากกว่า

ดูลัสอดนึกไม่ได้ว่าอีกฝ่ายย่อมรู้เรื่องที่เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงหายไป แต่ก็ยังแสร้งถามอย่างนั้น

แต่ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ ก็เห็นชัดว่าทางเดียวที่จะเจรจาต่อไปให้ได้ความคือต้องบอกออกไปชัดเจน

เจ้าหญิงทรงหายพระองค์ไปจากวังโดยไร้ร่องรอย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเวทมนตร์ ดังนั้นหากอาเมียร์ยังมีเวทมนตร์อยู่ เรื่องนี้ก็อาจกระจ่างขึ้น

ว่าเขาเป็นคนร้ายสินะพระมหาเถระเอ่ยราวกับไม่เห็นเห็นเรื่องสลักสำคัญพระเถระมาดายบอกท่านหรือว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเวทมนตร์

พระคู่หมั้นขมวดคิ้วทันควันต่อให้ผู้มีเวทมนตร์ไม่ได้บอกก็เห็นกันอยู่ชัดเจนแล้ว เราไม่พบร่องรอยของคนร้ายเลย

อ้อลูเธียนพยักหน้าช้าๆ พร้อมกับกอดอกก็ดี

“‘ก็ดีของท่านหมายความว่าอย่างไรดูลัสยิ่งไม่เข้าใจ

ก็ดี...ที่เขาเรียนรู้ที่จะไม่แทรกแซงสถานการณ์ของอาณาจักรท่านมากไปกว่านี้ เช่น แล่นเข้าไปกลางศาลแล้วฆ่าผู้ต้องสงสัยแทนที่จะสะกดและคุมตัว ทั้งๆ ที่ยังไม่เสร็จคดี

หรือจะหมายความว่าพระมหาเถระวัยหนุ่มไม่พอใจพระเถระวัยชราและอาจเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน แต่ดูลัสวางใจไม่ได้ บางทีลูเธียนอาจร่วมมือกับมาดาย จึงแสดงละครให้เขาตายใจก็เป็นได้

ข้าคิดว่าเรากำลังคุยกันเรื่องของอาเมียร์ ไม่ใช่พระเถระ

หลังเสร็จคดี ข้าก็ไม่ได้ติดต่ออาเมียร์กับครอบครัวอีกเลย แต่ข้าสัมผัสได้ว่าไม่มีการใช้มนตร์มืดในทางมิชอบในเขตมณฑลนี้ ในตอนนี้จึงรอรวบรวมข้อมูลและร่องรอยของคนใช้เวทมนตร์ชุดดำนั้นอยู่

หากว่าพระมหาเถระพูดความจริง ก็แสดงว่าต่อให้อาเมียร์เล็ดลอดออกไปจากยาร์ลาธจริง เขาก็ไม่ได้ใช้เวทมนตร์อย่างที่ดูลัสคาดหมาย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ลูเธียนจะเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะตัวแทนของศาสนจักร

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ พฤติกรรมของผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ล้วนแต่มีเลศนัย แม้จะมีจุดร่วมตรงที่ล้วนแต่พุ่งไปเข้าข้างอาเมียร์

พระคู่หมั้นหนุ่มเริ่มทำใจว่าคงได้ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าคนทรายจากพระมหาเถระลูเธียนเพียงเท่านี้ แต่กลับประหลาดใจมากที่อีกฝ่ายพลันทักขึ้นมาเมื่อตนเอ่ยขอตัว

ท่านยังพกเครื่องรางของมาดายอยู่หรือเปล่า

หือดูลัสขมวดคิ้ว “...ไม่แล้ว ทำไมหรือ

นั่นเป็นความจริง ตั้งแต่มาดายเผยว่าตนร่วมมือกับพ่อของชายหนุ่มและขู่จะฆ่าเขาหากแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป ดูลัสย่อมไม่กล้านำสายประคำใหม่ที่ได้จากมาดายมาพกติดตัวอีก พูดให้ถูกคือไม่กล้ากระทั่งจะพกสายประคำหรือเครื่องรางอื่นใดด้วยซ้ำ

ก็ดีลูเธียนเพียงแต่รับ ก่อนจะบอกให้พระคู่หมั้นหนุ่มกลับออกไปได้ โดยไม่อธิบายมากไปกว่านั้น

 

ที่หมายต่อไปของพระคู่หมั้นหนุ่มคือบ้านไร่หลังหนึ่งในหมู่บ้านอาแดร์

ดูลัสไม่รู้ว่าเมื่อวานฟีอาคราได้เจรจากับเจ้าของบ้านอย่างไร แต่อีกฝ่ายก็เตรียมการเสมือนรับรองแขกที่มาดื่มน้ำชายามบ่ายทุกประการ...ออกจะพร้อมสรรพตามธรรมเนียมของคนทรายด้วยซ้ำ

เมื่อไปถึง ชายวัยกลางคนร่างใหญ่ซึ่งมีมือข้างเดียวก็ยืนรออยู่ที่ลานหน้าบ้านแล้ว เขาเชิญทั้งสองเข้าไปในบ้าน ผ่านลานด้านหน้าที่มีเด็กหญิงสองคนวางมือจากการเล่น และหันมามองอาคันตุกะพร้อมกับซักถามพ่ออย่างสนใจ ในบ้านยังมีเสียงร้องอ้อแอ้ของเด็กอีกคน คงเป็นลูกคนเล็กซึ่งอายุยังไม่ถึงขวบดี

พระคู่หมั้นเคยตรวจสอบตั้งแต่ตอนที่ตนยังเป็นราชองครักษ์แล้วว่าครอบครัวของอดีตนักรบรับจ้างซิอ์บุลมีสมาชิกกี่คน เป็นใครบ้าง ชื่ออะไร และอายุเท่าใด กระนั้นก็ยังอดรู้สึกแปลกไม่ได้เมื่อพบว่าคนที่นี่ดูไม่ต่างจากครอบครัวชาวไร่ธรรมดาหากไม่นับสีผมกับสีผิวซึ่งบ่งบอกว่าเป็นคนทราย และเหตุการณ์ที่ลูกชายคนโตของบ้านพาตนเองเข้ามาพัวพัน

พี่เลี้ยงเด็กชาวธีร์ดีเรดูเหมือนจะอยู่ในครัว ส่วนเจ้าบ้านฝ่ายหญิงคือสิมา ภรรยาของซิอ์บุลซึ่งดูราวกับมีอายุอ่อนกว่าสามีเป็นสิบปี เธอออกมาทักทายพวกเขาเล็กน้อย และยกถาดขนม กาน้ำชากับถ้วยดินเผาสามใบมาวางที่โต๊ะ

หญิงสาวยังดูอ่อนวัยเหมือนเพียงสามสิบต้นๆ แทนที่จะเป็นสามสิบปลายๆ ตามที่สายของเขารายงาน ทว่าเค้าหน้าซึ่งดูละม้ายอาเมียร์มากกว่าซิอ์บุลช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเธอย่อมเป็นแม่แท้ๆ ของชายหนุ่มคนทราย

กิริยาของสิมาในยามจัดจานของว่างนั่นนุ่มนวล ขนมที่เธอทำก็ไม่น่าจะใช่ขนมเรียบง่ายของชาวทราย บนจานดินเผาเรียบๆ กลับมีของหวานที่ดูน่าพิศวงงดงามราวกับงานประดิษฐ์ของชาววัง ยิ่งยืนยันเรื่องที่ครอบครัวของอาเมียร์อาจเคยเป็นเชื้อพระวงศ์ในดินแดนทะเลทราย

หากให้บรรยายขนมที่เขาไม่รู้จักชื่อนั้น ดูลัสคงต้องบอกว่ามันเป็นแป้งอบสอดไส้คล้ายพายของธีร์ดีเร ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ พอคำ ผิวหน้าขนมเป็นสีเหลืองทอง มันวาวด้วยน้ำเชื่อมที่แห้งแล้ว แต่งหน้าด้วยดอกไม้ซึ่งคงทำจากน้ำตาล...ดูลัสเดาจากละอองสีขาวจางๆ เหมือนหิมะที่ปกคลุมกลีบดอกไม้แต่ละดอก กระนั้น พวกมันก็ดูเหมือนดอกไม้จริงในฤดูร้อนของธีร์ดีเรเสียจนน่าทึ่ง

ท่าทางยามหญิงสาวรินน้ำชาสีน้ำตาลแดงลงถ้วยดินเผานั้นก็เช่นกัน น้ำชานั้นร้อนกรุ่น อวลกลิ่นอบเชยและสมุนไพรอย่างใบเซจตามอย่างชาของคนทรายที่ดูลัสได้ยินมา แต่ขณะเดียวกันก็แฝงกลิ่นคล้ายดอกไม้บางอย่างจางๆ

สิมาบอกชื่อขนมอันแปลกหูจนชายหนุ่มไม่อาจจำ แล้วเธอจึงตอบรับคำพูดของฟีอาคราซึ่งเดาว่าชานี้มีกลิ่นกุหลาบ หลังจากที่หัวหน้าหน่วยเรเวนยกถ้วยชาขึ้นดื่มอึกยาวก่อนใคร ประหนึ่งไม่กลัวว่าจะมียาหรือสิ่งแปลกปลอมใดๆ อยู่เลย

ดูลัสไม่ได้กลัวจะถูกวางยาพิษ เขารู้ว่าครอบครัวของอาเมียร์ย่อมไม่ฆ่าตนอย่างโจ่งแจ้ง แต่ก็ยังเกรงว่าจะมีเวทมนตร์ซึ่งตนคาดไม่ถึงหรือผู้อื่นตรวจจับไม่ได้ กระนั้น เมื่ออาจารย์ดาบไม่เพียงแต่ดื่มชาของเจ้าบ้าน แต่ยังหยิบขนมชิ้นหนึ่งขึ้นกินก่อนที่ซิอ์บุลจะดื่มชาและกินขนมชุดเดียวกัน ชายหนุ่มจึงมีแต่ต้องรักษามารยาท

ดอกไม้ซึ่งคนทำบอกว่าเป็นดอกไม้จริงเคลือบน้ำตาลมีรสหวานและกรอบ ส่วนแป้งขนมเองก็เช่นกัน เนื้อแป้งบางซ้อนกันหลายชั้นแตกร่วนเหมือนกับจะละลายในปาก ส่งกลิ่นหอมเนย ส่วนไส้ขนมเป็นวอลนัตสับหยาบๆ ซึ่งปรุงรสกำลังพอเหมาะ เขาจึงชมรสชาติของมันต่อเจ้าบ้านหญิงได้อย่างจริงใจ

หญิงสาวผู้มากวัยกว่ายิ้มรับน้อยๆ พร้อมกับขอบคุณอย่างถ่อมตน ก่อนจะขอปลีกตัวไปและทิ้งชายทั้งสามไว้ที่โต๊ะอาหาร

ข้าเข้าใจว่าพวกท่านมาเพราะมีเรื่องต้องการสอบถาม ดังนั้นเชิญว่ามาเถอะซิอ์บุลเอ่ยเรียบๆ

หลังจากถูกปล่อยตัว ลูกชายของท่านก็อยู่ที่นี่มาตลอดหรือดูลัสรีบเข้าประเด็นโดยไม่รอช้า

ใช่ชายวัยกลางคนตอบ

และเขาไม่มีเวทมนตร์อีกแล้ว?”

ข้าไม่รู้เรื่องเวทมนตร์ แต่พระมหาเถระลูเธียนน่าจะให้คำตอบท่านแล้วไม่ใช่หรือ

ดูลัสห้ามตนเองไม่ให้ขมวดคิ้วกับความคิดถึงนักบวชหนุ่มที่เพิ่งพบในตอนเช้า

ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อเช้าข้าไปพบพระมหาเถระมา

ข้าเป็นคนบอกเขาเองฟีอาคราเอ่ยขึ้น ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นดื่มอีกครั้ง

ชายหนุ่มปรายตามองครูดาบของตนอย่างไม่อยากเชื่อ ด้วยไม่นึกเลยว่าหัวหน้าหน่วยเรเวนจะให้ข้อมูลกับฝ่ายตรงข้ามอย่างง่ายดาย

หากว่าเมื่อวานซิอ์บุลไปพบพระมหาเถระลูเธียนและช่วยเตรียมคำตอบที่สอดคล้องกันไว้ปกปิดให้อาเมียร์เล่า...

แต่ก็นั่นเอง ดูลัสค่อยๆ ผ่อนลมหายใจพร้อมกับความไม่สบอารมณ์ และบอกตนเองว่าหากลูเธียนไม่เต็มใจจะให้คำตอบต่อเขา ต่อให้ไม่มีโอกาสวางแผนกับคนอื่นก็ย่อมไม่ให้อยู่ดีไม่ใช่หรือ

ข้าไม่ทราบว่าทำไมพวกท่านจึงสนใจเรื่องอาเมียร์ขึ้นมาอีก แต่เขาพักอยู่ที่บ้านของเรามาตลอด หากไม่เชื่อจะถามน้องๆ ของเขา คนอื่นๆ ในหมู่บ้าน หรือในศาลาเมืองดูก็ได้เจ้าของบ้านเอ่ยต่อไป

ย้ำข้อมูลเดิม...พระคู่หมั้นชักอยากเชื่อว่าอาเมียร์อยู่ที่นี่มาตลอดจริงๆ แต่มีจอมเวทคนอื่นที่เป็นพรรคพวกของมันพาเจ้าหญิงออกไปจากวังแทน

แต่แน่นอนว่าชายคนทรายยังต้องเกี่ยวข้องกับการที่เจ้าหญิงทรงหายพระองค์ไปในครั้งนี้ และหากว่ามันดำเนินการได้แนบเนียนนัก ครอบครัวของมันก็น่าจะมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน

ต่อให้บ้านนี้มีทั้งเด็กเล็กและผู้หญิง ก็เป็นไปไม่ได้เชียวหรือว่าตระกูลเชื้อพระวงศ์ซึ่งสูญเสียดินแดนและอำนาจไปแล้วจะยอมเสี่ยงชีวิตทั้งครอบครัวเพื่อแสวงหาอำนาจอีกครั้ง กระทั่งเวลานี้ซิอ์บุลกับลูกชายยังเข้ามามีอิทธิพลในการปกครองและการทหารของยาร์ลาธมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกมันต้องการเพียงแค่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

คำถามต่อไปของดูลัสจึงเป็นทำไมพวกท่านถึงมาที่ธีร์ดีเร และเกิดเรื่องขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงยังคิดจะอยู่ต่อไปอีก

ซิอ์บุลทำสีหน้าราวกับเหนื่อยอ่อนท่านถามเหมือนกับอยากไล่พวกข้าออกไป

ชายหนุ่มรู้ดีว่าคำถามของตนอาจจะแรงเกินไป แต่เขาก็ยังตัดสินใจพูดต่อก็ข้าคิดว่าท่านน่าจะอยากพาครอบครัวไปจากที่นี่เสียอีก หลังจากเฉียดต้องโทษประหารกันทั้งบ้านเพราะลูกชายร้อนวิชาของท่าน

จู่ๆ ดูลัสก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบเหมือนกำลังถูกมองอย่างตำหนิ ไม่ต้องเหลือบมอง เขาย่อมรู้ได้ว่าอาจารย์ของตนกำลังไม่สบอารมณ์อยู่เป็นแน่

ต่อให้เงียบเฉยและปฏิบัติตามคำสั่งทุกประการ ฟีอาครากลับเป็นคนที่ใจอ่อนได้อย่างคาดไม่ถึง เห็นได้ชัดว่าเขาวางตัวเป็นมิตรกับอดีตนักรบชาวทราย...ต่อให้ทั้งสองควรเป็นศัตรูกัน ขณะที่ตามเจ้าบ้านเข้ามาข้างใน หัวหน้าหน่วยเรเวนยังถามอายุของลูกสาวทั้งสองของหัวหน้าหน่วยย่อยแห่งกองกำลังป้องกันยาร์ลาธ และเปรยว่าลูกชายเพียงคนเดียวของตนมีอายุไล่เลี่ยกับลูกสาวคนเล็กของซิอ์บุลด้วยซ้ำ

จะว่าไป ดูลัสเคยพบเด็กชายคนนั้นแค่ไม่กี่ครั้ง เนื่องจากช่วงหลังๆ นี้เขาเข้าเรียนในวิทยาลัยหลวงและรับราชการเป็นราชองครักษ์ในพระราชวังจนแทบไม่ได้กลับไปที่อุลทูร์ กระนั้นชายหนุ่มยังได้ยินคำสัพยอกว่าหลังจากแต่งงานและกลายเป็นพ่อไปในที่สุด ฟีอาคราก็อ่อนโยนลงมาก

ผู้หญิงที่จ่าฝูงกาดำเลือกเป็นคู่ชีวิตนั้นก็ไม่ใช่หญิงธรรมดา เธอชื่อมิวรีน...หญิงแห่งทะเล ดูเหมือนจะเป็นชาวเผ่าที่สวมใส่เสื้อผ้าหนังสัตว์และอาศัยบนผืนน้ำแข็งกว้างใหญ่ในทวีปทางเหนือ การพบกันของทั้งสองถูกเล่าขานราวกับตำนาน ฟีอาครานำกองกำลังไปบุกโจมตีฐานของโจรสลัด และพบเธอเป็นเชลยอยู่ที่นั่น หลังจากช่วยเธอออกมาพร้อมกับทาสอีกจำนวนหนึ่ง ไม่นานทั้งสองก็แต่งงานกัน

การแต่งงานกับอดีตทาสไม่ใช่เรื่องแปลก นักรบเรเวนหลายคนมาจากเด็กกำพร้า เด็กร่อนเร่ หรือลูกคนยากไร้ซึ่งเจ้ามณฑลอุปการะไว้ในฐานะทหารฝึกหัด อีกทั้งทาสโจรสลัดมากมายที่มณฑลอุลทูร์ช่วยปลดปล่อยย่อมได้รับการต้อนรับในฐานะกำลังคนในแดนเหนืออันเหน็บหนาวทารุณ แต่มิวรีนก็ยังคงเป็นหญิงที่แปลกอยู่ดีนั่นเอง เธอเป็นช่างแกะสลักเขี้ยวของตัวรอซซัวลท์...สัตว์ทะเลรูปร่างพิลึกพิลั่นซึ่งดูลัสเคยเห็นเพียงในภาพวาด พวกมันดูเหมือนแมวน้ำตัวมหึมา แต่กลับมีเขี้ยวขาวสองข้างยาวโง้ง เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังตามความเชื่อของชาวน้ำแข็ง

แม้หลังจากแต่งงานกับฟีอาครา มิวรีนยังคงทำงานแกะสลัก ไม่จำกัดเพียงเขี้ยวสัตว์ยักษ์ซึ่งต้องนำเข้ามาในธีร์ดีเรด้วยราคาแพง แต่ยังรวมถึงไม้และวัสดุที่คล้ายกัน ดูลัสเคยเห็นฝักมีดสั้นที่อาจารย์ของตนพกติดตัวไว้ซึ่งทำด้วยเขี้ยวรอซซัวลท์สลักลายเป็นรูปนกสีดำโบยบินสมนาม และเดาได้ไม่ยากว่านั่นเป็นฝีมือของเธอ

ความคิดของเขาถูกขัดด้วยเสียงตอบเคร่งขรึมของเจ้าของบ้าน

นั่นสิ ข้าควรพาครอบครัวของข้าไปจากที่นี่นานแล้ว ในเมื่อแต่ละอย่างที่เราพบเจอบนแผ่นดินนี้ล้วนเป็นเรื่องน่ารังเกียจสีหน้าของซิอ์บุลยังคงเรียบเฉยเจ้ามณฑลที่ใช้โจรขูดรีดค่าคุ้มครอง คนทั้งหมู่บ้านที่รังเกียจผู้หญิงซึ่งลุกขึ้นสู้กับโจรเพียงเพราะนางเป็นนางโลม ขุนนางที่ลอบสังหารคนอื่นเพื่ออำนาจ เจ้าหน้าที่ที่ทรมานแพะรับบาปให้รับสารภาพ มิหนำซ้ำยังคิดจับเด็กกับผู้หญิงเป็นตัวประกันเพื่อข่มขู่ พบเจอมามากขนาดนี้ ก็น่าแปลกใจที่ข้ายังทนอยู่ได้จนท่านต้องตั้งคำถาม

เช่นนั้นทำไมยังอยู่ที่นี่อีกดูลัสถามทันควัน ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวและมือกำหมัดแน่นธีร์ดีเรไม่ใช่แผ่นดินเดียวที่ต้อนรับผู้อพยพ หากรังเกียจแผ่นดินของข้ามากนัก...สู้ย้ายไปที่อื่นเสียไม่ดีกว่าหรือ!

ใช่ว่าข้าไม่เคยคิดอย่างนั้นเจ้าของบ้านตอบช้าๆแต่เมื่อเห็นคนเดือดร้อนอยู่ตรงหน้า จะให้นิ่งดูดายได้หรือ

เดือดร้อน? ใครกันพระคู่หมั้นหนุ่มตั้งคำถามเรื่องโจรพวกนั้นข้าพอเข้าใจ แต่ท่านก็ปราบมันไปแล้ว มิหนำซ้ำเป็นเพราะความอยากช่วยคนเดือดร้อนของลูกท่านไม่ใช่หรือจึงมีคนบาดเจ็บล้มตาย เจ้าหญิงทรงหายไปจากวัง เดือดร้อนวุ่นวายกันถึงเพียงนี้

ดูลัสเอ่ยไปแล้วก็ชะงัก...เมื่อครู่เขาเพิ่งหลุดปากว่าเจ้าหญิงทรงหายไปหรือ แต่แล้วชายหนุ่มก็บอกตนเองว่าไม่เป็นไร และค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ

หากซิอ์บุลรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว สิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่ย่อมไม่เป็นผลอันใด แต่ถ้าไม่...คำพูดของดูลัสยังตีความได้ว่าหมายถึงการหายพระองค์ไปก่อนหน้า

เขาไม่ได้ปล่อยข้อมูลสำคัญอะไรออกไป

ใช่ ลูกข้าทำให้คนบาดเจ็บล้มตาย ด้วยเหตุนี้เขาจึงคิดจะแก้ไขเรื่องนั้นชายคนทรายเอ่ยเคร่งขรึมไม่อย่างนั้น ชีวิตที่เสียไปของเกล็นกับเฟย์ลิม รวมถึงคนอื่นๆ ที่ตกเป็นเหยื่อของแผนการยึดอำนาจเหนืออาณาจักรนี้จะต้องสูญเปล่า

ดูลัสลอบกลืนน้ำลาย ระงับความร้อนผ่าวที่ท้ายทอยซึ่งลามไปจนทั่วศีรษะและร่าง ขณะที่นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายหมายถึงแผนการของบิดาตนหรือไม่

และเพื่อไม่ให้ชีวิตของคนที่ตายเพราะลูกของท่านสูญเปล่า...คนนอกอย่างท่านกับลูกถึงได้คิดจะก้าวก่ายการปกครองของธีร์ดีเรยิ่งไปกว่าเดิม

ข้าไม่นึกเลยว่านี่คือคำพูดของคนที่ได้เป็นพระคู่หมั้น เพราะความตายที่ท่านคิดว่าลูกของข้ามีส่วนทำให้เกิดขึ้น

พระคู่หมั้นถึงกับหน้าชา กระนั้นโทสะยังคงมากล้นเกินห้ามคำตอบโต้

แล้วนี่คือวิธีแก้ไขของท่าน...สร้างอำนาจในแผ่นดินของเรา และชักนำเจ้าหญิงไปในทางที่พวกท่านต้องการ?”

นั่นไม่ใช่สิ่งที่ท่านทำอยู่หรอกรึ

ดูลัสขบฟัน เขารู้สึกเหมือนกับเพิ่งเห็นเงาของเด็กคนทรายนั้นรางๆ ในชายร่างสูงใหญ่ซึ่งนั่งอยู่เบื้องหน้า

นัยน์ตาสีดำสนิทของซิอ์บุลแหลมคม ไร้ความขุ่นเคือง เพียงมองตรงมาราวกับจะบอกว่านั่นคือความจริงซึ่งพระคู่หมั้นไม่อาจปฏิเสธ

ไม่! ไม่ใช่!... ดูลัสร่ำร้องกราดเกรี้ยวอยู่ในอก...ข้าไม่ได้ต้องการสร้างอำนาจ...ไม่ได้ต้องการชักนำเจ้าหญิง...

ข้าอยากปกป้องพระองค์...เพราะข้ารักพระองค์

ถ้อยคำหลังเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการและไม่อาจเอ่ยออกไป ทว่าความข้อแรกนั้นชัดแจ้ง

ข้าต้องการปกป้องพระองค์

แล้วพระองค์ต้องการการปกป้องของท่านหรือไม่

พระคู่หมั้นกำขอบเก้าอี้ไม้ไว้แน่น

นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะตั้งคำถามแทนเจ้าหญิงได้

และนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ท่านจะให้คำตอบแทนพระองค์ได้เช่นกัน

มือของเขาคลาย

เก้าอี้สั่นกึงบนพื้น

ดูลัสผุดลุกขึ้น เขาไม่รู้เลยว่าทำไมลมหายใจของตนจึงได้ขาดห้วง และทรวงอกสะท้อนรัวแรงราวกับเหนื่อยอ่อนเช่นนี้

เจ้าไม่รู้อะไร! เจ้ามันก็แค่พวกคนเถื่อนที่คิดจะยึดดินแดนของพวกเรา! เพราะมีพวกอย่างเจ้าต่างหาก! ข้าถึงต้องปกป้องพระองค์...ถึงไม่อาจปล่อยให้พระองค์เผชิญหน้ากับคนอย่างพวกเจ้าเพียงลำพัง!

สองมือของชายหนุ่มกำแน่นอยู่ข้างตัว ขณะที่กรามขบเป็นสัน กระทั่งแทบบังเกิดเสียงบดดังกรอด

ซิอ์บุลเพียงแต่มองเขาเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเสไปหยิบกาน้ำชา และรินให้อาคันตุกะทั้งสองอีกครั้ง

ชาสมุนไพรช่วยให้ผ่อนคลายได้ เชิญท่าน

ดูลัสหันไปมองอาจารย์ดาบของตน เห็นฟีอาคราหยิบถ้วยขึ้นจิบโดยไม่ปฏิเสธ ก่อนจะเสมาสบตากับชายหนุ่มอย่างขึงขัง และพยักพเยิดให้เขานั่งลง

พระคู่หมั้นหนุ่มทิ้งน้ำหนักลงบนเก้าอี้อีกครา ครั้นแล้วก็คว้าถ้วยชาขึ้น ดื่มน้ำร้อนจี๋แทบลวกคอเข้าไปอึกใหญ่จนแทบสำลัก

ข้าต้องขออภัยซิอ์บุลเอ่ยขึ้นการพูดถึงว่าที่ผู้ปกครองธีร์ดีเรเช่นนั้นเป็นเรื่องไม่บังควรเลย ข้าเองก็ใช้ความรู้สึกของตนมากจนเกินไป

ดูลัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ว่าเขาควรเอ่ยให้อภัย หรือบอกว่าอย่าถือสาหรือไม่

แต่ข้าไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเจ้าบ้านพูดต่อข้าเคยมีสหายคนหนึ่ง...

พระคู่หมั้นเพียงปรายมองชายคนทรายแวบเดียว ก่อนจะก้มหน้าลงโดยไม่ปริปาก และรอฟัง

เขารักผู้หญิงคนหนึ่ง...รักมาก แต่เพราะดึงดันที่จะแต่งงานกับนาง โดยที่นางไม่มีใจตอบมาตลอด ทั้งยังไม่เคยรับฟังและมอบสิ่งที่นางปรารถนาให้จริงๆ ...นางจึงไม่มีวันรักเขาได้เลยเสียงของซิอ์บุลฟังราวกับถอนหายใจสุดท้าย เขาก็ได้ครอบครองนางเพียงร่างกาย แต่ไม่อาจได้หัวใจ แม้จนวันตาย

ดูลัสเข้าใจ...ทั้งที่ไม่อยากเข้าใจ

ไม่รู้ว่านั่นเป็นความจริงหรือไม่ แต่ชายหนุ่มย่อมนึกเทียบเคียงและรู้เหตุผลที่อีกฝ่ายยกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ไม่ยาก

เขากำลังจะทำเช่นเดียวกันกับเจ้าหญิงแอชลีนน์

ดูลัสเห็นเจ้าหญิงเป็นเหมือนนกน้อยบอบบาง...แต่แล้วเจ้านกน้อยตัวนั้นกลับโบยบินออกไปไกลแสนไกล นกน้อยไม่ปรารถนาจะอยู่ในกรง ไม่ว่านกตัวใดก็ย่อมไม่ต้องการถูกกักขังไม่ใช่หรือ

แต่เขาจะปล่อยเจ้าหญิงไปได้หรือ ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้...โลกที่พรากเอาชีวิตของแม่ ขององค์ราชา ราชินี และเจ้าชายไอลีชไปในเพียงชั่วพริบตา หากว่านกน้อยเผชิญอันตรายไม่คาดฝันใดๆ เขายังจะทนได้อีกหรือ

เจ้าหญิงไม่ได้เป็นของข้า...เพียงคนเดียวพระคู่หมั้นพูดขึ้นแต่ทรงเป็นประมุขของธีร์ดีเร ความปลอดภัยของพระองค์ย่อมสำคัญเหนือสิ่งใด และมีบางเรื่องที่พระองค์ต้องทรงเสียสละในฐานะนั้น

ใช่ เป็นเช่นที่ท่านพูดซิอ์บุลพยักหน้ารับเจ้าหญิงทรงมีเรื่องที่ต้องเสียสละ และเราทุกคนก็มีเรื่องที่ต้องเสียสละเช่นกัน ไม่ว่าจะเพื่อบ้านเมือง...หรือความสุขของคนที่รัก ความผิดพลาดของสหายข้าคนนั้น...คือเขาไม่ยอมที่จะเสียสละเพื่อหญิงที่เขารัก จนถึงวาระสุดท้าย ต่างฝ่ายจึงไม่ได้มีชีวิตคู่ที่มีความสุขเลย

ดูลัสนิ่งงันและบีบขอบเก้าอี้อีกครั้ง

ดูเหมือนชายคนทรายกำลังเรียกร้องให้เขาเสียสละสิ่งซึ่งเขาสู้อุตส่าห์ฝ่าฟันเป็นอย่างหนักเพื่อให้ได้มา

...ได้หรือ...

...แล้วความพยายามของข้าเล่า...ความรู้สึกของข้าเล่า...

พระคู่หมั้นยังคงไม่มีคำตอบ เขานิ่งเงียบโดยสิ้นเชิงขณะที่ฟีอาคราเปลี่ยนเป็นคนหาหัวข้อสนทนาเล็กๆ น้อยๆ แทน และไม่ช้า หัวหน้าหน่วยเรเวนก็ขอตัวกลับก่อนจะพาเขาออกมา ขี่ม้ามุ่งหน้ากลับเข้าโรงแรมที่พักในเมือง โดยไม่เอ่ยปากตำหนิติเตียนใดๆ แม้แต่น้อย

เย็นวันนั้นเอง ที่ดูลัสพบว่ามีสารมาจากเจ้ามณฑลยาร์ลาธ

ข้อความในนั้นสั้นง่าย

คนที่ท่านต้องการพบได้มาถึงที่นี่แล้ว และยินดีจะให้ท่านเข้าพบที่ศาลาเมืองในเวลาบ่ายโมงตรงของวันพรุ่งนี้

ชายหนุ่มควรดีใจที่คนผู้นั้นปลอดภัย และติดต่อกลับมาจริงๆ แต่กระนั้นเขากลับรู้สึกเหนื่อยอ่อนและหวั่นใจอย่างประหลาด

เขาไม่ได้เตรียมตัวมาเพื่อพบเจ้าหญิงแอชลีนน์โดยเร็วขนาดนี้เลย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #35 harp-life (@fate13) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 07:11
    เป้นไงล่ะ หน้าชาไปเลยสิดูลัส!!
    #35
    1
    • #35-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 67)
      15 ตุลาคม 2560 / 21:15
      มีคนบอกเหมือนฟีอาคราลากดูลัสมาให้ซิอ์บุลด่าอย่างสุภาพค่ะ 555 ว่าไปก็เหมือนเป็นอาจารย์ที่ว่าลูกศิษย์ (ที่เป็นลูกของนาย) แรงๆ ไม่ได้ เลยให้คนอื่นมาช่วยสั่งสอนเลย =w=a
      #35-1