The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,819 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    103

    Overall
    5,819

ตอนที่ 65 : 3 - ในถิ่นมังกร "นั่นคือวิถีของมังกรน้ำ"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ต.ค. 60

บทที่ ๓

ในถิ่นมังกร

 

เสียงของหลายฝีเท้าสะท้อนก้องบนทางเดินเบื้องนอก บอกต่อดูลัสว่าการประชุมซึ่งจัดขึ้นไม่ไกลห้องรับรองแขกคงจะสิ้นสุดลงแล้ว

ม้าเร็วที่วิ่งห้อตลอดคืนนำพระคู่หมั้นหนุ่มกับนักรบหน่วยเรเวนผู้ติดตามมาถึงศาลากลางเมืองเคนมาราในยามบ่ายแก่ๆ ของวันถัดมา ฟีอาครากับเกอร์มอนเสนอว่าเขาควรพักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนแล้วค่อยขอพบเจ้ามณฑลเบเรคในวันรุ่งขึ้น ทว่าดูลัสยังอดรู้สึกไม่ได้ว่านี่เป็นเรื่องร้อนยิ่งกว่านั้น ต่อให้เจ้าหน้าที่ของกรมเมืองแจ้งว่าเจ้ามณฑลกำลังประชุมอยู่กับคณะที่ปรึกษา การรอจนกว่าจะจบการประชุมก็ยังสั้นกว่ารีบกลับมาที่นี่ในเช้าวันรุ่งขึ้น

อีกประการหนึ่ง ยิ่งลงมือเร็วเท่าใด ก็มีโอกาสจับพิรุธตัวการเบื้องหลังการหายตัวของเจ้าหญิงโดยไม่ทันตั้งตัวได้มากขึ้นไปด้วย

ดูลัสมาที่นี่กับฟีอาครา หัวหน้าหน่วยรบเรเวนซึ่งยังเป็นอาจารย์สอนดาบของเขา โดยให้นักรบหน่วยเรเวนคนอื่นๆ แยกย้ายไปดูสถานการณ์และตรวจสอบตามที่ต่างๆ เช่นรอบนอกของจวนเจ้ามณฑล กับบ้านของครอบครัวคนทราย

เลวอน ลูกชายของรองเจ้ามณฑลการ์วอนผู้เคยเป็นเพื่อนร่วมเรียนในวิทยาลัยหลวงและสายของดูลัสส่งข่าวล่าสุดมาเมื่อสามวันก่อน ว่าอาเมียร์ยังคงพักอยู่กับครอบครัวที่ยาร์ลาธ รวมทั้งมาทำงานที่ศาลาเมืองตามปรกติ เช่นเดียวกับซิอ์บุล พ่อของมัน...แต่เพราะความวางใจจนเกินเหตุนี้เอง พระคู่หมั้นหนุ่มจึงไม่ทันคาดฝันว่าเจ้าหญิงแอชลีนน์จะถูกพาตัวไปอย่างลึกลับรวดเร็วราวกับใช้เวทมนตร์

บางที หากอาเมียร์มีเวทมนตร์ที่พาตนเองไปถึงพระราชวังหลวงได้อย่างรวดเร็ว ก็อาจจะกลับมาได้รวดเร็วพอกัน แต่นั่นหมายความว่าเจ้าหญิงแอชลีนน์ต้องประทับอยู่ในเคนมาราแล้วเช่นกัน

และถ้ายังมาไม่ถึง เวลานี้ชายคนทรายย่อมไม่อยู่ในเมืองโดยไม่ต้องสงสัย

ไม่ว่ามันจะพาเจ้าหญิงมาถึงที่นี่แล้วหรือไม่ ย่อมมีพิรุธให้เห็นทั้งสองทาง

พระคู่หมั้นนึกได้ถึงตอนนี้ เสียงเคาะประตูก็ทำให้เขายืดร่างขึ้น

ผู้ที่เปิดประตูเข้ามาเป็นคนที่ดูลัสคาดไม่ถึง

อาเมียร์ เจ้าคนทราย

ชายผมดำผู้อ่อนวัยกว่ามีสีหน้าประหลาดใจไม่ต่างกัน มือของเขายังประคองสมุดปกหนังที่น่าจะเป็นบันทึกการประชุม ทว่าดูลัสไม่ได้พิจารณาสีหน้าของอีกฝ่ายนานนัก เพราะอาเมียร์หันหน้าไปและหลีกทางให้ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง โดยค้อมคำนับอย่างนอบน้อม

เจ้ามณฑลยาร์ลาธเลิกคิ้วเมื่อเห็นอาคันตุกะทั้งสอง และมีสีหน้าประหลาดใจ แม้จะไม่มากนัก

ท่านราชองครักษ์...ไม่สิ พระคู่หมั้นดูลัส ไม่นึกเลยว่าท่านจะมาถึงที่นี่ มีธุระด่วนอะไรหรือ

ข้ามาพบท่านในฐานะตัวแทนของท่านผู้สำเร็จราชการดูลัสพยายามตอบเรียบๆ พร้อมกับจับสังเกตท่าทางของอีกฝ่ายไปในที

เป็นการลับหรือชายวัยกลางคนถามและปรายมองฟีอาคราผู้นั่งเงียบเฉยอยู่ข้างชายหนุ่ม

เขาเป็นองครักษ์ของข้าเอง ไม่ต้องสงสัยเรื่องความภักดีพระคู่หมั้นตอบ

เบเรคพยักหน้ารับก่อนจะก้าวเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ตรงกันข้าม แล้วมองไปทางชายคนทรายที่หน้าประตูซึ่งค้อมคำนับและเดินออกไปจากห้องก่อนจะทำท่าจะปิดประตูลง

ทว่าดูลัสขัดขึ้นท่านที่ปรึกษาที่หน้าประตู ขอให้รอก่อน

เจ้าคนทรายชะงักไปขณะที่พระคู่หมั้นหันกลับมาทางเจ้ามณฑลข้าเข้าใจว่าท่านเองก็มีคนที่ตนไม่สงสัยเรื่องความภักดีเช่นกัน และเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับคนคนนั้น ดังนั้นย่อมต้องให้เขาอยู่ฟังด้วย

อาเมียร์กับเบเรคแลกสายตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มผมดำจะเดินกลับเข้ามาในห้อง ปิดประตู และนั่งลงบนเก้าอี้เช่นกัน ทุกคนต่างนิ่งเงียบ รอให้ดูลัสเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงหายพระองค์ไปจากวังหลวงพระคู่หมั้นพูดขึ้น

เจ้ามณฑลมีสีหน้าตกใจพอๆ กับเครียดเขม็ง ส่วนชายคนทรายยังนั่งนิ่งขึงอยู่กับที่ ทว่าสีหน้าตื่นตระหนกนั้นทำให้พระคู่หมั้นยิ่งกว่าหงุดหงิด

ไม่เพียงแต่มันสมจริงจนเกินไป แต่ยังแสดงความห่วงใยต่อเจ้าหญิงอย่างจริงใจจนเกินไป

ทรงทิ้งจดหมายไว้ บอกว่าจะทรงติดต่อกลับมาเองเมื่อถึงที่ปลอดภัยดูลัสเอ่ยช้าๆขออภัยที่ต้องเอ่ยเช่นนี้ แต่ท่านผู้สำเร็จราชการกับข้าสงสัยว่าที่ปลอดภัยนั้นคือยาร์ลาธ

ทำไมพวกท่านจึงคิดเช่นนั้นเบเรคตั้งคำถามเสียงขรึมหากเจ้าหญิงทรงเห็นว่า...กระทั่งวังหลวงซึ่งเต็มไปด้วยองครักษ์ผู้ภักดียังไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัย แล้วไยยาร์ลาธจึงเป็นที่ปลอดภัยสำหรับพระองค์ไปได้

มังกรน้ำเริ่มออกลายอย่างแยบคาย พระคู่หมั้นพยายามเก็บความรู้สึกกับคำกระทบกระเทียบ

เป็นไปได้ว่ามีผู้ชักนำให้ทรงดำริเช่นนั้น เหมือนที่เคยล่อลวงให้พระองค์เสด็จมาที่นี่

ดูลัสพยายามจับสังเกตท่าทางของอาเมียร์ซึ่งมีทีท่าแข็งเกร็งขึ้น แต่ด้วยความโกรธเคือง

ข้าไม่เคยล่อลวงเจ้าหญิง และข้าก็อยู่ที่ยาร์ลาธมาตลอดตั้งแต่ถูกจับกุม ไต่สวน จนปล่อยตัวแล้ว ท่านถามทุกคนในศาลาเมืองดูก็ได้ว่าข้าเคยขาดงานบ้างหรือไม่ ตั้งแต่เริ่มทำงานมาแววตาของคนทรายเหมือนจะฉายความกังวลอยู่ในโทสะแน่ใจหรือว่าพวกท่านตามหาดีแล้ว แอช...เจ้าหญิงทรงหายไปอย่างไร้ร่องรอยเชียวหรือ หรือพอหาอะไรไม่เจอ พวกท่านก็แล่นตรงมาที่ยาร์ลาธ...

อาเมียร์เจ้ามณฑลเรียกเสียงหนักๆ จนชายหนุ่มระบายลมหายใจและก้มหน้าลง

ขออภัยขอรับ

พระคู่หมั้นสูดหายใจสั้นๆ ขณะบอกตนเองว่าอีกฝ่ายเพียงแต่แสดงละคร มันต้องการให้เขาตายใจและโมโห จึงได้ทำเหมือนตัวมันเองเพิ่งรู้ว่าเจ้าหญิงทรงหายไป และเป็นห่วงเป็นใยจนร้อนใจขาดสติ ราวกับรักใคร่หวงแหนพระองค์แทนเขานัก

ครั้งที่แล้ว ข้าพบพระองค์ที่ยาร์ลาธ ที่ใดหรือใครมีประวัติมาก่อน ก็ย่อมต้องพุ่งเป้ามาเป็นอย่างแรกหรือไม่ใช่

แต่ครั้งนี้อาจไม่ใช่ก็ได้เบเรคพูดขึ้นบ้างข้ารับประกันได้ว่าอาเมียร์กับบิดาของเขามาทำงานที่นี่ไม่เคยขาด รูอาร์คก็ไม่ได้ออกนอกมณฑลเลย ยังมีใครที่ท่านสงสัยอีกไหม

ก็คงต้องสอบถามดูให้ทั่วๆดูลัสรับถ้าท่าน คนที่จวน คนในครอบครัวของอาเมียร์ และคนในเมืองยืนยันตรงกันว่าเขาไม่ได้ออกไปนอกมณฑลจริงๆ เขาก็ย่อมพ้นข้อสงสัยไม่ใช่หรือ

จะพูดให้สวยหรูอย่างไร ความหมายก็คือท่านสงสัยข้าไปแล้วอยู่ดีชายคนทรายพูดเสียงขื่นขออนุญาตถามได้ไหม ก่อนมาที่ยาร์ลาธ ท่านตรวจสอบในวังหลวงอย่างละเอียดแล้วหรือ

จะหมายความว่าข้าสะเพร่าเองแล้วยังมีหน้ามากล่าวหาสั่วๆ ใช่ไหม! พระคู่หมั้นลอบกัดฟัน

เจ้าหน้าที่ทุกคนค้นหาเจ้าหญิงอย่างสุดความสามารถ ทุกซอกทุกมุมของปราสาทแล้วดูลัสตอบผลคือไม่พบ ราวกับทรงหายไปด้วยเวทมนตร์ คนมีเวทมนตร์ในอาณาจักรนี้มีสักกี่คนกัน

อาเมียร์ส่งสายตาโกรธเคืองมาทางเขาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เหมือนจะเจือความสมเพช...แต่ด้วยเหตุใด

ขออภัยที่ต้องพูดเช่นนี้ แต่ต่อให้ไม่ใช้เวทมนตร์ ก็ยังมีวิธีที่คนจะหายไปเฉยๆ โดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้ได้เช่นกันชายคนทรายพูดขึ้นอีกครั้งที่จริง ข้าไม่อยากสันนิษฐานในแง่นั้น มันไม่ดีต่อพระเกียรติของเจ้าหญิงแอชลีนน์ แต่ในเมื่อท่านเองดูเหมือนจะไม่ได้นึกไปถึงเรื่องนั้น พระคู่หมั้นอย่างท่านก็ควรรู้ไว้กระมัง

หมายความว่าอย่างไรพระคู่หมั้นหน้าตึงขึ้นทันที

ชายผมดำหันไปทางเจ้ามณฑล สื่อสารกันทางสายตาจนกระทั่งอีกฝ่ายพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้พูด

ในช่วงเกือบเดือนที่ข้าตามเสด็จเจ้าหญิงนั้น มีคืนหนึ่ง...

ดูลัสนับหนึ่งถึงสิบซ้ำไปมาอยู่ในใจ ด้วยอดรู้สึกไม่ได้ว่าเจ้าคนทรายกำลังเน้นรายละเอียดที่ยั่วโทโสเขาอย่างชัดแจ้ง

เจ้าหญิงกันแสงกับข้า และตรัสว่า...หากเสด็จกลับไปแล้วยังทรงรู้สึกว่าถูกบีบคั้นมากนัก ก็จะกระโดดลงทะเลเสีย

เจ้า!พระคู่หมั้นผุดลุกขึ้นทั้งหน้าร้อนผ่าว

นัยน์ตาสีดำขลับที่เงยมองเขานั้นกลับดูเคร่งขรึม ไม่เกินไปหากจะเรียกว่ามืดมน เสียงเอ่ยเรียบเฉย

ข้าไม่อยากให้พระองค์ทรงทำเช่นนั้นพอๆ กับท่าน และไม่ต้องการพูดเป็นลางร้าย แต่ข้าไม่รู้ว่าสภาพการณ์ทางวังหลวงเป็นอย่างไร ย่อมต้องสันนิษฐานด้วยข้อมูลที่ตนมีก่อน ก็เหมือนกับท่านไม่ใช่หรือ

เจ้าหญิงไม่มีทางปลงพระชนม์ชีพพระองค์เองแน่!ดูลัสเอ่ยเสียงกร้าว

ฟีอาครากระตุกแขนเสื้อของเขา คงใช้แทนคำบอกว่านั่งลง ทว่าชายหนุ่มร้อนใจเกินจะทำเช่นนั้น

มีเหตุผลอะไรที่จะทรงทำเช่นนั้น! ทรงรับหมั้นแต่โดยดี! และยังทรงสัญญาว่าจะดูแลธีร์ดีเร! ร่วมกับข้า! แล้วทำไมจะทรง...

แล้วถ้าไม่มีใครเห็นค่าความพยายามของพระองค์ล่ะอาเมียร์ขัดขึ้นถ้าทรงพยายามแล้ว แต่ไม่มีใครเข้าใจหรือเห็นค่า...โดยเฉพาะคนที่เจ้าหญิงทรงอยากให้เข้าใจพระองค์มากที่สุด ถือว่ามีเหตุเพียงพอแล้วหรือยัง

ดูลัสเผยอริมฝีปากค้าง ใจของเขาร่วงวูบโดยไม่อาจห้าม และรู้สึกเหนื่อยอ่อนปลกเปลี้ยขึ้นมาในทันใด

ครั้งสุดท้ายที่ชายหนุ่มพบพระองค์เมื่อสามวันก่อน เขาเพิ่งจะทัดทานไม่ให้พระองค์เสด็จเยี่ยมประชาชน ด้วยกลัวจะปกป้องพระองค์ไว้ไม่ได้แท้ๆ

กระนั้น อีกใจหนึ่งยังคงแย้งว่าเป็นไปไม่ได้หรอก เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงต่อรองจนเขาเสียเองต้องตอบแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ใช่ยอมแพ้ กริ้ว หรือโทมนัส ทรงไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะปลิดพระชนม์ชีพเพื่อหนีปัญหา ทรงเข้มแข็งอย่างนั้น ดื้อรั้นอย่างนั้น หัวแข็งอย่างนั้น...

...แต่คนเราก็ฆ่าตัวตายด้วยความหัวแข็งได้ไม่ใช่หรือ...

มาทิลดาแห่งทารา เจ้าหญิงองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ทารา ผู้เป็นบรรพบุรุษของเจ้าหญิงแอชลีนน์ก็ทรงกระโจนลงจากยอดหอคอยสูงมาแล้ว

คำสาป...พระคู่หมั้นอดคิดขึ้นมาไม่ได้ กล่าวกันว่ามาทิลดาสาปแช่งให้ลูกหลานของราชวงศ์อลาชตาร์ผู้กลืนราชวงศ์เดิมต้องถูกห้ำหั่นเข่นฆ่าจนกว่าจะสิ้นสายเลือดไปในที่สุด สงครามในสมัยพระราชอัยกาของเจ้าหญิงและการลอบปลงพระชนม์ในสมัยพระราชบิดาไม่ใช่เครื่องยืนยันดอกหรือ

นั่นยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ประเด็นที่เราจัดการอะไรได้หรอกนะเจ้ามณฑลซึ่งเงียบมานานพูดขึ้นบ้างแต่หากสงสัยคนของข้า ท่านพระคู่หมั้นจะสอบถามใครก็เชิญเถิด ขอเพียงใช้วิธีอย่างสันติก็พอ และหากเจ้าหญิงทรงคิดว่าที่นี่เป็นที่ปลอดภัยจริงๆ ก็คงจะเสด็จมาที่นี่เอง เมื่อถึงเวลานั้นจะทรงติดต่อพวกท่านไม่ใช่หรือ

ดูลัสขบฟันอีกครั้ง เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่ามังกรน้ำขนดกายล้อมกรอบตนไว้เสียแล้ว

การเจรจาดำเนินต่อไปอีกไม่นาน พระคู่หมั้นปฏิเสธห้องรับรองแขกในจวนหรือในศาลาเมือง และบอกว่ามีที่พักและคนคุ้มกันของตนพร้อมแล้ว ก่อนจะขอตัวจากไปอย่างมึนชา พร้อมกับหัวหน้าหน่วยเรเวน

ราวกับถูกพิษของมังกรทะเลกับงูทะเลทรายไปพร้อมกัน

แม้เพียงเล็กน้อย แต่ยังคงแรงฤทธิ์นัก

 

มันไม่ได้คิดอย่างที่พูดฟีอาคราเอ่ยเบาจนเป็นกระซิบ

หือ...ดูลัสเพิ่งสะกดอารมณ์ขุ่นมัวได้มากพอที่จะรับคำในขณะที่ทั้งสองเดินไปด้วยกัน บนท้องถนนของเคนมาราซึ่งยังคงคลาคล่ำด้วยผู้คน แม้เวลาจะเคลื่อนผ่านเป็นเย็นย่ำแล้วก็ตาม

คนทรายนั่นไม่ได้คิดอย่างที่มันพูด แต่พูดเพื่อให้ท่านคิด

หมายถึงเรื่องที่เจ้าหญิงอาจจะทรงกระโดดลงทะเลหรือชายหนุ่มถามเบาพอกัน

ชายวัยกลางคนร่างเพรียวบางพยักหน้าน้อยๆ แม้จะไม่หันมาหากมันคิดเช่นนั้นจริง มันเองต่างหากที่จะพูดไม่ออก และหวังจนถึงที่สุดว่าเจ้าหญิงทรงมีพระชนม์ชีพอยู่

ดูลัสตระหนักได้ตามนั้น หากว่าอาเมียร์เป็นห่วงเจ้าหญิงโดยไม่รู้อะไรเลยจริงๆ มันย่อมร้อนรนกระวนกระวายยิ่งกว่านี้ หากทรงคิดปลงพระชนม์ชีพตนเองจริงๆ จดหมายของเจ้าหญิงแอชลีนน์ก็ควรเป็นจดหมายลาตายอย่างตรงไปตรงมา ไม่จำเป็นต้องลวงว่าตนยังปลอดภัยดี อีกทั้งเคียรายังหายสาบสูญไปพร้อมกับเจ้าหญิง โดยไม่มีร่องรอยการออกจากห้องทั้งทางประตูและระเบียง

น่าละอายแท้! ชายหนุ่มปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบงำสติจนลืมไตร่ตรองให้ละเอียด ขืนเขาหลงเชื่อมัน เร่งร้อนกลับไปขอให้ค้นหาโดยรอบวังตลอดจนในทะเล มันคงมีแต่จะหัวร่องอหายเอาเท่านั้นเอง

ไอ้งูเจ้าเล่ห์!พระคู่หมั้นสบถในลำคอ

เขากับมันอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้อีก ในทันทีที่รู้ว่ามันพาเจ้าหญิงไปไว้ที่ใดและพาพระองค์กลับมาได้ ดูลัสจะไม่ไว้ชีวิตมันเป็นอันขาด ต่อให้เจ้าหญิงแอชลีนน์จะทรงโกรธกริ้วเพียงไรก็ตาม

หากว่ามันอยู่ที่นี่ ก็มีโอกาสที่เจ้าหญิงจะประทับอยู่ที่นี่แล้วเช่นกัน เราคงต้องจับตามองที่ที่พระองค์อาจประทับอยู่ ไม่ว่าจะเป็นจวน อาราม บ้านพักตากอากาศ หรือบ้านของคนทรายนั่นดูลัสเอ่ยขึ้นและในเมื่อมังกรน้ำเปิดโอกาสแล้ว เราจะไปพบครอบครัวของมัน ดูว่ามีพิรุธหรือแรงจูงใจอย่างใดบ้าง

ฟีอาคราพยักหน้ารับ แม้จะไม่วายพูดให้ดูลัสอดขุ่นมัวไม่ได้อีกครั้ง

ระวังไฟของท่าน เพราะเด็กคนทรายนั่นไม่มีไฟ... มีแต่น้ำมันมาเติมไฟของท่าน

 

ที่จวนค่ำวันนั้น รูอาร์คถึงกับหัวเราะออกมาดังๆ เมื่อได้ฟังบิดาในนามของตนเล่าถึงตอนที่พระคู่หมั้นดูลัสมาเข้าพบ และถูกอาเมียร์ตอกกลับไปเสียตั้งตัวไม่ติด

ข้าชักเชื่อแล้วว่าอาเมียร์ที่อยู่กับเราเป็นร่างแยกที่เจ้าตัวทิ้งไว้ชายหนุ่มผมแดงพูดพลางนั่งเอกเขนกบนเก้าอี้นวมอย่างผ่อนคลายเต็มที่ทำทุกอย่างได้เหมือนตัวจริงทุกกระเบียด ต่อให้ซ้อมดาบได้กับแค่ท่านซิอ์บุลก็เถอะ

หากว่ารูอาร์คไม่ได้เป็นคนส่งอาเมียร์ตัวจริงลงทางลับใต้ดินออกไปนอกเมือง เขาก็คงไม่เชื่อเหมือนกันว่าอาเมียร์ที่มาทำงานในศาลาเมืองโดยตลอด ทั้งยังซ้อมดาบกับซิอ์บุลซึ่งกำลังฝึกฝนและรับสมัครสมาชิกใหม่ของหน่วยย่อยในความดูแลของตนเป็นครั้งคราวคือตัวปลอม

ข้าก็ว่าอย่างนั้น ในการประชุมหรือทำงาน เขาออกความเห็นได้รอบด้าน มิหนำซ้ำใจตรงกับข้าหลายครั้งจนน่ากลัว

คำว่าน่ากลัวของมังกรน้ำดูจะมีความหมายในเชิงขบขัน กระรอกแดงจึงเก็บความคิดไว้กับตัวว่า เห็นทีอาเมียร์คงจะยังมีเวทมนตร์อยู่จริงๆ กระมัง

นอกเหนือจากนักบวชที่เป็นสาวกของพวกตนแล้ว ศาสนจักรซาเกรดา โซล ผู้นับถือองค์สุริยเทพกล่าวหาว่าคนอื่นใดที่มีเวทมนตร์เป็นพวกของปีศาจร้ายหรืออสุรเทพ หากเรื่องที่อาเมียร์มีเวทมนตร์แพร่ออกไป ตัวชายหนุ่มกับครอบครัวอาจถูกจับกุมและประหารโดยศาสนจักร ดังนั้นมีผู้รู้เรื่องนี้น้อยเท่าใดย่อมเป็นการดีที่สุด ทว่ารูอาร์คไม่เคยคิดเลยว่าเพื่อนคนทรายของตนน่ากลัวเพียงเพราะมีเวทมนตร์ อาเมียร์ก็คืออาเมียร์ ยิ่งอีกฝ่ายมีเวทมนตร์ไว้ทำเรื่องมหัศจรรย์หลายๆ อย่าง เขาอยู่ใกล้คงได้เห็นเรื่องสนุกๆ มากมายเป็นแน่

ว่าไป พวกของพระคู่หมั้นนั่นคงจะอยู่ที่นี่อีกสักพักสินะชายหนุ่มผมแดงพูดขึ้น

ก็คงจะสืบอะไรๆ ไปตามเรื่องของเขา จนกว่าอาเมียร์ตัวจริงจะพาเจ้าหญิงมาถึงลุงกระรอกน้ำตาลตอบเรียบๆแบบนี้ก็ดี เมื่อเจ้าหญิงเสด็จมาแล้ว จะได้ให้เขาเข้าเฝ้าและเจรจากันเลย

ข้าไม่คิดว่ามันจะฟังหรอก

การทูตย่อมมาก่อนการรบ

รูอาร์คแค่นหัวเราะต่อให้รู้ว่าทูตอาจได้กลับมาแค่หัว ก็ต้องส่งทูตไปก่อนว่างั้นเถอะ

แฟคท์นาย่อมไม่ฆ่าลูกชายของตน

และดูลัสก็ย่อมไม่ขายพ่อของมัน

คำว่าขายคงจะแรงไปสักนิดในกรณีนี้ ทว่าชายหนุ่มผมแดงเชื่อสนิทใจว่าต่อให้ดูลัสรู้ว่าพ่อของตนเป็นคนร้าย ก็อย่าหวังเลยว่าเขาจะยินยอมเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างเจ้าหญิงแอชลีนน์กับแฟคท์นาเพื่อให้เจ้าหญิงได้ขึ้นเป็นราชินีโดยไม่ต้องอภิเษกกับตน แลกกับการอภัยโทษให้แก่ตระกูลของสองพ่อลูกอย่างลับๆ

ความรู้สึกที่ดูลัสมีต่อเจ้าหญิงเปี๊ยก (ผู้เสน่ห์แรงอย่างไม่คาดฝัน) ปั่นป่วนและบิดเบี้ยวยิ่งกว่านั้น

บางทีเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเจ้าหญิงเปี๊ยกรีบแต่งงานสายฟ้าแลบกับอาเมียร์ พระคู่หมั้นผู้ถูกว่าที่เจ้าสาวปฏิเสธกันซึ่งๆ หน้าจะยอมแพ้โดยดุษณี หรือเลือดขึ้นหน้า อาละวาดทำลายทุกสิ่งให้ป่นปี้แทนกันแน่

ข้ามีงานให้เจ้าทำเจ้ามณฑลพูดขึ้น

วางยาถ่ายดูลัสกับพรรคพวกมันหรือรูอาร์คเสนอหรือยาอะไรที่แรงกว่านั้น

อีกฝ่ายตำหนิเขาทางสายตาข้าอยากรู้ว่าดูลัสนำพรรคพวกมาที่นี่กี่คน และพวกนั้นกระจายตัวไปที่ไหน อย่างไรบ้าง ภายในสองวันนี้

งั้นข้าจะหามาให้ภายในเย็นวันพรุ่งนี้ชายผมแดงเอ่ยด้วยท่าทางสบายๆแต่อย่าลืมรางวัลพิเศษล่ะ

คนจริงย่อมทำงานให้เสร็จก่อนขอรางวัล

เหอะ เรื่องสำเร็จมันแน่อยู่แล้ว ถิ่นมังกรน้ำก็เหมือนสวนหลังบ้านสำหรับกระรอกบางตัว

เช่นนั้น มังกรน้ำจะรอดูกระรอกเขี้ยวหลอบางตัวก็แล้วกันชายวัยกลางคนคลี่ยิ้มน้อยๆว่างานนี้จะทำเขี้ยวหายไปอีกสักซี่ไหม

อ้อ ทำสิรูอาร์คยักไหล่หักเขี้ยวไอ้ลูกกริฟฟอนมาใส่ปากตัวเองแทนซี่ที่หายไปนั่นไง

ปากร้ายนักลุงกระรอกน้ำตาลหัวเราะออกมาใครมันสั่งมันสอนให้กระรอกหัดพ่นพิษละนี่

เจอพิษมังกรอยู่ทุกวัน กระรอกมันก็ต้องซึมซับมาบ้าง

ให้ตายสิพ่อในนามของชายหนุ่มถอนหายใจถ้าเจ้ายอมเป็นผู้สืบทอดข้าล่ะก็...

เสียใจด้วย เพราะรางวัลที่ข้าจะขอเมื่อทำงานนี้เสร็จในวันเดียวคือ ท่านเลิกหวังเรื่องนี้เสียที

สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง ทว่ารูอาร์คไม่ได้สนใจนัก

ระวังตัวด้วยก็แล้วกันเจ้ามณฑลยาร์ลาธเปลี่ยนไปพูดอีกอย่าง

อ้อ ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ยอมให้ไอ้พวกนั้นเอาข้าไปทรมานโดยไม่กัดหูมันขาดสักข้าง หรือฆ่าหมกศพโดยไม่ลากมันไปเป็นเพื่อนร่วมทางสักคนหรอก

พวกเรเวนย่อมไม่ทำอย่างนั้น ที่ข้าบอกให้ระวังคือ...ลุงเบเรคมีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังอย่าปากเปราะให้เสียชื่อลูกหลานมังกรน้ำ หากมันไม่ได้หาเรื่องเจ้า ก็จงอย่ากัดมันก่อน

แต่ถ้ามันทำท่าจะกัด...นัยน์ตาของรูอาร์คเริ่มวาววับด้วยความคาดหวัง

พ่นพิษใส่มัน โดยที่มันไม่อาจกล่าวหาได้เต็มปากเต็มคำว่าเจ้าพ่นพิษใส่

นั่นคือการทูตหรือ

นั่นคือวิถีของมังกรน้ำ

 

แม้ในที่โล่งแจ้ง อากาศยามเช้าของฤดูร้อนยังค่อนข้างเย็น

ที่ลานกว้างมีชายวัยหนุ่มตลอดจนวัยฉกรรจ์รวมตัวกันอยู่ราวยี่สิบกว่าคน พวกเขาวิ่งรอบลานซ้อมได้หลายต่อหลายรอบแล้ว เรียกได้ว่าเริ่มฝึกฝนร่างกายกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ตามคำสั่งของหัวหน้าหน่วยผู้เคร่งครัด

เสมียนเฉพาะกิจผู้ตั้งโต๊ะอยู่หน้าลานซ้อมหาวหวอดใหญ่ขณะจัดวางกระดาษจดรายชื่อ ปากกาขนนก และกระปุกหมึกอย่างงัวเงีย

เขาสะดุ้งเมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นใครคนหนึ่งยืนเงียบกริบอยู่เบื้องหน้าโต๊ะ

ครั้นเพ่งมองให้ชัดก็พบว่าไม่ใช่ภูตพรายที่ไหน แต่เป็นชายวัยกลางคนร่างสันทัด ใบหน้าเรียวและจมูกโด่งชวนให้นึกถึงนกนักล่าจำพวกเหยี่ยว นัยน์ตาของเขาเป็นสีฟ้าเทา ผมสีดำตัดสั้น เคราเล็มอย่างเรียบๆ และสวมเสื้อกับกางเกงเรียบง่าย ชวนให้นึกว่าอาชีพคงไม่พ้นชาวไร่ชาวนาหรืออาชีพใช้แรงงานโดยทั่วไป ทว่าแววตาและท่าทางของเขากลับดูมีสถานะสูงกว่านั้น

เปิดให้ลงชื่อแล้วใช่ไหมชายวัยกลางคนถาม

ปะ...เปิดแล้ว แต่...เสมียนคิดว่าควรบอกดีไหมว่าลงชื่อแล้วต้องอยู่รอรับการทดสอบในวันนี้เลย ดังนั้นจึงห้ามลงชื่อแทนพี่น้องลูกหลาน ทว่าสุดท้ายก็ตัดสินใจถามอีกอย่าง “...ลุงจะลงเองหรือ

ข้าเชื่อว่าข้าอายุน้อยกว่าพ่อเจ้าสีหน้าคนตอบยังคงเรียบเฉยไม่แปรเปลี่ยน

เอ้า! อาก็ได้ ท่านจะลงหรือเสมียนวัยยี่สิบต้นๆ ยอมแก้คำพูด แม้จะยังสงสัยไม่หายกับความคิดของอีกฝ่าย จริงอยู่ว่าในประกาศรับสมัครมีเงื่อนไขแค่เป็นชายอายุสิบห้าปีขึ้นไป ไม่มีกำหนดว่าถึงอายุเท่าใด แต่แค่ผู้สมัครวัยสามสิบปลายๆ ก็จัดว่าหายาก และยังไม่มีใครในช่วงวัยนั้นผ่านการทดสอบได้สักคน อย่าว่าแต่อายุสี่สิบขึ้นไปเลย

อีกฝ่ายพยักหน้า

ชายหนุ่มจึงเปิดกระปุกหมึก จุ่มปากกาขนนก พร้อมกับตั้งคำถามสั้นๆชื่อ?”

ครอม

ชื่อสั้นๆ ง่ายๆ แน่นอนว่าไม่มีนามสกุลเช่นเดียวกับสามัญชนทั่วไป เสมียนถามต่ออายุ?”

สี่สิบสี่

“...แน่ใจนะลุง...เอ๊ย! อาชายหนุ่มขมวดคิ้ว อีกฝ่ายอายุน้อยกว่าพ่อของเขาจริงๆ แต่ก็แค่สองปีเท่านั้นเอง

ข้าจำอายุตัวเองไม่ผิดหรอก

ไม่ใช่ คือข้าหมายถึง...จะลงแน่หรือ รู้แล้วใช่ไหมว่าเขาให้ทำอะไรบ้าง

รู้ ข้าอ่านประกาศมาแล้ว

ในใบประกาศซึ่งเสมียนมีหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของฉบับร่างบอกไว้ชัดเจนว่าการทดสอบชั้นต้นมีห้าขั้นตอน หนึ่ง...วิ่งไปกลับในระยะสิบวาให้ได้ครบเจ็ดรอบในเวลาสองนาที สอง...ใช้สองมือดึงข้อโหนราวเหล็กจนเท้าลอยพ้นพื้นและศอกงอชิดหน้าแขนได้สี่ครั้งขึ้นไป สาม...ไต่ขึ้นเชือกยาวสองวาครึ่งได้หนึ่งครั้ง โดยจะใช้เพียงมืออย่างเดียว หรือมือและขาก็ได้ สี่...ใช้กล้ามเนื้อท้องดึงลำตัวช่วงบนขึ้นจากท่านอนได้อย่างน้อยสี่สิบครั้ง และห้า...ใช้อาวุธใดก็ได้ตามอัธยาศัย สู้กับหัวหน้าหน่วยย่อยตัวต่อตัว ไม่จำเป็นต้องชนะ (เพราะที่ผ่านมาก็ยังไม่มีใครเอาชนะเขาได้สักคน ต่อให้หัวหน้าหน่วยย่อยมีมือเพียงข้างเดียวก็ตาม)

เสมียนหนุ่มไม่ค่อยรู้เรื่องการต่อสู้นัก แต่ก็พอเข้าใจว่าคนที่จะผ่านการทดสอบคงมีแววอะไรบางอย่าง เช่นรับได้สักดาบสองดาบ หรือทำท่าจะเข้าโจมตีได้ถึงตัว ซึ่งเท่านั้นก็จัดเป็นเรื่องฮือฮามากแล้ว

การออกกำลังกายอย่างหนักหนาต่อเนื่องกันในวันเดียวนี้เองที่ทำให้การทดสอบทั้งหมดยากยิ่งขึ้นไปอีก กระทั่งมีผู้ผ่านการทดสอบในแต่ละวันน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้สมัครเสียอีก

แต่เสมียนไม่ได้มีหน้าที่ออกความเห็น เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะถามอาชีพของครอมเป็นอย่างต่อไป และได้คำตอบมาว่าคนคุ้มกัน

ก็ไม่แปลก แม้ชายตรงหน้าจะไม่ได้มีร่างกายใหญ่โต โครงร่างเพรียวบางของเขายังดูแข็งแรงเกินวัย อีกทั้งท่าทางสุขุมและมีความรู้ผิดเครื่องแต่งกายคงซึมซับมาจากการทำงานเป็นองครักษ์ของขุนนางหรือเศรษฐีกระมัง

ไม่รู้ว่านั่นจะช่วยให้ชายวัยกลางคนผ่านการทดสอบหรือไม่ แต่เขาก็นับเป็นคนแรกที่ลงชื่อเข้ารับการทดสอบในวันนี้ ทั้งยังเรียกได้ว่ามาตั้งแต่ไก่โห่แบบเต็มปากเต็มคำ

เสมียนหนุ่มบอกให้ครอมรออยู่แถวนี้ หรือไปดูการฝึกของสมาชิกหน่วยที่ผ่านเข้ามาจากรอบก่อนๆ ได้ตามอัธยาศัย ชายวัยกลางคนดูเหมือนจะสนใจอย่างหลัง แต่ก็ยังคงยืนอยู่แถวโต๊ะรับสมัคร พลางซักถามเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการทดสอบ เช่นมีมานานหรือยัง และมีคนผ่านเข้ามากี่คนแล้ว

ข้อมูลทั้งหมดไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบัง กองกำลังป้องกันมณฑลยาร์ลาธเพิ่งก่อตั้งหน่วยย่อยใหม่ โดยประกาศคัดเลือกสมาชิกทุกรอบเจ็ดวัน เงื่อนไขของผู้สมัครไม่มีอะไรมากมาย ขอเพียงเป็นชายอายุสิบห้าปีขึ้นไป และผ่านการทดสอบทางกายเบื้องต้น จากนั้นให้มาร่วมการฝึกซึ่งจัดขึ้นทุกวัน ลาได้เฉพาะเหตุบาดเจ็บหรือสุดวิสัยจริงๆ เท่านั้น จนกระทั่งผ่านการทดสอบหลังการฝึก ซึ่งกำหนดคร่าวๆ ไว้ว่าจะจัดในอีกสองถึงสามเดือนข้างหน้า หลังจากนำสมาชิกหน่วยทั้งหมดเข้าค่ายฝึกอย่างเข้มงวดตามสมควรแล้ว

ไม่จำกัดเชื้อชาติ ฐานะทางสังคม และอาชีพ คนที่เป็นเจ้าหน้าที่หรือทหารอยู่แล้วก็สามารถเข้ารับการคัดเลือกได้ ขอเพียงแต่หากผ่านการทดสอบทั้งหมดแล้ว ให้เดินเรื่องลาออกจากกรมกองเดิมให้เรียบร้อยเท่านั้น

การทดสอบนี้จึงได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะจากผู้ที่ต้องการเข้ารับราชการทหาร ไม่ว่าจะเพราะต้องการชื่อเสียงเงินทอง พิสูจน์ฝีมือ หรือรับสวัสดิการ หรือไม่อาจสมัครเข้ากองทัพหลวงด้วยวิธีปกติได้ก็ตาม

แม้การผ่านการทดสอบขั้นต้นจะไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ใดที่ไม่ผ่านการทดสอบก็สามารถมาร่วมฝึก และเข้าทดสอบใหม่ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เนื่องจากการทดสอบเบื้องต้นทั้งหมดนั้นล้วนเป็นการทดสอบทางร่างกายอย่างหนักหน่วง ซึ่งแน่นอนว่าการฝึกซ้อมเป็นประจำจะช่วยได้มาก เสมียนหนุ่มบอกครอมว่าเขาเห็นคนเพียรกลับมาขอรับการทดสอบใหม่ได้สองสามครั้งแล้ว แต่หลายคนเมื่อไม่ผ่านก็หายแล้วหายลับไม่กลับมา

คุยกับชายวัยกลางคนได้พักหนึ่ง ชายหนุ่มก็เห็นใครอีกคนเดินตรงมาทางตน

ชายหนุ่มร่างผอมสูง ผมสีแดงกระเซิง สวมเครื่องแต่งกายที่ยับและเก่าปอนผิดสถานะกลับกลายเป็นของคุ้นตาจนไม่ใคร่ชวนให้แปลกใจ

เขาจำอีกฝ่ายได้ แต่ครั้นอ้าปากจะทัก คนคนนั้นก็ชิงเรียกชื่อเขา...โดยนำหน้าด้วยคำว่าท่านอย่างนอบน้อมพิกล...ก่อนจะพูดต่อไปทั้งๆ ที่เสมียนหนุ่มประหลาดใจจนได้แต่กะพริบตาปริบๆ

แหะๆ ข้ากลับมาอีกแล้วละขอรับ ท่านเสมียนจำได้ใช่ไหม ข้ารูดากันไง ที่มาเมื่อสองรอบก่อนแล้วยังไม่ผ่านน่ะ

อะ...เอ้อ...จำได้สิชายหนุ่มรีบรับ พร้อมกับเขียนชื่อโดยไม่ตั้งคำถามรูดากัน...อายุ...

สิบแปดขอรับ สามครั้งแล้วนา

เอ้อ...ใช่ๆ สิบแปด

ครอมเหลือบมองชายหนุ่มผมแดงด้วยสายตาเรียบๆ

อาชีพ...ยังคงว่างงานขอรับ สองสัปดาห์แล้ว ข้ายังหางานใหม่ไม่ได้เลยชายผมแดงพูดพลางเกาหัวแกรก ก่อนจะดูเหมือนรู้ตัวว่ามีสายตาของบุคคลที่สามเห...ครูฝึกคนใหม่หรือขอรับ

เปล่า เขาก็มาทดสอบเหมือน...เอ้อ...เหมือนเจ้านั่นล่ะเสมียนรีบเปลี่ยนสรรพนามทันเวลา

โอ้โห! อายุไม่ใช่ตัวเลขจริงๆ สินะขอรับ” ‘รูดากันหัวเราะอีกครั้งท่านคงจะมุ่งมั่นน่าดู มาเสียแต่เช้าเชียว

นกที่ล่าเหยื่อแต่เช้าตรู่ ย่อมมีโอกาสจับเหยื่อที่ดีที่สุดเป็นคำตอบของชายวัยกลางคน

ชายหนุ่มผมแดงผงกศีรษะหงึกๆ พร้อมกับปรบมือช้าๆคมจนบาดใจ ท่านต้องมีเคล็ดลับอะไรดีๆ ในการทดสอบนี้แน่เลย” ‘รูดากันเปรยพลางฉีกยิ้มอย่างเป็นมิตรกรุณาชี้แนะข้าด้วยนะขอรับ

ผู้ใดร้องขอคำชี้แนะจากผู้อื่น มักเป็นผู้ซ่อนดีในตัวมากกว่าที่แสดงออก

ลึกซึ้งนักๆ

เสมียนหนุ่มหัวเราะเฝื่อนๆ ไปกับชายหนุ่มผมแดง เขาชักไม่แน่ใจว่าลูกชายคนรองของเจ้ามณฑลคิดจะเล่นแผลงอะไร และเริ่มสงสัยว่าครอมน่าจะไปเป็นอาจารย์สอนวาทศิลป์มากกว่าสมัครทหารในวัยปูนนี้

 

ซิอ์บุลพบว่าผู้เข้าทดสอบในวันนี้ยังคงมีมากมาย กะประมาณด้วยสายตาแล้วคงราวหกสิบถึงเจ็ดสิบคน เมื่อตั้งเป็นแถวหน้ากระดานยาวแล้วยังเลยเส้นทางวิ่งทดสอบยาวสิบวาไปเกือบเท่าตัว

ชายวัยกลางคนกวาดสายตา พบว่ามีหน้าเดิมอยู่เกือบสิบคน นอกจากนั้นเป็นหน้าใหม่ ไล่ไปตั้งแต่เด็กหนุ่มตอนปลายจนถึงสามสิบต้นๆ ...กระทั่งถึงสองคนสุดท้ายของแถว...เจ้าหนุ่มหัวแดงผมกระเซิงที่แกล้งส่งยิ้มประหม่ามาให้ กับชายวัยกลางคนไม่ห่างจากตัวนักรบแห่งทะเลทรายเอง ซึ่งมีร่างกายสันทัดเพรียวบาง ผมสีดำสนิทกับเคราสั้น ตัดกับนัยน์ตาสีฟ้าเทาแหลมคม

ซิอ์บุลเชื่อว่ารูอาร์คซึ่งแวะเวียนมาสอดส่องผู้สมัครที่เข้าตาบ้างคงคิดจะทำอะไรอยู่ ส่วนชายผมดำที่ดูมีอายุที่สุดในบรรดาผู้เข้าทดสอบของวันนี้นั้น...

ไม่ธรรมดา

หัวหน้าหน่วยย่อยคนใหม่ล่าสุดของมณฑลยาร์ลาธซ่อนความสงสัยไว้ และเริ่มอธิบายขั้นตอนการทดสอบทั้งหมดอย่างคร่าวๆ

ในฐานะงานชิ้นแรก เจ้ามณฑลเบเรคมอบหมายให้ซิอ์บุลสร้างหน่วยรบที่สามารถรับมือกับหน่วยพิเศษของมณฑลอุลทูร์ได้ เนื่องจากเขาเคยประมือกับนักรบหน่วยเรเวนมาก่อน และมีโอกาสสูงที่หน่วยรบจากมณฑลทางเหนือสุดของธีร์ดีเรนี้จะเป็นศัตรูตัวฉกาจในสงครามที่อาจเกิดขึ้น การทดสอบห้าอย่างเพื่อคัดกำลังพลจึงมีมาตรฐานสูงตามไปด้วย

ลำดับขั้นตอนทั้งหมดในการทดสอบวันเดียวนั้นถือว่าท้าทายความอึดของร่างกายเป็นที่สุด

สำหรับการวิ่งที่เป็นขั้นตอนแรกนั้น ผู้เข้าทดสอบถูกแบ่งเป็นรอบละสิบคน นาฬิกาทรายอันเล็กซึ่งจับเวลาสองนาที กับครูฝึกและสมาชิกซึ่งรับเข้ามาครั้งก่อนๆ ยืนประจำคอยตรวจตราแต่ละแถว และนับจำนวนครั้งของการวิ่ง มีผู้ไม่ผ่านการทดสอบราวยี่สิบคน

ที่น่าจับตามองคือผู้เข้าทดสอบวิ่งรอบหลังสุด รูอาร์คยังคงรักษาสถิติวิ่งตัวลอยเหนือใครตามคาด...แต่ก็ยังแพ้ชายวัยกลางคนนั้น เจ้าตัวซึ่งภูมิใจในความเร็วของตนเองมาโดยตลอดอ้าปากค้างเมื่อชายผู้มากวัยกว่ามีฝีเท้ารวดเร็วราวกับนกโผบิน

การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับที่ผู้ผ่านเข้าสู่ขั้นตอนถัดมาค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ ...ชายวัยกลางคนร่างสันทัดยังคงผ่านแต่ละอย่างมาได้อย่างไม่ลำบากนัก กระทั่งเรียกได้ว่ามีความแข็งแกร่งทางกายสูงกว่าคนหนุ่มกว่าหลายๆ คนในที่นี้ได้เต็มปาก

จนสุดท้าย ก็มาถึงการทดสอบขั้นที่ห้าในยามสาย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่สมาชิกคนก่อนๆ กับตัวผู้เข้ารับการทดสอบเองจับตามองมากที่สุด

การประลองอาวุธ

ซิอ์บุลเลือกดาบสองคมมือเดียวซึ่งมีความยาวปานกลางเสมอ ขณะที่ผู้เข้าทดสอบสามารถเลือกได้ตั้งแต่มีดสั้น ดาบสั้นกับโล่ ดาบมือเดียวเช่นกัน ดาบใหญ่สองมือ ไปจนถึงทวนศึกด้ามยาว

การเลือกอาวุธบ่งบอกเกี่ยวกับผู้ใช้ได้หลายอย่าง คนอ่อนประสบการณ์อาจเลือกทวนศึกหรือดาบใหญ่สองมือทั้งๆ ที่ไม่มีความชำนาญในอาวุธนี้ เพียงเพื่อหวังอาศัยระยะหวังผลที่ยาวกว่า แต่กลับเปิดช่องว่างเต็มไปหมด

ทว่าคนส่วนมากที่มีพื้นฐานอาวุธมาแล้วมักจะเลือกดาบมือเดียว ซึ่งเป็นอาวุธที่มีสมดุลดี ทั้งยังเป็นอาวุธที่นิยมใช้กันมากที่สุดในหมู่นักรบของธีร์ดีเร มิเช่นนั้นก็อาวุธที่ตนถนัดจริงๆ การดูพื้นฐานและไหวพริบจึงไม่ยากนัก

หัวหน้าหน่วยย่อยคนใหม่ไม่หวังอะไรมาก นอกจากผู้เข้าทดสอบรู้ว่าตนใช้อาวุธที่มีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร และกำลังทำอะไรอยู่  คนที่พลั้งเผลอ รับหรือหลบการโจมตีไม่ได้เลยสักดาบย่อมไม่ผ่าน แต่หากเอาตัวรอดได้นานกว่านั้นก็ควรค่าแก่การพิจารณา

จากยี่สิบกว่าคนที่เหลือจากการทดสอบทั้งสี่รอบ สิบสองคนมีแววน่าสนใจ เวลานี้เหลืออีกสอง

รูอาร์คกับชายวัยกลางคนดังกล่าว

ดูเหมือนความพยายามที่จะคะยั้นคะยอให้ชายอีกคนลงสนามก่อนไม่เป็นผล ชายผมแดงจึงยักไหล่ก่อนจะก้าวไปเลือกอาวุธซึ่งเรียกเสียงโจษจันเซ็งแซ่จากทั้งผู้เข้าร่วมทดสอบ และสมาชิกหน่วยที่ผ่านเข้ามาแล้ว

เขาหยิบมีดสั้นราวสองคืบขึ้นมาควง โดยไม่สนใจเสียงพึมพำที่ว่าไม่ไหวหรอกหรือฆ่าตัวตายชัดๆ

ซิอ์บุลซ่อนรอยยิ้ม ด้วยนึกอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะเลือกอาวุธชนิดนี้

รูอาร์คไม่ใช่คนมีกำลังมาก ทว่าร่างกายผอมเพรียวทำให้มีความคล่องตัวสูง ไม่แปลกที่ชายหนุ่มจะเลือกอาวุธสั้นซึ่งช่วยรักษาความว่องไวนั้น แม้จะเสียเปรียบเป็นอย่างมากในเรื่องระยะหวังผล อาเมียร์ย่อมเคยสอนกลยุทธ์สั้นสะกดยาวให้อีกฝ่ายแล้วเป็นแน่

กรุณาชี้แนะด้วยขอรับชายผมแดงค้อมคำนับก่อนจะเดินเข้ามาในลานประลอง และหยุดยืนห่างจากนักรบวัยกลางคนราววาครึ่ง ตั้งท่าย่อขา งอศอกขวาขนานไปกับช่วงอก จรดปลายมีดในมือขวาออกมาข้างหน้า ขณะที่แขนซ้ายตั้งเตรียมปัดป้อง รอสัญญาณเริ่มการต่อสู้จากกรรมการ

ซิอ์บุลอ่านแผนการของอีกฝ่ายออกตั้งแต่ก่อนเดินเข้าสนาม เนื่องจากอาวุธของชายผมแดงมีระยะสั้นกว่ามาก เขาย่อมต้องเลือกรุก มิเช่นนั้นจะเสียเปรียบหากนักรบวัยกลางคนบุกเข้าประชิดตัวได้ก่อน

หากว่าซิอ์บุลไม่ทันตั้งตัว ปลายมีดก็จะตรงเข้าหาจุดตาย แต่หากเขาชิงโจมตี รูอาร์คก็จะหลบและหาช่องว่างสวนกลับ เช่นเดียวกับพังพอนซึ่งฉวยโอกาสชั่วพริบตาก่อนงูฉก

เริ่มได้!

ทันทีที่มีเสียงตะโกน รูอาร์คก็พุ่งตัวเข้ามา

ซิอ์บุลกะจังหวะที่ชายหนุ่มใกล้เข้าถึงตัว ฟาดดาบในมือเป็นแนวเฉียงจากขวาไปซ้าย ทว่ารูอาร์คฉากหลบมาทางขวาของชายวัยกลางคน ยังผลให้หัวหน้าหน่วยย่อยปาดดาบกลับตามตีในทันที

ชายหนุ่มผมแดงเบี่ยงพ้นฉิวเฉียด และวนเข้าข้างหลังของคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นมุมอับโดยสากลของนักรบทั้งมวล ซิอ์บุลรู้สึกได้ว่ามีมือวางลงบนไหล่ซ้ายของตน รูอาร์คคงเหนี่ยวมันไว้เพื่อยืดตัวขึ้นใช้มีดสั้นแทงลำคอ...

ศอกขวาของนักรบวัยกลางคนกระแทกไปข้างหลังเต็มแรง

มันถูกหน้าแขนของรูอาร์คเข้าถนัดถนี่ ซิอ์บุลได้ยินเสียงร้องเบาๆ และรู้สึกได้ว่ามีดของอีกฝ่ายกระเด็นไปข้างหลัง เขารีบหมุนตัวกลับมาทางซ้าย และใช้ดาบจ่อข้างคอชายหนุ่มไว้ทันที

รูอาร์คกลั้นหายใจ เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงข้างใบหน้า สีหน้ายังไม่หายตกใจ

กระนั้น หัวหน้าหน่วยย่อยก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะประกาศผ่าน

ชายหนุ่มนิ่งค้างอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นแล้วก็ระเบิดเสียงหัวเราะ และค้อมคำนับเขาครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับพร่ำขอบคุณ ดูดีใจเสียเต็มประดาราวกับจะร้องไห้ออกมา

รูอาร์คเก็บมีดก่อนจะเดินกลับไปที่ขอบสนาม เขาตรงเข้าไปหาชายวัยกลางคนที่ยังไม่ได้ลงประลอง และทำท่าจะพูดละล่ำละลักกับอีกฝ่ายด้วยความปีติ ทว่าชายผมดำนั้นชิงเดินเลี่ยงออกมาเสียก่อนเพื่อไปหยิบอาวุธ

กรรมการประกาศว่าเขาชื่อครอม ซิอ์บุลตั้งใจจดจำชื่อพยางค์เดียวง่ายๆ นั้นเอาไว้ แม้ค่อนข้างแน่ใจว่านั่นไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของอีกฝ่าย

ครอมเลือกดาบแบบเดียวกับที่ซิอ์บุลใช้อยู่

นักรบวัยกลางคนขมวดคิ้วเมื่อเห็นการจับดาบของอีกฝ่าย

ในการทดสอบทางกาย การจดเท้าหรือวางมือยามไต่เชือกของอีกฝ่ายบอกต่อซิอ์บุลว่าชายผมดำนั้นถนัดมือซ้าย แต่เขากลับเลือกถือดาบด้วยมือขวา

อย่างไรก็ดี หัวหน้าหน่วยย่อยปิดปากเงียบ และรอจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินเข้ามาประจำที่ ต่างคนค้อมศีรษะให้กันน้อยๆ ตามธรรมเนียม ก่อนจะตั้งท่าจดอาวุธเตรียมพร้อม

นัยน์ตาสีดำกับสีฟ้าเทาสบกันแน่วนิ่ง ขณะที่นักรบทั้งสองล้วนยืนนิ่งเป็นรูปปั้น จดจ้องคู่ต่อสู้ที่เบื้องหน้าตาไม่กะพริบ แม้ในขณะที่กรรมการประกาศอีกครา

เริ่มได้!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #33 yafi (@yafi) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 23:22
    ค้างงงงงงงงงงงง
    #33
    1
    • #33-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 65)
      13 ตุลาคม 2560 / 13:50
      อดใจรอต่อคืนนี้น้าาา
      #33-1