The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,817 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    101

    Overall
    5,817

ตอนที่ 62 : 1 - ทางเลือกของทั้งสอง "แผ่นดินนี้จะเป็นสุขได้อย่างไร ถ้าผู้ปกครองของแผ่นดินไม่ได้มีความสุขไปด้วย"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ต.ค. 60

บทที่ ๑

ทางเลือกของทั้งสอง

 

นี่ไม่ใช่ฝัน

เจ้าหญิงแห่งความฝันเอ่ยพร้อมกับบีบมือที่เธอเกาะกุมอยู่แน่นขึ้นตามไปด้วย

นั่นไม่ใช่คำถาม ไม่ใช่ถ้อยคำแสดงความกังขา แต่เป็นการยืนยัน

ดูเจ้าไม่แปลกใจเลย ผู้บุกรุกนัยน์ตาสีทองเผยรอยยิ้มน้อยๆ ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาจากระเบียง

ข้าว่าข้ารู้จักท่านดีกว่าที่ท่านคิดนะ หญิงสาวกวาดมองชายตรงหน้าให้สมความคิดถึง เช่น ท่านเป็นคนรักษาสัญญา...แต่ไม่นึกว่าจะมาอย่างเอิกเกริกแบบนี้

แล้วไม่กลัวหรือ

อาเมียร์ก็คืออาเมียร์ ทำไมข้าต้องกลัวด้วยล่ะ แอชลีนน์ผละไปจากเขาแล้วหมุนตัวกลับไปหมายจะจุดตะเกียง...แต่เพียงอีกฝ่ายโบกมือ แสงของตะเกียงครอบแก้วก็กลับส่องสว่างขึ้นมาเอง

หญิงสาวนิ่งอึ้งไปเพียงครู่เดียวก็หันกลับมายิ้มเข่นเขี้ยวขี้โกง

เขาเรียกอำนวยความสะดวก อาเมียร์เอียงคอ ยักไหล่พร้อมกับยิ้มน้อยๆ แต่หลังจากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมก่อนที่เขาจะหลับตาลง ปีกสีดำที่กลางหลังสลายหายไปราวกับฝุ่นควัน

และเมื่อชายหนุ่มลืมตาขึ้น นัยน์ตาของเขาก็กลับเป็นสีดำลึกล้ำที่คุ้นเคยอีกครา

เดี๋ยวนี้ใช้เวทมนตร์เป็นว่าเล่นเชียว แอชลีนน์อดพูดไม่ได้ ไม่เป็นอะไรหรือ

ไม่หรอก ข้าสงบศึกกับเจ้าเด็กอีกคนในร่างได้แล้วจึงทำได้ เขาตอบ เห็นมาลิอาบอกว่าเล่าให้เจ้าฟังแล้ว แต่ถ้าอยากรู้อะไรมากกว่านี้ ข้าจะเล่าให้ฟังระหว่างทางก็แล้วกัน

ชายหนุ่มพูดราวกับรู้ว่าเธอจะไม่ปฏิเสธ

ท่านเชื่อว่าข้าจะไปด้วยหรือ ด้วยเหตุนี้เอง แอชลีนน์จึงได้ตั้งคำถาม

ข้ามาพาเจ้าไปเพื่อตัวเจ้าเอง และเพื่อธีร์ดีเรด้วย

ให้ข้าได้เป็นราชินีด้วยตนเอง โดยไม่ต้องมีราชา หญิงสาวต่อคำพูดก่อนจะนั่งลงบนเตียงของตน เหมือนในฝันครั้งนั้น

เธออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ความยินดีที่ได้พบชายเบื้องหน้าดูราวกับจะเหือดหายไปเสียหมดกับความคิดนั้นข้าไม่คิดว่าจะมีใครสนับสนุนเรื่องนั้นกันนักหรอก

อย่างน้อยก็มีท่านเบเรค พ่อข้า แล้วก็ตัวข้า อาเมียร์แย้ง และยังมีเรื่องที่หากเปิดเผยออกมา ใครๆ ย่อมต้องคัดค้านการประลองเลือกคู่เป็นแน่

แต่เราต้องแลกด้วยอะไรบ้าง อาเมียร์ เจ้าหญิงยังคงติง ธีร์ดีเรมีเรื่องวุ่นวายมากพอแล้วนะ กว่าข้าจะเป็นราชินีที่พวกขุนนางยอมรับได้ด้วยตนเองยังต้องใช้อีกกี่ปี ใครจะไปรู้

แต่นี่คือหนทางที่ดีที่สุดต่อเจ้า และธีร์ดีเร ทั้งในความคิดของข้า และทุกคนที่รู้เรื่องทั้งหมดด้วย

                แต่ข้าคิดว่า...ตราบใดที่ชาวธีร์ดีเรสงบสุข นั่นต่างหากถึงจะดีที่สุดหญิงสาวเอ่ยแม้จะไม่กล้าสบตากับเขาข้ารู้...ข้ากับดูลัสอาจจะเข้ากันไม่ได้ในบางเรื่อง แต่ตราบใดที่เราเห็นตรงกันในเรื่องบ้านเมือง เพียงเท่านั้นก็พอแล้ว

                แต่เจ้าควรมีสิทธิ์เลือกคู่ครองด้วยตนเองอาเมียร์ยังคงค้านหากดูลัสหวังดีต่อเจ้าจริงๆ เขาต้องเข้าใจว่าเขาหรือใครก็ตามไม่มีความชอบธรรมในฐานะคู่หมั้นของเจ้ามาแต่แรก เว้นเสียแต่เจ้าจะสมัครใจเลือกเขา โดยไม่มีใครบังคับด้วยเหตุอื่นใดทั้งสิ้น

                เพราะอะไรเธอรู้ว่าคำถามนั้นฟังดูโง่เขลา หญิงสาวเองก็คิดว่าตนควรมีสิทธิ์เลือก แต่สำหรับเจ้าหญิง การแต่งงานกับคู่ครองที่เหมาะสม...ไม่ว่าจะเป็นเจ้าชายต่างเมืองหรือขุนนางชั้นสูงคนใด...ล้วนเป็นเรื่องที่ผู้อื่นตัดสินให้ทั้งนั้นไม่ใช่หรือ

                เพราะข้ารู้แน่ชัดแล้วว่าผู้ที่วางแผนลอบปลงพระชนม์คือพ่อของเขา

                แอชลีนน์ไม่ใคร่ตกใจกับคำพูดที่เขาเคยบอกต่อเธอในฐานะข้อสันนิษฐานมาก่อน...ทว่าถ้อยคำที่ชายหนุ่มเอ่ยต่อมากลับเป็นยิ่งกว่าสายฟ้าฟาด

                “...ร่วมกับจิตอีกด้านของตัวข้าเอง

 

เจ้าชายแห่งความมืดยังคงกลัว...แม้ในขณะที่เล่าความจริงทั้งหมดออกไป

อาเมียร์รู้ว่าตนไม่รู้สึกตัวและไม่ได้รู้เห็นสิ่งที่จิตอีกด้านในร่างของมาดายทำลงไป แต่นั่นไม่ใช่เหตุที่จะขอความเห็นใจหรือการให้อภัยจากแอชได้ไม่ใช่หรือ เขาเองเคยเป็นผู้สูญเสีย และรู้ว่าเหตุผลอย่างใดก็ตามย่อมไม่ใช่เหตุที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบของผู้คร่าชีวิตได้

แต่สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำก็ไม่ใช่แค่เพื่อไถ่โทษหรือแสดงความรับผิดชอบ นั่นเองที่ชายหนุ่มอยากให้หญิงสาวเข้าใจ

...เขาตั้งใจที่จะทำเพื่อเธอเพราะอยากให้เธอได้มีความสุขอย่างแท้จริง...

ข้ารู้ว่าตัวเองแค่พูดได้ปากเปล่า ยังแสดงหลักฐานอะไรไม่ได้ ที่จริงข้ารู้ว่ามีมนตร์ช่วยถ่ายทอดความทรงจำที่ข้าเห็นให้เจ้าได้เห็นด้วยเช่นกัน แต่...ข้าไม่คิดว่านั่นเป็นสิ่งที่เจ้าควรดู ไม่ว่าเมื่อไรก็ตามชายหนุ่มสรุป

แอชลีนน์ยังคงนิ่งงัน เธอทอดสายตาเลื่อนลอยไปบนพื้นห้อง ไม่ตอบคำใดเลย ตั้งแต่เขาเริ่มเล่าสิ่งที่ตนเห็นผ่านสายตาของเนอร์กุย มือสังหารชาวอัสลานผู้รอดชีวิต

...ว่าพ่อและพี่ชายของเธอตายไปอย่างไร ส่วนแม่นั้น...

สิ่งที่เล็ดลอดออกมามีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบา แต่ก็ดังพอที่จะทำให้อาเมียร์สะดุ้งแอช...

ไม่เป็นไรหญิงสาวเบือนหลบจากเขา เสียงเอ่ยของเธอยังคงสั่นเครือ แม้เขาจะฟังออกว่าเธอพยายามกดให้เรียบแล้ว “...ข้า...

อาเมียร์ปราดเข้าหาหญิงสาว ราวกับเธอกำลังจะจมน้ำในอีกไม่กี่อึดใจ

แอชซุกหน้าลงกับเสื้อของเขา ซึ่งไม่ช้าก็เปียกชุ่มโชก สองมือจิกแผ่นหลังเขาแน่นจนสั่นเกร็ง กระทั่งเสียงอู้อี้ไม่เป็นคำที่เปล่งออกมายังดังและกราดเกรี้ยวราวกับเสียงของสัตว์ที่บาดเจ็บ

ชายหนุ่มลูบเรือนผมและหลังไหล่ของเธออย่างเงียบๆ ไม่ได้ห้ามไม่ให้ร้องไห้หรือบอกให้นิ่งเสีย เขาเองก็รู้ดีว่าเมื่อมีสิ่งใดที่อัดแน่นอยู่ในอกย่อมต้องเปิดช่องทางให้มันระบายออกมา

เมื่อครู่แอชเพิ่งรู้ว่าพ่อแม่และพี่ชายของตนตายไปอย่างไรหลังจากถูกปิดบังมาเนิ่นนาน เขาเองก็อยากรู้ว่าเสด็จพ่อที่ใช้พระชนม์ชีพปกป้องแม่ไว้เล่าตายไปอย่างไร เจ็บปวดหรือทรมานมากไหม...แต่หากได้รู้แล้วก็คงจะมีปฏิกิริยาไม่ต่างจากหญิงสาวในอ้อมแขน หรือเด็กชายซึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นในอ้อมแขนของแม่ในอดีตของจนนัก

ก็คงเป็นเช่นนี้เอง มีบางสิ่งที่มิอาจร่วมแบกรับหรือปลอบโยนได้ด้วยวาจา แต่เป็นสัมผัสและการอยู่เคียงข้างในยามสูญเสียโศกเศร้า จนกว่าเวลานั้นจะผ่านพ้นไป

ไม่รู้ว่าแอชร้องไห้อยู่เช่นนั้นนานเท่าใด อาเมียร์พร้อมที่จะรอให้เธอได้ระบายอารมณ์จนพอใจ...ทว่าเป็นสิ่งอื่นต่างหากที่ไม่รั้งรอ

มีเสียงเคาะประตู

องค์หญิง! ทรงเป็นอะไรหรือเปล่าเพคะ!

ชายหนุ่มตำหนิตนเองที่ลืมใช้อาคมปิดกั้นเสียงไว้ก่อน และรีบใช้เวทมนตร์ลงกลอนประตูป้องกันไว้ในทันใดนั้น

ทว่าแอชยังคงมีสติดี เธอปล่อยมือจากเขา และหันกลับไปตอบอีกฝ่ายแม้เสียงจะยังสั่นอยู่

มะ...ไม่มีอะไร เราแค่ฝันร้าย เคียราไม่ต้องห่วงหรอก

ทรงพระสุบินไม่ดีหรือเพคะ ให้หม่อมฉันเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนไหม

ไม่ต้อง ไม่เป็นไร เคียราไปนอนเถอะ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะ

แต่ว่า...

บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรสิ!

มีเสียงรับว่าเพคะดังขึ้นมาอ่อยๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเงียบไป

หญิงสาวรีบปาดน้ำตาโดยเร็วและดูเหมือนจะพยายามกลับมาเป็นคนเดิม เธอพูดกับอาเมียร์ด้วยเสียงที่เบาลง

ข้ารู้ว่าท่านคงไม่อยากเห็นข้าเป็นอย่างนั้น แต่ก็...ขอบคุณที่บอกนะ ถึงอย่างไรข้าก็ยังอยากรู้อยู่ดี

อาเมียร์พยักหน้าและตั้งท่าจะพูดขึ้น ทว่าเจ้าหญิงกลับเอ่ยต่อเสียก่อน

แต่เรื่องที่จะไปกับท่านและเปิดโปงความจริง...ถึงจะรู้อย่างนั้น ข้าก็ไม่อยากทำให้เรื่องเลวร้ายลงไปกว่านี้ ต่อให้แฟคท์นาเป็นคนร้าย เขาก็...อายุมากแล้ว ท่านก็บอกเองว่าดูลัสไม่น่าจะรู้ และดูลัสก็ไม่ใช่คนที่กระหายอำนาจ ข้า...คิดว่าเขาคงรักข้าด้วยซ้ำ

แต่เจ้าไม่ได้รักเขาไม่ใช่หรือชายหนุ่มยังมีเหตุผลอีกมากมายแอช ข้ารู้ว่าเจ้าตั้งใจจะยอมแต่งงานกับเขาเพื่อให้ธีร์ดีเรสงบสุข แต่มันจะเป็นอย่างนั้นได้จริงหรือ ต่อให้แฟคท์นาชราแล้ว นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่คิดทำอย่างอื่นหากเจ้าแข็งข้อหรือยืนกรานจะดูแลราชการเอง จุดประสงค์หลักที่เขาให้ดูลัสแต่งงานกับเจ้าก็เพื่อให้ดูลัสได้ครองบัลลังก์และมีทายาทที่มีสิทธิ์ครองบัลลังก์ หากว่าได้ทั้งสองอย่างแล้ว เขาอาจจะลอบสังหารเจ้า หรือใช้วิธีอื่นควบคุมเจ้า ไม่ให้ดูแลธีร์ดีเรได้ตามต้องการก็ได้

อาเมียร์รอฟัง ทว่าหญิงสาวกลับก้มหน้าเงียบงัน มือยกขึ้นซับน้ำตาเป็นระยะๆ เท่านั้น

และต่อให้แฟคท์นาไม่ลงมืออะไร เจ้าจะทนได้หรือ...ชั่วชีวิตกับคนที่ไม่ได้รัก หรือกระทั่งอาจจะเข้ากันไม่ได้ แม่ของข้าเคยเป็นทุกข์ด้วยเรื่องนี้มาแล้ว แม้ข้าจะเพิ่งได้รู้ไม่นานนี้เอง แผ่นดินนี้จะเป็นสุขได้อย่างไร ถ้าผู้ปกครองของแผ่นดินไม่ได้มีความสุขไปด้วยเขารวบรวมความกล้า เอ่ยชื่อของคนที่รูอาร์คเคยเปรยยามแนะนำว่าเขาควรจะเกลี้ยกล่อมแอชอย่างไร “...ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นอย่างมาทิลดาแห่งทารา

มาทิลดา...เจ้าหญิงรัชทายาทองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ทารา ผู้สืบเชื้อสายจากเอรินและสุริยเทพ มีตำนานเล่าขานว่านางถูกบังคับให้สมรสกับเชรุน อัศวินตระกูลอลาชตาร์ผู้เป็นต้นราชวงศ์ใหม่ และสิ้นพระชนม์เพราะตกจากยอดหอคอยหลังจากมีพระประสูติกาลโอรสของเชรุน

ตอนที่รูอาร์คเล่าให้เขาฟัง ชายผมแดงยังให้ข้อสันนิษฐานเอาไว้หลายประการ บ้างว่ามาทิลดาฆ่าตัวตายเพราะถูกบังคับให้อภิเษก บ้างว่าหญิงนางกำนัลที่เป็นชู้รักของเชรุนผลักนางลงมา แต่บ้างก็ว่าเชรุนหรือใครอื่นอาจจะลอบสังหารนางเพื่อมิให้ก้าวก่ายการปกครองของราชวงศ์ใหม่ หลังจากที่ได้โอรสผู้เป็นรัชทายาทแล้ว

อาเมียร์เองก็อดเชื่อไม่ได้ว่าเป็นอย่างหลังสุด หากมาทิลดาจะฆ่าตัวตาย...เหตุใดจึงต้องรอจนมีโอรสก่อนด้วยเล่า

หากดูลัสรักเจ้าจริง เขาย่อมอยากให้เจ้าได้ทำสิ่งที่ต้องการไม่ใช่หรือ

แอชยังคงนิ่งเงียบอยู่อีกครู่หนึ่งจึงได้ปาดน้ำตาและเปรยทำไมเราถึงได้นึกถึงคนคนเดียวกันนะ

เธอไม่ขยายความว่านั่นหมายถึงมาทิลดาแห่งทารา หรือพระคู่หมั้นดูลัส

แต่ถ้าข้าไปด้วย ท่านคิดจะทำอะไรต่อไปหญิงสาวเหยียดหลังตรง เสียงถามเป็นพิธีรีตองราวกับกำลังสนทนาเรื่องราชการแผ่นดินกับขุนนาง

อาเมียร์รู้ว่าเขาต้องให้คำตอบที่ชัดเจนที่สุดข้าจะพาเจ้าไปที่ยาร์ลาธในคืนนี้ หากใช้เวทมนตร์ เราคงไปถึงได้ในวันมะรืน ทางวังหลวงย่อมรู้ดีพอที่จะไม่ป่าวประกาศว่าเจ้าหายตัวไป และเมื่อถึงยาร์ลาธแล้ว เจ้าจะส่งสาส์นลับกลับมา

ขอลี้ภัย?”

ใช่ และขอให้ดูลัสกับท่านผู้สำเร็จราชการมาเข้าเฝ้า...เพื่อฟังความจริงเบื้องหลังการลอบปลงพระชนม์

สีหน้าของแอชเริ่มเคร่งเครียดขึ้น

คนของท่านเบเรคกำลังตามหาเกลกับซานา...ในฐานะพยาน เมื่อดูลัสกับท่านผู้สำเร็จราชการรู้ความจริง เราจะให้พวกเขาไปเจรจากับแฟคท์นาให้เลิกล้มแผนการทั้งหมดเสีย เพื่อแลกกับการอภัยโทษ

หญิงสาวกลับดูตะลึงงันนั่นมัน...

นี่คือวิธีที่สงบที่สุดที่ข้าคิดได้ หากว่าแฟคท์นายังมีความคิดอยู่บ้าง เขาย่อมรู้ว่าเมื่อความจริงถูกเปิดโปง ความชอบธรรมและชาวธีร์ดีเรก็จะไม่อยู่ข้างตนอีกต่อไปอาเมียร์อธิบายส่วนตัวข้าอีกคนที่สิงร่างของมาดาย ข้ากับท่านลูเธียนและมาลิอาจะจัดการเอง ข้ารู้ว่านี่ไม่อาจทวงความยุติธรรมให้แก่ทั้งสามพระองค์ได้ แต่มันเป็นวิธีที่สูญเสียเลือดเนื้อน้อยที่สุด แฟคท์นาชรามากแล้ว เขาอาจจะอยู่ได้ไม่นาน และความหวังทั้งหมดของเขาก็อยู่ที่ดูลัส แทนที่เราจะประหารพวกเขาทั้งสองคนตามกฎมณเฑียรบาล เรายังให้โอกาสทั้งสองได้ใช้ชีวิตอยู่ในฐานะขุนนาง และยังคงมีสิทธิ์ปกครองมณฑลตามเดิมด้วยซ้ำ

แอชยังคงเงียบอยู่อีกครู่ จนสุดท้ายจึงได้เอ่ยข้าไม่อยากให้ดูลัสรู้เลย แต่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่ไหม

อาเมียร์พยักหน้า ก่อนจะตระหนักได้ว่านั่นหมายถึงยอมรับว่ามีทางเลือกอื่นตามความเข้าใจของชาวธีร์ดีเร อย่างไรก็ดี หญิงสาวดูจะคุ้นชินกับภาษากายของเขาแล้ว

ข้ากลัวว่าเขาจะเรียกร้องให้ประหารเขากับพ่อเสียเองเธอพูดต่อไป “...เขาเป็นคนยอมหักไม่ยอมงออย่างนั้น

แต่นั่นก็ยังดีกว่าเป็นอย่างที่ชายหนุ่มนึกเกรงไม่ใช่หรือ...หากว่าดูลัสกับบิดาไม่ยอมรับข้อตกลงและดึงดันจะชิงตัวเจ้าหญิงคืนมา

ตราบใดที่ยังไม่มีพยานและหลักฐานเพียงพอที่จะพลิกคดี หรือยังไม่อาจทำให้ดูลัสและท่านผู้สำเร็จราชการเชื่อว่าคนร้ายที่แท้จริงคือแฟคท์นา ต่อให้ป่าวประกาศให้ชาวธีร์ดีเรรู้โดยทั่วไปก็ยังยากที่จะทำให้คนส่วนมากเชื่อ

มิหนำซ้ำ นั่นอาจเป็นการชักนำภัยเข้ายาร์ลาธ ชาวอุลทูร์ผู้ภักดีต่อเจ้ามณฑลย่อมเดือดดาล และชอร์ซาซึ่งมีความสัมพันธ์อันเลวร้ายกับมณฑลติดทะเลอาจร่วมมือกันเล่นงานยาร์ลาธด้วยข้อหายุยงให้เกิดความแตกแยก และก่อกบฏก็เป็นได้

ทั้งยังมีจิตอีกด้านของเขาในร่างของมาดาย ซึ่งไม่อาจคาดเดาจุดประสงค์ได้เลยว่าจะทำสิ่งใดต่อไปเพื่อยึดครองอาณาจักรนี้

แต่หากแฟคท์นาไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ล่ะแอชดึงความคิดของอาเมียร์กลับมาท่านคงคิดถึงเรื่องนั้นไว้แล้วใช่ไหม

ชายหนุ่มกลั้นเสียงถอนหายใจเช่นนั้นเราต้องจับกุมเขา เปิดโปงความจริงว่าเขาเป็นคนร้าย และทำให้ขุนนางส่วนมากกับชาวธีร์ดีเรเชื่อให้ได้ หากลงมือได้เร็วและดูลัสให้ความร่วมมือ การสู้รบก็จะหยุดอยู่แค่ปราบปรามกบฏ แต่หากดูลัสไม่ให้ความร่วมมือ…และแฟคท์นามีโอกาสรวบรวมกำลังในมณฑลของเขา...

ก็อาจเกิดสงครามกลางเมือง

ถ้อยคำหลังสุดลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศราตรีอันเงียบงัน กระทั่งเสียงของแมลงกลางคืนในอุทยานก็ดูราวกับจะหยุดสิ้นลงในบัดนั้น

ลมหายใจของแอชฟังเหมือนเสียงถอนหายใจ

เพื่อข้า...ท่านจะยอมทำถึงขั้นนั้นเชียวหรือ

เพื่อเจ้า...และเพื่อธีร์ดีเรที่เข้มแข็งขึ้น เมื่อถึงเวลานั้น ปัญหาจะใหญ่หลวงเกินป้องกันไม่ให้เกิดการเสียเลือดเนื้อได้แล้ว

ทุกสิ่งเกิดจากความปรารถนาของแฟคท์นากับเจ้าชายทัมมุซอีกคนหนึ่ง และต้องจบสิ้นที่ตัวทั้งสองเอง

กระนั้น อาเมียร์ก็ยังกังขามาตลอด ว่าพวกเขาจะไม่ลากผู้บริสุทธิ์มากมายเข้ามาบาดเจ็บล้มตายด้วยได้หรือ ข้อเสนอในการประนีประนอมและอภัยโทษนั้นเป็นเพียงเสือกระดาษซึ่งชายหนุ่มสังหรณ์ว่าอีกฝ่ายไม่รีรอที่จะฉีกเป็นชิ้นๆ

หากว่าแอชไม่ยินยอมไปด้วย และยืนกรานที่จะแต่งงานกับดูลัสเพื่อไม่ให้ประชาชนของเธอเองต้องสูญเสีย อาเมียร์ก็บอกตนเองว่าเขาจะไม่กล่าวโทษเธอเลย ถึงแม้ว่านั่นจะขัดกับความปรารถนาของตนก็ตาม

ทว่าคำตอบของหญิงสาวเป็นสิ่งที่เขาไม่คาดคิด

ข้าจะเขียนจดหมายทิ้งไว้

แอช...

ท่านน้า แม่นม เคียรา...แล้วก็ดูลัส ทุกคนจะได้ไม่กังวล และรู้ว่าข้าไปด้วยความสมัครใจของตนเองเจ้าหญิงเอ่ยราบเรียบ พร้อมกับลุกจากเตียง ถือตะเกียงน้ำมันไปที่โต๊ะเครื่องประดับข้าจะไม่เอ่ยชื่อท่านหรือมณฑลยาร์ลาธ แต่บอกว่าจะติดต่อกลับมาเมื่อไปถึงที่ปลอดภัยแล้ว อย่างนั้นคงได้ใช่ไหม

อาเมียร์พยักหน้าพร้อมกับรับคำเบาๆ

หญิงสาววางตะเกียงลงบนโต๊ะซึ่งมีหนังสือสองสามเล่มและกล่องเครื่องเขียนวางอยู่แล้ว แต่ก่อนจะนั่งลงเบื้องหน้ามัน เธอก็หันหน้ามาสบตากับชายหนุ่มอีกครั้ง ข้าขอถามอะไรได้ไหม

หือ?”

ข้ารู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม แต่ก็ไม่รู้ว่าเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไรยิ่งแอชเกริ่นเช่นนั้น อาเมียร์ก็ยิ่งงุนงงว่าเธอต้องการถามอะไรแต่มีเรื่องที่ข้าอยากรู้จากท่าน ขอให้ตอบมาตามตรง เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าข้าจะไปหรือไม่ไปกับท่าน...

เจ้าหญิงเงียบไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาเสลงเหมือนกับต้องการหลบสายตาของเขา แต่แล้วก็ตัดสินใจสบตานิ่งอยู่

ท่าน...รู้สึกอย่างไรกับข้า อาเมียร์

 

นั่นอาจเป็นถ้อยคำที่จะตัดสินทุกสิ่ง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ตัดสินสิ่งใดเลย

แอชลีนน์ไม่รู้ว่าควรถามแล้วหรือไม่ แต่ขณะเดียวกัน เธอก็ไม่อาจถอยกลับได้อีกแล้ว

บางที คงเพราะมีความหวังขึ้นมา เธอจึงต้องการความชัดเจนที่ตนจะยึดเหนี่ยวได้ด้วยกระมัง

อาเมียร์ย่อมรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเขา รู้มาเนิ่นนานแล้วและไม่ได้ปฏิเสธ แต่ขณะเดียวกัน...เขาก็ยังทำราวกับเธออยู่สูงกว่ากันมากจนไม่อาจครองคู่กันได้

แต่หากเธอเป็นราชินีได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องถูกบังคับให้แต่งงานกับใครแล้วละก็...

ข้ารักเจ้า ถึงได้อยากให้เจ้ามีความสุข

หญิงสาวหมุนตัวกลับไป แต่ก็ยังยืนนิ่งและห้ามตนเองไม่ให้วิ่งเข้าหาอ้อมกอดนั้นโดยไม่สนใจอะไรอีกต่อไป

ถ้าอย่างนั้นก็ห้ามพูดว่า ถ้าช่วยให้ข้าได้ครองราชย์แล้ว จะจากไปโดยไม่เรียกร้องอะไรอีกเป็นอันขาด!เธอสบตากับเขาเพื่อบอกให้รู้ว่าหมายความตามนั้นจริงๆ

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเจ้าหญิงเอ่ยต่อไปก็นิ่งฟังด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน

ข้าจะสู้ เพื่อให้ตนเองเป็นราชินีที่ผู้คนยอมรับให้ได้ แล้วจะได้เลือก...คู่ครอง...ตามความสมัครใจของตน ไม่รู้ว่านั่นจะใช้เวลาอีกสักกี่ปี แต่หากความรู้สึกของท่านยังไม่เปลี่ยน ก็...รอข้าด้วยนะแอชลีนน์เริ่มรู้สึกหน้าร้อนผ่าว ทั้งๆ ที่อากาศในห้องยังค่อนข้างเย็น

อาเมียร์ก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธออีกครั้ง และหยิบมือของเจ้าหญิงไปประทับริมฝีปาก

เช่นนั้น อาเมียร์...และทัมมุซ...ก็ขอให้สัตย์สาบาน ว่าจะฝากชีวิตไว้กับธีร์ดีเร...ตราบใดที่ราชินีแอชลีนน์ยังต้องการเจ้าชายแห่งความมืดผู้นี้อยู่

หญิงสาวยิ้มออกมาอ้อ ไม่ต้องห่วงหรอก ราชินีจะใช้งานเจ้าชายแห่งความมืดให้หัวหมุนเชียวละ โทษฐานยุให้ขึ้นคานดีนัก

ทั้งสองหัวเราะน้อยๆ ก่อนที่แอชลีนน์จะปล่อยมือและอาเมียร์ลุกขึ้นยืน

อนาคตยังไม่แน่นอน ไม่อาจรู้ได้เลยว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร หรือว่าปัญหาจะคลี่คลายไปได้โดยง่ายหรือไม่

แต่เจ้าหญิงแห่งความฝันก็ขอเดิมพัน และเชื่อใจ

 

หญิงสาวใช้เวลาร่างจดหมายเพียงไม่นาน จากนั้นก็แต่งตัวเสียใหม่หลังฉากไม้ เป็นชุดเดินทางอันรัดกุมของผู้ชาย รวมถึงรองเท้าที่คล่องตัวและใส่สบาย (ซึ่งได้รับคำชมจากแอชเป็นอย่างมาก) ที่ชายหนุ่มนำติดมาให้ ก่อนจะดับตะเกียงในห้องลง

จากนั้น อาเมียร์จึงตัดสินใจว่าถึงเวลาที่ควรไปเสียที  เขารวบรวมพลังเวทมนตร์ เรียกปีกสีดำให้แผ่กว้างออกมาอีกครั้ง ก่อนจะโอบร่างของเจ้าหญิงไว้ที่หน้าระเบียง เตรียมพร้อมที่จะบินขึ้นไป

แต่เมื่อนั้นเอง...เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นโดยไม่ได้คาดหมาย

องค์หญิง เสวยนมอุ่นๆ ...

มีเสียงคล้ายสิ่งของบางอย่างตกกระทบพื้นพรม ตามด้วยเสียงกรีดร้อง

เคราะห์ยังดีที่ชายหนุ่มรีบใช้เวทมนตร์ปิดกั้นเสียงนั้นไม่ให้ดังออกไปภายนอกห้องได้ก่อน แล้วจึงรีบมองสำรวจด้วยนัยน์ตาที่เห็นชัดเจนแม้ในความมืด

หญิงคนหนึ่งยืนตัวแข็งอยู่ที่หน้าประตูห้อง ดูเหมือนจะเป็นนางกำนัลที่ชื่อเคียรา บนพื้นเบื้องหน้าเธอมีถาดและถ้วยกระเบื้องที่เพิ่งตกแตก

ช่วยด้วย! ใครก็ได้มาเร็ว!หญิงสาวร้องเรียกและหมุนตัวกลับไปที่ประตูห้อง...

...ซึ่งปิดปึงและลงกลอนตนเองทันที

ข้าขอโทษ แต่ท่านช่วยอยู่เงียบๆ ในนี้สักพักได้ไหมอาเมียร์ตัดสินใจพูดขึ้นอีกครึ่งชั่วยามมนตร์จะคลายลงเอง

เคียรายังคงร้องโวยวายต่อไปโดยไม่สนใจคำพูดของชายหนุ่ม หรือแม้แต่แอชซึ่งพยายามบอกว่าตนไม่เป็นไรเลยแม้แต่น้อย จนสุดท้ายอาเมียร์จึงได้แต่ตัดสินใจว่ามีแค่ทางเดียวคือรีบไป

ปีกมนตร์ดำทั้งสองที่ข้างหลังเริ่มกระพือขึ้น พาสองร่างให้ค่อยๆ ลอยพ้นพื้น...

องค์หญิง!!!นางกำนัลกรีดร้องลั่นทันที เธอละล้าละลังอยู่เพียงครู่เดียวก็วิ่งถลาเข้ามา

เคียรา! ทำอะไร! อย่านะ!

กว่าหญิงสาวอีกคนจะตรงเข้ามาถึงทั้งสอง เจ้าชายแห่งความมืดก็ลอยตัวขึ้นได้สักระยะแล้ว ทว่าอีกฝ่ายยังกระโจนเข้าจับขาของเขาไว้ได้ ซ้ำรัดแน่นอย่างคนตกใจ

ครั้นอาเมียร์จะสะบัดให้หลุดก็ไม่กล้าเสี่ยง ด้วยเกรงว่าจะทำให้หญิงสาวจะได้รับบาดเจ็บเกินความจำเป็น แต่ครั้นพยายามกระพือปีกพาตนเองกับแอชบินสูงขึ้นไปอีกด้วยหวังว่าเคียราจะตกใจกลัวจนยอมปล่อยมือไปเอง...ก็ดูจะให้ผลตรงกันข้าม

นางกำนัลสาวรัดขาของเขาไว้แน่นหนาจนน่าประหลาดใจว่าเธอนำเรี่ยวแรงมากเพียงนี้มาจากไหน ปากก็ยังร่ำร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา แม้ชายหนุ่มจะร่ายเวทพรางกายและปิดกั้นเสียงไว้รอบตัวแล้วก็ตาม

ช่วยด้วย! มีคนร้าย! ปีศาจมันจะเอาตัวเจ้าหญิงไป! ...ทหาร! มาเร็วเข้าสิ!

อาเมียร์ตัดสินใจใช้มาตรการสุดท้าย

 

เคียรากรีดร้องและแทบปล่อยมือจากความสูงราวหนึ่งตัวคน...เมื่อเส้นเงาสีดำตรงเข้ารัดพันมือและแขนของเธอ มิหนำซ้ำยังลามขึ้นปกคลุมปากที่อ้ากว้าง ปิดกั้นเสียงทั้งมวลไปจนสิ้น

กระนั้น เมื่อจะสะบัดพวกมันออกไป ทั้งมือและแขนของเธอก็ถูกมัดแน่นหนากับขาของปีศาจปีกสีดำ (ซึ่งเธอเพิ่งพยายามคว้าจับอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่เมื่อครู่) เสียแล้ว นางกำนัลสาวถีบสองขาอย่างบ้าคลั่ง แต่กลับพบเพียงความว่างโหวงชวนใจหายของอากาศเบื้องล่าง

ระยะห่างระหว่างพื้นระเบียงกับปลายเท้าของเธอค่อยๆ เพิ่มขึ้น...ก่อนที่ร่างของหญิงสาวจะถูกกระชากไปข้างหลังโดยไม่ทันตั้งตัว

เจ้าปีศาจบินลงจากระเบียงแล้ว ดูเหมือนมันจะพยายามเพิ่มความสูงขึ้นเรื่อยๆ ...แต่ก็ยังมีขีดจำกัด บางครั้งมันก็โผขึ้นไปได้ระยะหนึ่งก่อนจะร่วงวูบลงมา และต้องบังคับตนเองให้ลัดเลาะหลบยอดไม้สูงในอุทยาน ตลอดจนยอดอาคารอย่างน่าหวาดเสียว

ขณะที่มันบินไปนั้น เคียราเห็นทหารลาดตระเวนและทหารยามยืนเฝ้าอยู่ประปรายตามมุมต่างๆ ทว่าไม่อาจร้องเรียกได้ อีกทั้งพวกเขายังไม่มีทีท่าจะสนใจปีศาจที่บินอยู่ทนโท่นี้เลย...แม้จะหันขวับไปตามเสียงแสกสากของยอดไม้ซึ่งปัดกระทบกันทั้งๆ ที่ไร้ลมบ้างก็ตาม

ที่หมายของปีศาจปีกดำนั้นคือผาด้านหนึ่งของพระราชวัง ซึ่งไม่มีกำแพงสูงกั้นล้อมรอบ

ลมทะเลพัดอื้ออึงก้องในหูและอากาศหนาวเยือก ยิ่งเมื่อนางกำนัลสาวตระหนักได้ว่าปีศาจนั้นลดระดับลงโดยเร็ว จนดูราวกับทั้งเธอ เจ้าหญิง และตัวมันเองจะกำลังร่วงลงไป

เบื้องล่างมีแต่ทะเลกราดเกรี้ยว

เคียราเผลอตัวกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง

...ทว่าไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลย ขณะที่สายตาของเธอทอดลงเห็นเพียงผืนน้ำมืดที่สาดซัดฟองขาว

และสติของเธอก็ดับวูบไป ก่อนที่ร่างจะทันตกลงกระทบผิวน้ำเสียอีก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #29 harp-life (@fate13) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 22:53
    ทุกคนที่อยู่รอบๆเจ้าหญิง ต่างก้ไม่ต้องการให้เจอกับภัยอันตราย หรือปัญหา คอยแต่ให้อยู่แต่ในกะลา เป้นแค่ราชีนีประดับบังลังค์ของราชาหรือแม่พันธ์ผู้กำเนิดทายาทเท่านั้น
    #29
    1
    • #29-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 62)
      9 ตุลาคม 2560 / 21:48
      ตรงประเด็นทุกอย่างเลยค่ะ ทั้งหน้าที่ตามขนบธรรมเนียมและความห่วงใยของทุกคน เลยผลักดันให้พวกเขาทำเหมือนแอชเป็นไข่ในหินตลอดมาจริงๆ
      #29-1
  2. #28 yafi (@yafi) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 22:29
    บางทีก็อยากให้คนรอบตัวนางเอกฉลาดขึ้นบ้าง เท่าทันคนขึ้นมาสักหน่อย
    สงสารนางเอกมากๆเลย ถ้าไม่ได้เจออาเมียร์ แอชก็ไม่มีใครใกล้ตัวที่เข้าใจเลย TT
    #28
    1
    • #28-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 62)
      8 ตุลาคม 2560 / 22:49
      ประเด็นคือแอชอยู่ในสังคมที่ตีกรอบผู้หญิงให้อยู่ในขนบ อีกทั้งท่านผู้สำเร็จราชการที่เป็นลุงก็ต้องดูแลเรื่องงานบ้านการเมืองยิ่งกว่าตัวหลานสาวที่เจอ trauma เรื่องพ่อแม่พี่ชายตายจนเหมือนเป็นซึมเศร้าหนักไปช่วงหนึ่ง อีกทั้งการลอบสังหารก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนอื่นๆ โดยเฉพาะเคียรากับดูลัสค่อนข้างจะอยากให้แอชอยู่ในที่ปลอดภัยหรือไม่ทำอะไรเสี่ยงด้วยด้วยละนะ T-T
      #28-1