The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,810 Views

  • 125 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    94

    Overall
    5,810

ตอนที่ 53 : 23 - ปัญหาที่ยังคงอยู่ 'แล้วสิ่งอื่นเล่า...แปดเปื้อนไปด้วยไหม'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 ก.ย. 60

บทที่ ๒๓

ปัญหาที่ยังคงอยู่

 

เจ็บ...

ชาลัวห์ได้แต่แตะริมฝีปากของตนอย่างกล้าๆ กลัวๆ และพบว่าเวลานี้มันบวมเจ่อราวกับปากนกอินทรี

เอาเถิด ก็ยังดีกว่าตอนถูกรุมซ้อมในอันเวียน ดูลัสเล่นเขาแค่หมัดเดียว (ถึงจะใส่แรงเต็มที่จนล้มหงาย) เทียบกับที่เขาเคยไล่ฟันอีกฝ่ายให้ได้อายในสนามประลองคงถือว่ากรุณามากแล้วกระมัง

เวลานี้ เขากับรูอาร์คนั่งอยู่ในห้องมืดและว่างเปล่าห้องหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะอยู่ในโกดังที่ใดสักแห่ง หลังจากที่ราชองครักษ์กับทั้งสองถูกเจ้าหน้าที่ท่าเรือตัวจริงล้อมไว้ ดูลัสกลับสำแดงตราที่พวกนั้นรับรองว่าถูกต้องก่อนจะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่อีกคนให้ออกไปตามจับคนร้ายที่หลบหนีไปอีกสอง

ส่วนพวกเขาก็ถูกจำโซ่ตรวน พาตัวมาขังไว้ที่นี่โดยไม่มีใครยอมพูดอะไรด้วยเลย (แม้จะถูกรูอาร์คเหน็บแนมกวนประสาทไปหลายดอกก็ตาม)

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าใด ในห้องมีกลิ่นอับและหยากไย่กับฝุ่นจับเขรอะ หน้าต่างเป็นเพียงช่องระบายอากาศแคบๆ สูงแทบชิดเพดาน ปล่อยให้แสงภายนอกส่องเข้ามาได้น้อยนัก

เฮ้ย ไอ้กะหลั่วเด็กหนุ่มผมแดงเรียกเขา

หือชายหนุ่มผมทองรับ

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว...ถ้าเราต้องตายเหมือนๆ กัน ข้ามีเรื่องอยากบอกแกว่ะรูอาร์คทำเสียงจริงจังตอนไปที่อีกฟากโน้น จะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก

เอ่อ...ชาลัวห์ชักเหงื่อตก เขาไม่ชอบคำพูดเป็นลางเอาเสียเลย

ข้าให้อภัยแกแล้ว...ซะเมื่อไหร่วะ ดังนั้นแกช่วยเอาชีวิตเข้าแลกให้ข้าหนีไปเป็นพยานพิธีแต่งงานของอาเมียร์กับยายเจ้าหญิงเปี๊ยกหน่อยเหอะ

“...ถ้าทำได้ข้าทำไปแล้วเวลานี้ ลูกชายของเจ้ามณฑลชอร์ซาพอจะคุ้นกับวิธีพูดของอีกฝ่ายจนรู้สิ่งที่ควรตอบ

แล้วทำไม่ได้เพราะอะไร ยังรักชีวิตตัวเองอยู่เรอะ ไอ้เห็นแก่ตัว

พวกเขาไม่ฆ่าท่านหรอกชายหนุ่มให้เหตุผลอย่างเหนื่อยหน่ายแต่ข้าน่ะไม่แน่ คนที่เป็นนักโทษหลบหนีน่ะข้าต่างหาก

เฮ้ย ทำเป็นเล่นไป ข้าก็ช่วยนักโทษหลบหนีลักพาตัวเจ้าหญิงมานะเว้ยรูอาร์คกลับพูดอย่างภูมิใจมีสิทธิ์โดนโยนเข้าคุกกรงน้ำเหมือนกันแหงๆ น่าตื่นเต้นชะมัด

ตื่นเต้นบ้าอะไรของแกชาลัวห์ชักอารมณ์กรุ่นขึ้นมาจริงๆคุกนะเว้ย! ไม่ใช่ย่านเริงรมย์! อย่ามาทำเป็นดีอกดีใจไปหน่อยเลย ลองโดนพวกมันบีบเล็บอย่างข้าบ้างไหม แล้วดูซิว่าแกจะมีเวทมนตร์คุ้มครองตัวเองอย่างอาเมียร์หรือเปล่า!

หืมดูเหมือนความสนใจของเด็กหนุ่มผมแดงจะเปลี่ยนไปทันทีโอ้ เจ้านั่นมันอยู่ยงคงกระพันด้วยนี่เอง มิน่าเล่า ปลาชาดานกะหลั่วถึงได้งอมอยู่ตัวเดียว

จะ...จะบ้าหรือไงชายหนุ่มผมทองอดเอ็ดไม่ได้เราพูดถึงเวทมนตร์กันอยู่นะ ต่อให้คนทรายนั่นเป็นเพื่อนเจ้าก็เถอะ มีเวทมนตร์เป็นพ่อมดหมอผีนี่ไม่น่ากลัวเรอะ

ข้าถือคติ มีมิตรเป็นพ่อมดที่ดี ดีกว่ามีศัตรูเป็นปลาชาดานเหม็นเน่าว่ะรูอาร์คกลับพูดอย่างร่าเริงแต่ให้ตาย...ตอนนี้ข้าดันมีปลาชาดานเป็นเพื่อนร่วมห้องขัง แล้วส่งมิตรไปวิวาห์เหาะกับเจ้าหญิงซะนั่น ใครรู้เข้าคงหัวเราะเยาะจนฟันร่วงแหงแก๋

และข้าก็กำลังอยากหัวเราะเยาะแกจนฟันร่วงอยู่พอดี

เสียงของบุคคลที่สามดังขึ้นหน้าห้อง ทำเอาชาลัวห์ตกใจจนสะดุ้งโหยง พอหันไปมองรูอาร์คก็เห็นเด็กหนุ่มหุบยิ้ม สีหน้ากลับเครียดเขม็งขึ้นทันควัน

ประตูห้องถูกไขกุญแจ และเปิดเข้ามา ด้วยมือของเจ้าหน้าที่ท่าเรือที่ชายหนุ่มจำได้ว่าเป็นผู้เจรจากับดูลัส

ว่าอย่างไร ไอ้ลูกนางบำเรอของหนอนทะเลอีกฝ่ายโบกมือให้เจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเข้ามา ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่พวกเขาเตรียมให้มีคนบอกให้ข้าส่งตัวแกกับไอ้ลูกหมูนี่ให้พ่อหนอนของแก แต่พอได้ยินที่แกพูดเกี่ยวกับพ่อมดเมื่อครู่ ข้าชักอยากรู้เรื่องของมันให้มากกว่านี้เสียแล้ว

เลวอนรูอาร์คส่งเสียงลอดไรฟันไอ้เวรเอ๊ย แกกำลังคิดถึงอะไรที่ทุเรศพอกับหน้าตัวเองอยู่ละสิ

เอาไว้เล็บมังกรของแกพังป่นปี้หมดก่อนดีไหม แล้วดูซิว่าแกยังจะปากเก่งได้อีกหรือเปล่า

เหงื่อเย็นๆ เริ่มผุดพราวบนใบหน้าของชาลัวห์ มิหนำซ้ำดูเหมือนปลายนิ้วมือขวาของเขาจะปวดแปลบขึ้นอย่างไร้เหตุผลเมื่อเห็นเครื่องมือบีบเล็บที่พวกนั้นนำเข้ามา

อยากให้ไอ้เครื่องนี่แนบชิดกับเล็บของใครก่อนดีล่ะชายที่น่าจะชื่อเลวอนฉีกยิ้มข้าให้เวลาพวกแกเลือกและเตรียมใจ สิบวินาที สิบ...เก้า...แปด...

 

เพียงครู่เดียวหลังจากที่พระมหาเถระลูเธียนแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศาลาการเมืองว่าตนพาคนร้ายที่ทางการกำลังตามหามามอบตัว เขากับเพื่อนร่วมทางอีกสองก็ถูกเชิญเข้าไปข้างใน โดยมีเจ้าหน้าที่อีกคนอาสาจะนำม้าดำตัวใหญ่ไปเก็บในโรงม้าให้ แต่แน่นอนว่ามาลิอาปฏิเสธโดยอ้างว่านี่เป็นม้าที่ได้มาจากโรงเช่าม้าใกล้ๆ เพียงเพื่อให้เคลื่อนย้ายคนเจ็บได้สะดวก และเธอจะนำม้าไปคืนที่นั่นเอง (นักบวชหนุ่มยอมรับว่าคำพูดนั้นไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไร โดยเฉพาะเมื่อคนพูดเป็นเด็กผู้หญิงตาบอด ศีรษะยังสูงแทบไม่ถึงหลังม้า แต่แม่มดดำคงใช้ความสามารถเฉพาะตัวเสริมเข้าไปด้วย อีกฝ่ายจึงได้เอ่ยปากยินยอมให้ไปเพียงลำพัง...ด้วยหน้าตาที่ค่อนข้างจะล่องลอย)

ด้วยเหตุข้างต้น เวลานี้จึงมีเพียงพระมหาเถระนั่งอยู่ที่ชุดเก้าอี้ในห้องรับรอง กับเจ้าชายแห่งความมืดนอนหมดสติอยู่บนเก้าอี้ยาว เจ้าหน้าที่ของมณฑลยาร์ลาธกุลีกุจอนำเครื่องดื่มและอาหารว่างมาบริการ ครั้นสังเกตเห็นร่างกายของเด็กหนุ่มเปื้อนเลือดมากนักก็ถามว่าควรไปตามหมอหรือไม่ พอนักบวชหนุ่มตอบว่าอีกฝ่ายไม่ได้รับบาดเจ็บก็อาสาจะตามหญิงรับใช้มาเช็ดตัวและหาเสื้อผ้าใหม่ให้

เรียกได้ว่าลูเธียนแทบตั้งตัวไม่ติดกับการต้อนรับขับสู้นักโทษคดีอุกฉกรรจ์กับพลเมืองดีผู้นำมาส่งที่มีพิรุธเต็มไปหมด แต่เขาก็ยังรักษาท่าทีนิ่งเฉยไว้ จนกระทั่งเจ้ามณฑลยาร์ลาธมาถึงในเวลาเพียงไม่ถึงสิบนาที

อาเมียร์!ชายวัยกลางคนเรียกเด็กหนุ่มเป็นคนแรก ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นสภาพของเขา ถึงแม้เวลานั้นคนหมดสติจะได้เช็ดหน้าตาและแขนให้สะอาดหมดคราบเลือด และมีผ้าห่มคลุมร่างจนถึงอกก็ตามเขาไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม ท่าน...

ลูเธียนนักบวชหนุ่มลุกจากเก้าอี้ ก่อนจะค้อมคำนับชายผู้มากวัยกว่า ถึงแม้ว่าด้วยสถานะทางสังคม ชายหนุ่มจะมีศักดิ์สูงกว่าอีกฝ่ายมากนัก

พระมหาเถระลูเธียน ไม่นึกเลยว่าท่านจะอุตส่าห์มาเยือนเราถึงที่นี่ด้วยตนเองเจ้ามณฑลคำนับตอบทันทีข้าขอบคุณท่านจากใจจริง ที่นำเขามาส่ง และยินดีที่จะสืบสวนคดีของลูกชายข้าที่เคนมารา

สมกับเป็นเจ้ามณฑล เพียงได้ยินชื่อของเขาก็มองสถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่ง กระนั้นนักบวชหนุ่มยังอดถามไม่ได้ท่านทราบได้อย่างไรว่าข้าคือพระมหาเถระ

ต่อให้ท่านปลอมตัว ก็ซ่อนคทานั่นได้ยากหรอกชายวัยกลางคนพยักพเยิดไปทางคทาที่เขาเคยสะพายหลัง ซึ่งห่อหุ้มด้วยผ้า จัดแต่งเสริมรายละเอียดให้ดูเหมือนเครื่องสายขนาดใหญ่แปลกตาของชาวทะเลทรายอีกประการ คนของข้าได้ข่าวมาว่าท่านหายสาบสูญไปหลังออกตามหาปีศาจ พวกเขาพบเพียงผ้าคลุมเปื้อนเลือดของท่าน ข้าก็นึกอยู่ว่านั่นเป็นการสร้างสถานการณ์หรือเปล่า

ใช่ ข้าบังเอิญพบว่าในอารามหลวงอาจมีสิ่งที่เลวร้ายกว่าปีศาจอยู่ จึงไม่อยากพักที่นั่นพระมหาเถระในคราบคนทรายตอบง่ายๆและอยู่ยาร์ลาธก็น่าจะสะดวกกว่ามณฑลหลวงหลายประการ อย่างน้อยๆ ก็คงไม่มีใครตามมาลอบฆ่าข้าถึงนี่

อีกฝ่ายเผยสีหน้าประหลาดใจออกมาเพียงแวบเดียวก็กลับเรียบเฉยข้าไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรที่นั่น แต่ก็ขอรับรองด้วยเกียรติของเจ้ามณฑลแห่งยาร์ลาธ ว่าข้าจะคุ้มกันท่านเต็มที่ ตลอดเวลาที่ท่านพักอยู่ที่นี่เจ้ามณฑลพูดขึงขัง ก่อนจะเหลือบมองเด็กหนุ่มบนเก้าอี้ยาวอีกครั้งว่าแต่ อาเมียร์...

วางใจเถอะ เขาเพียงแต่เหนื่อยอ่อนจนหมดสติไป ข้าจึงลงเวทสะกดพลังในตัวเขาไว้ก่อน ร่างกายของเขาอาจต้องใช้เวลาปรับสภาพสักครู่ ข้าไปพบเขาตอนปะทะกับกลุ่มคนติดอาวุธอีกกลุ่มที่ต้องการพาตัวเจ้าหญิงของพวกท่านกลับวัง

ราชองครักษ์ดูลัสชายวัยกลางคนโคลงศีรษะน้อยๆ แม้เสียงจะยังราบเรียบคนหนุ่มหัวแข็งใจร้อน คนเขาจะมามอบตัวถึงที่แล้วยังแล่นไปตีหัวเขาก่อนจนได้ ข้าเองก็ประมาทเกินที่นึกว่าคุมตัวคนของทางนั้นไว้แล้วจะสามารถรั้งลูกกริฟฟอนให้ยอมนอนอยู่ในรังเฉยๆ

ดูเหมือนท่านจะห่วงใยเด็กคนทรายนี่มากนะลูเธียนจงใจเปรยขึ้น

ประหลาดหรือ ท่านพระมหาเถระเจ้ามณฑลเดินเข้าไปใกล้เก้าอี้ยาว และยืนก้มลงมองเด็กหนุ่มนิ่งอยู่ท่านคิดว่าข้าควรจะหวาดระแวง โกรธแค้นเขา เพราะเขาทำให้ลูกของข้าต้องตายอย่างนั้นหรือ

หามิได้นักบวชหนุ่มตอบอย่างระแวดระวังแต่ท่านก็ไม่มีหน้าที่ต้องปกป้องคุ้มครองเขาถึงเพียงนี้

หากไม่ใช่หน้าที่ของข้า แล้วเป็นหน้าที่ของใครอีกฝ่ายทรุดตัวลงบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้เก้าอี้ยาวพ่อแม่ของเขาเป็นสามัญชน ต่อให้มีฝีมือ มีความสามารถ...มาอยู่ที่นี่ก็เป็นแค่ผู้อพยพไร้อำนาจ ข้าเองก็เอ็นดูเขามาแต่แรก ถึงจะเป็นเพราะอยากมีลูกที่ทั้งจิตใจดี และมีความสามารถอย่างเขามานานแล้วก็เถอะ...แต่ที่สำคัญที่สุด ข้าเป็นคนพาเขามายืนที่จุดนี้เอง ถ้าเขาเสียใจที่พาลูกชายของข้ามายืนในที่ที่ทำให้ลูกของข้าต้องจากไป ข้าจะไม่เสียใจที่ทำให้เขาต้องมาลำบากเดือดร้อนกับเรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไร

เพียงเท่านี้ ลูเธียนก็รู้ว่าเจ้ามณฑลยาร์ลาธมีน้ำใจห่วงใยคนของตนและผูกพันกับเด็กหนุ่มมากทีเดียว มากพอที่จะยอมเปิดเผยต่อพระมหาเถระผู้สืบคดีให้เห็นใจอาเมียร์ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง และไต่สวนเขาในฐานะนั้น

ท่านวางใจเถอะพระมหาเถระจึงตัดสินใจตอบอย่างที่เขาอยากได้ยินเช่นกันตอนนี้ยังสรุปอะไรแน่นอนไม่ได้ก็จริง แต่จากการติดตามสอดแนมเขามาตลอด...ข้าคิดว่าเด็กคนทรายนี่ไม่มีความผิดในฐานะฆาตกรที่ฆ่าลูกชายของท่าน และหากว่าเขาจะมีมนตร์มืดอยู่ในตัว...ก็เป็นเพราะว่าเขาเป็นภาชนะ’...หรือเรียกให้ง่ายก็คือร่างทรงของปีศาจร้ายซึ่งเราสามารถขับไล่ออกไปได้เท่านั้น

เช่นนั้นก็ดี ท่านชายวัยกลางคนพยักหน้ารับ สีหน้าของเขาดูโล่งใจขึ้นทันทีท่านรู้ไหม ข้าคิดมาตลอดว่า ระหว่างให้อาเมียร์พ้นมลทินกับให้คนร้ายตัวจริงได้รับโทษ ข้าอยากให้อย่างแรกสำเร็จมากกว่าเสียอีก

เจ้ามณฑลยาร์ลาธหัวเราะเศร้าๆ ขณะที่นักบวชหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

นับว่าดีที่เขาต้องการทวงความยุติธรรมให้แก่คนที่ยังมีชีวิตอยู่ มากกว่าคนที่ตายไปแล้ว

หากเป็นเช่นนี้ ปัญหาก็คงจบสิ้นได้ง่ายกว่าที่คิด

เหลือแค่รอให้มาลิอากลับมาและไปพบท่านเนมอสกับท่านสิมาริเมสพร้อมกัน เพื่อหาทางจัดการกับอีกปัญหาให้เรียบร้อย

ว่าแต่...ทำไมนางถึงได้ไปนานนักนะ

 

อยู่ที่นี่เอง

เด็กสาวในชุดนางรำทะเลทรายหยุดยืนเบื้องหน้าอาคารไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่โกดังท่าเรือ ซึ่งเวลานี้เรียกได้ว่าแทบร้างคน

เว้นเพียงทหารยามสองคนที่เฝ้าหน้าประตูโกดังหลังนั้น และคนอีกนับสิบที่เธอรู้ว่าย่อมอยู่ภายใน...

มีอะไร หลงทางหรือน้องสาวทหารหนึ่งในสองทัก

มาลิอาโคลงศีรษะด้วยรอยยิ้ม เป็นอย่างนี้ทุกที ร้อยวันพันปี ผู้ชายที่เด็กสาวตาบอดพบกว่าร้อยละห้าสิบมักแสดงความชีกอออกนอกหน้าเสมอ โดยเฉพาะชาวอาณาจักรที่คิดกันว่าตนเองเจริญกว่าคนทราย และเชื่อว่านางรำชาวทรายก็มักจะพ่วงอาชีพเสริมที่ใครๆ ต่างรู้กันดี

มาหาคนต่างหาก ไอ้หลานชายแม่มดดำหยอดกลับไป

โห...เจ้าแก่กว่าข้าสักเท่าไรเชียว แม่หนูอีกฝ่ายยังคงหัวเราะหาใครอยู่ล่ะ ถ้าเป็นผู้ชายละก็...ให้ข้าแทนดีไหม

ใช่ ข้ากำลังหาผู้ชาย แต่ถ้าเจ้าอึดไม่ได้มากยกเท่าเขา ข้าก็ไม่รับพิจารณาหรอกนะเด็กสาวจับได้ทันทีว่าอารมณ์ของคู่สนทนาเปลี่ยนไป ขณะที่เพื่อนทหารยามอีกคนกำลังกลั้นหัวเราะ “...จะได้ร่ำสุรากันได้หลายไหหน่อย

ทหารทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกัน และดูเหมือนความคิดก็จะคล้อยไปในทางเดียวกัน

...ร้ายนัก แม่สาวคนทรายนี่...

...คิดจะหาเรื่องเพิ่มค่าตัวล่ะสิ... .

..จู่ๆ ก็เดินเข้ามาให้เคี้ยวเอง จะปล่อยไปได้ยังไง...

กับคนประเภทนี้ เธอแทบไม่ต้องใช้มนตร์เสน่ห์หลอกล่อให้เปลืองแรงจริงๆ

ก็อยากชวนเจ้าไปดื่มเหล้าหรอกนะ แต่เวลานี้ไม่สะดวก รอให้ข้าเลิกงานก่อนได้ไหมทหารคนเดิมเสนอจากนั้น จะอยู่เป็นเพื่อนดื่มกันทั้งคืน อยู่ยันตะวันโด่งก็ได้เลยเอ้า...ขอแค่ค่าอยู่เป็นเพื่อนไม่แพงนะ

แหมมาลิอาแสร้งหัวเราะอย่างนั้นก็ดี แต่เวลานี้ข้ากำลังรีบ อยากได้ตัวคนตอนนี้เลย เรื่องเงินไม่เกี่ยงอยู่แล้ว

เฮ้ย! กลางวันแสกๆ นี่นะน้องสาว!

ตอนนี้คือตอนไหนล่ะเธอชายดวงตาที่มองไม่เห็นไปทางต้นเสียงอย่างยั่วเย้าและอย่างที่บอก ข้าอยากได้คน หากให้ระบุจำนวนแน่นอนคือสองคน ดังนั้นจะเจอตัวที่ไหนก็ไม่เกี่ยงสถานที่หรอกนะ

ทหารทั้งสองหันไปคุยเบาๆ กันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคนที่เจรจากับมาลิอามาโดยตลอดจะเอ่ยปากฝากเพื่อนให้ช่วยเฝ้าคนเดียวไปสักพัก และอีกคนก็รับโดยมีเงื่อนไข

เอาก็เอา แต่เสร็จแล้วเจ้าเฝ้าแทนข้าด้วยละเขาเอ่ยเสียงดังขึ้นเหมือนจะให้เด็กสาวรู้ว่าตนพูดด้วยเฮ้ย! นังหนู ข้าขอสมัครเป็นคนที่สองได้ไหม

ก็เอาสิแม่มดดำรับคำง่ายดาย ก่อนจะปล่อยให้ทหารคนหนึ่งโอบไหล่แล้วเดินพาตนอ้อมไปทางด้านข้างของอาคาร

เขาไม่ทันสังเกตเลยว่าเด็กสาวขยับหลบไปจากมือของตนเมื่อใดก็ไม่รู้ และกลับหลังหันเดินกลับไปพร้อมกับปัดไหล่ที่ชายหนุ่มเคยต้องราวกับปัดฝุ่นผงที่มองไม่เห็น ขณะที่นัยน์ตาของชายหนุ่มหรี่ปรือก่อนที่ร่างจะค่อยๆ ทรุดลงนอนสิ้นสติ

ข้อมือของเด็กสาวขยับรวดเร็วโดยไร้เสียงกะพรวน

 

ไม่! ทำอย่างนั้นไม่ได้!ชาลัวห์ร้องขึ้นหลังจากได้ยินทางเลือกของรูอาร์ค เสียงของเขาสั่นไม่น้อย

ว้อย! ทำไมจะไม่ได้!เด็กหนุ่มผมแดงตอบอย่างหัวเสียคนเคยโดนบีบเล็บอย่างแก เงียบไปเลย!

ก็เพราะเคยน่ะสิวะ! ถึงรู้ว่าไม่ได้!ชายผมทองเริ่มขึ้นเสียงมันเจ็บนะเว้ย...ทรมานนะเว้ย...นิ้วจะพิการ...จะหยิบจับใช้การอะไรไม่ได้ถนัดอีกเลย! ข้าโดนมาแล้ว!

ตลกว่ะ...เพราะโดนมาแล้ว แกถึงจะทำตัวเป็นพระเอก ปกป้องเล็บข้างั้นเรอะ ข้ายอมมือกุดดีกว่าให้ฆาตกรฆ่าพี่ชายอย่างแกช่วยเหรอก!

แต่ว่า!

อะไรกันทหารท่าเรือนามเลวอนเอ่ยอย่างขบขันไหงพวกแกรักกันปานจะกลืนกินแบบนี้วะ ไอ้ลูกเจ้ามณฑลชอร์ซามันฆ่าพี่ชายแกไม่ใช่รึไง ไปทำอีท่าไหน มันถึงรักถึงเป็นห่วงแกแบบนี้ล่ะ

แกหุบปากไปเลย เลวอนเด็กหนุ่มผมแดงพูดเสียงเขียวพร้อมกับยื่นมือที่ล่ามโซ่ของตนออกมาตรงหน้าจะปู้ยี่ปู้ยำมือหรือตัวข้ายังไงก็เชิญ พ่อข้าจะได้รู้ธาตุแท้ลูกรองเจ้ามณฑลอย่างแก ไม่ส่งฟิเดลมามาแต่งงานกับตัวทุเรศอัปรี—!”

ชาลัวห์เผลอร้องขึ้นมาแทนคนที่ถูกถีบจนหน้าหงาย

เลวอนลุกตามไป กระชากผมดึงตัวเด็กหนุ่มผมแดงซึ่งเอาแต่เม้มปากแน่นขึ้นมา

ให้ตายสิ ไอ้ปากแข็งอย่างแก...มันน่าจับยัดลูกพีราแห่งความทรมานชะมัดชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นอ้อ แต่ยังไม่ได้แหละนะ ขืนปากแกฉีกเปิงไป ข้าก็ไม่ได้เรื่องอะไรเกี่ยวกับไอ้คนทรายนั่นน่ะสิ และข้าก็อยากเค้นเรื่องเวทมนตร์ของมันออกมาให้หมดด้วย

ละ...แล้วจะรู้ไปทำไม!ชาลัวห์ร้องอย่างตระหนกจะ...เจ้าหญิงก็กลับไปแล้ว! นายแกก็ได้สิ่งที่ต้องการแล้วนี่!

เลวอนเลื่อนสายตามาดร้ายมายังเขาบ้าง ยังผลให้ชายผมทองหดคอแทบทันที

ใครนายข้า ระวังปากแกเสียบ้าง ไอ้ขี้โกง

เฮอะ อย่าปากดีไปหน่อยเลย แกนึกว่าไอ้ดูลัสมันจะยอมกราบตีนไอ้ขี้แพ้อย่างแกเรอะเป็นรูอาร์คที่พูดเสียดขึ้นพนันร้อยต่อหนึ่งก็ได้ ว่าแกเองนั่นละที่ไปกราบตีนมัน ขอช่วยงานแลกกับอะไรก็ได้ที่แกไม่มีทางมีในฐานะนายท่าต๊อกต๋อยในตอนนี้ ไอ้ดูลัสมันจะได้เจ้าหญิงไป ส่วนแกก็ยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัว กำจัดทั้งอาเมียร์ที่อาจจะได้เป็นเขยของเจ้ามณฑลแทนแก กับลูกชายที่เหลืออยู่ ที่จะเป็นเจ้ามณฑลคนต่อไปด้วย!

ไอ้—!”

ลูกชายของรองเจ้ามณฑลยาร์ลาธดึงผมของเด็กหนุ่มออกมาข้างหน้า ก่อนจะปล่อยมือให้หน้าของเขาคะมำไปกับพื้น และยกเท้าขึ้นเหยียบกดหัวไว้

ครั้งนี้ชาลัวห์เริ่มหวั่นใจเป็นที่สุด รูอาร์คไอโขลกจนร่างกระตุก น้ำลายปนเลือดไหลจากปากลงสู่พื้นเป็นวง

พอเถอะ! ถ้าอยากรู้เรื่องเวทมนตร์ของอาเมียร์...ขะ...ข้าจะบอกให้หมด!ชายหนุ่มร้องข้าจะบอกทุกอย่างที่รู้เลย! แต่ปล่อยรูอาร์คไปซะ!

“...ไม่...ต้องเด็กหนุ่มผมแดงค้านทันทีทั้งที่เลือดยังกบปาก “...ลาก...ไอ้บ้านั่น...ไปทิ้ง...ให้คนข้างนอก...รุมประชาทัณฑ์ดีกว่า...มัน...เป็นคนฆ่า...พี่ข้า...ใครๆ ...ในยาร์ลาธ...ก็อยากฆ่า...มันให้ตาย...ทั้งนั้น...

หึ...ทิ้งให้มันวิ่งโร่ไปฟ้องเจ้ามณฑลให้โง่น่ะสิ นึกเรอะว่าข้าไม่รู้ทันลูกไม้ของแก เห็นรักกันปานจะตายแทนได้อย่างนี้

มะ...ไม่ใช่นะ...ชาลัวห์พูดได้เท่านั้นก็เงียบไป

เขานึกไม่ออกเหมือนกันว่าตนกำลังจะพูดหรือทำอะไร ทำไมถึงเสนอตัวจะอยู่กับคนพวกนี้แทนเด็กหนุ่มผมแดงที่แค้นเคืองเขา อีกทั้งแสดงท่าทางชัดเจนว่าถึงอย่างไรก็จะไม่ให้อภัยเขา...

...หรือเพราะไม่อยากทำผิดซ้ำอีก ไม่อยากเห็นแก่ตัวเพื่อให้คนอื่นต้องเจ็บปวดแทน...

คนอย่างเขาก็คิดอะไรแบบนี้เป็นด้วยหรือ

อย่างไรก็ดี ลูกชายของเจ้ามณฑลชอร์ซาไม่มีเวลาคิดต่อ เพราะเลวอนโบกมือให้พรรคพวกของตนเข้าไปดึงตัวทั้งชายหนุ่มผมทอง กับเด็กหนุ่มผมแดงขึ้นมา

ในเมื่อรักกันนัก ข้าก็ดีใจรอยยิ้มของนายทหารท่าเรือยิ่งบิดเบี้ยว ชวนให้ชาลัวห์นึกถึงสีหน้าที่ตนไม่มีโอกาสได้เห็น...ใต้หน้ากากของพวกราชมัล “...เพราะข้าเอาที่บีบเล็บมาตั้งสองอันพอดี

 

หือ...ทำไมเร็วจังทหารที่ยืนเฝ้าหน้าโกดังอยู่ขมวดคิ้วทันที เมื่อเห็นเด็กสาวชาวทรายเดินตัวปลิวกลับมาคนเดียว ในเวลาไม่ถึงห้านาที...ไม่สิ ไม่น่าจะถึงสามนาทีแล้วเพื่อนข้าล่ะ

เผอิญเพื่อนข้ามาพอดี เขาเลยหันไปสนเพื่อนข้าแทนน่ะสินางรำสาวทำสีหน้าสุดเซ็งนั่นสินะ ช่วยไม่ได้ ข้ามันดูตัวเล็กเหมือนเด็ก ไม่ได้มีส่วนโค้งส่วนเว้ายวนใจเหมือนกับนางนี่นา แต่เล่นสลัดทิ้งกันดื้อๆ อย่างนี้ ข้าก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะ

เอาน่าทหารยามหัวเราะน้อยๆถึงมันไม่สน ข้าก็ยิ่งกว่าสน เด็กอย่างเจ้านี่สิ...น่ารักน่า...

ปลายนิ้วของมาลิอาจรดที่ริมฝีปากของเขาอย่างยั่วเย้า

เรื่องแบบนี้ พูดอย่างเดียวข้าไม่เชื่อหรอก ต้องพิสูจน์...ด้วยการกระทำสิ

ดูท่าทางอีกฝ่ายจะตกใจมากที่เธอเข้าประชิดตัวถึงขนาดนี้ได้โดยเร็ว ดวงตาของเขากลอกไปมาครู่หนึ่งราวกับเกรงกลัวจะถูกจับได้ แต่เมื่อเห็นว่ารอบด้านมีเพียงความเงียบร้างเงาคน อารมณ์อันคุโชนก็เริ่มเอาชนะเหตุผล สองมือของชายหนุ่มจึงคว้าเข้าที่ไหล่บอบบาง

แม่มดดำยืดกายขึ้น ริมฝีปากของทหารโน้มลงมา มีที่หมายคือริมฝีปากบางซึ่งเผยอน้อยๆ ราวกับรอรับอย่างเต็มใจ

ทว่า...สิ่งที่สัมผัสปากของเขาก่อนหน้านั้นกลับเป็นเกลียวหมอกสีดำซึ่งตนไม่อาจมองเห็น

นัยน์ตาของทหารผู้นั้นหรี่ปรือและหลับลงในไม่ช้า ก่อนร่างทั้งร่างจะค่อยๆ ทรุดลงกับพื้น

ทิ้งให้มาลิอาปาดริมฝีปากที่ไม่ทันได้จุมพิต ปัดเนื้อตัว ก่อนจะแตะเข้าที่ประตูซึ่งลงกลอนไว้อีกฟากเพียงครู่เดียว แล้วเปิดมันเข้าไป

ข้าจะให้โอกาสเป็นครั้งสุดท้าย

ถุย!รูอาร์คถ่มน้ำลายปนเลือดที่ไหลอยู่ในปาก หวังให้มันกระเด็นไปถูกหน้าไอ้คนที่กำลังลอยหน้าลอยตาพล่ามกวนประสาทหูตน ซึ่งรู้ดีพอที่จะไม่เข้ามาใกล้รัศมีปากของอีกฝ่ายจะทำอะไรก็รีบทำ ไม่ต้องมาพิรี้พิไร

ปลาชาดานกะหลั่วสั่นพับๆ เป็นเจ้าเข้าอยู่ข้างๆ เขา มือค้างอยู่ในเครื่องกลไกเหล็กเย็นเฉียบเหมือนกันคนละข้าง ขนาดเขาพยายามหาทางออกให้มันไม่ต้องเจ็บหนักซ้ำเดิมแล้วก็ยังไม่สำเร็จ มิหนำซ้ำดูเหมือนเจ้าตัวจะโง่จนไม่รับ

เด็กหนุ่มผมแดงไม่ได้นึกหรอก ว่าตนจะดวงตกได้ถึงขั้นนี้ ที่เคยคิดไว้ว่าต่อให้ดูลัสจับเขาได้ก็จะไม่ทำอะไรมลายหายไปในทันทีที่รู้ว่าเลวอน ลูกชายของการ์วอน รองเจ้ามณฑลแห่งยาร์ลาธร่วมมือกับมันด้วย เพราะเลวอนเหม็นขี้หน้าเขาในฐานะลูกนางบำเรอที่ทำตัวนอกคอกมาแต่ไหนแต่ไร และเขาก็ไม่ใช่คนที่จะทนก้มหน้าให้อีกฝ่ายดูถูกเอาผิดๆ ง่ายๆ โดยไม่ตอบโต้เสียด้วย

แต่ที่สำคัญกว่านั้น ต่อให้รังเกียจ ไม่อยากเอาตัวเข้ามาคลุกในวงการเมืองแค่ไหน เด็กหนุ่มก็จำต้องรับรู้อยู่ดีว่าพ่อลูกคู่นั้นหวังจะมีอำนาจในมณฑลมากกว่านี้ ติดแต่ลุงกระรอกน้ำตาลรู้ทันพอที่จะเปิดช่องทางให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ ที่จริง รูอาร์คพอเดาออกด้วยซ้ำ ว่าเหตุใดการ์วอนจึงได้หาทางทาบทามสู่ขอลูกพี่ลูกน้องสาวของตนไปให้ลูกชายนัก และเหตุใดลุงกระรอกจึงหันไปทาบทามคนทรายอย่างอาเมียร์มาเป็นเขยแทน

ดังนั้น ถ้าสองพ่อลูกจะหันไปเอาใจเจ้ามณฑลอุลทูร์กับลูกชายด้วยหวังผลประโยชน์ทางการเมือง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดเลย

เด็กหนุ่มใช้ความคิดเข้าข่มประสาทของตน ตายเป็นตาย...ตอนเป็นเด็กข้างถนน เขาก็เคยถูกซ้อมปางตาย ถูกกระทำเหมือนเป็นกระสอบทรายหรือกระโถนระบายความโกรธมาแล้ว จะมาโอดครวญเปิดปากด้วยเรื่องแค่นี้ได้อย่างไร

เทพเจ้าจะปล่อยให้มือของเขาพัง แลกกับการไม่ขายเพื่อนสักคนก็ให้มันรู้ไป

งั้นก็ได้เลวอนรับหยันๆเผื่อความเจ็บสักหน่อยจะช่วยทำให้แกว่าง่ายขึ้นบ้าง

รูอาร์คหลับตาลงเมื่อรู้สึกได้ว่าแถบเหล็กที่นาบทับนิ้วของตนเคลื่อนลงมา อีกทั้งเตรียมกัดฟันข่มเสียงร้องเต็มที่

...แต่เสียงเปิดประตูกลับดังขึ้นเสียก่อน

มีอะไร!เลวอนหันไปถามก่อนจะเปลี่ยนคำถามทันควัน แกเป็นใคร

แค่นางรำที่บังเอิญผ่านมากระมังเสียงของใครอีกคนนั้นคุ้นหูจนไม่น่าเชื่อ

เด็กหนุ่มผมแดงลืมตาขึ้นอย่างประหลาดใจ และพบเงาร่างของเด็กสาวตาบอดยืนบังแสงหน้าประตู

ไอ้พวกยามข้างนอก...ปล่อยให้คนอื่นเข้ามาได้ไงวะ!

อย่าโทษพวกเขาเลยเวทมนตร์น่ะ...ไม่ใช่สิ่งที่คนที่ท้าทายมันจะรู้แล้วมีชีวิตอยู่ได้อย่างปรกติสุขหรอกนะกล่าวจบ นางรำสาวก็ขยับมือพร้อมกับเสียงกะพรวน ยังผลให้บานประตูโกดังใหญ่ปิดลงเอง...เรียกเสียงอุทานอย่างตกใจจากใครหลายคนในที่นั้น “...แต่เห็นพวกเจ้าอยากรู้จนตัวสั่น ถึงได้ใช้กำลังเค้นถามกับคนอื่นแบบนี้ ข้าจะแสดงให้ชมเป็นขวัญตาสักหน่อยแล้วกัน

จะ...จับนังนี่ไว้!เลวอนชี้ไปทางผู้บุกรุกร่างเล็ก ยังผลให้ทหารคนอื่นๆ ที่ไม่ได้คุมตัวรูอาร์คกับชาลัวห์อยู่ชักดาบออกมา และวิ่งเข้าไป...ก่อนจะหยุดนิ่งค้างอยู่ในท่าวิ่งถือดาบเมื่อเข้าใกล้เด็กสาวราวช่วงแขนเอื้อมถึงนั่นเอง

พวกเจ้ารู้อะไรไหมนางรำชาวทรายเอ่ยถามเรียบเรื่อย เสียงของเธอดังกังวานทั่วสถานที่ปิดแห่งนั้น “ ‘ที่นี่เต็มไปด้วยแหล่งพลังของพวกผู้ใช้มนตร์มืดอย่างข้าทีเดียวนะ

รูอาร์คซึ่งเฝ้ามองอยู่เบิกตาโพลงขึ้นเช่นกันเมื่อพบว่าเงาดำบนพื้นม้วนตัวขึ้นราวกับมีชีวิต...ก่อตัวเป็นรูปสัตว์อย่างหมาป่าที่มีแสงสีแดงเรืองสองดวงต่างนัยน์ตา และขนไหวพร่าประหนึ่งหมอกควันฝูงหนึ่ง

เลวอนและทหารคนอื่นๆ ล้วนร้องโหวกเหวกเมื่อหมาป่าเหล่านั้นกระโจนเข้าหาพวกตน หลายคนรวมทั้งตัวหัวหน้ากลุ่มเองวิ่งล้มลุกคลุกคลาน พวกที่กล้าพอจะชักดาบฟันสัตว์ร้ายเหล่านั้นยิ่งตื่นตระหนก เมื่อพบว่าคมดาบของตนตัดผ่านเพียงอากาศว่างเปล่า และสัตว์เหล่านั้นหลอมรวมกลับมาเป็นเช่นเดิม

ให้ตายสิ...เอาไปเขียนบทละครคงสนุกพิลึก เด็กหนุ่มผมแดงคิดได้เท่านั้น นิทราอันหนาหนักก็พลันทำให้สติเลือนราง และดับวูบไปอย่างประหลาด...แม้จะมีภาพละครแสนพิสดารจากเวทมนตร์ฉายอยู่ตรงหน้า

 

ทรงประสงค์สิ่งใดอีกหรือไม่

ไม่เป็นคำตอบสั้นๆ ของเด็กสาวที่นั่งพิงเบาะรถม้าอีกด้านหนึ่ง ทั้งสีหน้าและท่าทางของเธอแสดงความเหนื่อยอ่อนชัดเจน

เช่นนั้น เราจะรีบออกเดินทางกันเลยดูลัสเปิดหน้าต่างไปสั่งสารถีให้ออกรถในทันที

เจ้าหญิงแอชลีนน์ไม่ตอบเขาแต่ประการใด พระพักตร์ของพระองค์ตะแคงไปด้านข้าง ดวงเนตรปิดสนิท เกศาสีน้ำตาลอ่อนยุ่งเหยิงตกลงปรกพระอังสากลมมน ชุดสตรีที่ราชองครักษ์หนุ่มให้คนของตนซื้อมาให้ทรงแทนชุดผู้ชายที่เปื้อนเลือดนั้นตัวใหญ่เกินพระวรกายบอบบาง อีกทั้งดูเหมือนเขาจะลืมเรื่องฉลองพระองค์ภายในที่จำเป็นอย่างอื่นไป คอเสื้อที่หลวมจึงทำให้เห็นสัณฐานของสรีระที่ไม่ควรเห็น...แม้จะเพียงเล็กน้อยเกินเรียกได้ว่าประเจิดประเจ้อ

เด็กสาวยังคงหลับตานิ่ง คงจะไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มต้องเสมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อข่มสารพันความรู้สึกอันฟุ้งซ่านอย่างยากลำบากประการใด

นี่ข้าเป็นอะไรไป...ดูลัสตำหนิตนเองทั้งใบหน้าร้อนผ่าว

ใช่ เขาเป็นบุรุษเต็มตัว แต่ก็ไม่สมควรมองเจ้าหญิงด้วยสายตาเช่นนั้นหรือมีความรู้สึกอันไม่บังควรต่อพระองค์ เจ้าหญิงเป็นนายเหนือและจะเป็นราชินีของเขา ต่อให้เป็นเขาเองที่ชนะการประลองทั้งหมด ได้เป็นพระคู่หมั้น ได้เป็นราชา ก็ยังไม่ควรที่จะปรารถนาในพระวรกายของพระองค์อย่างหญิงทั่วไป

สำหรับเขา เจ้าหญิงควรจะสูงส่งพิสุทธิ์อยู่เสมอ และเขาก็จะรับใช้พระองค์ บูชาพระองค์ดุจพระแม่พรหมจรรย์

แต่วันนี้ คล้ายกับความรู้สึกนั้นได้พังทลายลง รวมทั้งมายาที่ว่าเจ้าหญิงของเขายังคงเป็นเด็กหญิงหัวดื้อที่จะวิ่งมาขอคำอธิบายเรื่องต่างๆ จากราชองครักษ์ของเธอ และยังคงเป็นเด็กสาวผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสา ไม่รู้จักและไม่มีความรู้สึกต่อชายใดอย่างที่หญิงทั่วไปพึงมีต่อบุรุษสักคน

ก็เพราะเห็นชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือ...เห็นเสียจนอยากควักลูกตาของตนออกมา

อย่าโง่ไปหน่อยเลย ดูลัส...เสียงหนึ่งเหมือนจะดังขึ่นในใจของเขา นั่นเป็นเพราะเจ้าหญิงทรงซื่อบริสุทธิ์เกินไป และไอ้คนทรายมันมีมนตร์มายา ใช้มนตราและเสน่ห์ลวงล่อพระองค์ต่างหาก เป็นมันที่ทำให้พระหทัยของพระองค์ต้องแปดเปื้อน...

แล้วสิ่งอื่นเล่า...แปดเปื้อนไปด้วยไหม

ชายหนุ่มอยากกำหมัดฟาดกับผนังรถม้า ปลดปล่อยระบายโทสะที่คุกรุ่นออกไปกับคำถามไม่บังควรนั้น แต่ก็ทำได้เพียงกำหมัดแน่นและข่มใจ...ทั้งๆ ที่ความคิดซึ่งตามมาหาได้ช่วยปลอบโยนเขาแม้แต่นิดเดียว

หากเจ้าหญิงทรงห่วงใยและคำนึงถึงธีร์ดีเร ก็คงจะไม่หนีมากับมันอย่างนี้ ไม่พร่ำเรียกชื่อมันอย่างสนิทสนม เอาตัวเข้าปกป้องมัน ตลอดจนโอบกอดและจุมพิตมัน...ทั้งๆ ที่มันมีปีกสีดำของปีศาจสยายกว้างตำตา

พวกเขาหลบหนีกันมากี่วัน...กี่คืน เป็นไปไม่ได้เชียวหรือ เขาได้ยินมาว่าปีศาจร้ายนิยมนักในการล่อลวงหญิงบริสุทธิ์ ทำให้พวกนางหลงใหลมนตร์เสน่ห์ของพวกมัน กระทั่งยอมพลีกาย...

ไม่ ข้าจะไม่คิดอย่างนั้น

ดูลัสสั่นศีรษะทันควันและห้ามความคิดของตนอย่างยากเย็น ไม่...ต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือต่อให้มันเกิด...เขาจะต้องไม่นึกถึงมัน ต้องลืมมันไปเสีย เรื่องใดก็ตามที่เกิดไปแล้วแก้ไขไม่ได้ แต่เวลานี้เขาช่วยพระองค์กลับมาได้แล้ว และจะเคารพพระองค์ ปฏิบัติต่อพระองค์ตามหน้าที่ที่พึงปฏิบัติเช่นเดิม

กลับเป็นเจ้าหญิงน้อยผู้พิสุทธิ์ของเขาดังเดิม และองครักษ์ผู้จงรักภักดีซึ่งยิ่งกว่าเต็มใจสละชีวิตเพื่อปกป้องคุ้มครองพระองค์

และหากสถานะองครักษ์นี้เปลี่ยนไป กลับกลายเป็นผู้ที่รับหน้าที่คุ้มครองดูแล นำทางทั้งองค์ราชินีและอาณาจักรธีร์ดีเรด้วยชีวิตทั้งชีวิต เขาก็จะให้อภัย จะไม่ถือโทษโกรธพระองค์เลยแม้แต่น้อย ในความรักให้อภัยได้ทุกสิ่งไม่ใช่หรือ

ใช่ ไม่ว่าพระองค์จะทรงเคยผิดพลาดพลั้งเผลอใดๆ ไปก็ตาม

ดูลัสบอกตนเองเช่นนั้น แต่เขายังคงพบปัญหาดังเดิม ไม่สิ ร้ายแรงยิ่งกว่าเดิม ความคิดกับความรู้สึกเหมือนกับจะแยกเป็นสองส่วน ที่บอกตนเองให้เข้าใจ ให้กระทำตามนั้นก็เหมือนจะทำไม่ได้

ความรู้สึกอันไม่บังควรนั้น...ความต้องการที่เขาไม่เคยตระหนักว่าตนมีอยู่...ยิ่งพลุ่งพล่านรุนแรง เขาอยากเป็นเจ้าของพระองค์ อยากครอบครองพระองค์เพียงคนเดียว หากมีวิธีใดที่จะทำให้เจ้าหญิงลืมเลือนไอ้คนทรายนั้นไป จดจำไม่ได้เลยว่ามันมีตัวตนอยู่ ราชองครักษ์ก็คงพร้อมที่จะทำตามนั้นอย่างไม่ลังเล

แม้กระนั้น สิ่งที่ไม่อาจขจัดไป...ทั้งจากตัวเขาเองและจากพระองค์...ก็ยังคงอยู่ มันแผ่ขยายดุจแหรัดพัน แน่นหนาอึดอัดเหลือเกิน

...นี่ข้าเป็นอะไรไป...

 

เกือบครึ่งชั่วยามผ่านไปกับการพูดคุย หารือเรื่องกระบวนการพิจารณาคดีตลอดจนสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำ เจ้ามณฑลดูจะยังไม่หายกังวลที่เด็กหนุ่มคนทรายยังไม่ฟื้น แล้วยังเรื่องเพื่อนร่วมทางอีกสองคนของเขา ลูเธียนรู้ละเอียดถี่ถ้วนจากมาลิอาแล้วว่ารูอาร์คกับชาลัวห์เป็นใคร กระนั้นก็ได้แต่ทำเป็นไม่ใคร่รู้ และแสร้งตอบว่าเห็นเจ้าหญิง อาเมียร์ กับชายอีกคนที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้าเหล้าเดินทางขึ้นเรือมาด้วยกัน ส่วนชายผมทองนั้นเพิ่งเห็นตอนชุลมุนที่ท่าเรือ

นักบวชหนุ่มสันนิษฐานว่าราชองครักษ์ดูลัสน่าจะนำตัวชายทั้งสองมาส่งที่นี่ในไม่ช้า ตามที่เขารับรองไว้กับเจ้าหญิง ทว่าในใจของพระมหาเถระเองก็อดกังวลไม่ได้เช่นกัน

มาลิอาหายตัวไปนานจนผิดปรกติ เพียงแค่ปลีกตัวไปเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องม้าเวทมนตร์ดำ ไม่ควรใช้เวลานานถึงเพียงนี้

หรือจะมีปัญหามากกว่าที่คิด...

อย่างไรก็ดี ลูเธียนไม่อยากเพิ่มเรื่องให้เจ้ามณฑลยาร์ลาธพะวงยิ่งขึ้นไปอีก จึงได้ไม่ปริปาก สุดท้ายเมื่อเห็นสมควรแก่เวลา เขาจึงขอให้จัดเตรียมรถม้า พาอาเมียร์ไปส่งให้ครอบครัวโดยที่ตัวพระมหาเถระร่วมทางไปด้วย ทั้งเพื่อควบคุมมนตร์สะกดที่ได้ลงไว้ และสอบถามเรื่องต่างๆ จากพ่อแม่ของเด็กหนุ่มไปพร้อมกัน

เจ้ามณฑลอนุญาตอย่างง่ายดาย และขณะที่กำลังเรียกคนเข้ามาสั่งการนั่นเอง จึงได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามารายงานเรื่องด่วน

มีคนนำตัวท่านรูอาร์คกับชาลัวห์เข้ามาส่งขอรับ สองคนนั้นได้รับบาดเจ็บ เวลานี้ให้ตามหมอมาดูแลแล้วเจ้าหน้าที่รายงาน ก่อนจะหันมาทางนักบวชที่อยู่ในห้องรับรองด้วยคนหนึ่งเป็นหญิงชาวทรายตาบอด แต่งตัวอย่างนางรำ นางบอกว่านางเป็นคนรู้จักของพระมหาเถระลูเธียน

ใช่ลูเธียนพยักหน้ารับด้วยความรู้สึกที่โล่งขึ้นทันควันมาลิอา นางเป็นคนรู้จักของครอบครัวของอาเมียร์และเป็นคนให้เบาะแสเรื่องของเขากับข้า ไม่ทราบว่าข้าจะขอให้นางติดตามไปพบครอบครัวของเขาด้วยได้หรือไม่

หากนางเป็นแขกของพวกเขากับท่าน ก็เท่ากับเป็นแขกของข้าด้วย เชิญตามสบายเถอะเจ้ามณฑลตอบง่ายๆข้าจะให้คนจัดรถม้าไปส่งพวกท่านที่ทราธ แต่ข้าเองคงต้องขอตัวไปดูลูกชายของข้าก่อน

ไปเถอะลูเธียนรับง่ายดายข้าจะไปกับอาเมียร์เอง อย่าได้เป็นห่วงเลย

 

มาลิอาซึ่งนั่งรออยู่ในรถม้ามีสภาพอิดโรย (อีกแล้ว) เมื่อลูเธียนไปพบ เด็กสาวกำลังสูดกล้องยาพลางข่มอาการหอบอย่างสุดความสามารถ

ใช้พลังหนักมาหรืออย่างไรพระมหาเถระถามเบาๆ ทันทีที่รถม้าแล่นออกไป โดยมีทั้งสองนั่งอยู่ตรงข้ามร่างของอาเมียร์ที่นอนเหยียดยาวบนเก้าอี้อีกฝั่งหนึ่ง

ชุดใหญ่ เล่นไปสิบกว่าคนได้นางรำสาวตอบก่อนจะพักรับยาอีกอึกหนึ่งแต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ข้าลบร่องรอยกับความทรงจำไปหมดแล้ว ของทั้งรูอาร์คกับชาลัวห์ด้วย เรื่องมนตร์มืดจะได้ไม่แพร่กระจายออกไป

หมายความว่าพวกราชองครักษ์นั่นเล่นไม่ซื่อหรือ

เด็กสาวสั่นศีรษะทันทีไม่หรอก เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ข้าอ่านความทรงจำของหัวหน้ากลุ่มไอ้พวกนั้นแล้ว มันเป็นลูกชายของรองเจ้ามณฑลที่นี่ ทำลงไปด้วยเป้าหมายส่วนตัว ทำนองว่าอยากกำจัดทั้งคนโปรดของเจ้ามณฑลกับลูกชายคนที่เหลืออยู่ ตัวเองจะได้แต่งงานกับลูกสาวเขาแล้วก็ขึ้นเป็นเจ้ามณฑลคนต่อไป...แผนการโง่ๆ ของคนอวดฉลาด

ไม่แปลกหรอกลูเธียนกลับรับอย่างไม่ประหลาดใจนักแม้จะขมวดคิ้วการเมืองเรื่องตัณหา แต่แบบนี้เราควรจะรายงานเจ้ามณฑลไหม

อยากรายงานก็ให้ลูกเขาไปฟ้องเองเถอะ ข้าอุตส่าห์เปลืองแรงกลบเกลื่อนร่องรอย เจ้ายังจะให้ขุดคุ้ยขึ้นมาอีกมาลิอาตอบเสียงขุ่นแค่รบกับพวกมนตร์มืดด้วยกันก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว

แต่ก็ยังอุตส่าห์ไปช่วยสองคนนั้นออกมาจนได้นักบวชหนุ่มเปรย

ถ้าปล่อยให้ชาลัวห์ตาย ก็จะล้างมลทินให้ทัมมุซไม่ได้ ส่วนเด็กรูอาร์คนั่นเป็นเพื่อนดื่มที่ข้าถูกใจ ปล่อยให้ตายก็เสียของพอดีเด็กสาวตอบเสียงเรียบแต่ช่างเถอะ นั่นมันปัญหาของนักบวชกับมนุษย์ ไม่ใช่กงการอะไรของแม่มดอีกแล้ว เหลือแต่จัดการกับจิตที่มีอำนาจความมืดนั่น แล้วจากนั้น...

แล้วจากนั้น...เจ้าก็จะกลับไป?”

ก็คงอย่างนั้นกระมังมาลิอารับลอยๆแต่นั่นยังอีกไกลหรอก ข้าไม่คิดว่ามันจะยอมแพ้ง่ายๆ แน่

แต่เราป้องกันทางทัมมุซได้ไม่ใช่หรือ หากเขาไปจากอาณาจักรนี้...

มันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกเด็กสาวตาบอดแย้งทันทีข้ารู้ เขาไม่มีวันยอมไปจากที่นี่แล้วทิ้งเจ้าหญิงไว้อย่างนี้เด็ดขาด เรื่องจะให้สะกดความทรงจำเกี่ยวกับนางไว้งั้นหรือ ลืมไปได้เลย หากเป็นเรื่องที่เจ้าตัวปรารถนาจะลืมอยู่แล้ว ให้สะกดไว้ก็ไม่หนักมือ...เสียแต่โอกาสผนึกหลุดยังมี แล้วนับประสาอะไรกับเรื่องที่เขาต้องการจดจำไว้เล่า

ต่อให้นั่นอาจหมายถึงสงครามน่ะหรือลูเธียนติงอย่างเคร่งขรึม

ต่อให้ไม่มีการแทรกแซงของเหล่าผู้อยู่ในความมืด มนุษย์ก็ก่อสงครามกันบ่อยยิ่งกว่าอะไรแม่มดดำตอบง่ายดายไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างท่านหรือข้าจะขัดขวางหรือกำหนดกฎเกณฑ์ได้แต่แรก

ก็จริงของเจ้านักบวชหนุ่มรับหน้าที่ของเรามีเพียงขัดขวางไม่ให้ปีศาจนั่นก่อความวุ่นวายขึ้นอีกเท่านั้น

ช่างเป็นนักบวชที่เย็นชาต่อชีวิตคนจริงนะมาลิอาส่งสายตามาทางเขาอย่างยั่วเย้า

นักบวชไม่ใช่เทพเจ้าลูเธียนยักไหล่และแม้แต่เทพเจ้าก็ไม่ได้เลือกที่จะช่วยชีวิตมนุษย์ทุกคนที่ภาวนาต่อพระองค์

ว่ากันตามจริง เทพเจ้าไม่ได้เลือกที่จะช่วยใครเลยแม่มดดำเอ่ยหยันๆนอกจากรักษาอำนาจของตัวเอง

นักบวชหนุ่มกลับไม่ขัดวาจาจาบจ้วงองค์เทพซึ่งตนควรปกป้องพระเกียรติยิ่งชีวิตด้วยซ้ำ ทว่าทอดสายตาไปตามถนนชนบทนอกหน้าต่างขณะปล่อยความคิดของตนให้ล่องลอย

เอาเถอะ ใช้เวลานานสักหน่อยก็ไม่เป็นไรเขาพูดอีกเรื่องหนึ่งอยู่ที่นี่ ข้าก็เหมือนได้เที่ยวพักร้อน จะให้รีบกลับไปผจญปัญหาศึกชิงอำนาจในศาสนจักรให้ปวดหัวทำไมก็ไม่รู้

เหมือนได้เที่ยวพักร้อน...เพราะมีข้าอยู่ด้วยใช่ไหมล่ะมาลิอาเขยิบเข้ามาใกล้เขาอีกหน่อย แต่พระมหาเถระก็ขยับตัวเลี่ยงทันที

อย่าสำคัญตนผิดไปเลย ยายเด็กมีปัญหาลูเธียนไม่แม้แต่จะชายตามองเธอเจ้าเองก็หาเรื่องหนีออกจากบ้านเหมือนกันไม่ใช่หรือ เตรียมใจถูกท่านสิมาริเมสสั่งสอนให้ดีเถอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น