The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 51 : 21 - แผนการที่แปรเปลี่ยน "ขอให้เป็นเช่นนั้นเถิด ท่านมาดาย"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 ก.ย. 60

บทที่ ๒๑

แผนการที่แปรเปลี่ยน

 

นี่หมายความว่าอย่างไรชายชราร่างสูงใหญ่ถามเสียงหนักเหมือนเป็นคำราม

ในห้องรับรองของอารามหลวงแห่งเมอร์คาห์ มาดายยังคงนั่งเฉยอย่างใจเย็น ต่อหน้าเจ้ามณฑลอุลทูร์ผู้ขมวดคิ้วเคร่งเครียด และเรียกได้ว่ามีสีหน้าต่อว่าอย่างเปิดเผย

ทำไมถึงไม่ให้เชิญพระมหาเถระอีกคนมาจากซาเกรดา โซลแฟคท์นาถามต่อไป

พระมหาเถระลูเธียนยังไม่ตาย ท่านจะให้เชิญเขามาพิสูจน์ศพที่ไม่มีอยู่แต่แรกหรือ

ก็ท่านบอกว่าจะทำให้ลูเธียนกลายเป็นศพขุนนางชราเอ่ยเสียงแข็งแม้จะยังข่มระดับความดังไว้

ข้าเคยพูดเช่นนั้นเสียที่ไหนพระเถระเลิกคิ้ว

ใช่ ท่านไม่ได้พูดเช่นนั้น แต่เขาควรถูกปีศาจของไอ้คนทรายนั่นฆ่าตาย และซาเกรดา โซล ก็ควรจะอยู่ข้างพวกเราด้วยเหตุดังว่า

แต่ในเมื่อเขาไม่ได้ถูกฆ่าตาย ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไปมาดายแย้งท่านแฟคท์นา ท่านไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับเรื่องภายในมหาวิหารของพวกเรา แต่หากข้าเดินหมากผิดไปเพียงตาเดียว...ข้าก็รักษาตำแหน่งของตนไว้ไม่ได้...ไม่สิ อาจจะรักษาไม่ได้กระทั่งหัวของตัวเอง แล้วจะเอาอะไรไปช่วยให้ลูกชายท่านขึ้นเป็นกษัตริย์ได้อีก

อีกฝ่ายแค่นเสียงสุดท้าย ท่านก็คิดแต่จะเอาตัวรอดไว้ก่อน

ท่านเองก็คิดว่า...ขอแค่ให้ดูลัสได้ขึ้นครองราชย์ จะต้องขายข้าหรือใครต่อใครให้ซาเกรดา โซล พิพากษาโทษก็ยิ่งกว่ายินดีไม่ใช่หรือชายชรากลับแย้มยิ้มน้อยๆ ผิดความแรงร้ายของวาจาเราทั้งสองต่างก็ร่วมมือกันในแบบนี้เอง

หึเจ้ามณฑลแค่นหัวเราะแต่ขอเพียงท่านใส่ใจกับผลประโยชน์ของข้าบ้าง ข้าก็ยิ่งกว่าพร้อมตอบแทน หากท่านเป็นผู้กำจัดปีศาจที่สังหารได้กระทั่งพระมหาเถระลูเธียน ตำแหน่งพระมหาเถระรวมไปถึงมหาสังฆราชาก็ย่อมไม่ไกลเกินเอื้อมไม่ใช่หรือ

ท่านกำลังบอกว่าจะช่วยข้าปราบปีศาจ?” มาดายนึกขันอยู่ในใจ

หากว่าข้าหรือคนของข้าทำได้

ช่างอวดดีนัก...นักบวชคิด...แต่เอาเถอะ ก็เพราะอวดดีอย่างนี้ไม่ใช่หรือ จึงได้คิดว่าจะปลิดชีพเจ้าชายแห่งความมืดได้ง่ายๆ ไม่ได้สำเหนียกเลยว่าแกมันก็แค่มนุษย์หน้ามืดตามัว ไร้อำนาจ เปราะบาง มีค่าด้อยกว่าผงธุลีในสายพระเนตรขององค์เทพเจ้าเท่านั้น...

ดังนั้น จงเตรียมแพ้ภัยตนเองเสียแล้วกัน

เอาเถิดพระเถระชราตัดบทข้ารู้ว่าลูเธียนยังมีชีวิตอยู่แน่ เด็กนั่นเจ้ามารยานัก ตราบใดที่ยังไม่พบศพ ก็อย่าได้คิดเลยว่ามันตายไปแล้ว ยิ่งข้าเร่งแจ้งศาสนจักรว่ามันตายแล้ว มันก็จะมีช่องกลับมากล่าวหาว่าข้าวางแผนฆ่ามันจริงๆ ดังนั้น ในเวลานี้จึงยังหยุดการค้นหาไม่ได้จนกว่าจะพบตัวมัน หรือจนกว่ามันจะเผยตัวออกมาเอง

หากรู้ตัวว่าถูกปองร้าย มันจะเผยตัวออกมาเองได้อย่างไรแฟคท์นาแย้งป่านนี้ไม่ชิงหนีกลับซาเกรดา โซล และกล่าวหาท่านไปเรียบร้อยแล้วรึ

ข้าไม่ได้ลงมือทำร้ายเขา ท่านแฟคท์นา แต่เป็นบริวารของผู้มีมนตร์มืดต่างหาก แล้วอีกอย่าง เด็กนั่นถือว่าหน้าที่ของตัวมันเองสำคัญยิ่งกว่าอะไร ดังนั้น ตราบใดที่ยังกำจัดปีศาจที่ได้รับมอบหมายไม่ได้ มันก็ย่อมติดตามปีศาจนั้นไปอย่างไม่ลดละแน่นอน...ต่อให้มันจับได้ว่าข้าอยู่เบื้องหลังแผนการล่อมันออกมาก็ตามมาดายอธิบายและยิ่งเข้าใกล้ปีศาจร้ายมากขึ้นเท่าใด โอกาสที่มันจะถูกปีศาจร้ายสังหารลงจริงๆ ก็ย่อมมากขึ้นเป็นทวีคูณ แผนการของเราเพียงแต่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยเท่านั้น

สีหน้าของเจ้ามณฑลบอกความเคลือบแคลง แต่เขาก็ยังคงพยักหน้ารับ

ขอให้เป็นเช่นนั้นเถิด ท่านมาดาย

แน่นอน มันจะเป็นเช่นนั้นพระเถระผงกศีรษะ

แผนการของข้าเพียงแต่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเท่านั้น...

 

แปลก

บนเรือใหญ่ซึ่งกำลังเทียบท่าเมืองเคนมารา เมืองหลวงของแคว้นยาร์ลาธ หญิงสาวร่างสูงผู้รวบผมสีดำเป็นมวย มีหมวกปีกกว้างติดชายผ้าลูกไม้บังแดดร้อนจัดจ้าเปรยเบาเป็นกระซิบ

จะไม่ให้กระซิบคงไม่ได้ เพราะเสียงของเธอนั้นฟังอย่างไรก็ไม่เหมือนเสียงผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย

ถ้าพวกนั้นตั้งด่านตรวจเข้มงวดจริงๆ แถวคนรอน่าจะยาวกว่านี้

แถวที่ว่าทอดอยู่ห่างออกไปไม่กี่มากน้อย มีทั้งช่องทางสำหรับนักเดินทางและพ่อค้าย่อยโดยทั่วไป กับพ่อค้ารายใหญ่ซึ่งมักจะขนสินค้าลงจากเรือไปพักในโกดังที่เช่าไว้ และให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบในโกดังโดยตรงเพื่อความสะดวก

แสดงว่าไม่ได้ตรวจเข้มงวด แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่รึไงชายผมดำหนวดโค้งกระซิบตอบยายเปี๊ยกจะได้ไม่ต้องอุดอู้อยู่ในหีบนานเกินไปด้วย

แต่ข้าว่าอย่างไรก็แปลกอยู่ดีอาเมียร์ในคราบหญิงสาวไม่วายแย้งดูลัสไม่น่าประมาทขนาดนี้

เอาน่า เห็นเป็นปรกติยังบ่นอีก ที่เหลือก็ทำตัวตามสบายแล้วกันแผนสำรองก็วางไว้แล้วนี่อีกฝ่ายทำเป็นกระแอม แล้วพูดดังขึ้นเดี๋ยวข้าไปตรวจดูสินค้าอีกทีนะ เมียจ๋า

ดูลัสจับตามองสำเภาลำใหม่ที่เข้าเทียบท่า เป็นเรือสินค้ากึ่งโดยสารซึ่งมีไว้สำหรับบริการนักเดินทางทั่วไปและพ่อค้ารายย่อยที่มีสินค้าไม่มากนัก

ต่อให้มีเงินมากแค่ไหน พวกของอาเมียร์ย่อมไม่อาจซื้อหรือเช่าเรือเดินทะเลทั้งลำเป็นของตนเองได้ อีกทั้งพ่อค้ารายใหญ่คงไม่ยอมรับคนแปลกหน้าขึ้นทำงานบนเรือสินค้าโดยไม่สอบประวัติ อย่าว่าแต่จะให้คนแปลกหน้าพวกนั้นซุกซ่อนหรือพาคนที่บาดเจ็บจนมือใช้การไม่ได้มาด้วย การเดินทางโดยเรือประเภทต่างคนต่างจ่ายค่าโดยสาร ปะปนกันเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อให้ตรวจจับและสังเกตยากจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์นี้

แต่แน่นอน หากตรวจค้นไม่เลือกกันแบบรายต่อราย หีบต่อหีบ ถังต่อถังให้พวกมันเห็นมาแต่ไกล ก็มีแต่ทำให้ไก่ตื่นก่อนเท่านั้น

ชายหนุ่มจึงให้ทหารองครักษ์ที่มาด้วยกันไม่ต้องลงไปค้นที่ด่าน แต่แต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่ท่าเรือธรรมดาปะปนในฝูงชน โดยพกตรารับรองตำแหน่งกับหนังสือคำสั่งซึ่งมีผู้เป็นธุระทำให้เพื่อแสดงตามจำเป็นขณะลอบสังเกตผู้โดยสารแต่ละคน แต่ละกลุ่มที่ลงจากเรือ หากพบว่ามีพิรุธจึงค่อยเข้าค้น

และตัวเขาเองก็ทำเช่นเดียวกัน

คนแรกที่ก้าวมาตามทางลาดไม้ลงจากเรือนั้นเป็นชายผิวคล้ำ โพกผมแต่งกายอย่างคนทราย ข้างหลังสะพายเครื่องสายรูปทรงแปลกตา แต่นั่นไม่ใช่อาเมียร์ เด็กสาวที่เขาจูงมือลงมาซึ่งแต่งกายสีฉูดฉาด สวมเครื่องประดับติดกะพรวนระย้าอย่างนางรำและถือไม้เท้าเหมือนคนตาบอด ก็ตัวเล็กและเยาว์วัยเกินกว่าจะเป็นเจ้าหญิงแอชลีนน์ปลอมตัวมา

ในเมื่อไม่ใช่แน่นอน ราชองครักษ์จึงเลิกสนใจพวกเขาและมองหาเป้าหมายของตนต่อไป

คล้อยหลังนักแสดงชาวทรายทั้งสอง ผู้โดยสารคนต่อมาเป็นหญิงร่างสูง แต่งกายอย่างภรรยาพ่อค้าชาวธีร์ดีเรหรือซาเกรดา โซล เงาของหมวกกันแดดปีกกว้างติดผ้าลูกไม้บังใบหน้า

เธอเดินลงมาถึงพื้นหินของท่าแล้วก็ยืนรอขณะที่พวกลูกเรือช่วยกันยกหีบเสื้อผ้าใบโตลงจากเรือแล้ววางลงข้างตัวหญิงสาว ตามด้วยถังไม้ที่ถูกกลิ้งลงมา ลักษณะของพวกมันบอกชัดเจนว่าเป็นถังเหล้า

เป็นเรื่องแปลกอยู่ที่ผู้หญิงจะมากับขบวนสินค้า แต่ก็ใช่จะเป็นไปไม่ได้ เธอคงเป็นภรรยาหรือญาติสักคนของพ่อค้าเหล้ากระมัง

ไม่น่ามีพิรุธอะไร...จนดูลัสได้ยินคำพูดของชายหนวดโง้งลงพุงที่กำกับการขนของอยู่บนเรือเข้า

ถังนี้ไม่ต้องกลิ้ง เดี๋ยวใครคนหนึ่งมาช่วยข้าแบกดีกว่า มันเป็นถังชาดานแซร์ น่าจะเหลืออยู่แค่ครึ่งถังได้กระมัง

ถังชาดานแซร์?

องครักษ์หนุ่มหรี่ตาขณะจับตามองถังที่ทั้งสองแบกลงมา สลับกับถังซึ่งวางตะแคงอยู่ข้างหญิงร่างสูงนั้น

ถังไม้ใบนั้นดูใหม่ ซ้ำมีลักษณะเหมือนถังเหล้าที่ถูกขนลงมาก่อนหน้าจนน่าจะผลิตจากที่เดียวกัน

ทว่า ถังไม้เนื้อหอมสำหรับบ่มเหล้าผลไม้โดยเฉพาะมีราคาสูงกว่าไม้ทั่วไปที่ใช้ทำถังของหมักอื่นๆ รวมทั้งถังชาดานแซร์ ซึ่งเนื้อไม้ย่อมถูกน้ำหมักปลาที่มีฤทธิ์เป็นกรดกัดจนผุเสียสภาพในไม่ช้า

คงไม่มีใคร...นอกเสียจากคนไร้หัวคิด...ที่เอาถังไม้หมักเหล้าราคาแพงไปใส่ปลาหมักราคาถูกให้เสื่อมค่าเล่นๆ แน่นอน ยิ่งเป็นพ่อค้าเหล้ายิ่งควรรู้ดีที่สุด

ดูลัสรีบสาวเท้าเข้าไปหาราชองครักษ์อีกคน แล้วก็ทำมือเป็นสัญญาณให้อีกคนตามเข้ามาสมทบ จากนั้นจึงเดินเข้าไปหาชายหญิงที่น่าจะเป็นสามีภรรยากำมะลอ  และเข้าถึงตัวพวกเขาเมื่อถังใบนั้นถูกวางตั้งใกล้ถังตะแคงใบอื่นๆ

ขออภัย นายท่ามีคำสั่งให้สุ่มตรวจสินค้า ขอให้พวกท่านให้ความร่วมมือด้วย

สีหน้าของหญิงสาวใต้หมวกปีกกว้างตกอยู่ในเงามืดจนยากที่จะดูออก แต่ชายร่างสูงลงพุงก็พูดอย่างร่าเริง

ย่อมได้อยู่แล้ว ข้ากับเมียเป็นสุจริตชน มีอะไรต้องปิดบังละขอรับ

ชายคนนั้นหยิบถ้วยไม้ใบเล็กออกมาจากถุงที่คาดไว้ตรงเข็มขัด ครั้นแล้วก็ทำท่าจะเปิดจุกถังใบหนึ่งที่ตะแคงอยู่

ไม่ต้อง ที่ข้าต้องการดูคือถังนี้

พูดจบ องครักษ์หนุ่มก็เปิดถังชาดานแซร์ออกมาในทันที...เพื่อพบกับดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างของใครคนหนึ่งที่ร้องอุทานอย่างตกใจ และห่อตัวลีบลงในถังยิ่งไปกว่าเดิม

ชาดานแซร์ของพวกท่านตัวโตดี แต่ยังเป็นๆ อยู่เลยนี่ดูลัสพูดขึ้น

อะไรกัน!พ่อค้าไว้หนวดดูตกใจขึ้นมาทันควันชาดานแซร์ของพวกเรา...กลายเป็นอะไรไป!

ชะ...ช่วยด้วย!ชายในถังร้องพร้อมกับพุ่งตัวขึ้นยึดเสื้อของดูลัสไว้ขะ...ข้าหนีไอ้คนทรายนั่นมา! พวกมันจะฆ่าข้าที่ท่าเรือ...ขะ...ข้าเลยหนี...จนมาเจอถังชาดานแซร์...เลยเทมันทิ้งแล้วเข้ามาซ่อนตัวในนี้! ท่านช่วยข้าที!

องครักษ์หนุ่มไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันทำอะไรเลยจนเสียงตะโกนดังขัด

นี่แก—”

ท้ายเสียงตะโกนคือเสียงร้องอย่างเจ็บปวดขององครักษ์อีกคน ดูลัสหันมองตาม แล้วก็เห็นหญิงร่างสูงวิ่งไปกับเด็กหนุ่มร่างเล็กผมสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ผ่านเพื่อนร่วมงานของเขาซึ่งบัดนี้กองตัวงออยู่บนพื้น ข้างหีบเสื้อผ้าที่เปิดกว้างและมีเสื้อผ้าหล่นกระจาย

ใช่จริงๆ เสียด้วย!

ทะ...ท่านช่วยข้า—“ ชาลัวห์พูดได้แค่นั้นก็ล้มหงายลงพร้อมกับถังที่มันยืนอยู่ข้างใน ด้วยฤทธิ์หมัดของราชองครักษ์ซึ่งใส่มาเต็มแรงด้วยอารมณ์

แต่แล้ว ดูลัสก็มีอันต้องสบถอีกครั้ง เพราะชายหนวดดำตรงเข้าขวางหน้าและยึดไหล่เขาไว้อีกคน

มะ...เมียข้า! เมียข้าซ่อนชู้ไว้ในหีบเสื้อผ้า! แถมยังซ่อนอีกคนไว้ในถังปลาหมัก! ท่านเจ้าหน้าที่ช่วยข้าที! รีบตามนาง—“

เกะกะ!ดูลัสสะบัดพ่อค้าเหล้าออกไป แต่ไม่ทันคาดว่าเขาจะถึงกับล้มฟาดพื้นและร้องเสียงดังราวกับเจ็บปวดเจียนตาย

ครั้นก้มลงมองร่างที่คุดคู้อยู่บนพื้น ชายหนุ่มก็ผงะเมื่อเห็นของเหลวสีแดงเข้มอาบเสื้อของพ่อค้าเป็นวงกว้างบนพุงซึ่งบัดนี้มีมีดสั้นที่เคยคาดอยู่ข้างเอวของราชองครักษ์ปักคาไว้ ทว่าตั้งแต่เมื่อไร และได้อย่างไรก็สุดรู้

จะ...เจ้าหน้าที่ทำร้ายประชาชน! เจ้าหน้าที่ทำร้ายประชาชน! เจ้าข้าเอ๊ย!!

ชายหนวดโง้งตะโกนปนร้องโอดโอย เรียกผู้คนให้มุงดู ซ้ำเจ้าหน้าที่ตัวจริงของท่าเรือก็ทำงานดีเกินคาด พวกเขาล้อมวงเข้ามากักคนทั้งสี่ไว้จนไม่ทันได้วิ่งกวดผู้ต้องหาที่แท้จริงซึ่งวิ่งหายไปกลางฝูงชนเลย

กระนั้น ดูลัสยังคงมีเพียงสีหน้าเรียบเฉยเมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นเริ่มซักถามและขอดูตราสังกัดของเขา

จับนกกระจอกแตกรังได้สองตัว ส่วนอีกสองที่เหลือนั้น นกนักล่าอย่างเรเวนย่อมมีสติปัญญาเกินพอที่จะรับมือ

 

ดีที่วางแผนสำรองไว้อาเมียร์พึมพำ หลังจากลอกคราบชุดผู้หญิงกับหมวกติดผ้าลูกไม้หมกทิ้งไว้ในกองขยะในตรอก เหลือชุดเสื้อกางเกงธรรมดาทะมัดทะแมงไว้ภายใน

แอชลีนน์มองแผ่นหลังของเขาอย่างงุนงงนี่อะไร ทำไมท่านไม่บอกข้า

รูอาร์คคิดว่าท่านต้องคัดค้านแน่ เราสามคนเลยตกลงกันว่าจะปิดเป็นความลับ

เด็กสาวกำมือแน่น เธอขุ่นเคือง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงเพื่อนร่วมทางขึ้นมาอย่างท่วมท้น

แน่ละสิ! ใครจะอยากหนีเอาตัวรอดแล้วทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลังแบบนั้นล่ะ!

เหมือนกับตอนนั้น...ตอนที่เราทิ้งเสด็จพ่อ เสด็จแม่ กับเสด็จพี่ไป...แล้วก็ไม่ได้พบกันอีกเลย...

แต่ก็ต้องทำ เรายอมให้พวกมันเอาตัวท่านกลับไปไม่ได้เด็กหนุ่มพูดเสียงแข็ง ขณะคาดดาบซึ่งเคยซ่อนไว้ใต้ชายกระโปรงกับเข็มขัดทั้งสองคนไม่เป็นไรหรอก ดูลัสไม่ฆ่าพวกเขาแน่ ขอแค่เราหนีไปถึงท่านเบเรคได้ ก็จะเจรจาขอตัวพวกเขาคืนได้ไม่ยาก

แน่ใจหรือ!เด็กสาวร้องขึ้นไม่ใช่หลอกให้ข้าสบายใจ ส่วนชาลัวห์กับรูอาร์คจะถูกจับถูกทรมานอย่างไรก็เท่ากับเสียสละเพื่อข้าหรอกนะ!

“...ข้าขอโทษอาเมียร์พูดโดยแทบไม่มองเธอ แต่ก็ยังส่งมือมาให้เราต้องรีบไป ยิ่งพบท่านเบเรคได้เร็วเท่าไรก็รับประกันความปลอดภัยของพวกเขาได้เร็วเท่านั้น

คนทั้งสองวิ่งลัดเลาะไปท่ามกลางฝูงชน หลายคนยังคงทำธุระของตนต่อไปตามปรกติ แม้จะมีบ้างที่เริ่มพูดถึงเหตุวุ่นวายเจ้าหน้าที่ทำร้ายคนเดินทางที่ท่าเรือ

เมื่อวาน รูอาร์คร่างแผนที่เมืองเคนมาราให้เขา รวมทั้งบอกเส้นทางลัดซึ่งไม่ต้องผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ท่าเรือแต่ตัดตรงไปยังด้านหลังของศาลาว่าการเมือง โดยอาศัยการลัดเลาะตามซอยเล็กซอยน้อยเป็นส่วนใหญ่ ปรกติเป็นเส้นทางที่พวกชาวประมงนิยมใช้ จึงเรียกกันว่าตรอกขนปลา

เด็กหนุ่มพยายามจำเส้นทางนั้นให้ขึ้นใจ และภาวนาว่าความทรงจำของเขานั้นแม่นยำดี

แน่นอนว่าเมื่อถอดช้องผมกับเสื้อผ้าผู้หญิงที่ดูเด่นชัดออก เขาก็ไม่เหลืออุปกรณ์และเวลาปลอมตัวเป็นคนอื่นได้อีก แอชที่เพิ่งออกจากหีบเสื้อผ้ามาก็เช่นกัน บัดนี้ทั้งสองไม่มีสินค้า ไม่มีสัมภาระใดจะอ้างตนเป็นคนเดินทาง แต่ขอแค่ไม่ต้องผ่านด่านตรวจ ศาลากลางเมืองเคนมาราก็อยู่ไม่ไกลนี้แล้ว

ขอเพียงทำความเร็ว และไม่มีใครมาขัดขวางเท่านั้น

แต่แล้ว...เงาคนกลับก้าวออกขวางหน้าและยังผลให้อาเมียร์ชะงักไป

เวลานี้ทั้งสองอยู่ในตรอกเล็กๆ ซึ่งแคบกระทั่งผู้ชายตัวใหญ่สองคนไม่อาจเดินสวนกันได้ ชายที่ขวางอยู่แต่งกายอย่างชาวประมง แต่ท่าจับดาบของเขาบอกเด็กหนุ่มว่าเสื้อผ้าที่เห็นเป็นแค่การปลอมตัว

อาเมียร์ชะงักไปเพียงครู่เดียวก็มองแผนการของอีกฝ่ายออกในทันที...หากพวกเขาถอยกลับ ก็จะพบคนอีกกลุ่มดักข้างหลังไว้ ไล่ต้อนกักให้ตกอยู่ในวงล้อม เลือกฝ่าไปข้างหน้ายังจะมีทางรอดมากกว่า

แอช! ตามข้ามา!เด็กหนุ่มผมดำตะโกนแล้วก็ปล่อยมือจากเด็กสาว ชักดาบที่ข้างเอวออกจู่โจมชาวประมงตัวปลอมที่ขวางหน้า

อีกฝ่ายรับดาบของเขาได้ แต่ไม่ทันคาดหมายศอกซ้ายของเด็กหนุ่มซึ่งหมุนตัว กระแทกมันเข้าที่อกของอีกฝ่าย ยังผลให้คู่ต่อสู้เซถอยไปกระแทกผนังตึกข้างทาง ก่อนจะถูกขาขวาของอาเมียร์ยันเข้าเต็มท้องจนจุกตัวงอ ร่างรูดลงริมตรอกไปในทันที

เด็กหนุ่มรีบวิ่งผ่านร่างของคู่ต่อสู้ที่ยังไม่อาจลุกขึ้น ก่อนจะเหลียวกลับไปดูให้แน่ใจว่าเด็กสาวในความอารักขาสามารถตามมาได้

 

การไล่ล่าเริ่มสับสนวุ่นวาย...

ตรอกแคบบังคับให้คู่ต่อสู้เข้ามาได้เพียงทีละหนึ่ง และอาเมียร์ก็เลือกที่จะปะทะกับศัตรูเบื้องหน้า ล้มมันให้เร็วที่สุด...ก่อนจะฝ่านำแอชไปโดยตลอด แต่นั่นเท่ากับเขาไม่มีเวลาให้คิดมากนัก แม้จะสงสัยว่าดูลัสลอบนำคนมากมายเพียงนี้เข้ามาแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ได้อย่างไร

ที่เลวร้ายกว่าคือเส้นทางแผนที่ในสมองเริ่มตีปั่นป่วนจนเด็กหนุ่มไม่แน่ใจว่าบัดนี้พวกเขาอยู่ที่จุดไหนของทางลัดซึ่งรูอาร์คบอก อย่างไรก็ดี เขาได้แต่หวังว่ายอดหลังคาของศาลากลางเมืองที่เห็นอยู่ไกลๆ จะเป็นหลักบอกทางได้ว่าพวกตนมาถูกต้องแล้ว

ปลายตรอกข้างหน้าดูจะกว้างขึ้น...และนั่นเองที่ทำให้อาเมียร์ยิ่งเคร่งเครียด

ที่แคบซึ่งคู่ต่อสู้เข้ามาได้เพียงทีละหนึ่งทำให้เขาได้เปรียบ ยิ่งโดยเฉพาะเด็กหนุ่มบุกตะลุยไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล และไม่ยอมเสียเวลาให้พวกที่วิ่งไล่ตามมาทัน แต่ในทางกลับกัน หากออกสู่ที่กว้าง ฝ่ายนั้นจะสามารถกลุ้มรุมเข้ามาได้เต็มที่จากหลายทิศทาง...มิหนำซ้ำยังมีพวกที่คอยสมทบจากข้างหลัง ซึ่งคงจะรุกไล่บีบให้ทั้งสองออกไปยังที่โล่งกลางวงล้อมในไม่ช้า

อาเมียร์!แอชร้องเรียกขณะที่เขาได้แต่หันมองไปมารอบๆ แข่งกับเสียงฝีเท้าซึ่งดังไล่เข้ามาทุกขณะ

จนสุดท้าย สายตาของเขาก็ปะเข้าที่ลังขนปลาซึ่งวางซ้อนกันอยู่ เด็กหนุ่มจึงพยักพเยิดไปทางนั้น

ปีนขึ้นไป! ขึ้นบนหลังคา!

เด็กสาวไม่ถามอะไรแต่รีบทำตามโดยเร็วแม้จะเซเกือบเสียหลักไปบ้าง เมื่อเธอขึ้นไปยืนทรงตัวบนหลังคากระเบื้องซึ่งไม่ถึงกับลาดชันมากได้แล้ว อาเมียร์จึงได้ตามขึ้นไปโดยไม่ลืมผลักกองลังที่ทั้งสองใช้เป็นบันไดขึ้นมาให้ล้มครืน ป้องกันไม่ให้ผู้ตามล่าปีนขึ้นมาได้ง่าย

จากบนนี้เขาเห็นทัศนียภาพรอบด้านได้กว้างขึ้น ด้านหลังของศาลาเมืองอยู่ห่างออกไปแค่ไม่ไกลจริงๆ และกลุ่มชาวประมงติดอาวุธข้างล่างก็เริ่มลังเล

อย่าเพิ่งบุกขึ้นไป! เจ้าหญิงอาจเป็นอันตรายไปด้วย!

เป็นอย่างที่เขาคิด เมื่อแอชมาอยู่ในที่เสี่ยงเช่นนี้ พวกนั้นจะไม่กล้าลงมืออย่างเต็มที่ ที่ต้องห่วงก็มีเพียงอาวุธไกล แต่หากมีซุ่มรออยู่จริง อีกฝ่ายก็ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ที่พวกมันต้องการชิงตัวคืนเช่นเดียวกัน

อาเมียร์จึงก้าวเข้าไปใกล้แอชซึ่งบัดนี้ชักมีดสั้นประจำราชวงศ์ออกถือไว้พร้อมและยืนระวังหลังให้แก่กัน

ค่อยๆ ไปเด็กหนุ่มกระซิบพร้อมกับพยักพเยิดไปทางศาลากลางเมืองก้าวไปด้วยกัน ถ้าบนนี้ พวกมันต้องคิดให้หนักถ้าจะขึ้นมา หรือโจมตีเรา

แต่เราก็ลงไปไม่ได้...

ลงได้ แต่ต้องออกจากย่านนี้ก่อน ถ้าไปถึงที่กว้างหรือที่ที่มีคนพลุกพล่าน พวกมันคงไม่กล้าทำอะไรรุนแรงอาเมียร์ยื่นแขนซ้ายให้เธอคล้องแขนกันไว้ เชื่อใจข้าไหม

ไม่มีคำตอบด้วยวาจา มีเพียงมือและแขนที่สอดเข้ามา ยึดแขนของเขาไว้แน่นขณะที่แผ่นหลังชนกัน

เด็กหนุ่มสูดหายใจลึกและเริ่มเดินนำ เขาตั้งสติติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนทั้งหมดที่ล้อมพวกเขาอยู่ ตั้งแต่พวกที่ปีนขึ้นมาบนหลังคาแล้วแต่ยังทำเพียงตามคุมเชิงอยู่ห่างๆ ไปจนถึงพวกที่ลัดเลาะอยู่ใต้ชายคาในระดับพื้นดิน และพวกที่ดูเหมือนจะวิ่งไปดักหน้าตามเส้นทางอื่นๆ

เขารู้ว่าพวกมันกำลังรอคอย ทั้งสองไม่อาจอยู่บนหลังคาได้นาน ยิ่งทิ้งเวลาก็มีแต่จะทำให้พวกที่ถูกตนเล่นงานให้หมดสภาพชั่วครู่กลับฟื้นตัวและตามเข้ามาสมทบ แต่หากเมื่อใดที่หาทางลงไป...พวกมันก็คงจะกรูเข้ารุมล้อม แยกตัวแอชไปจากเขาทันที

จะหวังให้เกิดการตะลุมบอนใหญ่จนเจ้าหน้าที่ของท่านเบเรคมาระงับเหตุก็ดูจะเสี่ยงเกินไป ไม่รู้ว่าเขาจะถ่วงเวลาไว้ได้นานพอก่อนที่พวกมันจะเข้าถึงตัวเจ้าหญิงหรือไม่

ไม่คิดเจรจาบ้างหรืออาเมียร์ตัดสินใจเอ่ยปากอย่างน้อยข้าก็ควรรู้ว่าพวกท่านเป็นใคร...คนของพระราชวัง หรือคนของขุนนางใดที่ต้องการตัวเจ้าหญิงกลับไป

เราไม่มีหน้าที่เจรจา มีเพียงจับกุมเจ้าและอารักขาเจ้าหญิงกลับไปเท่านั้นเป็นคำตอบจากชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มคนที่ปลอมตัวเป็นชาวประมงทั้งหมด

แต่ข้าตั้งใจจะมากับอาเมียร์เอง!แอชร้องขึ้นบ้างไม่ว่าพวกท่านจะเป็นคนของใคร...ข้าก็คือผู้ปกครองแห่งธีร์ดีเร หากข้าสั่งให้วางอาวุธ...พวกท่านก็ต้องทำ!

ขอพระราชทานอภัย แต่เพื่อธีร์ดีเร พวกกระหม่อมกับสหายเห็นพ้องกันว่าจะปล่อยให้คนทรายนั่นล่อลวงพระองค์ต่อไปไม่ได้อีกเป็นอันขาด

เขาไม่ได้ล่อลวงข้า!เด็กสาวขึ้นเสียงเขาถูกใส่ร้าย! มิหนำซ้ำพวกราชมัลยังพยายามทรมานเขาให้รับสารภาพ! จะให้ข้าทิ้งให้เขาตายอยู่ในนั้นได้หรือ!

ขอทรงคำนึงให้ดี ชายคนนี้เป็นคนต่างชาติ เขาอาจเป็นสายลับของดินแดนอื่น หรือต้องการใช้พระองค์เป็นเครื่องมือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจเหนืออาณาจักรของพวกเราก็ได้

ไม่จริงเด็ดขาด!

เปล่าประโยชน์ แอชเด็กหนุ่มแทรกขึ้นพวกมันไม่ฟังหรอก หากมีโอกาสก็คงจะจับตัวข้าให้ได้ไม่ว่าจะเป็นหรือตายด้วย

ถ้าอย่างนั้น...

มีแต่ต้องหนีไปให้ได้ อาเมียร์คิดพร้อมกับกระชับแขนของเธอ แต่มิได้เอ่ยออกไป

เวลานี้ทั้งสองก้าวตัดเส้นทางบนหลังคา จนเห็นได้ชัดว่ากำลังจะออกจากลานโล่งสุดเขตตรอกขนปลาซึ่งพอมีผู้คนอยู่บ้างแล้ว อย่างไรก็ดี กลุ่มชาวประมงปลอมท่าทางประหลาดต่างล้อมปิดแทบทุกทางเบื้องล่างจนดูเหมือนจะเหลือเพียงทางเลือกเดียว

เมื่อนั้น อาเมียร์จึงสังเกตเห็นเกวียนใหญ่ที่จอดขวางทางอยู่ เป็นเกวียนขนฟางซึ่งสูงจนต้องใช้เวลาพอสมควรในการปีนข้าม มันจอดกั้นระหว่างลานกว้างและตรอกเล็กๆ สายหนึ่งที่สามารถลัดเลาะไปทางตัวเมืองได้

ต้องเสี่ยงลงไปตรงนั้น แล้วอาศัยความเร็วไปให้ถึงศาลาเมืองก่อนพวกมันทันเข้าถึงตัว

หากเป็นเขาคนเดียวอาจจะทำได้ แต่หากพาแอชไปด้วย...

ไม่สิ หากจะให้แอชไปให้ถึงศาลาเมือง ให้เธอปลอดภัย...

...ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตาม...

เด็กหนุ่มพลันหัวเราะออกมา ท่ามกลางสายตาประหลาดใจซึ่งแวบขึ้นบนใบหน้าเครียดขมึงของทุกคนในที่นั้น

ให้ตายสิ ไม่ว่านายของพวกเจ้าจะเป็นใคร ก็นับว่าฉลาดใช้ได้จริงๆ

อาเมียร์สะบัดแขนของเจ้าหญิงที่คล้องอยู่กับแขนของเขาออกไป ครั้นแล้วก็พลิกตัว ทิ้งดาบของตนแต่คว้าข้อมือที่ถือมีดสั้นของเธอ ปลดมีดประจำราชวงศ์นั้นมาอย่างง่ายดาย ขณะที่อีกมือหนึ่งคว้าข้อมือซ้ายของเด็กสาว บิดไพล่หลังในชั่วครู่เดียวกัน

แอชลีนน์หลุดเสียงร้องอย่างตกใจ ก่อนจะเงียบไปในทันทีเมื่อคมมีดจรดลงริมลำคอของตน

กลุ่มชายติดอาวุธดูตื่นตระหนกขึ้นโดยพลัน แต่ไม่ช้าก็ดูเหมือนจะคุมสติได้และเพียงแต่กระชับดาบในมืออย่างระแวดระวังยิ่งกว่าเดิมเท่านั้น

คิดจะนำชีวิตของเจ้าหญิงมาขู่พวกเรารึ

ใครคิดเล่า ว่าข้าจะเล่นลูกไม้ตื้นๆ พวกนั้นเด็กหนุ่มพยายามทำเสียงเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเมื่อข้าเป็นปีศาจจริงๆ อย่างที่ไอ้เถระแก่พูดนั่นละ

“...อย่าพูดจาเพ้อเจ้อ พวกเราไม่หลงกลเจ้าหรอก

เพ้อเจ้อ?” อาเมียร์คลี่ยิ้มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ยิ้มอันโหดเหี้ยมและไร้ความรู้สึกใดๆ ของมนุษย์หากข้ากรีดลำคอสวยๆ ของเจ้าหญิงของเจ้าเสียตรงนี้ แล้วชุบชีวิตนางขึ้นมาเป็นราชินีอมตะเคียงคู่กับข้า หนอนแมลงหน้าโง่อย่างพวกเจ้าจะยังหาว่าปีศาจเช่นข้าเพ้อเจ้ออีกไหมล่ะ

บรรยากาศอันตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ จนกระทั่งเด็กหนุ่มได้ยินเสียงลั่นของหน้าไม้

เขารู้ว่ามันกำลังพุ่งเข้ามาจากข้างหลัง จากพลซุ่มยิงซึ่งคงประจำอยู่แต่แรกเพื่อเล็งหามุมที่จะปลิดชีพของเขาโดยพยายามไม่ให้เจ้าหญิงได้รับอันตรายไปด้วย

และเขาก็เพิ่งเปิดแผ่นหลังของตนให้แก่มันเมื่อครู่นี้เอง

อย่างไรก็ดี อาเมียร์ไม่ยี่หระแต่ประการใด เขาเพียงยืนเฉยต่อเสียงหวีดหวิวแหวกอากาศ ก่อนจะรู้สึกได้ว่าศรหน้าไม้ปะทะเข้ากับกำแพงหนาเบื้องหลังตน และทิ้งซากที่ถูกความว่างเปล่าบีบอัดจนหักสะบั้นลงบนหลังคาในไม่ช้า

เสียงอุทานเริ่มดังขึ้นประปราย ดูเหมือนกลุ่มรบฝีมือดีทั้งหมดจะยังไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

ก็อย่างที่พวกเจ้าเห็นเด็กหนุ่มเอ่ยเรียบเรื่อยไม่ว่าอาวุธใกล้หรือไกลก็ทำอันตรายข้าไม่ได้ ถึงอย่างนี้ยังจะทิ้งศพพวกเจ้าให้ข้าข้ามไปง่ายๆ อีกหรือเปล่า

อาเมียร์! หยุดนะ! ท่านอย่ายอมแพ้มันสิ!แอชกลับร่ำร้องและดิ้นรนจนกระทั่งอาเมียร์ต้องรั้งคมมีดออกห่างเล็กน้อยและบิดข้อมือซ้ายแรงขึ้น ให้เธอเจ็บจนไม่อาจขัดขืนเสียก่อน ต่อให้ไม่อยากทำร้ายเธอแม้เพียงปลายเล็บ...ไม่ว่าด้วยเหตุประการใดก็ตาม

ข้าขอโทษ...แอช อาเมียร์นึกในใจ ข้าทำเพื่อเจ้า...ไม่ได้หวังให้เจ้าเข้าใจหรือให้อภัย...

แต่หวังให้เจ้าปลอดภัย...เท่านั้น

มือที่จับแขนของเด็กสาวไพล่หลังค่อยๆ เลื่อนไปกุมมือนั้นไว้แทน จากนั้นก็ออกแรงกดช้าๆ สั้น...ยาว...สั้น...ยาว...เป็นจังหวะ

...และหวังให้เธอเข้าใจการกระทำนั้น

 

แอชลีนน์หวาดหวั่นถึงที่สุดเมื่อนึกไปว่าอาเมียร์เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งแล้ว อย่างน่ากลัวเสียจนเธอไม่อาจทำอะไรได้เลย...หากว่าการบีบที่ย้ำซ้ำๆ บนมือซึ่งคลายความแรงลงจะไม่เรียกสติคืนมาเสียก่อน

แอช ฟังข้า

เขาย้ำเช่นนั้นอยู่สองครั้ง จึงได้เปลี่ยนรหัสเป็นถามว่าหากเข้าใจให้บีบตอบสามครั้ง เด็กสาวทำตาม ก่อนจะรอรหัสสัญญาณมือต่อไปจากเด็กหนุ่ม

โดด รถขนฟาง วิ่ง ศาลาเมือง

คนเดียว

เจ้าหญิงตั้งท่าจะบีบค้าน แต่ไม่อาจนึกรหัสได้เร็วเท่าอีกฝ่าย

อย่าเถียง เจ้าสำคัญสุด ข้าไม่เป็นไร

เขาไม่ฆ่าตอนนี้ เจ้าช่วยสามคน ทีหลัง

แต่ว่า...แอชลีนน์กระซิบ ทว่าไม่ทันอาเมียร์กระชากตัวเธอไปทางหนึ่งและผลักลงจากหลังคา

ร่างของเด็กสาวกระแทกพื้นนุ่มหยุ่นโดยไม่บาดเจ็บ แต่ขณะเดียวกันก็ยังแรงจนมึนงง ใช้เวลาอีกครู่จึงตั้งสติได้ว่าตนร่วงลงมาบนเกวียนที่มีลอมฟางซ้อนกันเป็นตั้งซึ่งจอดขวางตรอกเล็กๆ ตรอกหนึ่งอยู่

...เป็นทางเดียวที่พวกชาวประมงปลอมไม่อาจข้ามเกวียนมาดักรอ

อาเมียร์กระโดดลงมาตามเธอ ฉุดแขนให้ลุกขึ้นยืนและร้อง

ลงไป! รีบไปทางนั้น!

เขาพูดอย่างนั้น แต่ก็กลับกระโจนลงไปอีกทางหนึ่ง...ทางลานกว้างที่พวกมันรออยู่ แล้วก็ตรงเข้ารับหน้าใครก็ตามที่มุ่งหน้ามาทางเกวียน...ทั้งๆ ที่เวลานี้เขาถือเพียงมีดสั้นประจำราชวงศ์ของเธอ สกัดกั้นศัตรูเพื่อให้เธอหนีรอดไปได้คนเดียว

เป็นอย่างนี้...เป็นอย่างนี้ทุกที!

เด็กสาวรู้...ทุกคนอยากให้เธอปลอดภัย ใครๆ คิดกันว่าต่อให้ตนเองต้องตาย ก็จะต้องให้แอชลีนน์หรือเจ้าหญิงรอดชีวิตไปให้ได้ แต่ถึงอย่างนั้น...

เธอควรลุกขึ้นยืน กลับหันหลังและวิ่งไป ทิ้งอาเมียร์ไว้ข้างหลัง เหมือนกับเสด็จพ่อ เสด็จแม่ และเสด็จพี่...

แต่...ข้าทำไม่ได้

เด็กสาวทำได้เพิ่งนิ่งงันอยู่บนนั้น ดูชาวประมงตัวปลอมกลุ้มรุมเด็กหนุ่มซึ่งแย่งดาบเล่มหนึ่งมาได้สำเร็จ แต่ต่อให้ปัดป้องคุ้มกันตนเองได้อย่างไร ก็ย่อมจะเหนื่อยอ่อนในไม่ช้า ยิ่งไม่นับว่ามีกลุ่มคนที่แต่งกายอย่างเจ้าหน้าที่ท่าเรือหรือนักรบซึ่งยังไม่รู้สังกัดเข้าสมทบแทนที่ คนเหล่านั้นไม่มีวันไว้ชีวิตอาเมียร์ ไม่มีวันเด็ดขาด

แอชลีนน์จึงตัดสินใจกระโดดลงจากเกวียน

...แต่ไม่ใช่ด้านที่เด็กหนุ่มต้องการให้เธอไป

ข้าอยู่นี่แล้ว! พวกเจ้าจับข้าไป! แต่ปล่อยอาเมียร์ รูอาร์ค กับชาลัวห์ไปเดี๋ยวนี้!เด็กสาวตะโกนข้าจะสั่งให้ท่านเบเรคคุมตัวพวกเขาไว้เอง! ข้าบอกให้หยุดไงเล่า!

ไม่มีประโยชน์ ไม่มีใครฟัง ดูเหมือนอาเมียร์จะสบถอะไรออกมาคำหนึ่ง แต่เขาก็ติดพันกับศัตรูจนไม่อาจเข้ามาหาเธอ

ผู้ที่ทำเช่นนั้นกลับเป็นใครคนอื่น ซึ่งเจ้าหญิงไม่ทันคาดเลยในสถานการณ์นี้

ฝ่าบาท! ทรงปลอดภัยหรือไม่!

เป็นเสียงของดูลัสซึ่งยึดแขนของเธอไว้แน่นในทันที โดยที่แอชลีนน์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเข้ามาถึงตัวเธอได้อย่างไร

ปล่อยอาเมียร์!เด็กสาวหันขวับไป บอกด้วยเสียงกราดเกรี้ยวสั่งให้คนของท่านปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!

ขอประทานอภัย กระหม่อมไม่อาจทำได้

ทำไม!

เขาเป็นคนร้ายที่ทางการต้องการตัว

เขากำลังจะไปมอบตัวกับท่านเบเรค! ที่ข้าพาเขาออกมาก็เพราะ—”

กระหม่อมทราบ แต่กฎต้องเป็นกฎ ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะแอชลีนน์เงยหน้า ขึ้นเห็นเพียงสายตาเรียบเฉยเย็นชาของราชองครักษ์หนุ่มหากองค์หญิงทรงประสงค์ให้เขารอดชีวิตแบบไม่บุบสลาย ก็ขอให้ตรัสบอกให้เขายอมจำนนแต่โดยดีเถิด ไม่เช่นนั้น...

ไม่เช่นนั้น...อะไรเด็กสาวถามเสียงสั่นกับรอยยิ้มเยือกเย็นของคู่สนทนา

ไม่เช่นนั้น...เราคงต้องเปลี่ยนแผนการให้รุนแรงขึ้น

แอชลีนน์พยายามสะบัดตนเองออกจากเงื้อมมือของเขา แต่ไม่เป็นผล ดูลัสยึดแขนของเธอไว้แน่นหนา แม้เด็กสาวจะตะโกนบอกเด็กหนุ่มซึ่งเหลือบมาอย่างพะวักพะวงกลางวงล้อม เหมือนกับเห็นแล้วว่าเธอก็ไม่อาจหนีรอดเช่นกัน

อาเมียร์! ไม่ต้องห่วงข้า! ท่านรีบหนีไป! สลัดหลุดจากพวกมันแล้วรีบไปเสีย!

กระนั้น เด็กหนุ่มก็ยังคงสู้ต่อไป อาจเพราะเขาไม่อยากทิ้งเธอไว้ หรืออาจเพราะเขาเองก็ไม่มีทางปลีกตัวออกจากหมู่คู่ต่อสู้มากมายเพียงนี้ได้ กระนั้น กำลังแรงของอาเมียร์ก็ยังคงมากจนน่าตกใจ หากจะทำให้เขาจำนนได้คงมีเพียงตรึงกำลังจำนวนมากเข้ากลุ้มรุมถ่วงเวลาจนเหนื่อยอ่อน หรือมิเช่นนั้นก็...

สีแดงสาดกระจายกลางอากาศ

เจ้าหญิงนิ่งอึ้งไปเพียงครู่เดียวก็กรีดร้องสุดเสียง

ร่างของอาเมียร์นิ่งค้างอยู่กลางวงล้อม...เชื่องช้า...เหมือนเนิ่นนานเป็นนิรันดร์...แต่ที่แท้เป็นเพียงชั่วอึดใจ...ก่อนที่เขาจะทรุดราบลงกับพื้น

ท่ามกลางของเหลวสีแดงมากมายซึ่งอาบกายของเขา และไหลนองไปบนพื้น...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #19 me-dog (@dogfonza) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 23:31
    อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกเลยแฮะว่าแอชเป็นเจ้าหญิงแค่ในนามจริงๆ ด้วย เพราะแม้แต่ทหารเลว (หน่วยเรเวนนี่นับเป็นทหารมั้ยเนี่ย) ยังไม่ให้น้ำหนักคำพูดเธอเลย /ตบบ่าปลอบใจ ได้แต่หวังว่าหลังจากเหตุการณ์นี้คุณเธอจะปรับความเข้าใจกับอาเมียร์ (ทั้งเรื่อง 'ทัมมุซ' เรื่องที่เป็นอดีตเจ้าชาย และอะไรหลายๆ อย่าง) แล้วก็ตอบตกลงเรื่องที่อาเมียร์ตั้งใจจะปั้นเธอให้เป็น 'ราชินี' แบบไม่ต้องอยู่ใต้เงาชายใด เพราะแอชก็น่าจะได้เรียนรู้แล้วเนอะว่าถ้ามีอำนาจในฐานะเจ้าแผ่นดินทั้งโดยพฤตินัยและนิตินัย การปกป้องคนที่กำลังทุกข์ทรมานอยู่ตรงหน้าย่อมไม่ใช่เรื่องที่เกินความสามารถอีกต่อไป (จะไม่บอกว่าทำได้ง่ายๆหรอก แต่อย่างน้อยเธอก็จะอยู่ในฐานะที่ 'สามารถทำได้' แล้วน่ะ)
    #19
    1
    • #19-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 51)
      30 กันยายน 2560 / 10:28
      หน่วยเรเวนนับเป็นทหารประจำมณฑลค่ะ (ซึ่งที่จริง ดูลัสแอบเอามาใช้ในยาร์ลาธนี่ถือว่าผิดนะคะ เพราะไปซ่าในเขตปกครองของคนอื่น แต่ดูลัสเล็งเห็นแล้วว่าสามารถอ้างได้ว่าท่านผู้สำเร็จราชการอยู่ฝ่ายตัวเองในการพาเจ้าหญิงกลับมา)

      และเพราะหน่วยเรเวนถือว่าดูลัสกับแฟคท์นาเป็นนาย ก็เลยไม่ฟังคำสั่งของแอช แม้ว่าแอชจะเป็นเจ้าหญิงก็ตาม

      แอชยังต้องเรียนรู้อีกมากเหมือนกันค่ะ ตอนนี้เธอเป็นเหมือนเด็กที่มีปมกับการสูญเสียครอบครัว ก็ทำสิ่งที่หุนหันพลันแล่นไปไม่น้อยแหละนะ
      #19-1
  2. #17 harp-life (@fate13) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 06:22
    รำคาญดูลัสจิงๆๆ
    #17
    1
    • #17-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 51)
      30 กันยายน 2560 / 00:17
      อ่ะ ถ่าดูลัสเป็นนักแสดงไปเดินตลาดนี้คงเจอเปลือกทุเรียนยกสวนสินะ...
      #17-1
  3. #16 yafi (@yafi) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 21:52
    อยากให้ดูลัสรู้ธาตุแท้พ่อตัวเองไวๆ
    #16
    1
    • #16-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 51)
      30 กันยายน 2560 / 00:14
      ไม่ช้าจะได้รู้แน่นอนค่ะ...
      #16-1