The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 50 : 20 - ความกลัวและความจริง "ความสุขของข้า 'คือ' สิ่งที่ท่านต้องการไม่ใช่หรือ อาเมียร์"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 ก.ย. 60

บทที่ ๒๐

ความกลัวและความจริง

 

ปวดศีรษะอีกแล้ว...

อาเมียร์แทบครางเมื่อค่อยๆ ได้สติอีกครั้ง หลังจากรู้สึกราวกับฝันวกวน ทั้งเรื่องตกน้ำ ภาพประหลาดต่างๆ นานาที่เห็น...แล้วยังเรื่องทะเลาะกับแอช...

นั่นสิ มันต้องเป็นความจริงไปไม่ได้เด็ดขาด เขาน่ะหรือจะ...จูบเธอ แล้วก็จำไม่ได้เสียเองจนเธอโมโหขึ้นมาแบบนั้น

ต้องฝันเพ้อไปเพราะเป็นไข้แน่ๆ

ถ้าไม่เป็นไข้ จะมีผ้าชุบน้ำวางอยู่บนหน้าผากของเขาได้อย่างไร และคนวางก็คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก...

“...แอช

ขออภัยด้วย ที่ไม่ใช่หวานใจเจ้าเสียงของใครอีกคนตอบมาอย่างแห้งๆข้าวใหม่ปลามันกันจริงนะ ตื่นแล้วถึงเรียกหากันทันทีเชียว

เด็กหนุ่มนึกอยากก่อคดีฆาตกรรมในห้องพักบนเรือเดินสมุทรขึ้นตงิดๆ ...แต่ติดที่สภาพร่างกายไม่อำนวย

ก็ปรกติเจ้าจะให้นางพยาบาลข้า แล้วข้าคิดถึงนางเป็นคนแรกจะแปลกตรงไหน

ขอรับ...ขอรับ ไม่แปลกเลยสักนิดเดียวขอรับอาจารย์ ที่แปลกคงเป็นว่ายายเจ้าหญิงเปี๊ยกตอนนี้ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน แถมทิ้งท่านให้นอนสลบอยู่บนพื้นแบบนั้นกระมัง

อาเมียร์จ้องหน้าไม่อินังขังขอบของอีกฝ่ายทั้งที่ยังไม่อาจลุกขึ้น

เจ้าไม่รู้ว่านางอยู่ที่ไหน?”

แต่อย่างน้อยก็ต้องอยู่บนเรือลำเดียวกันไม่ใช่หรือรูอาร์คย้อนเจ้าคงไม่ได้ทำอะไรให้นางน้อยใจจนเตะก้านคอเจ้าสลบคาห้อง แล้วหนีไปโดดน้ำตายใช่ไหมล่ะ

เด็กหนุ่มผมดำไม่ตอบ แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะกังวลเมื่อความนึกคิดต่างๆ ค่อยๆ กระจ่างชัดขึ้น

หากเรื่องที่เขาปวดศีรษะจนหมดสติไปเป็นความจริง มูลเหตุที่ทำให้ปวดศีรษะ...เช่นเรื่องความทรงจำที่เห็นจากแอช...จะไม่เป็นความจริงไปด้วยหรือ

...แต่เป็นไปไม่ได้ เขาไม่มีวันคิดล่วงเกินแอชอย่างนั้น ไม่มีวันเด็ดขาด...

...ต่อให้อยากรั้งเธอไว้ข้างกายสักเพียงไรก็ตาม...

เขายังไม่รู้จริงๆ ...ว่าทำไมแอชถึงมีความทรงจำที่น่ากลัวอย่างนั้นเกี่ยวกับตน ยิ่งไม่รู้ว่าตัวเขาทำลงไปจริงๆ หรือไม่...แต่ในเมื่อเธอโกรธและเสียใจ ก็ต้องขอโทษไม่ใช่หรือ ยิ่งในเมื่อเด็กสาวยอมทำเพื่อช่วยชีวิตเขาถึงขนาดนี้

เขาต้องขอโทษเธอจริงๆ

รูอาร์คสุดท้าย อาเมียร์ก็ตัดสินใจขอร้องสักครั้ง (ไม่ว่ากระรอกแดงจะทวงบุญคุณเป็นอะไรก็ตาม)ช่วยไปตามแอชมาตอนนี้เลยได้ไหม ข้ามีเรื่องสำคัญต้องพูดกับนาง

ไม่นึกเลย...ยังมีเรื่องให้เขาปวดหัวยิ่งกว่าเดิมได้มากนัก

เรื่องอะไร แหวน? ชุดแต่งงาน? หรือจะมีลูกสักกี่คนดี? ปรึกษาข้าก่อนก็ได้...

เจ้าหัวแดงปากอยู่ไม่สุขเผ่นแผล็วไปที่ทางออกจากห้องทันทีเมื่อเด็กหนุ่มรวบรวมแรงแขน หยิบผ้าชุบน้ำบนหน้าผากขึ้นเงื้อเหมือนจะขว้างใส่

“...ให้ตาย เนื้อคู่กันชัดๆ วิธีตอบโต้ลอกแบบกันมาไม่มีผิดรูอาร์คทิ้งท้ายเป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะปิดประตูลง

 

ท่านคงทราบแล้ว ว่าในโลกนี้มีเวทมนตร์อยู่สองประเภทหญิงผู้อ้างตัวว่าชื่อมาลิอาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ดังชัดเจน ไม่ได้เบาจนเป็นกระซิบ ราวกับไม่เกรงกลัวคนอื่นจะได้ยินแต่ประการใดเวทมนตร์แห่งแสงสว่างของสาวกสุริยเทพ และเวทมนตร์แห่งความมืดของสาวกอสุรเทพ อ้อ...ท่านไม่ต้องกังวลหรอกว่าความลับจะรั่วไหล ข้ากางข่ายมนตร์ป้องกันไม่ให้ใครมองเห็นหรือได้ยินพวกเราไว้แล้ว

แอชลีนน์ได้แต่กะพริบตาปริบๆ เมื่ออีกฝ่ายดักความคิดไว้ทันที มิหนำซ้ำยังเสริมเหมือนกับล่วงรู้ความคิดต่อมาของตนด้วย

ใช่ ที่เจ้าชายแห่งความมืดเข้าไปหาท่านได้ถึงวังชั้นในก็เป็นเพราะเวทมนตร์อย่างเดียวกัน แต่เขาทำลงไปโดยไม่รู้ตัวหรอกนะนางรำตาบอดยักไหล่อาณาจักรของเขาเป็นสาวกของเทพองค์นั้น และถูกทำลายด้วยเหตุนั้น ท่านเคยได้ยินไม่ใช่หรือ...อาณาจักรของกษัตริย์ดอร์มินกับราชินีสิมาริเมส ผู้เป็นต้นกำเนิดแห่งความเลวทรามทั้งปวงในโลกนี้

ท้ายประโยค ผู้เอ่ยทำเสียงราวกับประชดประชัน แต่ผู้ฟังกลับตกใจด้วยเหตุอื่น

แต่...อาณาจักรมนตรานั่น...

ล่มสลายไปเป็นพันๆ ปี ใช่มาลิอารับแต่ท่านก็คงทราบเช่นกันว่าฝ่ายมนตร์มืดมีเวทบิดผันกาลเวลา บังคับเวลาในสถานที่หนึ่งให้เดินเนิ่นช้าไปกว่าอีกที่หนึ่งได้...และนั่นเอง คือเหตุที่เจ้าชายรัชทายาททัมมุซมาปรากฏตัวต่อหน้าท่านได้ในเวลานี้

หากปราศจากเวทมนตร์ที่ตรึงร่างกาย แอชลีนน์อาจจะเข่าอ่อน ทรุดฮวบลงไปเสียแล้ว

ใช่ว่าเธอไม่เคยได้ยิน...กษัตริย์ดอร์มินผู้ถูกราชินีสิมาริเมสล่อลวงให้กลายเป็นปีศาจ และโอรสผิดประหลาดของทั้งสอง เจ้าชายรัชทายาททัมมุซ ซึ่งเจ้าหญิงในวัยเยาว์เคยเห็นภาพน่าเกลียดน่ากลัวผิดมนุษย์ในหนังสือภาพวาด เป็นเด็กทารกในครรภ์ขนาดยักษ์ที่มีหมอกพิษรอบกาย

แล้ว...พ่อแม่ของเขา...เด็กสาวถามอย่างลังเล

ชายที่เจ้ารู้จักในนามซิอ์บุลคือพระอนุชาเนมอส ส่วนสิมาก็คือราชินีสิมาริเมส ทั้งสองรอดชีวิตมาพร้อมกับเจ้าชาย...

พระอนุชาเนมอส...หมาป่ายักษ์ร้อยหัว สิมาริเมส...มารดาแห่งหญิงคณิกาทั้งมวล แอชลีนน์ยิ่งทำสีหน้าไม่ถูก

พวกเขาไม่มีเจตนาร้ายหรอกสายตาของเด็กสาวนางรำยิ่งดูมืดมนราวกับมีอายุมากกว่าผู้ฟังเสียเป็นร้อยเป็นพันปี ทว่าขณะเดียวกันก็ยังอ่อนโยนอย่างประหลาดท่านเนมอสกับท่านสิมาริเมสเพียงต้องการใช้ชีวิตด้วยกันอย่างสงบ ส่วนเจ้าชายทัมมุซเพียงแต่เจ็บปวด เคืองแค้น และขมขื่น ท่านเองเคยสูญเสียผู้ที่ไม่อาจทดแทนได้ไปเหมือนกับเขา ย่อมเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้นดี ปัญหาอยู่ที่ว่าเขามีอำนาจที่ตัวเขาเองไม่ควรมี...อำนาจแห่งความมืดซึ่งข้าไม่เคยเห็นเลยว่าสามารถทำให้ใครมีความสุขอย่างแท้จริง

ถึงอย่างนั้น เพราะผู้ที่เขารักและไม่อยากสูญเสียไปอีกถูกทำร้าย เขาจึงได้พยายามใช้พลังที่ไม่ควรมีอยู่รักษามันเอาไว้...เรียกได้ว่าใช้จนถึงขั้นไม่อาจถอยกลับ ข้ากับนักบวชลูเธียนได้พบเขาในตอนนั้น...มีเรื่องมากมาย...แต่สุดท้าย ทุกคนก็ช่วยให้มันจบลงได้ด้วยดี เราใช้มนตร์แห่งความมืดกับแสงสว่างประสานกัน ผนึกอำนาจมหาศาลของเขาเอาไว้พร้อมกับความทรงจำที่เขาอยากลืมเลือนไปมาลิอาถอนหายใจเขาก็แค่อยากใช้ชีวิตสงบสุขเหมือนกับคนธรรมดา…‘พวกเราแทบทุกคนต้องการเพียงเท่านี้กันทั้งนั้น

นางรำชาวทรายเงียบไป เธอเพียงหยิบกล้องยาขึ้นมาสูดอึกหนึ่งและหมุนเล่นช้าๆ ในมือ จนกระทั่งเจ้าหญิงแห่งธีร์ดีเรประมวลความทั้งหมดจนสิ้นแล้วจึงเอ่ย

หมายความว่า...ที่เขาบอกว่าจะกอบกู้อาณาจักรขึ้นมาอีก ก็เป็นเพราะ...ถูกอำนาจนั่นครอบงำหรือ แล้วเรื่องที่เขาฆ่าคนทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจก็เหมือนกัน

ท่านเข้าใจเร็วดีนี่ เจ้าหญิงมาลิอาค้อมศีรษะใช่ ผู้ที่มีโลหิตดำหรือแหล่งอำนาจมนตร์มืดอยู่ในกายก็มักจะมีส่วนหนึ่งของจิตตนที่เหมือนกับคนแปลกหน้า เป็นก้อนอำนาจมืดที่อยู่ใกล้ชิดมนุษย์จนเกินไป...กระทั่งเกิดมีความรู้สึกนึกคิดขึ้นมาอย่างนี้เอง...แต่ต่อให้บอกว่ามีความรู้สึกนึกคิดมันก็ยังเป็นสิ่งที่ซื่อตรงและบิดเบี้ยวกว่าจิตของมนุษย์จริงๆ นัก

แอชลีนน์เลิกคิ้ว ด้วยไม่ใคร่เข้าใจว่าลักษณะทั้งสองประการจะไปด้วยกันได้อย่างไร

เช่นนั้น ขอให้ตอบตามตรง...ท่านเห็นว่าอาเมียร์ที่แสดงความปรารถนาต่อท่านเมื่อคืนนี้ชั่วร้ายหรือไม่

เด็กสาวนิ่งงัน

ชั่วร้าย...อย่างนั้นหรือ ที่จริงแอชลีนน์ก็อยากครองคู่กับเขา อยากให้เขาแสดงความรักต่อเธอ แต่เพราะรู้ว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อธีร์ดีเร จึงไม่อาจเรียกร้องและคาดหวัง ยิ่งไม่อยากให้เขาตอบรับความรู้สึกของเธอโดยมีจุดประสงค์อื่น...เช่นการครอบครองอาณาจักรของเธอและกอบกู้อาณาจักรของตน...อยู่ในใจ

และที่บอกว่าอยากให้แสดงความรัก...ก็ไม่ใช่ด้วยวิธีเช่นนั้น ไม่ใช่สัมพันธ์ทางกายที่ไม่เหมาะสมอย่างนั้น

อย่างนี้ จะเรียกว่าชั่วร้ายก็ได้ใช่ไหม

หากว่าการรักษาสภาพจิตใจและสนองความปรารถนาของตนโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่นหรือความถูกต้องเหมาะสมใดๆ คือความชั่วร้ายในมุมมองของมนุษย์ก็คงจะใช่มาลิอาเอ่ยขึ้นแต่ก้อนอำนาจมืดจะคิดเช่นนี้เอง...เพื่อให้ตนอยู่รอด เพื่อให้ได้สิ่งที่ปรารถนา จะไม่สนทุกสิ่งที่ซับซ้อนไปกว่านั้น และเพราะซื่อตรงเช่นนี้ จึงได้ดูบิดเบี้ยวในสายตาของมนุษย์ทั้งปวง...แม้กระทั่งจิตอีกส่วนของตนเอง ซึ่งต่อให้ต้องการสิ่งที่อำนาจมืดพยายามสนองอยู่ลึกๆ ก็จะมีสำนึกละอายในความไม่ถูกต้องเหมาะสมต่างๆ จนไม่อาจยอมรับ

หมายความว่า...อาเมียร์เองก็...เด็กสาวพึมพำได้เท่านั้น ใบหน้าก็ร้อนผ่าวจนพูดอะไรไม่ออก

แต่มันก็ไม่ผิดไม่ใช่หรือหญิงตาบอดแย้งข้าหมายถึง...ไม่ผิดที่ปรารถนา โดยเนื้อแท้แล้ว มนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรารถนาความสุขของตัวอย่างนี้เอง

แต่...ถึงอย่างไรมันก็เป็นจริงไปไม่ได้แอชลีนน์พยายามดึงเหตุผลเข้ามาใช้เราครองคู่กันไม่ได้ หากทำอย่างนั้น...จะมีปัญหามากมาย ข้าจะทำให้เขากับชาวธีร์ดีเรต้องลำบากเดือดร้อนไปด้วย อาเมียร์ตัวจริงก็...คงไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น

มาลิอากลับแค่นเสียงโดยไม่คาดฝัน

ท่านพูดเหมือนกับจิตอีกด้านนั้นเป็นตัวปลอมที่ไม่ต้องใส่ใจตั้งแต่แรกอย่างนั้น

เอ๋...

อย่าหาว่าข้ายุ่มย่ามไม่เข้าเรื่องเลยนะ เจ้าหญิงแอชลีนน์เสียงของเด็กสาวเคร่งขรึมขึ้นอาเมียร์ต้องการความช่วยเหลือ และท่านจะไม่มีวันช่วยเขาได้เลย...หากไม่คำนึงถึงทุกๆ สิ่งที่เป็นตัวเขา...รวมถึงสิ่งที่กระทั่งตัวเขาเองก็ยังไม่ยอมรับด้วย

แอชลีนน์ยังคงไม่เข้าใจ ทว่าคู่สนทนากลับเอาแต่เงียบไปครู่หนึ่งจึงได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

เอาเถอะ สมควรแก่เวลาแล้ว อาเมียร์คนที่ต้องการคุยกับท่านในตอนนี้ไม่ใช่คนที่ท่านกลัวในเวลานั้น ท่านตัดสินใจเองก็แล้วกันว่าจะทำอย่างไรต่อไปมาลิอาหันร่างมาเผชิญหน้ากับเธอ ก่อนจะโค้งกายและถอนสายบัวให้อย่างอ่อนช้อยและหากการตัดสินใจของเราต้องกัน มาลิอาผู้นี้ก็คงจะได้พบเจอท่านอีก

ครั้นแล้ว นางรำตาบอดผู้ลึกลับก็ผละจากไป ทิ้งให้เจ้าหญิงนิ่งอึ้งอยู่อีกครู่หนึ่งจึงเพิ่งค้นพบว่าตนเองสามารถขยับร่างกายได้ตามปรกติอีกครั้ง

 

เจ้าใส่อารมณ์จนเกินไป ตอนท้ายถึงไม่ทันได้พูดให้กระจ่างเสียที

นักดนตรีชาวทรายกำมะลอเอ่ยทันทีที่เด็กสาวนางรำเดินเข้ามาใกล้เขาซึ่งยืนซ่อนตัวอยู่ไม่ห่างนี่เอง

ก็ยังดีกว่าใครบางคน พูดแค่ประโยคเดียว ผู้หญิงก็วิ่งหนีเสียแล้วมาลิอาชายตาใส่เขาอย่างยั่วเย้าผู้หญิงมีอารมณ์เป็นที่ตั้ง หากไม่ใส่ใจบ้าง เจ้าก็ไม่มีวันจีบใครติดหรอกนะ

ข้าก็ไม่รู้จะไปจีบใครลูเธียนตอบหน้าตายมีเจ้าอยู่ใกล้ๆ ก็ปวดหัวเกินพอแล้ว

งั้นรึหญิงตาบอดรับพร้อมกับเอียงใบหน้าเข้ากระซิบงั้นข้าจะแสดงความรับผิดชอบ ช่วยแก้ให้หายปวดดีไหม

ไปแก้ที่เจ้าหญิงก่อนเถอะพระมหาเถระหนุ่มเปลี่ยนเรื่องทันควันแค่นี้นางก็สับสนมากพอแล้ว เจ้ายังจะให้นางไปทำความเข้าใจจิตด้านมืดนั่นอีก ไม่กลัวนางเป็นอันตรายบ้างหรือ

หน้าที่ปกป้องลูกแกะไร้เดียงสาจากมนตร์มืดเป็นของท่านนักบวชผู้พิสุทธิ์ ข้าคงไม่บังอาจยุ่งเกี่ยวมาลิอายักไหล่แต่พูดจริงๆ ...เจ้าคงไม่คิดว่าปัญหานี้จะแก้ไขได้ง่ายดายเพียงแค่สะกดอำนาจของคัมภีร์อนธการไว้อีกครั้งหรอกนะ ในเมื่อจิตอีกด้านของทัมมุซพัฒนาขึ้นมาได้ถึงเพียงนี้แล้ว

แต่ภาระก็ไม่ควรจะไปลงที่เจ้าหญิง นางมีปัญหาของนางเองมากพออยู่แล้วชายหนุ่มเอ่ยเสียงแข็งข้ารู้หรอก เจ้าพูดแบบนั้นเพราะเห็นเรื่องของตัวเองแทนที่เรื่องของเขากับนางชัดๆ

แม่มดดำยักไหล่ซ้ำเหมือนไม่ยี่หระ

พระมหาเถระ การล่วงล้ำจิตใจผู้อื่นเป็นความสามารถของมนตร์มืด อย่าอวดโอ้เหมือนตัวเองก็ทำได้เลย เดี๋ยวเวทขาวในตัวเจ้าจะเสื่อมเปล่าๆมาลิอาผละไปจากเขาอีกคนอย่าว่าแต่เจ้าเดาผิด หากข้ายังยึดติดกับเรื่องนั้นอยู่ ข้าจะแยกจากสองคนนั้น มาใช้ชีวิตตามสบายตัวเอง หาเพื่อนดื่มเพื่อนคบอย่างเสรีได้แบบนี้หรือ

นักบวชหนุ่มได้แต่มองตามคู่สนทนาที่ผละจากไป ครั้นแล้วก็โคลงศีรษะอย่างอ่อนใจ

...ผู้หญิงปากแข็งอย่างนี้กันทุกคนหรือเปล่าหนอ...

 

เจ้าเปี๊ยก

รูอาร์ค

คนทั้งสองพบกันในทางเดินของเรือ ราวครึ่งทางก่อนถึงห้องพัก ครั้นเรียกชื่อพร้อมกันแล้วต่างก็เงียบกันไปครู่หนึ่ง

อาเมียร์มีเรื่องจะพูดกับเจ้า

ข้ามีเรื่องต้องพูดกับอาเมียร์

ต่างฝ่ายนิ่งอึ้งกันไปอีกรอบ ก่อนที่รูอาร์คจะแสร้งถอนหายใจให้ตายสิ ไม่ต้องมาทำใจตรงกับข้าก็ได้ ประเดี๋ยวเขาหึงจนฆ่าข้าขึ้นมา ข้าจะซวย

ถ้าข้าใจตรงกับเขา เจ้าคงตายไปเป็นร้อยรอบแล้วเด็กสาวอดพูดไม่ได้ แม้ในใจจะจดจ่ออยู่กับเรื่องที่เคร่งเครียดกว่านั้น

นี่ ข้าอุตส่าห์เป็นพ่อสื่อและพยานเข้าหอให้เจ้าทั้งสองนะเด็กหนุ่มผมแดงพูดแห้งๆแล้วก็จะรับเป็นพ่อทูนหัวให้ลูกคนหัวปีของพวกเจ้าด้วย

หาแม่ให้ลูกของตัวเองให้ได้ก่อนเถอะแอชลีนน์ตอบกลับทันทีก่อนจะเดินต่อไป ทิ้งพ่อสื่อช่างยุให้ยืนตะลึงงันอยู่ตรงนั้น พร้อมคำบ่นไล่หลัง

คืนแต่งงานเขามีแต่ดื่มเหล้าน้ำผึ้ง แต่พวกเจ้าไปกินรังผึ้งมาจากไหนกันละนั่น!

อาเมียร์ ข้ารู้ความจริงแล้ว... ขึ้นต้นอย่างนี้จะดีไหมนะ

อาเมียร์ ข้ารู้ว่าไม่ใช่ความผิดของท่าน...หรือจะเป็นอย่างนี้ดี

อาเมียร์ ข้าไม่ได้โกรธท่านหรอก... แต่ถ้าแบบนี้ก็เหมือนกับพูดปด เธอโกรธเขาอีกคนหนึ่งที่ทำอะไร...บ้าๆ อย่างนั้นไม่ใช่หรือ

หรือจะบอกว่าอาเมียร์คนนี้ไม่ใช่อาเมียร์คนนั้น ถ้าจะโกรธก็ต้องไปโกรธอีกคน...แล้วว่าไป เธอควรบอกเขาไหมนะว่าเรื่องทั้งหมดที่รู้มาจากมาลิอาเป็นอย่างไรบ้าง

แต่มันเป็นเรื่องที่กระทั่งตัวเขาเองยังอยากลืมไป จึงได้เลือกที่จะสะกดความทรงจำเอาไว้ไม่ใช่หรือ

เธอเองก็ไม่รู้เสียด้วยว่าควรบอกเท่าไร จึงจะไม่กระทบกระเทือนความรู้สึกของเขามากไปกว่านี้

เด็กสาวคิดไป เดินไป จนสุดท้ายก็เผลอเดินเลยประตูห้องพักของตนและต้องย้อนกลับมาอีกรอบ ครั้นแล้วก็ได้แต่ยืนมองบานประตูนิ่งอยู่เป็นนาน ก่อนจะตัดสินใจเคาะ

เพียงครู่เดียว อาเมียร์ก็แง้มประตูออกมาเล็กน้อย “...แอช

ทะ...ท่านว่ามีเรื่องจะพูดกับข้าไม่ใช่หรือแอชลีนน์ยังไม่กล้าสบตากับเขา

เด็กหนุ่มเงียบไปอีกครู่จึงได้เอ่ยเบาพอกันเข้ามาข้างในก่อนเถอะ

เธอทำตามนั้น เดินเข้ามาและยืนเงียบอยู่จนเขาบอกให้นั่ง จึงได้นั่งลงบนเตียงพับหนึ่งในสองเตียงของห้องแล้วเหลือบมองเด็กหนุ่มหลบไปนั่งบนพื้นอีกมุมหนึ่ง ไม่ไกล...แต่ก็ไม่ใกล้

ข้าขอโทษอาเมียร์เอ่ยปากขึ้นก่อนกับเรื่องทุกอย่าง...ที่ทำให้เจ้ารู้สึกไม่ดี ข้า...รู้ว่าพูดไปคงเหมือนแก้ตัว แต่ในตอนนั้น ข้าไม่รู้สึกตัวเลยจริงๆ

“...ไม่เป็นไรแอชลีนน์ตอบข้าเข้าใจ ตอนนั้นข้าก็แค่คิดมากไปเอง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก

ทั้งคู่ต่างเงียบไปอีกครั้ง จนเด็กสาวตัดสินใจเอ่ยปากพอถึงเคนมารา เราก็ต้องจากกันแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นก็...จากกันด้วยดี อย่าขุ่นใจกันด้วยเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เลยนะ

หมายความว่าอย่างไรอาเมียร์ถามอย่างประหลาดใจทันควัน

ก็เคยบอกแล้วนี่ ว่าข้าจะไปด้วยจนกว่าจะแน่ใจว่าท่านปลอดภัย แล้วเมื่อนั้นก็คือ...ตอนที่ท่านอยู่ในความคุ้มครองของท่านเบเรคเด็กสาวเอ่ยช้าๆพรุ่งนี้เราก็ถึงเคนมาราแล้วไม่ใช่หรือ

แต่ว่า...เด็กหนุ่มเริ่มพูดจริงสิ ข้ายังไม่ได้บอกเจ้าเลยนี่...ว่าข้าคิดว่าเจ้ายังไม่ควรกลับพระราชวัง

แอชลีนน์เลิกคิ้วอย่างสงสัย

ข้าไม่ไว้ใจแฟคท์นา เป็นไปได้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแผนการของเขา ในเมืองหลวง เราไม่รู้ว่าใครเป็นพวกของแฟคท์นาบ้าง เจ้าขอ...จะเรียกอย่างไรดี...ลี้ภัยที่ยาร์ลาธ แล้วเรียกร้องให้มีการสืบสวนเหตุลอบสังหารเฟย์ลิม รวมทั้ง...เหตุลอบปลงพระชนม์เมื่อห้าปีก่อนใหม่อีกครั้ง อย่างนั้นดีกว่าไหม

เด็กสาวเบิกตากว้างขึ้นอาเมียร์! ทำไมท่านถึง...

ข้าบอกไม่ได้ว่ารู้ได้อย่างไร แต่เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการล้างแค้นของคนอัสลาน มีผู้บงการเบื้องหลังคนพวกนั้นเพื่อให้พวกของเขาได้แต่งงานกับเจ้าและขึ้นเป็นราชา จึงต้องลอบปลงพระชนม์พระราชา พระราชินี กับเจ้าชายรัชทายาท แล้วก็ฆ่าเฟย์ลิมด้วยอาเมียร์อธิบายตอนนี้ข้าได้แต่พูดเฉยๆ ยังไม่มีหลักฐาน แต่หากเจ้าไปอยู่ในความอารักขาของท่านเบเรคและเรียกร้องให้พลิกคดีขึ้นมา เราอาจได้รู้ความจริง

แอชลีนน์ก้มหน้าลง เรื่องมีผู้วางแผนฆ่าเฟย์ลิมเพื่อครองบัลลังก์...เธอเชื่อและยอมรับเต็มหัวใจ

แต่ถึงอย่างไรก็ยากที่จะเชื่อ ยากจะยอมรับที่คนธีร์ดีเรด้วยกันคิดได้กระทั่งฆ่าเสด็จพ่อ เสด็จแม่ กับเสด็จพี่ เพียงเพื่อครองตัวเธอและบัลลังก์

แต่ถ้าอาเมียร์อีกคนหนึ่งแต่งเรื่องนี้ขึ้นมาหลอกเธอล่ะ...เจ้าหญิงบังเกิดความคิดที่อาจจะไม่ควรมีอยู่แต่แรก เพื่อที่จะได้ตัวเธอ...และได้อาณาจักรนี้ไป...

ข้า...ไม่อยากมองโลกในแง่ร้ายอย่างท่านหรอกนะแอชลีนน์เลือกคำพูดอย่างระมัดระวังแต่ข้าไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของใครอีก หากว่าท่านแฟคท์นาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุลอบปลงพระชนม์แต่มีคนจงใจทำให้...ท่านเชื่อเช่นนั้น เพื่อยืมมือท่านหรือข้ากำจัดเขาและกุมอำนาจที่แท้จริงอยู่เบื้องหลังล่ะ...

เด็กหนุ่มเงียบไป แต่แล้วก็ค่อยๆ เอ่ยขึ้นอีกครั้งไม่มีใครหลอกข้า หรือโน้มน้าวให้ข้าเชื่ออย่างนั้นหรอก แต่ข้าไม่รู้จะหาพยานหลักฐานที่ชัดเจนได้อย่างไร

ในเมื่อไม่มี แล้วทำไมถึงกล้าเอ่ยชื่อท่านแฟคท์นา’” เด็กสาวติงหากจะกล่าวหาใคร ท่านก็ต้องมีหลักฐาน ต่อให้เป็นอาเมียร์ ข้าก็รับไม่ได้หรอกนะที่ท่านจะว่าร้ายขุนนางผู้ใหญ่ของอาณาจักรข้า ขุนนางที่จงรักภักดี ปกป้องธีร์ดีเรและราชบัลลังก์มาตั้งแต่รัชสมัยของเสด็จปู่เสียด้วยซ้ำ

แอช ข้า...เสียงของอีกฝ่ายบอกถึงความลำบากใจข้าขอโทษ ถ้าเรื่องลอบปลงพระชนม์ ข้ายังไม่มีหลักฐานจริงๆ แต่เรื่องลอบสังหารเฟย์ลิม ข้าได้ยินมาดายบอกเองว่าแฟคท์นาเป็นคนสั่งพวกราชมัลให้ทรมานข้ากับชาลัวห์ และในเวลานี้ ก็ไม่มีใครที่จะได้รับผลประโยชน์จากการตายของเฟย์ลิมกับชาลัวห์มากไปกว่าเขา

แต่เขาไม่ใช่คนที่จะแต่งงานกับข้า อาจเป็นดูลัสหรือคาเฮียร์ต่างหากแอชลีนน์แย้งหากต้องการให้ดูลัสได้เป็นราชา ทำไมถึงไม่ฆ่าคาเฮียร์ไปด้วย ถ้าเกิดการประลองอีกครั้งจริงแล้วคาเฮียร์ชนะขึ้นมา ความพยายามของเขาไม่เท่ากับเสียเปล่าหรือ

หากคาเฮียร์ตายไปด้วยจะมีพิรุธยิ่งกว่านี้ และต่อให้คาเฮียร์ชนะ ข้าก็เชื่อว่าเขาย่อมมีแผนกำจัดคาเฮียร์ในภายหลังแน่นอนอาเมียร์เอ่ยอย่างเคร่งเครียดคนคนนั้นน่ากลัวเกินไป ต่อให้ดูลัสจงรักภักดีต่อท่านจริงๆ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการร้ายทั้งหมดนี้...ข้าก็เชื่อว่าแฟคท์นาย่อมมีวิธีบังคับลูกชายของตน และท่านก็จะเป็นเพียงหุ่นเชิดของเขาเท่านั้น คนกระหายอำนาจที่ทำได้ถึงขั้นฆ่ากษัตริย์ ราชินี และเจ้าชายรัชทายาทเพื่อกุมอำนาจเหนืออาณาจักร...จะสามารถทำให้ธีร์ดีเรเป็นที่ที่สงบร่มเย็นได้ตามที่ท่านต้องการหรือ

หรือท่านจะบอกว่าท่านทำได้?” เด็กสาวโพล่งออกไปจึงต้องการให้ข้าร่วมมือด้วย...ในฐานะราชินีของท่าน?”

ชายที่เธอรู้ว่าเป็นเจ้าชายไร้บัลลังก์...และเจ้าชายแห่งความมืด...มองมาอย่างกังวล ทีแรกเขาเผยอริมฝีปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง...แต่แล้วก็ปิดปาก หันไปอีกทาง ก่อนจะเอ่ยขึ้นในที่สุด

ข้าไม่เคยคิดจะเป็นราชาอีกเลย หลังจากสูญเสียทุกอย่างไปในครั้งนั้นเด็กหนุ่มโคลงศีรษะและถอนหายใจและข้าก็ไม่คิดอาจเอื้อมแต่งงานกับเจ้าเพื่อปกครองธีร์ดีเรด้วย มันไม่ดีต่อใครๆ ทั้งนั้น ทั้งตัวเจ้า ธีร์ดีเร ครอบครัวของข้า...หรือแม้แต่ตัวข้าเอง

ใจของเจ้าหญิงแห่งธีร์ดีเรกระตุกวูบ เธอรู้สึกสับสน ลักลั่นย้อนแย้งอย่างประหลาด...ทั้งโล่งอกและเจ็บแปลบกับความคิดของเขา

อาณาจักรของข้ามีศัตรูที่ทรงอำนาจ ยิ่งเรื่องที่ข้ารอดชีวิตแพร่ออกไป...พวกเขาคงไม่อยู่เฉย ข้าไม่อยากให้ธีร์ดีเรถูกคนพวกนั้นทำลาย แต่ก็ไม่อยากให้คนในธีร์ดีเรบ่อนทำลายมันเสียเองเขาพูดต่อไปด้วยเหตุนี้ ข้าจึงเห็นว่าเราไม่อาจปล่อยให้แฟคท์นาลอยนวล และไม่อาจปล่อยให้ราชวงศ์ของธีร์ดีเรเป็นแค่เครื่องมือแสวงหาอำนาจของพวกขุนนางที่หวังแต่จะกอบโกยผลประโยชน์ หนำซ้ำยังละเลยทุกข์สุขของประชาชนอย่างทุกวันนี้...ด้วยเหตุนี้ ข้าถึงอยากให้ท่านเป็นราชินีของธีร์ดีเรได้...โดยไม่ต้องมีราชา

เธอเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจและพบเขามองตรงมาอย่างแน่วแน่

เรื่องบางเรื่อง ต่อให้ท่านยอมอภิเษกกับผู้ชนะ ก็ไม่มีวันแก้ได้อาเมียร์ยังพยายามโน้มน้าวข้ารู้ว่าให้มีเพียงราชินีปกครองโดยไม่อภิเษกผิดกฎมณเฑียรบาลของธีร์ดีเร แต่ธรรมเนียมที่ไม่เป็นประโยชน์ยังควรรักษาไว้หรือ การแก้กฎมณเฑียรบาลเป็นเรื่องยากลำบาก อาจต้องใช้เวลานานหลายปี แต่หากมันเป็นรากของปัญหา ทำไมจึงไม่ควรแก้ไข เมื่อก่อนข้าเคยคิดว่าต้องปล่อยไปเพราะตัวข้าคนเดียวกับท่านคนเดียวแก้ไขไม่ได้ แต่บัดนี้ ข้าเชื่อว่ายังมีผู้อื่นอีกมากที่พร้อมจะช่วยเหลือท่านกับธีร์ดีเร สะสางคดี แก้ไขกฎเกณฑ์ให้เหมาะสมขึ้น ให้ท่านครองราชย์ได้โดยไม่ต้องมีพระสวามี ให้ท่านเลือกคู่ครองได้ตามความสมัครใจ หากไม่ทำตอนนี้แล้วจะไปทำเมื่อไร

แอชลีนน์สบตากับอาเมียร์นิ่งงัน ไม่คาดฝันเลยว่าจู่ๆ เขาจะพูดถึงสิ่งที่ตัวเธอเองหวังมานานแสนนาน

แต่น่าเสียดาย หากเป็นก่อนหน้านี้ เด็กสาวอาจจะตอบรับไปแล้ว อาจหวังอย่างไร้เดียงสาว่าสักวันตนจะทำได้เช่นนั้น...แม้แสนยากลำบากก็พร้อมจะทนฝ่าฟันไป

ทว่าบัดนี้เธอรู้...ก็เพราะมันแสนยากลำบากต่อคนอื่นๆ ทั้งประชาชนที่ต้องการผู้ปกครองผู้ชอบธรรมและมีความสามารถโดยเร็ว ท่านเจ้ามณฑลยาร์ลาธที่ย่อมถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง และอาเมียร์กับครอบครัวของเขาไม่ใช่หรือ...จึงจะตอบรับไม่ได้เด็ดขาด

...โดยเฉพาะเมื่อมีอาเมียร์อีกคนหนึ่งจ้องฉวยโอกาส...จะให้เขาอยู่ใกล้ชิดเธอมากและนานไปกว่านี้อีกไม่ได้...

ท่านต่างหากที่มีสิทธิ์ในราชบัลลังก์ ท่านต่างหากที่สมควรปกครองด้วยตนเอง ลองมองอีกทาง...เพราะมีกฎให้รัชทายาทชายเท่านั้นที่ปกครองได้ จึงมีการลอบปลงพระชนม์เพื่อครองบัลลังก์ไม่ใช่หรือ แล้วผลเป็นอย่างไร

เจ้าหญิงไม่กล้าตอบ แต่ดูเหมือนเขาเองก็ไม่ต้องการคำตอบมาแต่แรก

ในชั่วครู่นั้น อาเมียร์คุกเข่าลงตรงหน้าเธอด้วยสีหน้าจริงจังและแววตามุ่งมั่น ราวกับอัศวินผู้ให้สัตย์ปฏิญาณต่อนายเหนือด้วยเหตุนี้...เพื่อให้ท่านได้ขึ้นเป็นราชินีอย่างชอบธรรม ข้ายินดีเป็นกำลังของท่าน และเมื่อใดที่ความประสงค์ของท่านสำเร็จลุล่วง ข้าก็จะจากไปโดยไม่เรียกร้องรางวัลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น

ขอบคุณ...แต่ข้าไม่ต้องการกำลังใดๆ ทั้งนั้น อาเมียร์...เด็กสาวต้องพยายามห้ามน้ำตาที่จู่ๆ ก็รื้นออกมา ด้วยการรีบเสไปมองอีกทาง ข้า...แค่อยากให้ธีร์ดีเรสงบสุขเท่านั้นเอง

มันเป็นสิ่งเดียวเท่านั้น ที่ข้ามีอำนาจที่จะรักษาไว้ได้ด้วยตนเอง เป็นทางเลือกของข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น... ข้ากลัว...

ข้ารู้ว่าหนทางอาจลำบากยากเข็ญเด็กหนุ่มพูดต่อแต่เพื่อทั้งตัวท่านและธีร์ดีเร ข้า...

ไม่จำเป็นหรอกใครสักคนเอ่ยขึ้น

แอชลีนน์นิ่งงันไปอีกครู่จึงได้หันกลับมาเห็นสีหน้าประหลาดใจของอาเมียร์ และเพิ่งตระหนักได้ว่า...นั่นเป็นเสียงของเธอเอง

ข้าไม่ได้อยากเป็นราชินีด้วยตนเอง ไม่เลยเด็กสาวพบว่าตนกำลังยิ้มข้าห่วงใยท่านอย่างอาจารย์...อย่างสหาย แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น...ข้าห่วงใยธีร์ดีเรเหนือสิ่งอื่นใด ข้าไม่ทราบว่าท่านรู้เห็นอะไรเกี่ยวกับท่านแฟคท์นา แต่ข้ารู้จักเขามานานกว่าท่าน...นานชั่วชีวิตด้วยซ้ำ ข้ารู้จักดูลัสมานานเช่นนั้นเหมือนกัน

ใช่...มีเพียงทางนี้ทางเดียวเท่านั้น ที่จะดับทั้งความกลัวของข้ากับท่านได้

ดังนั้น ข้าไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด ว่าท่านแฟคท์นาอยู่เบื้องหลังการลอบสังหาร ดูลัสเองก็อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น เขาเสี่ยงตายพาข้าฝ่าวงล้อมหนีออกมา ท่านแฟคท์นาจะถึงกับจัดฉากให้ลูกชายคนเดียวของตนเป็นอันตรายได้เชียวหรือเจ้าหญิงสรรหาเหตุผลมาอ้างต่อไปแล้วอีกอย่าง ข้าเป็นผู้หญิง ไม่ได้ร่ำเรียนการปกครองมาแต่แรก หากไม่มีราชาที่เข้มแข็งอยู่ข้างกาย จะปกครองอาณาจักรได้อย่างไร ไม่ว่าดูลัสหรือคาเฮียร์จะชนะการประลอง ท่านก็เห็นแล้วว่าเขาทั้งสองล้วนเป็นขุนนางที่มีความสามารถ พวกเขาภักดีต่อข้า และจะดูแลธีร์ดีเรได้เป็นอย่างดี รวมทั้งทำให้ข้ามีความสุขได้แน่

แอช!อาเมียร์มองเธออย่างหวาดหวั่น มือหนึ่งเอื้อมออกมาเหมือนจะแตะมือของเธอ แต่แล้วก็ยั้งไว้

ก็เท่านั้นเองเด็กสาวยักไหล่ในเมื่อท่านเคยยอมรับตรงๆ ว่าไม่อาจอยู่ข้างกายข้า ก็สู้ให้ข้าอยู่กับคนที่จะปกป้องดูแลทั้งข้าและอาณาจักรได้ไม่ดีกว่าหรือ เมื่อนั้นจุดประสงค์ของข้าก็จะลุล่วง และท่านก็ไปมีความสุขกับชีวิตของท่าน ครอบครัวของท่าน...โดยไม่เรียกร้องรางวัลตอบแทนใดๆ ได้ตามต้องการ...ก็เท่านั้นเอง

แอชลีนน์รู้สึกเหมือนใบหน้าของตนแปรกลายเป็นหน้ากากรอยยิ้ม...หน้ากากที่คณะละครใบ้ใช้สวมในการแสดง ปิดบังใบหน้าที่แท้จริง

ความสุขของข้าคือสิ่งที่ท่านต้องการไม่ใช่หรือ อาเมียร์

เด็กสาวบังคับดวงตาของตนให้มองเขา บังคับมือไม่ให้สั่นระริกหรือรอยยิ้มสั่นไหวบนริมฝีปาก ขณะที่รอฟังและโต้แย้งคำอ้างใดๆ ของเขา

แอช...ข้า...

คำเหล่านั้นไม่เคยได้ออกมา ในเวลานั้น

ประตูเปิดเข้ามาด้วยมือของชายผมทองท่าทางอ่อนระโหย เขาพลันชะงักไปเมื่อเห็นท่าทางของคู่ชายหญิงในห้อง

ขะ...ข้าขอโทษชาลัวห์ละล่ำละลัก แต่ก็ยังรีบผลุบเข้ามาในห้องและปิดประตูลงตะ...แต่พวกเขาทำท่าเหมือนจะตรวจหาคนลอบขึ้นเรือ ข้าเลย...รีบหลบมาก่อนดีกว่า รูอาร์คบอกว่าอีกเดี๋ยวจะกลับเข้ามา พรุ่งนี้ขึ้นฝั่งแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องซักซ้อมแผนการกันอีกที

ไม่เป็นไรหรอกเด็กสาวรีบตอบด้วยเสียงร่าเริงเราไม่ได้คุยเรื่องใหญ่อะไรกัน

แอชลีนน์ทำเป็นไม่สนใจเมื่ออาเมียร์เหลือบมองเธอ จนสุดท้าย เขาก็ลุกขึ้นยืน แล้วผละไปนั่งในอีกมุมหนึ่งของห้อง

ถึงอย่างไรก็ไปพบท่านเบเรคด้วยกันเถอะ แอชเขายังไม่ละความพยายามท่านเองก็เป็นขุนนางผู้ใหญ่ ย่อมมองสิ่งต่างๆ ได้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าข้า และให้คำแนะนำได้ดีกว่าด้วย

อืมเด็กสาวตัดสินใจรับสั้นๆ เหมือนไร้ความหมาย

เอาเถิด ถึงอย่างไรท่านเจ้ามณฑลยาร์ลาธก็ควรจะเป็นผู้ส่งเธอกลับเมืองหลวง และท่านเองก็คงเข้าใจความหนักหนาของสถานการณ์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเจ้าหญิง...พูดให้ถูกคือน่าจะเข้าใจมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

ใครๆ อาจถวายคำแนะนำให้แก่เจ้าหญิงรัชทายาทแอชลีนน์ได้ แต่อำนาจการตัดสินใจก็ย่อมอยู่ที่ตัวเธอคนเดียวเท่านั้น

 

เท่าที่ข้าได้ยินมา ลุงกระรอกน้ำตาลประกาศว่าคุมตัวครอบครัวคนทรายไว้เรียบร้อยแล้ว ขอให้ใครบางคนรีบมอบตัวเสียเพื่อรับรองความปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้อง แล้สจะได้รับการไต่สวนอย่างยุติธรรมรูอาร์คให้ข้อมูลของตนคิดว่าอย่างไร

ท่านเบเรคคงเห็นว่าประกาศอย่างเปิดเผยจะดีกว่าอาเมียร์ลงความเห็นท่านจะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าซุกซ่อนครอบครัวผู้ต้องหา และจะได้ไม่ต้องส่งตัวครอบครัวข้าให้คนกลุ่มอื่นด้วย

แล้วก็รับคำประณามไปเต็มๆ ว่าทำไมไม่เอาพวกคนทรายนั่นไปขังคุก ทรมานให้รับสารภาพว่าซ่อนผู้ต้องหาไว้ที่ไหน แต่แค่เชิญไปพักสบายๆ ในบ้านพักตากอากาศสุดหรูเท่านั้นเองรูอาร์คพูดหยันๆ

แต่ท่านเบเรครู้เจตนาของพวกเรา แค่นี้ก็ดีแล้วนี่นาแอชลีนน์เอ่ยขึ้นบ้างอาเมียร์จะได้ปลอดภัยเสียที แล้วท่านก็คงให้คำแนะนำที่ดีกับข้าได้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

เด็กสาวสังเกตเห็นเด็กหนุ่มผมดำลอบมองเธอแวบหนึ่ง แต่ก็ทำเป็นไม่ใส่ใจ

ก็น้ารูอาร์คซึ่งกอดอก แสร้งมองอย่างระอาพูดขึ้นบ้างนั่นยังเรื่องอีกไกลโข เรามาคิดว่าจะผ่านด่านตรวจของท่าเรือไปเนียนๆ อย่างไรดีกว่า จริงไหมแม่ยอดขมองอิ่ม...อามีราเมียรัก

ละ...เล่นอะไรบ้าๆ !” ‘อามีราซึ่งถูกเด็กหนุ่มผมแดงในคราบพ่อค้าเหล้าโอบไหล่เอาดื้อๆ ยันเขาออกไป

โธ่...ซ้อมมือไว้ก่อนสิ เกิดเวลาลงจากเรือเราเล่นเป็นผัวเมียกันไม่ได้สมจริง แผนการเป็นอันพังพอดี

ถ้าจะซ้อมมือ มาเตรียมแผนการกันแทนดีกว่าอาเมียร์รีบเบนหัวข้อถึงตอนลงจากเรือจนไปถึงด่านตรวจสินค้า เราจะใช้วิธีเดียวกับเมื่อตอนขึ้นเรือ แอชอยู่ในหีบเสื้อผ้า ส่วนชาลัวห์อยู่ในถังเหล้า ใครจะมีปัญหาอะไรไหม

เจ้าหญิงสั่นศีรษะเช่นเดียวกับชายหนุ่มผมทองที่สีหน้ายังไม่สู้ดีอยู่บ้าง แต่คนรับกลับเป็นเด็กหนุ่มผมแดง

อืม...ข้าว่ามีน่ะสิรูอาร์คตอบอย่างครุ่นคิด (จนรู้ได้ว่าเสแสร้ง)อ๊ะ แต่คนมีไม่ใช่ข้าหรอก เป็นผลไม้เน่าที่บังเอิญกลายมาเป็นเหล้าหนึ่งถังต่างหาก ก็แค่คิดว่าถ้าโดนกลิ้งหลุนๆ ลงทางลาดตามวิถีถังเหล้าทั่วไป มันจะเจ็บปวดวิงเวียนจนร้องโว้กว้ากขนาดไหนให้ความแตกแหละนะ...แต่ช่วยไม่ได้ ใครก็ไม่รู้ดันทำถังชาดานแซร์ที่ซุกหัวเก่าของมันพังเองนี่นา

ครั้งนี้ แอชลีนน์อดลอบมองอาเมียร์ไม่ได้ แต่ก็พบเพียงสีหน้าที่ถูกข่มไว้ของอีกฝ่าย

เอ่อ...ท่านคงไม่ได้คิดจะกลิ้งข้าจริงๆ ใช่ไหมผู้เอ่ยปากกลับเป็นชาลัวห์ ซึ่งดูหวาดหวั่นขึ้นจนเห็นได้ชัด

ยิ่งกว่าอยากกลิ้งว่ะ ประมาณว่าถ้าใส่ตะปูสักลังลงไปคลุกในถังกับเจ้าได้ตามวิธีประหารชีวิตสมัยก่อน ข้าคงจะทำไปแล้วแหงๆเด็กหนุ่มผมแดงตอบหน้าตาย ยังผลให้ลูกชายเจ้ามณฑลชอร์ซากลืนน้ำลายคำโตแต่เอาเถอะ ถ้าปลาชาดานมันสำนึกบาปในความเหม็นโฉ่ของมันจริงๆ และยอมไถ่โทษลงสักกระผีก ข้าก็คงจะให้อภัยมันได้มากขึ้นอีกสักกระผีกเหมือนกัน

งะ...งั้นจะให้ข้าทำอะไร

นั่นสินะ ว่าแต่ ข้าหิวแล้วล่ะ เจ้าหญิงเปี๊ยกรูอาร์คเปลี่ยนเรื่องทันควันเหม็นเบื่อชาดานแซร์เน่าๆ อยากกินขาหมูรมควันแทน ไปซื้อเข้ามาให้หน่อยสิ

หา?” เด็กสาวกะพริบตาปริบๆทำไมต้องเป็นข้าด้วย

ก็ปลาชาดานมันพาตัวเน่าๆ ของมันว่ายออกไปไม่ได้ หรือเจ้าจะถอดชุดออกตอนนี้ แล้วให้อาเมียร์ใส่ออกไปซื้อแทนล่ะ

เจ้าหญิงหน้าร้อนผ่าวขึ้นทันควัน

หะ...ให้ข้าไปก็ได้ แต่ข้าเป็นใบ้ไม่ใช่หรือ จะคุยกับคนอื่นได้อย่างไร

โธ่ เรื่องแค่นี้เองรูอาร์คว่า แล้วก็คว้าเศษกระดาษบางอย่างมาจากกระเป๋าเสื้อ ใช้แท่งถ่านเขียนแกรกกรากอยู่ครู่หนึ่งก็ส่งมันให้เธอพร้อมกับถุงเงินเอ้านี่ ที่เหลือถ้าอยากซื้อลูกกวาดมาอมเล่นก็ตามสบายล่ะ

ข้าไม่ใช่เด็กๆ สักหน่อยเด็กสาวทำหน้าง้ำแต่ก็ออกไปโดยดี

...แอชลีนน์มาตระหนักได้ว่าพวกเขาหาเรื่องส่งเธอออกไปเพื่อวางแผนการบางอย่างก็เมื่อล่วงถึงวันต่อมาแล้วเท่านั้นเอง...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #14 yafi (@yafi) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 22:12
    2 คนนี้ปิดงำความรู้สึกกันไปมา กว่าจะรู้ความรู้สึกที่แท้จริงกันคงอีกยาวนาน อยากได้ฟีลหวานๆมาแทรกความดราม่าของเรื่องอ่ะไรท์
    รึถ้าไรท์ใจดีให้ต่างฝ่ายต่างเปิดเผยใจต่อกันจักเป็นพระคุณมากกกกกก
    นี่รอลุ้นเรื่องก้รอ ยังต้องมาลุ้นกับการปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงของพระนางอีก
    รีดท้อออออออออ แงๆๆๆๆๆๆๆ
    ||โวยวายไรท์เสร็จ ก้รอตามอ่านต่อไปปปปปปป 5555
    #14
    2
    • #14-1 iipangii (@asiran) (จากตอนที่ 50)
      27 กันยายน 2560 / 09:24
      จากที่อ่านก่อนรีไรท์หวานนิดหน่อยอีก 2-3 บทน่าจะมีอันนึงนะคะ (ขึ้นอยู่กับนิยามความหวานของแต่ละคน สำหรับเราสำหรับเรื่องนี้ก็เรียกหวานแหละ 555)
      แต่จะหวานกว่านี้รอไปภาค 3 โลด อีกสิบยี่สิบตอนได้มั้ง
      #14-1
    • #14-2 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 50)
      27 กันยายน 2560 / 21:59
      ตามที่คุณ iipangii ว่าเลยค่ะ ของสองคนนี้จะเป็นแนวหวานนิ่มๆ เบาๆ เพราะอยู่ในสภาวะที่ยากจะเผยใจกันทั้งคู่ แต่หลังจากที่คุยกันได้เปิดเผยกว่านี้ก็จะเขียนให้หวานขึ้นอีกค่ะ :)
      #14-2