The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 5 : 4 - ย้ายถิ่น - “คนทรายอ่านหนังสือเป็นด้วยหรือ”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    22 พ.ค. 60

บทที่ ๔

ย้ายถิ่น

 

เย็นวันนั้น แม่บอกอาเมียร์อย่างอ่อนโยนให้ขอโทษท่านอา โดยพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจความห่วงใยของท่านอา และนึกถึงใจของลีชาที่ต้องการให้เรื่องทั้งหมดนี้ผ่านไปอย่างเงียบๆ เด็กหนุ่มไม่อยากโต้เถียง จึงรีบตอบรับและขอโทษพอเป็นพิธี แม้ในใจจะรู้สึกว่าตนไม่ผิดจริงๆ ก็ตาม

นับจากวันนั้น เขาไม่ยกเรื่องของลีชาขึ้นมาพูดกับใครๆ อีก แต่ก็แทบไม่พูดคุยกับพวกชาวบ้าน และพูดกับท่านอาแค่เท่าที่จำเป็น ด้านอดีตนักรบยังคงสอนอาวุธให้พวกชาวบ้านต่อไป แม้จำนวนคนมาเรียนจะลดลง คงเพราะได้ยินว่าอาเมียร์กราดใส่ชาวบ้านอื่นๆ  แบบไม่ไว้หน้า แต่ผ่านไปไม่กี่วันหลังเหตุการณ์นั้น ชั้นเรียนที่ลานหน้าบ้านของเด็กหนุ่มก็มีผู้มาเยือนโดยไม่ได้รับเชิญ ซึ่งทำให้การสอนต้องล้มเลิกไปเสียกลางคัน

รถม้าที่ดูหรูหราฉูดฉาดตามแบบขุนนางชนบทวิ่งมาแต่ไกล พร้อมด้วยฝุ่นฟุ้งตลบจากทหารที่ขี่ม้าอารักขาล้อมหน้าหลัง

อาเมียร์ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการเรียนการสอน แต่เห็นรถม้าผิดสังเกตจึงออกมาดู เขามองกลุ่มฝุ่นซึ่งเคลื่อนเข้ามาไม่วางตา ขณะที่คนอื่นๆ หันไปพูดคุยกันอย่างสงสัย

พวกขุนนางมาที่นี่ทำไม

เรื่องค่าหัวของพวกโจรที่หัวหน้าหมู่บ้านขอไปกระมัง

คราวนี้ท่านซิอ์บุลคงกลายเป็นเศรษฐีขึ้นมาทีเดียว ใครคนหนึ่งพูดกลั้วหัวเราะ

แล้วส่วนที่เราฆ่าไปล่ะ

ท่านซิอ์บุลบอกท่านหัวหน้าหมู่บ้านว่าจะแบ่งให้นี่

ถึงไม่อยากสนใจ เด็กหนุ่มก็บอกได้ว่าท่านอาหัวเสียเมื่อรู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านสั่งให้ขนศพพวกโจรไปขึ้นเงินค่าหัว โดยรวมในชื่อของท่านทั้งหมดแทนที่จะแจกแจงว่าใครเป็นคนฆ่า ได้ยินท่านพูดกับแม่อยู่แว่วๆ ว่าหากได้เงินค่าหัวมาจริงๆ ท่านคงมอบให้พวกชาวบ้านไปแจกจ่ายกันเองเกือบหมด โดยกันไว้ให้ลีชากับก็อธฟรีด์จำนวนหนึ่ง แทนส่วนที่เกล็นควรได้รับ

ครั้นรถม้ามาถึง พวกทหารก็ลงจากหลังม้า คนหนึ่งตรงเข้าไปเปิดประตูรถให้ชายหนุ่มวัยราวยี่สิบต้นๆ คนหนึ่งก้าวลงเหยียบพื้นดิน เขาสวมชุดมีราคาทำนองเดียวกับรถม้าที่นั่งมา ร่างกายไม่ได้สูงมากแต่ผอมสะโอดสะองเหมือนหนุ่มเจ้าสำอาง ไว้ผมสีทองหม่นหยักศกเป็นลอนยาวประมาณต้นคอ เคลือบน้ำมันเงางามและจัดแต่งทรงเป็นอย่างดี

นี่หรือบ้านของซิอ์บุลนั่นคำพูดของเขาห้วนแข็ง ฟังออกได้ในแวบแรกว่าดูถูก

ถ้าที่นี่มีคนชื่อ ซิอ์บุล คนเดียวก็คงใช่ ท่านอาตอบ

ข้าคือนายอำเภอของที่นี่ ได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าเมือง ซึ่งได้รับคำสั่งจากท่านเจ้ามณฑลให้มาแจ้งข่าวแก่เจ้า

ว่าแล้ว ทหารที่ถือหมอนผ้าแพรสีทองรองม้วนเอกสารติดพู่ทองก็กระวีกระวาดเข้ามา มือที่สวมแหวนข้างละสองนิ้วรับมันมาคลี่อย่างกรีดกราย ก่อนนายอำเภอหนุ่มจะอ่านสารด้วยเสียงดังให้ทุกคนได้ยินทั่วกัน

ประกาศจากท่านคาลวาห์ เจ้ามณฑลแห่งชอร์ซา ซึ่งท่านเจ้าเมือง...

เด็กหนุ่มขัดตาและหูเต็มทนกับผู้นำสาร ในเมื่อเขาไม่เคยเห็นราชทูตคนใดของพระราชบิดามีกิริยาเหมือนจะเป็นกษัตริย์เองเช่นนี้สักคน สุดท้ายจึงอดขัดไม่ได้ส่งมาให้พวกเราอ่านเองก็ได้

คนอ่านชะงักไปก่อนจะถามกลับโดยแทบไม่มองคู่สนทนา

คนทรายอ่านหนังสือเป็นด้วยหรือ

อาเมียร์ถือว่านั่นเป็นคำสบประมาทอย่างรุนแรงที่สุด เขาขอไม้พลองจากชาวบ้านคนหนึ่งมาถือ แล้วก็สาวเท้ายาวๆ ผ่านอดีตนักรบไปยืนตรงหน้านายอำเภอหนุ่ม และจ้องตาอีกฝ่ายเขม็งจนยอมยื่นม้วนสารให้ ครั้นได้แล้วเด็กหนุ่มก็ตะปบมันมาโดยเร็ว และถือมันกลับมากางให้ท่านอาได้อ่านด้วย

 

เนื่องด้วยผู้อพยพชาวทะเลทรายชื่อซิอ์บุลที่หมู่บ้านกลาสเดลกระทำผิดกฎหมายของมณฑลชอร์ซาหลายมาตรา ข้าขอบัญชาให้มันพาครอบครัวออกไปจากมณฑลชอร์ซาภายในสามวันนับแต่ได้รับสาร หาไม่แล้วทั้งซิอ์บุลและสมาชิกในครอบครัวจะถูกจับกุมและลงโทษสูงสุดในทันที

คาลวาห์ อันวาทาค

เจ้ามณฑลแห่งชอร์ซา

 

“‘พ่อข้าไปทำผิดกฎอะไรตั้งหลายมาตราอาเมียร์ตั้งคำถาม ในนี้ไม่ได้ระบุไว้

ก็เขาปลุกระดม นำพวกชาวบ้านไปตีซ่องโจร และฆ่าพวกมันตายยกรัง ขุนนางตอบ

อาเมียร์หัวเราะไม่ออก...นั่นควรเป็นความชอบไม่ใช่หรือ

โจรพวกนั้นจับตัวผู้หญิงกับเด็กในหมู่บ้านไป ข้าจึงพาคนอื่นๆ ไปช่วยกลับมา เพราะจะรอความช่วยเหลือจากทางการคงไม่ทัน ซิอ์บุลให้เหตุผลด้วยเสียงเรียบๆ ที่จริง การปราบปรามโจรก็เป็นผลดีต่อทางการ จึงได้มีการตั้งค่าหัวโจรเอาไว้ไม่ใช่หรือ

แต่ในมณฑลนี้ อีกฝ่ายแย้ง มีกฎว่าผู้ที่จะเป็นนักล่าค่าหัวต้องเป็นชาวธีร์ดีเรโดยกำเนิดเท่านั้น

มีกฎแบบนั้นด้วยหรือ ชาวบ้านคนหนึ่งหันไปกระซิบถามเพื่อน

ดังนั้น การที่ผู้อพยพเข้าธีร์ดีเรอย่างเจ้าสังหารโจรเพื่อขึ้นค่าหัวจึงผิดกฎ ซ้ำเจ้ายังเรียกพวกคนหนุ่มในหมู่บ้านมาฝึกอาวุธอย่างเปิดเผย แสดงว่าคิดซ่องสุมผู้คนก่อการใหญ่นายอำเภอพูดต่อไป

ข้าสอนเพราะมีคนขอให้ข้าสอน อดีตนักรบตอบตามจริง ถ้าชาวบ้านมีวิชาต่อสู้บ้าง พวกเขาจะป้องกันตนเองได้เมื่อถูกโจรรังควาน กลับน่าจะช่วยแบ่งเบาภาระของทางการเสียอีก

ชาวธีร์ดีเรดูแลตนเองได้ คนต่างชาติอย่างเจ้าอย่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง

พวกเราอาจไม่ใช่ชาวธีร์ดีเรแต่กำเนิด เด็กหนุ่มพูดเสียงแข็ง แต่ครอบครัวของข้าก็อพยพเข้าธีร์ดีเรอย่างถูกกฎหมาย เราเห็นว่าตนเองเป็นชาวธีร์ดีเร และชาวบ้านที่นี่ ก็ควรจะทำเพื่อ บ้านของเราเท่าที่ทำได้ไม่ใช่หรือ

ไม่ว่าจะเป็นชาวธีร์ดีเรแต่กำเนิดหรือผู้อพยพ ก็ไม่มีสิทธิ์ตั้งกองกำลังติดอาวุธขึ้นมาเองทั้งนั้น การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นหน้าที่ของทางการ

หน้าที่ของทางการที่ปล่อยให้โจรปล้นสะดม เก็บค่าคุ้มครองเถื่อนอยู่ได้เรื่อยๆ น่ะหรือ อาเมียร์ย้อน

นายอำเภอหนุ่มชักสีหน้าขึ้นมาเจ้าไม่ใช่คนที่นี่ อย่าพูดจาพล่อยๆ

พูดจาพล่อยๆ ? ข้าว่าข้ารู้เรื่องระบบโจรพวกนี้มากกว่าเจ้าหน้าที่อย่างท่านเสียอีก เด็กหนุ่มไม่ยอมเลิกรา หรือท่านเจ้ามณฑลที่อยู่เหนือท่านเจ้าเมืองที่อยู่เหนือนายอำเภออย่างท่านก็ทราบดี แต่รับค่าคุ้มครองจากพวกโจรด้วยเหมือนกัน ได้ยินว่าการเข็นลูกชิงตำแหน่งพระสวามีเป็นเรื่องผลาญงบประมาณใช่น้อยอยู่...ยิ่งเป็นลูกที่มีชื่อฉาวในเรื่องผู้หญิงด้วย

สามหาว!” ขุนนางหนุ่มตวาด ใบหน้าของเขาแดงก่ำขึ้นทันควัน เจ้ารู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดกับใคร!”

ก็ท่านนายอำเภอไม่ใช่หรือ เด็กหนุ่มแสร้งทำเสียงซื่อ

ข้าไม่ใช่นายอำเภอธรรมดานะเว้ย!” นายอำเภอหนุ่มงับกับดักของเขาเต็มที่ แกรู้รึเปล่าว่าข้าลูกใคร!”

ไม่ว่าลูกใคร ข้าก็หนักใจแทนพ่อแม่ท่านจริงๆ เด็กหนุ่มโคลงศีรษะ ที่มีลูกขี้ลืมขนาดจำพ่อแม่ตัวเองไม่ได้

แก...!”

อาเมียร์...!”

สองเสียงดังขึ้นแทบพร้อมกัน เจ้าของเสียงแรกชักดาบในฝักข้างเอวออกมา ขณะที่เจ้าของเสียงหลังหมุนตัวไปคว้าแขนเด็กหนุ่มข้างกายซึ่งรู้ทันอยู่แล้ว จึงได้เลือกยืนติดกับแขนข้างที่ขาดไปของอดีตนักรบ

อาเมียร์โยนม้วนสารทิ้งพร้อมกับถลันออกไป หวดไม้พลองกระแทกข้อมือของคนถือดาบแค่ครั้งเดียว ดาบก็ร่วงลงพื้น การขยับพลองครั้งต่อมาถูกจุดสำคัญที่เข่าจนฝ่ายนั้นล้มก้นจ้ำเบ้า ครั้งที่สามส่งปลายไม้ไปตรงหน้าขุนนางหนุ่ม ห่างจากหน้าผากเพียงปลายนิ้ว

ถ้าข้าตีศีรษะท่านนายอำเภอสักที ท่านจะหายขี้ลืมไหม เด็กหนุ่มถาม

เจ้า...!” ทหารโดยรอบชักดาบออกมา แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีทางเข้าไปช่วยนายของตนได้ทันเวลา ก็ได้แต่คุมเชิงไว้โดยไม่เข้าใกล้

ท่านอาวิ่งมายุดพลองของเด็กหนุ่มไว้ทิ้งพลองเสีย

อาเมียร์เพียงเหลือบมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์

เจ้าเป็นห่วงแม่กับน้องๆ บ้างไหม!” อดีตนักรบกระซิบ

คราวนี้เด็กหนุ่มยอมชักพลองกลับแต่โดยดี แต่ยังไม่วายจ้องคู่กรณีเขม็งพอกับอีกฝ่าย

ถ้าเจ้าทำร้ายท่านนายอำเภอย่อมได้รับโทษหนักแน่ ท่านคือท่านชาลัวห์ ลูกชายท่านเจ้ามณฑลคาลวาห์ ผู้มีสิทธิ์เป็นราชาองค์ต่อไปเชียวนะ ทหารคนหนึ่งสำทับ

อ้อ อาเมียร์รับเบาๆ มีคนตอบคำถามท่านนายอำเภอแล้ว จำไว้ให้ดีๆ แล้วกันว่าท่านเป็นลูกของใคร และอวดอ้างสิทธิ์อะไร

นายอำเภอผู้พ่วงฐานะลูกชายเจ้ามณฑลกัดฟันกรอด ทว่าเด็กหนุ่มถอยห่างจากเขาโดยไม่ใส่ใจนัก แล้วก็กลับหลังหันเดินจากไป แม้ระหว่างนั้นจะได้ยินเสียงท่านอาอยู่แว่วๆ ให้ต้องระงับความขุ่นเคืองที่พลุ่งขึ้นอีก

ข้าขออภัยแทนลูกชายด้วย ถ้าพวกท่านอยากให้เราไปจากที่นี่ เราก็จะไป แต่ภรรยาข้ามีครรภ์แก่ หวังว่าเรื่องนี้คงไม่เกินความเข้าใจของพวกท่าน ถ้าสามวันเรายังเดินทางไม่พ้นมณฑลนี้ ใครกล้าทำร้ายครอบครัวของข้า...ข้าก็คงเกรงใจไม่ได้อีก

เสียงของนายอำเภอผู้ไม่ธรรมดาไม่วายแผดไล่หลัง ให้อาเมียร์ต้องท่องบ่นสารพัดคาถาเพื่อให้ตนยังใจเย็นได้อยู่

รีบไสหัวไป! ไอ้ด้วน! ที่นี่ไม่มีใครต้อนรับแก!”

ใช่...เขารู้ว่าท่านอาเป็นห่วงภรรยากับลูกเล็กๆ ของท่าน แต่มันไม่เกินไปหน่อยหรือ ท่านเป็นนักรบแท้ๆ กลับยอมก้มหัวให้พวกที่มาวางก้ามหาเรื่องตนก่อน ธีร์ดีเรช่างบิดเบี้ยว...ทั้งพวกโจร...ชาวบ้านที่นี่...ไปจนถึงนายอำเภอจอมยโสและเจ้ามณฑลพ่อของมัน

เขาไม่รู้อีกแล้วว่าอาณาจักรนี้เป็นอะไร แต่ที่รู้แน่คือมันไม่ใช่ดินแดนสงบสุขที่เขาฝันถึงอย่างไร้เดียงสาอีกต่อไป

 

อดีตนักรบบอกให้ทุกคนในบ้านเก็บข้าวของเสียตั้งแต่คืนนั้นเพื่อจะได้ออกเดินทางโดยเร็วที่สุด พืชผลชนิดใดที่พอกินได้ทั้งที่ยังอ่อนหรือดิบอยู่ถูกเด็ดถอนไว้เป็นเสบียง แม้จะไม่อาจทำเช่นนั้นกับทุ่งข้าวที่แตกใบเขียวน่าชมแต่ยังไม่ตั้งรวง ซึ่งต้องแถมให้ผู้ซื้อไปพร้อมกับบ้านและที่ดิน ส่วนปศุสัตว์ต่างๆ ก็ต้องรีบขายกึ่งแถมไปจนหมดในวันต่อมา นอกจากม้าเทียมรถ

อาเมียร์ทำตามคำสั่งเงียบๆ โดยไม่ออกความเห็นอะไรเลยกับการรีบย้ายครั้งนี้ นาสิราบ่นบ้างว่าทำไมจึงต้องย้ายเร็วกว่าครั้งก่อนๆ และฟาร์ฮานาห์ก็บ่นตามพี่สาว สีหน้าของลีชาบอกชัดว่าไม่อยากจากลูกไป แต่เธอก็พยักหน้าตกลงจะไปกับพวกเขา

เด็กหนุ่มเป็นห่วงแม่ กลัวท่านลำบาก หรือร้ายยิ่งกว่าคือมีอันตรายจากการเดินทางไกลทั้งที่ตั้งครรภ์อยู่ แต่ท่านกลับรับรองต่อท่านอาว่าการย้ายคือทางเลือกที่ดีที่สุด ที่จริงหากไม่ติดว่าแม่มีครรภ์ ท่านคงอยากรีบย้ายยิ่งกว่านี้ด้วยซ้ำ แม่เคยบอกเขากับท่านอาว่าลีชาจำเป็นต้องไปให้พ้นจากสถานที่และผู้คนที่ตอกย้ำให้เธอนึกถึงเรื่องร้ายที่เกิดขึ้น ที่จริงหากคนพวกนั้นเข้าใจและปฏิบัติต่อเธอตามปกติคงไม่จำเป็นถึงขั้นนี้ แต่อาเมียร์เห็นจนเกินพอว่าพวกเขาคงไม่มีวันเห็นเด็กสาวเป็นมนุษย์เหมือนกันได้อีกแล้ว ในเมื่อแม่ยินดีกับการย้าย ท่านอาก็ได้แต่ยืนยันว่าจะไปให้ช้าที่สุดเท่าที่จะไม่กระเทือนเด็กในครรภ์ แต่ก็เร็วพอที่จะออกจากมณฑลได้ไม่เกินกำหนดนัก

เมื่อพวกเขากำลังจะขึ้นรถม้าในเช้าวันที่สอง ก็พบคนมาส่งมากมายกว่าที่คิด ทั้งพวกคนหนุ่มที่ท่านอาสอนอาวุธให้ และหัวหน้าหมู่บ้านที่พร่ำขอโทษ บอกว่าหากรู้ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้คงไม่ยื่นขอค่าหัวในชื่อของอดีตนักรบ แต่ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร นอกจากนี้ พ่อของเกล็นยังอุ้มก็อธฟรีด์น้อยมาบอกลาพวกเขา ดูเหมือนชายวัยกลางคนจะเห็นใจลีชาพอจะให้เธอได้เห็นหน้าลูกก่อนต้องจากกัน แต่เด็กสาวก็เพียงแอบมองลูกของตนจากรอยแยกผ้าใบกั้นประตูรถม้า ต่างฝ่ายไม่ได้เสนอหรือขอให้เธอได้อุ้มแกอีกครั้งเลย

คนที่มาเป็นกลุ่มสุดท้าย และทำให้เด็กหนุ่มประหลาดใจที่สุด คือผู้หญิงห้าจากสิบสามคนที่ถูกจับตัวไปพร้อมกับลีชา ซึ่งมีเด็กสาวที่เคยมาหาอาเมียร์เดินนำมา

พวกเรามาพูดกับลีชาค่ะ เธอพยายามเอ่ยให้ชัดเจน แม้เสียงจะสั่นน้อยๆ

อาเมียร์กับสิมาเกลี้ยกล่อมจนคนถูกเรียกยอมลงจากรถม้าสำเร็จ ทว่าทั้งสองเพียงยืนเงียบอยู่ครู่ใหญ่ จนเด็กสาวผู้มาเยือนเป็นฝ่ายเริ่ม

ข้า...ขอโทษนะลีชา เจ้าต้อง...เป็นอย่างนี้...เพราะข้าแท้ๆ

ลีชาสั่นศีรษะ

ข้า...ข้าไม่รู้ว่าเรื่องมันดังไปทั่วได้อย่างไร แต่ข้าบอกเรื่องนั้นกับพ่อแม่...ถึงไม่คิดว่าพวกท่านจะเอาไปบอกใคร...ข้าก็ขอโทษ...ถ้าพวกท่านเอาไปพูดต่อก็ถือเป็นความผิดของข้าเอง...ข้าขอโทษจริงๆ เด็กสาวทรุดลงคุกเข่า ก้มศีรษะลงตรงหน้าเธอ

ลีชาทำท่าจะเข้ามาประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้น แต่แล้วก็ชะงักอยู่ที่เดิม และคุกเข่าลงตาม

ข้า...เป็นคนขี้ขลาดอย่างที่อาเมียร์พูดจริงๆ ข้ากลัวว่าถ้าพูดออกไป...เจ้ากับอาเมียร์จะโกรธข้า ข้าขอโทษนะ

ไม่เป็นไรหรอก อาเมียร์ตัดสินใจพูดขึ้นบ้าง อย่างน้อยเขาก็ยอมรับความกล้าของเด็กสาว ตอนนั้นข้าก็ต้องขอโทษเหมือนกัน ข้าพูดด้วยอารมณ์จนเกินไป ดีแล้วที่พวกเจ้าตัดสินใจมาพบนาง แล้วก็มีเรื่องสำคัญกว่านี้...เรื่องดีกว่านี้ที่ต้องบอกนางไม่ใช่หรือ

เด็กหนุ่มสบตากับเด็กสาวครู่หนึ่งเพื่อให้กำลังใจ สุดท้ายเธอก็พยักหน้าก่อนเอ่ยต่อ

...ข้า...ขอบคุณนะลีชา เธอเอื้อมมือไปจับมือของอีกฝ่ายไว้ ขอบคุณที่ช่วยข้าไว้ ข้าจะไม่มีวันลืมบุญคุณนี้จนชั่วชีวิต ถ้าแต่งงานแล้วก็จะบอกลูกหลานของข้าว่าเจ้าเป็นคนช่วยพวกเราไว้ แล้วก็จะบอกก็อธฟรีด์ว่าแม่ของแกเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญและเสียสละขนาดไหน

ข้าก็เหมือนกัน คนอื่นๆ รับ

ขอบคุณมากนะลีชา

ขอบคุณ...

คำพูดถึงลูกทำให้ลีชาสะอื้นออกมา เธอชักมือกลับหลังผ่านไปเพียงแวบเดียว พยายามปาดน้ำตาและพร่ำขยับริมฝีปากเงียบๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยสีหน้าที่ใกล้เคียงกับดีใจที่สุดเท่าที่อาเมียร์ได้เห็นนับจากวันเคราะห์ร้ายนั้น

เขาอ่านริมฝีปากของเธอได้ว่า ขอบคุณ เช่นเดียวกับผู้หญิงเหล่านั้น

เมื่อหมดเวลาแห่งการล่ำลา อดีตเจ้าชายแห่งอาณาจักรสาบสูญก็อดคิดไม่ได้ว่าบางทีหมู่บ้านกลาสเดลอาจไม่ได้สิ้นหวังไปเสียทุกสิ่ง แม้ว่าการย้ายออกไปจากที่นี่จะยังเป็นทางเลือกเดียวสำหรับครอบครัวผู้อพยพที่เจ้ามณฑลไม่ต้องการต้อนรับก็ตาม

ได้แต่หวังว่าสถานที่อื่นในธีร์ดีเรจะมีความหวังให้พวกเขาได้มากกว่านี้

 

สำหรับอาเมียร์ ความหวังนั้นดูจะดับในไม่ช้าเมื่อพบความเป็นจริงในเคนมารา เมืองหลวงของมณฑลยาร์ลาธ

ท่านอาสอบถามทุกหมู่บ้านที่ผ่านระหว่างทางว่ามีบ้านเรือนหรือที่ดินที่เจ้าของต้องการขายหรือไม่ แต่ก็ไม่พบ สุดท้ายสมาชิกครอบครัวทั้งเจ็ดชีวิตจึงต้องทนเบียดเสียดกันในบ้านเช่าหลังเล็กใจกลางเมืองหลวงของมณฑลไปก่อน ขณะที่อดีตนักรบกลับไปรับจ้างคุ้มกันขบวนพ่อค้าคนกลางที่เดินทางไปมาระหว่างหมู่บ้านต่างๆ กับตัวเมือง พร้อมกับพยายามสืบดูว่าในหมู่บ้านนั้นมีบ้านและที่ดินที่พวกเขาพอจะซื้อได้หรือไม่

อาเมียร์ถูกทิ้งให้อยู่ช่วยทางบ้าน และทำงานจิปาถะในโรงแรมใกล้ๆ ตามที่ท่านอาฝากฝังให้ ...ทั้งๆ ที่เขาบอกท่านเรื่องป้ายประกาศรับสมัครเสมียนของสมาคมเรือสินค้าแห่งหนึ่ง ท่านอาก็ยังคงยืนกรานว่าทำงานที่นี่เหมาะสมกว่า

ที่จริง งานโรงแรมต่างหากที่ยิ่งก่อปัญหา เด็กหนุ่มไม่อาจหาเหตุผลได้ว่าทำไมตนจึงต้องมาทำงานนี้ เขาไม่ได้ดูถูกงานที่ต้องใช้แรงงาน แต่ก็พบว่าชีวิตของตนไร้แก่นสารยิ่งกว่าตอนทำไร่เสียอีกเมื่อต้องเทียวยกกระเป๋า เก็บจานอาหาร เลี้ยงม้า จัดเตียง ไปจนถึงทำงานจิปาถะต่างๆ ตามแต่คำสั่ง ตำราที่บิดาแท้เคยท่องให้ฟังยิ่งหวนกลับมาในความทรงจำ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาต้องหาสิ่งให้ทวนย้อนหรือครุ่นคิดตลอดเวลา จะได้ไม่แสดงความเบื่อหน่ายออกมาเสียก่อน

ควรใช้งานคนตามความเหมาะสม...นั่นเป็นข้อที่วนเวียนในสมองบ่อยที่สุด ตอนนี้เขาไม่ใช่คนใช้งานใคร เป็นแต่คนถูกใช้งาน แต่ก็รู้ว่างานพวกนี้ไม่เหมาะสมกับตน ไม่ใช่เพราะรู้หนังสือแล้วจะ ลดตัว ลงมาทำไม่ได้ ทว่าอาเมียร์รู้ตัวว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ตนทำได้ดี และทำแล้วสบายใจ เจ้าของโรงแรมเป็นคนใจดี ไม่ดุด่าว่ากล่าวเมื่อเขาทำอะไรช้าเกินไป หรือไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่เด็กหนุ่มก็รู้สึกเหมือนตนกลายเป็นคนงุ่มง่ามไปกะทันหัน ถึงจะชินกับงานในไร่และงานบ้านแล้ว เขาก็ไม่เคยต้องเร่งทำงานมากๆ โดยใช้เวลาน้อยที่สุด จึงไม่ทันเด็กทำงานคนอื่นๆ ที่อยู่ก่อน และช้าไม่ทันใจลูกค้า

หากท่านอาไม่ใช่คนฝากฝังให้ทำงานเพราะรู้จักกันตอนเดินทางกับขบวนสินค้า บวกกับเจ้าของโรงแรมเห็นใจว่าบ้านนี้มีถึงเจ็ดปากท้องให้เลี้ยง แต่เป็นผู้ชายที่ทำงานหาเลี้ยงได้เพียงสอง ก็คงไม่ยอมจ้างเขาเพิ่มทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็น

มิหนำซ้ำ...เขาเห็นจะหาเงินเข้าบ้านได้น้อยกว่าคนอยู่ที่บ้านเสียอีก ลีชาเสนอแม่ด้วยภาษาใบ้ในแบบของเธอให้ลองทำอาหารง่ายๆ ขายอีกแรงหนึ่ง แม่เห็นดีด้วย จึงทดลองกับเด็กสาวอบขนมปังกรอบแบบต่างๆ ให้คนในละแวกบ้านชิม ได้ความเห็นอย่างไรก็ลองปรับปรุงสูตรแล้วฝากให้เขาขอเจ้าของโรงแรมวางขายด้านหน้า วันแรกขายได้ดีพอสมควร และวันต่อๆ มาเริ่มเยอะขึ้น

แม่ชมยกใหญ่ว่าเป็นเพราะรสมือของลีชา ตอนนั้นเขาอยู่ด้วย เห็นเด็กสาวขอบคุณเงียบงันด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามเดิม แต่ดวงตาเริ่มมีประกาย...แม้เพียงวูบเดียว ลีชายังไม่อาจยิ้มหรือพูดได้เหมือนเมื่อก่อน แต่ก็พอแสดงอารมณ์ได้ทางดวงตา ในทีแรกเธอยืนกรานปฏิเสธเมื่อแม่บอกให้เธออบขนมปังเองแทนที่จะเป็นเพียงลูกมือ เพราะกลัวว่าอาหารที่ตนทำเป็นของสกปรก แต่เมื่อแม่โน้มน้าวให้ทำและขายได้ดีก็คงดีใจไม่น้อย ตรงกับที่แม่เคยบอกเด็กหนุ่มว่าการเยียวยาใจคนต้องทำให้เขารู้สึกว่าตนมีค่า มีสิ่งที่ทำได้ดี มีคนที่ไว้ใจได้และเข้าใจอยู่ใกล้ๆ

อาเมียร์ดีใจกับลีชา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาอิจฉาเธอในบางขณะ เขาอยากมีโอกาสค้นหา อยากพบสิ่งที่ตนทำได้ดีและค่าของตน มิเช่นนั้นก็สิ่งที่ตนควรทำ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องอย่างฝันสีเลือดขึ้นอีก

การสูญเสียอำนาจที่เคยมีจนสิ้นอาจเจ็บปวด...แต่การไร้ที่ที่ควรอยู่ในโลกนี้เจ็บปวดยิ่งกว่า

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนโอกาสนั้นจะมาถึงในที่สุด พร้อมกับการมาเยือนของชายคนหนึ่ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #89 chatchawan0 (@chatchawan0) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 04:18

    สนุกดีครับขอบคุณครับ

    #89
    0