The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,810 Views

  • 125 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    94

    Overall
    5,810

ตอนที่ 49 : 19 - หวั่นไหว "ขอให้ช่วยฟังมาลิอาผู้นี้สักครู่เถอะนะ"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ก.ย. 60

บทที่ ๑๙

หวั่นไหว

 

ไยจึงลืม...ไยจึงลืม...

อาเมียร์ตื่นขึ้นพร้อมกับคำคำนั้น และอาการปวดศีรษะหนึบ

ครั้นเพ่งมองจนสายตาปรับเข้าที่ เขาก็เห็นเพดานไม้อยู่ตรงหน้า ลองหันไปข้างๆ ก็เห็นแต่ห้องเปล่าๆ ...มีหีบสัมภาระ ถังไม้หลายใบ และเสื้อผ้าวางตากอยู่ แต่กลับไม่มีใครอยู่ในห้องเลย

ห้องโคลงเคลง...เด็กหนุ่มค่อยนึกออกว่าตนอยู่บนเรือ

แต่เกิดอะไรขึ้น แอช...รูอาร์ค...ชาลัวห์...ทุกคนไปไหนกันหมด

เขาพยายามรบกับอาการปวดศีรษะ จนกระทั่งดึงผ้าห่มออกไปและยันตัวขึ้นนั่งได้สำเร็จ...เมื่อนั้นเองถึงได้พบกับความจริงที่ทำให้ตนใจหายวาบและถึงกับหนาวเยือกไปทั้งตัว

...เขาไม่ได้ใส่เสื้อ...ไม่สิ ไม่ได้ใส่มากกว่าเสื้อด้วยซ้ำ...

อาเมียร์นั่งงงปนหวาดผวาในสวัสดิภาพร่างกายของตนอยู่อีกครู่ ครั้นแล้วจึงค่อยๆ นึกออกว่าเมื่อคืนเขาตกจากเรือ

คงต้องนับว่าโชคดีมากแล้วที่รอดมา...แต่ใครก็ตามที่ช่วยพาเขามานอนพัก ทำไมถึงไม่ช่วยหาเสื้อใส่นอนให้เรียบร้อยสักหน่อยก็ไม่รู้

เด็กหนุ่มพันผ้าห่มรอบเอวแล้วก็ลุกไปหยิบเสื้อที่ตากอยู่หมายจะแต่งตัวเอง แต่ไม่ช้าก็พบว่าทั้งเสื้อกางเกงชุดนั้นยังเปียกชื้นอยู่ ครั้นจะรื้อหีบเสื้อผ้า ก็พบว่ามันลงกลอนไว้ ลูกกุญแจคงอยู่ที่เจ้าเด็กหนุ่มผมแดง พ่อค้ากำมะลอเจ้าของทรัพย์สิน

...วางยากันได้เจ็บแสบดีแท้...

อาเมียร์ถอนหายใจแล้วก็ถอยกลับไปนั่งบนเตียงตามเดิม จากนั้นจึงมองไปมาในห้องพร้อมกับปล่อยความคิดไปเรื่อยๆ เพราะไม่รู้จะทำอะไรได้อีก

แล้วจิตก็กลับหวนนึกไปถึงตอนจมน้ำ...อาการปวดศีรษะ...เสียงลึกลับ...และภาพคล้ายฝันเลื่อนเปื้อน เกี่ยวกับพระเถระมาดาย นาสิรา แม่...

...แล้วก็...

ประตูห้องเปิดเข้ามา

เด็กหนุ่มหันขวับไปเห็นคนที่หน้าประตูสะดุ้งเฮือก ถาดไม้ ช้อน และชามไม้ที่คนคนนั้นถืออยู่สั่นดังกึก

ตะ...ตื่นแล้วเหรอแอชที่ยกถาดอาหารเข้ามาถาม

เด็กหนุ่มกะพริบตาปริบๆ และมัวแต่จ้องผู้เข้ามาอย่างประหลาดใจ จนอีกฝ่ายที่ดูจะหน้าแดงผิดปรกติถึงกับเบือนหนี

มะ...มองอย่างนั้นหมายความว่ายังไง ขะ...ข้าดูแปลกไปตรงไหนหรือ

เอ่อ...อาเมียร์เริ่มตั้งสติก็...เจ้าแต่งตัวเป็นผู้หญิง?”

กะ...ก็รูอาร์คน่ะสิเป็นคำตอบของเด็กสาวในชุดกระโปรง (ซึ่งเด็กหนุ่มเป็นคนสวมเมื่อวานตอนขึ้นเรือ) มีหมวกปีกกว้างห้อยอยู่ข้างหลังด้วยสายรัดคางที่บัดนี้รั้งอยู่ตรงปลายคอเขาเห็นท่านหลับอยู่ เลยให้ข้าปลอมตัวออกไปแทน จะได้เอาอาหารเช้ามาให้ท่านนี่แหละ

อ๋อเด็กหนุ่มรับคำ แล้วก็อดสงสัยไม่ได้แล้วชาลัวห์ล่ะ

ออกไปข้างนอก เห็นรูอาร์คบอกว่าปะปนกับพวกผู้โดยสารคนอื่นๆ คงไม่มีใครสังเกตหรอกแอชยังไม่มองเขาตามเดิมว่าแต่ท่าน...ตื่นแล้วก็รีบแต่งตัวสิ อยู่ในสภาพนั้นไม่...เอ่อ...

ข้าก็ว่าจะแต่งอยู่แล้ว แต่เสื้อยังไม่แห้ง แล้วก็ไม่มีกุญแจหีบด้วยอาเมียร์ยิ้มแห้งๆ พร้อมกับยักไหล่มันอยู่กับรูอาร์คใช่ไหม

เด็กสาวเงียบไปอีกครู่ ก่อนจะยื่นถาดให้เขาโดยแทบไม่หันมาเช่นเคย

ดะ...เดี๋ยวข้าไปตามรูอาร์คให้ ท่านรับประทานไปก่อนก็แล้วกัน

ขอบใจ...เด็กหนุ่มผมดำรับถาดมาวางบนตัก แต่เอ่ยได้ไม่ทันจบก็มีอันต้องกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงงเมื่อแอชแทบปราดไปที่ประตู แล้วผลุบออกไปโดยเร็วอย่างกับแมว จนเหมือนไม่ได้ตั้งใจจะรอฟังคำพูดของเขาด้วยซ้ำ

 

ขออีก...

ไม่ให้

ข้าต้องเติมพลังนะ

ลูเธียนแทบถอนใจกับเสียงโอดของเพื่อนร่วมทางจำเป็นซึ่งนั่งเท้าคางกับลังตรงหน้า มือหนึ่งถือจอกเหล้าที่ว่างเปล่ายื่นตรงมา นัยน์ตาที่มองไม่เห็นหรี่ปรือ หนำซ้ำแม้สีผิวจะค่อนข้างคล้ำตามเชื้อสาย ก็ยังดูออกว่าแดงเกินปรกติ

เป็นเด็กเป็นเล็ก แถมเป็นหอบ ยังริจะดื่มอีก

“...ไม่ดื่มแล้วข้าจะเอาพลังมาจากไหน ให้จูบเจ้าแทนเรอะมาลิอาแหว ก่อนจะเริ่มหายใจขัดจนต้องหยิบกล้องยาขึ้นมาสูดแทน

นักบวชหนุ่มในเครื่องแต่งกายอย่างคนทะเลทรายนั่งขัดสมาธิ มองคนในชุดนางรำตรงหน้าด้วยความรู้สึกกึ่งขันกึ่งหมั่นไส้ เมื่อคืนเกือบตายแล้วยังไม่เข็ดเสียอีก

เกิดเขาลงมาหยิบกล้องยาสำรองอันหนึ่ง (จากที่มีอยู่ราวๆ สิบอันในย่ามสัมภาระ) มาเป่ายาให้ไม่ทัน เจ้าหล่อนคงไม่ได้ร่อนออกไปขวางเจ้าชายแห่งความมืดอีกรอบ แล้วก็รอดชีวิตกลับมาดวดเหล้าแต่หัววัน...ทั้งๆ ที่อยู่ในร่างเด็กผู้หญิงเปราะบาง มีหอบหืดเป็นโรคประจำตัว ไม่ควรแตะเหล้าด้วยประการทั้งปวงด้วยซ้ำ

ว่าแต่...เจ้าแน่ใจหรือว่าตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว

ควรจะเป็นอย่างนั้นเด็กสาวตอบเพราะเป็นตอนกลางคืน แถมเจ้าตัวยังสลบไม่ได้สติหรอก อีกฝ่ายถึงได้ออกมาแผลงฤทธิ์ ถึงอย่างไร สะกดชั่วคราวคงยังพอรับมือได้จนกว่าจะถึงยาร์ลาธ ได้พบท่านเนมอสกับท่านสิมาริเมสแล้วค่อยว่ากันอีกที

อืมพระมหาเถระหนุ่มรับหวังว่าก่อนนั้นมันคงไม่ทำเรื่องมากเกินไปกว่านี้ ว่าแต่เจ้าไม่เตือนเจ้าหญิงบ้างหรือ

เตือนอะไรมาลิอาถามอย่างไม่สนใจนัก

ก็เป้าหมายของมัน

แม่มดในคราบนางรำกลับหัวเราะ

ไม่ใช่เรื่องตลกนะ ถ้าจะเกิดเรื่องอย่างเมื่อคืนขึ้นอีก เจ้าคิดว่าตัวเองบ้าพลังพอจะเข้าไปขวางได้ทุกครั้งหรืออย่างไร ยายเด็กหอบ

เขาทำท่าจะเขกศีรษะคนตรงหน้าทีหนึ่ง แต่อีกฝ่ายก็ยกมือที่ยังว่างจากจอกเหล้าขึ้นรับได้ทันควันราวกับมองเห็น

แหม...แต่เตือนเรื่องอะไรแบบนี้ ไม่ใช่วิสัยของแม่มดหรอกนะ นักบวชอย่างท่านควรทำมากกว่าเด็กสาวชายตามาทางเขาอย่างแฝงนัยไม่อย่างนั้น...ท่านก็ทำให้มันถูกต้องสิ ในเมื่อสองคนนั้นรักกันปานจะกลืนกิน ก็ทำพิธีสมรสให้ไปเลย จะได้ไม่ต้องมาห่วงเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก

ลูเธียนใคร่อยากเอาเหล้าในขวดดินเผาที่ถืออยู่ราดหัวคู่สนทนาเต็มแก่ ทว่าอีกฝ่ายกลับพยักพเยิดไปทางใครบางคนซึ่งเดินเข้ามาเสียก่อน

พ่อค้าเหล้ากำมะลอมาแล้ว แต่เหล้าที่เขามีอยู่ก็เป็นเหล้าจริง แถมรสนุ่มดีแท้ ซื้อให้ข้าอีกหน่อยสิเสียงของเจ้าหล่อนฉอเลาะเหมือนลูกแมว (ที่เขารู้ดีว่าเป็นแมวปีศาจชัดๆ)

นักบวชหนุ่มวางขวดใบเล็กลงบนลัง ใกล้กับมือของเด็กสาวซึ่งถือจอกอยู่

กินของเดิมให้หมดก่อน แล้วอยากจะซื้อก็ซื้อเอง เมื่อวานพวกพ่อค้าให้ค่าจ้างพิเศษมาไม่ใช่หรือเจ้าน่ะ

ครั้นแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืน เดินสวนพ่อค้าเหล้าซึ่งตนรู้ว่าเป็นเพื่อนร่วมทางของเจ้าชายแห่งความมืด หมายจะไปหาเพื่อนร่วมทางอีกคนของเด็กหนุ่ม

น่าประหลาด...แต่จะว่าสะดวกก็คงใช่ เขาเหมือนจะรู้อยู่รางๆ ว่าเด็กสาวอยู่ที่ใดบนเรือลำนี้ คล้ายกับการจับสัมผัสอำนาจความมืดในตัวสาวกของอสุรเทพ หรืออำนาจแห่งแสงสว่างของสาวกแห่งสุริยเทพ ซึ่งบวชเรียนมามากพอที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้พลังเหล่านั้น

...แต่เป็นไปได้อย่างนั้นหรือ ที่ว่าพระราชวงศ์ของธีร์ดีเรสืบเชื้อสายมาจากสุริยเทพจริงๆ ...

 

รูอาร์คไม่อยู่บนดาดฟ้าเรือ

แอชลีนน์หันมองไปมาโดยรอบโดยไม่กล้าเข้าไปถามผู้โดยสารที่ดูเหมือนกำลังพักผ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ หรือลูกเรือที่อยู่ประจำที่ เพราะถึงอย่างไร ตอนนี้เธอก็กำลังปลอมตัวเป็นภรรยาใบ้ของพ่อค้าเหล้า

ก็เมื่อครู่อยู่ตรงนี้แท้ๆ ไม่รู้ทำไมอยู่ไม่ติดที่นักนะ...

เด็กสาวบ่นอยู่ในใจ สุดท้ายเธอก็เดินหาไปจนเจอชาลัวห์นั่งอ่อนระโหยด้วยอาการเมาเรือไม่หายหลบอยู่ในที่ร่มซึ่งไม่ค่อยมีใครสังเกต แต่ครั้นถามดู ชายหนุ่มก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กหนุ่มผมแดงไปอยู่ที่ไหน

แต่คงเร่ขายเหล้าไปเรื่อยๆ กระมัง เห็นบอกว่าอยากขายให้ได้หมดถังหนึ่งนี่กระนั้น เขาก็ช่วยสันนิษฐาน

ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะลงไปขายในท้องเรือ ซึ่งเป็นที่ที่พวกผู้โดยสารส่วนมากอยู่กัน แอชลีนน์จึงมุ่งหน้าไปทางบันได

เธอกำลังจะลงไปพอดี...เมื่อเห็นชายโพกผมคนหนึ่งเดินขึ้นมา

เขาดูคุ้นตาแปลกๆ พอแอชลีนน์เหลือบมองอีกครู่จึงจำได้ว่าเป็นชาวทะเลทรายที่ช่วยพวกเธอเมื่อคืนก่อน แต่ครั้นจะเอ่ยปากขอบคุณ เด็กสาวก็ระลึกได้ว่าตนปลอมตัวอยู่ จึงทำเพียงค้อมศีรษะเป็นเชิงทักทายและขอทาง

กระนั้น เธอก็มีอันต้องเย็นวาบกับคำกระซิบของเขา

ขอกระหม่อมกราบทูลบางอย่างกับเจ้าหญิงได้หรือไม่

เด็กสาวสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อและระแวง ครั้นแล้วจึงพบว่าสีผิวของชายคนนั้นอ่อนเกินกว่าจะเป็นชาวทะเลทราย...อ่อนยิ่งกว่าอาเมียร์...แทบเรียกได้ว่าเป็นสีผิวแบบชาวธีร์ดีเรหรือซาเกรดา โซล มิหนำซ้ำนัยน์ตายังเป็นสีฟ้าอ่อนเช่นกัน

ขอทรงวางพระทัย กระหม่อมมาดี และกระหม่อมคือพระมหาเถระลูเธียน ที่ปลอมตัวมาเช่นนี้เพราะมีเหตุบางอย่าง และกระหม่อมทราบว่าคนทรายนั้นไม่ได้ทำผิดตามที่กล่าวหา หากพระองค์ทรงประสงค์หลักฐานแสดงตน กระหม่อมก็ยินดีที่จะพิสูจน์ตนเอง

เด็กสาวไม่พูดตอบ ด้วยยังคงไม่แน่ใจว่าควรเปิดเผยตนเองหรือไม่

หากเขาคือพระมหาเถระจริงๆ ...เหตุใดจึงรู้จักเธอ เป็นไปไม่ได้เชียวหรือที่จะเป็นคนของทางการซึ่งต้องการเอาตัวเธอกลับไป และจับกุมอาเมียร์

สุดท้าย เจ้าหญิงจึงตัดสินใจโบกมือไม้ ทำท่าเหมือนไม่รู้เรื่อง ก่อนจะรีบผลุบลงไปข้างล่างโดยเร็วแทน

ยิ่งต้องหารูอาร์คให้เจอเร็วๆ แล้ว...

ไม่มีเสียงฝีเท้า...ดูเหมือนชายอีกคนจะไม่ได้ตามมาแต่ประการใด

 

แอชลีนน์ต้อง (ฝ่าด่านผู้ชายบนเรือ ซึ่งส่งคำพูดกรุ้มกริ่มมาให้ภรรยาใบ้ของพ่อค้าเหล้าพอสมควร) ลงไปถึงท้องเรือจริงๆ จึงได้พบรูอาร์ค...ในสภาพที่ทำให้เธอจะอารมณ์เสียไปกว่าเดิม

หมอนั่นกำลังนั่งชนแก้ว คุยสนุกปากอยู่กับใครสักคนที่ดูคุ้นตาจนไม่น่าเชื่อ

นางรำชาวทรายตาบอดคนนั้นเอง

แต่เพราะอีกฝ่ายมองไม่เห็น และเธอก็เล่นบทพูดไม่ได้ อาจจะดีแล้วกระมัง ไม่อย่างนั้นเด็กสาวนางรำคงจำเสียงได้เสียเปล่า ...เธอได้ยินว่าคนตาบอดมักจะแยกแยะเสียงได้ดีเป็นพิเศษเสียด้วย

แอชลีนน์จึงชะเง้อชะแง้และกวักมือเรียกรูอาร์ค

...ซึ่งก็ไม่รับมุกเอาเสียเลย...

อ้าว! ยายเปี๊ยก! มานี่สิเขากวักตอบมาดื่มด้วยกัน

ท่านพูดกับใครหรือนางรำสาวตั้งคำถาม

อ้อ เมียข้าน่ะ นางเป็นใบ้ แต่คุยกันผ่านข้าก็ได้ คนเราดื่มเหล้าคุยถูกคอก็ถือว่าเป็นสหายกัน รู้จักกันไว้ทั้งครอบครัวก็ดีใช่ไหมล่ะ

ทว่าเจ้าหญิงแห่งธีร์ดีเรไม่เห็นด้วย เธอยิ่งขมวดคิ้วใส่รูอาร์คก่อนจะกวักมือเรียก และขยับปากเงียบๆ ว่าเรื่องสำคัญ’ ...นั่นทำให้เด็กหนุ่มผมแดงเลิกคิ้ว แต่ก็ยังไม่ยอมขยับจากที่นั่ง

มีอะไรหรือ

เด็กสาวตัดสินใจใช้มาตรการสุดท้าย คือวิ่งเข้ามาคว้าแขนเขาเสียดื้อๆ ก่อนจะฉุดดึงให้ยอมลุกขึ้นยืน แล้วก็ลากถูลู่ถูกังออกไปจากห้อง

โดยพยายามไม่สนเสียงหัวเราะปนกระเซ้าจากใครต่อใคร รวมถึงเสียงตอบนางรำสาวตาบอดอย่างขำๆ ว่าเพื่อนร่วมวงเหล้าของเธอแค่โดนเมียมาตามเท่านั้นเอง

เป็นอะไรไป เจ้าเปี๊ยกรูอาร์คยังคงถามขำๆ เมื่อแอชลีนน์ยอมหยุดเท้าบนทางเดินใกล้ห้องพักของพวกเขา ซึ่งเวลานี้ร้างคนโดยสิ้นเชิงจะรีบหาพยานไปทำพิธีแต่งงานรึ

เจ้าเมาแล้วใช่ไหมเด็กสาวคาดคั้น เมื่อได้กลิ่นเหล้าชัดในลมหายใจเขา

เด็กหนุ่มผมแดง (ซึ่งเวลานี้หน้าแดงตามสีผมไปด้วย) กลับหัวเราะราวกับชื่นมื่นเต็มประดา

ให้ตาย... เก็บคำพูดนี้ไปถามอาเมียร์ไม่ดีกว่าหรือ ก็ข้าไม่ใช่—

รูอาร์ค!เจ้าหญิงขึ้นเสียงนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ! มีคนจับเราได้แล้ว!

ว่าอะไรนะอีกฝ่ายค่อยดูจริงจังขึ้นได้

แอชลีนน์รีบเล่าเรื่องชายที่น่าจะเป็นชาวธีร์ดีเรซึ่งปลอมตัวเป็นชาวทะเลทราย และเข้ามาทักเธอเมื่อครู่ที่ผ่านมาให้เขาฟัง

เราจะทำอย่างไรดีเด็กสาวถามหลังจากพูดจบถ้าเขารู้ถึงขั้นนี้ ไม่นานต้องมาจับพวกเราแน่ๆ

คงต้องปรึกษาอาเมียร์เด็กหนุ่มตอบแต่ถ้าให้ข้าเดา เขายังไม่ทำอะไรแน่ จนกว่าจะขึ้นฝั่งเช้าพรุ่งนี้ ถึงอย่างไร ตอนนี้เราก็หนีไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งเขาน่าจะรู้ดีจนเกินพอว่าอาเมียร์ไม่มีเวทมนตร์พาคนดำน้ำหรือเดินบนน้ำหนีได้หรอก

แอชลีนน์เพิ่งตระหนักได้ในตอนนั้นว่าชายชาวทรายที่ว่าเป็นคนเดียวกับที่นำเชือกมาช่วยอาเมียร์นั่นเอง

นั่นสิ หากเขาต้องการเอาตัวเธอกลับไปหรือคิดจับกุมอาเมียร์ ทำไมถึงไม่พาพรรคพวกมาจับกุมทั้งสามในตอนนั้น หรือไม่ปล่อยให้เด็กหนุ่มจมน้ำตายไปเสียเลย

หมายความว่าเขาปรารถนาดีต่อพวกเธอจริงๆ ...ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีกำลังพลอยู่บนเรือมากพอที่จะทำเช่นนั้นใช่ไหม

แต่ว่าไป ข้าว่าเราก็คงต้องระวังตัวให้มากขึ้นเด็กหนุ่มผมแดงเอ่ยต่อเขามากับนางรำตาบอดคนนั้น...ไม่รู้ข้าโดนล้วงความลับไปเท่าไรแล้วสินี่

“...สองคนนั้นมาด้วยกันหรือเด็กสาวยิ่งนิ่งอึ้ง

ฮื่อรูอาร์คพยักหน้าเขาเป็นนักดนตรี เมื่อวานในงานเลี้ยงของพวกพ่อค้า สองคนนั้นยังมาแสดงอยู่เลย แต่ข้าก็ไม่ทันสังเกตหรอกว่าเขาไม่ใช่คนทราย รู้แต่พวกเขาทั้งเล่นทั้งรำเก่งจนเหมือนฝันทีเดียวล่ะ

แอชลีนน์ขมวดคิ้ว เธอเริ่มไม่สบายใจยิ่งขึ้นอีกกับคำที่เด็กสาวตาบอดเอ่ย เรื่องเกี่ยวกับอาเมียร์...ชะตาของมหาราชและทรราช

...นั่นเกี่ยวข้องอะไรกับท่าทางแปลกๆ ของเขา กับสิ่งที่เขาทำลงไปหรือเปล่านะ...

เอาเถอะ เจ้ากลับไปหาอาเมียร์แล้วกัน เสร็จเรื่องแล้วข้าจะรีบกลับไปคุยกับพวกเจ้าในห้อง อย่างน้อยคงต้องไปลานางดีๆ ก่อนไม่ให้เป็นพิรุธ แล้วก็หาทางขายเหล้าให้ได้หมดถังหนึ่ง จะได้เอาไปใช้ยัดปลาชาดานกะหลั่วตอนลงจากเรือได้

คำพูดของรูอาร์คดึงความคิดของเด็กสาวไปอีกเรื่องทันที

จริงสิ! อาเมียร์จะขอกุญแจหีบ เสื้อของเขายังไม่แห้ง ข้ามาตามเจ้าทีแรกก็เพราะเรื่องนี้แท้ๆ

อ้าวเรอะเด็กหนุ่มผมแดงหรี่ตาลงอย่างมีเลศนัยข้ารึนึกว่า...พวกเจ้าอยู่ด้วยกันไม่เห็นต้องแต่งตัวเต็มยศสักหน่อย

รูอาร์คชักเท้าของตน หลบรองเท้าที่กำลังจะบดปลายนิ้วหัวแม่เท้าทันท่วงที

อะไร ไม่เห็นต้องอายเลยเจ้าหญิงเปี๊ยก ลองเจ้าลอกคราบเขาได้หมดจดแบบนั้น ก็รู้ๆ กันอยู่แหละนะ...ว่าไปกันถึงไหน

เอากุญแจมาเด็กสาวพยายามแหว แต่กลับติดอาการหายใจขัดกับร้อนวูบทั้งศีรษะซึ่งจู่ๆ ก็เป็นขึ้นมากะทันหัน

อีกฝ่ายคว้าลูกกุญแจจากในถุงมาหมุนเล่นกับนิ้วอย่างสบายอารมณ์อืม...ให้โดยมีข้อแม้ดีไหมนะ

คอยดูเถอะ กลับถึงวังข้าจะสั่งประหารเจ้า!

งั้นข้าจะไปอ้อนวอนพระสวามีของเจ้าให้เขาเมตตา ด้วยค่าที่ข้าเป็นพระสหาย—

แอชลีนน์กระโจนเข้าไปคว้ากุญแจ ทว่ากระรอกแดงตัวแสบไวกว่า จึงโยกหลบได้ทันท่วงที

กระนั้น เขาก็ยังโยนกุญแจส่งมาให้เด็กสาวคว้าแทบไม่ทัน

ฝากแสดงความยินดีกับอาเมียร์แทนข้าด้วยละเขาพูดอย่างร่าเริงกลับถึงจวนแล้วข้าจะทำขนมมงคลให้ อ้อ...แล้วจะวางแผนดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ให้พวกเจ้าด้วย ชอบภูเขา ทะเล หรือน้ำตกกันล่ะ

เด็กสาวโมโหแทบเป็นไฟ แต่ก็ยังอายจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่กำกุญแจไว้ในมือขณะรีบก้าวยาวๆ ไปตามทาง

อดไม่ได้ที่จะเลื่อนมือหนึ่งขึ้นแตะริมฝีปากทั้งใบหน้าร้อนผ่าว ขณะนึกถึงบางสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...เรื่องที่ไม่ควรเกิด และทำให้เธอไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรกับทุกอย่างรอบตัว...ทั้งธีร์ดีเร การตัดสินใจของตน และอาเมียร์...

เขาทำอย่างนั้นกับเธอได้อย่างไร

 

อาเมียร์นั่งปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปเรื่อยๆ ในเมื่อไม่รู้จะทำอะไรอย่างอื่นอีก กระนั้นเด็กหนุ่มก็ไม่ได้วิตกกังวลอะไร ราวกับมีบางสิ่งบอกเขาอยู่ในใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลทั้งสิ้น

เรียบร้อยดีกว่าที่คิดไว้ด้วยซ้ำ...ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกเช่นนี้

ก่อนหน้านี้พักใหญ่ เขารับประทานอาหารเช้าที่แอชนำเข้ามาให้แล้วถึงนึกขึ้นได้ว่าตนมีอำนาจสะเดาะกุญแจ จึงได้ลองใช้กับหีบเสื้อผ้าดู และก็ได้ผล ด้วยเหตุนี้จึงได้แต่งตัวก่อนกุญแจมาถึงอยู่นานทีเดียว

เขานึกอยู่บ้างว่าต้องขอโทษใครก็ตามที่มาพร้อมกับกุญแจ...แต่ก็รออยู่เสียนานจนกระทั่งประหลาดใจ จนครั้นคนคนนั้นมาถึงจริงๆ จึงยิ่งรู้สึกอยากถามเสียก่อนจะเอ่ยขอโทษ

แต่พอเห็นทั้งสีหน้าและท่าทางของแอชลีนน์ ซึ่งดูราวกับเพิ่งวิ่งมาจนเหนื่อยหอบ คำถามจึงกลับกลายเป็นเรื่องที่แม้แต่ตนเองก็ยังไม่ได้คิดมาก่อน

เกิดอะไรขึ้นหรือ

เด็กสาวไม่ตอบ เธอกลับเอาแต่จ้องมองเขาอย่างประหลาดใจ ผิวหน้าขาวบอบบางแดงก่ำกระทั่งเห็นได้ชัด

“...ท่าน...แต่งตัวแล้ว?”

เอ้อ ข้าเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองสะเดาะกุญแจเป็น ขอโทษด้วยนะอาเมียร์เกาศีรษะว่าแต่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ท่าทางเจ้าเหมือนเพิ่งวิ่งมา

มะ...ไม่มีอะไรหรอกแอชหันไปทางอื่นอีกครั้งวะ...ไว้ไปคุยกับรูอาร์คก็แล้วกัน

แสดงว่ามี แต่เจ้าไม่อยากพูดหรือเด็กหนุ่มเลิกคิ้วทำไม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า หรือวิ่งหนีใคร

หรือว่าไม่สบาย...

อาเมียร์เดาจากสีหน้าของเธอ จึงได้ลุกขึ้น และก้าวเข้าไปใกล้ แต่ครั้นจะเอื้อมมือไปแตะหน้าผาก...เด็กสาวกลับปัดมือของเขาออกไปโดยเร็ว

อย่านะ!

เด็กหนุ่มนิ่งงันอยู่กับที่ พอตั้งสติจะเอ่ยถามก็เห็นแอชยกสองมือขึ้นกอดไหล่ ตัวสั่นน้อยๆ

ราวกับกำลังกลัว...อย่างนั้นหรือ

แต่จะกลัวอะไรกัน

ข้าขอโทษสุดท้ายอาเมียร์ก็ตัดสินใจเอ่ยไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่จะดูว่าเจ้ามีไข้หรือเปล่า

เด็กสาวเพิ่งเหลือบตามองเขาได้...แต่ก็แค่แวบเดียวก่อนจะก้มหลบสายตาอีกครั้ง เสียงพูดของเธอฟังเหมือนคนแปลกหน้าท่านคิดจะล้อเล่นกับข้าไปถึงไหน

ล้อเล่น?”

ตัวเองก็เปิดหีบได้ แล้วจะให้ข้าวิ่งวุ่นเอากุญแจมาให้ทำไม สนุกมากใช่ไหม...ที่ได้ปั่นหัวข้าแบบนี้!

ปั่นหัวเจ้าอะไรเด็กหนุ่มไม่ชอบทั้งเรื่องที่ถูกกล่าวหาและเสียงของเธอ เสียงที่ชวนให้เขานึกถึงตอนที่แอชเอาแต่พูดกล่าวหาเขาอยู่ฝ่ายเดียวในคืนลูคนาซัธ โดยไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆ ของเขาเลยก็บอกแล้วว่าข้าลืมไป เลยขอโทษแล้วไง

งั้นกระทั่งเรื่องเมื่อคืน...ท่านก็ลืมไปด้วยหรือ!เสียงของแอชกลับไม่คลายความกราดเกรี้ยว สองมือเลื่อนไปขยุ้มกระโปรงข้างตัวเสียแน่น

เมื่อคืน?” อาเมียร์ยิ่งงุนงงเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือ

ครั้นคนตรงหน้าไม่ตอบ เด็กหนุ่มจึงคิดด้วยตนเอง...กระทั่งนึกได้ว่าตนบอกอะไรกับเธอ ก่อนจะพลัดตกเรือไปโดยไม่คาดฝัน

เรื่องที่...ข้าบอกว่าข้าเป็นเจ้าชายน่ะหรือ ข้าพูดจริง เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้พูดต่อ เมื่อครู่ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้อาเมียร์พยายามพูดถ้าเจ้าอยากฟังเรื่องทั้งหมด ข้าก็จะเล่า—

ท่านเล่าไปแล้วแอชกลับขัดขึ้นทันทีอย่าบอกนะ...ว่ากระทั่งเรื่องนี้ก็ลืมไปด้วย

ข้าเล่าไปแล้ว?” เด็กหนุ่มทวนคำอย่างสับสนเมื่อไร

เขาพยายามนึก ที่จริงควรเรียกว่าเค้นความทรงจำทั้งหมดที่มี...กระนั้นก็ยังไม่มีความกระจ่างใดผุดขึ้นมา

ที่ผุดขึ้นกลับเป็นโทสะ เมื่อคู่สนทนาตอกเข้ามาอีกครั้งมีอะไรที่ท่านจำได้บ้างไหม!

ข้าจะไปจำเรื่องที่ข้าไม่ได้ทำได้ยังไง!เขาไม่อยากขึ้นเสียงใส่เธอ แต่ก็ห้ามตนเองไม่ทันเสียแล้ว

เด็กสาวเงยหน้าขวับ นัยน์ตาเบิกกว้าง ทั้งประหลาดใจ เสียใจ และดูเหมือนจะตัดพ้อมากเสียจนอาเมียร์ไม่เข้าใจ

ใช่สิ! ไม่ได้ทำ!เสียงของเธอสั่นไหว เบาบางข้าเพิ่งรู้ว่าท่านเป็นคนแบบนี้...คิดกับข้าแบบนี้! แย่ยิ่งกว่า...

แอชเงียบไปเหมือนเพิ่งตระหนักได้ ทว่าเด็กหนุ่มไม่ยอมปล่อยให้มันผ่านไป เสียงของเขากลับเย็นขึ้นอย่างที่ตนเองยังคาดไม่ถึง

แย่ยิ่งกว่าอะไร...หรือใครเขาเดาจากท่าทางของเธอ...อาจเดาได้ดีจนเกินไปชาลัวห์หรือ เมื่อครู่...เจ้าคิดว่าข้าจะล่วงเกินเจ้าอย่างนั้นหรือ! เจ้าเห็นข้าเป็นคนแบบนั้น!

ริมฝีปากของเด็กสาวสั่นระริก อย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

แล้วทำไม...ข้าจะไม่มีสิทธิ์คิดว่าท่านเป็นคนแบบนั้นเธอพูดกลั้วสะอื้นในเมื่อ...ท่านทำลงไปแล้ว! ทะ...ทำไมข้าจะไม่รู้...ว่าท่านเห็นข้าเป็นแค่ใบเบิกทางสู่บัลลังก์...เพื่อจะได้กอบกู้อาณาจักรของท่านขึ้นมา!

เจ้าพูดอะไรของเจ้าอาเมียร์ยิ่งไม่เข้าใจข้าทำอะไรเจ้า กอบกู้อาณาจักรอะไร

แอชจ้องเขาอยู่แค่แวบเดียว...ด้วยสายตาที่บอกความรู้สึกผสมปนเปมากมาย ทั้งราวกับถูกทิ่มแทงเจ็บสาหัส และต้องการจะทิ่มแทงเขาเสียให้ตาย จากนั้นเธอก็สะบัดกายไปที่ประตู

ติดที่เด็กหนุ่มรีบคว้าแขนของเธอไว้เสียก่อน

ปล่อยนะ!เด็กสาวร้องพร้อมกับพยายามสะบัด แต่อาเมียร์ก็ยังคงรัดแขนของเธอไว้แน่น

...ถึงอย่างไรก็ต้องพูดกันให้รู้เรื่อง...

เด็กหนุ่มคิดเท่านั้นจริงๆ ...ก่อนที่ภาพภาพหนึ่งจะพลันวาบขึ้นในคลองจักษุ

...แอชอยู่ในอ้อมแขนของเขา และเขาก็กำลังจูบเธอ...จูบลึกซึ้งด้วยความปรารถนา...

ดวงตาของเขาพลันเบิกกว้าง ไม่ต่างจากเด็กสาวในความทรงจำ

อาเมียร์ที่เห็นผ่านสายตาของเธอราวกับเป็นคนแปลกหน้า ทั้งต่อเจ้าของความทรงจำและผู้มอง แต่อีกทางหนึ่ง ก็เป็นใบหน้าที่คุ้นเคยจนน่ากลัวสำหรับเด็กหนุ่ม...

เหมือนโจรที่เขาเคยเห็น เหมือนชาลัวห์ และคงเหมือนพวกที่ทำร้ายหญิงคนหนึ่งจนยับเยินทั้งกายใจ ...แค่เพราะต้องการครอบครองหญิงตรงหน้าเพียงอย่างเดียว

...เป็นไปไม่ได้!...

...เป็นเขาจริงหรือ เขาน่ะหรือจะลบหลู่เกียรติของเธอเช่นนั้น...ต่อให้รักหรือต้องการเธอเพียงใดก็ตาม...

ภาพนั้นพลันวูบดับ แอชสะบัดแขนจากการเกาะกุมของเขาสำเร็จ และกระชากประตูออกไปโดยเร็ว

อาเมียร์คงจะตามออกไปโดยไม่คิดอะไรแล้ว...หากว่าอาการปวดศีรษะจะไม่เล่นงานเขาเสียก่อน ปวดรุนแรงเสียจนตาพร่าและร่างทรุดฮวบลงกับพื้น ปวดราวกับมีใครสักคนบีบเค้นคั้นสมองอยู่ภายใน

เด็กหนุ่มนอนตัวงออยู่ตรงนั้นพร้อมกับครางปนหอบ ขณะรู้สึกเพียงอยากให้มันหายไป หายไปเสียที

...ทั้งอาการปวดศีรษะ และเสียงหัวเราะราวกับดีใจลิงโลดของเด็กชายคนหนึ่งซึ่งฟังเหมือนกับเสียงของเขาเสียจนน่ากลัว...

 

แอชลีนน์ไม่รู้อีกแล้วว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น หรือว่าตนจะไปอยู่ที่ใด

รู้แต่เธออยากหายไป หายไปจากที่นี่ อยากกระโดดลงทะเลไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด...อย่างที่ราชินีมาทิลดาแห่งทาราผู้เป็นบรรพบุรุษของเธอเคยทิ้งร่างลงมาจากยอดหอคอยสูง แล้วดูซิว่าคนที่เพิ่งตกลงไปในน้ำเย็นเฉียบเมื่อคืนจะรู้สึกเช่นไร จะทำอย่างไรต่อไปอีก

แต่ลงท้าย เจ้าหญิงแห่งธีร์ดีเรก็รู้ว่าตนทำเช่นนั้นไม่ได้ เธอยังมีคนอื่นๆ คอยเป็นห่วง ยังมีอาณาจักรให้ต้องรับผิดชอบ การฆ่าตัวตายด้วยเหตุผลที่น่าสมเพชย่อมไม่มีผลดีแต่อย่างใด

ถึงอย่างนั้น เด็กสาวก็ยังไม่อาจห้ามความเสียใจและน้ำตา

มารู้ตัวอีกที เธอก็ยืนเกาะกราบเรือด้านหนึ่ง ร้องไห้เงียบๆ ปล่อยน้ำตาหยดเล็กนิดเดียวให้ร่วงเผาะๆ ลงสู่ทะเลกว้างใหญ่ไปไม่รู้เท่าไร ทั้งๆ ที่ไม่รู้เลยว่าจะรู้สึกอย่างไรกับคนที่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตาเช่นนี้ดี

อาเมียร์ยิ่งดูไม่เหมือนอาเมียร์ขึ้นทุกที

แอชลีนน์ไม่เข้าใจ แต่ก็เหมือนสัมผัสได้ เมื่อคืนเขาแปลกไป ทั้งถ้อยคำทั้งการกระทำไม่เหมือนอาเมียร์คนเดิม เขาพูดถึงความแค้นของตน...ขอให้เธอเป็นราชินีของเขา แล้วยัง...

เด็กสาวยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก...ยิ่งรู้สึกผิดแปลก เหมือนตัวเธอในเมื่อวานกับวันนี้ก็เป็นคนละคนกัน

เธอไม่เคยนึกเลย ว่าอาเมียร์จะทำเช่นนั้น

...

ทุกสิ่งกะทันหันจนเกินไป กระทั่งเด็กสาวแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นความจริง

ใบหน้าของอาเมียร์อยู่ตรงหน้าเธอ มิหนำซ้ำใกล้ชิดยิ่งกว่านั้น ริมฝีปากของเขาร้อนผ่าว...เรียกร้อง...ให้สัมผัสไม่คุ้นเคย

และครั้นจะดันเขาออกไป มือข้างหนึ่งก็ถูกเกาะกุมไว้ ขณะที่อีกข้างไร้แรงแทบเหมือนถูกสูบพลัง

เธอหายใจไม่ออก ได้แต่รอจนกระทั่งเด็กหนุ่มถอนริมฝีปากเอง แต่ยังไม่ปล่อยตัวเธอเป็นอิสระ

ทำไม กลัวหรือ เขาถาม รอยยิ้มอันแฝงนัยประหลาดฉายอยู่ทั้งในแววตากับริมฝีปาก

แอชลีนน์ไร้คำตอบ เธอได้แต่จ้องมองเขา ขณะเดียวกันก็หอบหายใจ ถามตนเองเช่นนั้นไปพร้อมกัน

ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย อาเมียร์เอ่ยอย่างอ่อนโยน เจ้าเองก็รักข้าไม่ใช่หรือ อยากให้ข้าได้เป็นราชาคู่กับเจ้าอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ข้าจะเป็นราชาที่เจ้าปรารถนาคนนั้นเอง

ใบหน้าของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้อีกครั้ง กระทั่งรู้สึกได้ถึงลมอุ่นๆ ที่ตกกระทบใบหู

เมื่อถึงเวลานั้น ใครก็พรากเราจากกันไม่ได้ ข้าจะล้างแค้นให้เจ้าเอง จะลากคอศัตรูของพวกเรา...ทั้งไอ้พวกที่ทำร้ายอาณาจักรของเรากับไอ้พวกที่มันทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดและสูญเสีย...มาฆ่าให้หมด แล้วข้าจะนำทางธีร์ดีเรไปพร้อมกับเจ้า ขอเพียงเจ้าอยู่เคียงข้างข้า...ในฐานะราชินีของข้าเท่านั้น

เด็กสาวอยากถามว่าเขาเป็นอะไรไป มิเช่นนั้นก็เอ่ยปฏิเสธ แต่ก็ไม่รู้ว่าเสียงของตนไปอยู่เสียที่ไหน ร่างกายของเธอเหมือนอ่อนเหลวเป็นน้ำเมื่อใบหน้าของเขาโน้มลงมา สัมผัสคลอเคลีย รุ่มร้อน ทรมาน

แอชลีนน์ในเวลานั้นไม่ทันคิด แต่เมื่อย้อนนึกจึงเพิ่งตระหนักได้ว่าอาเมียร์อาจจะทำเรื่องน่ากลัวยิ่งกว่านั้น...หากว่าประตูไม่เปิดผลัวะเข้ามาเสียก่อน

เอ...นี่ห้องพ่อค้าเหล้าใช่ไหม

เด็กสาวรู้สึกเหมือนมนตร์สะกดเพิ่งคลาย เธอสะดุ้งโหยงก่อนจะดันตนเองออกจากอ้อมแขนของเด็กหนุ่ม แล้วหันขวับไปเห็นคนที่คุ้นหน้าเสียจนคาดไม่ถึงอยู่ตรงนั้น

นางรำตาบอดคนนั้นเอง

เธอดูซีดเซียวยิ่งกว่าแค่ไม่ถึงชั่วยามก่อนอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก็ยังยืนอยู่ได้แม้ท่าทางอิดโรยเหมือนเหนื่อยอ่อน

ขอซื้อเหล้าหน่อยสิ แค่หนึ่งลิทราก็พอ เธอพูดพลางหยิบกล้องสูบยาขึ้นจรดริมฝีปาก เดี๋ยวนี้เลยก็ดี ครั้งนี้อาการหนักกว่าที่คิด แค่ยาอย่างเดียวคงเอาไม่อยู่

ผิดห้องแล้ว อาเมียร์พูดเสียงแข็ง ฟังดูไม่เป็นมิตรจนไม่น่าเชื่อ

อ้าว! ห้องของสองหนุ่มที่ช่วยข้าเองหรือ เด็กสาวยิ้มออกมา ดูท่าทางเธอคงไม่เห็นสีหน้าของผู้พูดจริงๆ แต่พวกเจ้าก็มีเหล้าใช่ไหม ข้าได้กลิ่นอยู่ ช่วยข้าสักหน่อยเถอะนะ

อะ...อือ แอชลีนน์รีบรับ ดะ...เดี๋ยวข้ารินให้นะ

เด็กสาวตั้งท่าจะผละจากเด็กหนุ่มและตรงไปที่ถังเหล้า แต่เขาก็กลับคว้าแขนของเธอไว้ก่อนจะบีบแน่นโดยไม่พูดอะไร

แอชลีนน์หันกลับไป เห็นอาเมียร์สบตากับเธอพร้อมกับสั่นศีรษะ สีหน้าแข็งกร้าว แทบเรียกได้ว่าถมึงทึง

เธอยิ่งไม่เข้าใจ ทว่าที่ยิ่งกว่าความไม่เข้าใจคือความกลัว แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไร ไม่ว่ากับเขาหรือหญิงตาบอด เด็กสาวก็รู้สึกเหมือนกับร่างของตนถูกผลักจนเซไปสองสามก้าว ทว่ายังดีที่ประคองตนเองให้ยืนอยู่ได้

แต่กลับมีเสียงบางสิ่งกระทบพื้น หลังจากเสียงร้องสั้นๆ ของเด็กหนุ่มข้างกาย

ครั้นพอที่จะตั้งสติได้แล้ว เจ้าหญิงถึงได้เห็นอาเมียร์นอนหมดสติอยู่บนพื้น มีร่างเล็กบอบบางของเด็กสาวนางรำนั่งเกยอยู่หมิ่นๆ มือหนึ่งของหญิงตาบอดยึดแขนของเด็กสาวที่ยืนอยู่ไว้

นั่นเอง คงเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอเซไป

ขะ...ขอโทษนะ เมื่อครู่ข้าหน้ามืดไป นางรำเอ่ยแผ่วเบา พวกเจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ถึงกับล้มเชียวหรือ นี่...

เธอเขย่าตัวเด็กหนุ่มผมดำซึ่งกลับตัวอ่อนปวกเปียก ไม่ตอบสนองไปเสียดื้อๆ

นี่ เจ้าหนู พี่ชายเจ้าเป็นอะไรไป เขามีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่า หญิงชาวทรายหันมาถามแอชลีนน์ที่ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ ตัวยังเปียกๆ อยู่...ใช่ที่เพื่อนร่วมทางข้าบอกว่าเขาตกน้ำใช่ไหม

ชะ...ใช่ เจ้าหญิงตอบ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นอะไร แต่มีคนกำลังไปตามหมอให้อยู่

งั้นก็ดี เด็กสาวตาบอดหายใจขัดขึ้นอีกครั้ง มีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกมานะ แต่ตอนนี้คงต้องขอให้เจ้าช่วยก่อน ถ้าไม่ได้เหล้ามาเป็นกระสายยาขยายหลอดลม...ข้าต้องแย่แน่

อะ...อือ แอชลีนน์รับแล้วก็ตรงไปเปิดจุกถังเหล้าซึ่งรูอาร์คเปิดไว้แบ่งขายเรียบร้อย ก่อนจะรินใส่ถ้วยไม้มาให้คนร้องขอ ซึ่งรีบดื่มอย่างกระหายจนหมดในแค่ครู่เดียว

เหล้าดี เธอเปรยเมื่อส่งถ้วยคืนให้เด็กสาว ขอบใจมาก เท่าไรหรือ

เอ่อ... เจ้าหญิงตัดสินใจไม่ถูก ไม่เป็นไร ของแค่นี้เราไม่คิดเงินหรอก

แต่ข้าไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณคนอื่นนี่สิ นางรำสาวยิ้มน้อยๆ อ้อ แล้วก็คงต้องช่วยชดเชยด้วย ไม่รู้ว่าทำไมพี่เจ้าเป็นลมไป แต่ในเมื่ออาจจะเป็นเพราะข้าเสน่ห์แรงเกินจนเขาทนไม่ไหว ข้าก็ควรรับผิดชอบแหละนะ

หา... แอชลีนน์ยิ่งไร้คำตอบ

เขาตัวใหญ่อยู่ เจ้าคนเดียวคงพาขึ้นไปนอนบนเตียงลำบาก เดี๋ยวข้าช่วยแล้วกัน แล้วก็จะช่วยเช็ดตัวให้เขาด้วย อีกฝ่ายพูดเรียบๆ และหันดวงตาที่มองไม่เห็นมาทางเธอตลอดเวลา ก็อย่างที่เขาว่า ผู้หญิงละเอียดอ่อนกว่า ทำความสะอาดได้ดีกว่าผู้ชาย อ้อ ไม่ต้องกลัวข้าจะลวนลามพี่ชายเจ้าทางสายตาด้วย เพราะถึงอย่างไรข้าก็มองไม่เห็นอยู่แล้ว

ที่จริง หากเป็นเวลาปรกติ เจ้าหญิงอาจจะรู้สึกว่าตนควรระแวงมากกว่านี้และปฏิเสธไป แต่ดูเหมือนคืนนั้นจะเกิดอะไรต่อมิอะไรมากมายเกินไป ใหญ่หลวงและหนักหนาเกินไป จนแอชลีนน์ไม่รู้ว่าตัดสินใจอย่างไรจะเหมาะสมที่สุด เธอจึงได้ยอมตาม แล้วก็ช่วยนางรำตาบอดดึงตัวอาเมียร์กลับขึ้นไปนอนตามเดิม (อย่างง่ายดายเสียจนเธอยังแปลกใจว่าเด็กหนุ่มตัวเบาขนาดนี้ หรือเด็กสาวผู้ช่วยทรงพลังเกินตัวไปมากโขกันแน่) จากนั้นจึงนั่งมองอยู่ห่างๆ ขณะที่อีกฝ่ายถอดชุดเปียกที่เหลือให้กับอาเมียร์โดยมีผ้าห่มคลุมไว้อีกชั้น และใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้โดยยื่นเข้าไปใต้ผ้าห่มเช่นกัน

ครั้นเช็ดตัวเสร็จเรียบร้อย เด็กสาวชาวทรายก็ขอตัวออกไป และอีกครู่เดียวรูอาร์คก็กลับเข้ามาบ่นโขมงว่าบนเรือไม่มีหมอ มิหนำซ้ำพวกลูกเรือยังง่วงสะลึมสะลือจนต้องปลุกอยู่เป็นนานกว่าจะยอมตื่นขึ้นมาคุยด้วย

อย่างกับโดนเป่ามนตร์นอนหลับทั้งเรือยังงั้นละ เขาเปรย ทว่าเมื่อเข้าไปแตะหน้าผากของอาเมียร์ก็ดูจะโล่งใจขึ้น ยิ่งเมื่อแอชลีนน์ตอบอ้อมแอ้มว่าเด็กหนุ่มฟื้นขึ้นมารอบหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่มีไข้ ก็คงไม่เป็นไร มะรืนนี้เราก็ถึงฝั่งแล้ว ค่อยไปตรวจกับหมอตอนนั้นก็แล้วกัน

เด็กสาวไม่ตอบอะไรมาก เธอเพียงแต่บอกว่าตนเหนื่อย คงต้องขอนอนพักก่อน และให้เด็กหนุ่มผมแดงคอยเฝ้าอาเมียร์ไว้แทน

กระนั้น แอชลีนน์ก็แทบหลับไม่ลงเลย ในเมื่อทั้งวาจาและการกระทำแปลกๆ ของอาเมียร์ยังคงวิ่งวนอยู่ในห้วงความคิด...พร้อมกับคำถามอันน่ากลัวต่างๆ นานา

...

เสียงใครร้องไห้อยู่ที่นี่กันหนอ

แอชลีนน์สะดุ้งเฮือก แต่ในไม่ช้าก็จำได้จากเสียงว่าเป็นนางรำตาบอดคนนั้นเอง

เวลานี้เธอยืนเท้ากราบเรืออยู่ข้างๆ เด็กสาวและหันหน้ามาอย่างสนใจ

ร้องไห้ทำไมหรือ เจ้าหนู พี่ชายเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง

เด็กสาวรีบซับน้ำตา...ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายไม่อาจมองเห็น แต่กระนั้นก็ไม่รู้ว่าจะตอบอะไร

ที่จริง ก็รู้สึกอยู่ว่าควรจะขอบคุณที่เธอเข้ามาช่วยเรื่องเมื่อคืน ซึ่งแอชลีนน์ตกใจเสียจนไม่ทันพูดขอบคุณเรื่องอะไรก็ตามเลย

แต่ถึงอย่างนั้น เด็กสาสก็ยังอดไม่ได้ที่จะระแวง หากว่าอีกฝ่ายเป็นพวกเดียวกับชายโพกศีรษะคนนั้นจริง...

ก็ไม่ใช่พวกเดียวกันเสมอไป แต่ตอนนี้ก็ร่วมมือกันแหละนะ

เด็กสาวสะดุ้งเฮือกเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยขึ้นราวกับล่วงรู้จิตใจ

อย่าตกใจเลย เจ้าหญิง ขออภัยที่ข้าใช้ภาษาชั้นสูงกับท่านไม่เป็น ข้าเป็นเพียงแค่แม่มดที่โตมาในชนบทตลอดนี่นะหญิงตาบอดหันหน้ามาทางเธอนิ่งอยู่ราวกับมองเห็นแต่ข้ารู้ว่าตอนนี้ท่านรู้สึกอย่างไร และลองเจ้านักบวชไร้วาทศิลป์คนนั้นเผยตัวกับท่านแล้ว ข้าจะไม่ทำตามบ้างคงไม่ได้

แอชลีนน์เริ่มไม่แน่ใจว่าตนควรอยู่ฟังหรือรีบหนีไปให้คนอื่นๆ ช่วย แต่ไม่ทันมือเล็กๆ ซึ่งเอื้อมเข้ามา วางทาบทับบนมือของเธอและทำให้ทั้งร่างนิ่งค้าง ขยับไม่ได้ไปทันที แม้ประสาทรับรู้ทุกอย่างจะยังแจ่มชัดดี...อาจดีจนเกินไป

เด็กสาวนางรำค่อยๆ คลี่ยิ้มอย่างเป็นมิตร (จนน่ากลัว)

ดังนั้น เพื่อให้ท่านเข้าใจเจ้าชายแห่งความมืด และเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ขอให้ช่วยฟังมาลิอาผู้นี้สักครู่เถอะนะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น