The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,810 Views

  • 125 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    94

    Overall
    5,810

ตอนที่ 45 : 15 - กับดัก "ว่าอย่างไร หนูขาว เกือบได้ลงไปนอนเล่นในท้องแมวดำเข้าแล้วสิ"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ก.ย. 60

บทที่ ๑๕

กับดัก

 

แค่สี่ปีเองหรือ...

พระมหาเถระลูเธียนคิดในรถม้าที่แล่นออกนอกประตูเมืองหลวงแล้วเลี้ยวจากถนนสายหลัก สู่ทางลูกรังเล็กๆ ซึ่งขรุขระจนล้อสะเทือนโกกเกก กระนั้นคนขับก็ไม่ได้บ่น และมุ่งหน้าต่อไปตามทิศทางที่นักบวชหนุ่มเปิดหน้าต่างบอกเป็นระยะๆ

สถานการณ์น่ากังวลกว่าที่คาดไว้ในทีแรก เขาสัมผัสได้ว่าบัดนี้อำนาจมนตร์มืดของตัวต้นเหตุฟุ้งกระจาย สังเกตง่ายดายราวกับกลิ่นไหม้และควันไฟลามทุ่งจากตัวเด็กคนนั้น...ไม่สิ...จะเรียกว่าเด็ก อีกฝ่ายก็มีอายุมากกว่าเขาตั้งมากมาย

ลำพังลูเธียนยังไม่รู้ว่าตนจะมีอำนาจพอที่จะสะกดมนตร์ในกายของอีกฝ่ายได้หรือไม่ หากปราศจากการแทรกแซงของมนตร์มืดด้วยกัน

แต่จะให้ไปวิ่งหามนตร์มืดอีกคนก็ทันเสียที่ไหน...ป่านนี้เจ้าหล่อนกำลังเร่ร่อนในทุ่งกว้างสบายใจอยู่เสียกระมัง

ชายหนุ่มจึงบอกตนเองว่าถึงอย่างไรก็ได้แต่ลองดู เขารวบรวมสมาธิ สัมผัสเวทมนตร์ของอีกฝ่ายต่อไป จนกระทั่งรถม้าหยุดลงโดยไม่ทันสั่ง

ขออภัยขอรับ พระมหาเถระคนขับเปิดหน้าต่างหลังมาชะโงกบอกสุดทางแล้วขอรับ ข้างหน้ามีแต่ป่าเท่านั้นเอง

ไม่เป็นไรนักบวชหนุ่มตอบและเปิดประตูลงจากรถ

แนวป่าโอบล้อมทางเกวียนซึ่งแทบเรียกได้ว่ารกร้าง ขณะที่ไอเวทมนตร์มืดดูเหมือนจะอวลอยู่เพียงไม่ไกลเบื้องหน้า

ลูเธียนนำไม้คทาของตนมาสะพายหลัง จากนั้นก็หยิบถุงหนังใส่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่คาดเอวออก ประพรมน้ำพร้อมกับบริกรรมคาถาโดยรอบรถ ครอบคลุมทั้งม้าซึ่งดูตื่นน้อยๆ และสารถี

เมื่อบทสวดจบลง รอยน้ำสีเข้มบนพื้นดินแห้งผากก็เปล่งประกายขึ้นแวบหนึ่ง

รออยู่ในนี้ อย่าล้ำออกไปภายนอก แต่หากตะวันใกล้ตกดินแล้วข้ายังไม่กลับมา ก็จงขับรถกลับอารามหลวงที่เมอร์คาห์โดยเร็วที่สุด แจ้งให้พวกเขากลับมาตามหาข้าในตอนเช้า

ขอรับคนขับรถรับคำพร้อมทั้งทำมือเป็นสัญลักษณ์คารวะสุริยเทพขอให้องค์เทพเจ้าคุ้มครองท่าน

พระมหาเถระวัยหนุ่มเพียงพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในหมู่ไม้เบื้องหน้า

ช่วยด้วย! ท่านนักบวช! ช่วยข้าด้วยค่ะ!

หากจะมีสิ่งใดซึ่งนักบวชผู้เตรียมตัวพร้อมรับมือปีศาจทุกรูปแบบไม่ได้คาดการณ์ไว้...ก็เห็นจะเป็นภาพตรงหน้านี่เอง

หญิงสาวผมยาวสยายรุงรัง...แต่ใบหน้าดูคุ้นตาอย่างประหลาด เธอสวมชุดขาดวิ่นที่พอมองออกว่าเคยเป็นเสื้อผ้าของคนชั้นสูง ร่างถูกมัดติดกับต้นไม้ตรงหน้าด้วยเชือกสีดำอันดูพร่าเลือนเหมือนหมอกควัน ราวกับทิ้งไว้เป็นเหยื่อล่ออสูรร้าย

เจ้าเป็นใครลูเธียนตั้งคำถาม มือของเขากระชับคทาแน่นขึ้น

ข้าเป็นนางกำนัลในวังหลวง...ชายคนทรายนั่นล่อลวงข้าให้ช่วยเขาหนี แล้วก็จับตัวข้ามา มันว่าคืนนี้เป็นคืนเดือนมืด มันจะทำพิธี...ให้ข้ากลายเป็นทาสของมันชั่วนิรันดร์เธอพูดพลางสะอื้นไห้น้ำตานองหน้าท่านช่วยข้าด้วย! ช่วยข้าจากปีศาจร้ายที!

พระมหาเถระจำได้ว่าเคยเห็นภาพวาดของเธอแบบผ่านๆ ในประกาศจับ ครั้นเพ่งจิต ก็จับได้ว่าความมืดพวยพุ่งจากเชือกมนตรา แต่มิใช่หญิงคนนั้น เขาจึงก้าวเข้าไปใกล้อีกเล็กน้อย ครั้นแล้วก็บริกรรมคาถาจนแก้วใสที่หัวคทาสว่างวาบขึ้น และใช้คทาที่มีหัวโค้งเหมือนไม้เท้าเลี้ยงแกะเกี่ยวเบาๆ ที่เส้นเชือกจนพวกมันสลายเป็นหมอกควันดำโดยง่าย

หญิงสาวผู้เคยถูกมัดทรุดฮวบลงกับพื้นแทบทันที ทว่าลูเธียนเพียงถามเป็นอะไรหรือเปล่า แม่หญิง

ทะ...ท่านนักบวชช่วยประคองข้าทีเถอะค่ะ ข้าถูกมัดอย่างนี้มาเป็นวันๆ น้ำหรืออาหารไม่ได้แตะต้อง ตอนนี้เลยเพลียจนไม่อาจลุกยืน ท่าน...ช่วยพยุงข้าขึ้นมาหน่อยได้ไหมคะ

นักบวชไม่ควรแตะต้องร่างกายสตรีนักบวชหนุ่มเพียงส่งหัวคทาให้แตะนี่ไว้เป็นหลักก็แล้วกัน

เธอกลับมองสิ่งที่เขายื่นให้นิ่งอยู่

เช่นนั้น...ขอน้ำดื่มให้ข้าก่อนได้ไหมคะหญิงสาวพูดขึ้นอีกครั้งข้ากระหายน้ำเหลือเกิน หากได้ดื่มน้ำสักหน่อย...อาจจะมีกำลังขึ้นบ้าง

ข้ามีแต่น้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับปราบปีศาจลูเธียนตอบแต่เจ้าจะดื่มเล็กน้อยก็ได้ จะได้ขจัดไอปีศาจที่ติดตัวอยู่เสียด้วย

มือของชายหนุ่มเลื่อนไปยังถุงน้ำที่ข้างเอว เขาปลดมันออกมาวางลงบนพื้นตรงหน้าหญิงสาวแต่โดยดี

ขอบคุณมากค่ะหญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มเหนื่อยอ่อน มือของเธอค่อยๆ เอื้อมหาถุงน้ำบนพื้นหญ้า...แต่แล้วนัยน์ตาก็พลันเบิกกว้างขณะร่ำร้องท่านนักบวช! ข้างหลัง!

พระมหาเถระหนุ่มหมุนตัวกลับ เกี่ยวหัวคทาเข้ากับด้ามดาบที่ฟาดฟันเข้ามาอย่างฉิวเฉียด แต่ครั้นจะพยายามบิดให้ดาบนั้นร่วงจากมือ มันก็กลับสลายเป็นหมอกควันไป และชายผมดำผู้โถมเข้าจู่โจมก็เพียงแต่สะบัดมือใหม่ให้ไอความมืดรวมตัวเป็นดาบอีกเล่ม

ลูเธียนพึมพำมนตร์ให้หัวคทาสว่างวาบขึ้น ยังผลให้ชายถือดาบผงะถอยไป ครั้นแล้วนักบวชจึงกระทุ้งปลายด้ามคทาอีกด้านซึ่งลงอักขระไว้ไปข้างหลัง...กระทั่งสัมผัสได้ว่าคมมีดแสงที่บังเกิดจากอักขระชำแรกผ่านบางสิ่งที่หนาหนักและสร้างเสียงกรีดร้องโหยหวน

นักบวชปราบมารรีบวาดด้ามคทาเฉียงขึ้น ครั้นแล้วก็หมุนตัวกลับไป เห็นหญิงสาวในชุดขาดวิ่นชะงักค้าง มือขวาที่บัดนี้แปรเป็นคมเคียวสีดำเงื้ออยู่ห่างจากศีรษะของพระมหาเถระแค่หนึ่งช่วงแขน ตั้งแต่กลางลำตัวไปจนถึงไหล่ซ้ายของเธอซึ่งถูกเขากรีดด้วยคมแสงสว่างเมื่อครู่กลับกลายเป็นหมอกดำฟุ้งกระจายจนมองเห็นแนวไม้ข้างหลัง ใบหน้าบิดเบี้ยวของหญิงสาวแปรเปลี่ยนเป็นหญิงชราในชั่วแวบ...ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะพลันสลายไปพร้อมกับเสียงร้องแหบพร่า

ศัตรูร่วงไปหนึ่งแล้ว แต่นักดาบแห่งความมืดยังคงปราดเข้ามาจนลูเธียนต้องรีบเบี่ยงหลบดาบที่ฟาดฟันเข้ามาเป็นชุด ก่อนจะยันคทารับไว้

ชายผมดำรั้งดาบออก และเตะขัดขาเขาจนล้มหงายแทน

พระมหาเถระไม่ทันตั้งตัว จึงล้มลงกองบนพื้นแม้สองมือจะยังกำคทาแน่น บิดปัดดาบที่เสือกแทงลงมาได้อีกครั้งก่อนจะพลิกกายพยายามลุก ดาบคลาดจุดตายของเขาไปอย่างฉิวเฉียด กระนั้นก็ฟันถูกชายโครงอย่างถากๆ จนเป็นแผลยาว เลือดไหลซึมอาบเสื้อคลุมสีขาว

ให้ตาย! ไม่เจอกันไม่กี่ปี...ใช้ดาบจะเก่งเท่าพ่อมันแล้วหรือนี่!

ลูเธียนสบถในใจขณะข่มความเจ็บปวดจนยืนขึ้นได้ และกระทุ้งด้ามคทาบนลำต้นไม้เพื่อสร้างจุดเชื่อมเขตอักขระ เขาลืมนึกไปเสียสนิทว่าอีกฝ่ายเติบโตได้แล้ว และคงได้เรียนวิชาดาบจากบิดาเพิ่มเติมมาเกินพอ กระทั่งนักบวชหนุ่มซึ่งได้บทเรียนจากหมาป่าทมิฬให้ไปฝึกวิชาพลองตั้งแต่สามปีก่อนก็ยังตามกันไม่ทัน

แต่ถึงทักษะยุทธ์จะล้ำเลิศ เด็กหนุ่มก็ยังใช้เวทดำได้ไม่สมบูรณ์แบบนัก เห็นได้จากการเลือกโจมตีระยะประชิดเป็นหลัก ดังนั้นการถอยออกห่างเพื่อตั้งเขตอาคมสะกดล้อมรอบอีกฝ่ายน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

นักบวชหนุ่มจึงถอยพลางหลอกล่อพลางขณะใช้ด้ามคทากระทุ้งพื้นดินหรือต้นไม้ตามความเหมาะสมไปเรื่อยๆ กระนั้นศัตรูก็รุกไล่เข้ามาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย และวาดคมดาบเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขาขณะกำลังจะสร้างอาณาเขตจุดสุดท้าย...

...เพียงเพื่อถูกหยดน้ำใสสาดกระเซ็นราวกับโดนฝนกรดจนร้องโหยหวนและถลาลงไปดิ้นทุรนทุรายบนพื้น...

ลูเธียนเงยมองที่มาของน้ำบนฟ้าก่อนจะเห็นนกสีดำตัวหนึ่งบินวนอยู่พร้อมกับถุงหนังใส่น้ำที่จิกไว้ในกรงเล็บ เขาเลื่อนสายตาลงมองพื้น เห็นร่างที่ควรจะเป็นเด็กหนุ่มผมดำที่ตนรู้จักกลับกลายเป็นเงาดำ...สลับกับชายอีกคน...ชายผมสีน้ำตาลในวัยราวยี่สิบต้นๆ

“...ชะ...ช่วยด้วย...ชายคนนั้นพึมพำก่อนร่างสลายเป็นหมอกควัน เล็ดลอดออกไปจากเขตอาคมที่ยังไม่ได้ทำให้สมบูรณ์...โดยที่ลูเธียนไม่ทันกักมันไว้

นักบวชหนุ่มได้แต่ลดคทาลงอย่างไม่สบอารมณ์ ถุงน้ำร่วงลงกระทบพื้นหญ้า ก่อนที่เสียงเล็กๆ ของผู้หญิงซึ่งดูเหมือนจะยังไม่พ้นวัยเด็กทักขึ้นข้างหลัง

ว่าอย่างไร หนูขาว เกือบได้ลงไปนอนเล่นในท้องแมวดำเข้าแล้วสิเสียงฝีเท้าสวบสาบ รวมทั้งกระพรวนกรุ๋งกริ๋งดังตามมา “‘นายของพวกนั้นคงใช้งานวิญญาณที่รู้มนตร์ขาวอย่างเจ้าได้คุ้มค่าแทบกระอักทีเดียวเชียว

เจ้าทำลายแผนข้าลูเธียนกลับหลังหันไปตอบโต้

ที่เดินเข้ามาคือเด็กสาวร่างเล็กผู้สวมผ้าคลุมสีดำปักลูกปัดพราวพรายอย่างชาวทะเลทราย แต่กลับไม่ปิดบังใบหน้าและเรือนผมสีน้ำตาลเข้มซึ่งร้อยลูกปัดสีต่างๆ ระย้า ซ้ำผ้าคลุมภายนอกยังโปร่งบางจนเห็นเสื้อเอวลอยสีแดงปักเลื่อมแวววาวข้างในกับผ้าคาดเอวสีชมพูสดและกางเกงขาพองสีขาว รับกับรองเท้าหัวงอนและกำไลกะพรวนทั้งข้อมือข้อเท้าอย่างนางรำ

ไม่ได้พบกันสี่ปี รายนี้ก็แต่งตัวเปิดเผยขึ้นจนน่ากลัว ถึงอายุร่างกายจะดูยังไม่น่าเลยสิบห้าด้วยซ้ำ

ขณะที่เขาจ้องมองอีกฝ่าย เธอก็เลิกคิ้ว ชายตาค้อน พลางยกมือขึ้นให้นกสีดำซึ่งมีขนปีกและหางไหวมัวเหมือนควันร่อนลงเกาะข้าช่วยเจ้าจากการถูกฟันหัวแบะต่างหาก

จะล่อศัตรูก็ต้องยอมเสี่ยง

ให้ใบหน้าสวยๆ ของเจ้าต้องมีแผลเป็นหรือดั้งแหว่งโหว่ไปหรือ พ่อนักบวชรูปงามอีกฝ่ายหยอดเสียงหวาน ทั้งๆ ที่แก้วตาสีน้ำตาลอมเหลืองใสราวกับลูกแก้วสองดวงของเธอไม่อาจสะท้อนภาพใด

มองไม่เห็นแล้วรู้ได้อย่างไรว่าข้ารูปงาม

เด็กสาวหัวเราะเสียงใสขณะลูบขนนกดำมะเมื่อมของตน มันเพ่งมองตรงมาทางลูเธียนด้วยประกายแสงสีฟ้าสองจุดต่างดวงตา

ข้าก็ต้องมีหูตาแทนตัวบ้าง...หรือไม่ใช่ เจ้าดูโตเป็นหนุ่มกว่าเมื่อสามปีก่อนมากทีเดียว

เจ้าสิ ดูไม่โตพอที่จะแต่งตัวอย่างนี้หรอกนะ ถึงอายุจะพอเหมาะเป็นยายแก่แล้วก็เถอะ

ยายเชียวหรือ ข้าว่าข้าอายุน้อยกว่าแม่เจ้าหรอกนะอีกฝ่ายยังไม่ยอมเลิกรา

นักบวชหนุ่มโคลงศีรษะน้อยๆ ก่อนจะหันมาร่ายมนตร์รักษาให้แผลที่ยังปวดแสบตรงชายโครง แล้วก็คิดว่าควรรีบถามตรงประเด็นเสียทีเจ้ามาถึงนี่ คงรู้แล้วใช่ไหมว่าทัมมุซอยู่ที่ไหน

ก็รู้ดีกว่าท่านเด็กสาวไม่วายพูดยวนอย่างน้อยข้าก็ไม่ได้เดินเข้ามาในกับดัก แถมทิ้งถุงน้ำศักดิ์สิทธิ์ไว้บนพื้นเสียดื้อๆ ให้ตัวเองลำบากเล่นเสียอย่างนั้น

ข้าทิ้งเพราะมันไม่จำเป็น พกติดตัวไว้ก็มีแต่จะถ่วงให้เคลื่อนไหวลำบากลูเธียนแย้งอีกอย่าง ถ้านั่นเป็นทัมมุซจริง เขาก็มีร่างกายเหมือนกับเจ้า ถ้าไม่มีแผลให้แทรกเข้าไป น้ำศักดิ์สิทธิ์จะสำแดงฤทธิ์ได้อย่างไร

เอาเถอะ อย่างน้อยพื้นฐานเจ้าก็ยังแม่นอยู่เด็กสาวยักไหล่แต่อย่าเชื่ออะไรที่ตาเห็นให้มากนัก

เป็นคำสั่งสอนที่ดียิ่งจากคนตาบอด

ข้าตาบอด...แต่ใจไม่บอดนี่นาเธอทำเป็นชำเลืองมองเขาผู้ครองคัมภีร์อนธการอยู่ห่างไปจากนี้ แต่กำลังมุ่งกลับมาทางเมืองหลวง ดูจากความเร็ว ข้าคิดว่าคงใช้รถม้าหรือเกวียนมา อำนาจเวทมนตร์ในตัวเขาขึ้นๆ ลงๆ ...ติดๆ ดับๆ ...ไม่ได้ปล่อยเต็มที่เหมือนเนยแข็งล่อหนูขาวบางตัวหรอก

ลูเธียนใคร่อยากเอาคทาในมือเขกหัวร่างเตี้ยกว่านัก แต่ก็ยั้งไว้

แสดงว่า เจ้ารู้ว่าจะมีปัญหาเหมือนกัน

มันรบกวนจิตใจข้าอีกฝ่ายตอบเสียงขุ่น “‘พ่อจอมดื้อด้านนั่นต้องวางแผนอะไรไว้อีกแน่ ถึงขั้นฆ่าคนสำคัญ แทรกแซงการปกครองของอาณาจักรแบบนี้

“‘พ่อที่ว่านั่น...?” นักบวชหนุ่มตั้งคำถาม ก่อนจะเงียบไปทันควันเมื่อโดนเด็กสาวตาบอดค้อนขวับ

ไม่ใช่ทัมมุซอยู่แล้ว พ่อที่ให้กำเนิดข้า...เจ้าก็รู้ ข้าไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไรดีเทพที่ใครๆ เปลี่ยนชื่อให้ไม่เว้นยุคมันยาวเกินไป

ลูเธียนยิ้มขรึมๆ และเพียงคาดคทาเก็บ ด้วยไม่ต้องการยั่วอารมณ์ของธิดาเทพเจ้าผู้ชังบิดานัก

ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็มาที่นี่เพราะทัมมุซถูกพ่อเจ้าล่อลวงอีกแล้วสินะ

เรื่องมันซับซ้อนกว่านั้นเด็กสาวขมวดคิ้วดูจากกระแสอาคมที่จับได้ ข้าคิดว่าผนึกไม่ได้คลายอย่างสมบูรณ์ ทัมมุซคงจะยังไม่อาจควบคุมพลังในตัว ถ้าก่อนหน้านี้มีเหตุให้เขาพลั้งมือฆ่าคน ผลไม่น่าจะเลวร้ายอย่างที่เห็น วิญญาณที่ท่านพบเมื่อครู่คงเป็นแม่มดแก่ชาวทราย กับลูกชายเจ้ามณฑลที่มีข่าวว่าตายเพราะเขา ถ้าพลั้งมือฆ่าจริง วิญญาณของทั้งสองคงไม่ถูกเขานำมาใช้งานสกปรกในขณะที่ตัวเขาอยู่ไกลออกไปถึงขนาดนี้แน่

ดังนั้นผู้บงการน่าจะเป็นบุตรแห่งอสุรเทพคนอื่นที่ฉวยโอกาสนี้ อีกอย่าง ไม่มีทางที่เขาจะควบคุมวิญญาณรับใช้ถึงสามดวง และปล่อยอาคมมืดมหาศาลมาล่อท่านจนไม่ทันจับกระแสอาคมของตัวจริงของเขาได้หรอก

สามดวง?” พระมหาเถระขมวดคิ้วที่โจมตีข้ามีแค่สอง?”

อีกดวงไปเล่นงานรถม้าท่านคู่สนทนาพูดเสียงเครียดทั้งม้าและสารถี...หมดลมแล้วตอนข้าไปถึง ถูกดึงวิญญาณไปตามเคย

บ้าน่า! ข้าร่ายเขตอาคมคุ้มกันเขาไว้แล้ว!

ดูเหมือนมันจะรู้วิธีแก้เขตอาคม เพราะตอนข้าไปถึงก็ไม่เห็นเขตอาคมคุ้มกันของท่านเลยเด็กสาวพูดต่อน่ากลัวว่ามันจะได้วิญญาณนักบวชผู้ทรงเวทขาวไปเป็นพวกก่อนท่านแล้วสิ

มาดาย...มิน่าเล่า ข้ายังสงสัยอยู่ว่ามันรอดมาได้อย่างไรลูเธียนขบฟันและกำมือทุบต้นไม้เต็มแรง น่าจะกระชากหน้ากากมันเสียแต่แรก!

แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อไปเด็กสาวตั้งคำถามกลับไปทำอย่างนั้นหรือ

มันตั้งใจล่อข้ามาตาย...ข้าก็ตายตามที่มันอยากก่อนแล้วกันชายหนุ่มกลับตอบ ก่อนจะกระชากเสื้อคลุมตัวนอกที่เปื้อนเลือดออกพร้อมหมวกคลุมติดหน้ากากและผ้าทอลายประณีตฝากภูตรับใช้เจ้าจัดการด้วย ฉีกละเลงเลือดให้เละเทะตามสบาย

อีกฝ่ายรับคำง่ายๆ ก่อนจะปล่อยให้นกที่เกาะมือบินตรงไปทำตามคำสั่งแล้วเอ่ยต่อถ้าอย่างนั้น ท่านก็จะไปหาทัมมุซเหมือนกับข้า?”

ทัมมุซมีสิ่งที่อสุรเทพต้องการ ส่วนเราทั้งสองไม่ต้องการให้แผนของมันสำเร็จ และมนตร์ผนึกต้องใช้คู่กันสองคนไม่ใช่หรือลูเธียนย้อนถามแม่มดดำ...มาลิอา

เด็กสาวตาบอดเหยียดยิ้มรับก่อนจะสะบัดกายหันหลังแล้วก้าวนำไปราวกับรู้เส้นทาง

ยินดีที่ได้เจ้าเป็นเพื่อนร่วมทางอีกครั้ง พระเถระลูเธียน ไม่สิ...ต้องเป็นพระมหาเถระแล้วนี่นะเธอพูดพลางสะบัดมือให้เงาดำบนพื้นฟุ้งกระจายขึ้น ก่อร่างเป็นม้าสีดำขนาดใหญ่

ม้านั้นค้อมศีรษะและคู้ขาหน้าให้เด็กสาวประหนึ่งคารวะ เธอลูบแผงคอของมัน ก่อนจะเหวี่ยงร่างขึ้นบนหลังม้า แล้วหันมาทางนักบวชหนุ่มเจ้าจะมาด้วยกันใช่ไหม

แน่ใจหรือว่าจะไม่มีใครสังเกตพระมหาเถระขมวดคิ้ว

ท่านดูถูกข้าหรือมาลิยาทำหน้าง้ำทันทีหรือลืมไปแล้วว่ามนตร์มายาของข้าทำอะไรได้บ้าง

ลูเธียนตัดสินใจไม่ต่อปากต่อคำ และปีนขึ้นหลังม้าข้างหลังเด็กสาวแต่โดยดี

ก่อนไป ก็ช่วยแวะซื้อผ้าคลุมให้ข้าพรางตัวอีกชั้นแล้วกัน ไม่อยากประมา—“

ชายหนุ่มพูดไม่ทันจบก็ต้องปิดปากก้มหน้าลงทันควัน เมื่อม้าเงาดำพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วปานสายลม

 

มังกรน้ำตกลงที่จะพบคนนำสารของผู้สำเร็จราชการ ซึ่งยืนกรานว่าได้รับคำสั่งให้มอบสารลับให้ถึงมือ และทหารยามที่เฝ้าศาลากลางของเมืองเคนมาราก็อนุญาตให้ดูลัสผู้เป็นคนนำสารเข้าไปในห้องทำงานของเจ้ามณฑลหลังจากตรวจค้นจนแน่ใจว่าไม่มีอาวุธ

ไม่ช้า เขาก็มายืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะของชายวัยกลางคนผู้สวมชุดไว้ทุกข์สีดำ ซึ่งมองตรงมาทางคนนำสารนิ่งอึ้งไปเพียงแวบ ก่อนจะขอบใจทหารนำทาง และบอกให้เขาทิ้งทั้งสองไว้ตามลำพัง

ท่านราชองครักษ์ดูลัสมาถึงที่นี่ แสดงว่ามีเรื่องใหญ่สินะชายวัยกลางคนพูดกับเขานั่งก่อนเถอะ

ข้าได้รับมอบหมายให้นำสารลับของท่านผู้สำเร็จราชการมามอบให้ท่านชายหนุ่มพูดหลังจากนั่งหลังตรงบนเก้าอี้ สบตากับมังกรน้ำซึ่งมองมาอย่างพินิจพิเคราะห์ ขณะยื่นซองใส่ๆสารประทับตราครั่งของทางการให้

ดูลัสจับสังเกตขณะที่เจ้ามณฑลใช้มีดสั้นสำหรับเปิดซองเอกสารแซะตราครั่ง ครั้นแล้วก็หยิบพับกระดาษข้างในมาคลี่ออกอ่านด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดูว่าชายวัยกลางคนมีปฏิกิริยาใดกับคำสั่งให้ตามหาและส่งมอบคนในครอบครัวของอาเมียร์ทั้งหมดให้แก่ทางการเพื่อให้ความคุ้มครองรวมทั้งโน้มน้าวให้เด็กหนุ่มชาวทรายเข้ามอบตัว

รับทราบแล้ว ข้าจะปฏิบัติตามบัญชาของท่านผู้สำเร็จราชการเป็นคำตอบของเบเรคขอบคุณที่ท่านนำสารนี้มาให้ ว่าแต่ด้วยฐานะของท่าน สิ่งที่ได้รับฝากมาให้ข้าคงจะไม่ได้มีเพียงเท่านี้ใช่ไหม

ในเมื่อท่านทราบแล้ว ข้าก็จะไม่อ้อมค้อมองครักษ์หนุ่มพูดอาเมียร์กับชาลัวห์ไม่เพียงแต่หนีออกจากคุก แต่ยังลักองค์เจ้าหญิงแอชลีนน์ไป ท่านย่อมเข้าใจความร้ายแรงของสถานการณ์นี้และจะไม่ให้การซ่อนตัวแก่อาเมียร์หรือครอบครัว รวมทั้งไม่ปล่อยให้ลูกชายที่เหลืออยู่ของท่านช่วยเหลือมันเช่นกัน

มังกรน้ำกลับเลิกคิ้วเพียงแวบกับข่าวร้ายนั้น จะเรียกว่าประหลาดใจแต่ไม่ถึงกับตื่นตระหนกหรือเห็นเป็นเรื่องร้ายแรงก็คงได้

ข้าทราบว่าลูกชายคนรองของท่านลอบออกจากด่านของมณฑลไปเมื่อหลายวันก่อน ท่านปฏิเสธได้หรือว่าตนเองไม่รู้เห็นเป็นใจดูลัสพูดต่อไป

ลอบออกไป? ท่านกล่าวหาเขาอย่างนั้นได้อย่างไรเจ้ามณฑลตั้งคำถามมีกฎหมายห้ามเขาออกจากมณฑลนี้ด้วยหรือ

ชายหนุ่มพยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยและข่มอารมณ์ขุ่นมัวเอาไว้ เมื่อเพิ่งตระหนักได้ว่าไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับใดๆ ตามที่อีกฝ่ายพูดจริงๆแต่หากเขาทำสิ่งใดที่เป็นการช่วยเหลือนักโทษแผ่นดิน เขากับท่านย่อมต้องโทษหนักไปด้วย

เขาบอกข้าว่าจะไปดูละครในเมืองหลวงกับคุณหญิงแมฟทำไมท่านถึงคิดว่าเขาจะช่วยฆาตกรที่ฆ่าพี่ชายตัวเอง

แต่พวกท่านดูจะไม่เชื่อว่าอาเมียร์เป็นฆาตกรคนนั้น หรือแม้แต่มีส่วนในเรื่องนี้ด้วยซ้ำองครักษ์หนุ่มแย้งท่านเจ้ามณฑล ข้าทราบว่าท่านคงมีเหตุให้ไว้ใจคนทรายนั้นมาก แต่การที่เขาบังอาจลักองค์เจ้าหญิงเป็นคนละเรื่องกับที่เขาถูกกล่าวหาว่าฆ่าเฟย์ลิม

แล้วท่านทราบได้อย่างไรว่าเจ้าหญิงถูกเขาลักองค์ไปเบเรคกลับย้อนถามเรียบๆ

หรือท่านจะบอกว่าเจ้าหญิงทรงสมัครพระทัยไปกับคนทรายนั่นกับชาลัวห์ด้วยพระองค์เองเสียงของดูลัสแข็งขึ้นโดยไม่ทันห้าม

เท่าที่ข้าได้ยินในห้องไต่สวน เจ้าหญิงทรงรู้จักอาเมียร์มาก่อน ซ้ำยังทรงเป็นห่วงเขาด้วยไม่ใช่หรือชายวัยกลางคนพูดเป็นนัยหากคนที่ห่วงใยจะมีอันตรายถึงตายก็ต้องช่วยเท่าที่ทำได้ ไม่จริงหรืออย่างไร

ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าหญิงทรงห่วงใยคนทรายนั่น และมันไม่ได้ร่วมมือกับชาลัวห์จริงๆ มันอาจวางแผนชั่วกับชาลัวห์ ฆ่าลูกท่าน และลักองค์เจ้าหญิงไปเพื่อให้ชาลัวห์ได้เป็นกษัตริย์ก็ได้

เจ้ามณฑลกลับมองเขาอย่างสงบแน่วนิ่ง ราวกับไม่มีความเคลือบแคลงเช่นนั้นเลย

บิดาของท่านคงฝึกท่านให้สังเกตท่าทางของคนรอบข้างอยู่แล้วสินะ ว่าใครกันที่จริงใจต่อท่าน หรือเพียงแต่เสแสร้งเพื่อผลประโยชน์

ขอรับชายหนุ่มรับและเดาสิ่งที่มังกรน้ำจะพูดต่อไปได้ทันทีท่านจะบอกว่าท่านมองออก...ว่าอาเมียร์จริงใจต่อพวกท่าน?”

อีกฝ่ายพยักหน้า

ข้าเห็นน้ำตาที่เขาหลั่งให้กับลูกของข้า และนั่นไม่ใช่น้ำตาที่เสแสร้งเบเรคพูดหนักแน่นไม่ต่างจากน้ำตาที่ข้าเคยเห็นท่านแฟคท์นาหลั่งให้กับพี่ชายทั้งสองของท่าน

ดูลัสมองอีกฝ่ายอย่างพินิจพิเคราะห์ ขณะคาดเดาว่าเขาต้องการจะสื่อเรื่องใดท่านพูดอะไร

ข้าเคยไปร่วมงานศพของพี่ชายทั้งสองของท่านสายตาที่เจ้ามณฑลส่งมาให้บอกความเสียใจอย่างลึกซึ้งท่านแฟคท์นาบิดาของท่านร้องไห้...ใช่ เขาร้องไห้หนักอย่างลืมตัว กล่าวตัดพ้อกระทั่งกษัตริย์และราชวงศ์ที่เขาสู้เพื่อปกป้องมาโดยตลอด...แทบเรียกได้ว่าเกือบหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จนคนอื่นๆ แทบไม่เชื่อเลยว่านี่คือกริฟฟินแห่งภูผาผู้จงรักภักดีและทระนง แต่ตอนนี้ข้าจึงเพิ่งเข้าใจ ว่าหัวอกพ่อที่สูญเสียลูกเป็นอย่างไร อาเมียร์เองก็ร่วมร้องไห้ไปกับข้า ร้องไห้ในเวลาที่ไม่เห็นต้องบีบน้ำตาหลอกลวงใครๆ ด้วยซ้ำ

ทำไมท่านต้องไปงานศพของพี่ชายข้าด้วยชายหนุ่มตั้งคำถามเจ้ามณฑล...ไม่สิ ถึงตอนนั้นท่านคงยังไม่ได้เป็นเจ้ามณฑล ไม่เห็นต้องรักษามารยาทสังคมถึงเพียงนั้น

ข้ากับเขาสองคนเรียนร่วมกันในวิทยาลัยหลวง ข้าเป็นบัณฑิตรุ่นเดียวกับพี่ชายคนโตของเจ้า และบางทีก็พบพี่ชายคนรองบ้าง ที่จริง เราเคยพูดเล่นว่าเมื่อได้เป็นเจ้ามณฑลแล้วทั้งคู่ จะทำโครงการร่วมระหว่างมณฑลกันมากมายเสียด้วยซ้ำชายวัยกลางคนถอนใจแต่ไม่นึกเลย ว่าทั้งสองคนจะด่วนจากไปก่อนเพราะศึกครั้งนั้น

ท่านตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่องครักษ์หนุ่มจ้องชายผู้มากวัยกว่าไม่วางตาถึงได้พูดเรื่องพี่ชายของข้าขึ้นมา

ท่านไม่เคยพบพวกเขาเลยนี่นะ

“...หากว่าไม่ แล้วทำไมดูลัสพยายามสงวนกิริยาท่านทั้งสองสิ้นไปก่อนข้าเกิดเสียอีก

ที่จริง ต้องเรียกว่าหากพี่ชายทั้งสองซึ่งเขาไม่เคยรู้จักไม่ได้ตายไป ดูลัส ลูกชายคนที่สามของเจ้ามณฑลอุลทูร์คงไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเพียงเพื่อเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งและตระกูลแทนคนที่เสียไป

บางที ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตนควรรู้สึกอย่างไรดีที่ตนเกิดมาเป็นลูกของบิดาที่มีวัยคราวปู่หรือตา ซึ่งหย่าขาดจากภรรยาเก่าที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานเพียงเพราะนางให้กำเนิดลูกไม่ได้อีก และแต่งงานใหม่กับแม่ของเขา ธิดาของขุนนางอีกคนผู้มีชาติตระกูลเหมาะสมซึ่งอายุห่างกันคราวลูก

ใช่ว่าบิดาไม่รักเขาดอก ดูลัสรู้ว่าท่านห่วงใยและคาดหวังในตัวเขามากในฐานะลูกชายคนเดียว กระนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนตนเองตกอยู่ในเงาของพี่ชายทั้งสอง และต้องขวนขวายเพื่อให้เก่งยิ่งไปกว่าพวกเขามาตลอด กับคำพูดของบิดาที่มักเอ่ยอย่างโหยหาว่าพี่ชายแต่ละคนเก่งกาจอย่างไรบ้าง และดูลัสควรจะเจริญรอยตามพวกเขาอย่างไรบ้าง

...’พี่สำหรับเขาจึงไม่ใช่สิ่งอื่นใดเลย นอกจากตัวเปรียบเทียบที่ตนเองไม่แม้แต่จะเคยเห็น นอกจากเพียงในภาพสีน้ำมันหลายต่อหลายรูปที่คฤหาสน์...

ไม่เคยพบ แล้วท่านร้องไห้เสียใจให้การตายของพวกเขาได้ไหม

องครักษ์หนุ่มไม่ตอบ ทว่าผู้ถามกลับต่อเสียเอง

ข้าทราบว่าไม่ได้ หากอาเมียร์เผชิญเคราะห์กรรมหรือตายไป ท่านเองก็คงร้องไห้ให้เขาไม่ได้เช่นกัน เพราะไม่รู้จักเด็กคนนั้นเหมือนที่ข้ากับครอบครัวรู้จัก ท่านจะระแวงเขาก็ไม่แปลกหรอก เพราะท่านไม่ได้เห็นเขาอย่างที่ข้าเห็น แต่อาเมียร์ร้องไห้ให้เฟย์ลิมของข้า ข้ารู้ และเห็นเรื่องนี้ชัดเจน

แต่ท่านจะเห็นเขาเป็นอย่างไร คงไม่สำคัญไปกว่าหน้าที่และความรับผิดชอบของท่านดูลัสคิดว่าต้องดึงเหตุอื่นมาโต้แย้งในฐานะข้าแผ่นดิน ข้าหวังว่าท่านจะถือความปลอดภัยของเจ้าหญิงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อย่าปล่อยให้หน้าที่และเหตุผลของท่านถูกบดบังด้วยความรู้สึกส่วนตัวเลย

อาเมียร์ยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยในทั้งสองกรณี ไม่ใช่ผู้ต้องหาเบเรคแย้งครอบครัวของเขาก็ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้...จนกว่าจะมีหลักฐานว่าพวกเขากระทำผิดเช่นกัน

แต่หากไม่ได้ทำผิด ไยจึงต้องหนี

หากไม่หนี เขาจะไม่ตาย...หรือไม่พิการไปในคุกกรงน้ำเสียก่อนหรือชายวัยกลางคนขมวดคิ้วทั้งเมอร์คาห์และเคนมาราติดทะเลเช่นเดียวกัน มังกรน้ำจะไม่ได้ยินเสียงของการทรมานบ้างได้อย่างไร

นั่นสินะองครักษ์หนุ่มรับและมังกรน้ำจะไม่โอบอุ้มงูพิษทะเลทรายฝูงหนึ่งไว้ เพราะฝ่ายหลังมาจากถิ่นแล้ง...ก็เห็นว่าเป็นชาติงูเหมือนกันได้อย่างไร คำพูดของท่านบอกชัดแล้วว่าท่านตั้งใจขัดบัญชาของท่านผู้สำเร็จราชการ ท้าทายพระราชอำนาจของเจ้าหญิงแอชลีนน์

เจ้าหญิงแอชลีนน์เป็นผู้เดียวที่สามารถมีพระวินิจฉัยใช้อำนาจนั้น ไม่ว่าใครก็ไม่อาจกล่าวอ้างใช้อำนาจแทนพระองค์ได้มังกรน้ำกล่าวตอบอย่างไม่กลัวเกรง

เช่นนั้น ท่านก็ลบหลู่ท่านผู้สำเร็จราชการทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของดูลัสยิ่งตึงเครียด

ข้าแค่พูดถึงผู้ใดก็ตาม ที่บังอาจกล่าวอ้างใช้อำนาจที่ไม่ได้เป็นของตนเบเรคเริ่มมองเขาอย่างแข็งกร้าวหากอาเมียร์เป็นห่วงครอบครัว เขาก็จะมาตามหาครอบครัวของเขาเอง และหากเจ้าหญิงทรงเห็นว่าเขาปลอดภัยแล้ว ก็คงจะทรงติดต่อให้ข้าแผ่นดินผู้จงรักภักดีอารักขาพระองค์กลับพระราชวังเอง อย่าได้นึกเลย ว่าจะนำชีวิตของเด็กกับผู้หญิงไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่เป็นคนในปกครองของข้ามาบีบคั้นให้เขายอมมอบตัวได้

ท่านตั้งใจจะปล่อยให้พวกเขาหนีไป?” ดูลัสขมวดคิ้ว

ข้าเป็นผู้ปกครองมณฑลนี้มังกรน้ำเอ่ยช้าๆสิ่งใดที่มาจากยาร์ลาธ ข้าย่อมมีสิทธิ์จัดการด้วยตนเอง คนของข้าถูกกล่าวหาว่าฆ่าลูกชายข้า หากเขาได้รับการไต่สวนอย่างยุติธรรม...ข้าจะไม่ว่าสักคำ แต่เห็นได้ชัดเจนว่ามีใครบางคนอยากให้ทั้งเขากับชาลัวห์ตายในคุกในฐานะแพะรับบาป ข้าก็ต้องคุ้มครองพวกเขาเช่นกัน ไม่อย่างนั้นจะทวงความยุติธรรมคืนให้แก่ลูกข้าได้อย่างไร

แต่เจ้าหญิง—"

ข้าเข้าใจว่าท่านกับผู้สำเร็จราชการเป็นห่วงเจ้าหญิง แต่เจ้าหญิงเองต้องทรงมีพระวินิจฉัยบางอย่างแน่ จึงได้พาทั้งสองหนีออกมา หากพระองค์กับผู้ต้องสงสัยทั้งสองมายังมณฑลนี้ตามที่ข้าคาดไว้ ข้าขอรับรองว่าจะส่งเสด็จพระองค์กลับเมอร์คาห์อย่างสมพระเกียรติ คุมตัวอาเมียร์กับชาลัวห์ไว้ และรับรองพระเถระลูเธียน ผู้ตามมาสืบคดีเป็นอย่างดี ข้าเป็นเจ้าทุกข์ มีสิทธิ์รู้เรื่องเกี่ยวกับคดีของลูกตนอย่างละเอียด ไม่จริงหรืออย่างไร

องครักษ์หนุ่มลอบกัดฟัน เข้าใจถ่องแท้ว่ามังกรน้ำตรงหน้าจะไม่ยอมรั้งน้ำทะเลลงเป็นอันขาด

ถึงอย่างนั้น...

ข้าเข้าใจเจตนาของท่านชัดเจนแล้ว แต่...ชาวอุลทูร์ก็มีวิธีของเราในฐานะข้าแผ่นดินเช่นกันชายหนุ่มพูดเรียบเฉยนกเรเวนที่ข้าส่งไปยังบ้านพักของท่านในทราธ...ป่านนี้คงตะปบงูทั้งรังไว้ในกรงเล็บ และพาบินกลับรังของพวกเราได้แล้ว

สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนไปเพียงชั่วแวบ

เรเวน...อย่าบอกว่า...ใช้หน่วยรบพิเศษของมณฑลตัวเองมาลักตัวประชาชนตามอำเภอใจ ราวกับบ้านเมืองไม่มีขื่อไม่มีแป นี่น่ะหรือ...สิ่งที่ข้าแผ่นดินกระทำกันเสียงของเจ้ามณฑลบอกความขุ่นมัวชัดแจ้งนอกจากพ่อของอาเมียร์ คนอื่นๆ ในบ้านเขาล้วนมีแต่ผู้หญิงกับเด็ก หากพวกเขาบาดเจ็บล้มตาย ท่านรับผิดชอบได้หรือ

อย่าห่วงเลย ข้าส่งพวกเขาไปแค่หกคนเท่านั้นเองดูลัสตอบแต่โดยดีในเมื่อไม่เห็นความจำเป็นของการปิดบังเราฝึกคนของเรามาอย่างดี ไม่เหมือนโจรถ่อยของชอร์ซาเป็นอันขาด พวกเขาได้รับคำสั่งให้จับเป็นพวกงูกลับไปทุกตัวโดยไม่ทำอันตรายร่างกายร้ายแรงเท่านั้น ถึงอย่างไร...เราก็ไม่ใจดำพอที่จะฆ่าฟันลูกสัตว์เล็กๆ โดยไม่มีเหตุสมควรหรอก

เบเรคกลับดูผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาดเช่นนั้นก็ดีแล้ว

หมายความว่าอย่างไรองครักษ์หนุ่มไม่อาจกลั้นความสงสัย

นกเรเวนหกตัวนั้นจะได้ไม่ถูกพ่องูฉกตาย ไม่สิ...ข้าว่าน่าจะเป็นพ่อหมาป่ามากกว่า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น