The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 4 : 3 - โฉมหน้าอันดำมืด "ถึงท่านต่อยข้าให้เลือดกบปาก ข้าก็ไม่พูด!"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 267
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 ส.ค. 60

บทที่ ๓
โฉมหน้าอันดำมืด 


อาเมียร์รู้ตัวว่าตนเหน็ดเหนื่อยข้ามคืนมาจนตลอดทั้งวัน แต่ถึงเวลาเข้านอนจริงๆ กลับหลับไม่สนิท เขาฝันว่าตนเองวิ่งไปท่ามกลางกองศพและสีแดงฉาน...วนเวียน...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พบร่างไร้วิญญาณของเกล็น และร่างที่ดูเหมือนจะไร้วิญญาณของลีชาในภาพเหล่านั้น

ครั้นตื่นมาเป็นครั้งที่สามหรือสี่ อาเมียร์ก็พบว่าไร้ประโยชน์ที่จะนอนต่อ และลุกไปทำงานเสียแต่เช้ามืด ท่านอาไม่ทักหรือแสดงท่าทางว่าตื่นแล้วเพราะเสียงของเขา แต่เด็กหนุ่มก็เดาว่าคนรู้สึกตัวไวอย่างท่านคงลำบากไม่น้อยกับการนอนข้างๆ คนที่ดิ้นกระสับกระส่ายอย่างตน ในเมื่อแม่ย้ายไปนอนห้องของเขาเพื่อดูแลลีชา

ตอนให้อาหารพวกสัตว์ในคอก เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนชีวิตได้กลับคืนสู่สภาวะปกติอีกครั้ง แต่ก็รู้ว่าเขาเพียงหลอกตนเองเมื่อแม่ตักน้ำแกงร้อนๆ ถ้วยหนึ่ง วางบนถาดกับถ้วยยา ถือเข้าไปในห้องของเขา ขลุกอยู่ในนั้นขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวรับประทานอาหารเช้าไปก่อน

สายวันนี้เป็นงานศพของชาวบ้านสามคนที่ตายไปรวมทั้งเกล็น อย่างน้อยอดีตนักรบกับอาเมียร์ก็ต้องเข้าร่วม หลังเสร็จงานตอนเช้า ทั้งสองจึงเปลี่ยนจากเสื้อผ้าทำงานเป็นชุดสีดำ ออกมาในห้องกลางพอดีเมื่อแม่บอกให้รอลีชาไปด้วย ท่านค้นเสื้อผ้าสีดำของตนในห้องนอน ก่อนจะเข้าไปในห้องที่อาเมียร์ต้องยกให้ลีชา...หวังว่าแค่ชั่วคราว สักพักก็พยุงเด็กสาวที่ก้าวซวนเซออกมา

เด็กหนุ่มยิ่งสะท้อนใจเมื่อเห็นลีชาอีกครั้ง แม่เช็ดตัวสระผมให้เธอจนสะอาดตั้งแต่เมื่อคืน แต่ก็ไม่อาจลบสีหน้าที่เขาบรรยายได้ใกล้เคียงที่สุดว่าเหมือนหน้ากากไร้อารมณ์ไปจากเธอได้ แม้รอยแผลยาวจากคมดาบบนร่างของเธอจะถูกซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้าก็ตาม

ลีชาหันไปมองแม่ สั่นศีรษะแล้วปล่อยมือเหมือนจะบอกว่าไม่ต้องประคอง แต่ก็เซถลาจนต้องรีบคว้าพนักเก้าอี้ไว้

ให้ข้าช่วยไหม อาเมียร์ปราดเข้าไปกระซิบเบาๆ

เด็กสาวยังสั่นศีรษะ แต่ก็ไม่ขยับหลบเมื่อเขายกแขนของเธอมาพาดไหล่ตน ท่านอาเหลือบมองเขากับเธออยู่ชั่วอึดใจก่อนจะเดินนำไปที่ประตู

 

สายตาของชาวบ้านที่มางานศพดูเหมือนจะพุ่งตรงมาทางทั้งสามคนเป็นตาเดียวครู่หนึ่ง แล้วก็เลื่อนกลับไปโดยไม่มองอีกตรงๆ

ไม่สิ ไม่ใช่สายตาที่มองทั้งสาม อาเมียร์สังเกตในครู่ต่อมาว่าพวกชาวบ้านยังคงมองและพูดคุยกับอดีตนักรบเป็นปกติ มีแต่เขากับลีชาที่ถูกเหลือบมองในครู่ที่คนมองคงคิดว่าทั้งสองจะไม่สังเกต ซ้ำบางคนมองแล้วยังกระซิบอะไรเบาๆ

สุดท้าย เขาก็พบว่าพวกนั้นลอบมองและซุบซิบถึงแต่เพียงลีชาคนเดียวเท่านั้น...

เด็กหนุ่มได้แต่รักษาท่าทีให้นิ่งไว้ทั้งที่นึกอย่างร้อนรนว่านี่มันเรื่องอะไร เขารู้ว่าที่นี่ไม่มีธรรมเนียมฆ่าฟันหญิงที่ถูกข่มเหงเพื่อกอบกู้เกียรติยศของครอบครัวหรือใครก็ตามเหมือนในทะเลทราย และอาการบาดเจ็บของลีชาก็ไม่ได้บ่งชี้ไปในทางนั้น พวกเขาจะเพ่งเล็งเธอเป็นพิเศษเพราะบาดเจ็บหนักกว่าคนอื่นด้วยเหตุใด

เขาต้องข่มใจที่เริ่มคุกรุ่นจนกระทั่งนักบวชมาสวดส่งวิญญาณ เวลานั้นทุกๆ คนดูจะนิ่งสงบไม่วอกแวกได้ครู่หนึ่ง แล้วจึงถึงเวลาของการอำลาศพ

พ่อของเกล็นทิ้งดอกไม้ลงบนโลงศพเรียบๆ ที่ต่อตามมีตามเกิดเป็นคนแรก ตามมาด้วยแม่ของเกล็นที่อุ้มหลานชาย อาเมียร์พยุงลีชาหมายจะให้เธอหยิบดอกไม้จากตะกร้าของสัปเหร่อ และมอบให้สามีผู้ล่วงลับเป็นคนต่อไป แต่แล้วแม่ของเกล็นก็พูดขึ้นมา ไม่เป็นไรหรอก ลีชา ข้าว่าเกล็นรู้ว่าเจ้าจะบอกอะไรเขา

เด็กหนุ่มชะงักแต่ว่า...

ตามธรรมเนียม นางไม่ต้องมอบดอกไม้ให้ศพก็ได้ สัปเหร่อพูดอย่างลำบากใจ

ไม่ต้อง...ที่จริงคือไม่อนุญาตน่ะสิ!

แต่ลีชาเป็นภรรยาของเกล็น อาเมียร์ย้ำเสียงแข็ง

ก็ใช่ แต่... หญิงวัยกลางคนยังปั้นยิ้มต่อไป ถ้าจะส่งวิญญาณของเกล็นไปสู่สุคติ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพิธีไม่ควรมี สิ่งแปดเปื้อน ใดๆ ลีชาน่าจะเข้าใจเรื่องนี้ ไม่ขัดข้องใช่ไหมลีชา

คนถูกถามเพียงผงกศีรษะเรียบๆ แล้วก้มหน้าไม่มองใครตามเดิม แต่เด็กหนุ่มยังกระซิบกับเธอ

ลีชา เจ้ามาที่นี่เพราะอยากไว้อาลัยเกล็นไม่ใช่หรือ ถ้าเจ้าอยากส่งดอกไม้ให้เขา ก็บอกมาเลย ไม่ว่าใครจะพูดอะไร...ข้าก็รู้ว่าเกล็นอยากรับดอกไม้จากเจ้า

เด็กสาวสั่นศีรษะ แต่เขายังได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ที่ถูกข่มไว้ อาเมียร์ชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามสัปเหร่อ

ข้าเป็นเพื่อนของเกล็น ข้ามอบดอกไม้ให้เขาได้ใช่ไหมขอรับ

เมื่อสัปเหร่อพยักหน้า เขาก็คว้าดอกไม้ดอกหนึ่งแล้วก้าวไปที่ปากหลุม แต่แทนที่จะทิ้งลงไป กลับสอดมันไว้ในมือบอบบางของคนที่ตนพยุงอยู่แทน

นี่เจ้า...!” แม่ของเกล็นร้องเสียงหลง

เด็กสาวสะดุ้งเฮือกและพยายามส่งดอกไม้คืนให้กับมือของเขา แต่อาเมียร์ก็เพียงปัดเบาๆ ให้ดอกไม้นั้นร่วงลงบนโลงศพ

เจ้าทำอะไรลงไป...!” หญิงวัยกลางคนขึ้นเสียง ยังผลให้เด็กทารกที่นางอุ้มอยู่ร้องไห้จ้าขึ้นมา ถ้าเกิดเกล็นไปสู่สุคติไม่ได้...เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร!”

เกล็นจะไปสู่สุคติไม่ได้เพราะเขาพบว่าพวกท่านทำกับลีชาอย่างนี้มากกว่า!” เด็กหนุ่มโต้กลับ

อาเมียร์ ท่านอาเรียกเสียงหนักๆ แต่เด็กหนุ่มไม่สนใจฟัง

ไม่ว่าเรื่องสุดวิสัยอะไรจะเกิดขึ้น ลีชาก็ยังเป็นภรรยาของเกล็น เกล็นรักนางและนางก็รักเขา ท่านจะให้ลูกท่านตายตาไม่หลับเพราะแค่เขาตายไปวันเดียว...พวกท่านก็ตั้งแง่รังเกียจผู้หญิงที่เขารักหรือ!”

เราไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจ แม่ของเกล็นข่มเสียงเรียบ แต่ธรรมเนียมของเราเป็นอย่างนี้จริงๆ สิ่งแปดเปื้อนจะทำให้เกล็นไม่อาจไปสู่สุคติได้ ลีชาก็เข้าใจแล้ว เจ้าจะมาเดือดร้อนอะไรด้วย

“...นางแปดเปื้อนอย่างไรกัน พวกท่านก็เห็นแล้วว่านางแค่ถูกทำร้าย...พ่อแม่ข้าเป็นพยานได้ แต่ต่อให้...เกิดอะไรมากกว่านั้น เกล็นต้องไม่มองว่านางแปดเปื้อนแน่นอน!

“เราหมายถึงก่อนหน้านั้นต่างหากหญิงวัยกลางคนแค่นเสียง

เด็กหนุ่มชะงัก รู้สึกได้ว่าร่างที่พิงเขาอยู่เกร็งแข็งขึ้น

ได้ยินว่าโจร พวกนั้น รู้จักนางดีมาก่อนลูกข้าเสียอีก เจ้าคิดว่าข้ารู้สึกอย่างไร ลูกชายไปคว้าผู้หญิงไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจากในเมืองมาเป็นเมีย...เป็นแม่ของหลานข้า...แล้วมารู้ทีหลังว่านางเป็นผู้หญิงกลางคืนชั้นต่ำอย่างนี้!”

ลีชาหลุดเสียงสะอื้นออกมา ร่างบอบบางของเธอสั่นเทา สะท้านมาถึงร่างเขา

หน้าของอาเมียร์เริ่มชา ท่านพูดอะไร...

เด็กหนุ่มรู้มาก่อนว่าลีชาเป็นคนเมือง ไม่มีพื้นเพในหมู่บ้านนี้หรือหมู่บ้านใกล้เคียงนี้ เพราะพวกเด็กหนุ่มวัยเดียวกับเขาเคยเล่าเมื่อเกล็นไม่อยู่ใกล้ๆ ว่าวันหนึ่งเกล็นไปทำธุระในเมือง เมื่อกลับก็พาเด็กสาวมาด้วย เขาให้เธอพักที่บ้านทั้งๆ ที่แม่คัดค้าน และอีกไม่กี่เดือนก็แต่งงานกัน เกล็นบอกว่าเขาพบลีชาตอนพ่อเธอเสีย อยู่ช่วยทำศพแล้วเห็นเธอเหลือตัวคนเดียวจึงพามาที่หมู่บ้านด้วย แต่ท่าทางเรียบร้อยของเธอทำให้อาเมียร์ไม่เคยคิดเลยว่าเธอเป็นอย่างที่แม่ของเกล็นเพิ่งบอก

แต่ต่อให้ไม่เป็น...เด็กสาวจะไม่ถูกรังเกียจแค่เพราะคำนินทาเลยหรือ อาเมียร์เหมือนรู้สึกได้ว่าเธอสนิทกับครอบครัวของเขาเพราะเป็นคนจากที่อื่นเหมือนกัน พ่อของเกล็นไม่พูดถึงลูกสะใภ้นัก แต่แม่ของเกล็นดุว่าเธออยู่บ่อยๆ ลีชาแวะมาบ้านของเขาได้ไม่ทันไรมักถูกนางเรียกด้วยเสียงห้วนแข็งและคำกระด้าง แม้ว่าเธอจะเชื่อฟังและทำตามคำสั่งของแม่สามีโดยไม่โต้เถียง

ตอนนี้ใครๆ เขารู้กันทั้งหมู่บ้าน เด็กๆ ทุกคนที่ถูกจับไปได้ยินไอ้โจรพวกนั้นพูดอยู่กับปาก ลูกข้าตายเพราะปกป้องมัน...ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่ผู้หญิงข้างถนน ให้มันตายสักร้อยครั้งยังชดใช้ชีวิตลูกข้าไม่ได้เลย!”

อาเมียร์นิ่งงันขณะเด็กสาวในอ้อมแขนเขาร้องไห้โฮ ควบคุมตนเองไม่ได้อีกต่อไป

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเพราะมันเป็นตัวซวย! เกล็นต้องมาตายเพราะบาปของมัน! ที่โจรมาที่หมู่บ้านของเราเป็นเพราะมันนำมายังไงล่ะ!” หญิงวัยกลางคนยังกราดไม่หยุด

อารมณ์ของอาเมียร์เดือดพล่าน กระทั่งคิดไปว่าหากคนที่กล่าววาจาเช่นนี้ไม่ใช่ผู้หญิงและแม่ของเกล็น...เขาคงจะเหวี่ยงหมัดประเคนให้หัวร้างข้างแตกไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด

เคยเป็นแล้วทำไม!” เด็กหนุ่มตั้งสติตอบในที่สุด เป็นโสเภณีแล้วหมายความว่าใครๆ จะดูถูกย่ำยีอย่างไรก็ได้หรือ! ไม่ว่านางจะเคยเป็นอะไร นางก็เป็นคนดี...เป็นภรรยาที่ดีของเกล็น...เป็นแม่ที่ดีของก็อธฟรีด์ ถ้าจะมีคนเลวคนไหนที่ควรได้รับโทษให้สาสม...ก็คือคนที่เหยียบย่ำนางด้วยเรื่องแค่นี้ต่างหาก!”

อาเมียร์!” ท่านอาถลันเข้ามาขวางหน้าเขา สีหน้าเคร่งเครียด พาลีชากลับบ้านไปก่อน

แต่ว่า...

ลีชาได้มอบดอกไม้ให้เกล็นแล้ว หรือเจ้าต้องทำให้งานศพล่มไปเลยถึงจะพอใจ ท่านพูดห้วนๆ แล้วก็หันไปทางพ่อแม่ของผู้ตาย พวกท่านก็เหมือนกัน จะทำอะไรก็เกรงใจวิญญาณของลูกเสียบ้าง ข้าไม่คิดว่าลูกผู้ชายที่ใจกว้างและกล้าหาญขนาดนี้จะเกิดจากคนใจคอคับแคบได้

แม่...พอเถอะ พ่อของเกล็นกระซิบเบาๆ ด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน เกล็นไม่อยากให้เราทำอย่างนี้หรอก ลีชาเป็นแม่ของก็อธฟรีด์นะ

อาเมียร์เบือนหนีสีหน้าไม่อยากยอมแพ้ของคู่กรณีพลางประคองเด็กสาวที่สะอึกสะอื้นฝ่าผู้เข้าร่วมงานศพ ซึ่งแหวกทางให้อย่างเงียบๆ โดยมีเสียงของอีกฝ่ายดังไล่หลัง

ข้าอุตส่าห์ถนอมน้ำใจนางแล้ว! ใครทำให้ข้าเหลืออดเองก็รู้ตัวอยู่! ข้าขอบอกไว้ตอนนี้! ก็อธฟรีด์ต้องอยู่กับพวกเรา! หัวเด็ดตีนขาดข้าจะไม่ยอมให้หลานข้าต้องโดนผู้หญิงพรรค์นี้เลี้ยง! ไม่อยากให้แกรู้ด้วยซ้ำว่าแม่เป็นผู้หญิงเลว! เที่ยวนอนกับผู้ชายไปทั่ว...แม้แต่โจรสิบๆ คน!”

 

ลีชาร้องไห้เงียบๆ ไปตลอดทางกลับบ้าน ไม่ว่าเด็กหนุ่มจะพยายามปลอบอย่างไรก็ตาม

อย่าใส่ใจเลย มันก็แค่คำพูดของคนใจแคบ เกล็นเป็นคนดีถึงขนาดนั้น...หากเจ้าไม่ใช่คนดีเหมือนกัน เขาก็คงไม่รักเจ้าหรอก

เด็กสาวเอาแต่สั่นศีรษะ

ลีชา...มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า...ทุกๆ เรื่องเลย ไม่ว่าเจ้าเคยทำอะไรมา...เจ้าก็ไม่ได้ทำร้ายใคร เจ้าไม่มีความผิดอะไรทั้งนั้น

เขาประหลาดใจมากเมื่อลีชาสะบัดตัวให้หลุดจากแขนของเขา แม้ตนเองจะเซถลาไปยังรั้วด้านหนึ่ง

ลีชา!”

เธอใช้รั้วเป็นหลักพยุงกาย พยายามยืดร่างขึ้นสบตากับเขาด้วยดวงตาช้ำแดง ริมฝีปากขยับโดยไร้เสียง

ว่าอะไรนะ ข้าไม่ได้ยิน

เด็กสาวยังเอาแต่ขยับริมฝีปากโดยไม่ออกเสียงใดๆ เช่นเดิม อาเมียร์ใจร่วงวูบเมื่อเริ่มตระหนัก เสียงของเจ้า...

ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาช่วยเธอออกมา ลีชาไม่เคยปริปาก เวลาร้องไห้ก็มีเพียงเสียงสะอื้นในลำคอเท่านั้น

พวกมัน...พวกมันทำร้ายเจ้าถึงขนาดนี้เชียวหรือ!”

เด็กหนุ่มตรงเข้าไปหมายจะประคอง แต่นัยน์ตาของเด็กสาวกลับหวาดหวั่น มือยกขึ้นปัดอย่างป้อแป้จนเขาถอยออกห่าง ริมฝีปากของเธอเริ่มขยับช้าๆ

ทำ...ไม... พอตั้งสติได้ อาเมียร์ก็ค่อยๆ อ่านคำที่เขาเห็นตามรูปปาก จะ...ไม่มี...ความผิด

ข้า...ผู้หญิงหากิน...แต่งงานกับเกล็น...บาปของข้าทำให้เขา... ลีชาขยับริมฝีปากได้เท่านั้นก็ยิ่งร้องไห้หนัก

มันไม่เกี่ยวกันเลย!” เด็กหนุ่มแย้ง ที่เขาตาย...เป็นเรื่องสุดวิสัย ไม่ได้เกี่ยวว่าเจ้าเคยทำอะไรไว้ สำคัญคือเขารักเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะเคยเป็นอะไร...เขาก็รักและยอมรับเจ้าเสมอ ข้ารู้ ข้าจะเอาก็อธฟรีด์มาคืนเจ้าให้ได้

...ไม่... ลีชายังคงสั่นศีรษะ

ทำไมล่ะ! เจ้าไม่อยากอยู่กับลูกหรือ!”

...ข้า...เป็น...ผู้หญิงเลว...

เจ้าไม่ใช่ผู้หญิงเลว เจ้าแค่ตกเป็นเหยื่อ...เหยื่อของพวกที่พยายามทำให้เจ้าเชื่อว่าเจ้าอ่อนแอ...เจ้าไม่มีค่า แต่ถ้าเจ้าสู้...เจ้าจะผ่านพ้นไปได้ แม่เคยบอกข้าว่าอย่างนี้

เด็กสาวก้มหน้าลงโคลงศีรษะ ริมฝีปากขยับเหมือนพูดอะไรสักอย่าง แต่เขาไม่อาจเห็นปากของเธอ

ลีชา...

เธอห่อตัวกอดเข่า ร้องไห้โดยไร้เสียงอยู่เนิ่นนาน แต่เมื่อเขาตัดสินใจบอกให้ระบายและ พูดออกมา ให้พอ เธอก็เงยหน้าขึ้นทันใด ดวงตาเบิกค้างจ้องเขม็งมาข้างหน้า

อาเมียร์เรียกชื่อเธอ แต่เด็กสาวไม่มีทีท่าว่าได้ยิน เขาไม่เห็นสิ่งที่เธอควรมองด้วยสายตาหวาดกลัวเลย ทว่าจู่ๆ ริมฝีปากของเธอก็อ้ากว้าง ขับเสียงร้องที่เขาไม่นึกว่ามีออกมาพร้อมกับที่ร่างบอบบาขยับถอยพรวดพราด ชนรั้วไม้ข้างหลังเสียงดัง จนเขารู้สึกว่าเธอคงเจ็บไม่น้อย เด็กหนุ่มพยายามรั้งตัวเธอไว้ แต่ลีชากลับข่วนหน้าเขาเต็มแรง เขายังคงร้องเรียกชื่อเธอ บอกให้เธอสงบใจ แต่เธอคงไม่ได้ยินโดยสิ้นเชิงแล้ว ปากของเธออ้าค้าง ลำคอกระตุกเป็นระยะ เสียงกรีดร้องยาวนาน...หวีดแหลมเหมือนนกบาดเจ็บ...โหยหวนเหมือนสัตว์ป่า

เด็กสาวดิ้นรนเปะปะ ตากลอกมองรอบด้าน เขาทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นิ่งงันอยู่อีกครู่จึงตัดสินใจว่าต้องจับตัวเธอไว้ก่อน ไม่ให้ดิ้นไปชนสิ่งอื่นให้เจ็บตัวเพิ่ม แต่ยิ่งพยายามเข้าใกล้เท่าไรก็เหมือนยิ่งต้อนเธอให้หนีห่างออกไปทุกที เธอดิ้น...เขาตาม ดิ้น...ตาม เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนตัวเขาเองผงะเมื่อเห็นหยดสีแดงบนพื้น แวบแรกนึกว่าภาพลวงตา แต่เมื่อกะพริบตาแล้วยังเห็นมันอยู่...จึงรู้ว่าเป็นของจริง แผลใดสักแผลบนร่างกายยับเยินของเธอคงปริแตกออก อาเมียร์กลัวแทนเธอเหลือเกินว่าเลือดนั้นจะไหลไม่หยุด แต่ตนเองก็ยังกลัวภาพสีแดงจนไม่รู้จะทำเช่นไร

หากท่านอาไม่รีบตามมา อาเมียร์ก็คงได้แต่คุกเข่าอยู่ที่เดิม มองลีชาดิ้นรนจากอากาศว่างเปล่า...เต้นรำอย่างบ้าคลั่ง...กรีดร้องจนเหนื่อยหอบและนอนงอตัวกุมท้องอย่างเจ็บปวด ร่างของเธอกระตุกซ้ำๆ เหมือนโก่งคออาเจียน แต่ไม่มีสิ่งใดออกมานอกจากน้ำ

ท่านอาเข้าประชิดตัวเธอในทันที สองแขนตรึงไหล่บอบบางแน่นหนาจากด้านหลัง เด็กสาวพลันเบิกตาค้าง กรีดร้องซ้ำด้วยเสียงที่เริ่มแหบแห้ง ท่านอาเรียกเขาให้ช่วยจับขา อาเมียร์ปราดเข้าไปคว้าข้อเท้าทั้งสองของลีชาไว้ แต่เธอก็สะบัดเตะถีบเต็มแรง รองเท้าไม้ซึ่งเธอยืมจากแม่หลุดกระเด็น กระแทกใส่แขนของเขา

จับเอาไว้! พานางกลับบ้านให้เร็วที่สุด!” ท่านอาร้อง เด็กหนุ่มพยายามทำเช่นนั้นจนสุดความสามารถ ทั้งๆ ที่เด็กสาวมีน้ำตานองสองแก้มและความหวาดกลัวฉายชัดบนดวงหน้าบิดเบี้ยว เขาไม่อยากนึกเลยว่าเธอเห็นสิ่งใด...เห็นชายสองคนที่พยายามช่วยเหลือเธอเป็นปีศาจที่น่าเกลียดน่ากลัวอย่างไรอีก

ระหว่างทาง อาเมียร์เห็นพวกชาวบ้านซึ่งคงได้ยินเสียงมองอยู่ห่างๆ แต่พวกเขาก็ไม่เข้ามาใกล้ทั้งสามเลยแม้แต่น้อย

 

เสียงกรีดร้องยังคงดังออกมาจากห้องของเขา หลังจากที่แม่บอกเสียงแข็งให้เด็กหนุ่มกับท่านอาออกไป โดยไม่ฟังที่ท่านอาติงว่าลีชาอาจทำร้ายแม่โดยไม่ตั้งใจ ตอนนี้ในห้องเหลือท่านอยู่กับเด็กสาวเพียงสองคน สมาชิกในบ้านคนอื่นๆ ได้แต่ยืนมองประตูที่ปิดสนิท ฟาร์ฮานาห์กับนาสิราเกาะขาหลบหลังร่างสูงใหญ่ของท่านอา เด็กหญิงคนเล็กถามอย่างหวาดหวั่นว่าพี่ลีชาเป็นอะไรไป ทำไมร้องเสียงดังน่ากลัวอย่างนั้น ท่านอาได้แต่ตอบอ้อมแอ้มว่าเธอไม่สบาย แล้วก็ต้องปฏิเสธเสียงแข็งกับนาสิรา ซึ่งเดาตามประสาเด็กว่าพี่ลีชาถูกผีหรือปีศาจเข้า

อีกครู่หนึ่งเสียงจึงค่อยๆ เบาลง จากโหยหวนกลับกลายเป็นสะอึกสะอื้น และเงียบไปในที่สุด แม่ออกมาจากห้องหลังจากอยู่ในนั้นเกือบครึ่งชั่วยาม สีหน้าของท่านกังวล เหนื่อยอ่อน และสลด

ยอมดื่มยาแล้ว คงหลับสนิทไปสักพัก แม่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทันที ที่จริงทั้งกายทั้งใจยังทรุดอยู่ ไม่ควรให้ออกไปนอกบ้านเลย แต่ที่นางพูดไม่ได้คงเพราะกระทบกระเทือนทางใจมากกว่า เพราะที่คอไม่มีแผลใหญ่อะไร

ใช่ ลีชาพูดไม่ได้เพราะอาการทางใจ อาเมียร์รู้...พอๆ กับเพิ่งตระหนักว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนั้นกรีดร้องได้ดังและดิ้นรนรุนแรงเพียงไร รอยเล็บที่เธอฝากไว้บนแก้มของเด็กหนุ่มยังแสบน้อยๆ

เกิดอะไรที่งานศพหรือ แม่ถามพลางรินน้ำชาให้ท่านอากับเขา

เด็กหนุ่มไม่อยากพูด จึงยกหน้าที่ให้แก่ท่านอา แต่ท่านก็บอกแม่ว่าจะเล่าให้ฟังทีหลัง แล้วขอตัวไปทำงานต่อ ครั้นอาเมียร์จะตามออกไปเช่นกัน อดีตนักรบก็บอกให้ทำแผลเสียก่อน เขาจึงต้องนั่งรอให้แม่เช็ดแผลบนแก้มและทายาให้

ระหว่างนั้น ความคิดของเด็กหนุ่มยังคงจดจ่อกับเรื่องที่แม่ของเกล็นบอก มีคนในกลุ่มเชลยนำเรื่องของลีชากับพวกโจรมาพูด แต่พวกนั้นมีเหตุผลใด เพียงเห็นสภาพอันน่าเวทนาอยู่คนเดียวของลีชา เขาก็รู้สึกเหมือนใครก็ตามที่นำเรื่องนี้ไปบอกต่อไม่สมควรเป็นคนอีกต่อไปแล้ว

ทำแผลใกล้เสร็จก็มีเสียงเคาะประตู แม่ตรงไปเปิด ผู้มาเยือนคือเด็กสาวคนหนึ่งในหมู่บ้าน ซึ่งอาเมียร์จำได้ว่าถูกพวกโจรจับตัวไปด้วย พอแม่ถามว่ามีอะไร เธอก็พูดตะกุกตะกัก สายตาหยุดที่เขา

คือ...ข้า...จะมาขอบคุณ...เอ่อ...คนที่ช่วยข้าไว้ค่ะ

อ้อ แม่รับเบาๆ แล้วก็หลีกทางให้ เข้ามาสิจ๊ะ ดื่มชาหน่อยไหม

มะ...ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวข้าก็ไปแล้ว

บอกข้าที เด็กหนุ่มรีบพูดทำไมลีชาถึงเป็นอย่างนี้ แม่ของเกล็นรู้อดีตนางได้อย่างไร

เด็กสาวมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ขณะที่ปรายตามองแม่ของเขา กับน้องสาวอีกสองคนที่นั่งเล่นอยู่ในมุมห้อง

ไปพูดกันข้างนอกก็ได้ อาเมียร์ลุกจากโต๊ะ แล้วเดินนำไปโดยไม่รอให้คู่สนทนาปฏิเสธ

 

พวกโจร... เด็กสาวเริ่มเอ่ยอย่างลังเล เมื่อทั้งสองยืนอยู่ใต้ร่มไม้หน้าบ้านเขา ...มันโกรธมากที่มีคนฆ่าพวกมันตายไปเยอะขนาดนั้น ครั้งนี้พวกมันพูดกันว่าจะไม่เรียกค่าไถ่ แต่จะขายพวกเราในตลาดค้าทาสเลย พวกมันจับเราไปขังไว้ในถ้ำนั้น แล้วจู่ๆ คนหนึ่งก็เข้ามา...

เธอกลืนน้ำลายฝืดๆ สีหน้าเหมือนจะสะอื้น

มัน...มันจะเอาตัวข้าไปหาคนอื่นๆ ตอนนั้นข้า...ข้าร้องเสียงดังจนลูกนางร้องไห้ขึ้นมา โจรนั่นเลยโมโห...หันไปตวาดนาง แล้ว...ปรากฏว่าโจรคนนั้นเคยพบนางมาก่อน มันบอกว่านางเป็นผู้หญิงขายตัวในเมืองที่มันเคยไป มันกับเพื่อนๆ จำนางได้ เพราะ... เด็กสาวกลืนน้ำลายอีกครั้ง ...อย่า...อย่าให้ข้าพูดเลย

ไม่เป็นไร เล่าต่อแค่ให้ข้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็พอ อาเมียร์ตอบเพราะเดาได้พร้อมกับข่มอารมณ์

อีกฝ่ายพยักหน้ารับ

มันจะเอาตัวก็อธฟรีด์ไปจากนาง...แล้วพานางไปหาพวกโจรคนอื่นๆ แทนข้า แต่ก็มีเสียงโวยวายเสียก่อน นางเลยพยายามแย่งอาวุธของมัน แต่ก็... เด็กสาวยกมือขึ้นซับน้ำตา ...ถูกมันฟันล้มลงไป พอดีกับที่เจ้ากับพ่อเข้ามาพอดี...

อาเมียร์กัดฟันกรอด กำมือทุบลำต้นไม้ไปโครมใหญ่ บัดซบ!”

เด็กสาวสะดุ้งเฮือก แล้วก็เอ่ยละล่ำละลัก ทุกคนก็กลัวกันทั้งนั้น ไม่มีใครสู้หรือห้ามพวกนั้นได้นี่นา...แต่ยังไงนางก็รอดมาได้...มะ...มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ

“ ‘ดีงั้นรึ!” เด็กหนุ่มกลั้นเสียงไม่ให้กลายเป็นตวาดอย่างยากเย็น ใช่...ข้ารู้ว่าใครๆ ก็กลัวได้ ใครๆ ก็ไม่อยากถูกทำร้าย แต่เจ้าคิดว่ามันสมควรแล้วหรือ...ถ้าใครก็ที่ตามรอดมาเพราะนางพยายามสู้กลับเอาอดีตของนางไปประจานคนอื่น!...คนคนนั้นยังสมควรได้รับการช่วยเหลืออีกหรือเปล่า!”

อีกฝ่ายรีบสั่นศีรษะ สีหน้าหวาดหวั่นขึ้นทันควัน

ไม่ใช่ข้านะ...ข้าไม่ได้พูดอย่างนั้น เด็กสาวรีบพูด นี่ข้ามา...ขอบคุณเจ้าที่ช่วยพวกเรา แล้วก็...มาดูว่านางเป็นอย่างไรบ้าง

อาเมียร์ตัดสินใจพูดเมื่อเด็กสาวเงียบไป ตอนนี้ลีชานอนพักอยู่ เจ้ามาเยี่ยมนางทีหลังเถอะ

ผู้ฟังยังเงียบไปอีกครู่ ก่อนจะเอ่ยแผ่วเบา ไม่เป็นไร แค่นี้พอแล้วละ

ทำไมล่ะ

ข้า...ข้ากลัว...กลัวว่าถ้านางเห็นข้าจะรู้สึกแย่ไปกว่าเดิม แล้ว...ข้าไม่รู้จะพูดกับนางอย่างไรดี

เรื่องแค่นี้ยังไม่รู้อีกหรือ เขาตอบทันควันจนได้รับสีหน้าตัดพ้อจากอีกฝ่าย จึงต้องอธิบาย เจ้าไม่คิดว่าที่นางสู้เป็นประโยชน์ต่อพวกเจ้าเลยหรือไง...แม้ว่านางจะทำเพื่อปกป้องลูก แต่ผลก็คือทุกคนนอกจากนางปลอดภัยใช่ไหมล่ะ

เด็กสาวค่อยๆ พยักหน้าในที่สุด ถ้าอย่างนั้น...วันหลังข้าจะมาใหม่นะ

ไปบอกคนอื่นๆ ด้วยล่ะ ว่าถ้าอยากขอบคุณหรือขอโทษนางจริงๆ ก็ให้มาเลย โดยเฉพาะคนที่...เด็กหนุ่มชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจพูด เสียงของเขาเริ่มเย็นขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่คนที่เอาอดีตของลีชาไปบอกแม่ของเกล็น หรือพูดไม่ระวังจนนางได้ยินเข้า บอกให้คนคนนั้นมาคุกเข่าขอโทษลีชาเสีย ข้าไม่อยากสาปแช่งให้ใครประสบเคราะห์กรรมมากไปกว่านาง...โดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้นเป็นผู้หญิง

ครั้นแล้ว อาเมียร์ก็ขอตัวกลับเข้าไป ทิ้งเด็กสาวให้ยืนนิ่งอึ้งอยู่เพียงลำพังใต้ต้นไม้หน้าบ้านเขา

 

เด็กสาวไม่ได้เยี่ยมหน้ามาที่บ้านของอาเมียร์ในวันต่อมา

ที่มาแทนคือพ่อของเกล็น ซึ่งนำห่อผ้าใส่ข้าวของส่วนตัวอันน้อยนิดของลีชามาส่งที่นี่ ต่างคำประกาศทางอ้อมว่าบ้านนั้นไม่ต้อนรับเด็กสาวในฐานะสะใภ้อีกต่อไป อาเมียร์หัวเสียอย่างบอกไม่ถูกเมื่อกลับมาเห็นห่อของนั้นหลังจากเสร็จงานในไร่ อีกฝ่ายดูเหมือนรู้ดีพอที่จะไม่มาตอนที่เขากับท่านอายังอยู่บ้าน

เอาเถอะ แม่บอกเขา ถ้าทางนั้นไม่เต็มใจต้อนรับลีชา แต่ยังรับนางเข้าบ้านจะแย่ต่อนางยิ่งกว่า

แล้วก็อธฟรีด์ล่ะแม่ พรากลูกพรากแม่อย่างนี้ถูกต้องเสียที่ไหน

แม่ก็รู้ว่าไม่ถูกต้อง แม่ยังพูดอย่างใจเย็น ลีชามีสิทธิ์พาแกไปด้วยถ้านางต้องการ แต่ตอนนี้...แม่คิดว่าถึงนางจะอยากอยู่กับก็อธฟรีด์ นางคงไม่บอกหรอก นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปอยู่ที่ไหน จะทำอะไรหาเลี้ยงตัวเองได้

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องให้นางไปไหน เด็กหนุ่มตอบทันควัน ให้นางอยู่ที่นี่เถอะ อยู่กับพวกเรา

แม่เห็นด้วย แม่ตอบ แม้สีหน้าจะยังกังวล อย่างน้อยก็จนกว่านางจะพบที่ไปที่ดีกว่านี้ แต่ไม่รู้ว่านางจะไม่สบายใจหรือเปล่า...ว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร

อาเมียร์นิ่งคิดเพียงครู่เดียวถ้านางตกลง...ข้าจะแต่งงานกับนางก็ได้

อาเมียร์!” แม่เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างตกใจ แต่เด็กหนุ่มก็พยายามทำสายตาให้แน่วแน่ที่สุด

ลีชาเป็นคนดี ไม่ว่าจะผ่านอะไรมาก็ตาม เธอถูกทิ้งอยู่ตัวคนเดียว ในสภาพที่น่าสงสารถึงเพียงนี้ ถ้าเพื่อความเป็นอยู่และอนาคตของผู้หญิงอย่างเธอสักคน เขาจะช่วยเธอไม่ได้เชียวหรือ เธอจะได้มีญาติ มีครอบครัว แล้วบางทีเขาอาจจะหาทางขอตัวก็อธฟรีด์คืนมาให้เธอได้

ข้าพูดจริง ข้าเห็นใจนาง ข้ายอมรับนางได้ ข้ารู้ว่าแม่กับพ่อ ก็ยอมรับนางได้เหมือนกัน

แล้วลูกรักลีชาหรือ แม่กลับติงถูกจุดจนใจของเขาแปลบวาบ ใช่...พวกเรายอมรับนางได้ แต่ถ้าแต่งงานโดยไม่ได้รักกันเลยก็รังแต่จะเป็นทุกข์ทั้งสองฝ่ายเท่านั้น

เด็กหนุ่มนึกถึงคำที่พ่อแท้ๆ เคยบอกเขาตอนสิบขวบ เกี่ยวกับการแต่งงานการเมืองซึ่งตัวเขาเองต้องพบในสักวันอยู่กันไปก็ค่อยๆ รักกันได้

มันไม่ง่ายขนาดนั้น แม่ตอบเสียงแข็ง ตราบใดที่ลูกคิดอย่างนี้ ลูกก็ยังเด็กเกินกว่าจะแต่งงาน...หรือกระทั่งมีความรักด้วยซ้ำ

อาเมียร์กะพริบตาปริบๆ ไม่คาดฝันเลยว่าแม่จะแสดงท่าทางคัดค้านอย่างชัดเจน

เขารู้ว่าเสด็จแม่ต้องเสกสมรสกับเสด็จพ่อด้วยเหตุผลทางการเมือง เสด็จแม่รักกับเสด็จอาอยู่ก่อนหน้านั้น แต่ก็ไม่เคยเห็นเสด็จแม่ออกความเห็นใดเกี่ยวกับการแต่งงานให้ตนฟังเลย

เอาเถอะ แม่พอมีวิธีให้ลีชาอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่อยๆ เสียงของแม่กลับเรียบขึ้นอีกครั้ง แต่ลูกอย่าพูดเรื่องแต่งงานกับนางเด็ดขาด หากไม่ได้รักและพร้อมจะดูแลนางจริงๆ

ข้ารู้แล้ว เด็กหนุ่มได้แต่รับเรียบๆ

 

เมื่อแต่ละวันผ่านไปเป็นสัปดาห์ ดูเหมือนใครๆ จะยอมรับการเปลี่ยนที่อยู่ของลีชาได้โดยไม่ต้องซักถามคนในบ้านของซิอ์บุลให้ระคายหู และรู้ว่าไม่ควรเอ่ยให้พวกเขาได้ยินเด็ดขาดว่าเธอ เป็นบ้า ไปเสียแล้ว ถึงอย่างนั้น การกันไม่ให้เด็กหญิงทั้งสองได้ฟังเรื่องน่ากลัวจากเด็กๆ ที่ถูกพวกโจรจับไปด้วยกันก็ยังยากเหลือเกิน

นอกจากต้องรับมือกับคำถามของนาสิรากับฟาร์ฮานาห์ รวมทั้งแก้ความเข้าใจผิดให้เพื่อนๆ ของลูกสาวทั้งสองว่าลีชาบาดเจ็บและล้มป่วยจริง แต่ไม่ได้เสียสติแน่นอน แม่ยังพยาบาลเด็กสาวทั้งกลางวันกลางคืนจนท่านอาปรามให้ห่วงตนเองกับลูกในท้องบ้าง แต่กระทั่งท่านอายังขับเกวียนไปตามหมอจากในเมืองมาช่วยตรวจอาการของลีชาอีกแรง หมอแนะนำว่ายาใดดีก็เต็มใจซื้อแม้ราคาจะสูง

เด็กหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าพวกชาวบ้านคงสงสัยเหลือเกิน ว่าเหตุใดบ้านเขาจึงเต็มใจเสียเงินทองและเวลาให้ผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นญาติกันเลย ซ้ำยังเป็นอดีตนางโลมและ สิ่งแปดเปื้อน ที่ใครๆ ไม่พึงข้องแวะ แต่หากเขาเห็นใจลีชา...แม่คงสะเทือนใจยิ่งกว่า สมัยเป็นราชินีท่านเคยก่อตั้งอารามพิเศษให้พวกนางคณิกาพึ่งพิง เคยไปเยี่ยมเยียนพวกนางที่อารามด้วยตนเองและพาเขาไปด้วยตั้งแต่เด็ก เขารู้ว่าท่านอยากช่วยหญิงเคราะห์ร้ายคนใดก็ตามให้ได้มากกว่านี้ แต่นี่คือที่สุดที่ท่านจะทำได้เมื่อไร้อำนาจเสียแล้ว

ครั้นบาดแผลของลีชาเริ่มแห้งและเธอฟื้นตัวจากไข้สูง แม่ก็ขอให้เธออยู่ช่วยงานบ้านและดูแลเด็กๆ โดยอ้างกำหนดคลอดที่ใกล้เข้ามาทุกที เด็กสาวตกลงอย่างเรียบเฉยด้วยการผงกศีรษะเพียงครั้งเดียว เธอลุกจากเตียงมาทำทุกสิ่งที่ทำได้อย่างขยันขันแข็ง ออกจะเกินตัวจนแม่ต้องปรามให้พักผ่อนมากขึ้นบ้าง

อาการที่แม่เรียกง่ายๆ ให้เขากับท่านอาเข้าใจว่า เห็นภาพหลอนยังคงกลับมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะเมื่อเธอได้ยินคำว่า พูด แต่อย่างน้อยก็ไม่รุนแรงเหมือนครั้งแรก คงเป็นเพราะเด็กสาวอยู่ในบ้านแทบตลอดเวลา เธอไม่กล้าออกไปที่หน้าบ้าน หรือเดินไปไกลกว่าแปลงผักสวนครัวด้านหลัง นั่นเป็นรัศมีที่แม่มักอยู่ใกล้ๆ และพร้อมจะทิ้งงานใดๆ มาดึงเธอออกจากภาพเหล่านั้นในทันที แม่บอกเขาว่าคงต้องใช้เวลา แต่จะพยายามให้ลีชาหายดีทั้งกายและใจให้ได้ในไม่ช้า

แต่อาเมียร์พบว่าตนไม่อาจอยู่เฉย ไม่มีใครมาขอบคุณกับขอโทษลีชาเลย เป็นเหตุให้เด็กหนุ่มอดพูดลอยๆ ไม่ได้เวลามีคนที่ถูกพวกโจรจับตัวไป หรือญาติของพวกนั้นอยู่ใกล้ๆ

เวลาพืชผลดี ใครๆ ก็ขอบคุณฝนฟ้า บวงสรวงเทพีไร่นากันยกใหญ่ น่าแปลกที่เวลาคนด้วยกันช่วยเหลือจนตัวเองลำบากขนาดนั้นกลับไม่มีใครเห็นหัว

นั่นคงเป็นเหตุให้ชาวบ้านบางส่วนเริ่มเงียบกับเขาหากไม่จำเป็นต้องพูดคุยกันจริงๆ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มเดือดร้อนแต่ประการใด

คนที่เดือดร้อนเห็นจะเป็นท่านอามากกว่า

เพื่อให้พวกนั้นมาขอบคุณกับขอโทษลีชา เจ้าคิดว่าทำตัวให้พวกเขารำคาญจะได้ผลหรือ

จะได้ผลหรือไม่ได้ก็ไม่รู้ แต่ข้าสุดจะทนจริงๆเด็กหนุ่มตอบ

ท่านอาโคลงศีรษะ ถ้าทำอะไรไม่คิดหน้าหลัง สักแต่เอาความสะใจของตัวเป็นที่ตั้งก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ผล

แล้วท่านไม่อยากให้ลีชาได้รับคำขอบคุณหรือขอโทษที่นางสมควรได้รับหรือ อาเมียร์ย้อน ครั้นอีกฝ่ายตอบรับเบาๆ ว่าอยากก็ยิ่งเดือดดาล แล้วทำไมอยู่เฉย ไม่บอกให้พวกเขามาขอบคุณกับขอโทษนางเล่า!”

เจ้าก็บอกแทนแล้วนี่ท่านอาย้อน พูดซ้ำอยู่ทุกวัน ทุกโอกาสเสียด้วย

แต่เสียงของข้ามีค่าเท่ากับท่านเสียที่ไหน เด็กหนุ่มแย้ง พวกคนหนุ่มมาขอเรียนอาวุธกับท่านตั้งมากมาย...ท่านก็สอนเขา ทำไมไม่ฝากพวกเขาบอกให้คนอื่นๆ มาขอบคุณกับขอโทษลีชาบ้าง

ต่อให้บังคับขู่เข็ญให้หัวหน้าหมู่บ้านเรียกชาวบ้านทุกคนมารวมตัวกันคุกเข่าขอโทษลีชา รวมทั้งแม่ของเกล็นด้วย มันก็ไม่มีค่าอะไรทั้งนั้นถ้าคำพูดของพวกเขาไม่ได้มาจากใจจริง เป็นเจ้าจะอยากรับคำขอโทษหรือขอบคุณที่ได้มาจากการบังคับไหมล่ะ

แต่ว่า...

ลีชาอาจจะไม่อยากได้รับของพวกนี้ มีแต่เจ้าที่ดึงดันจะหามาให้นางให้ได้เพราะคิดเอาเองว่านางจะสบายใจขึ้น การยัดเยียดความหวังดีให้อีกฝ่ายโดยไม่คิดว่าเขาต้องการจริงๆ หรือเปล่าไม่ต่างอะไรจากการทำร้ายเขาหรอก ยิ่งเจ้าเป็นเดือดเป็นร้อนแทนนาง ทำตัวให้ชาวบ้านเขารำคาญเพราะเรื่องของนาง พวกเขาอาจจะพาลรำคาญนางไปด้วยก็ได้

ถ้าพวกนั้นจะรำคาญข้า...ข้าไม่สน แต่ลองมารำคาญลีชาสิ ข้าไม่อยู่เฉยอีกต่อไปแน่!”

ท่านอาเงียบไปเมื่อเด็กหนุ่มประกาศกร้าวเช่นนั้น แล้วก็ได้แต่ถอนใจเบาๆ โดยไม่พูดอะไรอีก

 

สงครามเย็นระหว่างอาเมียร์กับพวกชาวบ้านดำเนินไปพักหนึ่ง จนถึงวันที่มีฝ่ายสิ้นความอดทนก่อนในที่สุด ล่วงปลายสัปดาห์ที่สามที่ลีชาอยู่บ้านของซิอ์บุล ญาติๆ ของพวกผู้หญิงที่ถูกจับตัวไปก็มาที่บ้านหลังนี้

เคราะห์ร้ายที่ตอนนั้นซิอ์บุลกับสิมาออกไปทำธุระข้างนอก และอาเมียร์เป็นผู้เปิดประตูรับพวกเขาพอดี

ลูกสาวข้าฝากให้มาขอโทษกับขอบคุณลีชาคือคำตอบของชายวัยกลางคนผู้เคาะประตู

แล้วทำไมลูกสาวท่านไม่มาเองเด็กหนุ่มถามเสียงเย็น

นาง... เขาเริ่มอึกอัก เจ้าก็รู้ธรรมเนียมที่นี่ไม่ใช่หรือ

ข้าไม่ได้เกิดที่นี่ จะไปรู้ธรรมเนียมทุกอย่างของพวกท่านได้อย่างไรอาเมียร์ย้อน

ชายวัยกลางคนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเบาๆ

ผู้หญิงบริสุทธิ์ไม่ควรข้องแวะกับ...สิ่งแปดเปื้อน มันเป็นลางไม่ดีต่อชีวิตของพวกนางในอนาคต หวังว่าเจ้าคงเข้าใจ ว่าทำไมพวกนางถึงไม่อาจมาพูดกับลีชาตรงๆ

อ้อ เด็กหนุ่มรับอย่างเฉยชา ผิดกับอารมณ์ที่เริ่มพลุ่งขึ้น ข้าเพิ่งรู้ว่าพวกท่านมีธรรมเนียมอย่างนี้ด้วย

มันไม่ใช่ความผิดของลีชา เรื่องนี้ใครๆ ก็เข้าใจ ที่จริงนางเป็นคนกล้าที่เสียสละตนเองช่วยปกป้องคนอื่นๆ ไว้ด้วยซ้ำ พวกเราเลยมาขอบคุณนางแทนเด็กๆ พวกนั้น เจ้าช่วยบอกลีชา แล้วก็รับของตอบแทนจากพวกเราให้นางทีนะ

อาเมียร์เพียงกวาดมองชาวบ้านคนอื่นๆ ที่มาพร้อมกับกล่องไม้ ม้วนผ้า และข้าวของที่ดูเหมือนบรรณาการตามมีตามเกิดแบบบ้านไร่อย่างพิกล

พวกท่านบอกนางเอง ให้นางเองกับมือเถอะ

ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็ปิดประตู หันไปทางเด็กสาวที่กำลังนั่งดูน้องสาวของเขาเล่นตุ๊กตา เธอเงยมองเขาอย่างหวาดๆ เหมือนกับพอจะรู้เรื่องข้างนอก

ญาติๆ ของพวกผู้หญิงที่เจ้าช่วยไว้เอาข้าวของมาขอบคุณเจ้า  เจ้าจะออกไปรับไหม

แววตาของลีชากลับตื่นตระหนก และเธอก็สั่นศีรษะทันควัน

ถ้าอย่างนั้นให้พวกเขาค่อยๆ เข้ามาพูดกับเจ้าแทนดีไหม

เธอรีบสั่นศีรษะอีกครั้งพร้อมกับขยับริมฝีปากเบาๆ ว่าไม่

เด็กหนุ่มกลับไปเปิดประตูแล้วเจรจาต่อลีชาบอกว่าไม่รับของพวกนี้ พวกท่านเอากลับไปเถอะ

แต่ว่า... ตัวแทนกลุ่มอึกอัก เราตั้งใจมอบของพวกนี้ให้นางจริงๆ เจ้าช่วยเก็บไว้ให้นางทีนะ

ถ้าอยากให้นางรับ ท่านก็เข้ามาให้นางเองกับมือสิ

อาเมียร์ พวกเรามาขอบคุณนางตามที่เจ้าต้องการแล้ว อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปกว่านี้เลย

เพลิงโทสะของเด็กหนุ่มไหม้โหมขึ้นทันใด

ได้ ข้าก็ไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยาก เพราะฉะนั้นข้าจะพูดกับพวกท่านตรงๆ เช่นกัน เขาก้าวออกมาแล้วปิดประตู กวาดมองทุกคนที่ยืนเรียงรายอยู่หน้าบ้านของตน ทั้งข้ากับลีชาไม่ต้องการข้าวของพวกนี้ เอาไปใช้ในงานแต่งลูกสาวที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องของพวกท่านเถอะ เพียงแต่สังวรไว้บ้างว่าลูกสาวของพวกท่านยังบริสุทธิ์...ไม่สิ...ไม่บาดเจ็บยับเยินทั้งกายใจอยู่ทุกวันนี้ได้เพราะใคร ก็คนที่ท่านเห็นว่าเป็นสิ่งแปดเปื้อน...ทำเหมือนกับนางเป็นซากหมาแมวสักอย่างข้างถนน แบบที่ท่านมองแวบหนึ่งแล้วรู้ว่ามีอยู่...แต่ไม่อยากมองอีกให้ระคายตานั่นละ!”

อาเมียร์...”

ลีชาไม่ใช่ซากที่ใครๆ จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น นางไม่ได้เป็นบ้า ยังฟังคำพูดของพวกท่านออกถึงจะพูดตอบไม่ได้ ยังรู้เรื่องดี...ดีเกินไปด้วยซ้ำ! ถ้าคนที่สมควรมาขอบคุณและขอโทษนางไม่ยอมมาพูดด้วยตัวเอง มันก็ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น! แค่นั้นเองที่ข้าต้องการ พวกท่านไม่เข้าใจหรือ!”

มันผิดธรรมเนียมของพวกเรา...ข้าก็อธิบายแล้วนี่!”

ธรรมเนียมที่ไร้เหตุผลแบบนั้นควรยึดถืออยู่อีกหรือ!” เขาย้อนอย่างสุดทน

อาเมียร์!” ชายอีกคนตวาดขึ้นบ้าง เจ้าไม่ใช่คนที่นี่ เจ้าจะไปรู้อะไร!”

ใช่! ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น...นอกจากพวกเจ้ามันขี้ขลาดที่สุด!” เด็กหนุ่มยิ่งกราดด้วยอารมณ์ ตอนโจรบุกก็ไม่มีใครสู้! ถ้าไม่ได้ พ่อ ก็คงไม่มีใครกล้าไปช่วยคนที่ถูกจับไป! ตอนที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างลีชาถูกซ้ำเติม...ถูกด่าว่า...ถูกไล่ออกจากบ้าน...ถูกแย่งลูกไปอย่างไม่เป็นธรรม...แม้แต่คลุ้มคลั่งเพราะภาพหลอนต่อหน้าต่อตา...ทุกคนมัวทำอะไรอยู่! ทั้งๆ ที่ลีชาลุกขึ้นสู้เพื่อให้ผู้หญิงคนอื่นๆ ไม่ต้องเจ็บปวดอย่างเดียวกับนางแท้ๆ ! ถึงนางเป็นโสเภณี...ก็ยังมีจิตใจสูงกว่าคนที่นี่มากมายจนเทียบไม่ติด! ข้าอยากรู้จริง...ถ้าญาติพี่น้อง ลูกหลานหรือคนรักของเจ้าเองเจอเรื่องแบบนี้ พวกเจ้าจะยังไล่นางจากบ้าน...ไม่ยอมคบค้าสมาคมช่วยเหลือเพราะนางเป็น สิ่งแปดเปื้อนอยู่อีกหรือเปล่า!”

พูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร! ไอ้คนทรายสถุล!” ชายคนหนึ่งสบถพร้อมกับถลันเข้ามา แต่ติดคนอื่นๆ ช่วยกันรั้งตัวเขาไว้ก่อน เรารึอุตส่าห์มาขอบคุณ...ทำไมต้องแช่งกันด้วย!”

แช่งหรือ ข้าแค่พูดถึง ความเป็นไปได้ เท่านั้นเอง อารมณ์ของอาเมียร์ยิ่งคุเดือดเกินควบคุม มือกำหมัดเตรียมไว้ข้างตัว ถ้าอยากหาเรื่องก็เอาเลย แต่เล่นข้าให้คว่ำในหมัดเดียวให้ได้ล่ะ...ไม่งั้นข้าเอาเลือดหัวแกแทนแน่นอน! ในหัวจะได้มีที่ว่างใส่น้ำใจแทนความคิดสถุลอย่างนั้นเสียบ้าง!”

เขากวาดมองพวกชาวบ้านซึ่งจ้องมองตนเป็นตาเดียวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บ้างเผยความโกรธเคืองอย่างไม่ปิดบัง รู้สึกได้ว่าเลือดขึ้นหน้าจนร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงกระทั่งข้างขมับสั่นระรัวตามไปด้วย

บางที...หากพวกมันกระโจนเข้ามาพร้อมกันก็คงดี เขาจะได้ออกกำลังระบายอารมณ์ที่มันสุมอยู่นานเกินพอเสียที

อาเมียร์!” น่าเสียดาย...ที่มีเสียงแทรกจากหัวหน้าครอบครัวซึ่งกลับมาถึงในจังหวะนั้น นี่มันเรื่องอะไรกัน!”

เด็กหนุ่มเพียงสบตาอีกฝ่ายอย่างแข็งกร้าวท่านคงได้ยินมาแต่ไกลแล้วนี่

เจ้าไม่ควรพูดกับพวกเขาอย่างนั้น ขอโทษทุกคนเสีย ท่านอาพูดห้วนๆ

คนพูดความจริงไม่ผิด ข้าไม่มีอะไรต้องขอโทษอาเมียร์โต้กลับ คนพวกนี้ต่างหากที่ต้องขอโทษลีชา!”

ท่านอาจ้องตาเขาเขม็ง น้ำเสียงเริ่มเคร่งขรึมขึ้นขอโทษพวกเขาเดี๋ยวนี้

ไม่!”

อาเมียร์บังคับตนเองให้ยืนนิ่งไว้ แม้จะเผลอหลับตาครู่หนึ่งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงื้อมือขึ้น ถึงท่านต่อยข้าให้เลือดกบปาก ข้าก็ไม่พูด!”

อดีตนักรบกัดฟันกรอด นิ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงลดมือลงก่อนจะหันมาทางพวกชาวบ้าน

...แล้วก็ค้อมศีรษะ...

ข้าขอโทษแทนลูกชายด้วย พวกท่านกลับไปก่อนเถอะ ข้าจะสั่งสอนเขาเอง

ตัวแทนของกลุ่มชาวบ้านพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะสูดหายใจลึก...ยาว

สั่งสอนให้ดีก็แล้วกัน ข้ากลัวว่าไม่นานลูกหัวรั้นของท่านจะคว้าผู้หญิงหากินมาเป็นเมียตามเกล็นไปอีกคน

เด็กหนุ่มขยับปากจะโต้ตอบพร้อมกับก้าวเท้าออกไปหาเจ้าของวาจา แต่ท่านอาก็รีบยึดแขนของเขาบีบไว้แน่น

อาเมียร์จึงได้แต่สบถสาปแช่งพวกชาวบ้านที่ค่อยๆ เก็บข้าวของออกไปจากพื้นที่หน้าบ้านตนอยู่ในใจ แล้วก็หมุนตัวกลับไปเปิดประตูเข้าบ้าน ไม่พูดอะไรกับท่านอาอีกขณะที่แม่รีบตรงเข้ามาหาทั้งสอง

นี่หรือเสด็จอาเนมอสคนนั้น...จอมทัพเนมอสผู้บังคับบัญชาทหารนับแสน...พระอนุชาเนมอสที่ควงดาบฟาดฟันทหารศัตรูอย่างไม่เกรงกลัวเพื่อปกป้องอาณาจักรของกษัตริย์ดอร์มิน และยอมเสียกระทั่งแขนซ้ายของตนให้แก่คมดาบเพื่อปกป้องเขาในฐานะเจ้าชายรัชทายาทเมื่อครั้งอาณาจักรล่ม แต่ยามนี้กลับต้องมาก้มหัวให้พวกคนอ่อนแอ ขี้ขลาด เห็นแก่ตัวพวกนั้น

เขาเข้าใจผิดไปจริงๆ หมู่บ้านที่ควรสุขสงบกลับมีโฉมหน้าดำมืดน่าสะอิดสะเอียนหลบเร้นอยู่อย่างคาดไม่ถึง และอดีตนักรบผู้หาญกล้าก็หลบเลี่ยงเอาตัวรอด แทนที่จะยึดถือหลักนักรบเช่นที่เคยทำและควรทำ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #117 senseihen (@senseihen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:43
    อินคับ
    #117
    1
    • #117-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 4)
      9 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:36
      ขอบคุณที่ตามอ่านนะคะ ^^
      #117-1
  2. #116 senseihen (@senseihen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:42
    อินคับ
    #116
    0
  3. #115 senseihen (@senseihen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:42
    อินคับ
    #115
    0