The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 37 : 7 - เปลี่ยนเส้นทาง "เขาไม่ใช่หรือ...ที่เป็นวีรบุรุษคนเดียวผู้ช่วยชีวิตเจ้าหญิงไว้ได้"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 ก.ย. 60

บทที่ ๗

เปลี่ยนเส้นทาง

 

เปลี่ยนไปกวดขันทางด่านยาร์ลาธอย่างนั้นหรือท่านผู้สำเร็จราชการทวนคำอย่างไม่อยากเชื่อเมื่อได้ฟังคำขอร้องของหัวหน้าราชองครักษ์ชานัน ผู้มาพร้อมกับดูลัสซึ่งเป็นคนในบังคับบัญชา

ขอรับ ควรเริ่มตั้งแต่วันนี้เลยชายวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึมพูดหนักแน่นแต่ต้องปิดบังเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่ให้เผยแพร่ออกไป

นั่นหมายความว่า...เรายังเรียกทหารที่ถูกย้ายไปดูแลด่านทางชอร์ซากลับมาไม่ได้ แล้วก็ย้ายทหารในเมืองหลวงออกไปมากจนผิดสังเกตไม่ได้ด้วยชายวัยกลางคนติงเรียบๆ ในห้องหนังสือที่มีเพียงทั้งสองนั่งหารือกัน เบื้องหน้าราชองครักษ์หนุ่มคนเดียวที่ยืนเฝ้าอยู่

ราชองครักษ์ดูลัสบอกข้าแล้วเช่นกันชายวัยกลางคนตอบเขาเสนอว่าควรให้ราชองครักษ์ที่ไว้ใจได้จำนวนน้อยแฝงเข้าไปตรวจตราด่านยาร์ลาธแทน

ท่านคอนรอยยิ่งขมวดคิ้วเพราะเหตุใด

ประการแรก ราชองครักษ์ส่วนมากจำรูปลักษณ์ของเจ้าหญิงแอชลีนน์ได้ดี แม้จะทรงปลอมแปลงพระองค์อย่างไรก็น่าจะมีเค้าอยู่บ้าง และประการที่สอง โดยปกติราชองครักษ์ทำงานอยู่แต่ในวังหลวง หากมีทหารหลวงเข้ามาทำงานแทนที่ หรือมีจำนวนลดลงบ้าง ก็ยากจะผิดสังเกตต่อขุนนางอื่นๆ ที่อาจเป็นสายของอีกฝ่ายหรือกำลังจับตามองอยู่ ประการที่สาม การใช้คนจำนวนน้อยเข้าไปเสริมในจุดที่ขาดกำลังพล โดยอ้างว่าโยกย้ายมาจากหน่วยงานทหารอื่นๆ ที่ไม่มีหน้าที่สำคัญอะไรจะดูมีพิรุธน้อยกว่าในสายตาคนทั่วไป

อืม...ชายผู้มากวัยกว่าพยักหน้าช้าๆเช่นนั้นข้าก็พอเข้าใจ แต่ทำไมปุบปับ ท่านถึงคิดว่านักโทษน่าจะหนีไปทางยาร์ลาธมากกว่า ในเมื่อนั่นเป็นพื้นที่ที่ชาลัวห์ไม่ควรเข้าไปที่สุด

หัวหน้าราชองครักษ์หันไปทางชายหนุ่มผู้ยืนเงียบอยู่ข้างหลังแล้วพยักหน้าเป็นสัญญาณ

ดูลัสค้อมศีรษะครั้งหนึ่ง ก่อนจะรับช่วงอธิบายต่อไป

ข้าคิดว่าชาลัวห์ไม่น่าจะเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของการหนีครั้งนี้ขอรับชายหนุ่มพูดชัดเจนแต่เป็นอาเมียร์ เมื่อประมวลรายละเอียดต่างๆ แล้ว ข้าเชื่อว่าอาเมียร์ไม่น่าจะร่วมมือกับชาลัวห์ ไม่ว่าตอนนี้ หรือตั้งแต่ต้น ชาลัวห์คงถูกพาไปเพื่อล่อให้พวกเราไขว้เขวว่าเจ้ามณฑลชอร์ซามีส่วนร่วม อาเมียร์จะได้กลบเกลื่อนเส้นทางหนีของตน ซึ่งน่าจะกลับไปหาครอบครัวที่ยาร์ลาธ หากเป็นตามนี้...ชาลัวห์อาจถูกสังหารแล้วซ่อนศพไว้เสียด้วยซ้ำขอรับ

สีหน้าของท่านผู้สำเร็จราชการยิ่งเคร่งเครียดครุ่นคิดแต่หากพวกเขามุ่งหน้าไปทางยาร์ลาธจริงๆ เราก็ควรรายงานและขอความร่วมมือจากทางนั้น ถึงอย่างไร ท่านเจ้ามณฑลยาร์ลาธก็สูญเสียลูกชายไปเพราะแผนการนี้ ได้ยินว่าเขากำลังตามหาครอบครัวของอาเมียร์ที่หายสาบสูญไปเหมือนกัน

ข้ากลับคิดว่าไม่ควรให้เขารู้เรื่องนี้เด็ดขาดขอรับดูลัสปฏิเสธท่านเจ้ามณฑลดูเหมือนจะยังเชื่อใจคนทรายพวกนั้นมาก ข้าอดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจไม่ได้กวดขันเรื่องการติดตามพวกมัน...หรือทำได้กระทั่งให้ที่ซ่อนแก่พวกมัน เพราะปักใจเชื่อว่าอาเมียร์ไม่มีความผิดก็ได้

ชายหนุ่มเชื่อว่าท่านผู้สำเร็จราชการย่อมเห็นด้วยกับเขา อาเมียร์จะบริสุทธิ์ในคดีลอบสังหารพระคู่หมั้นหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้วตอนนี้ ที่สำคัญกว่าคือเจ้าหญิงหายไปกับชายต่างชาตินั้นโดยไม่รู้จุดหมาย และเด็กหนุ่มก็เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ได้พระองค์กลับคืนมา

ถึงอย่างไรก็ต้องแจ้งกระนั้น ท่านคอนรอยยังแย้งยาร์ลาธเป็นพื้นที่รับผิดชอบของเขา หากทำสิ่งใดลับหลังไม่ถือเป็นเพียงการหักหน้า แต่เป็นการก้าวก่ายอำนาจปกครอง เดี๋ยวจะกินแหนงแคลงใจกันเสียเปล่าๆ ข้าจะส่งสารลับไปแจ้งเขา ทั้งเรื่องขอให้ราชองครักษ์ไปร่วมสอดแนม และเรื่องคุมตัวครอบครัวคนทรายนั้น ท่านเบเรคเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ย่อมรู้ดีว่าตนมีหน้าที่ใดต่อธีร์ดีเรและองค์ประมุข

องครักษ์หนุ่มยังอยากโต้แย้ง แต่ก็รู้ดีว่าไม่ควรพูดต่อไป ได้แต่ปล่อยให้ผู้สำเร็จราชการหันไปถามหัวหน้าราชองครักษ์ชานันว่าจะเสนอชื่อผู้ใดไปทำการนี้

แน่อนว่ามีชื่อของดูลัส ตามที่เขาขอไว้แต่แรกตั้งแต่หารือกับท่านชานันให้มารายงานต่อท่านผู้สำเร็จราชการ เพื่อไม่ให้เป็นการล้ำหน้าข้ามสายงานจนเกินไป

ราชองครักษ์ดูลัสรึ...ดีแล้วท่านผู้สำเร็จราชการตอบในทันทีที่ได้ยินชื่อที่จริง ข้าก็ว่าจะเสนอให้เขาเข้าร่วมพอดี คนหนุ่มมีสติปัญญาอย่างเขาจะเป็นหูตาให้เราได้มาก

ท้ายคำพูดมาพร้อมกับสายตาชื่นชม ซึ่งส่งให้องครักษ์หนุ่มก้มหน้าลงอย่างสำรวม

ขอบคุณมากขอรับ

เขาเป็นห่วงเจ้าหญิงแอชลีนน์มากชานันเอ่ยขึ้นบ้างข้ารู้ตั้งแต่เกิดเหตุครั้งนั้นแล้ว เขาไม่ใช่หรือ...ที่เป็นวีรบุรุษคนเดียวผู้ช่วยชีวิตเจ้าหญิงไว้ได้

หามิได้ขอรับบางสิ่งยังคงเสียดแทงในใจของดูลัสกับคำพาดพิงถึงวันนั้นข้าบกพร่องในหน้าที่ต่างหาก มิเช่นนั้นคงจะช่วยทุกๆ พระองค์ไว้ได้เช่นกัน

เป็นความบกพร่องที่เขาไม่อาจปล่อยให้เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด เจ้าหญิงแอชลีนน์ถูกฝากฝังไว้กับเขา ชายหนุ่มจะไม่ยอมให้มันผู้ใดบังอาจพรากพระองค์ไปจากธีร์ดีเร...และจากเขา

เอาเถิด นี่ไม่ใช่เวลาพูดถึงอดีตที่ไม่อาจแก้ไขท่านผู้สำเร็จราชการติงเรายังมีหน้าที่ที่ต้องกระทำให้สำเร็จ ข้าจะรีบสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องเตรียมการ เจ้าเองก็ไปเตรียมตัวเถอะ อย่างช้า...พรุ่งนี้สายม้าเร็วควรจะส่งพวกเจ้าไปถึงด่านเข้ายาร์ลาธ

 

กินเข้าไปขนาดนั้น ระวังท้องเสียหรอก

ผู้ฟังขมวดคิ้วหน้ามุ่ย

ไม่เคยมีใครพูดกับเขาอย่างนี้ มิหนำซ้ำยังเป็นไอ้คนทรายที่ถึงอย่างไรก็ไม่มีวันห่วงใยเขาแน่ๆ มันคงพูดประชดเขาที่ยอมกลืนศักดิ์ศรี กินปลาหมักเหม็นบูดพวกนั้น แถมกินมากกว่าคนอื่นๆ ที่ล้อมวงอยู่เสียอีก

ก็จะไม่ให้กินเยอะๆ ได้อย่างไร ชาลัวห์ไม่มีอาหารตกถึงท้องมาตั้งแต่เย็นแล้ว ไอ้คนทรายทำอาหารเย็นแค่ขนมปังเย็นชืดหน้าปลาเน่ากับเศษผักดอง มื้อเช้าก็ไม่มีให้กินเพราะมันดันนึกอยากทำตัวเป็นวีรบุรุษช่วยหมู่บ้านที่โดนปล้น...อย่างกับไม่ได้คิดเลยว่าตัวเองก็ถูกตามล่า

เขาละใจหายแทนมันจริงๆ ว่าทหารจะมาถึงหมู่บ้านนี้แล้วจับผิดทั้งสามได้เมื่อไร ครั้นจะหลบอยู่ในเกวียนเงียบๆ ก็ถูกสั่งให้วิ่งวุ่นตักน้ำบ้าง หยิบของบ้าง มือเจ้ากรรมเป็นอย่างนี้เขาตักน้ำบริการให้ไม่เคยทัน ไม่เคยพอ เพราะหิ้วถังน้ำมือเดียวทำให้แขนล้าและนิ้วปวดแดงไปหมด ตักมาให้แม่หมอผมแดงต้มน้ำทีไร ไม่ถึงห้านาทีก็มีอันต้องถูกสั่งไปตักใหม่ ไอ้ทางไปลำธารก็ไกลไม่น่าเชื่อ พื้นกรวดสูงๆ ต่ำๆ ยิ่งเดินยาก แดดหรือก็ร้อนจนเหงื่อไหลย้อยแต่ปาดไม่ได้ในเมื่อมือข้างที่ดีก็ต้องหิ้วถังน้ำ ข้างที่เจ็บอยู่ก็ไม่ควรถูกน้ำให้ปวดแสบ

หมู่บ้านซอมซ่อพวกนี้มีอะไรให้น่าปล้นนักหรือ ทำไมโจรมันจำเพาะจะต้องมาบุกเอาตอนนี้ด้วย ถ้าพวกมันไม่มาปล้น ไอ้คนทรายก็คงไม่ต้องแวะที่นี่ ส่วนเขาก็ไม่ต้องเหนื่อยถึงขั้นยอมกินขนมปังชืดๆ เนื้อหยาบกับไอ้ปลากลิ่นหึ่งพวกนี้ดับหิวจนได้หรอก

ก็ข้าเหนื่อยชาลัวห์ตอบห้วนๆ ก่อนโบกมือไล่แมลงวันที่บังอาจจะมาตอมอาหารของเขา ร้อยวันพันปี คุณชายนายอำเภอเพิ่งเคยกินอาหารกลางแจ้งโดยไม่มีคนรับใช้คอยพัดไล่ร้อนกับแมลงในวันนี้

ไอ้คนทรายทำหน้าเหมือนจะพูดอะไรต่อ แล้วก็เอ่ยออกมาในที่สุด

ปกติท้องเจ้าอ่อนแอจะตาย วิ่งไปทุ่งไม่ทันข้าไม่รู้ด้วยนะ

ชายหนุ่มลอบขบฟัน มันจุ้นจ้านกับเขาหาอะไรนัก! เมื่อวานยังอยากให้เขากินปลาเน่าอยู่เลยไม่ใช่หรือ

แต่ตอนนี้ ชาลัวห์รู้ตัวว่าตนเถียงอะไรไม่ได้ ถึงจะน่าเจ็บใจเหลือเกิน เขาก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินขนมปังหน้าปลากลิ่นเหม็นให้หมดชิ้นก่อนจะลุกไป

อิ่มแล้ว ต่อไปคงไม่มีอะไรใช่ไหม ข้าขอไปพักในเกวียนก่อนละ

ตอนบ่ายยังต้องสร้างที่พักชั่วคราวให้ชาวบ้านก่อน ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะนอนกันที่ไหนไอ้คนทรายกลับพูด

ชายหนุ่มหันขวับมาโบกมือต่อรองมือข้าเป็นยังไง เจ้าก็เห็นอยู่

อีกฝ่ายกลับลุกขึ้น หันไปหยิบขนมปังหน้าชาดานแซร์สามสี่ชิ้นวางบนจานไม้ แล้วถือมันมาให้เขา

เอานี่ไปให้ท่านหมอซานา นางรักษาคนไม่หยุดมาแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย ของแค่นี้คงไม่หนักเกินไปหรอกเด็กหนุ่มกระซิบเบาๆ ให้เขาได้ยินคนเดียวหลังจากนั้นพ่อข้ามีมือข้างเดียวแท้ๆ ยังแบกของหนักได้มากกว่าเจ้าอีก อย่าสำออยไปหน่อยเลย

ชาลัวห์ชักสีหน้าที่มันบังอาจเอาขุนนางที่มีฐานะสูงเกินกว่าจะใช้แรงงานชั้นต่ำอย่างเขาไปเปรียบเทียบกับพ่อกุลีของมัน แต่ก็บังคับตนเองไม่ให้ตอบโต้ รับถาดนั้นไปและก้าวยาวๆ ออกมา

ความโกรธของชายหนุ่มกลับดับลงอย่างรวดเร็วเมื่อพบกับภาพของเด็กสาวผมแดงที่กำลังเย็บแผลให้ชาวบ้านคนหนึ่ง

เพื่อนข้าให้เอามาให้ท่านหมอเขายื่นจานชาดานแซร์ให้

ขอบคุณ แต่ข้าเป็นหมอฝึกหัดค่ะเจ้าหล่อนเงยหน้าขึ้นมองเขา สีหน้าเรียบๆ ไม่ถึงกับยิ้ม แต่ก็ไม่ได้บึ้งตึง ว่าไปก็ต่างจากผู้หญิงทุกๆ คนที่เคยมองเขาในฐานะลูกชายเจ้ามณฑลอย่างบอกไม่ถูกข้ารู้ว่ามันยาว แต่ถ้ากรุณาเรียกให้ถูกต้องได้จะดีกว่า

ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะมองเธอครู่หนึ่ง หมอสาวไม่ถึงกับสวย แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ ต่างจากเจ้าหญิงแอชลีนน์ แม้จะอยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน โครงหน้าของเธอออกกลม แต่ดวงตาเล็กเรียวกว่า ผิวขาวเหลืองและคล้ำแดดเล็กน้อย เค้าหน้าเหมือนไม่ใช่คนธีร์ดีเรแท้ๆ แต่ผสมสายเลือดอื่นที่เขาบอกไม่ถูก

เอ่อ...สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทำให้เขารู้สึกตัว เธอสบตาเขาแล้วก็ชี้ไปทางกล่องไม้สำหรับใส่ยาที่วางตั้งอยู่วางไว้ตรงนั้นก่อนก็ได้ค่ะ ทำแผลให้ทุกๆ คนเสร็จแล้วข้าจะกินเอง

ชาลัวห์ทำตามคำบอก ก่อนจะนั่งมองเธออยู่ที่เดิมเพราะยังไม่อยากกลับไปเห็นหน้าไอ้คนทราย

แล้วว่าไป เขาก็มีอะไรบางอย่างที่ต้องการจากเธอด้วย

เอ่อ...ช่วยทำแผลให้ข้าหน่อยได้ไหม

คะ?” เด็กสาวหันมามองเขาอย่างประหลาดใจ แต่ก็พยักหน้าเมื่อเขาชูมือขวาที่พันแผลไว้ให้ดูได้สิคะ รออีกเดี๋ยวนะ

ครั้นเสร็จงานจากคนเจ็บที่เหลืออยู่ เธอก็เรียกเขาเข้ามา แกะผ้าพันแผล ดูปลายนิ้วที่ทำให้ชาลัวห์ยิ่งกลัวจนใจสั่น เขาเพิ่งเห็นตอนนี้เอง ว่าทั้งปลายนิ้วและเล็บบู้บี้ของตนกลายเป็นสีม่วงช้ำเกือบดำไปเมื่อไรก็ไม่รู้

แต่ซานากลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่บอกอะไรเขาเลยว่าอาการน่าเป็นห่วงหรือยังดีอยู่

ได้ยินว่าถูกถังชาดานแซร์ทับหรือคะเธอใช้ปลายไม้เคาะนิ้วของเขาเบาๆปวดไหมคะ

ปวดสิชายหนุ่มเบ้หน้า

เด็กสาวไม่ว่าอะไร แต่หยิบเข็มที่ห่อในผ้าขาวมาเล่มหนึ่ง จุ่มลงในอ่างน้ำก่อนจะใช้คีมคีบ แล้วนำปลายแหลมไปลนไฟ

จะ...จะทำอะไรหรือ

เจาะเอาเลือดเสียออกมาค่ะ ถ้าปล่อยให้คั่งไว้จะยิ่งเจ็บ ถ้ากลัว หันไปอีกทางก่อนก็ได้เจ้าหล่อนบอก

เขาทำตามคำแนะนำทันที ถึงได้เพิ่งเห็นชัดว่ารอบตัวเธอยังมีคนเจ็บทุกเพศทุกวัย ที่เพิ่มมาคือพวกผู้หญิงตั้งแต่เด็กสาวจนถึงหญิงสาวกลุ่มหนึ่ง ซึ่งกำลังทายาตามรอยแดงบนข้อมือของตน ข้างๆ กลุ่มเด็กที่มีสีเขียวของยาบนข้อมือเช่นกัน

ชาลัวห์รู้ว่ารอยแดงพวกนั้นเกิดจากการเสียดสีโซ่ตรวน เพราะเขาก็เพิ่งมีรอยคล้ายกันไปหมาดๆ ภาพที่เห็นจึงทำให้ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้

เอ่อ...พวกชาวบ้านไปมีรอยตรวนได้ยังไงกัน

หมอฝึกหัดสาวที่กำลังทำหน้าที่ของตนเงียบไปครู่หนึ่ง มีเพียงความแปลบร้อนน้อยๆ บนเล็บของเขาที่บอกว่าเธอแทงเข็มลงไปแล้ว

นั่นเป็นพวกที่ถูกโจรกวาดต้อนไปขึ้นเกวียนค้าทาสนี่คะ เพื่อนของท่านก็ไปช่วยพวกเขากลับมานี่นา

“...เหรอชาลัวห์รับ แต่ก็ยังไม่วายสงสัยแต่...ในธีร์ดีเรไม่มีการค้าทาสแล้วไม่ใช่หรือ

เขาจำได้ว่ากษัตริย์องค์ใดสักองค์ของธีร์ดีเรล้มเลิกการค้าทาสมานมนานกาเล แล้วโจรพวกนี้จะเอาคนไปขายเป็นทาสได้อย่างไร ในเมื่อมันขัดต่อกฎหมายชัดแจ้ง

ซานาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างประหลาดใจท่านไม่รู้หรือ

ไม่รู้...อะไร

ในธีร์ดีเรไม่มีตลาดค้าทาสอย่างถูกกฎหมายแต่ดินแดนอื่นที่ต้องการทาสน่ะมีถมไป ทั้งซาเกรดา โซล ดินแดนทะเลทราย หรือแม้แต่ดินแดนโพ้นทะเลที่พวกเขากำลังพยายามบุกเบิกอยู่ แค่ลักลอบพาพวกคนที่จะขายเป็นทาสออกนอกด่านได้ก็เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะทางชอร์ซา ทหารตามด่านรับสินบนจากพ่อค้าทาสกันเป็นว่าเล่นเลยกระมังเสียงของเธอขมขื่นขึ้นในตอนท้าย

อะ...อะไรกันชาลัวห์พูดตะกุกตะกักข้าไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนั้นเลย แล้วที่นี่ก็อยู่ในเขตมณฑลหลวง จะขนคนมากมายไปขายเป็นทาสตั้งไกลได้ยังไง

ถ้าที่ขายใกล้ๆ ก็พอมีอยู่นี่คะเด็กสาวตอบแค่อันเวียนนี่เอง...ถึงจะขายได้เฉพาะผู้หญิงก็เถอะ แต่เด็กตัวเล็กๆ ลักลอบพาออกนอกด่านไกลกว่านั้นง่ายกว่าผู้ใหญ่อยู่แล้ว

“...อันเวียนเหรอชายหนุ่มพึมพำ

เขาเคยแวะไปที่นั่นสองสามครั้ง ในฐานะเมืองที่ขึ้นชื่อด้านเรื่องเริงรมย์ราตรีประจำมณฑลหลวง แต่ปกติแล้วมักจะไปยังอีกเมือง ซึ่งใกล้เมืองหลวงประจำมณฑลชอร์ซามากกว่า

ไม่นึกว่าซานาจะเอ่ยชื่อเมืองนั้นด้วยเอกิวในชอร์ซาก็แหล่งรับซื้อผู้หญิงรายใหญ่เหมือนกัน พวกชาวไร่ชาวนา ถ้าไม่ส่งส่วยหรือมีคนใหญ่โตคอยออกหน้าปกป้องหมู่บ้าน ก็จะถูกพวกโจรหาทาสกับนางโลมรังควานอยู่บ่อยๆ อย่างนี้

ข้านึกว่านางโลมพวกนั้นมาทำงานหาเงินเสียอีกชาลัวห์หลุดปากออกไปโดยไม่ทันคิด แล้วก็นึกกังวลขึ้นมา ว่าเด็กสาวจะรู้สึกอย่างไรกับคำพูดนั้นเอ้อ...นั่นเท่าที่ข้าได้ยินมาน่ะ

ก็มีพวกที่ถูกครอบครัวขายใช้หนี้ หรือสมัครใจมาทำเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวบ้างเหมือนกัน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอก ว่าพวกที่ถูกขายมาทั้งจากในธีร์ดีเรเอง หรือจากต่างดินแดนก็มีไม่น้อยซานากลับพูดเรียบๆ

“...แล้วทำไมเจ้าถึงรู้เรื่องพวกนี้ดีจังชายหนุ่มถามพลางเหลือบมองเด็กสาว ซึ่งดูอายุน้อยกว่าเขาราวสามสี่ปีด้วยซ้ำ

ข้าเดินทางรักษาพวกนางโลมหรืออดีตนางโลมมาพอสมควร เสร็จเรื่องที่หมู่บ้านนี้ก็ว่าจะแวะไปดูที่อันเวียนเหมือนกันเธอวางมือของเขาลงบนผ้าหลังจากที่เจาะรูเล็กๆ บนเล็บเสร็จทุกรู แล้วก็ตักน้ำที่ตั้งไฟไว้ในหม้อมาใส่อ่างอีกใบเอามือแช่น้ำอุ่นสะอาดและเปลี่ยนผ้าพันแผลวันละสี่ครั้ง จนกว่าเลือดเสียจะหยุดซึมนะคะ ถ้าให้ดีแช่น้ำสบู่ อาจแพงสักหน่อย แต่ถ้าพูดในแง่การรักษาแล้วดีกว่าน้ำธรรมดามาก

สบู่แพงหรือ... ชาลัวห์นึกด้วยสีหน้าบอกไม่ถูกแต่ไม่กล้าถาม อาบน้ำทีไรเขาก็ใช้สบู่กลิ่นหอมต่างๆ ฟอกตัวทุกครั้งก่อนจะปะพรมน้ำหอมอีกต่อ จนต้องมาอาบน้ำกลางแจ้งแบบไอ้คนทรายเมื่อวาน

เอ... มันเองก็อาบน้ำเปล่าๆ เหมือนกัน ไม่ได้ใช้สบู่ ไม่รู้ว่าถ้าขอให้ซื้อสบู่จะยอมไหม หรือไปพูดกับเจ้าหญิงดีว่าอาบน้ำโดยไม่มีสบู่มันไม่สะอาด ถ้าเป็นพระองค์น่าจะเข้าใจง่ายกว่า จะได้ช่วยไปกล่อมเจ้าคนรับมือยากนั่นอีกต่อ

ซานาเก็บเครื่องมือและยาต่างๆ ไปเงียบๆ ขณะให้เขานั่งเอามือแช่น้ำอยู่อีกครู่หนึ่ง แล้วเธอจึงมาช่วยเอาผ้าซับมือให้ ก่อนจะพันผ้าพันแผลให้แต่ละนิ้ว

ตอนนั้นเองที่มีเสียงของบุคคลที่สามซานา ยังไม่กินอะไรอีกเหรอ

เสียงถามมาจากต้นเสียงที่ก้าวสวบๆ เข้ามา ก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงข้างๆ เด็กสาว เป็นชายหนุ่มผมสีทองขาวออกเงินที่ดูอายุมากกว่าชาลัวห์เล็กน้อยนั่นเอง

เดี๋ยวกิน ขอพันแผลเสร็จก่อนหมอสาวตอบเขา

ชาลัวห์เหลือบมองชายหนุ่มแวบเดียวก็ก้มหน้าหลบตา เนื่องจากไม่ค่อยอยากมองผู้ชายด้วยกันให้ดูมีพิรุธเท่าใดนัก

แผลนี่ เห็นว่าโดนถังชาดานแซร์ทับหรือชายหนุ่มพูดต่อไปท่าทางเจ็บน่าดูเลยนะ

เอ้อ...เจ็บสุดๆ ไปเลยล่ะชาลัวห์อดตอบไม่ได้แถมตอนเดินทางก็...ไม่มีเวลาไปหาหมอ ข้ายิ่งกลัวๆ อยู่ว่าจะเป็นหนักกว่าเดิมหรือเปล่า เกิดข้าใช้มือข้างนี้ไม่ได้อีกต้องแย่แน่ๆ

คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะซานาแย้งเท่าที่ดู แผลก็เรียบร้อยดีแต่มีเลือดคั่งในเล็บเท่านั้นเอง หมั่นดูแลทำความสะอาดบ่อยๆ น่าจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แต่งานที่ละเอียดหน่อยก็อาจจะยังทำได้ไม่ถนัดนัก

แล้วเจ้าก็คงได้ดูแลทำความสะอาดแผลบ่อยเสียยิ่งกว่าบ่อยเชียวล่ะคำพูดของชายหนุ่มทำเอาชาลัวห์ประหลาดใจเพราะเราจะไปอันเวียนด้วยกันพรุ่งนี้

หา?” คนฟังอุทานพร้อมกับกะพริบตาปริบๆ

ทำไมหรือ โทมาเด็กสาวถามแทนเขา

เอลม์บอกว่าจะร่วมทางไปกับพวกเรา จะได้ช่วยดูแลม้าของพวกโจรที่เราจะเอาไปขาย แล้วพวกเขาจะได้ซื้อของเพิ่มด้วย ถึงอย่างไร อันเวียนก็อยู่ระหว่างทางพอดี

ชาลัวห์ไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดี ร่วมทางไปกับคนอื่นน่ะหรือ ถ้ามองในแง่ที่เขายังเป็นคนเจ็บอยู่ ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะอุ่นใจที่มีหมอร่วมทางไปด้วย แต่ทั้งสามคนกำลังหนีการตามล่าของทางการ และควรไปให้ถึงยาร์ลาธโดยเร็วที่สุดไม่ใช่หรือ เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าไอ้คนทรายคิดอะไรอยู่กันแน่

แต่ว่าไป เขาก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร อาจดีเสียอีกถ้าไปถึงยาร์ลาธช้าๆ เขาจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับเจ้ามณฑลยาร์ลาธเร็วเกินไป ไม่รู้ว่าทางนั้นจะโกรธแค้นชายหนุ่มขนาดไหนที่ไปฆ่าลูกชายของเขา

คิดไปคิดมา อาการปวดมวนในท้องก็พลันทวีขึ้นจนต้องชาลัวห์งอตัวลงและครางออกมา เหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผากในทันใดกับความคิดที่ว่าหรืออีกฝ่ายจะส่งคำสาปแช่งมาบิดท้องไส้ตน

เป็นอะไรรึเปล่า!ซานาตั้งคำถามแทบในทันที

เสียงโครกครากในท้องดังแทนคำตอบจากปากของชายหนุ่ม เป็นอาการที่ทำให้เขารู้ในทันที ว่าทางหายของตนคืออะไร

หะ...ห้องน้ำ...อยู่ไหนชาลัวห์เค้นคำถามอย่างยากลำบาก ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งแทบไม่ทันเมื่อโทมาชี้ไปอีกทาง

เห็นเขาบอกว่าทุ่งตรงโน้น...เฮ้ย! เดี๋ยวก่อน! อย่าลืมเอาเสียมไปฝังสิ!!

ชายหนุ่มแทบหลั่งน้ำตาขณะรับเสียมที่อีกฝ่ายมีแก่ใจหยิบมาวิ่งส่งให้ แล้วก็ไม่รู้จะโทษใครดีเมื่อตระหนักถึงความลำบากที่รออยู่ตรงหน้า ระหว่างโจรที่บุกหมู่บ้าน เจ้าพ่อค้าชาดานแซร์ตัวปลอม หรือปลาเน่าพวกนั้น

ความคิดอีกแวบผุดขึ้นมาว่าคงต้องโทษตนเองด้วยที่กินของแสลงท้องแบบไม่บันยะบันยัง แต่แล้วชาลัวห์ก็คิดกลับซ้ำไปอีกว่าถ้าไม่ถูกใช้แรงงานจนหิวโซเพราะโจรบุกหมู่บ้าน แล้วก็เพราะไอ้คนทรายนั่นซื้อแต่ปลาเหม็นบูดมาเป็นเสบียง เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นหรอก

 

ทำไมถึงจะไปกับเขาล่ะแอชลีนน์อดถามอาเมียร์เบาๆ ไม่ได้ในขณะที่ไม่มีใครอยู่ใกล้พอจะได้ยินทั้งสองพูดคุยกัน

เด็กหนุ่มตอบพลางตอกตะปูเข้าเนื้อไม้ที่กำลังต่อเป็นโลงโดยไม่มองเธอข้านึกได้ว่าเราต้องซื้อของเพิ่ม คงใช้เวลาไม่เกินสองสามวันหรอก

แต่อันเวียนไม่ได้อยู่ในเส้นทางไปยาร์ลาธนี่นา กลับใกล้ชอร์ซามากกว่าอีกแอชลีนน์ขมวดคิ้วข้าเพิ่งดูแผนที่มา

อ้อเด็กหนุ่มรับเมื่อครู่เจ้าหลบเข้าไปในเกวียนเพราะอย่างนี้เอง

ท่านยังไม่ได้บอกเหตุผลข้าเลยนะเธอพูดเสียงแข็งขึ้น ทว่าคู่สนทนากลับไม่ตอบทันทีตามเดิม

ส่งตะปูมาอีกตัวซิ

เด็กสาวจำใจทำตามหน้าที่ ก่อนจะตัดสินใจเร่งอีกครั้งเราควรรีบเดินทางไม่ใช่หรือ

เจ้าเป็นคนบอกเองนี่ว่าอยากให้การเดินทางครั้งนี้สนุกที่สุดอาเมียร์พูดเรียบๆ

แต่เราไม่มีเวลาชมนกชมไม้นะ! ยิ่งตอนนี้ด่านทางยาร์ลาธยังไม่ถูกกวดขัน เรายิ่งต้องฉวยโอกาส...

ไม่มีทางไปทันหรอก

หา?” แอชลีนน์กะพริบตาปริบๆ กับคำพูดปุบปับของอีกฝ่าย

ไม่มีทางไปทันแล้วเด็กหนุ่มแย้งถ้าไม่หยุดที่นี่แต่แรก เราคงไปถึงราวๆ เย็นหรือค่ำ หรือถ้าเสี่ยงออกเดินทางตอนนี้โดยไม่หยุดพัก ก็อาจมีหวังถึงตอนเช้ามืดแบบหวุดหวิดหน่อย

ว่าไป แอชลีนน์ก็รู้อยู่ว่าพวกตนควรเร่งรีบเดินทางมากกว่านี้ และคงไม่ควรหยุดช่วยหมู่บ้านแห่งนี้เลย แต่เธอคิดว่าอาเมียร์คงรู้สึกตรงกันว่าจะปล่อยคนที่กำลังเคราะห์ร้ายตรงหน้าไปตามยถากรรมไม่ได้ ตราบใดที่มีกำลังพอจะช่วย

บางที...เขาอาจจะรู้สึกแรงกล้ายิ่งกว่าเธอด้วยซ้ำ

แต่ยังไม่มีข่าวว่าด่านที่ยาร์ลาธถูกปิดหรือคุมเข้มนี่นาแอชลีนน์แย้งข้าว่าพวกเขายังไม่คิดว่าเราจะไปยาร์ลาธแทนหรอก

ข้าเชื่อว่าคิดแล้ว จะเรียกว่าลางสังหรณ์ก็ได้กระมังเด็กหนุ่มยักไหล่เราเลยควรเปลี่ยนเส้นทางก่อน แบบนี้อาจอ้อมไปบ้าง แต่น่าจะปลอดภัยกว่า

แต่ทำไมถึงไปอันเวียนล่ะเด็กสาวขมวดคิ้วเมืองนั้นมีอะไรน่าสนใจหรือ

อืม...ว่าไปคงไม่น่าสนใจสำหรับเรา แต่หมู่บ้านชนบทที่อยู่ใกล้แถวนั้นมีมากกว่า

อะไรหรือ

บอกไปเลยก็ไม่สนุกน่ะสิเขาเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้เธอ เป็นยิ้มที่ดูสดใสขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ หน้า แต่ก็อมพะนำจนเธอไม่ชอบนัก

ข้าจะไปรู้ได้ยังไง ก็ไม่เคยออกมาข้างนอกอย่างนี้มาก่อนนี่แอชลีนน์เสหลบ พลางหยิบตะปูตัวหนึ่งจากกล่องไม้ขึ้นหมุนเล่น แล้วก็มองเทียบกับตะปูที่อาเมียร์กำลังตอกเข้าผนังข้างโลงด้านสุดท้าย

เธออดคิดแปลกๆ ไม่ได้ว่าตะปูตัวนั้นคงต้องถูกตรึงไว้กับเนื้อไม้ชั่วชีวิตของมัน จนกว่าจะขึ้นสนิมและเปื่อยผุในดิน ไม่มีทางไปที่ใดได้อีก

เหมือนกับตัวเธอที่ต้องอยู่ติดวังมาโดยตลอด และก็คงจะต้องอยู่ไปชั่วชีวิต จะดีกว่าตะปูก็ตรงที่ไม่ต้องอุดอู้ในพื้นดินแบบไม่อาจกระดิกตัว และได้ย้ายไปพักผ่อนในวังตากอากาศหรือแสวงบุญที่อารามบ้างกระมัง

แต่คงหาได้ยากเหลือเกิน...โอกาสที่เจ้าหญิงเช่นเธอจะได้ออกมาเห็นชีวิตในหมู่บ้านชนบทจริงๆ เหมือนอย่างครั้งนี้...ในแง่มุมที่ไม่โสภาเลยเสียด้วย

ถือว่าออกมาเที่ยวครั้งนี้ก็ได้เสียงของเด็กหนุ่มเจื่อนลงเล็กน้อยที่จริง...ข้าก็อยากพาไปดูเมืองที่สวยๆ บ้างนะ แต่ช่วงนี้เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่น่าจะดีกว่า เราคงใช้เวลาที่อันเวียนไม่นานหรอก

เพราะอันเวียนได้ชื่อว่าเป็นเมืองโคมแดงน่ะเหรอ ถึงได้ไม่น่าไป...อย่างน้อยก็สำหรับข้าเด็กสาวเสี่ยงถาม

ก็คงใช่อาเมียร์ตอบอ้อมแอ้ม

เธอกลืนน้ำลายฝืดๆ ก่อนจะถามต่อไปแล้ว...อาเมียร์เคยไปเมืองนั้นหรือเปล่า

เคยแต่ได้ยินชื่อ แต่ก็ไม่เคยไปเหมือนกัน

แอชลีนน์อดคิดไม่ได้ เธอสงสัยมานานแล้วว่าย่านโคมแดงที่เสด็จแม่ นม เคียรา กับนางกำนัลทุกๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นที่ที่ไม่ดีและห้ามพูดถึงเด็ดขาด...โดยเฉพาะกับผู้ชาย...ที่จริงแล้วเป็นอย่างไรกันนะ

ข้า...สงสัยว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่ ที่ที่...ใครๆ เขาห้ามไม่ให้ข้าพูดถึงในเมืองนั้นน่ะ

มันก็...ไม่ใช่ที่ที่ดีจริงๆ นั่นละเสียงของเด็กหนุ่มยิ่งตะกุกตะกักกว่าเดิม เด็กสาวได้แต่เงียบไปเมื่อเขาหันไปหอบไม้ที่ชาวบ้านคนอื่นๆ ตัดและเรียงเป็นชุดไว้ให้แล้วมาเตรียมต่อโลงอีกใบหนึ่ง

หมายความว่า...อาเมียร์เคยไปหรือแอชลีนน์ถามทั้งที่แก้มร้อนผ่าวขึ้นมา

ถ้าบอกว่าไม่ดีนัก...ก็แสดงว่าเขาต้องเคยไป...ถึงได้รู้ไม่ใช่หรือ

แต่...ถ้าเคยไปแล้วคิดว่าไม่ดีนัก ก็ดีกว่าเคยไปแล้วคิดว่าดีหรือเปล่านะ

แต่เรื่องอย่างนี้...ผู้ชายที่ไหนเขาไปแล้วบอกผู้หญิงว่าดีบ้างล่ะ เขาก็คงกลัวถูกผู้หญิงมองเป็นคนไม่ดีเหมือนกันนี่นา เด็กสาวคิดในมุมกลับ แล้วก็นึกเสียใจที่ถามออกไป บางที...มันคงเป็นเรื่องที่ไม่ควรถามจริงๆ กระมัง

กระนั้น คำตอบของเด็กหนุ่มก็ยังตามมาไม่เคยหรอก แต่เมื่อก่อนแม่เคยช่วยพวกอดีตนางโลมที่ไม่มีที่ไปบ้าง แม่พูดคุยกับพวกนางหลายคนจนรู้เรื่องพอสมควร เลยมาเล่าให้ข้าฟังต่อว่าพวกนางลำบากอย่างไร เป็นทุกข์อย่างไร พ่อแม่ข้าไม่เห็นด้วยกับเรื่องเที่ยวราตรีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“...อย่างนั้นหรือแอชลีนน์รับเบาๆ พลางส่งตะปูใหม่ให้เขา ความคิดของเธอล่องลอยต่อไปเรื่อยๆ จากเรื่องที่พูดแล้วทำไม...ถึงยังมีที่แบบนั้นอยู่ต่อไปนะ ก็มันเป็นเรื่องไม่ดีแท้ๆ นี่นา

อบายมุขอยู่คู่กับโลกมาทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้วตราบใดที่มีคนได้ประโยชน์จากมัน ไม่ว่าจะในทางไหนก็ตาม และในเมื่อล้มเลิกไม่ได้ ทางเลือกที่ดีรองลงมาก็คือควบคุมให้เกิดระเบียบและความเป็นธรรมมากขึ้น สะ...พ่อของข้าเคยบอกอย่างนั้นเสียงของอีกฝ่ายสะดุดน้อยๆ ในตอนท้าย

ท่านซิอ์บุลพูดอย่างนั้นหรือแอชลีนน์มองอาเมียร์อย่างประหลาดใจ

ไม่ใช่พ่อคนนั้น...เอ้อ...เด็กหนุ่มก้มหน้าก้มตาตอกตะปูตามเดิม แต่เด็กสาวกลับรู้สึกเหมือนรู้จากท่าทางและการเหวี่ยงค้อนที่ไม่ค่อยเป็นจังหวะ ว่าเขากำลังลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่

เธออยากถามว่าอาเมียร์หมายความว่าอย่างไร แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเงียบไว้จนเขาเอ่ยต่อเอง

ท่านซิอ์บุลไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของข้า พ่อแท้ๆ ของข้าต่างหากที่เป็นคนบอก

เอ๋?” แอชลีนน์จ้องเขาเขม็ง คนที่เพิ่งพูดแผ่วเบาตอกตะปูลงไปจนจมสุดเนื้อไม้แล้ว แต่ก็ยังเคาะซ้ำๆ เบาๆ อยู่ที่เดิมโดยไม่ขอตะปูใหม่

พ่อแท้ๆ ของข้าตายไปตอนข้าอายุสิบเอ็ดปี จากนั้นแม่ก็...แต่งงานใหม่กับท่านซิอ์บุล...เท่านั้นล่ะ

อ้าว! อาเมียร์ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของท่านซิอ์บุลหรือเด็กสาวประหลาดใจยิ่งกว่าข้าคิดว่าอาเมียร์กับท่านซิอ์บุลดูเหมือนกันออก

เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นกะพริบตาปริบๆเหมือนกันหรือ

ไม่ได้หมายถึงหน้าตาหรอกนะแอชลีนน์อธิบายอาเมียร์หน้าเหมือนท่านสิมามากกว่า แต่ท่าทาง...ท่าทางคล้ายท่านซิอ์บุล ที่จริงข้าเพิ่งพบพ่อแม่ของท่านแค่ครั้งเดียว แต่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

อาเมียร์เงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะยิ้มเฝื่อนๆ ออกมาที่เหมือนคงเพราะเขาเป็นอาของข้าเอง แล้วเขาก็สอนวิชาต่อสู้ให้ข้ามาแต่เด็กกระมัง

อย่างนั้นเหรอเด็กสาวรับลอยๆ แล้วก็เผลอคิด การแต่งงานระหว่างพี่น้องเขยหรือสะใภ้ในธรรมเนียมของธีร์ดีเรออกจะเป็นเรื่องต้องห้าม เพราะถือเป็นการแต่งงานในเครือญาติ แต่ชาวทะเลทรายคงไม่ถืออย่างเดียวกัน และจะว่าไป บรรพบุรุษของเธอคนหนึ่งก็แต่งงานกับอดีตพี่สะใภ้ตนเองเหมือนกัน ถึงทั้งสองจะไม่ได้เป็นต้นตระกูลสายตรงของเธอก็ตาม

แล้ว...พ่อแท้ๆ ของอาเมียร์เป็นคนอย่างไรหรือแอชลีนน์ตัดสินใจเอ่ยปากข้า...ถามได้หรือเปล่า

เขาพยักหน้าน้อยๆได้สิ จะว่าไป ท่านไม่ค่อยเหมือนอาข้าเท่าไร แต่คงเหมือนข้ามากกว่า พ่อเป็นคนสอนวิชาต่างๆ ที่ไม่ใช่การต่อสู้ให้ข้า ทั้งการปกครองและกลศึก ข้าก็เรียนมาจากท่านทั้งนั้น

“’งั้นพ่อของอาเมียร์ก็คงเป็นคนใหญ่โตเหมือนกันใช่ไหมเด็กสาวเสี่ยงถามไม่อย่างนั้น คงไม่จำเป็นต้องรู้วิชาพวกนี้หรอก

เด็กหนุ่มกลับมีสีหน้าที่เธอไม่อาจบรรยาย หากจะบอกให้ใกล้เคียงที่สุด...คงเหมือนยิ้มฝืดเฝือทั้งๆ ที่คิ้วหักลงน้อยๆ และนัยน์ตาเลื่อนลอยปวดร้าวอย่างประหลาด

ก็...ประมาณนั้นเขาก้มลงอีกครั้งขอตะปูอีกตัวสิ

“...อือแอชลีนน์รีบทำหน้าที่ของตน แต่ขณะเดียวกัน ก็อดไม่ได้ที่จะมองอาเมียร์ซึ่งค่อยๆ ถอยกลับไปทำงานเงียบๆ อีกครั้ง

นี่คงเป็นอย่างมากที่สุดที่เขาจะพูดได้เกี่ยวกับพ่อคนนั้นกระมัง แม้เธอจะอยากถามให้ชัดเจนกว่านี้ว่าพ่อแท้ๆ ของเด็กหนุ่มเป็นใครและจากไปด้วยสาเหตุใด

แต่...เขาคงไม่อยากตอบจริงๆ สินะ

เด็กสาวตกใจเมื่อเด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่

ที่จริง ตั้งแต่ท่านเสีย ข้าก็ไม่เคยบอกเรื่องท่านกับใครเลย มันไม่ใช่ความลับใหญ่โตอะไรหรอก แต่ข้าไม่อยากพูดให้มากความกระมัง แล้วตอนนี้...แม่กับท่านอาก็มีความสุขดีอยู่แล้ว น้องๆ ก็ไม่ควรรู้เรื่องที่จบไปนานนมเหมือนกัน

แอชลีนน์นิ่งอึ้งไปนานก่อนจะกลืนน้ำลายฝืดๆ แล้วรวบรวมความกล้าอาเมียร์ ข้าก็...

เป็นยังไงบ้าง สองพี่น้อง!

เสียงของโทมาดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวยาวๆ เข้ามาใกล้ เธอจึงไม่ทันได้พูดต่อไป

ขอโทษนะ ข้าไม่ค่อยถนัดงานนี้ เพิ่งทำเสร็จแค่ไม่กี่ใบเองอาเมียร์เงยหน้าขึ้นบอกชายอีกคนพร้อมกับยิ้มแห้งๆ

เอาเถอะ มีคนช่วยงานก็ดีถมไปแล้ว เอ้อใช่ ข้าว่าจะมาบอกเรื่องเพื่อนเจ้าน่ะ

“...ชาดานน่ะหรือ

ฮื่อ...หมอนั่นท่าทางจะท้องเดินกะทันหันเสียแล้ว ซานาเพิ่งให้ยา แล้วก็ให้นอนพักไป

อ้อ...

เด็กสาวฟังชายทั้งสองพูดกันอย่างเงียบๆ พลางก้มลงหยิบตะปูในกล่องขึ้นมาหมุนเล่นอีกตัว ถ้อยคำมากมายที่อยากเอ่ยออกไปยังคงค้างคาในใจ

ข้าก็...มีเรื่องอยากบอกท่าน เกี่ยวกับเสด็จพ่อ เสด็จแม่ แล้วก็เสด็จพี่...

ข้า...คิดว่าข้ารู้ว่าท่านรู้สึกอย่างไร เพราะข้าก็เคยสูญเสียคนที่ข้ารักและสำคัญต่อข้าไปเหมือนกัน

...บางที...

แอชลีนน์เสมองเด็กหนุ่มที่ยังพูดคุยเรื่อยเปื่อยกับโทมา ก่อนจะก้มลงยิ้มเศร้าๆ ให้ตะปูตรงหน้าตน

บางที การเปลี่ยนเส้นทางคงดีแล้วกระมัง เธอจะได้มีเวลาพูดคุยกับเขาให้มากขึ้นกว่านี้

...ก่อนที่ทั้งสองจะต้องจากกัน...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น