The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 26 : 25 - ดำเนินการ "ข้า...ข้าก็แค่คิด...แค่คิดมันผิดด้วยหรือ..".

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    11 ส.ค. 60

บทที่ ๒๕

ดำเนินการ

 

เมื่อรู้สึกตัว สิ่งแรกที่กระทบผัสสะเต็มๆ คือความหนาวเยือกของร่างกาย

อาเมียร์ไม่เข้าใจในทีแรกว่าทำไมตนจึงหนาว แต่แล้วก็นึกได้เมื่อลิ้นเจอรสเค็ม และตระหนักว่าทั่วร่างเปียกชุ่มโชก

...เขาถูกจับถ่วงทะเล...

แต่ยังไม่ตาย...สินะ หากตายไปแล้วคงไม่รู้สึกถึงความหนาว ความเปียก และรสเค็มเป็นแน่ มิหนำซ้ำหูยังได้ยินเสียงสาดซ่าของน้ำตกใกล้ คุกกรงน้ำ และเสียงเกรื่องกร่างของโซ่ซึ่งกำลังกว้านกรงของเขาขึ้นไปเรื่อยๆ

เด็กหนุ่มยันกายลุกขึ้น น้ำหยดเปาะแปะจากปลายผม แต่เขายังหายใจคล่องคอดีโดยไม่สำลัก ครั้นคืบกายไปชะโงกมองที่ขอบกรง ก็เห็นร่างในชุดขาวร่างหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าราชมัลเฒ่า

...พระเถระมาดาย...

ข้าหวังว่าจะไม่มีเรื่องเช่นนี้เป็นครั้งที่สอง มาดายเอ่ยเย็นชากับคู่สนทนาซึ่งดูไม่สบอารมณ์นัก

ข้าทำตามคำสั่งของนาย ไม่ทราบว่าพระเถระห้ามทรมานพวกเขาราชมัลเฒ่าตอบ

ไม่ใช่ พวกเขา แต่เป็นชายคนทรายต่างหาก อีกฝ่ายแก้คำพูด ส่วนอีกคน...จะเล่นอะไรกับมันก็ตามใจ แต่ห้ามแตะต้องคนทรายนั่นเด็ดขาด

ชายชราทั้งสองเงียบไปขณะที่อาเมียร์จับตามองอย่างครุ่นคิด

ดูเหมือนเขารอดเพราะมาดายช่วย และที่รู้สึกเหมือนตนเองแหกลูกกรงออกมาได้แต่ว่ายขึ้นมาไม่ทันถึงผิวน้ำ...เพราะมีอะไรก็ตามที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ดึงขาตนไว้...ก็คงเป็นเพียงความฝันเลอะเลือนตอนหมดสติไปแล้ว

ทว่ามาดายมีจุดประสงค์อะไรจึงห้ามพวกนั้นทรมานเขา แต่อนุญาตให้ทรมานชาลัวห์

ข้าคิดว่าซาเกรดา โซล นิยมทรมานพวกนอกรีตให้รับสารภาพเสียอีก ราชมัลเฒ่าเปรย และข้าก็นึกว่าท่านเห็นด้วยกับท่านแฟคท์นา...ว่าเจ้าคนทรายนี่เป็นภัยต่อ แผนการ จนปล่อยไว้ไม่ได้ ไม่ว่ามันจะมีอาคมจริงๆ หรือไม่ก็ตาม

แฟคท์นา...เด็กหนุ่มหรี่ตา เขารู้จักชื่อนี้ อย่างน้อยต้องเคยได้ยินผ่านๆ สักครั้งสองครั้ง แต่นั่นเป็นใครกัน

ข้าไม่คิดแทรกแซงการเมืองของธีร์ดีเร มาดายตอบ เพียงแต่ร่วมมือกับนายของท่านเพื่อเป้าหมายเดียวกันบางประการ ที่ห้ามไม่ให้ทรมานชายคนนั้นเพราะห่วงความปลอดภัยของพวกท่าน ข้าไม่อาจสะกดอำนาจของเขาได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ท่านเพิ่งทำก็เหมือนยั่วเสือให้โกรธและอาละวาดทลายกรง หรือต้องรอให้ห้องทรมานระเบิด...ให้พวกท่านตายหมดเสียก่อนจึงจะเข้าใจ

...ท่านขู่ข้าหรือ ราชมัลเฒ่าถามเสียงเครียด

ข้าเพียงพูดถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดเท่านั้น พระเถระยังคงมีน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเดิม จะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ

ชายทั้งสองจ้องมองกันเงียบๆ อีกครู่หนึ่ง ก่อนที่มาดายจะเป็นฝ่ายกลับหลังหันเดินจากไป

ราชมัลเฒ่าแค่นเสียงเมื่อลับร่างของเขาแล้วก็เงยมองกรงของเด็กหนุ่ม อาเมียร์จึงรีบทิ้งศีรษะลงทำเป็นสิ้นสติ

แกยังโชคดี ชายชราเปรยก่อนจะพูดดังขึ้น เอานักโทษอีกกรงลงมา เผื่อจะทำให้มัน สารภาพ อะไรได้อีกบ้าง

เสียงโซ่ที่ห้อยกรงของชาลัวห์ดังแทบพร้อมเสียงร้องอย่างหวาดผวาของคนในกรง อาเมียร์จึงผุดลุกขึ้นทันที

หยุดนะ!

ราชมัลที่กำลังชักกรงลงมาหยุดมือทันควัน ส่วนราชมัลเฒ่าเงยมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์

แกไม่เกี่ยว ดีใจเถอะที่รอดตัวไป...อย่างน้อยก็จนกว่าพระเถระจากซาเกรดา โซลจะมาถึง

เขาสารภาพแล้วไม่ใช่หรือ เด็กหนุ่มผมดำค้านเสียงแข็ง แล้วจะเอาไปทรมานอีกทำไม!”

ชายชรากลับหัวเราะเหมือนขบขันเต็มประดาไหนยืนกรานว่าไม่ได้เป็นพวกเดียวกับไอ้นี่ แล้วแกจะช่วยมันไปทำไม

ข้าไม่ใช่พวกเดียวกับเขา อาเมียร์พูดหนักแน่น แต่ก็ไม่วิปริตขนาดทนเห็นใครถูกทรมานจนไม่เป็นผู้เป็นคนต่อหน้าต่อตาได้หรอก!”

หึ ราชมัลเฒ่าแค่นเสียง ข้าเกลียดพวกอย่างแกที่สุด...ชอบทำเป็นมีคุณธรรมสูงส่งนัก!”

คุณธรรมไม่เกี่ยว เด็กหนุ่มแย้ง แต่เป็นเรื่องความยุติธรรม ถ้าเขาต้องโทษประหาร ก็สมกับความผิดที่ฆ่าท่านเฟย์ลิมแล้ว แต่ทรมานมากกว่านี้มันเกินไป

เกินไป...ลองพูดอย่างนี้กับผู้หญิงที่มันฉุดไปเป็นนางบำเรอ หรือต่อให้ไม่ได้ฉุดเอง ก็ถูกโจรของพ่อมันฉุดไปขายเป็นทาสหรือนางโลมดูสิ ชายชราไม่ลดรา ยังจะบอกว่า ทรมานมากกว่านี้มันเกินไป ได้อยู่อีกหรือเปล่า

อาเมียร์หรี่ตาลง ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดเรื่องนั้น ถึงจะไม่รู้ว่าชาลัวห์เคยฉุดคร่าผู้หญิงจริงๆ หรือรู้เห็นเป็นใจกับวิธีขูดรีดข่มเหงชาวบ้านของบิดาหรือไม่ เขาก็เคยเห็นข้อหลังมาเกินพอ

ชีวิตของเกล็นต้องดับสิ้นเพราะคนพวกนี้ ชีวิตของลีชาก็ต้องแหลกสลายเพราะคนพวกนี้...

กระนั้น บางสิ่งในใจเขาก็ยืนกรานว่าไม่ได้ เขาไม่คิดว่าตนมีสิทธิ์ตัดสินโทษที่สาสมกับใครก็ตาม ยิ่งไม่รู้ว่าชาลัวห์ควรได้รับโทษอะไร แต่สิ่งที่พวกราชมัลทำเป็นเพียงการทำร้ายผู้อื่นเพื่อสนองความสะใจส่วนตัว ไม่ต่างจากสิ่งที่ชาลัวห์เคยทำและไม่ถูกต้องเช่นกัน

พวกท่านไม่มีสิทธิ์ตัดสินโทษเขา อย่าทรมานเขาอีกเป็นอันขาด เด็กหนุ่มลองขู่ หรืออยากโดนข้าระเบิดคอเสียตรงนี้ นักบวชนั่นพูดถูก ข้ายังมีอำนาจพอที่จะฆ่าพวกท่านทั้งหมดได้ไม่ยากเลย

เด็กหนุ่มเพ่งมองราชมัลเฒ่า พยายามให้อีกฝ่ายสัมผัสแรงกดดันและจิตสังหารจากสายตาของเขา

ชายชรายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบิกตากว้างขึ้น เขายกมือขึ้นจับลำคอของตน ส่งเสียงร้องขัดๆ เหมือนกับที่ชาลัวห์เคยทำ

กว่าอาเมียร์จะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ราชมัลเฒ่าก็ทรุดลงดิ้นทุรนทุรายบนพื้นเสียแล้ว ราชมัลหนุ่มผละจากรอกวิ่งเข้ามาหาหัวหน้า

นายท่าน! เป็นอะไร!”

ไม่มีเสียงตอบจากราชมัลเฒ่า อาเมียร์เริ่มเบิกตากว้างขณะร้องสั่งตนเอง

ไม่จริง!...ข้าไม่ได้อยากฆ่าเขาจริงๆ ! พอได้แล้ว!...พอ...

สิ่งที่ตอบรับคำห้ามมีเพียงเสียงคล้ายถุงหนังใส่น้ำเต็มเปี่ยมตกกระทบพื้นจนแตก และภาพของสีแดงที่พวยพุ่งเหมือนน้ำพุสาดกระจาย

ราชมัลหนุ่มร้องลั่นก้องบริเวณกรงน้ำ ตามด้วยเสียงของชาลัวห์

มีเพียงอาเมียร์ที่ไม่อาจส่งเสียง เขาถัดตัวถอยไปจนแผ่นหลังติดซี่ลูกกรง หนีจากภาพศพกับเลือดของชายชรา แม้สองตาเบิกโพลงยังคงจ้องไปข้างหน้า

ไม่ใช่...ไม่ใช่ข้า...ข้าไม่ได้ทำ...ข้าไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น!

เด็กหนุ่มยกมือขึ้นปิดหูพร้อมกับสั่นศีรษะซ้ำๆ

ไม่ใช่เขา...เขาไม่ได้ทำ เขาไม่ได้ตั้งใจ ก็เขาไม่ได้แตะราชมัลเฒ่าแค่ปลายเล็บด้วยซ้ำ

ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจ... อาเมียร์สะอื้น ข้า...ข้าก็แค่คิด...แค่คิดมันผิดด้วยหรือ...

เด็กหนุ่มขดตัวกลมและปิดตาแน่น สองมือยังคงปิดหู หนีเสียงโหวกเหวกในคุกกรงน้ำซึ่งยังคงแทรกเข้ามา...อึงอล...มากมาย เหมือนกับเสียงที่เล็ดลอดเข้ามาในถังมืดวันนั้น

...เขาไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว...

 

รูอาร์คควบม้าฝีเท้าดีที่เพิ่งทุ่มเงินซื้อมาแทบไม่หยุดพักจนเกือบเช้ามืดจึงถึงหมู่บ้านอาแดร์ เด็กหนุ่มผูกม้าไว้ที่ชายหมู่บ้าน  ย่องเข้าไปอย่างเงียบกริบจนพบบ้านของอาเมียร์ จากนั้นก็ตัดสินใจลอดรั้วเข้าไปเคาะประตูหลังบ้าน

ท่านซิอ์บุลหูไวสมเป็นนักรบ เพียงเขาเคาะประตูเบาๆ ได้ไม่ถึงห้านาทีก็มีเสียงปลดกลอน เจ้าของบ้านแง้มประตูออกมาอย่างระแวดระวังพร้อมกับกระซิบถามใคร

ข้าเอง ท่านซิอ์บุลคนนอกบ้านตอบเบาพอกัน

รูอาร์คหรือ เจ้ากลับจากเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อไรอีกฝ่ายถามอย่างประหลาดใจ

...ท่านยังไม่ได้ข่าวสินะ

ข่าวอะไร

เรื่องสำคัญมาก ข้าคิดว่าเราควรพูดกันข้างใน

อดีตนักรบผละจากหน้าประตูทันทีรีบเข้ามา

ในบ้านยังไม่จุดตะเกียง รูอาร์คถือวิสาสะลงกลอนประตูหลังเสียเอง ก่อนจะรีบเอ่ยขณะที่ท่านซิอ์บุลเก็บดาบโค้งเล่มยาวที่ถืออยู่เข้าฝัก

พี่เฟย์ลิมถูกลอบสังหาร เด็กหนุ่มพยายามข่มเสียงให้เรียบที่สุด อาเมียร์ถูกจับเป็นคนร้าย

เจ้าว่าอะไร!” อดีตนักรบอุทานอย่างร้อนรน แต่เสียงยังเบาอยู่ เกิดอะไรขึ้น

รูอาร์ครีบเล่าเรื่องเท่าที่จำเป็นอย่างรวบรัด ท่านซิอ์บุลฟังแล้วนิ่งไปโดยไม่ตอบอะไร

ข้ารู้ว่าพวกท่านคงเป็นห่วงเขามาก รูอาร์ครีบเอ่ยต่อ แต่พวกท่านควรรีบหนีไปก่อน ถ้าศาสนจักรซาเกรดา โซลจับตัวได้ พวกมันคงจะทรมานพวกท่านทุกคน ไม่เว้นทั้งเด็กและผู้หญิงแน่ๆ

เด็กหนุ่มผมแดงไม่รู้ว่าตนเหมารวมหรือพูดเกินความจริงหรือไม่ แต่เขาเชื่อว่าคนพวกนั้นทำได้ ในเมื่ออาเมียร์อาจมีเวทมนตร์ในตัวจนเผาใบแชมร็อคลงอาคมได้อย่างนี้...คนในครอบครัวเด็กหนุ่มผมดำคงถูกระแวงว่าเป็นแม่มดหมอผียิ่งขึ้นไปอีก

แต่ทุกคนจะมีเวทมนตร์จริงหรือไม่ก็ไม่สำคัญเลย รูอาร์คยังคงไม่อยากให้ทุกคนที่บ้านนี้ตกอยู่ในอันตราย ทั้งท่านซิอ์บุล ท่านสิมา เด็กๆ ไร้เดียงสาทั้งสาม และลีชาที่ย่อมถูกลากเข้ามาด้วย เขาเชื่อการมองคนของตนว่าอาเมียร์กับครอบครัวมีจิตใจดีโดยไม่เสแสร้ง และอาเมียร์ไม่ได้ฆ่าเฟย์ลิมแน่นอน ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มผมดำจะมีลับลมคมในหรือมีเวทมนตร์อะไรโดยไม่รู้ตัวก็ตาม

ข้ารู้แล้ว ชายวัยกลางคนตอบเรียบๆ ขอบใจมากที่มาเตือน ข้าจะไปบอกสิมาให้เตรียมตัว เจ้ารีบกลับไปก่อนใครเห็นเถอะ

ข้าจะไปด้วยขอรับ เด็กหนุ่มผมแดงกลับพูดหนักแน่น ข้าเคยซื้อบ้านเล็กๆ อยู่ในเมืองระหว่างหมู่บ้านนี้กับเมืองหลวง ไว้พักแรมเวลาเดินทางคนเดียว ที่บ้านท่านพ่อไม่มีใครรู้ คนแถวนั้นก็ไม่รู้ว่าข้าเป็นลูกชายเจ้ามณฑล พวกท่านไปซ่อนตัวที่นั่นเถอะ ข้าจะดูลาดเลาให้

อดีตนักรบเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสอบถามที่ตั้งของบ้านหลังนั้นให้แน่ชัด แล้วพยักหน้าในที่สุด

ตกลง เดี๋ยวข้าจะไปปลุกสิมา ขอบใจเจ้ามาก

อดีตนักรบกลับเข้าห้องนอนของตน อีกพักหนึ่ง ท่านสิมาก็ตามออกมา นางตรงไปปลุกลีชาที่พักอยู่ในห้องของอาเมียร์ จากนั้นเจ้าบ้านจึงเตรียมเกวียนโดยมีหญิงทั้งสองช่วยกันเก็บสัมภาระที่จำเป็น ไม่นานรูอาร์คก็อุ้มนาสิราซึ่งยังหลับสนิทไปขึ้นเกวียนในสวนหลังบ้าน ขณะที่ลีชาอุ้มฟาร์ฮานาห์ และท่านสิมาอุ้มอาซิซ

ข้าผูกม้าไว้ที่ชายหมู่บ้าน เด็กหนุ่มผมแดงบอกอดีตนักรบ หลังจากส่งตัวเด็กหญิงให้ผู้เป็นแม่ที่รอรับบนเกวียน ถึงที่นั่นแล้วให้ปล่อยม้าของท่านไป แล้วใช้ม้าข้าเทียมเกวียนแทน ข้าซื้อผ้าคลุมเกวียนใหม่มา หากเปลี่ยนผ้าคลุมแล้วให้ข้าขับเกวียน พวกท่านหลบอยู่ข้างใน เช้ามากอย่างนี้คนคงไม่สังเกต

ท่านซิอ์บุลมองเขานิ่งไปอีกครั้งเจ้ารอบคอบมาก วางแผนทุกอย่างไว้เรียบร้อยหมด

รูอาร์คยักไหล่ข้าก็แค่...พยายามหาทางที่ดีที่สุดขอรับ แต่พวกท่านคงต้องทิ้งม้า ปศุสัตว์กับไร่ไว้ ข้าหาคนมาช่วยดูแลไม่ได้

อดีตนักรบหัวเราะเฝื่อนๆอย่าใส่ใจเลย ข้าเสียของพวกนี้จนชินแล้ว เห็นทีชะตาข้าคงไม่เหมาะจะเป็นชาวไร่จริงๆ เขาพอพูดเล่นได้ แต่ก็ไม่นานนัก ห่วงแต่อาเมียร์ เจ้าคิดว่าพอมีทางช่วยเขาได้ไหม ให้ภรรยาข้ากับพวกเด็กๆ ไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน แล้วข้าจะพาเขาหนีออกมาสมทบ

รูอาร์คไม่กล้าบอกความคิดของตน หากเป็นคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขา และเขาไม่ต้องพะวงถึงชะตากรรมของคนคนนั้นอย่างอดีตอาจารย์ เด็กหนุ่มผมแดงคงพูดทีเล่นทีจริงได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะแขนขาหลุดเป็นชิ้นๆ สิ้นสภาพไปแล้ว

ก็เขาเคยได้ข่าวลือเรื่องความแน่นหนาของ คุกกรงน้ำ ในพระราชวังหลวงมาแต่ไหนแต่ไร ไม่นับพิษสงและความโหดเหี้ยมของราชมัลที่ดูแลคุกนั้นตั้งแต่ยังสร้างเสร็จใหม่ๆ เขาได้แต่ภาวนาว่าอาเมียร์จะเอาชีวิตรอดจากคุกกรงน้ำได้จนพระมหาเถระลูเธียนมาถึงก่อนหวังว่าอีกฝ่ายจะปลอดภัยครบสามสิบสองประการด้วยซ้ำ

ตอนนี้รูอาร์ครู้ว่าตนช่วยอะไรอาเมียร์โดยตรงไม่ได้ ทำได้เพียงเตือนครอบครัวของผู้เป็นทั้งอาจารย์และเพื่อนให้รู้ตัว...ตามที่อีกฝ่ายขอร้องก่อนถูกคุมตัวไป

และถ้าจะให้ดีกว่านั้น ต้องช่วยพวกเขาไม่ให้ถูกจับโดยศาสนจักรแห่งซาเกรดา โซล หรือใครก็ตามที่ต้องการหาแพะรับบาปในเหตุลอบสังหารเฟย์ลิม ข้อนี้รูอาร์คเป็นผู้กำหนดและมอบหมายหน้าที่ให้ตนเองเสร็จสรรพ

เอาเถอะ ข้ารู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาคิดเรื่องนั้น ท่านซิอ์บุลตัดบท พาทุกคนไปถึงที่ปลอดภัยแล้วค่อยว่ากัน

ขอรับ รูอาร์คพยักหน้า

เขาเองก็ได้แต่หวังว่าเรื่องทั้งหมดจะเรียบร้อย...ไม่เพียงในส่วนที่ตนทำได้ แต่ในส่วนของคนที่อาจถูกจับเข้าห้องทรมาน...หรือถูกทรมานหนักเบาอย่างไรไม่ทราบไปแล้วก็ได้

 

แอชลีนน์ว้าวุ่นใจ เธออยากไปเยี่ยมอาเมียร์และถามความจริงจากเขาให้แน่ชัด แต่ก็รู้ว่าตนไม่อาจทำได้ จึงทำได้เพียงฝากให้ดูลัสคอยรายงานความคืบหน้าของคดีรวมทั้งความเป็นอยู่ของเด็กหนุ่มในคุกเท่านั้น

ที่จริงการสอบสวนผ่านมาหนึ่งวันแล้ว แต่เธอยังไม่มีโอกาสพบองครักษ์หนุ่มเลย เมื่อวานเด็กสาวต้องอยู่ร่วมพิธีศพของเฟย์ลิมกับครอบครัวของท่านเจ้ามณฑลยาร์ลาธในอารามเล็กๆ ประจำพระราชวังก่อนที่พวกเขาจะนำศพกลับไปฝังที่มณฑลตามความตั้งใจ

ในงาน เธอได้ยินข่าวที่ไม่รู้ว่าน่ากังวลหรือไม่ คือรูอาร์คหายตัวไปโดยไม่เข้าร่วมพิธี หลังจากการไต่สวน เด็กหนุ่มออกนอกพระราชวังก่อนบิดาโดยไม่บอกใครเลยว่าจะไปที่ไหน เด็กสาวจึงไม่มีโอกาสพูดคุยสอบถามเขา

ซ้ำร้าย ในเช้าวันต่อมา ดูลัสที่ควรอยู่อารักขาก็กลายเป็นราชองครักษ์คนอื่นที่เธอไม่สนิทด้วย

ดูลัสไปไหนหรือ เคียรา แอชลีนน์ถามหลังจากรับประทานอาหารเช้าในห้องของตน

ท่านดูลัสได้รับอนุญาตให้ลาพักเพคะ สีหน้าของคนตอบแจ่มใสจนเธอประหลาดใจ

ลาพัก...อะไรกัน เด็กสาวขมวดคิ้ว ทำไมลาพักเอาตอนนี้

สัปดาห์หน้าจะมีการประลองใหม่เพคะ เคียราอธิบาย ท่านดูลัสจึงได้รับอนุญาตให้พักผ่อน เพื่อเตรียมตัวสู้กับผู้กองคาเฮียร์ในการคัดเลือกพระคู่หมั้นคนใหม่

อะไรนะ!” แอชลีนน์อุทาน ก็คดี...ยังสอบสวนไม่เรียบร้อยเลยนี่ว่าใครฆ่าเฟย์ลิม

เมื่อคืนวาน ชาลัวห์รับสารภาพแล้วเพคะ

ถูกขังเพียงคืนเดียว...ชาลัวห์ก็สารภาพแล้ว แอชลีนน์ประหลาดใจแต่ก็ไม่มากนัก เธอเป็นห่วงใครอีกคนที่ถูกส่งเข้าคุกไปพร้อมกับเขามากกว่า

แล้ว...อาเมียร์?

ยังไม่ยอมสารภาพ แต่เมื่อพระเถระลูเธียนมาถึงก็คงยอมจำนน ไม่ก็ถูกจัดการขั้นเด็ดขาดเพคะ

โทสะพลันลุกวูบขึ้นในใจแอชลีนน์เคียราก็เชื่อว่าเขาผิดหรือ!”

นางกำนัลสาวชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็ให้เหตุผลด้วยเสียงเบาหม่อมฉันทราบว่าองค์หญิงทรงเคยสนิทกับเขา แต่เขาอาจวางแผนการร้ายหรือมีอำนาจมืดอยู่จริงๆ นะเพคะ ได้ยินว่า...ทั้งๆ ที่อยู่ในคุก...เขายังฆ่าราชมัลตายไปได้อีกคน ซ้ำทำร้ายอีกสามคนบาดเจ็บสาหัสด้วย

ใครที่ไหนพูดอย่างนั้นเด็กสาวพยายามสะกดความประหลาดใจ

ทหารยามเขาลือกันไปทั่วเพคะเคียราเอ่ยหนักแน่น องค์หญิงก็ทรงเห็นแล้วนี่เพคะ แม่มดนั่นทำให้ทหารล้มลงตายได้ต่อหน้าพระพักตร์ ทำไมเขาจะฆ่าพวกราชมัลแบบเดียวกันไม่ได้

แล้วเขาจะทำไปทำไม แอชลีนน์แย้ง ถ้าฆ่าราชมัลได้จริงๆ ใครจะกล้าขวางเขา ทำไมฆ่าแล้วไม่รีบหนีไป

กะ...ก็พระเถระมาดายสะกดอำนาจเขาไว้นี่เพคะ

แล้วถ้าพระเถระมาดายสะกดอำนาจเขาไว้จริง ทำไมเขาถึงยังฆ่าคนได้อีก

นางกำนัลสาวนิ่งอึ้งไปแต่แล้วก็ออกตัวหม่อมฉันไม่รู้จักเวทมนตร์ จะทราบได้อย่างไรเพคะ

แอชลีนน์กลั้นเสียงถอนหายใจ เธอไม่รู้เวทมนตร์เช่นกัน แต่ก็เชื่อว่าอาเมียร์ที่เธอรู้จักไม่ใช่พ่อมดหมอผี เขาไม่ได้วางแผนลอบสังหารเฟย์ลิมเป็นอันขาด อาเมียร์ไม่มีวันทำเรื่องทั้งหมดนี้ได้แน่

ในเมื่อไม่มีดูลัสคอยช่วยอย่างนี้...คงมีแต่ต้องพยายามทำอะไรสักอย่างด้วยตนเอง

ไปตามราชมัลที่อยู่ในเหตุการณ์มาซิ

เคียรามีสีหน้าประหลาดใจถึงขีดสุดว่าอะไรนะเพคะ

ตามราชมัลที่อยู่ในเหตุการณ์มาพบเรา เดี๋ยวนี้ แอชลีนน์ย้ำหนักแน่น เรามีเรื่องจะถามเขา

แต่ว่า...เรื่องแบบนี้...ให้ท่าน....ท่านผู้สำเร็จราชการจัดการไม่ดีกว่าหรือเพคะ

หมายความว่า...เราจัดการอะไรเองไม่ได้เลยใช่ไหม!” เด็กสาวย้อนเสียงแข็ง เราไม่ใช่เด็กอมมือแล้วนะ ถ้าแค่ถามงานจากข้าราชบริพารเรายังทำไม่ได้...แล้วเราจะเป็นราชินีไปทำไม!”

เคียรารีบค้อมศีรษะด้วยท่าทางที่ดูหวาดหวั่นขึ้นทันทีขะ...ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันจะไปแจ้งท่านผู้สำเร็จราชการให้เพคะ

แอชลีนน์มองอีกฝ่ายเดินจากไปด้วยตัวลีบเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะถอนหายใจออกมาดังๆ เมื่อไม่มีใครอยู่ในห้องด้วยอีก

เรื่องทั้งหมดเริ่มสับสนยุ่งยากจนแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก เด็กสาวได้แต่หวังว่าเธอจะสามารถทำให้ปัญหาสิ้นสุดลงได้โดยปราศจากผู้สูญเสียยิ่งกว่านี้ อาเมียร์กับครอบครัวของเขาไม่ควรเป็นแพะรับบาป...ไม่ควรเลยจริงๆ

 

เจ้าหญิงมีรับสั่งอย่างนี้หรือ ขุนนางผู้อาวุโสถามหลังจากเคียรามาแจ้งข่าวในห้องสมุดของพระราชวัง ซึ่งกั้นส่วนหนึ่งไว้เป็นห้องทำงานของท่านนับแต่ได้รับตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ

เจ้าค่ะใต้เท้า

ข้าจะจัดการตามนั้น กลับไปกราบทูลพระองค์ด้วยนะ

เจ้าค่ะ เธอค้อมศีรษะ ถ้าอย่างนั้น...ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ นางกำนัลสาวกลับหลังหันและทำท่าจะเดินจากไป แต่แล้วก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกตามมา

เดี๋ยวก่อน เคียรา

เจ้าคะใต้เท้า?เธอเหลียวหน้ากลับไปเห็นชายวัยกลางคนมองมาด้วยสีหน้ากังวล

เรียกพ่อก็ได้ เราใช่จะเป็นคนอื่นไกล แล้วที่จริง...เราสองคนก็ไม่ได้พูดคุยกันอย่างพ่อลูกมานานแล้วด้วย ลูก...สบายดีหรือ

หญิงสาวกลับมองที่ปรึกษาของท่านพ่อซึ่งยืนอยู่ด้วยอย่างลำบากใจ แม้ว่าเขากับข้าราชบริพารใกล้ชิดคนอื่นๆ จะรู้เรื่องที่เธอเป็นธิดาของชายตรงหน้าแล้วก็ตาม

ดูเหมือนชายวัยกลางคนจะเข้าใจและหันไปทางชายอีกคนตามรองราชมัลของคุกกรงน้ำมาที่นี่ บอกว่าข้ามีเรื่องจะถาม

ขอรับ อีกฝ่ายค้อมศีรษะแล้วผละไปตามคำสั่ง เหลือเพียงทั้งสองในห้องสมุดกว้างขวางอีกครั้ง

นั่งก่อนเถอะ ท่านพ่อผายมือมาทางเก้าอี้ตรงหน้า

เคียราจำใจเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงอย่างแผ่วเบาที่สุด กระนั้น เสียงผ้าไหมเสียดสีกับเบาะยังดังก้องเหลือเกิน ในห้องที่มีเพียงหนังสือนับพันๆ เล่มกับคนสองคน

ลูก...สบายดีใช่ไหม ชายตรงหน้าเธอค่อยๆ ถามอย่างลังเล

ข้า...สบายดีเจ้าค่ะ หญิงสาวพยายามยิ้มน้อยๆ ตามคำตอบ

ช่างเป็นบทสนทนาที่ห่างเหินอย่างคุ้นเคยเสียเหลือเกิน เคียรายังจำได้ ในวัยเด็ก...เมื่อท่านพ่อแวะมาเยี่ยมท่านแม่กับเธอที่บ้านพักในชนบทเพียงนานๆ ครั้งทีไรก็ถามเธอเช่นนี้

ทั้งเด็กหญิงกับแม่ย่อมตอบว่าสบายดีทุกครั้ง ถึงแม้ว่าแม่จะเพิ่งหายป่วย หรือเคียราไปเล่นซุกซนจนเกือบจมน้ำในลำธารใกล้ๆ เมื่อสองสามวันก่อน แม่ปลูกฝังให้เธอคิดว่าพ่อเป็นเหมือนนายเหนือและผู้มีพระคุณที่ต้องเกรงใจ เพราะเขายังอุตส่าห์รับเลี้ยงดูส่งเสียเธอกับแม่ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง แม้จะมีความใกล้ชิดเพียงผู้อุปถัมภ์มากกว่าจะเป็นพ่อหรือสามี

เคียราเมื่อโตขึ้นค่อยตระหนักได้ว่าความสัมพันธ์ใกล้ชิดของพ่อแม่เธอดูเหมือนจะสิ้นสุดลงก่อนเธอจำความได้เสียอีก พ่อมาเยี่ยมทั้งสองแค่สองสามชั่วโมงต่อครั้ง พูดคุยซักถามความเป็นอยู่และปรึกษาเรื่องสิ่งที่ขาดเหลือตามจำเป็น แล้วก็นั่งรถม้ากลับบ้านของท่านกับภรรยาหลวงก่อนตะวันตกดิน

เราไม่ค่อยมีโอกาสพูดกันเลย ท่านพ่อเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ช่วงหลังนี้อยู่ใกล้กันกว่าแต่ก่อนมากแท้ๆ

คงเพราะต่างคนมีงานยุ่งกระมังคะ หญิงสาวรับ

นั่นคงเป็นความจริง เมื่อแม่เสียชีวิตตอนเคียราอายุแค่สิบสองปี เธอก็ได้รับพระกรุณาจากพระราชินี ให้เข้ามาเป็นนางกำนัลในวัง และรับใช้ใกล้ชิดเจ้าหญิงแอชลีนน์มาแต่นั้น ส่วนท่านพ่อก็เหมือนได้รับอภัยโทษกลายๆ จากคดีคบชู้กับแม่ของเธอเพื่อเข้ามารับหน้าที่ผู้สำเร็จราชการในวังหลวงหลังจากเหตุลอบปลงพระชนม์เกือบสี่ปีก่อน ทว่าทั้งสองก็ไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวตามประสาพ่อลูกเลย...เหมือนกับที่ไม่เคยมีมาตั้งแต่ต้น

นั่นสินะเขาเงียบไปอีกครู่ ลูกอายุเท่าไรแล้วนะ เคียรา

...ปีนี้ก็...จะยี่สิบเอ็ดเจ้าค่ะ นางกำนัลสาวหลบสายตา

ยี่สิบเอ็ดปีแล้วหรือ...นั่นสินะ ชายวัยกลางคนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม หลังงานเสกสมรสของเจ้าหญิงแอชลีนน์ ลูกก็ควรแต่งงานได้แล้ว

...สุดแท้แต่ท่านพ่อเจ้าค่ะเคียราตอบง่ายๆ

เมื่อครั้งยังเยาว์วัยกว่านี้...เธอเคยหวังว่าจะได้แต่งงานกับท่านดูลัสผู้สง่างาม แต่นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ พระราชินีไม่ได้มีพระประสงค์ให้เธอรู้เรื่องการทาบทามลับๆ และคำปฏิเสธของครอบครัวฝ่ายชายเลย ทว่าเสียงซุบซิบในวังเล็ดลอดออกมาง่ายดายกว่าที่คิด

ใครจะอยากแต่งงานกับลูกของผู้หญิงแบบนั้น

หญิงสาวเคยเจ็บปวดในใจเมื่อได้ยินนางกำนัลที่อายุมากกว่านินทาอย่างนั้น แต่ตอนนี้เธอยอมรับความจริงได้แล้วว่าตนเองเป็นลูกนอกสมรส เป็นเด็กที่เกิดจากการคบชู้ ไม่แปลกที่ไม่มีชายใดสู่ขอ ต่อให้องค์ราชินีทรงทาบทามชายใดให้ ตระกูลของเขาก็ย่อมปฏิเสธ อายุของเคียราจึงล่วงเลยจากสิบห้าถึงสิบเก้า อันเป็นวัยที่หญิงส่วนมากออกเรือนไปเรียบร้อยแล้ว ถึงอย่างนั้น เธอก็พยายามไม่ใส่ใจนัก

พ่อจะหาคู่ครองที่เหมาะสมให้ ลูกเป็นถึงนางกำนัลคนสนิทของเจ้าหญิงแอชลีนน์ ฐานะในตอนนี้ก็นับว่าเกื้อหนุนฝ่ายชายได้มาก อย่าห่วงไปเลย

...เจ้าค่ะ นางกำนัลสาวรับลอยๆ

...จากนั้นจึงเป็นความเงียบยาวนาน...

เรา...มาดื่มน้ำชากันหน่อยไหม

อย่าเลยเจ้าค่ะ เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงรออยู่เคียรารีบปฏิเสธในทันที

พ่อหมายถึง...ตอนที่เราสองคนว่างกว่านี้ชายวัยกลางคนขยายความ คงเป็นช่วงก่อนเสกสมรส ไม่ก็หลังจากนั้นอีกสักพัก เราจะได้มีเวลาพูดคุยเป็นส่วนตัวกันสักหน่อย พ่อมีเรื่องอยากพูดกับลูก...มากมายเหลือเกิน

...เจ้าค่ะ หญิงสาวตัดสินใจว่าควรจะพอเสียที ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวเจ้าหญิงแอชลีนน์จะทรงรอนาน

ไปเถอะ ท่านพ่อรับพร้อมกับพยักหน้า ทูลเชิญเจ้าหญิงมาที่นี่ได้เลย ไม่นานรองราชมัลน่าจะมาถวายรายงาน

เจ้าค่ะ เคียราลุกจากเก้าอี้ก่อนจะค้อมคำนับ แล้วกลับหลังหันออกเดินไป

เธอไม่เหลียวกลับไปมองบิดาของตนอีกครั้งก่อนออกจากห้องเสียด้วยซ้ำ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 17:50
    สงสารเคียรายังไงไม่รู้...แต่ปูบทนางมาจนาดนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ
    //รู้สึกสนใจตัวละครนี้จัง
    #59
    1
    • #59-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 26)
      20 พฤศจิกายน 2560 / 12:37
      เรื่องของเคียรานี่ต้องรอดูกันต่อไปยาวๆ เลยค่ะ
      #59-1