The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,817 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    101

    Overall
    5,817

ตอนที่ 24 : 23 - การไต่สวน "เจ้าเชื่อในชะตากรรมไหม"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 ส.ค. 60

บทที่ ๒๓

การไต่สวน

 

ห้องไต่สวนคือโถงเล็กบนชั้นหนึ่งของอาคารเหนือคุกใต้ดิน ดูเหมือนผู้ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีมารวมตัวกันที่นี่ครบถ้วนดี ฝ่ายหนึ่งคือท่านเจ้ามณฑลยาร์ลาธ บุตรชายคนรองและอาเมียร์ ส่วนอีกฝ่ายคือท่านเจ้ามณฑลชอร์ซากับชาลัวห์ เจ้าหญิงแอชลีนน์ประทับแยกอยู่อีกมุม เยื้องจากเสนาบดีตุลาการกับท่านผู้สำเร็จราชการคอนรอยซึ่งเป็นประธาน มีเคียราตามเสด็จมาพร้อมกับดูลัส

หญิงชราร่างเล็กผอมเกร็ง ผมขาวทั้งศีรษะถูกคุมตัวเข้ามา ตรวนไม้หนักอึ้งสวมรอบข้อมือข้อเท้าซึ่งแทบมีแต่หนังหุ้มกระดูก นัยน์ตาของนางกลอกไปทั่วอย่างรวดเร็วราวกับลิงลม ดูตื่นหวาดเหมือนสัตว์ป่ามากกว่าจะเป็นมนุษย์ที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน

ทันทีที่เห็นใครคนหนึ่งในหมู่คนเบื้องหน้า นางก็ทิ้งตัวลงบนพื้น ก้มศีรษะแทบโขกแผ่นหิน ยังความประหลาดใจให้ดูลัส...และคงจะรวมถึงคนอื่นๆ ด้วย

ท่านจ้าว! อภัยให้ข้าน้อยด้วย...ข้าน้อยไม่ทราบเลยว่าเป็นท่าน! ข้าน้อยผิดไปแล้วที่บังอาจหันคมอาวุธใส่นายท่าน!

ผู้ถูกคำนับ...ซึ่งดูประหลาดใจและตกใจถึงขีดสุดไม่ต่างจากใครอื่นในที่นั้น...คืออาเมียร์

นี่อะไรกัน เจ้ารู้จักนางด้วยหรือเสนาบดีตุลาการตั้งคำถามหลังจากทุกคนเงียบไปพักหนึ่ง มีเพียงหญิงชราที่ยังคงละล่ำละลักร้องขออภัยต่อท่านจ้าวไม่หยุดหย่อน

ข้าไม่เคยพบนางเลยขอรับเด็กหนุ่มรีบตอบนางคงเข้าใจผิดไปเอง

ท่านจ้าว...อภัยให้ข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ...ข้าน้อยผิดไปแล้วจริงๆ !

เงียบเสีย!เสนาบดีตุลาการตัดสินใจออกคำสั่ง ทว่านางดูเหมือนจะไม่ฟังเลยแม้แต่น้อย

ดูลัสจับตามองเรื่องไม่คาดฝันนี้อย่างจดจ่อ แล้วก็เห็นอาเมียร์พูดขึ้นด้วยสีหน้าลำบากใจ

เลิกขออภัยข้า แล้วตอบคำถามของท่านเสนาบดีตุลาการตามตรงทุกข้อ...ได้ไหม

เจ้าค่ะ! ข้าน้อยทราบแล้ว...ข้าน้อยจะทำตามที่ท่านจ้าวสั่งทุกประการเจ้าค่ะ!หญิงชรารับและคุกเข่าหันหน้าไปทางเด็กหนุ่มชาวทะเลทราย นิ่งราวกับสุนัขที่กำลังรอคำสั่งจากนาย

“...เจ้าไม่รู้จักนาง แต่ออกคำสั่งให้นางทำตามได้อย่างไรเสนาบดีตุลาการถามอาเมียร์

ข้าแค่คิดว่า...ถ้านางเห็นข้าเป็นคนที่นางเชื่อฟัง ก็น่าจะทำให้นางยอมเงียบได้ ท่านเสนาบดีจะได้ไต่สวนต่อขอรับอีกฝ่ายตอบแล้วก็พูดต่ออย่างลังเลหันหน้าไปทางท่านเสนาบดีแล้วตอบคำถามของท่านดีๆ อย่าเรียกข้าอีก

เจ้าค่ะ! ข้าน้อยจะทำตามนั้นเจ้าค่ะ!นางใช้สองมือและเข่ากระวีกระวาดหมุนตัวไปอีกทาง

ดูเหมือนท่านเสนาบดียังคงมองทั้งสองด้วยสายตาเคลือบแคลง แต่ก็เริ่มไต่สวนในไม่ช้า หญิงชรากลับพูดจารู้เรื่องดีจนน่าประหลาดใจเมื่อถูกถามชื่อและพื้นเพ...แม้คำตอบจะฟังเลอะเลือนไปบ้าง จนมาถึงคำถามสำคัญ

เจ้าเป็นผู้สังหารท่านเฟย์ลิม พระคู่หมั้นของเจ้าหญิงแอชลีนน์จริงหรือ

จริง...ตามคำสั่งของท่านจ้าว กับชายธีร์ดีเรชื่อชาลัวห์

พูดจาพล่อยๆ !ชาลัวห์โพล่งขึ้นมาทันที...แต่ดูลัสใช่จะไม่คาดการณ์ไว้ ข้าไม่เคยรู้จักเจ้า!

ทำไมเจ้าถึงทำตามคำสั่งของท่านจ้าวกับคุณชายชาลัวห์เสนาบดีถามต่อ

“’ท่านจ้าวเป็นผู้พาชายคนนั้นมาพบข้า...และบอกให้ข้าช่วยให้เขาได้แต่งงานกับเจ้าหญิง ข้าได้รับคำสั่งจากท่านจ้าวให้มอบใบแชมร็อคลงอาคมให้คู่ประลองที่สู้กับเขา เพื่อให้ทั้งสองคนพ่ายแพ้ แต่ทำสำเร็จเพียงคนเดียวเพราะมีผู้แก้มนตร์ให้คู่ประลองคนหลัง สุดท้าย...ท่านจ้าวกับเขาจึงสั่งให้ข้าใช้มนตร์สังหารผู้ชนะเสียในคืนวานซืน

นังไพร่! กล้าดีอย่างไรมากล่าวหาข้า!ชาลัวห์ผุดลุกขึ้นข้าไม่เคยรู้จักคนชั้นต่ำอย่างเจ้าด้วยซ้ำ!

หญิงชราหันขวับมาทางเขาก่อนจะถ่มน้ำลายไปทางอีกฝ่ายแม้อยู่ไกลหากท่านจ้าวไม่บัญชาให้ข้าช่วยแก ก็อย่าหวังเลยว่าข้าจะยอมเสียมนตร์อันมีค่าให้คนน่ารังเกียจเบาปัญญาอย่างแกแค่กระผีกริ้น!

นังนี่!

จงเงียบ!เสนาบดีตุลาการสั่งแล้วหันมาทางหญิงชราอีกครั้งท่านจ้าวเป็นใคร เหตุใดเจ้าจึงเชื่อฟังเขา จงตอบตามความจริง

ท่านจ้าว...หญิงชราเอ่ยด้วยเสียงชื่นชมกึ่งกริ่งเกรงคือผู้เกรียงไกรสำหรับพวกเรา คือนายแห่งอาณาจักรสาบสูญ คือจ้าวแห่งโลกมืด...จ้าวแห่งมหาอาคมอนธการผู้จักโค่นล้มองค์สุริยเทพ

จอมปีศาจ…? ดูลัสขมวดคิ้วครุ่นคิด นางพูดถึงจอมปีศาจอย่างนั้นหรือ

แม่มดผู้ใช้มนตร์ดำจะนับถือจอมปีศาจ เทพมารผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อเทพแห่งแสงสว่างย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก ทว่าแม่มดที่ทึกทักเป็นตุเป็นตะว่ามารตนนั้นนำคนอย่างชาลัวห์มาให้นางทำงานให้ มิหนำซ้ำยังเห็นแค่เด็กหนุ่มชาวทะเลทรายคนหนึ่งเป็นท่านจ้าวผู้เกรียงไกรพระองค์นั้นเป็นเรื่องที่ออกจะเกินไปหน่อย

จะเป็นไปได้หรือ ต่อให้อาเมียร์มีอาคมจริงๆ แต่ปิดบังไว้หรือมีโดยไม่รู้ตัวก็ตาม ดูลัสก็ยังเห็นอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนกับตนนี่เอง ไม่มีทางเป็นสิ่งใดที่เหนือกว่านั้นไปได้เด็ดขาด

แต่...เมื่อครู่เจ้าเรียกชายชาวทรายคนนั้นว่าท่านจ้าวของเจ้าไม่ใช่หรือเสนาบดีตุลาการถามช้าๆ

ใช่แล้ว เขาผู้นั้นคือท่านจ้าวของข้า

“...แล้วเป็นคนเดียวกับท่านจ้าวแห่งโลกมืดของเจ้าหรือ

ใช่แล้ว เป็นท่านเดียวกัน

นังนี่บ้าไปแล้ว! ท่านอย่าเชื่อคำพูดของมัน! ชาลัวห์พูดขึ้นอีกข้าไม่เคยรู้จักหรือพบนางมาก่อน แล้วถ้านางเห็นไอ้คนทรายนั่นเป็นนายบ้าบออะไรของนาง...ข้ากับมันก็เกลียดกันจะเป็นจะตาย! ใครหลายคนในนี้รู้อยู่! ข้าจะตามมันไปหานางได้อย่างไรกัน!

ข้าก็สาบานได้ว่าไม่เคยรู้จักนางเลยขอรับอาเมียร์เอ่ยด้วยเสียงที่สงบกว่าที่จริง ข้าพอระแคะระคายเรื่องที่ท่านดูลัสถูกอาคมทำให้แพ้ในการประลองรอบแรก และข้าก็เป็นคนทำลายใบแชมร็อคลงอาคมที่ถูกส่งมาให้ท่านเฟย์ลิมเอง...ถึงจะโดยไม่ตั้งใจ หากข้าร่วมมือกับชาลัวห์จริงๆ  ก็สู้ให้ท่านเฟย์ลิมแพ้ไปตั้งแต่ตอนนั้น จะได้ไม่ต้องเสี่ยงลอบฆ่าทีหลังไม่ดีกว่าหรือ

องครักษ์หนุ่มเห็นด้วยกับคำพูดตอนท้ายของเด็กหนุ่ม อาจดูมีพิรุธถ้าชาลัวห์ชนะผู้เข้าแข่งขันทั้งสองคนซ้อนเพราะพวกเขามีอาการอ่อนเพลียกะทันหันในวันนั้น แต่ก็ย่อมเป็นเรื่องที่ทำง่ายและมีปัญหาน้อยกว่าลอบสังหาร และหากมีแผนกำจัดลูกชายของเจ้ามณฑลหรือขุนนางอื่นๆ ที่จะขวางผลประโยชน์ชาลัวห์ในฐานะราชาองค์ต่อไป พวกเขาก็น่าจะเลือกเวลาและสถานการณ์ที่ไม่โดดเด่นขนาดนี้ ไม่ท้าทายอุกอาจถึงเพียงนี้ นอกจากนั้น  เฟย์ลิมดูจะมีพิษสงก็ต่อเมื่อมีอาเมียร์เป็นอาจารย์และที่ปรึกษา โดยตนเอง เขาเป็นคนที่ไม่มีความรู้ความสามารถหรือชั้นเชิงด้านการเมืองเป็นพิเศษถึงขั้นปล่อยไว้ไม่ได้ ดูลัสหรือคาเฮียร์ยังน่าจะมีอันตรายมากกว่าด้วยซ้ำสำหรับชาลัวห์

เสนาบดีตุลาการไม่ตอบทั้งคู่แต่ออกคำสั่งต่อหญิงชรา

จงเล่ามาแต่ต้น ว่าเจ้าพบท่านจ้าวของเจ้ากับคุณชายชาลัวห์เมื่อไร และอย่างใด

ท่านจ้าวมาพบข้าที่บ้านตั้งแต่ต้นฤดูใบไม้ผลิ โดยพาชายธีร์ดีเรคนนั้นมาด้วย

พอระบุวันที่แน่นอนได้ไหม

ทำไมจะไม่ได้ ข้าจำเวลาที่ท่านจ้าวเสด็จมาหาข้าได้ดีทีเดียวหญิงชราบอกอย่างมั่นใจคืนวันที่สิบสามเดือนหนึ่ง คืนที่พวกเราเหล่าสาวกแห่งความมืดทำพิธีบูชาพระองค์

ดูลัสคิดตาม พบว่านั่นเป็นช่วงหลังจากผลการทดสอบรอบที่สองออกแล้ว และผู้เข้าประลองรอบสุดท้ายทั้งสี่ต้องเข้ามาเตรียมตัวในเมืองหลวง ทั้งชาลัวห์และอาเมียร์ย่อมอยู่ในเขตเมืองหลวงพอดี

ทั้งสองมาทำอะไร

มาขอให้ข้าช่วยให้ชายนั้นชนะผู้เข้าแข่งขันทุกคนในวันประลอง เพื่อที่เขาจะได้แต่งงานกับเจ้าหญิง ท่านจ้าวเป็นผู้สั่งข้าให้ทำใบแชมร็อคลงอาคม และปลอมตนเป็นแม่ค้าเร่ นำพวกมันไปให้คนสองคน ซึ่งท่านบอกว่าจะผ่านจัตุรัสกลางและสนใจพวกมัน

คนสองคนนั้นคือใคร

นางกำนัลตรงนั้นนางพูด เคียราสะดุ้งและรีบก้าวหลบเมื่อนางชี้นิ้วผอมและเหี่ยวย่นมาทางเธอกับชายผมแดงคนนั้นหญิงชราหันกลับมาชี้ลูกชายคนรองของเจ้ามณฑลยาร์ลาธ ซึ่งขมวดคิ้วเคร่งเครียด

เจ้าทั้งสอง ที่นางพูดเป็นความจริงไหมเสนาบดีตั้งคำถาม

จะ...เจ้าค่ะเคียราตอบตะกุกตะกักวันก่อนประลอง ข้าไปที่อารามหลวง ตอนจะกลับเข้าวัง เห็นแม่ค้าเร่ชาวทรายคนหนึ่งมีใบแชมร็อค จึงเข้าไปซื้อของจากนาง และนำใบไม้นั้นมาให้ท่านดูลัสเจ้าค่ะ

เจ้าหมายถึงราชองครักษ์ดูลัสหรือ

เจ้าค่ะ

แล้วเจ้าล่ะเสนาบดีตุลาการหันไปทางลูกชายคนรองของเจ้ามณฑลยาร์ลาธ

จริงขอรับเด็กหนุ่มตอบวันนั้น อาจารย์ให้ข้าออกไปซื้ออาหารกลางวันให้พี่ เพราะกลัวว่าอาหารที่ในวังส่งมาจะมียาบางอย่าง ข้าเลยบังเอิญเจอร้านของนาง และได้ใบแชมร็อคมาเหมือนกัน แต่พออาจารย์แตะใบไม้พวกนั้น พวกมันก็ไหม้เป็นเถ้าถ่านเองจนหมด พี่เฟย์ลิมจึงไม่ได้พกติดตัว

“‘อาจารย์ที่เจ้าพูดถึง หมายถึงชาวทรายนี้หรือ

ขอรับ

หมายความว่า...เจ้าได้พบนาง เพราะอาจารย์สั่งให้ออกไปในวันนั้นและเวลานั้น

แต่ถ้าเขาตั้งใจให้ชาลัวห์ชนะจริงๆ จะทำลายใบไม้นั้นต่อหน้าข้าทำไมขอรับเด็กหนุ่มผมแดงย้อนถาม

ข้าคำนึงถึงเรื่องนั้นเช่นกันเสนาบดีตุลาการพยักหน้ารับและหันมาเรียกหญิงชราอีกครั้งท่านจ้าวที่มาหาเจ้ากับนายอำเภอชาลัวห์มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร

ท่านจ้าวสวมผ้าคลุมสีดำล้วนปกปิดหน้าตา

แล้วเจ้าทราบได้อย่างไร ว่าชายชาวทรายคนนี้เป็นคนเดียวกับท่านจ้าวของเจ้า

ข้าสัมผัสอำนาจเวทมนตร์อันแรงกล้าของพระองค์ได้ พวกเราเป็นสาวกแห่งความมืด...ไยจะไม่รู้จักอำนาจของนายตน

ในห้องไต่สวนมีเพียงความเงียบพักหนึ่ง ก่อนที่เสนาบดีจะถามต่อไป

ในตอนนี้ เจ้ายังสัมผัสอำนาจเวทมนตร์ที่ว่าได้จากชาวทรายคนนั้นหรือ

บัดนี้ท่านจ้าวมิได้แผ่อำนาจออกมา แต่ข้าจดจำพระองค์ได้จากรูปร่างหน้าตา

แต่เจ้าบอกว่าไม่เห็นหน้าตาของเขา...

เมื่อสามคืนก่อน...สีหน้าของหญิงชราดูหวาดหวั่นขึ้นข้าได้รับคำสั่งจากท่านจ้าวและชายธีร์ดีเรให้ฆ่าคู่หมั้นของเจ้าหญิง และเมื่อท่านจ้าวออกไป ชายธีร์ดีเรนั่นก็บอกให้ข้าฆ่าผู้ติดตามของคู่หมั้นที่เป็นคนทรายอีกคนหนึ่งด้วย ข้าจึงลงมือฆ่าทั้งสองพร้อมกันในคืนวาน...แต่ไม่นึกเลย...ว่าผู้ติดตามคนนั้นที่แท้คือท่านจ้าว! ท่านจ้าวปิดบังอำนาจของตนไว้ ข้าเพิ่งรู้เมื่อท่านทำลายอาคมของข้าได้! ซ้ำทำให้อาคมนั้นย้อนกลับมาสู่ข้าเอง!นางยกมือขึ้นกุมสีข้างใต้ชุดนักโทษแบบเรียบๆ ที่สวมอยู่

นั่นเป็นเหตุให้เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือ

ใช่! ท่านจ้าว...ท่านจ้าวช่วยข้าน้อยด้วย!หญิงชราหันไปพูดกับอาเมียร์อีกครั้งข้าน้อยปฏิบัติตามคำสั่งของท่านอย่างเคร่งครัด ข้าน้อยเพียงพลาดไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่บังอาจทำร้ายท่าน...โปรดอภัยและรักษาข้าน้อยด้วย!

นางเริ่มร้องไห้คร่ำครวญและเกลือกศีรษะกับพื้น เบื้องหน้าเด็กหนุ่มที่มีสีหน้าทั้งสงสัย กังวล และลำบากใจ

เสนาบดีตุลาการนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงประกาศ ขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบ ขณะที่เจ้าหญิงทรงมีพระวินิจฉัยร่วมกับท่านผู้สำเร็จราชการเขาหันมาทางทั้งสองแล้วเอ่ยเบาลงกราบทูลฝ่าบาท เรื่องทั้งหมดนี้สุดที่กระหม่อมจะตัดสินจริงเท็จประการใด กระหม่อมคิดว่า...เราควรประสานศาสนจักรแห่งซาเกรดา โซล เพื่อขอให้พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีความรู้หรือความรับผิดชอบด้านอาคมเข้ามาตรวจสอบพ่ะย่ะค่ะ

แต่นั่น...จะไม่ถือเป็นการดึงอำนาจต่างชาติเข้าแทรกแซงหรือ เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงติง ในเมื่อซาเกรดา โซล...

เด็กสาวเงียบไปเท่านั้น ทว่าดูลัสเข้าใจดีว่าพระองค์ต้องการตรัสอะไร หากเหตุลอบสังหารไม่เกิดขึ้น...เจ้าหญิงก็คงเสกสมรสกับเจ้าชายรัชทายาทของซาเกรดา โซล ไปแล้วตามพระวินิจฉัยของพระราชาและพระราชินีผู้ล่วงลับ ซึ่งกำลังดำเนินการเรื่องหมั้นหมายเมื่อสามปีก่อน แต่ก็มีอันต้องล้มเลิกไปเพราะเหตุร้ายที่ทำให้เจ้าหญิงแอชลีนน์กลายเป็นรัชทายาทองค์สุดท้ายโดยปริยาย

คณะสังฆราชาจะไม่นำการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวหรอกพ่ะย่ะค่ะ ท่านคอนรอยออกความเห็น และเหตุครั้งนี้ก็ดูเหนือธรรมชาติจนเกินความคาดคิดของพวกเราแล้วจริงๆ

เช่นนั้น เราควรคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อรอพระเถระผู้ตรวจสอบไสยเวทและพฤติกรรมนอกรีตพ่ะย่ะค่ะเสนาบดีตุลาการสรุป

ต้องคุมตัวเชียวหรือ!” เด็กสาวกลับพูดอย่างตกใจ

เราปล่อยให้พวกเขาหนีไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ ขุนนางผู้ใหญ่ย้ำคำ

แต่อาเมียร์...เราหมายความว่าทั้งสองคนจะหนีไปที่ไหนได้เจ้าหญิงยังตรัสอย่างห่วงใยเจ้าคนทรายเสียเหลือเกิน

โอกาสและที่ให้หนีหรือหลบซ่อนตัวมีมากมาย เราประมาทไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ

แต่ว่า...ครอบครัวของเขาล่ะ

ครอบครัว? ดูเหมือนเสนาบดีตุลาการจะตีความเป็นคนละทางโดยสิ้นเชิง เจ้าหญิงทรงมีพระสติปัญญานัก กระหม่อมจะตรวจสอบครอบครัวของทั้งสองแน่นอนว่ามีส่วนร่วมหรือไม่ โดยเฉพาะครอบครัวคนทรายยิ่งน่าสงสัย

ข้า...ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น เจ้าหญิงแอชลีนน์รีบแก้ ข้าเพียงแต่...คิดว่าสอบสวนแค่เจ้าตัวก็พอแล้ว คนในครอบครัวของเขาไม่น่าจะรู้เรื่องหรอก

หากไม่สอบสวน...แล้วจะทรงทราบได้อย่างไร

ก็เรา... เด็กสาวเงียบไปขณะที่ดูลัสภาวนาอย่าให้เจ้าหญิงทรงแพร่งพรายความจริงที่ขุนนางผู้ใหญ่ทั้งสองย่อมไม่ยินดีหากได้รับรู้...แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เราเคยไปที่บ้านของเขามาก่อน

สีหน้าของสองผู้ฟังเปลี่ยนไปทันที

ตรัสว่าอะไรนะพ่ะย่ะค่ะ ท่านคอนรอยถามซ้ำ

ตอนที่เราไปแสวงบุญที่อารามในยาร์ลาธ...เราได้ข่าวเรื่องเขาในฐานะอาจารย์ของคุณชายเฟย์ลิม จึงได้สนใจไปพบ วันลูคนาซัธเราเลยลองไปที่บ้านของเขา...แต่แค่ครั้งเดียวนะ เราปลอมตัวไป พวกเขาเลยไม่รู้ว่าเราเป็นเจ้าหญิง ครอบครัวของเขาก็เป็นครอบครัวผู้อพยพธรรมดาๆ เท่านั้นเอง ไม่มีใครน่าสงสัยเลย มีแค่พ่อแม่กับน้องๆ อายุมากสุดแค่ห้าขวบ น้องคนสุดท้องเพิ่งคลอดเมื่อสี่ห้าเดือนก่อนเท่านั้น

ดูลัสนึกไม่ผิด ลองเจ้าหญิงทรงรับรองหนักแน่นว่าไม่น่าสงสัยเช่นนี้แล้ว ขุนนางผู้ใหญ่ทั้งสองซึ่งมากประสบการณ์กว่าย่อมสงสัยแทนเพราะพระองค์ทรงออกหน้าปกป้องคนพวกนั้น ต่อให้ยังไม่ได้สืบประวัติอันคลุมเครือของครอบครัวของอาเมียร์อย่างละเอียดก็ตาม

ถึงอย่างไร ก็ควรตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ เสนาบดีตุลาการตัดสินใจทูล

ตรวจสอบนี่...ไม่ได้หมายความว่าจะจับพวกเขาใช่ไหม

หากไม่มีหลักฐานความผิด เราไม่จับกุมประชาชนผู้บริสุทธิ์แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ท่านเสนาบดีตอบแฝงนัยอย่างแยบยล และเมื่อเจ้าหญิงแอชลีนน์พยักหน้ารับอย่างดูเหมือนจะไม่ติดใจ เขาจึงได้หันไปประกาศต่อคนอื่นๆ เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงมีพระดำริให้คณะสังฆราชาจากซาเกรดา โซล เข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ครั้งนี้เพื่อพิสูจน์เรื่องการใช้ไสยเวทและพฤติกรรมนอกรีต ทางเราจะคุมตัวนายอำเภอชาลัวห์ ผู้อพยพชาวทรายอาเมียร์ กับนางแม่มดไว้ในเรือนจำพิเศษก่อน

พวกท่านจับข้าไม่ได้!” ชาลัวห์ขึ้นเสียงทันที ในเมื่อไม่มีหลักฐานอะไรทั้งนั้น...นอกจากคำพูดของยายแก่บ้านี่!”

ใช่!” เจ้ามณฑลชอร์ซาเสริม ข้าไม่ยอมให้ลูกถูกจับเข้าคุกเหมือนคนชั้นต่ำแค่เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างคำพูดของยายแก่เสียสติคนเดียวหรอก!”

นี่เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของเรา ขอให้พวกท่านเข้าใจด้วย ท่านเสนาบดีตุลาการตัดบท ผู้ใดคัดค้านเท่ากับหมิ่นพระราชอำนาจและพระวินิจฉัยของเจ้าหญิงแอชลีนน์

ข้าทราบขอรับใต้เท้าเด็กหนุ่มชาวทรายกลับพูดขึ้น เพื่อรูปคดี ข้ายินดีให้คุมตัวขอรับ

จากนั้น อาเมียร์ก็หันไปพูดเบาๆ กับลูกชายคนรองของเจ้ามณฑลยาร์ลาธแล้วลุกจากที่นั่ง ทหารยามเข้ามาใกล้เขา หญิงชราที่ยังหมอบพึมพำอยู่เบื้องหน้า และชาลัวห์ หญิงชรายอมให้พวกทหารพยุงตนเองขึ้นมาโดยไม่ขัดขืนแต่ประการใด ทว่าเมื่อพวกเขาคนอื่นทำท่าจะเข้าไปคุมตัวเด็กหนุ่มคนทราย นางก็เบิกตากว้างและร้องขึ้นทันที

อย่าบังอาจเอามือสกปรกของพวกแกมาแตะต้องท่านจ้าว!”

ทหารยามสองนายที่อยู่ใกล้อาเมียร์ผงะออกไปทันทีพร้อมกับส่งเสียงร้อง แขนของพวกเขาปรากฏรอยแผลคล้ายเส้นเลือดบวมและแตกออกมาโดยตัวของมันเอง ทั้งที่หญิงชราเพียงแต่จ้องมองทั้งสองอยู่ที่เดิมโดยมิได้ขยับตัวเลย

ดูลัสรู้สึกเหมือนมีลมเย็นเยือกอย่างประหลาดพัดเข้ามาในห้องวูบหนึ่ง เขาเห็นทหารที่อยู่ใกล้อาเมียร์ที่สุดยกมือขึ้นกุมลำคอของตน แวบต่อมาจึงเกิดเสียงซึ่งเขาบรรยายไม่ถูกกับเลือดที่พุ่งกระฉูดเป็นสายเหมือนน้ำพุ ร่างของทหารคนนั้นล้มลงจมกองเลือดโดยไม่มีโอกาสร้องสักครั้งเดียว

เคียราต่างหากที่กรีดร้องอย่างตกใจ องครักษ์หนุ่มปราดมายืนขวางหน้าเจ้าหญิงแอชลีนน์ ใครหลายคนในห้องลุกขึ้นยืนทันที หญิงชราเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง กระทั่งทหารยามที่คุมตัวนางถอยกรูดออกห่าง

ท่านจ้าว...อา! ท่านจ้าว!! ข้าจะปกป้องพระองค์เอง! รีบหนีเถิด! รีบ...”

นางพูดได้เท่านั้น ดูลัสก็เห็นใครสักคนเปิดประตูผางเข้ามา เขาเบิกตากว้างเมื่อพบว่าชายผู้นั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนมาดายแต่สวมชุดคลุมสีขาว ทับด้วยผ้าทอลวดลายสัญลักษณ์ซับซ้อนบ่งบอกสถานะพระเถระชั้นผู้ใหญ่แห่งซาเกรดา โซล และถือคทาที่มีตราแห่งองค์สุริยเทพ

ปีศาจร้ายจงถูกกำราบสิ้น!”

สิ้นเสียงประกาศ หัวคทาประดับแก้วใสที่ชายชราถืออยู่ก็สว่างขึ้นแวบหนึ่ง

หญิงชราเบิกตาโพลง ปากอ้ากว้างโดยไร้เสียง ร่างของนางเริ่มสั่นเทิ้ม ของเหลวสีดำรินเป็นสายจากดวงตา หู ปาก และรูจมูกของนางไม่หยุด นางส่งเสียงกลั้วน้ำเหมือนกับสำลักก่อนจะล้มลงฟาดพื้นไม่ไหวติงในครู่ถัดมา

ทุกคนในห้องนั้นตะลึงงันไปครู่ใหญ่ ก่อนที่เสนาบดีตุลาการจะตั้งคำถามกับชายผู้เข้ามา ทะ...ท่านเป็นใคร

ถวายบังคมเจ้าหญิงแอชลีนน์แห่งธีร์ดีเร ขอประทานอภัยที่กระหม่อมเสียมารยาท ชายชราค้อมศีรษะ กระหม่อมมีนามว่ามาดาย เป็นพระเถระแห่งซาเกรดา โซล ผู้ได้รับมอบหมายให้ปราบปรามปีศาจและพวกนอกรีต กระหม่อมติดตามคนนอกรีตกลุ่มหนึ่งมาจากดินแดนทะเลทรายจนสืบทราบว่าพวกเขากบดานอยู่ ณ ธีร์ดีเรแห่งนี้ ทว่าพวกเขากลบลบอำนาจเวทมนตร์ของตนได้แนบเนียนนัก กระหม่อมจึงต้องใช้เวลาจับสังเกตอยู่นานจนเผยร่องรอย โปรดอภัยด้วยที่กระหม่อมมาช้าเกินไป จึงไม่อาจรักษาชีวิตของพระคู่หมั้นไว้ได้

ในห้องมีเพียงความเงียบนิ่งนานอีกครั้ง กระทั่งดูลัสยังประหลาดใจมากที่เพิ่งได้รู้ตัวจริงของมาดายผู้ติดตามท่านพ่อ

ละ...แล้วท่านเข้ามาได้อย่างไรเสนาบดีตุลาการถามต่อ

ขอประทานอภัยเจ้าหญิงแอชลีนน์ กระหม่อมเป็นผู้นำเขามาเอง องครักษ์หนุ่มเห็นบิดาของตนเดินเข้ามา กระหม่อมให้การรับรองพระเถระมาดายขณะพักในธีร์ดีเรโดยไม่เปิดเผยตัว เมื่อเช้านี้เพิ่งทราบว่าจะมีการไต่สวนผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแม่มด ท่านมาดายจึงขอให้รีบพาเขามาที่นี่เพื่อป้องกันเหตุร้าย แต่ในทีแรกทหารที่เฝ้าอยู่ไม่ยอมให้พวกเราเข้ามา ไม่นึกเลยว่า...เพราะเจรจากันอยู่ พวกเราจึงมาช้าไป

ท่านทั้งสองมาทันคุ้มครองให้เจ้าหญิงแอชลีนน์ไม่ได้รับอันตรายและผู้กระทำผิดหลบหนีไป ก็นับว่าดียิ่งแล้ว เสนาบดีตุลาการเอ่ยแล้วร้องสั่งทหารอีกครั้งคุมตัวผู้ต้องหาไป

ตะ...แต่ว่า... ทหารคนหนึ่งพูดเสียงสั่น ขณะมองศพเพื่อนร่วมงานซึ่งนอนแน่นิ่งเบื้องหน้าอาเมียร์ผู้ทรุดลงนั่งและเบือนหน้าไปอีกทาง สีหน้าของเด็กหนุ่มหวาดหวั่นถึงขีดสุด

ข้าจัดการเอง มาดายรับเรียบๆ แล้วรีบก้าวเข้ามาด้วยความกระฉับกระเฉงราวกับคนหนุ่ม เป้าหมายของเขาคืออาเมียร์ซึ่งยังไม่หายตกใจ คงเพราะเลือดที่ไหลนองและคนที่ล้มลงตายต่อหน้า เด็กหนุ่มเหลือบมองชายชราแวบเดียวก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้น

จะ...เจ้า...

ไม่ได้พบกันเสียนาน นักบวชชราเอ่ยพลางแค่นยิ้ม แต่...เจ้าคงจำไม่ได้แล้วสินะ

มาดายวาดคทาเป็นสัญลักษณ์บางอย่างและพึมพำสั้นๆ เพียงแวบเดียว เด็กหนุ่มผมดำก็ยกสองมือขึ้นกุมศีรษะ พร้อมกับร้องโหยหวนออกมา เขางอตัวดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นครู่หนึ่งก็แน่นิ่งไป

อาจารย์! เจ้าหญิงแอชลีนน์ร้อง นี่เจ้า...เจ้าทำอะไรเขา!

พระอาญามิพ้นเกล้า... ชายชราค้อมศีรษะให้พระองค์ กระหม่อมเพียงแต่ร่ายมนตร์สะกดอำนาจมืดในตัวเขาไว้เพื่อความปลอดภัยของพวกทหารที่คุมตัวเขาพ่ะย่ะค่ะ

เสนาบดีตุลาการทำมือออกคำสั่งอีกครั้ง พวกทหารรีรออยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พยุงเด็กหนุ่มที่หมดสติออกไป ตามด้วยชาลัวห์ซึ่งหน้าเสียนิ่งเงียบอีกคน ดูเหมือนลูกเจ้ามณฑลชอร์ซาจอมผยองจะตกใจเกินกว่าจะมีสติร้องโวยวาย ส่วนร่างของหญิงชราถูกลากออกไปอย่างไร้พิธีรีตอง

จากนี้ เราต้องนำศพของนางแม่มดไปเผาเสีย แล้วปล่อยเถ้าถ่านให้ลอยไปในสายลม ข้าจะเจรจากับอารามใกล้ๆ นี้ให้จัดการเอง ส่วนพวกท่าน...ก็ขอให้ติดต่อศาสนจักรแห่งซาเกรดา โซล ตามสมควรเถิด

แต่...ท่านมาดายก็มีความรู้ความสามารถด้านเวทมนตร์ จะช่วยเราสืบคดีนี้โดยตรงเลยไม่ได้หรือเสนาบดีตุลาการตั้งคำถาม

เรื่องนั้นข้าต้องขอปฏิเสธ ความรู้เรื่องอาคมของข้ายังจำกัดนัก และ...หากชายชาวทรายผู้นั้นมีความเกี่ยวข้องกับ อำนาจมืดอันยิ่งใหญ่ จริงๆ อำนาจของข้าเพียงลำพังคงไม่เพียงพอจะรับมือเขาได้ ผู้ที่ข้าคิดว่าเหมาะสมกับหน้าที่นี้มีเพียง...พระมหาเถระลูเธียนเท่านั้น

พระมหาเถระลูเธียน...ท่านหมายถึงพระมหาเถระลูเธียนคนนั้นหรือผู้สำเร็จราชการถาม

ดูลัสรู้ว่าพระมหาเถระลูเธียนคนนั้นเป็นใคร ผู้มีศรัทธาในองค์สุริยเทพน้อยนักจะไม่รู้จักเขา...พระมหาเถระซึ่งได้รับการแต่งตั้งนับแต่ยังเยาว์ และสืบสายเลือดจากผู้กล้าลูเธียน ผู้ถือครองดาบศักดิ์สิทธิ์ในอดีต เมื่อสามปีก่อน มีเรื่องร่ำลือว่าท่านเป็นผู้ปราบปีศาจร้ายที่ออกอาละวาด ณ เมืองแห่งหนึ่งในทะเลทราย ทว่าองครักษ์หนุ่มไม่ได้สนใจเรื่องภูตผีปีศาจ จึงไม่รู้เรื่องราวนัก

เดี๋ยวก่อน เจ้าหญิงแอชลีนน์ขัด ท่านกำลังจะบอกว่าอาเมียร์เป็นปีศาจหรือ ข้าไม่เชื่อหรอก!”

เคียรารีบเข้าไปแตะแขนของเจ้าหญิง...คงหมายจะให้รู้สึกพระองค์ กระนั้นก็ไม่เป็นผล

ข้า...ข้ารู้จักเขา...ข้าเคยพูดคุยกับเขา...เขาเป็นคนดี...ข้าไม่เคยเห็นเขายุ่งเกี่ยวกับเวทมนตร์เลย...ข้าเชื่อว่านี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด...ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ ! เขาจะฆ่าเฟย์ลิมไปทำไม!”

“‘ปีศาจสามารถปิดบังโฉมหน้าที่แท้จริงของตนได้แนบเนียนนัก ขอให้เจ้าหญิงทรงใคร่ครวญและระวังให้ดีเถิดมาดายติง

...แต่ว่า...

การไต่สวนสิ้นสุดแล้ว เจ้าหญิงคงจะทรงเหนื่อยมาก ขอให้เสด็จกลับไปทรงพักผ่อนก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ ท่านผู้สำเร็จราชการคอนรอยตัดบท เรื่องนอกเหนือจากนี้ พวกกระหม่อมจะจัดการเอง

เด็กสาวยังคงมีสีหน้าสับสนและไม่ยอมรับ แต่เคียราก็พยุงเธอไปทางประตูด้านหลังโดยมีราชองครักษ์หนุ่มตามไป

ดูลัสเหลือบมองข้ามไหล่ก่อนออกไปจากห้อง เขาเห็นพวกทหารนำผ้ามาห่อศพหญิงชรากับทหารอีกคนออกไป เห็นร่างอ้วนท้วนของเจ้ามณฑลชอร์ซาเดินออกไปช้าๆ อย่างสลดและเงียบงัน เห็นท่านคอนรอยผู้สำเร็จราชการ ท่านเสนาบดีตุลาการ ท่านเจ้ามณฑลยาร์ลาธ รวมทั้งท่านเจ้ามณฑลอุลทูร์บิดาของเขายืนสนทนากันอยู่เงียบๆ

องครักษ์หนุ่มสะกิดใจว่าไม่เห็นลูกชายอีกคนของเจ้ามณฑลยาร์ลาธที่มีผมสีแดงโดดเด่นกว่าใครอยู่ที่นั่นเลย แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องนี้สลักสำคัญอะไรกับตนนัก

เขาพบว่าเรื่องของ พระเถระมาดาย เป็นเรื่องที่ควรสืบรู้มากกว่า

 

ท่านพ่อทราบเมื่อไรขอรับ ว่าท่านมาดายเป็นพระเถระจากซาเกรดา โซล ดูลัสปลีกตัวจากพระราชวังในเย็นนั้น มายังคฤหาสน์ประจำตระกูลในเมืองหลวงซึ่งบิดากำลังพำนักอยู่ และได้รับคำชวนให้มาพักดื่มน้ำชาด้วยกัน

เขาถามอีกฝ่ายก่อนหน้านี้ว่ามาดายอยู่ที่นี่ด้วยหรือไม่ และได้คำตอบว่าเวลานี้ชายชราออกไปจัดการธุระที่อาราม ซึ่งคงรวมถึงเรื่องพิธีสะกดวิญญาณของแม่มดที่ตายในห้องไต่สวน

ทราบตั้งแต่ต้นแล้ว ชายชราเบื้องหน้าตอบเรียบๆ ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ

แล้วทำไมท่านพ่อถึงไม่บอกข้าเลย ชายหนุ่มตั้งคำถามอีกครั้ง

เรื่องแบบนี้...ให้คนรู้น้อยเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น

ก็จริง ทั้งสองล้วนแต่ยึดหลักการนี้ ชายหนุ่มเองก็พร้อมจะกระทำการใดๆ ลับหลังผู้เป็นพ่อของตนได้ทุกเมื่อ...หากจำเป็น

แล้วท่านพ่อเชื่อได้อย่างไรว่าเขาเป็นพระเถระของซาเกรดา โซล

เขามีสัญลักษณ์รับรองตนเอง และพ่อก็ไปสืบมาแล้วว่าพระเถระจากซาเกรดา โซลที่ชื่อว่า มาดาย มีตัวตนอยู่จริง

แต่มาดายออกจากซาเกรดา โซล เพื่อมาอยู่กับท่านพ่อ...โดยปิดบังฐานะของตนไว้ตั้งสามสี่ปี เพื่ออะไรกันแน่ขอรับ ดูลัสติง

ดูเหมือนเขาจะติดตามครอบครัวผู้อพยพนั่นมาตั้งแต่ตอนนั้น สามปีก่อน...ไม่สิ...นับถึงตอนนี้ก็สี่ปี...มีเรื่องปีศาจที่เมืองแห่งหนึ่งในทะเลทราย...เจ้าคงได้ยินมาบ้าง ถึงศาสนจักรจะไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรมาก...ก็ดูเหมือนเรื่องครั้งนั้นจะไม่มีการประกาศผลการจับกุมสืบสวน ไม่มีการลงโทษคนนอกรีตเป็นสาธารณะเหมือนทุกๆ ครั้ง เท่ากับว่าคงจับใครไม่ได้กระมัง ถ้าพวกนั้นหนีเข้าธีร์ดีเร เป็นเหตุให้ศาสนจักรต้องส่งพระเถระผู้รับผิดชอบมาสืบอย่างลับๆ ก็คงไม่แปลกอะไร

แต่ว่า ชายหนุ่มตัดสินใจพูด มาดายมาอยู่กับท่านพ่อถึงสี่ปี แต่ข้าสืบมาแล้ว ผู้อพยพพวกนั้นเพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่เพียงปีเดียวเท่านั้น ในช่องว่างสามปีก่อน พวกเขาไปอยู่ที่ไหน และมาดายรออะไรอยู่เล่าขอรับ ถ้าพวกเขาอพยพซอกซอนไปตามอาณาจักรอื่นๆ จริง มาดายก็ควรจะติดตามพวกเขา ไม่ใช่มาอยู่กับท่านพ่อตั้งแต่ต้น...เหมือนกับรู้ล่วงหน้าว่าพวกเขาจะมาที่นี่

...เพราะถ้ารู้ล่วงหน้าจริง...ก็คงป้องกันไม่ให้เฟย์ลิมถูกฆ่าตั้งแต่แรก...

ดูลัสขมวดคิ้ว ใช่ว่าเขาไม่ทันคิดว่ามาดายอาจรู้ล่วงหน้า...แต่หวังผลให้เหตุการณ์ดำเนินไปในรูปนี้เพื่อผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งของตน มาดายเป็นมิตรของท่านพ่อ และท่านพ่อก็อาจเป็นฝ่ายเดียวกับเขา

ทว่าชายหนุ่มใช่จะอยากได้ชัยชนะ และเสกสมรสกับเจ้าหญิงแอชลีนน์ด้วยเล่ห์กลอย่างนี้

ถึงอย่างนั้น ในเมื่อการณ์เป็นไปในรูปนี้เสียแล้ว ดูลัสก็คงได้แต่ปล่อยทุกสิ่งให้เป็นไป ตราบใดที่เจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงไม่ได้รับอันตรายไปด้วย

ชายชราเบื้องหน้าหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะย้อนถามเรื่องที่เขาคิดว่าไม่เกี่ยวกันเลย ดูลัส เจ้าเชื่อในชะตากรรมไหม

ทำไมหรือขอรับ ชายหนุ่มยิ่งขมวดคิ้ว

พ่อกับมาดายเชื่อในชะตากรรม และกำลังรอสิ่งนั้นอยู่ บิดาของเขาลุกจากเก้าอี้เป็นการตัดบททางอ้อม เมื่อถึงเวลาที่ทุกสิ่งกระจ่างแล้ว พ่อจะเล่าให้เจ้าฟัง

ชายหนุ่มได้แต่มองตามหลังบิดาของตนไปอย่างสงสัยว่านั่นคือคำสารภาพทางอ้อมใช่หรือไม่ และเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น กับ ชะตากรรม ที่ท่านพ่อพูดถึงนั้นมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใด

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น