The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,808 Views

  • 125 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    92

    Overall
    5,808

ตอนที่ 23 : 22 - สูญเสีย "ข้า...ข้าทำให้เขาไปอยู่ตรงนั้น!”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ส.ค. 60

บทที่ ๒๒

สูญเสีย

 

เมื่ออาเมียร์วิ่งมาถึงหน้าห้องพัก ครอบครัวของท่านเบเรคก็อยู่พร้อมหน้าแล้ว ท่านหญิงร้องไห้เสียงดัง คุณหนูฟิเดลมาสะอื้นพลางกอดเธอไว้ ท่านเบเรคมีสีหน้าสลดอย่างที่เด็กหนุ่มไม่เคยเห็นมาก่อน ส่วนรูอาร์คยืนพิงผนังก้มหน้าไม่พูดจา

ทหารยามกั้นไม่ให้ใครเข้าไปในห้อง ทว่าเพียงมองจากข้างนอกก็เลวร้ายเกินพอ เจ้าของห้องซึ่งเขาเพิ่งพบเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อค่ำนี้นอนกึ่งคว่ำกึ่งตะแคงบนพื้น ดวงตาไร้ชีวิตยังคงเบิกกว้าง บนใบหน้า ร่างกาย และพื้นห้องแดงฉานด้วยเลือดจากแผลยาวบนคอ

อาเมียร์เบือนหน้าหนีสีแดงนั้นพร้อมกับก้าวถอยหลังไปพิงผนัง นัยน์ตาร้อนผ่าวและหยดน้ำเริ่มหลั่งไหล

เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้!

ใครกันที่มันทำเรื่องนี้ และทำเพื่ออะไร เฟย์ลิมมีจิตใจดี ไม่ควรตายอย่างนี้...แค่เพราะไปขัดผลประโยชน์ของใครบางคน...

มีเสียงฝีเท้าถี่กระชั้นไล่มาจากอีกฝั่งทางเดิน เด็กหนุ่มเหลือบเห็นท่านผู้สำเร็จราชการ เจ้าหญิงแอชลีนน์ นางกำนัล และราชองครักษ์ดูลัสรีบวิ่งเข้ามาที่หน้าประตูห้องเช่นกัน

พวกเจ้าปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร!” เสียงร้องของเด็กสาวดังตามมาในอีกไม่นาน

พระอาญามิพ้นเกล้า... องครักษ์สองคนคุกเข่าและค้อมศีรษะแทบจรดพื้นทันควัน พวกกระหม่อมสมควรตายพ่ะย่ะค่ะ แต่พวกกระหม่อมไม่เห็นหรือได้ยินอะไรผิดสังเกตเลย จึงไม่นึกว่า...

เอาเถอะ สำคัญที่สุดคือเราต้องรีบหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษก่อนพ่ะย่ะค่ะผู้สำเร็จราชการบอก

ผู้กระทำผิดเป็นใคร...ก็เห็นๆ กันอยู่แล้ว รูอาร์คเข่นเสียง ใครมันโกงตลอดจนแถกไถขึ้นมาได้ถึงนี่ กะแค่โกงเป็นชุดๆ ยังจับไม่ได้...ต้องให้ผู้ชนะตายเปล่าสักคน...แล้วให้ฆาตกรมันขึ้นครองราชย์แทนรึไง!

รูอาร์ค! ท่านเบเรคขัด

ข้าขออภัยด้วย ผู้สำเร็จราชการค้อมศีรษะให้พวกเขาอย่างเคร่งขรึม พวกท่านมีเหตุผลที่จะโกรธแค้น และตำหนิที่พวกเราบกพร่องในหน้าที่ แต่ตอนนี้ เรื่องสำคัญที่สุดคือการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ขอให้พวกท่านสงบอารมณ์ และทำความเข้าใจเรื่องนี้ด้วย

ข้าทราบดี ท่านคอนรอย ท่านเบเรคตอบด้วยเสียงที่เริ่มสั่นเครือในตอนท้าย ช่วย...ช่วยมอบความเป็นธรรมให้ลูกข้าด้วย...

ชายวัยกลางคนดูเหมือนจะห้ามตนเองไม่ให้ร้องไห้ออกมาอย่างยากเย็น ความเงียบที่มีเพียงเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของท่านหญิงกับคุณหนูฟิเดลมายังคงดำเนินไปอีกครู่ ก่อนที่ท่านผู้สำเร็จราชการจะเอ่ยต่อ

พวกท่านไปพักสงบสติอารมณ์ก่อนเถอะ ข้าจะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่นี่ให้ละเอียด ได้ผลอย่างไรจะรีบรายงานให้พวกท่านทราบ

พ่อที่เพิ่งสูญเสียลูกชายไปโดยกะทันหันพยักหน้ารับแล้วจึงประคองภรรยาไป ตามด้วยน้องสาวกับน้องชายในนามของผู้ตาย

อาเมียร์ตัดสินใจตามพวกเขาไปเป็นคนหลังสุดโดยไม่หันกลับไปมองร่างไร้วิญญาณของลูกศิษย์ ในเมื่อรู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ที่ตนเองจะอยู่ที่นี่อีกเช่นกัน

 

แอชลีนน์รู้สึก...ตันในอกอย่างบอกไม่ถูก

เธอเสียใจ ถึงจะไม่ได้สนิทกับเฟย์ลิมนานพอที่จะโศกเศร้ามากที่เขาจากไป แต่ก็เข้าใจจากคราวลอบปลงพระชนม์ว่าการสูญเสียญาติที่รักและใกล้ชิดโดยไม่ทันตั้งตัวเจ็บปวดเพียงไร จึงไม่อยากให้คนร้ายที่พรากชายหนุ่มไปต้องลอยนวลและคิดว่าตนควรทำทุกสิ่งเท่าที่ทำได้

หลังจากเสวยพระกระยาหารเช้าพอเป็นพิธี เจ้าหญิงจึงเรียกให้ราชองครักษ์หนุ่มเข้าเฝ้าและรีบถามตรงประเด็นทันที ดูลัสคิดว่าชาลัวห์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือเปล่า

ทำไมหรือพ่ะย่ะค่ะชายหนุ่มมีสีหน้าประหลาดใจ

ก็...เป็นไปได้มากว่าเขาโกงการประลอง...ไม่ใช่รอบเดียวแต่หลายรอบไม่ใช่หรือ

ถึงได้ทรงคิดว่าเขาจะทำได้ถึงขั้นลอบสังหารพระคู่หมั้น เพื่อให้ตนขึ้นเป็นแทนหรือพ่ะย่ะค่ะ

แล้วนั่นไม่ใช่จุดมุ่งหมายของเขาหรือ

ดูลัสขมวดคิ้วเคร่งเครียดแม้จะพยักหน้ารับ เป็นไปได้พ่ะย่ะค่ะ แต่หากชาลัวห์หรือบิดาฉลาดกว่านี้อีกสักหน่อยจะทราบว่ายังไม่ควรลงมือเพราะพวกตนกำลังถูกจับตามองอยู่ สองวันหลังพิธีหมั้น กระหม่อมเห็นว่าเร็วเกินไปพ่ะย่ะค่ะ

แต่ถ้าไม่ใช่เขาแล้วเป็นใคร เรายังไม่เห็นเลยว่าใครจะได้ผลประโยชน์จากการตายของเฟย์ลิมชัดเจนไปกว่าสองคนนี้

ชายหนุ่มนิ่งคิดครู่หนึ่ง กระหม่อมก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่เชื่อว่าหากเป็นผู้บงการที่ฉลาดจริงๆ เขาย่อมฉวยโอกาสในตอนที่มีคนอื่นน่าสงสัยมากกว่าตน แล้วก็น่าจะเป็นคนที่เราคาดไม่ถึงมากกว่านี้พ่ะย่ะค่ะ

แต่แอชลีนน์มองไม่ออกเลยว่าเป็นใครอื่น ไม่มีทางเป็นท่านแฟคท์นากับดูลัสแน่ๆ แม่ทัพคาฮาลกับผู้กองคาเฮียร์ก็ไม่น่าใช่เช่นกัน ทว่าหากไม่ใช่หนึ่งในสามผู้ผ่านการทดสอบรอบสุดท้าย ใครกันจะได้รับประโยชน์จากการตายของเฟย์ลิม

แล้วดูลัสคิดว่าเรื่อง...ผู้ชนะ...จะทำอย่างไรต่อไป เด็กสาวตั้งคำถาม จะให้ชาลัวห์ขึ้นมาแทนเลย หรือจะคัดเลือกคู่หมั้นของเราใหม่จากคนที่เหลืออยู่ ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแต่ชาลัวห์ ดูลัส กับคาเฮียร์ เราเชื่อว่าดูลัสกับคาเฮียร์ไม่มีวันใช้วิธีสกปรกอย่างนี้เด็ดขาด แล้วชาลัวห์ก็...น่าจะโกงมาตั้งแต่รอบแรกๆ แล้วด้วย

กระหม่อมคิดว่า...นั่นเป็นสิ่งที่ผู้บงการต้องการให้พวกเราคิดพ่ะย่ะค่ะ

เธอพอเห็นด้วยกับองครักษ์หนุ่ม แต่ก็อดติงไม่ได้ว่าเขาหวาดระแวงเกินไปเหมือนครั้งอาเมียร์หรือไม่

ตอนนี้เรายังไม่มีข้อมูลชัดเจน องค์หญิงควรทรงรักษาท่าทีและรอต่อไปก่อนพ่ะย่ะค่ะ หากได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม กระหม่อมจะรีบมากราบทูลและหารือด้วยแน่นอน...หากองค์หญิงทรงให้เกียรติและไว้ใจกระหม่อมถึงเพียงนั้น

แอชลีนน์พยักหน้า เราเชื่อใจดูลัส ฝากด้วยนะ

ชายหนุ่มค้อมศีรษะอย่างหนักแน่น กระหม่อมจะไม่ทำให้องค์หญิงทรงผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ

 

เวลาในวันนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้า

ทีแรก อาเมียร์ดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งไปนั่งเงียบในมุมห้องรับรอง ขณะที่ท่านเบเรคกับคุณหนูฟิเดลมาคอยดูแลท่านหญิง ซึ่งร้องไห้เป็นพักๆ เหมือนรับความสูญเสียได้ยากยิ่งนัก ส่วนรูอาร์คหลบเข้าห้องพักของตนเอง เงียบอยู่เพียงลำพัง

เมื่อเวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไป เด็กหนุ่มก็ตระหนักว่าตนเป็นส่วนเกินของครอบครัวผู้สูญเสีย และลุกจากไปอย่างเงียบงัน เขาไปมองแถวหน้าห้องพักของเฟย์ลิม ซึ่งบัดนี้มีเจ้าหน้าที่เดินกันขวักไขว่ ดูเหมือนศพของชายหนุ่มจะถูกเคลื่อนย้ายไปไว้ที่อื่นแล้ว แต่เมื่อมองแวบๆ เขาก็ยังเห็นรอยเลือดแห้งกรังบนพื้น เป็นเหตุให้อาเมียร์รู้ว่าตนไม่สามารถทำอะไรที่นี่ได้เช่นกันและไปหลบมุมที่ระเบียง ซึ่งมองออกไปเห็นสวนเล็กๆ แห่งใดแห่งหนึ่งในบรรดาอุทยานทั้งหมด

เป็นอีกครั้งที่เขาเจ็บใจกับอาการกลัวเลือดของตน ถ้าเพียงแต่เขาสามารถทำอะไรสักอย่าง...ถ้าเพียงแต่หาหลักฐานมามัดตัวฆาตกรที่มันฆ่าเฟย์ลิมอย่างเลือดเย็นได้...

ถ้าเพียงแต่...เขาทำอะไรสักอย่างเพื่อไถ่โทษของตนได้

เฟย์ลิมไม่เคยมักใหญ่ใฝ่สูง ไม่เคยต้องการเป็นกษัตริย์เพียงเพื่อตนเองหรือวงศ์วาน หากอาเมียร์ไม่เสนอตัวมาเป็นอาจารย์สอนชายหนุ่มจนทำให้เขาได้เป็นพระคู่หมั้น ก็คงไม่ตกเป็นเป้าหมายของการลอบสังหารอย่างนี้

เพราะไม่อยากให้คนดีอย่างเกล็นต้องตายเปล่าก่อนวัยอันควร อาเมียร์จึงมาอยู่ที่นี่ แต่เขากลับทำให้เฟย์ลิมตายไปเช่นนั้นอีกคน ทุกอย่างที่เขาคิดว่าทำเพื่อธีร์ดีเร...ที่จริงแล้วเป็นเพื่อใคร...หรืออะไร...และผลของมันกลับกลายเป็นอะไรไปแล้วกันแน่...

โธ่เว้ย!

อาเมียร์กำมือทุบระเบียงหินเต็มแรง ก่อนจะทิ้งศีรษะลงบนแขนเมื่อไม่อาจห้ามน้ำตาของตน

เป็นอย่างที่ท่านอาบอกจริงๆ...เขาไม่ควรดันทุรังมาที่นี่ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม

ไม่รู้ว่าเขาซบระเบียงอยู่นานเท่าใด แต่เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็มีมือทาบบนไหล่ เด็กหนุ่มจึงรีบเช็ดน้ำตากับแขนก่อนจะหันไปพบใบหน้าเศร้าสร้อยของคนคนนั้น ...ท่านเบเรค

เจ้าไปรับประทานอาหารกลางวันเถอะ นี่เที่ยงแล้ว

อาเมียร์หลบสายตาลงมองสวน ขอบคุณมาก...ที่ท่านอุตส่าห์มาตาม แต่ข้ายังไม่หิวขอรับ

ข้าก็ไม่หิว ไม่มีใครหิวเลยเหมือนกัน ชายวัยกลางคนถอนหายใจ แต่...เฟย์ลิมคงไม่อยากให้พวกเราเป็นอย่างนี้หรอก เขา...ขี้เป็นห่วงมาแต่เด็ก เห็นใครมีสีหน้าทุกข์ร้อนก็รีบเข้าไปถามไถ่เป็นกังวลแทนเสียเอง ถ้าพวกเราไม่ยอมดูแลตัวเองอย่างนี้ เขาจะยิ่งเป็นห่วงขนาดไหน เขาอยู่...ที่อีกฟากนั้นก็คงเห็นพวกเราทุกคน เขากำลังเฝ้าดูพวกเราทุกคนอยู่นะ

อาเมียร์กลืนน้ำลายฝืดๆ แล้วตัดสินใจพูด ข้า...ขออภัยขอรับ

ท่านเบเรคเงียบไปพักหนึ่งจึงเอ่ย อย่าคิดอย่างนั้นเลย ข้าไม่โทษเจ้าหรอก พวกเรา...ไม่มีใครโทษเจ้าเลย เจ้าอุตส่าห์ช่วยให้เฟย์ลิมได้พิสูจน์ตนเอง...ทำให้เขามั่นใจขึ้น...และทำให้ข้าภูมิใจในตัวเขา หากเขาต้องตายเพื่อธีร์ดีเร...เพื่อกันไม่ให้คนชั่วได้ครองบัลลังก์...ก็คงเป็นชะตากรรมที่พวกเราต้องยอมรับ

แต่ข้า... เด็กหนุ่มอดพูดไม่ได้ ข้า...ยอมรับไม่ได้ขอรับ ชะตากรรมอะไรนั่น...ที่จริง...มันเกิดขึ้นจากมือข้าเองแท้ๆ ...ข้า...ข้าทำให้เขาไปอยู่ตรงนั้น!”

อาเมียร์ ท่านเบเรคบีบไหล่เขาแน่นขึ้นพลางกระซิบ อย่าคิดอย่างนั้น คิดเสียว่า...คิดเสียว่าทำเพื่อเฟย์ลิมเถอะนะ เพื่อให้ลูกข้าได้ตายตาหลับ อย่าโทษตัวเองเลย

...อย่าโทษตัวเองเลย...

รู้สึกว่าเสด็จแม่เคยตรัสอย่างนั้นเหมือนกันใช่ไหมนะ...เมื่อเขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเด็กและผู้หญิงที่อารามฮอว์ธอร์นซึ่งหนีไปด้วยกัน...เมื่อเขาสารภาพว่าทุกคนถูกสังหารอย่างเลือดเย็นทั้งๆ ที่พยายามต่อสู้ปกป้องเขา...ทั้งๆ ที่เขาซึ่งเป็นถึงองค์รัชทายาทและศิษย์ของนักรบผู้เกรียงไกรกลับเอาแต่หลบซ่อนอยู่ในที่มืดมิดและปลอดภัย...ปิดตาหนีภาพเหล่านั้นด้วยความขลาดเขลา จนกระทั่งเสด็จอาเนมอสเข้ามาช่วยชีวิตเขาไว้ได้คนเดียว

แล้วเขายัง...

ภาพที่คุ้นตาอย่างประหลาดผุดขึ้นในห้วงสำนึกอีกครั้งจนเด็กหนุ่มเบิกตาโพลง

เสด็จแม่คู้ร่างกลางกองของเหลวสีแดงฉาน...แผ่นหลังของท่านเต็มไปด้วยรอยแผลยับเยิน...มีศพกองรอบด้าน...เขาสั่นศีรษะแรงๆ เพื่อไล่พวกมันออกไป

ดูเหมือนคนที่ยืนอยู่ข้างหลังจะตีความการกระทำนั้นเป็นอีกอย่าง

เอาเถอะ...ข้าเข้าใจ เจ้าย่อมต้องใช้เวลา พวกเราทุกคนก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็...อย่าคิดหรือทำอะไรที่เป็นการทำร้ายตนเองเลยนะ

อาเมียร์พยายามกลั้นน้ำตาไว้ ขณะพยักหน้า ...ขอรับ

ดีแล้ว ชายวัยกลางคนตบบ่าเด็กหนุ่ม ไปรอที่ห้องรับรองเถอะ ข้าจะไปพูดกับรูอาร์คอีกที เมื่อครู่ข้าไปตาม เขาก็ไม่ยอมออกมา ไม่รู้ป่านนี้อาละวาดจนห้องของพระราชวังเละเทะขนาดไหนแล้ว

ไม่เป็นไรขอรับ ท่านเบเรคไปเถอะ ข้า...ข้าจะไปตามเขาให้เอง อาเมียร์พึมพำ ข้ามีเรื่องที่ต้องพูดกับเขาเหมือนกัน

จะดีหรือ สีหน้าของอีกฝ่ายเหมือนไม่เห็นด้วย ถ้าเกิด...

ถ้าเกิดเขาลุกขึ้นมาต่อยข้า ข้าก็ยิ่งกว่ายินดีให้เขาต่อยขอรับ อาเมียร์พูดเรียบๆ ก็ข้า...เป็นคนทำให้พี่ชายของเขาต้องตายนี่ขอรับ

อาเมียร์...

ท่านเบเรคไปที่ห้องรับรองก่อนเถอะขอรับ เดี๋ยวข้าจะพารูอาร์คไปด้วยให้ได้

สีหน้าของท่านเจ้ามณฑลยาร์ลาธยังไม่สู้ดี กระนั้น อาเมียร์ก็เดินออกมาเสียแล้ว

 

อาเมียร์เคาะประตูห้องของรูอาร์ค แต่ไม่มีเสียงตอบ

รูอาร์ค นี่ข้าเอง เขาพยายามอีกครั้ง

ข้าบอกแล้วว่าไม่กิน ยังจะส่งใครมาตามอีก เสียงขุ่นเขียวตอบอู้อี้จากในห้อง

อย่าทำตัวเป็นเด็กไปหน่อยเลย เจ้าก็รู้ว่าอดอาหารมันช่วยอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

เออสิ มันช่วยอะไรไม่ได้ แต่ข้าอยากทำ ข้ามันชอบทำตัวเป็นเด็กเอง ใครจะไปทำอะไรก็ทำไป ปล่อยข้าไว้ของข้าอย่างนี้ก็พอแล้ว

รูอาร์ค เฟย์ลิมไม่อยากให้เจ้าทำอย่างนี้หรอก เขาจะเป็นห่วงเจ้ามากนะ

มีเสียงกระแทกผนังห้องแว่วออกมา ตามด้วยเสียงขุ่นอีกครั้ง

ให้ตาย ทำไมอาจารย์พูดเหมือนลุงกระรอกน้ำตาลไม่มีผิด พี่เฟย์ลิมตายไปแล้ว! คนตายลุกขึ้นมาหายใจ...หรือพูดอะไรกับเราไม่ได้อีก! อย่าทึกทักไปเองได้ไหมว่าเขารู้สึกอะไร! ไม่มีใครรู้ทั้งนั้นว่าตอนนี้เขาไปอยู่ที่ไหน...รู้สึกอะไร...หรือแม้แต่มีความรู้สึกหรือเปล่าด้วยซ้ำ!”

รูอาร์ค...

แล้วไอ้เรื่องที่ว่ามันเป็นชะตากรรมก็เหลวไหลทั้งเพ! ชะตากรรมบ้าอะไร! คนถูกฆ่าก็คือคนถูกฆ่า! จะให้มานั่งทำใจสงบ...คิดว่าเขาต้องตายอยู่แล้ว....ทั้งๆ ที่ควรอยู่ต่อไปได้อีกนานน่ะหรือ! มีแต่แก่ตายเท่านั้นที่เรียกได้ว่าชะตากรรม เรื่องอย่างนี้มันฆาตกรรมชัดๆ !

รูอาร์ค เด็กหนุ่มผมดำปราม ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้า แต่คนตายไปเพราะอะไรก็ตาม...เขาฟื้นกลับมาอยู่กับเราไม่ได้อีกแล้ว เพราะอย่างนี้...เราถึงมีแต่ต้องยอมรับว่ามันเป็นชะตากรรมเท่านั้น

พอที! ข้าฟังเรื่องห่าเหวแบบนี้มาพอแล้ว!”

อาเมียร์พยายามข่มอารมณ์ ถึงรูอาร์คจะไม่เป็นผู้ใหญ่ไปบ้างในบางเรื่อง เขาก็ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายทำตัวเป็นเด็กโดยสมบูรณ์อย่างนี้ รูอาร์ค ข้าขอเข้าไปได้ไหม

ไม่ได้!” เสียงตอบกลับทันควัน

เขาลองดึงประตูจึงพบว่ามันลงกลอนจากด้านใน มีเสียงดังโครมอีกเป็นคำรบสอง

ให้ข้าเข้าไปเดี๋ยวนี้ เด็กหนุ่มผมดำย้ำ เจ้าจะต่อยเตะข้าอย่างไรก็ได้ แต่ต้องให้ข้าเข้าไป

ไม่!”

เจ้ากำลังหนีอยู่นะ!”

ช่างข้า! อาจารย์ก็หนีเหมือนกันนี่!”

คนอื่นๆ เขาเสียใจไม่น้อยไปกว่าเจ้า เขายังไม่เป็นอย่างเจ้า ทำอย่างนี้คิดว่ามันน่าสงสารนักหรือ!”

ถึงมันน่ารำคาญน่ากระทืบ...ข้าก็จะทำ ข้ามันผ่าเหล่า! ข้าไม่เหมือนคนอื่น...แต่ก็ไม่อยากเหมือนเองนี่!”

แวบหนึ่ง อาเมียร์นึกอยากต่อยหน้าอีกฝ่ายจริงๆ ขึ้นมาสักเปรี้ยง มือของเขาดึงประตูอีกครั้งจนมันเปิดผัวะเผยให้เห็นเจ้าของห้อง ซึ่งหันขวับมาทางคนเปิดประตูอย่างประหลาดใจ ดวงตาช้ำแดงที่ยังมีคราบน้ำตาหมาดๆ เบิกกว้างแทบเป็นลุกโพลง

อาจารย์เข้ามาได้อย่างไร!”

เด็กหนุ่มผมดำไม่ตอบแต่ก้าวเข้ามาใกล้ จนเด็กหนุ่มผมแดงซึ่งตัวสูงแต่ร่างผอมบางกว่าถอยกรูดจนหลังติดผนัง

ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจ อาเมียร์พูดเสียงเข้ม ข้าก็เสียใจ ท่านเบเรค ท่านหญิง กับคุณหนูฟิเดลมาก็เสียใจ ข้าจะไม่เทียบว่าใครเสียใจมากไปกว่ากัน เพราะมันเทียบไม่ได้ แต่อย่าทำให้คนอื่นๆ เขาเสียใจหรือทุกข์ใจมากไปกว่านี้ได้ไหม ใช่...เจ้าเสียใจ จะเก็บตัวอยู่ในห้องไม่มีใครว่า แต่ถ้าทำเหมือนตัวเองจะเป็นจะตายอยู่คนเดียวแต่คนอื่นๆ สบายกันหมด...มันก็เห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว!”

ก็ข้า...

ข้ารู้ว่าเจ้าแค้นไอ้คนที่มันฆ่าท่านเฟย์ลิม ข้าก็แค้น อยากให้พวกเขาลากตัวมันมาลงโทษให้ได้ แต่ที่เจ้าทำอยู่มันเป็นประโยชน์กับใครไหม!”

แล้วข้าจะทำอะไรได้เล่า! จะให้ข้าแล่นไปบีบคอชาลัวห์รึ!”

ถ้าเรื่องแค่นี้ยังไม่รู้อีก ข้าก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ทีเรื่องคนอื่นทำเป็นรู้ดี แต่เรื่องของตัวเองไม่ยักจะสำเหนียก!”

ทำเป็นพูดดี...อาจารย์รู้จักข้ากับพี่เฟย์ลิมดีแล้วหรือ!” รูอาร์คพูดสวน อาจารย์ไม่รู้หรอก...ว่าเขามีความหมายกับข้าแค่ไหน ไม่รู้หรอกว่าทำไมใครๆ ถึงไม่รู้ไม่เข้าใจ!”

ใช่...ข้าไม่รู้ แต่เจ้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีคนมากมายตายต่อหน้าข้าในอดีต...มีคนที่ข้ารักต้องตายไปโดยที่ข้าช่วยอะไรไม่ได้เลย...เจ้าไม่รู้ว่าพวกเขามีความหมายอย่างไรกับข้า ก็เหมือนกับที่ข้าไม่รู้เรื่องของเจ้า แต่ถ้าไม่บอก ใครจะไปรู้

ข้ายังบอกใครได้อีกล่ะ รูอาร์คแค่นเสียง ใครจะยอมฟัง...ใครจะเข้าใจ!”

ถ้าเจ้าอยากบอก แต่คิดว่าบอกใครในบ้านไม่ได้ ก็บอกข้าเถอะ อาเมียร์ตัดสินใจพูด ข้าสัญญาว่าจะไม่บอกใคร กระทั่งเรื่องกระรอกแดงที่เจ้าเล่าในตอนนั้น ข้าก็ไม่พูดกับใครเลยเหมือนกัน

อีกฝ่ายยังคงเงียบ

หรือถ้าเห็นว่าบอกไม่ได้กระทั่งข้า ข้าก็จะไม่เซ้าซี้ แต่รู้ใช่ไหม ว่าฟาดหัวฟาดหางไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

เด็กหนุ่มผมแดงยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา เขาเงียบอยู่อีกพักหนึ่งจึงเอ่ยเบาๆ ข้าแค้นไอ้คนที่ฆ่าพี่เฟย์ลิม แต่แค้นตัวเองมากกว่า...ข้าเคยอิจฉาเขา เคยหมั่นไส้ที่เขาชอบทำตัวเป็นเด็กดีตลอดเวลา ตอนมาอยู่จวนใหม่ๆ เขาแบ่งของเล่นให้ข้า...ข้าก็ทำมันพังเพราะอยากให้เขาโกรธ อยากแก้แค้นครอบครัวเขาที่ตัดแม่ข้าออกจากตระกูล ทำให้พ่อแม่ต้องลำบากจนตายแค่เพราะเลือกแต่งงานกันด้วยความรัก ข้าอิจฉาเขาที่มีทั้งพ่อแม่ มีอะไรต่อมิอะไรที่ข้าไม่เคยมี ไม่รู้จักความอดอยากหรือเจ็บปวด...ทั้งๆ ที่ข้าต้องอดมื้อกินมื้อ...ถูกไอ้พวกหนูท่อมันซ้อม...มันทำอะไรร้ายๆ กับข้าสารพัด ถึงอย่างนั้น...ข้าก็มารู้ว่าเขาไม่ต่างจากข้า เขาโกรธเป็น...เขาไม่พอใจชีวิตตัวเอง แต่...ที่เขาอดทนกับข้า...ที่ดีกับข้าไม่ใช่เรื่องเสแสร้ง เวลาข้าโมโหหลบมาอยู่ตัวคนเดียว...เขาก็เป็นคนเดียวที่มาตามข้า เป็นคนแรกในบ้านที่ยอมรับข้า...ในฐานะน้องชายจริงๆ...

ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ เจ้ากับท่านเฟย์ลิมเป็นเหมือนพี่น้องกันจริงๆ นี่ เขาไม่โกรธเจ้า เขาน่าจะให้อภัยเจ้าตั้งนานแล้ว

แต่ข้าไม่เคยขอโทษเขา...ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ข้ารู้ว่าเขาเสียใจที่คิดไปว่าลุงกระรอกน้ำตาลนอกใจแม่เขา...แต่ข้ายังพูดใส่หน้าเขา...ว่าลุงกระรอกน้ำตาลรักแม่ข้ายิ่งกว่าแม่เขาอีก ข้าคิดว่าตัวเองไม่ผิดที่พูดความจริง ข้ามันปากหนักเกินไป ไม่เคยขอโทษ หรือบอกความจริงกับเขาเลยว่าข้าเป็นใคร ข้ากลัวเขาจะยอมรับข้าไม่ได้...ไม่อยากให้พี่เฟย์ลิมยอมรับข้าไม่ได้จริงๆ ถึงอย่างนั้น...พอเขาตายแล้ว...ข้ากลับเสียใจที่ไม่ได้บอก แถมในคืนก่อนเขาตาย...ข้ายังทำท่าแบบนั้นใส่เขา...ข้านี่มัน...

รูอาร์ค อาเมียร์แตะไหล่อีกฝ่าย พูดสิ่งที่เคยพร่ำบอกตนเองแม้จะทำตามได้ยากเย็น ไม่มีใครรู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าครั้งใดก็ตามที่เราพบคนคนหนึ่ง...จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่า ที่เจ้าเสียใจไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ข้าคิดว่า...ในเมื่อมันเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว สิ่งที่เราทำได้คือจำไว้เพื่อไม่ให้ทำเรื่องเสียใจแบบนั้นเป็นครั้งที่สองไม่ใช่หรือ ข้าคิดว่าคนติดละครอย่างเจ้าน่าจะเข้าใจคำพูดนี้มากกว่าข้าเสียอีก

แต่ที่สำคัญกว่าเข้าใจ คือต้องทำตามให้ได้นั่นละ รูอาร์ครับเบาๆ มันยาก...พูดมันง่าย แต่ทำยากจริงๆ

ข้ารู้ อาเมียร์พยักหน้ารับ แต่ถ้าไม่ทำ ก็จะเสียใจมากกว่านี้อีก

ให้ตายสิ... เด็กหนุ่มผมแดงเบือนหน้าไปแล้วเกาศีรษะ มาบอกข้าตอนนี้...ข้าก็ทำไม่ได้หรอก แต่นึกดูอีกที...ข้ามันก็น่ารังเกียจจริงๆ นั่นล่ะ สรุปว่าข้าร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรเพราะเสียใจที่นึกได้ว่าตัวเองเลวแค่ไหน ไม่ใช่เสียใจที่พี่เฟย์ลิมตายแท้ๆ...

แล้วมันผิดด้วยหรือเด็กหนุ่มผมดำตั้งคำถาม

ไม่รู้สิ แต่มันเป็นความจริง ไม่ต้องหาอะไรมาปลอบข้าอีกหรอก อาจารย์ รูอาร์คยักไหล่ ถึงอย่างไร พี่เฟย์ลิมก็ตายไปแล้ว ถ้าข้ามัวแต่ร้องไห้สงสารตัวเองที่ไม่มีโอกาสแก้ตัว แทนที่วิญญาณเขาจะหัวเราะเยาะข้า ก็คงเป็นห่วงข้ายิ่งกว่าเดิม แล้วข้าจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเลวขึ้นอีก

ข้าจะไม่บอกให้เจ้าเลิกร้องไห้ อยากร้องก็ร้องเสียให้พอ ไม่มีใครพูดได้หรอกว่าเจ้าผิด แต่ตอนนี้ เราควรไปพบท่านเบเรคก่อน ป่านนี้ทุกคนคงรอแย่แล้ว เด็กหนุ่มผมดำเพิ่งนึกได้

เด็กหนุ่มผมแดงพยักหน้าเงียบๆ ก่อนจะเดินนำไปพลางใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาอย่างไม่เกรงว่ามันจะยับนัก

อาเมียร์เดินตามหลังเขาพร้อมกับอดคิดไม่ได้ว่าตนเป็นเช่นเดียวกับรูอาร์คใช่ไหม หรือเลวร้ายยิ่งกว่าที่เสียใจกับความผิดพลาดมากมายที่ไม่อาจแก้ไขของตน...ที่ทำให้ใครหลายๆ คนรวมทั้งเฟย์ลิมต้องตาย แล้วเขามีความผิดหรือไม่กันแน่...

ความคิดพลันสะดุดลงเมื่ออาเมียร์ปิดประตูห้องของรูอาร์คไม่อยู่ ครั้นเด็กหนุ่มมองให้ดี ก็พบว่ากลอนเหล็กด้านในห้องหักกระเด็นไปแล้ว

รูอาร์คเดินลิ่วๆ นำหน้าไปโดยไม่สังเกต หรือมิเช่นนั้นคงลืมเรื่องกลอนที่หักอย่างสิ้นเชิง อาเมียร์จึงได้แต่ปิดประตูแบบแง้มๆ แล้วรีบเดินตามต่อไป

เขาจะหาโอกาสแจ้งเจ้าหน้าที่พระราชวังทันทีที่ทำได้ แค่กลอนห้องพักหักคงไม่ใช่ปัญหาอะไรมากมาย

เด็กหนุ่มพยายามไม่คิดอะไรมากแม้จะสงสัยว่าเขาหักกลอนประตูเข้าไปได้อย่างไร ได้แต่เดาว่าความโกรธชั่ววูบคงทำให้เขา...เผลอออกแรงมากเกินไป

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญเร่งด่วนกว่านี้คือต้องรู้ให้ได้ว่าใครต่างหากที่สังหารเฟย์ลิม

 

ค่ำแล้ว แต่ดูลัสยังคงอยู่ในห้องพักของราชองครักษ์ตามลำพัง เขาออกเวรตั้งแต่บ่าย แต่ก็ไม่กลับบ้านพักนอกวัง และอยู่ถามเจ้าหน้าที่ต่างๆ ที่กำลังเร่งรีบตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุกับชันสูตรศพเพื่อรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด ชายหนุ่มไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูสถานที่กับศพโดยตรงเพราะมีผลประโยชน์ส่วนตนในฐานะผู้เข้าประลองรอบสุดท้าย จึงต้องถือว่าเป็นผู้ต้องสงสัยที่อาจเข้าไปเปลี่ยนแปลงหรือทำลายหลักฐาน แต่พวกราชองครักษ์ที่เป็นเพื่อนร่วมงานก็ให้ความร่วมมือเท่าที่จะทำได้

ชายหนุ่มตั้งใจจะไม่ทำให้องค์หญิงแอชลีนน์ทรงผิดหวังจริงๆ ตามที่รับปาก กระนั้น เรื่องเท่าที่เขาได้ยินจากเจ้าหน้าที่หรือคนอื่นๆ อีกต่อหนึ่งก็แปลกประหลาดจนไม่รู้ว่าจะคิดอย่างไรดี

เฟย์ลิมเสียชีวิตเพราะแผลลึกที่คอเพียงแผลเดียว ลักษณะแผลเรียบเหมือนเกิดจากของมีคมเช่นมีดหรือดาบคม เขาคงตายโดยไม่มีโอกาสส่งเสียงร้องหรือแม้แต่รู้ตัวคนร้ายด้วยซ้ำ ทหารยามไม่ได้ยินเสียงผิดสังเกต ซ้ำในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้

หากคนร้ายมีฝีมือในระดับนักฆ่าอาชีพก็คงไม่แปลกที่ทหารองครักษ์ไม่ได้ยินเสียงหรือเห็นอะไรที่มีพิรุธ ทว่า...ยังคงแปลกเกินไปที่ไม่มีร่องรอยว่าใครอื่นเข้ามาในห้อง

หน้าต่างเปิดรับลมไว้ก็จริง แต่ด้านนอกไม่มีกันสาดกว้างพอให้เดินได้สะดวกหรือไต่ลงมาจากหลังคาที่อยู่สูงขึ้นไปมาก ซ้ำอยู่ในมุมที่ทหารบนกำแพงป้อมมองเห็นชัดเจน ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่ใครสักคนจะลอบปีนผนังหรือรางน้ำฝนที่แคบจนวางเท้าได้ไม่ถึงครึ่งมาลงมือ

อีกอย่างหนึ่ง นักฆ่าจะลอบข้ามสะพานมาจากแผ่นดินใหญ่ เล็ดลอดสายตาทหารยามเข้าไปสังหารเหยื่อในห้องแล้วลอบออกมาโดยไม่มีใครรู้ตัวและไม่ทิ้งไว้แม้แต่รอยเท้าได้อย่างไร

...คงมีแต่เวทมนตร์แท้ๆ ที่ทำได้...

ดูลัสนึกไปถึงหญิงชราชาวทะเลทราย...ซึ่งน่าจะเป็นผู้มีอาคมที่ทำใบแชมร็อคใส่มนตร์ให้ตนอ่อนเพลีย นางมีตัวตนจริงและเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใช่ไหม หากสอบปากคำนางได้คงดี แต่เขาจะหาเหตุใดมาทำอย่างนั้นได้โดยที่ใครๆ ไม่หาว่างมงายหรือเพ้อเจ้อไปเองเล่า

ตอนนั้นเองที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น

ท่านดูลัส...ยังอยู่ใช่ไหมคะ เสียงนั้นคุ้นหู เขาวางมือจากเอกสารก่อนตอบ

เคียราหรือ เข้ามาสิ

หญิงสาวผู้สวมชุดนางกำนัลถือตะเกียงเดินเข้ามา ก่อนจะมองรอบห้องพักที่มีเพียงเขาอยู่กับกองกระดาษบนโต๊ะยาว และตะเกียงอีกดวง

ข้าเพิ่งมาจากห้องของเจ้าหญิง เห็นพวกองครักษ์ที่อยู่เวรบอกว่าท่านยังค้นข้อมูลไม่ยอมกลับ เลยนำของว่างมาให้ค่ะ

ราชองครักษ์หนุ่มเพิ่งสังเกตเห็นตะกร้าใบเล็กที่คล้องแขนเธอ หญิงสาววางตะกร้านั้นลงบนโต๊ะ แล้วเลิกผ้าที่คลุมไว้จนกลิ่นอาหารภายในโชยกรุ่น

มีขนมปังกับแฮมรมควัน แล้วก็เนยค่ะ เดี๋ยวข้าทำแซนด์วิชให้นะคะ

ขอบใจ ดูลัสตอบอย่างยินดี

ไม่เป็นไรค่ะ เขาเห็นเคียรายิ้มอ่อนๆ ใต้แสงตะเกียงขณะที่เธอวางขนมปังลงบนจานไม้ซึ่งหยิบออกมาจากตะกร้า ก็ท่านดูลัสกำลังพยายามช่วยเจ้าหญิงอย่างเต็มที่นี่คะ ข้าก็อยากช่วยพระองค์ได้มากกว่านี้เหมือนกัน

ข้าแค่ทำตามหน้าที่ องครักษ์หนุ่มพูดง่ายๆ

แต่ถ้าแค่ทำตามหน้าที่...ก็ไม่เห็นต้องอยู่จนดึกดื่นขนาดนี้เลยนี่คะ หญิงสาวแย้ง แต่ก็ดี ท่านดูลัสยังอยู่ จะได้แจ้งข่าวล่าสุดได้เลย เมื่อเย็นนี้ พวกทหารจับผู้ต้องสงสัยได้คนหนึ่ง เห็นว่าเป็น...แม่มดค่ะ

แม่มด...น่ะหรือ ดูลัสขมวดคิ้ว

ค่ะ ได้ยินว่าชาวบ้านในย่านแออัดไปพบนางเดินโซเซ ท่าทางเหมือนคนเสียสติ พร่ำขอโทษใครสักคนที่นางเรียกว่า ท่านจ้าว แล้วก็บอกว่า...ตัวเองฆ่าพระคู่หมั้นของเจ้าหญิงไปตามคำสั่งของ ท่านจ้าว กับชาลัวห์แล้ว

...เสียสติแล้วเชื่อได้อย่างไร หญิงชราตัวคนเดียวไม่มีทางเข้ามาฆ่าพระคู่หมั้นในวังได้แน่ๆชายหนุ่มยังติงด้วยเหตุผล

ก็เวทมนตร์น่ะสิคะ เคียราพูดขึงขังขึ้น นางพูดออกมาเองว่าตัวเองฆ่าคุณชายเฟย์ลิมก่อนข่าวออกไปนอกวังเสียอีก แล้วที่ตัวนางยังมีแผล... เขาบอกว่าเหมือนเส้นเลือดข้างในระเบิดออกมาเอง ไม่ถึงตายแต่ก็เป็นแผลหนักน่าดู มนุษย์ธรรมดาไม่น่าทำให้เกิดแผลอย่างนี้ได้ใช่ไหมคะ

ดูลัสนึกไปถึงหญิงชราที่มอบใบแชมร็อคให้เคียรา และนึกสงสัยว่านางเป็นคนเดียวกับแม่มดที่ว่านี้ใช่ไหม แต่หญิงสาวคงยังไม่เห็นหน้านาง จึงไม่อาจยืนยันได้ว่าใช่หรือไม่

ตอนนี้นางถูกคุมตัวในคุกใต้ดินของปราสาทค่ะ จะมีการไต่สวนเช้าพรุ่งนี้ เจ้ามณฑลยาร์ลาธจะอยู่ฟังก่อนนำศพของลูกชายกลับไปทำพิธีที่มณฑล และเจ้าหญิงแอชลีนน์ก็ทรงตัดสินพระทัยว่าจะเสด็จไปประทับฟัง เลยทรงมีพระดำริให้ท่านดูลัสตามเสด็จอารักขา ท่านจะได้อยู่ฟังในห้องไต่สวนด้วย

ดีแล้ว เขาพูด ขอบใจที่มาบอก เคียรา

มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ขะ...ข้าก็แค่คิดว่าบอกท่านดูลัสไว้เนิ่นๆ คงดี แต่ปลีกตัวมาได้เร็วที่สุดเท่านี้ นางกำนัลสาวเสมองไปอีกทางขณะเช็ดมือ

เอาเถอะ นี่ดึกแล้ว ดูลัสตัดสินใจว่าหากอีกฝ่ายมีเรื่องบอกเขาเพียงเท่านี้ ก็สมควรแก่เวลาขอตัวเสียที เจ้ากลับไปดูแลเจ้าหญิงเถอะ ข้าจะอ่านเอกสารต่ออีกสักหน่อย

ค่ะ เคียรารับง่ายๆ แล้วผละไปที่ประตู พยายามเข้านะคะ แล้วก็...ราตรีสวัสดิ์ค่ะท่านดูลัส

ราตรีสวัสดิ์

องครักษ์หนุ่มหยิบแซนด์วิชที่อีกฝ่ายเพิ่งทำให้มากัดคำหนึ่ง แล้วหันไปสนใจเอกสารอีกครั้งขณะที่ประตูปิดลงแผ่วเบา

ยังมีเรื่องต้องทบทวนอีกมากมาย ถึงอย่างนั้น เขากลับอยากเร่งเวลาไปให้ถึงตอนไต่สวนหญิงชราเสียตอนนี้ จะได้รู้ว่าข้อสันนิษฐานของตนถูกต้องหรือไม่ และเรื่องทั้งหมดนี้เป็นมาอย่างไรเสียที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #118 thanaporn006 (@iloveyaoi006) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:09

    ลุ้นมากเลยล่ะค่ะ แวบแรกนึกว่าเคียราที่เอาของกินมาให้เป็นองค์หญิงด้วย!

    #118
    1
    • #118-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 23)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:19
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^^

      คิดๆ ดู องค์หญิงก็คงอยากจะมาดูแลดูลัสแทนเคียราเหมือนกันเนอะ แต่เป็นเคียราจะคล่องตัวกว่าค่ะ
      #118-1
  2. #98 chatchawan0 (@chatchawan0) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 03:03

    ขอบคุณครับเรื่องสนุกขึ้นเรื่อยๆ

    #98
    0