The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 22 : 21 - เรื่องที่ไม่อาจเป็นไปได้ “ถือว่า...นี่เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นศิษย์อาจารย์กันนะขอรับ”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 ส.ค. 60

บทที่ ๒๑

เรื่องที่ไม่อาจเป็นไปได้

 

กว่าอาเมียร์จะกลับเข้าโถงก็ใกล้เวลาเลิกงานเลี้ยง กระนั้น ท่านเบเรคกับครอบครัวยังรอเขาอยู่  ชายวัยกลางคนบอกว่ามีเรื่องที่อยากจะพูดกับเด็กหนุ่มตามลำพัง เขาจึงให้ท่านเบเรคเข้ามาในห้องพักของตน

ทีแรกอาเมียร์ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายต้องการพูดอะไร แต่ก็พอเดาได้จากคำขึ้นต้นซึ่งนำความประหลาดใจเล็กน้อย

เจ้าคิดว่าฟิเดลมาเป็นอย่างไร

เด็กหนุ่มนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจตอบตามตรง ข้าเข้าใจเรื่องที่ท่านจะพูด แต่ขออภัยที่ต้องปฏิเสธขอรับ

ทำไมล่ะ ท่านเจ้ามณฑลถามด้วยรอยยิ้มน้อยๆ เจ้าเชื่อในรักแท้เหมือนพ่อของเจ้าด้วยหรือ

อาเมียร์ไม่รู้ว่าตนเชื่อหรือไม่ หากรักแท้คือการที่แม่กับท่านอารักกันมั่นคงยืนนานแม้ในยามรู้ว่าไม่อาจครองคู่กันได้ เขาคงต้องเชื่อ แต่เด็กหนุ่มไม่คาดว่าตนจะได้พบและมีรักแท้ อีกทั้งยิ่งเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ตอกย้ำว่าเขาไม่คู่ควรกับสิ่งนั้นเลยมาหมาดๆ

เห็นจะจริงอย่างที่แม่บอก คนอย่างเขาคงถูกปลูกฝังให้เห็นการแต่งงานการเมืองเป็นหน้าที่ และเรื่องจำเป็นเพื่อผลประโยชน์ของอาณาจักรจนเกินไป กระทั่งไม่หวังพบรักแท้ก่อนแต่งงาน แต่เรียนรู้ที่จะรักใครก็ตามที่ตนต้องแต่งงานด้วยแทน

หรือ...เจ้ามีคนอื่นอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอโทษด้วย ได้ยินว่าผู้หญิงธีร์ดีเรที่อยู่บ้านเจ้าไม่ใช่ภรรยาหรือคนรักของเจ้า แต่ข้าไม่แน่ใจว่าข่าวผิดพลาดหรือเปล่า

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนางขอรับ อาเมียร์ปฏิเสธข้าไม่ทราบว่าตัวเองเชื่อในรักแท้หรือไม่ แต่ข้าไม่คู่ควรกับคุณหนูฟิเดลมาเลยขอรับ ท่านเบเรคย่อมหาลูกเขยที่เหมาะสมกว่าข้าได้มากมาย...ทั้งเพื่อความสุขของคุณหนูและตัวท่านเองด้วย

ทำไมถึงคิดว่าเจ้าไม่คู่ควรกับนาง นายจ้างของเขาไม่วายหว่านล้อม ข้าเชื่อว่าความสามารถสำคัญกว่าเชื้อชาติ วัยของเจ้ากับฟิเดลมาก็ไม่ห่างกันนัก แล้วข้าใช่จะให้เจ้าแต่งงานกับนางในวันนี้วันพรุ่ง แต่จะให้รับราชการกับข้าก่อน อีกสองสามปี...เจ้าคงก้าวหน้าพอจะแต่งงานกับนางได้อย่างเหมาะสม ข้าเชื่อว่าเจ้าย่อมดูแลลูกสาวข้าเป็นอย่างดี และเจ้าจะมีหนทางก้าวหน้ามากขึ้นในฐานะเขยของข้า เจ้าเป็นคนฉลาด ถึงข้าไม่พูดอะไรมาก ก็คงเห็นแล้วว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเราทั้งสองฝ่าย

ข้าเห็นด้วยขอรับ เด็กหนุ่มตอบ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ ขออภัยที่อาจพูดกะทันหันไป แต่ข้าตั้งใจไว้...ว่าจะลาออกหลังเสร็จการประลองขอรับ

ทำไมล่ะท่านเบเรคถามอย่างประหลาดใจ

ข้า...รู้ตัวว่าตนเองไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องสอนพวกคุณชายและรับราชการขอรับ ข้ายังขาดความสามารถนัก

ข้าไม่เห็นว่าเจ้าขาดความสามารถเลย แต่ตอนนี้ขาดความต้องการที่จะทำมากกว่า ชายวัยกลางคนกลับพูดตรงเผง ทำไมถึงคิดอย่างนี้ เกิดอะไรขึ้นหรือ

อาเมียร์นิ่งเงียบ

เอาเถอะ หากบอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ท่านเบเรคยิ้มน้อยๆ พวกเราเองซาบซึ้งมากที่เจ้าช่วยมาตลอด หากเจ้าจะลาออกก็เป็นสิทธิ์ของเจ้า แต่ข้าจะให้รางวัลเจ้าอย่างคุ้มค่า นอกจากเงินเดือนแล้ว...ข้ายังคิดว่าจะให้ค่าตอบแทนเพิ่มเติมด้วย

ขอบคุณมากขอรับ เขาค้อมศีรษะ แต่เงินเดือนเพียงเท่าเดิมก็เกินพอแล้วขอรับ งานของข้ายังบกพร่องนัก

หากไม่สะดวกใจจะรับเป็นเงิน ข้าจะงดเว้นภาษีให้ครอบครัวของเจ้าห้าปีก็แล้วกัน คงไม่ขัดข้องสินะ

...ขอบคุณมากขอรับ อาเมียร์คำนับอีกครั้งหนึ่ง

แต่ข้ายังไม่เลิกหวังหรอก นายจ้างของเขาบอก หากเจ้าอยากกลับมาทำงานกับข้า...ไม่ว่าเมื่อไร...ก็มาเถอะ ข้ากับครอบครัวยินดีต้อนรับเจ้าเสมอ

...ขอรับ

แล้วก็อยู่ร่วมพิธีราชาภิเษกก่อนค่อยกลับด้วยกันเถอะ อยู่ฉลองความสำเร็จของเฟย์ลิมที่เจ้าช่วยมากับมือ ถ้าอยากให้ครอบครัวได้มาฉลองที่เมืองหลวงด้วย ข้าจะจัดการเรื่องเดินทางไปกลับให้

ขอบคุณมากขอรับ แต่เรื่องครอบครัวข้าไม่เป็นไรหรอก เกรงจะลำบากกันทั้งสองฝ่าย ข้าตัวคนเดียวแค่ขอความกรุณาจนสิ้นสุดพิธีราชาภิเษก ก็เป็นพระคุณมากแล้วขอรับ อาเมียร์ตัดสินใจตอบแบ่งรับแบ่งสู้

ถึงอย่างไร เขาก็รับปากใครอีกคนไว้แล้วว่าจะรออยู่จนถึงเวลานั้น

 

ที่จริง ก่อนถึงวันเสกสมรสในเดือนหน้า แอชลีนน์จะ หาเหตุ ไม่ไปพบหน้าพระคู่หมั้นอีกเลยก็ได้ แต่หลังจากพูดกับอาเมียร์เมื่อคืนวาน เด็กสาวก็คิดว่าควรทำให้เฟย์ลิมเข้าใจว่าเธอต้องการเป็นมิตรกับเขา จึงได้เชิญชายหนุ่มมาดื่มน้ำชาในสวนยามบ่ายวันต่อมา

เฟย์ลิมมาเพียงลำพัง ไม่มีรูอาร์คหรืออาเมียร์มาด้วย มีแต่ราชองครักษ์ของวังหลวงเป็นผู้ติดตามอารักขา แต่เรื่องที่เธอจะพูดก็เป็นเรื่องที่ตั้งใจบอกเขาเพียงคนเดียวอยู่แล้ว

ข้าขอโทษ ที่เมื่อวานออกไปก่อนงานเลิก เด็กสาวตัดสินใจเอ่ยหลังทักทายตามธรรมเนียม และจิบชาไปเล็กน้อย

ห...หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมต่างหากที่ต้องขอประทานอภัย หากทำสิ่งใดให้ฝ่าบาทไม่พอพระทัย เฟย์ลิมก้มหน้าพูด โดยเฉพาะ...เรื่องที่กระหม่อมถามว่าฝ่าบาทคือแอชกับท่านเคียราใชไหม กระหม่อมเพิ่งทราบเมื่อวานนี้เอง อาจารย์เป็นคนบอก อาจารย์ยังฝากขอประทานอภัยที่เคยทำให้ฝ่าบาททรงไม่พอพระทัยมาเลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมหวังว่า...ฝ่าบาทจะทรงเข้าพระทัยและประทานอภัย...

ข้าไม่ว่าอะไรหรอก แอชลีนน์พูดง่ายๆ ยังผลให้อีกฝ่ายเงยหน้าอย่างประหลาดใจ ข้าอารมณ์ร้อนเกินไปเอง ก็ขอไปเรียนร่วมกับท่านในทีแรก แถมอาจารย์รับสอนให้อย่างเต็มใจแท้ๆ ยังระแวงอะไรไม่เป็นเรื่องอย่างนี้อีก

เฟย์ลิมก้มหน้าก้มตาคนชาในถ้วยของตน ฝ่าบาท...ทรงไม่พอพระทัยกับผลครั้งนี้หรือเปล่าพ่ะย่ะค่ะ

ก็ไม่นี่ เด็กสาวรีบตอบ

ถ...ถ้าทรงไม่พอพระทัยก็...ตรัสมาตรงๆ เถอะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้ตัวว่ายังขาดความสามารถอีกมาก ที่พยายามเต็มที่ในการทดสอบครั้งนี้ ก็เพราะอยากพิสูจน์ตนเอง มีคนที่กระหม่อมคิดว่าสมควรชนะมากกว่านี้ แต่เขาถูกโกงจนแพ้ไป อาจารย์กับกระหม่อมถึงได้เห็นตรงกันว่าจะปล่อยให้คนโกงนั้นชนะไปก่อนไม่ได้

แล้วท่านเฟย์ลิมอยากให้ข้าทำอย่างไร แอชลีนน์ถาม

ก็...ตรวจสอบ หากจับได้ว่ามีการทุจริต ก็น่าจะจัดการประลองใหม่ได้ และผลอาจเป็นที่พอพระทัยมากกว่านี้...

เด็กสาวลอบยิ้มอย่างอ่อนใจแม้เขาไม่เห็น

ข้าก็เชื่อว่ามีผู้ทุจริตจริงๆ แต่เรายังขาดหลักฐาน หากจะสืบให้ได้ผลสิ้นสุดคงใช้เวลานาน ยิ่งไม่นับว่าใครต่อใครจะลำบากมากขึ้นอีกถ้าทดสอบใหม่ ธีร์ดีเรขาดราชามานานแล้ว ข้าคิดว่าหากท่านเป็นราชาองค์ใหม่อาจจะดีแล้วก็ได้ นอกเสียจากท่านไม่อยากแต่งงานกับข้าด้วยเหตุอื่น

หะ...หามิได้พ่ะย่ะค่ะ เฟย์ลิมตอบตะกุกตะกัก กระหม่อม...เอ้อ...กระหม่อมไม่ได้อาจเอื้อม อยากแต่งงานกับพระองค์ แต่...แต่ถ้าเป็นหน้าที่ของ...ของผู้ชนะ...เอ๊ย...ถ้าฝ่าบาททรงเห็นชอบ...กระหม่อมก็...

ข้าหมายถึง...ท่านมี...คนรักอยู่แล้วหรือเปล่าเธอตัดสินใจพูดตรงขึ้น

มะ...ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ ชายหนุ่มสั่นศีรษะทันที แต่ไหนแต่ไร...กระหม่อมก็รู้มาตั้งแต่เด็กแล้ว ว่าต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสม ท่านพ่อเคยบอกว่า...หากแต่งงานเพื่อวงศ์ตระกูลตามหน้าที่แล้ว...จะมี...เอ่อ...คนรักอีกสักกี่คนก็ได้ ขอแค่สามารถรับผิดชอบได้ และไม่ทำให้เกิดเรื่องเสื่อมเสีย แต่...แต่กระหม่อมไม่คิดจะทำอย่างนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อม...สงสารผู้หญิงทั้งสองฝ่าย

ข้าก็รู้มาตั้งแต่เด็ก ว่าต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมเหมือนกัน เด็กสาวตอบลอยๆ

ถึงอย่างนั้น ใจอันดื้อด้านของเธอก็ยอมรับได้ยากเย็น ไม่อยากนึกถึงชีวิตที่ต้องจากเสด็จพ่อ เสด็จแม่ กับเสด็จพี่ไอลีชไปต่างแดน เพื่อแต่งงานกับเจ้าชายหรือราชาองค์ใดที่ตนแทบไม่รู้จัก ซ้ำยังต้องรักษากิริยาอยู่ทุกขณะในฐานะตัวแทนของธีร์ดีเร หาความสุขสบายใจจริงๆ ยากนัก

ไม่นึกเลย ว่าเธอไม่จำเป็นต้องไปแดนไกลสมกับที่เคยภาวนาไว้ แต่ทั้งสามพระองค์ต่างหากที่ล้วนจากธีร์ดีเรและเธอไปจนสิ้น...

ฝ่าบาทคงทรงไม่ทราบเรื่องรูอาร์ค เสียงพูดของเฟย์ลิมเรียกเธอจากภวังค์ เขา...เป็นลูกนอกสมรสของท่านพ่อกับ...ผู้หญิงอื่นพ่ะย่ะค่ะ

อย่างนั้นหรือ แอชลีนน์รับอย่างไม่ประหลาดใจนัก กระทั่งเคียราที่เธอรู้จักมานานยังเป็นอย่างนั้นเลยนี่นา

ท่านแม่ไม่เคยตำหนิท่านพ่อ หรือแสดงท่าทางไม่พอใจ แต่กระหม่อมคิดว่าท่านคงเสียใจเรื่องนี้เหมือนกัน มันอาจเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับบุรุษ แต่กระหม่อมก็คิดว่ามันไม่ยุติธรรม กระหม่อมเห็นใจท่านแม่ แล้วถ้ามีใครทำร้ายจิตใจฟิเดลมาอย่างนั้น กระหม่อมย่อมไม่พอใจ กระหม่อมจึงตั้งใจว่า...ไม่ว่าจะแต่งงานกับใคร กระหม่อมก็จะซื่อสัตย์กับคนคนนั้นพ่ะย่ะค่ะ

เด็กสาวนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอประหลาดใจที่เฟย์ลิมสามารถรับคำหนักแน่นถึงเพียงนั้น และตัดสินใจถามเบาๆ ถึงแม้ว่า...จะเข้ากับนางไม่ได้หรือ

กระหม่อม...เป็นคนเข้ากับคนอื่นง่าย ถึงอย่างไรก็...น่าจะปรับตัวให้เข้ากันได้ในระดับหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ ขนาดรูอาร์คยังเคยพูดว่า...ต่อให้ท่านพ่อใช้ให้กระหม่อมไปแต่งงานกับงูพิษ...กระหม่อมก็จะทำให้งูพิษเชื่องไปเองโดยไม่รู้ตัว เอ้อ...กระหม่อมไม่ได้หมายความว่าฝ่าบาทเป็น...

แอชลีนน์ค่อยหัวเราะออกมาได้ แต่ในเมื่อรู้ตัวว่าตนเองคงดูไม่สำรวมนักก็รีบยกมือขึ้นป้องปาก

ขะ...ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ เฟย์ลิมพูดเจื่อนๆ

ไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่ได้เป็นงูพิษอะไร เป็นแต่...แมวที่เอาใจยากกระมัง เด็กสาวยักไหล่ แต่ข้าจะพยายามไม่สร้างปัญหาให้ท่านมาก ข้า...คิดว่าเราน่าจะเข้ากันได้ และช่วยดูแลธีร์ดีเรด้วยกันได้

พะ...พ่ะย่ะค่ะ ชายหนุ่มก้มหน้าลงอีกครั้ง กระหม่อม...กระหม่อมไม่ทราบว่าตนมีอะไรดีกว่าคนอื่น...แต่จะพยายามให้เต็มที่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อม...จะพยายามไม่ทำให้ฝ่าบาทผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ

ข้าก็จะพยายามเหมือนกัน เด็กสาวยื่นมือข้ามโต๊ะไปจับมือของเขา แล้วพยายามส่งยิ้มให้ ข้าไม่อยากให้ท่านผิดหวัง ไม่อยากให้เสด็จพ่อ เสด็จแม่ กับเสด็จพี่ต้องผิดหวัง ไม่อยากให้ชาวธีร์ดีเรผิดหวัง แล้วก็...

แอชลีนน์ชะงัก ลังเลว่านั่นเป็นสิ่งที่เธอควรเอ่ยหรือไม่...จนกระทั่งเฟย์ลิมถาม แล้วก็...อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ

แล้วก็... เธอลอบระบายลมหายใจ ...ไม่อยากให้...อาจารย์ของเราสองคนต้องผิดหวัง

เด็กสาวจะพยายามนึกถึงคนคนนั้นในฐานะนี้ จะพยายามไม่หวังถึงสิ่งที่ไม่อาจเป็นไปได้เสียที...

 

อาจารย์คิดจะหนีล่ะสิ

อาเมียร์ซึ่งนั่งอยู่ที่ชุดโต๊ะเก้าอี้ในห้องพักของตนเพียงแต่ยิ้มเนือยๆ เมื่อถูกลูกศิษย์...หรือที่ถูกควรเป็นอดีตลูกศิษย์ กล่าวหาเอาด้วยเสียงหยันๆ หลังจากเจ้าตัวแสบออกปากเรื่องที่เขาขอลาออกกับท่านเบเรคเมื่อคืน ใช่

รูอาร์คกลับทำสีหน้าพิลึก ก่อนจะเกาศีรษะแกรก ขณะเท้าแขนกับโต๊ะข้างหน้าตน เฮ้ย...ยอมรับง่ายๆ อย่างนี้ไม่สนุกเลยอาจารย์ ด่าข้าเถียงข้าเหมือนเดิมสิ

ก็เจ้าพูดจริง ข้าจะด่าไปทำไม เด็กหนุ่มรับพลางกอดอก ทอดสายตาเลื่อนลอยมองบนโต๊ะซึ่งมีเพียงแจกันดอกไม้วางประดับ ข้าคิดจะหนีเงื่อนไขของเจ้าจริงๆ ต้องขอโทษด้วย

...แสดงว่าเป็นเอามากเข้าขั้น รูอาร์คกลอกตาแล้วก็รีบแย้งข้าไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น ถ้าจะเลิกทำงานกับพวกเราแค่เพราะกลัวถูกข้าจับไปอาบเลือด อาจารย์ก็ไม่ได้มีกึ๋นเท่ากับที่ข้ารู้หรอก ข้าหมายถึงเรื่องที่คิดหนีหน้ายายเจ้าหญิงเปี๊ยกต่างหาก

เมื่อวานข้าหลบไปขอโทษเจ้าหญิงแล้ว ถึงจะไม่ได้ปีนเข้าห้องนาง พอใจแล้วหรือยัง

และเพราะไปขอโทษแล้ว เลยคิดจะหนีล่ะสิ เด็กหนุ่มผมแดงเดาถูกเผงเหมือนเดิม ก่อนจะแถมด้วยคำที่อาเมียร์ไม่ชอบเสียเลย ขอโทษเถอะ อาจารย์สมควรไปเคี้ยวเอื้องจริงๆ แล้ว มีผู้ชายตั้งมากตั้งมายพยายามทุกวิถีทางแค่ให้ผู้หญิงเหลียวหน้ามาค้อน ส่วนอาจารย์...ไม่ต้องกระดิกนิ้วก็มีคนมาหลงรักหัวปักหัวปำเอง แต่กลับหนีเขาไปเสียดื้อๆ แบบนี้

ผู้หญิงที่เจ้ากำลังพูดถึงคือเจ้าหญิงแห่งธีร์ดีเร และกำลังจะเป็นพี่สะใภ้ของเจ้าด้วย อาเมียร์พูดเสียงขรึม ให้ข้าไปเสนอหน้าอยู่ใกล้ๆ สองคนนั้นได้เสียที่ไหน

งั้นอาจารย์ก็แต่งงานกับฟิเดลมาไปเลยสิ เจ้าหญิงจะได้รีบตัดใจ

เจ้าไม่อยากให้ข้าแต่งงานกับคุณหนู ถึงได้ชวนสองคนนั้นไปสอดแนมบ้านข้าไม่ใช่หรือ

เขาพยายามจ้องตารูอาร์ค แต่อีกฝ่ายก็เสมองไปทางอื่น

ไม่รู้สิ...ถ้าอาจารย์กับฟิเดลมารักกันก็เป็นอีกเรื่อง แต่ถ้าอาจารย์รักยายเจ้าหญิงเปี๊ยกก็เป็นอีกเรื่อง

ความรู้สึกของข้าไม่เกี่ยวอะไรด้วย ถึงอย่างไร มันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว นางเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งธีร์ดีเร ข้าเป็นแค่คนต่างชาติ ไม่มีเชื้อสายขุนนาง ไม่มีคุณสมบัติให้ใครยอมรับเป็นราชา เจ้าจะไปชอบ ไปสนับสนุนเรื่องรักต้องห้ามในละครเรื่องไหนก็แล้วแต่เจ้า แต่นี่เป็นความจริง เป็นเรื่องที่กระทบทั้งอาณาจักร เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

สำหรับข้า...เรื่องที่เป็นไปไม่ได้มีแต่เรื่องที่ข้าไม่อยากทำ รูอาร์คแค่นเสียง เท่านั้นละ

แล้วถ้าเจ้าเป็นข้าและรักแอช เจ้าจะทำอย่างไร พานางหนีไป...หรือพยายามถีบตัวเองขึ้นมาคู่กับนางให้ได้โดยไม่สนใครๆ ...ไม่สนท่านเบเรคกับท่านเฟย์ลิม ไม่สนพ่อแม่กับน้องๆ ที่อาจเป็นอันตราย ไม่สนประชาชนธีร์ดีเรที่ต้องเดือดร้อนเพราะบ้านเมืองระส่ำระสายเลยหรือ!” อาเมียร์เริ่มไม่สบอารมณ์ รูอาร์ค คนเราลอยตัวเหนือปัญหาทุกอย่างตลอดไปไม่ได้ เจ้าจะมัวหาความสุขใส่ตัวเองคนเดียวไม่ได้ ในโลกนี้ เราทุกคนล้วนมีความรับผิดชอบ มีหน้าที่ที่ต้องทำ...มีเรื่องที่ต้องเสียสละกันทั้งนั้น!”

แต่ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน เป็นเรื่องของอาจารย์กับยายเปี๊ยก พี่เฟย์ลิมหรือใครๆ ก็ไม่เกี่ยว

งั้นรู้ไว้เลยว่าข้าไม่ได้รักเจ้าหญิง!” อาเมียร์โพล่งออกไป

เขากลัวอีกฝ่ายจะหาว่าตนโกหก ทว่าเด็กหนุ่มผมแดงก็เอาแต่นั่งไขว่ห้าง ใบหน้าเฉยเมย ไม่หันมามองเด็กหนุ่มผมดำตรงๆ

นั่นสิ ข้าก็ว่าไม่ได้รักหรอก รูอาร์คพูดช้าๆ คนอย่างอาจารย์ยึดติดกับเหตุผลและความเป็นไปได้เกินไป จนไม่เปิดช่องว่างไว้แต่แรกแล้ว พอรู้ตัว...อะไรก็ตามที่มีในใจเลยไม่ใช่ความรัก แต่เป็นแค่ เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เท่านั้นเอง

แล้วเจ้าจะให้ข้าทำให้มันเป็นไปได้อย่างไร! รู้ดีนักก็บอกมาสิ!”

ข้าเองก็ไม่รู้ ถ้าอาจารย์อยากทำให้มันเป็นไปได้ ก็ต้องจัดการเอง แต่พอคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ก็หนีไปเฉยๆ ปากบอกปาวๆ ว่าทำเพื่อธีร์ดีเร แต่พอผลของเรื่องที่ตัวเองก่อมันไม่โสภาก็หนีมันทุกอย่าง เหมือนกับเรื่องกลัวเลือดนั่นล่ะ...ถ้าตั้งใจจะทำอะไรก็ตามที่ต้องยุ่งกับเลือด ก็ต้องเอาชนะมันให้ได้ ไม่ใช่หนีเลือดทุกโอกาส แล้วยังคิดจะทิ้งทุกอย่างที่อาจารย์อยากทำ...ด้วยเหตุผลตื้นๆ กะแค่หนีหน้าคนที่ชอบเรา เพราะกลัวเขาตัดใจไม่ได้ สุดท้าย...งานราชการที่อาจารย์อยากทำ กับธีร์ดีเรที่บอกว่าอยากให้สงบสุข มันก็แค่การเล่นสนองตัณหาชั่วคราวงั้นสินะ

ข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ แต่คนที่ชอบเล่นบ้าบอสนองตัณหาตัวเองมากกว่าข้ามันยืนอยู่ตรงหน้าข้านี่เอง มิหนำซ้ำยังมีหน้ามาสั่งสอนคนอื่นเสียอีก!”

เด็กหนุ่มผมแดงลุกจากเก้าอี้มาประจันหน้ากับเขา เออ ข้าชอบสนองตัณหาตัวเอง แต่ถ้าข้าทำอะไรเพื่อสนองมัน ข้าจะรับผิดชอบ อาจารย์ทำอย่างนั้นหรือเปล่า

ก็นี่อย่างไร ความรับผิดชอบของข้า! หรือจะให้ข้ารับผิดชอบอย่างอื่นแทนก็บอกมาสิ!”

บอกไปก็ป่วยการเปล่า อาจารย์ไม่คิดจะทำอยู่แล้วนี่ เชิญดูคนสองคนเขาแต่งงานการเมืองกัน แล้วกลับบ้านไปไถนาตามเดิมเถอะ แต่อย่าลืมสลับตัวเองไปเดินลากไถข้างหน้าเสียล่ะ

รูอาร์ค! อาเมียร์ถลันเข้าไปกระชากแขนอีกฝ่ายบีบแน่น เจ้าพูดเกินไปแล้ว!

แล้วทำไม คนถูกดึงแขนไว้กลับมองเขาอย่างเรียบๆ

ขืนเจ้าพูดอะไรอย่างนั้นอีก...ข้าไม่เกรงใจแน่!”

งั้นข้าจะพูดอีก กลับไปไถนาแทนวัวไป อาจารย์...อ้อ...ขอโทษที เราไม่ใช่ศิษย์อาจารย์กันต่อไปแล้วนี่ รูอาร์คพูดเสียงเย็น อยากต่อยข้าก็เอาเลย ข้าเป็นคนพูดแล้วรับผิดชอบ ไม่ขี้แยขนาดจะวิ่งไปฟ้องพ่อหรอก ถ้าเจ้าจะไม่ต่อยข้า ก็แค่เพราะเจ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เท่านั้นเอง

เจ้า! เด็กหนุ่มผมดำขึ้นเสียง ใจอยากรับคำท้าอยู่เร่าๆ แต่มือยังไม่ยอมขยับ เสียงเคาะประตูดังขึ้นในตอนนั้น

อาจารย์...รูอาร์ค ทำอะไรกันอยู่หรือ

อาเมียร์ปล่อยมือจากรูอาร์คและผละไปเปิดประตูให้ชายหนุ่มเข้ามา เฟย์ลิมดูยิ้มแย้มกว่าเมื่อเช้ามาก จนเด็กหนุ่มผมดำสงสัย เจ้าหญิง...ทรงว่าอย่างไรหรือ

เจ้าหญิงทรงมีพระปฏิสันถารกับข้าดีมากขอรับ ตรัสว่าไม่ได้กริ้วอาจารย์เลยด้วย ข้าบอกเรื่องที่อาจารย์จะลาออกแล้ว เจ้าหญิงทรงเสียดาย แต่...ก็อวยพรให้อาจารย์โชคดีขอรับ เฟย์ลิมบอกอย่างกระตือรือร้น

อย่างนั้นหรือ อาเมียร์ทำเป็นรับเฉยๆ เพื่อปิดความจริงที่ว่าเขาบอกแอชก่อนอีกฝ่ายเสียอีก ก็ดีแล้ว

ข้าใจหายเหมือนกันนะขอรับ ที่จู่ๆ อาจารย์บอกว่าจะลาออกอย่างนี้ ชายหนุ่มพูดต่อ แต่...ถึงอย่างไรอาจารย์ก็คงอยู่สอนข้าตลอดไปไม่ได้จริงๆ ต้องให้ข้าได้เรียนรู้เองบ้าง ถ้ามีปัญหาอะไรที่แก้ไขไม่ได้ ข้าคงจะช่วยกับคนอื่นๆ แก้ได้ขอรับ

หาคนอื่นมาช่วยแก้เถอะ รูอาร์คโพล่งขึ้นมาด้วยเสียงขุ่นมัว คนบางคนแถวนี้ยังไม่มีปัญญาแก้ปัญหาของตัวเองเลย

ว่าแล้ว เด็กหนุ่มผมแดงก็ก้าวฉับๆ ออกไปจากห้อง และปิดประตูเสียงดัง เฟย์ลิมมองตามหลังของรูอาร์ค ไปจนถึงประตูที่ปิดอยู่อย่างงงๆ

รูอาร์คเป็นอะไรไปหรือขอรับ

ก็...คงโมโหเรื่องที่ข้าจะลาออกนั่นล่ะ อาเมียร์รีบกลบเกลื่อน

ชายหนุ่มโคลงศีรษะอย่างอ่อนใจ อย่าถือสาเลยขอรับ เขาคงน้อยใจ เดี๋ยวข้าก็จะไปแล้ว อาจารย์ก็จะไม่อยู่สอนเขาต่อเหมือนกัน เขาคงเหงามาก รูอาร์คเห็นอาจารย์เป็นเหมือนเพื่อนเหมือนพี่น้องอีกคนนะขอรับ

นั่นสินะ เด็กหนุ่มผมดำยิ้มเจื่อนๆ และตัดสินใจพูด เอ้อ...ท่านเฟย์ลิม ตอนนี้ข้าไม่ถือเป็นอาจารย์ของท่านอีกแล้ว ไม่ต้องเรียกข้าว่าอาจารย์หรอก ข้าคิดว่าตัวเองยังบกพร่อง ไม่เหมาะสมกับคำนั้นอีกมาก

เฟย์ลิมหัวเราะน้อยๆ อย่าคิดมากเลยขอรับ อาจารย์ ท่านทำหน้าที่ของท่านได้ดีแล้ว ข้าพูดจริงๆ ถ้าไม่ได้พบท่าน ข้าคงไม่รู้ตัวหรอก ว่ามีเรื่องที่ข้าทำได้มากมายขนาดนี้

อาเมียร์นิ่งเงียบ และยิ้มเฝื่อนๆ ตามเดิม

แต่ถ้าเป็นความต้องการของอาจารย์...ก็ได้นะขอรับ มีคนอายุมากกว่าอย่างข้าเรียกอาจารย์อยู่ทุกวัน คงเป็นเรื่องแปลกจริงๆ ชายหนุ่มเสยผมอย่างประหม่า แต่จะให้ข้าเรียกอาจารย์ว่าอะไรดีขอรับ

เรียกแค่ชื่ออาเมียร์ก็ได้

ถ้าอย่างนั้นก็...ตกลงขอรับ อาเมียร์ เฟย์ลิมจับมือกับเขา ถือว่า...นี่เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นศิษย์อาจารย์กันนะขอรับ

เด็กหนุ่มผมดำรับคำเบาๆ

เอ้อ เย็นนี้เจ้าหญิงทรงเชิญทุกคนในครอบครัวของข้ากับอาจารย์...เอ้อ...อาเมียร์ ไปร่วมโต๊ะเสวยด้วย รีบแต่งตัวเถอะขอรับ รูอาร์คยังไม่รู้ เดี๋ยวข้าขอตัวไปบอกเขาก่อน ชายหนุ่มคลายมือ และก้าวไปที่ประตู แล้วพบกันขอรับ

แล้วพบกัน อาเมียร์พยายามรักษารอยยิ้มไว้

กระนั้น เมื่ออีกฝ่ายออกไปจากห้องแล้ว เขาก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวเดิม ไม่คิดจะค้นเสื้อผ้าสำหรับงานทางการ ซึ่งท่านเบเรคให้มามากมายเกินพอด้วยซ้ำไป เด็กหนุ่มชั่งใจว่าจะหาข้ออ้างว่าไม่สบาย แล้วหลบอยู่ในห้องคนเดียวดีกว่าไหม

แต่นึกดูอีกที ทำอย่างนั้นคงจงใจหลบหน้าจนเป็นพิรุธเกินไป และเขาก็ไม่อยากให้เจ้าหญิงแอชลีนน์หรือใครก็ตามรู้สึกไม่ดีมากไปกว่านี้ด้วย

อย่างไหนจึงจะถือเป็นการหนีกันนะ...หรือว่าทั้งสองอย่าง

แต่ถ้าเป็น...มันจะผิดตรงไหน

มีเสียงฝีเท้าผ่านหน้าห้อง ตามมาด้วยเสียงแสกสากเบาๆ ที่ประตู อาเมียร์รีบหันไปมอง เห็นแผ่นแบนเล็กๆ สีนวลสอดอยู่ใต้ประตูห้อง เขาลุกไปหยิบมันขึ้นมา พบว่าเป็นกระดาษพับหนึ่ง ครั้นคลี่ออกก็เห็นลายมือคุ้นตา

พบกันที่สวนหลิวคืนนี้หนึ่งยาม มีเรื่องจะพูดด้วยเกี่ยวกับกลโกงของชาลัวห์ อ่านแล้วทำลายจดหมายนี้ทิ้งเสีย

ไม่มีชื่อเขียนไว้ แต่เขาจำได้ดีว่าเป็นลายมือของดูลัส

เด็กหนุ่มถอนหายใจและลุกไปจุดตะเกียงเผากระดาษแผ่นนั้นตามคำบอก

อาเมียร์ไม่แน่ใจ ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของดูลัสคืออะไร แต่ก็คิดว่าต้องลองไปพูดคุยด้วย ถึงอย่างไร เด็กหนุ่มก็อยากแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการโกงของชาลัวห์และจัดการให้คนผิดได้รับโทษสมการกระทำเสียที

ถ้านั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้...

 

ขณะรอให้คู่นัดหมายมาถึง ชายหนุ่มผมสีทองจางยังคงทบทวนข้อมูลต่างๆ ที่ตนรู้เป็นอย่างหนัก

เขาสอบถามเคียราแล้ว ได้ความว่าใบแชมร็อคพวกนั้นมาจากแม่ค้าชราชาวทรายแถวจัตุรัส ชายหนุ่มจึงบอกมาดายว่าเห็นใบแชมร็อคที่คล้ายกันอยู่กับใครอีกคนซึ่งสามารถทำลายมันได้ ส่วนตัวเขาเดาไว้สองทาง หนึ่งคือใบแชมร็อคถูกส่งมาให้เฟย์ลิมเช่นกันโดยใครสักคนที่เป็นพวกของชาลัวห์ แต่อาเมียร์รู้อาคมจึงแก้ไขได้ทัน ส่วนอย่างที่สองคือ อาเมียร์เป็นผู้ใช้อาคมทำใบแชมร็อคขึ้นมาเองและอยู่เบื้องหลังแผนการนี้

แต่หากเป็นอย่างหลัง เด็กหนุ่มคงไม่กล้าถึงขนาดนำใบแชมร็อคนั้นมาให้เขาเห็น และเผามันให้ดูต่อหน้าต่อตามิใช่หรือ สู้ปล่อยให้เขาเห็นว่าเป็นใบแชมร็อคธรรมดาๆ คงมีพิรุธน้อยกว่า เพราะถ้าไม่มีจอมเวทของท่านพ่อ ดูลัสย่อมไม่มีวันรู้สาเหตุอาการของตนอยู่แล้ว

ถึงอย่างนั้น อาเมียร์อาจคิดเผื่อไว้ว่าการแสดงพิรุธโดยสุจริตบ้างเป็นผลดีกว่าทำตัวแนบเนียนไร้พิรุธ มันอาจวางแผนเช่นนี้ไว้ก็ได้ จุดบอดสำคัญคือเขายังไม่รู้ว่าที่จริงมันเป็นใคร มาจากไหน มีจุดประสงค์อะไร และกำลังร่วมมือกับใคร ขณะที่เด็กหนุ่มสืบประวัติขององครักษ์หนุ่มกับบิดาได้ไม่ยาก แม้ไม่น่ารู้เรื่องของมาดายซึ่งท่านพ่อเพียงแต่รับไว้เป็นผู้ติดตาม ไม่ได้รับราชการ และไม่ใด้ร่วมทางไปทั่วจนเป็นที่สังเกต

ชายหนุ่มจึงถามนักบวชชราว่าผู้มีอาคมสามารถรับรู้ตัวตนของกันและกันได้หรือไม่ และก็ได้รับคำตอบว่า หากเพ่งจิตสืบทราบ...ผู้มีอาคมย่อมจับตัวตนของผู้อื่นได้ ไม่ว่าผู้นั้นจะมีอาคมเช่นกันหรือไม่ก็ตาม แต่จอมเวทที่มีความสามารถสูงจะสามารถดับสัมผัสของตน ไม่ให้จอมเวทที่มีพลังด้อยกว่าหรือทัดเทียมกันทราบได้ ข้าเองไม่ทราบว่าชายที่ท่านพูดถึงมีอาคมในระดับใด แต่ตอนอยู่ในสนามประลอง ข้าไม่อาจสัมผัสผู้มีเวทคนอื่นได้เลย

ถ้าอย่างนั้น เขาก็ไม่มีอาคม ดูลัสถามต่อ

อาจเป็นอีกทางก็ได้ มาดายกลับบอก หากเขาทำลายใบไม้ลงอาคมได้ตามที่ท่านบอก...เขาย่อมมีอาคม ที่ข้าไม่รู้สึกถึงเขา อาจเป็นเพราะเขามีอาคมสูงมากระดับกลบลบตัวตนได้อย่างไร้ร่องรอย

หากเป็นความจริงก็น่ากลัวเกินไป อาเมียร์จะแข็งแกร่งเกินต่อกรด้วย กระนั้น มาดายก็บอกว่าเวทมนตร์ไม่ได้ร้ายกาจถึงเพียงนั้น

ข้าจะมอบเครื่องรางป้องกันให้ท่านพกติดตัวตลอดเวลา และเราต้องทำเขตอาคมป้องกันไว้ หากคิดจะต้อนเขาให้จนมุม จอมเวทเสนอ

ด้วยเหตุนี้ ดูลัสจึงยอมรับเครื่องรางป้องกันของมาดายซึ่งเป็นเพียงสายประคำร้อยจี้ตราสัญลักษณ์แห่งองค์สุริยเทพ ไม่ต่างจากสร้อยที่นักบวชหรือผู้มีศรัทธาส่วนมากพกพา เขาไม่รู้สึกว่ามันมีสิ่งใดวิเศษไปกว่าสร้อยธรรมดา แต่ก็คงต้องเชื่อดูสักครั้ง

เมื่อมีเสียงฝีเท้าเบาๆ องครักษ์หนุ่มก็หันไปเห็นคนที่เขารออยู่เดินเข้ามาหา เด็กหนุ่มผมดำยังคงสวมชุดทางการ แสดงว่าคงจะตรงมาที่นี่ทันทีหลังจากร่วมโต๊ะเสวยพระกระยาหารค่ำกับเจ้าหญิงและพระคู่หมั้น

ท่านได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโกงของชาลัวห์หรืออาเมียร์ถามตรงประเด็นทันที

ข้าคิดว่ากลโกงในรอบสุดท้ายไม่น่าจะใช่ยา แต่เป็นเวทมนตร์ดูลัสบอกตามตรง

ครั้นอีกฝ่ายกะพริบตาปริบๆ เหมือนไม่อยากเชื่อ เขาก็เปรยข้านึกว่าคนทรายเชื่อเรื่องไสยเวทอาคมเสียอีก

โดยทั่วไป...ก็คงใช่เด็กหนุ่มตอบแต่ข้าไม่เคยเห็นเวทมนตร์จริงๆ กับตา เลยไม่รู้ว่าตนเองเชื่อหรือไม่

องครักษ์หนุ่มจับตามองคู่สนทนาอย่างระแวดระวังขณะพูดต่อข้าลองให้นักบวชผู้รู้เวทตรวจสอบดู จึงได้รู้ว่าใครบางคนสร้างใบแชมร็อคพวกนั้นขึ้นมาด้วยเวทมนตร์ แล้วหลอกคนรู้จักของข้าให้นำมันมาให้ข้าพกติดตัวตอนประลอง คนรู้จักคนนั้นบอกว่า เขาได้ใบแชมร็อคมาจากแม่ค้าเฒ่าคนทรายแถวจัตุรัส

อย่างนี้นี่เอง!เด็กหนุ่มรับทันทีท่านเฟย์ลิมได้รับใบไม้นี้เหมือนกัน ตอนนั้นข้าให้คนรู้จักไปซื้อของเข้ามา เขาเจอแม่ค้าแบบเดียวกับที่ท่านว่า จึงได้ใบแชมร็อคติดมาด้วย แต่...พวกเราเห็นมันมีพิรุธ เลยไม่ได้ให้ท่านเฟย์ลิมพกติดตัว

มีพิรุธอย่างไร

อาเมียร์ดูลำบากใจขึ้นมาทันที แต่ก็ยังเอ่ยช้าๆ

เมื่อข้าแตะมัน...มันจะไหม้คามือ แต่ข้าไม่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บปวดอะไรเลย นั่นเป็น...ผลของเวทมนตร์ใช่ไหม

“...เห็นจะใช่ดูลัสตัดสินใจพูดความจริงนักบวชคนนั้นบอกข้าว่าใบแชมร็อคพวกนี้ถูกลงอาคมให้ทำลายตนเองเมื่อผู้มีเวทมนตร์ด้วยกันสัมผัส แสดงว่าเจ้ามีเวทมนตร์สินะ

ข้าน่ะหรือ...มีเวทมนตร์เด็กหนุ่มผมดำกลับอุทานอย่างไม่อยากเชื่อข้าไม่รู้เวทมนตร์อะไรเลยจริงๆ

ข้าหมายความว่า... เจ้าอาจมีอำนาจเวทมนตร์อยู่ในตัวแต่ไม่เคยรู้มาก่อน...ก็เป็นได้กระมัง

ข้าไม่รู้เหมือนกันอาเมียร์รับเบาๆ ด้วยสีหน้าลำบากใจก่อนจะรีบตัดบทแต่ที่สำคัญกว่านั้น หากรู้ว่าพวกชาลัวห์ใช้เวทมนตร์แล้ว...น่าจะเปิดโปงความผิดมันได้ใช่ไหม

ไม่ง่ายหรอกชายหนุ่มตอบเราไม่มีหลักฐาน ถึงหาใบแชมร็อคมาได้อีก ใครจะไปเชื่อ ต่อให้เห็นมันไหม้คามือผู้มีอาคม คนเขาคงหาว่าเล่นกลแหกตาไปเท่านั้นเอง

แล้วเรื่องอื่นล่ะ อย่างผลสอบข้อเขียน หรือผลจับสลากเลือกที่มั่น นั่นคงไม่ได้โกงด้วยเวทมนตร์

ชาลัวห์โง่บัดซบก็จริง แต่พ่อของมันยังมีอิทธิพลมากพอตัวดูลัสติงข้าเชื่อว่าพรรคพวกที่ร่วมกันโกงคงเกรงบารมีมันอยู่ อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจจริงๆ ...ขึ้นอยู่กับนายเจ้าว่าจะพิสูจน์ตนเองเป็นราชาที่เข้มแข็งได้ขนาดไหน

ท่านไม่อยากให้มีการทดสอบใหม่หรือน้ำเสียงของคนถามฟังดูจริงใจเสียจนเขาไม่รู้จะคิดอย่างไรดี

ประหลาดที่เจ้าอยากให้มี ทั้งๆ ที่นายเจ้าชนะไปแล้ว แถมยังดูร่าเริงยินดีถึงขนาดนั้นเวลาอยู่ใกล้เจ้าหญิงชายหนุ่มตั้งใจประชดแม้เสียงจะเรียบสนิท

ข้าก็แค่...เด็กหนุ่มพูดเบาๆอยากให้มีความยุติธรรมต่อทุกฝ่าย

ข้าเคยกราบทูลเจ้าหญิงว่าจะลอบสืบเรื่องโกงการทดสอบ แต่วันนี้พระองค์ทรงปฏิเสธ ตรัสว่าเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว ไม่มีพระประสงค์ให้เรื่องยุ่งยากขึ้นอีก ถ้าพระองค์ทรงพอพระทัยนายของเจ้าจริงๆ ข้าก็ไม่ขัดข้องดูลัสตอบตามจริงในทีแรก แต่ประโยคหลังก็ยังขัดกับความรู้สึกของเขาเหลือเกิน

องครักษ์หนุ่มระแวงว่าที่จริงอาเมียร์เป็นผู้ทำกลโกงในการประลองระหว่างเขากับชาลัวห์เพื่อกันไม่ให้ฝ่ายเฟย์ลิมดูมีพิรุธ  ทั้งจะได้ป้ายความผิดให้ชาลัวห์และดึงเขามาเป็นพันธมิตร ดูลัสเคยสงสัยว่าเด็กหนุ่มมีจุดประสงค์บางอย่าง เช่น คอยชักใยการปกครองธีร์ดีเรเบื้องหลังเฟย์ลิม แต่เรื่องที่เพิ่งได้รู้วันนี้ทำให้เขาประหลาดใจ...พอๆ กับไม่วางใจเพิ่มขึ้นว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่

หากไม่กระเทือนถึงเจ้าหญิง ก็ปล่อยเรื่องโกงการประลองไว้เถอะ ข้าอยากถามมากกว่าว่าทำไมเจ้าถึงจะลาออก

อ้อเด็กหนุ่มผมดำรับเรียบๆท่านทราบแล้วหรือ

ในเมื่อเจ้าหญิงทรงทราบ ทำไมข้าจะไม่รู้

เจ้าหญิงแอชลีนน์เป็นผู้บอกเขาหลังจากทรงขอให้ปล่อยผลการประลองไว้เช่นนี้โดยไม่ต้องสืบสวน พระองค์ทรงรับรองกับเขาเองว่าอาเมียร์ไม่มีแผนร้ายต่อธีร์ดีเร แต่ดูลัสไม่อาจวางใจ เขาไม่คิดมาก่อนว่ามันจะลาออก และนึกว่านี่อาจเป็นกลลวง

แล้ว...ทำไมหรืออาเมียร์ถามต่อ

ข้าอยากรู้ว่าทำไมเจ้าถึงลาออกกะทันหัน ทั้งๆ ที่มีช่องทางให้รับราชการ...ไม่ก็ได้เป็นขุนนางแท้ๆ

อ้อเด็กหนุ่มเสมองคูน้ำใกล้ๆข้ารู้ตัวว่าตัวเองไม่เหมาะกับงานพวกนี้ แล้วก็พบว่า...กลับไปทำไร่ไถนาตามเดิมสบายใจกว่า

คนมีความสามารถอย่างเจ้า ทำไมถึงคิดจะกลับไปหมกตัวในชนบทให้เสียเปล่าอีก

ข้าไม่มีความสามารถอะไรเป็นพิเศษเลย ก็แค่เคยมีโอกาสร่ำเรียนมามากกว่าชาวทะเลทรายทั่วไปอาเมียร์พูดเรียบๆที่รับทำงานนี้ก็เพราะความคะนองของคนหนุ่ม คิดไปว่าตัวเองจะช่วยให้ธีร์ดีเรสงบสุขขึ้นได้ แต่ลงท้าย มันก็เป็นแค่ความเห็นแก่ตัว กับความอยากเอาชนะแบบเด็กๆ ของตัวเอง ท่านคงเคยได้ยินเรื่องชาลัวห์ ข้าชังเขา...ถึงได้พยายามทำให้เขาเสียหน้าทุกโอกาส พ่อห้ามไม่ให้มาที่นี่...ข้าก็ดึงดันจะมาเพราะอยากพิสูจน์ว่าเขาคิดผิด ข้าเห็นท่านดูลัสเป็นคนเก่ง ถึงได้อยากทดสอบว่าระหว่างเราสองคนใครจะเหนือกว่ากัน...ท่านคงเห็นแล้วในรอบสอง ซ้ำหลังจากนั้น...ข้ายังเคี่ยวเข็ญท่านเฟย์ลิมให้มาประลองตัวต่อตัวกับท่านแทนที่ข้า ข้าทำทุกอย่างลงไปโดยไม่คิดเลยว่าท่าน ท่านเฟย์ลิม กับแอช...ข้าหมายถึงเจ้าหญิงแอชลีนน์...รู้สึกอย่างไรกับเรื่องทั้งหมด ข้าทำเหมือนทุกคนเป็นแค่เบี้ยของข้า...อย่างไม่อาจให้อภัยจริงๆ

ชายหนุ่มพยายามชั่งน้ำหนักว่าจะเชื่อคำพูดของอีกฝ่ายได้มากน้อยแค่ไหน และสุดท้ายก็ตัดสินใจเปรย

เจ้าไม่เคยได้ยินหรือ มหาราชทุกองค์เป็นทรราช แต่ทรราชทุกคนไม่จำเป็นจะต้องเป็นมหาราช

อาเมียร์นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วก็ยิ้มฝืดเฝืออย่านำคำพูดแบบนี้มาเปรียบข้าเลย ท่านดูลัส ข้าเป็นแค่คนต่ำต้อย ไม่เคยคิดจะอาจเอื้อมเป็นราชาด้วยซ้ำ

ไม่ใช่ว่าเจ้าเกิดมาเพื่อเป็นคนระดับนั้นอยู่แล้วหรือดูลัสค่อยๆ ตะล่อมถามข้อสันนิษฐานของตน

ท่านไปเอาเรื่องแบบนี้มาจากไหนเด็กหนุ่มถามเหมือนขัน แต่สีหน้าแววตาเปลี่ยนไปชั่วแวบ

ได้ยินว่าในทะเลทรายมีหลายอาณาจักร...ถ้าเผ่าพวกนั้นจะนับเป็นอาณาจักรได้ จะปิดอย่างไร เจ้าก็ปิดไม่มิดหรอกว่าเจ้ากับพ่อแม่ดูมีชาติตระกูลและความรู้ความสามารถสูงกว่าคนทรายธรรมดา พวกเจ้าทิ้งเผ่ามาเป็นแค่ชาวไร่ชาวนาทำไมหากไม่มีเหตุจำเป็น เช่นการชิงอำนาจ สงคราม หรือฆ่าล้างเผ่าพันธุ์...องครักษ์หนุ่มบอกข้อสันนิษฐานของตนเจ้ากลัวเลือดเพราะเหตุนั้นด้วยใช่ไหม

เด็กหนุ่มผมดำพยักหน้า

ใช่เขาถอนหายใจยาวในเมื่อท่านรู้ถึงขั้นนี้ ก็คงไม่ต้องปิดบังกันอีก เผ่าของข้าถูกทำลายไปแล้ว เหลือรอดมาแต่พวกเราพ่อแม่ลูกเท่านั้น พวกเขาอยากใช้ชีวิตด้วยกันอย่างสงบ แต่ข้าโตเกินกว่าจะลืมเรื่องพวกนั้น แต่ก็เด็กเกินกว่าจะปล่อยวางให้มันเป็นอดีต ถึงได้หนีออกจากบ้านมาอยู่ตรงนี้ เพราะไม่อยากให้ใครต้องมาตายเปล่าต่อหน้าอีก

คนทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงใบหลิวลู่ลมแสกสาก และเสียงน้ำในคูไหลเอื่อย

แต่ตอนนี้ ข้าได้บทเรียนของข้าเกินพอแล้ว ที่เหลือก็หวังแค่ว่าท่านจะช่วยชี้แนะท่านเฟย์ลิมกับเจ้าหญิงต่อไป

เจ้าก็มาทำงานกับข้าสิองครักษ์หนุ่มกลับเสนอ ครั้นเห็นสีหน้าตะลึงงันของอีกฝ่ายก็ขยายความข้าเชื่อว่าเจ้ายังอยากทำงานเพื่อธีร์ดีเรในฐานะข้าแผ่นดิน ที่ไม่อยากทำงานกับมังกรน้ำต่อไปเพราะมีเรื่องอื่นมากกว่า แต่ธีร์ดีเรไม่ได้มีแค่ยาร์ลาธ มณฑลอูลทูร์กับท่านพ่อของข้าก็ต้องการคนมีความรู้ความสามารถเช่นกัน เจ้าว่าอย่างไร

ใช่ ดูลัสยังไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของมัน แต่ก็คิดว่าเพราะไม่รู้จึงต้องเก็บไว้ใกล้ๆ เพื่อหยั่งเชิงดูก่อน

หากมันตอบรับข้อเสนอของเขา แสดงว่ามันย่อมมีผลประโยชน์แอบแฝง ทว่าหากปฏิเสธ...เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

ขอบคุณที่เสนอ แต่...ข้าคงรับไม่ได้อาเมียร์สั่นศีรษะข้าอยากให้พ่อแม่หายเป็นห่วงเสียที แล้วถึงเป็นชาวไร่ก็ยังมีหน้าที่เพื่อแผ่นดินเหมือนกัน ที่เหลือมีคนอื่นคอยจัดการตามหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว

เด็กหนุ่มพูดเท่านั้นก็ตัดบทว่าดึกแล้ว เขาควรรีบกลับ ดูลัสจึงปล่อยอีกฝ่ายไปอย่างเคลือบแคลง แต่ก็ไม่มีเรื่องที่จำเป็นต้องถามเพิ่มเติมในตอนนี้ องครักษ์หนุ่มมองตามแผ่นหลังของชายผู้อ่อนวัยกว่าอย่างระแวดระวัง ขณะประมวลว่าทุกอย่างที่มันบอกเขาเป็นเรื่องจริงเท็จประการใด

อย่างไรก็ดี ดูลัสหวังมากกว่าว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง และอาเมียร์คิดถอนตัวอย่างบริสุทธิ์ใจโดยไม่มีเจตนาแทรกแซงการปกครองของธีร์ดีเร องครักษ์หนุ่มจะได้ไม่มีเรื่องยุ่งยากมากไปกว่านี้ และไม่ต้องเห็นเด็กหนุ่มเป็นศัตรูจริงๆ

 

เมื่อออกจากสวน อาเมียร์ก็ถอนหายใจน้อยๆ  เขากึ่งเสียดายและโล่งอกที่ดูลัสดูจะยอมรับผลการประลองซึ่งตนถูกโกงง่ายดายกว่าที่คิด

ดีที่ชายหนุ่มไม่ได้ต้องการขึ้นครองราชย์จริงๆ หากดูลัสช่วยดูแลเฟย์ลิมกับแอชอย่างบริสุทธิ์ใจ เด็กหนุ่มคงไม่ต้องกังวลอะไรอีก

พลันความเย็นเยียบปะทะแผ่นหลัง...ก่อนที่อาเมียร์จะหันกลับไปพบภาพอันแปลกประหลาด

...มีแท่งยาวเรียวสีดำไหวพร่าลอยค้างอยู่ห่างจากหลังของตนหนึ่งช่วงแขน...

เป็นครู่หนึ่งที่มันนิ่งอยู่เช่นนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อน ก่อนจะร่วงผล็อยลงบนพื้นหินทางเดินอย่างไร้เสียง

เด็กหนุ่มก้มลงสำรวจอย่างระแวดระวัง รูปทรงของแท่งสีดำนั้นคล้ายกับธนูหรืออาวุธซัดปลายแหลม แต่พร่ามัวเหมือนกับควัน คงอยู่ไม่นานก็กลับจางหายไปเหมือนขี้เถ้าถูกลมพัดปลิว

ไม่ทันตั้งตัว...อาเมียร์ก็รู้สึกเย็นวาบที่ข้างศีรษะอีกครั้ง

เขาหันไปเห็นสิ่งประหลาดสีดำอีกอันพุ่งเข้าหาตนใต้แสงโคมส่องทาง มันหยุดอยู่ตรงหน้าเขา...สั่นไหวระรัวเหมือนพยายามเจาะทะลุกำแพงที่มองไม่เห็น...ก่อนจะพุ่งเข้ามาใกล้กว่าเดิม

เด็กหนุ่มไม่อาจหลบทัน แต่ก็ยกสองแขนขึ้นป้องกันใบหน้าตามสัญชาตญาณ

คลื่นความร้อนปะทะแขนวูบหนึ่ง กระนั้น...เขาก็ไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่าถูกซัดด้วยขี้เถ้าซึ่งยังไม่หายร้อนดี

 ในขณะเดียวกัน ภาพแปลกประหลาดก็ผุดขึ้นในคลองจักษุของเขา

เขาเห็นใครสักคน...ร่างผอมบาง...ผิวเหี่ยวย่นเป็นสีเหลืองซีด...ผมขาวกระเซิงสยาย นางเป็นหญิงชรา...สวมชุดสีดำทึม...คอสวมสร้อยระย้าและข้อมือสวมกำไลหลายขอน...

ดวงตาที่มีรอยช้ำเลือดของนางเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอค้าง เขาเห็นร่างสูงใหญ่สะท้อนอยู่ในแก้วตาของนางซึ่งขยายใหญ่ชัดเจนอย่างไม่น่าเป็นไปได้...

ร่างนั้นเป็นสีดำตลอดร่างเหมือนหมอกควัน...นัยน์ตาเรืองแสงสีทอง...ปีกขนาดใหญ่แผ่กว้างดำทะมึนอยู่เบื้องหลัง

...แล้วภาพทั้งหมดก็ดับวูบไป...

อาเมียร์หันมองโดยรอบ แต่ก็ไม่พบใคร บนแขนของเขามีแต่คราบเขม่าเล็กน้อย บนพื้นที่เคยเจอแท่งเงาประหลาดนั้นก็มีเพียงขี้เถ้าบางๆ เช่นกัน เด็กหนุ่มจึงได้แต่กะพริบตาปริบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ

นี่คือ...เวทมนตร์...อย่างนั้นหรือ

...เป็นไปไม่ได้...

เขาภาวนาขออย่าให้เกิดเรื่องร้ายใดๆ ก็ตามกับเขาหรือคนรอบข้างอีกเลย แต่ก็รู้ในไม่นานเพียงเช้าวันต่อมาว่าดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #97 chatchawan0 (@chatchawan0) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 02:54

    ขอบคุณครับ เรื่องสนุกๆยาวๆแบบนี้ชอบ 5555

    #97
    0