The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,812 Views

  • 125 Comments

  • 129 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    96

    Overall
    5,812

ตอนที่ 20 : 19 - ปัญหาในงานประลอง “ไว้พูดตอนข้ามีเขางอกขึ้นมาต่อหน้าเจ้าเถอะ!”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    20 ก.ค. 60

บทที่ ๑๙

ปัญหาในงานประลอง

 

แอชลีนน์บังคับตนเองให้แสดงสีหน้าเรียบเฉยขณะเดินไปยังที่นั่งของตนบนอัฒจันทร์ ครั้งนี้เธอต้องนั่งเก้าอี้ตัวกว้างบุนวมกำมะหยี่ซึ่งเสด็จพ่อเคยประทับมาก่อน มีท่านน้าคอนรอยผู้สำเร็จราชการนั่งเก้าอี้ที่เล็กลงมาทางขวา เหล่าขุนนางนั่งในที่ซึ่งจัดไว้กระจายกันไปทั้งซ้ายขวา ขณะที่เคียรากับคุณท้าวทราซายืนข้างหลังบัลลังก์

เธอเคยชมการประลองในเทศกาลลูคนาซัธตอนเด็ก และเห็นว่าเป็นเรื่องน่าตื่นตาพอๆ กับเสด็จพี่ไอลีช เสด็จแม่ตรัสอย่างอ่อนพระทัยว่านั่นเป็นเรื่องไม่งามนัก ในเมื่อเจ้าหญิงน้อยยิ่งซุกซนขึ้นขนาดวิ่งเล่นฟันดาบไม้กับพี่ชายทั่วอุทยานเลียนแบบพวกนักสู้ เธออ้างกับเสด็จแม่ว่าเสด็จพ่อเคยทรงพระสรวล แล้วตรัสว่าการต่อสู้ในสนามประลองสนุกเพราะไม่มีใครบาดเจ็บล้มตายจริงๆ ถึงจะดูน่าหวาดเสียว อาวุธที่ใช้ในสนามประลองเป็นของเฉพาะ แม้ทำจากเหล็ก มองไกลๆ มีสีและลักษณะเหมือนอาวุธจริง ก็ไม่มีความคมพอที่จะทำให้บาดเจ็บร้ายแรงหากไม่พลาดพลั้ง

ทว่าเด็กสาวไม่อยากดูหรือรับรู้เรื่องการประลองครั้งนี้เลย ครั้งนี้เธอจำต้องอยู่ตามหน้าที่ประธานในพระราชพิธีสยุมพร ซึ่งที่แท้ก็คืองานประลองที่มีอาณาจักรธีร์ดีเรต่างเงินรางวัล และตัวเธอเป็นถ้วยรางวัลมีชีวิตแท้ๆ

เอาเถิด แอชลีนน์บอกตนเองว่านี่ยังดี อย่างน้อยเธอก็มีหน้าที่แค่นั่งเฉยๆ ให้ดูสง่างาม และสวมมงกุฎใบไม้ให้แก่ผู้ชนะโดยไม่ต้องพูดอะไร การประกาศเปิดปิดพิธีเป็นหน้าที่ของท่านน้าคอนรอย เวลานี้ท่านเริ่มกล่าวปราศรัยแล้ว แต่เด็กสาวไม่ใส่ใจฟัง เพราะคำพูดพวกนั้นไม่มีประโยชน์อะไรกับเธอเลย

หลังจากที่ท่านน้าพูด ชายสี่คนซึ่งสวมชุดเกราะและถือหมวกศึกก็ก้าวมายืนเรียงแถวหน้ากระดานในลานประลองแล้วค้อมคำนับเธอ แอชลีนน์จำดูลัสกับเฟย์ลิมได้ดี และมองออกทันทีว่าใครคือคาเฮียร์กับชาลัวห์ คาเฮียร์มีผมสีน้ำตาลเข้มเหมือนกับเคียราไม่มีผิด ร่างกายกำยำสมเป็นทหาร แม้จะไม่สูงใหญ่มาก เขาสูงไล่เลี่ยกับเฟย์ลิม ขณะที่ดูลัสสูงที่สุด ส่วนชาลัวห์เป็นชายผมสีทองหม่นที่เตี้ยที่สุด ร่างออกบางดูสะโอดสะอง

เจ้าหน้าที่นำถ้วยเงินใส่สลากมาให้ทั้งสี่เลือกคู่ต่อสู้และลำดับการประลอง ลำดับการจับสลากจัดตามความสูงของคะแนนรวมเข้ารอบสุดท้าย ดูลัสจึงได้จับก่อน ตามด้วยคาเฮียร์ เฟย์ลิม และชาลัวห์

ไม่ช้า เจ้าหน้าที่ก็ประกาศว่าคู่ประลองคู่แรกคือคาเฮียร์กับเฟย์ลิม

ทั้งสองเข้าประจำขอบสนามทั้งสองฝั่งในไม่ช้า และสวมหมวกศึกให้เรียบร้อย

ครั้นกรรมการประกาศให้เริ่มต่อสู้ คาเฮียร์ก็เปิดฉากรุกก่อน ส่วนเฟย์ลิมเบี่ยงหลบหรือป้องกันไปเรื่อยๆ แอชลีนน์เริ่มมองอย่างตั้งใจขึ้นก่อนจะสังเกตเห็นว่าเพื่อนร่วมเรียนดูเคลื่อนไหวคล่องแคล่วกว่าเมื่อหลายเดือนก่อนมากจนใกล้เคียงกับอาจารย์ของทั้งสอง จนเธอสงสัยว่าอาเมียร์ถ่ายทอดวิชาให้เขาได้มากขนาดนี้เชียวหรือ

ผู้กองคาเฮียร์น่าจะชนะแน่ๆ เพคะ คุณท้าวทราซาเอ่ยเบาๆอีกฝ่ายแทบทำอะไรไม่ได้เลย

เด็กสาวโน้มตัวไปข้างหน้าจนแทบชะโงกมองก่อนจะพึมพำ ...ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก

เพคะ?”

แอชลีนน์ไม่ตอบแต่เฝ้าดูต่อไป เฟย์ลิมยังคงหลบหลีกปัดป้องเป็นหลักตามเดิม แล้วก็สวนกลับไปบางครั้ง แม้จะพลิกสถานการณ์ไม่ได้ในทันที...เธอก็จำได้ว่านี่เป็นกลวิธีที่อาเมียร์เคยใช้เวลาซ้อมกับเฟย์ลิมหรือรูอาร์คซึ่งล้วนแต่ตัวสูงกว่าตน

เมื่อการต่อสู้ยิ่งยืดเยื้อ ใครๆ มักคาดว่าคู่ต่อสู้ที่ตัวเล็กและมีกำลังน้อยกว่าจะเสียเปรียบ แต่ในทางกลับกัน คนตัวใหญ่กว่าอาจลำพองว่าตนจะชนะในไม่ช้าและประมาทขึ้นมา เด็กหนุ่มผมดำยังเคยแนะนำให้เธอใช้วิธีถ่วงเวลา ลวงให้คู่ต่อสู้ประมาทขณะออมแรงของตนไว้หาจังหวะเอาชนะในพริบตาด้วยซ้ำ

คาเฮียร์โถมเข้าฟันเป็นวงสูงจากบนลงล่าง หมายจบการแข่งขันในอีกดาบเดียว แต่คู่ต่อสู้ก็ยกดาบขึ้นรับ ก่อนจะบิดข้อมือ ใช้ดาบปัดจนดาบของผู้รุกเอาปลายเฉียงลงดิน แล้วถีบให้ร่างใหญ่กว่าเซออกไปและเผลอทิ้งดาบ

ตายแล้ว! อย่างนี้โกงนี่เพคะ!” คุณท้าวทราซาร้อง

กฎไม่ได้บอกให้ใช้แต่ดาบอย่างเดียวใช่ไหมคะ ท่านน้า แอชลีนน์หันไปถามผู้ที่น่าจะรู้ดีที่สุด

ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ มีแต่ห้ามลงมือโดยคาดหมายได้ว่าคู่ต่อสู้จะถึงตาย พิการ หรือบาดเจ็บสาหัสเท่านั้น

กรรมการประกาศว่าผู้ชนะคือเฟย์ลิม เรียกเสียงฮือฮา...หรือที่ถูกควรจะเป็นโห่มากกว่า ดูเหมือนคนที่เอาใจช่วยผู้กองคาเฮียร์ซึ่งเป็นชาวเมืองหลวงโดยกำเนิดจะมีไม่น้อย

ถึงอย่างนั้น ฝ่าบาทกับเจ้าชายทรงดาบได้สง่างามกว่านี้เป็นไหนๆ ผู้กองคาเฮียร์ต่างหากยังใกล้เคียงกว่า น่าเสียดายนะเพคะ แม่นมของแอชลีนน์ยังไม่วายพูดต่อ

การประลองดาบเพื่อเกียรติยศ กับการต่อสู้เอาชีวิตไม่เหมือนกัน ผู้พูดคือแม่ทัพใหญ่คาฮาล ซึ่งนั่งไม่ห่างจากท่านน้าคอนรอย

ท่านคาฮาลพูดเหมือนเห็นชอบที่ลูกของตนเองแพ้เลยนะ ขุนนางร่างอ้วนใหญ่ศีรษะล้านคนหนึ่งพูดกลั้วหัวเราะ ที่นั่งของเขาอยู่ข้างเจ้ามณฑลอุลทูร์ หรือบิดาของดูลัสซึ่งเธอเคยเห็นชินตาที่สุด แสดงว่าคงเป็นเจ้ามณฑลชอร์ซา เพราะชายวัยกลางคนอีกคนที่มีผมบางสีน้ำตาลแซมเทามีเค้าหน้าใกล้เคียงเฟย์ลิมมากกว่า

พวกเราไม่ต้องการกษัตริย์ที่ท่าสวยเวลาประลองเล่นๆ...แต่ป้องกันตนเองในการรบหรือภาวะคับขันจริงๆ ไม่ได้ใช่ไหม ประสบการณ์สอนเราแล้วไม่ใช่หรือ แม่ทัพคาฮาลย้ำ ลูกข้าแพ้เพราะอ่านทางคู่ต่อสู้ไม่ละเอียดเอง

ดูเหมือน อาจารย์ ต่างแดนของท่านเบเรคจะทำงานได้คุ้มค่า ถึงขนาดทำให้ลูกของท่านสู้ได้ดุเดือดไม่ผิดคนทรายทีเดียว ชายอ้วนศีรษะล้านพูดขึ้นอีก

นักรบชาวทรายแท้ๆ ยังเก่งกว่าลูกข้ามากมายนัก ท่านคาลวาห์ เจ้ามณฑลยาร์ลาธตอบเรียบๆ แต่หวังว่าไม่ช้านี้ เราทุกคนจะได้เห็นว่า...อาจารย์ต่างๆ ที่ท่านทุ่มเทจ้างมาให้ลูกชายท่านทำงานได้คุ้มค่าเช่นกัน

ท่านทั้งสองก็แปลกดี เจ้ามณฑลอุลทูร์ซึ่งสูงอายุที่สุดเสริมขึ้นบ้าง วิทยาลัยหลวงของธีร์ดีเร กับราชองครักษ์หรือทหารที่มีฝีมือของชาติเราเองก็มี ข้าคิดว่าให้ลูกหลานได้ศึกษาจากสถาบันอันมีเกียรติของเรา กับการทำงานจริงๆ น่าจะดีที่สุดแท้ๆ

ท่านแฟคท์นา อันวิทยาลัยหลวงนั้น ผู้สอบเข้าได้ย่อมเป็นคนที่มีฝีมือจริงๆ เพียงหยิบมือเดียว ลูกข้าไม่บังอาจเทียบเคียงลูกชายอัจฉริยะของท่านหรอก คาลวาห์แย้ง แต่การทำงานเป็นนายอำเภอในชนบท ก็ทำให้เขาได้ประสบการณ์ปราบปรามโจร และดูแลทุกข์สุขของประชาชน มากกว่าคอยตามติดคนชั้นสูง...เอ้อ...ข้าไม่ได้ว่างานราชองครักษ์เป็นงานที่ไม่ดีหรอกนะ ทั้งสองงานต่างก็สำคัญในแบบของมันเอง ชาวไร่ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่เจ้าเหนือหัวเป็นหัวใจ ขาดหัวใจก็ไร้ชีวิต แต่ถ้ากระดูกสันหลังเป็นอะไร ชาติก็เหมือนเป็นอัมพาต

เช่นนั้น ข้าใคร่ออกความเห็นสักหน่อย ว่าการปราบปรามโจรของท่านดูจะเป็นอัมพฤกษ์อยู่บ้าง ถึงขั้นที่ผู้อพยพจากต่างแดนต้องช่วยปราบซ่องโจรแบบไม่ได้อะไรตอบแทนเลยทีเดียว ท่านเบเรคเอ่ยขึ้นบ้างแต่ต้องขอบคุณท่านที่ทำให้เขาย้ายเข้ายาร์ลาธ ข้าจึงติดต่อกับเขาได้ง่าย ไม่อย่างนั้น ลูกชายของข้าคงไม่ได้พัฒนาฝีมือถึงขั้นนี้

หึ เจ้ามณฑลชอร์ซาหัวเราะ ลูกข้ามีภารกิจมากมายก็ย่อมบกพร่องไปบ้าง กระทั่งราชองครักษ์ยังบกพร่องกันได้เลยไม่ใช่หรือ แล้วในเมื่อมีงานต้องทำ ใครจะมีเวลาว่างมาเรียนกับยอดฝีมือจากต่างแดนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย...อย่างลูกชายที่ไม่ได้รับราชการของท่าน

เด็กสาวอยากลุกหนีการปะทะคารมของเจ้ามณฑลทั้งสามซึ่งทำเหมือนเธอไร้ตัวตน แต่ก็ทำได้เพียงหันไปขอน้ำดื่มจากเคียรา ขณะเดียวกันก็สงสัยว่าเหตุใดการประลองรอบต่อไปจึงไม่เริ่มเสียที เจ้าหน้าที่เกลี่ยพื้นดินทรายในสนามประลองเรียบร้อยแล้ว ชาลัวห์ออกมายืนรอที่ขอบสนามฝั่งหนึ่ง แต่เธอยังไม่เห็นดูลัสเลย

ท่านน้า ทำไมการประลองถึงได้เริ่มช้านักคะ มีอะไรหรือเปล่า เธอตัดสินใจพูดขึ้นมา

กระหม่อมจะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ ท่านน้าคอนรอยหันไปเรียกเจ้าหน้าที่ แต่แล้ว เสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นเมื่อดูลัสออกมาที่ขอบสนามพอดี เขาสวมหมวกศึกเรียบร้อยแล้ว แต่ยืนไม่มั่นคง ซ้ำตอบสนองค่อนข้างช้าเมื่อชาลัวห์ปรี่เข้ามาพร้อมกับดาบหลังกรรมการให้สัญญาณ

ท่านดูลัสเป็นอะไรไป... เคียราเอ่ยเบาๆ ด้วยเสียงหวาดหวั่น

ด้วยสายตาที่อาเมียร์ฝึกให้...แอชลีนน์มองออกว่ามีสิ่งไม่ชอบมาพากล เธอเห็นชาลัวห์โจมตีโดยเร็วเป็นชุด แต่เปิดช่องว่างของตนมากมาย ดูลัสในสภาพสมบูรณ์พร้อมน่าจะมองออก และหาโอกาสพลิกกลับได้โดยเร็ว ทว่าชายหนุ่มในตอนนี้กลับดูอ่อนเพลียหนักกระทั่งประคองตนเองยังลำบาก สุดท้ายดาบของชาลัวห์ก็ฟาดไหล่เขาเต็มแรง องครักษ์หนุ่มเซหลายก้าวก่อนจะล้มลงนอนคุดคู้ คู่ต่อสู้ตามมาเอาดาบจ่อคอ กรรมการประกาศชื่อผู้ชนะ

โกง! ต้องโกงแน่ๆ !เคียราร้องบอกความคิดเดียวกับเธอ

ตายจริง ท่านแฟคท์นา ลูกชายท่านโหมงานราชองครักษ์จนพักผ่อนไม่พออย่างนั้นหรือ ช่างน่าเสียดายจริงๆคาลวาห์พูดกลั้วหัวเราะอีกครั้ง ลูกข้าชื่นชมลูกท่านมากและอยากสู้กันเต็มที่แท้ๆ

ท่านแฟคท์นาเงียบสนิท แอชลีนน์หันไปเรียกท่านน้าเบาๆ ด้วยความกังวล เห็นท่านกระซิบกับเจ้าหน้าที่ ก่อนจะหันมาทางเธอ

กระหม่อมให้คนไปตรวจสอบแล้ว หากพบว่ามีการทุจริตจะจัดการทันที ตอนนี้เสด็จเข้าไปพักผ่อนเสวยพระกระยาหารกลางวันก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ

แล้ว...หลานจะไปเยี่ยมดูลัสได้ไหมคะ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นองครักษ์ของหลาน แอชลีนน์ถาม

เกรงว่าไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงควรทรงวางพระองค์เป็นกลาง แต่หากราชองครักษ์ดูลัสแพ้ด้วยการโกงอย่างใดก็ตาม กระหม่อมจะให้ความยุติธรรมกับเขาเต็มที่แน่นอน

ค่ะ...ขอบคุณท่านน้ามาก เด็กสาวรับ แล้วลุกจากเก้าอี้หลังแตรสัญญาณ เดินกลับเข้าห้องพักที่จัดไว้ มีเคียรากับคุณท้าวทราซาตามไป

ครั้นเหลือบเห็นสีหน้าร้อนรนของนางกำนัลสาว เจ้าหญิงก็นึกได้ว่าถึงเธอจะไปเยี่ยมดูลัสเองไม่ได้ แต่มีคนที่เธอควรให้ไปเยี่ยมเขามากกว่าไม่ใช่หรือ

 

เมื่อเห็นการประลองระหว่างชาลัวห์กับดูลัส อาเมียร์แทบไม่เชื่อสายตา เขาอยากชมฝีมือของดูลัสเต็มๆ ตา...แม้อยากให้ชายหนุ่มประลองกับคาเฮียร์หรือเฟย์ลิมมากกว่าและคิดว่าองครักษ์หนุ่มจะจัดการชาลัวห์หมอบได้ในไม่กี่กระบวนท่า ไม่ใช่ถูกเล่นงานหมดท่าเสียเอง เด็กหนุ่มจึงปักใจเชื่อว่าดูลัสถูกวางยา หากชาลัวห์โกงคะแนนสอบข้อเขียน โกงจับสลากจนได้ชัยภูมิที่ดีที่สุดไป และโกงคะแนนรวมจนเข้ารอบสุดท้าย ทำไมจะไม่ทำถึงขั้นนี้เพื่อให้ได้ชัยชนะสูงสุดมาเล่า

อย่างน้อยก็ยังดีที่เจ้าหน้าที่ของธีร์ดีเรไม่นิ่งดูดาย มีประกาศว่าการประลองรอบสุดท้ายในตอนบ่ายระหว่างเฟย์ลิมกับชาลัวห์ถูกเลื่อนออกไปเพื่อตรวจสอบบางสิ่ง อาเมียร์หวังว่าพวกเขาจะพบยาหรือสิ่งผิดปกติอะไรก็ตามโดยเร็ว และปรับให้คนที่โกงมาตลอดหมดสิทธิ์เสียที แต่เพื่อให้ไม่ประมาท เด็กหนุ่มต้องตัดโอกาสที่เฟย์ลิมจะได้รับยาเช่นเดียวกัน ชุดอาหารกลางวันหรูหราในภาชนะเครื่องเงินที่ส่งมายังห้องพักของชายหนุ่มถูกวางหลีกไว้บนโต๊ะมุมห้องโดยไม่แตะต้อง และอาเมียร์ก็ใช้ให้รูอาร์คซึ่งคล่องตัวที่สุดออกนอกวัง ไปหาซื้ออาหารจากร้านที่ไว้ใจได้ รวมทั้งยาสมุนไพรแก้พิษทั่วไปที่พอรู้จัก

ท่านดูลัสคงไม่เป็นไรใช่ไหมขอรับ เฟย์ลิมซึ่งนั่งรอด้วยกันพูดขึ้นหวังว่าพวกเขาจะตรวจหายาได้เร็วๆ นะขอรับ

ข้าก็หวังอย่างนั้นเหมือนกัน เด็กหนุ่มผมดำรับ

ข้าไม่อยากให้ท่านดูลัสแพ้เลยขอรับ ยังคิดอยู่ว่าเขาจะได้สู้กับท่านคาเฮียร์ในรอบชนะเลิศแน่ๆ ชายหนุ่มเอ่ยลอยๆ

แต่ท่านกับคาเฮียร์ก็สู้กันอย่างยุติธรรมแล้วนี่...แล้วท่านก็เอาชนะมาได้

ก็อย่างที่บอกอาจารย์ขอรับ เฟย์ลิมยิ้มแห้งๆ ก่อนจะยักไหล่ ข้าแค่ลองสู้เต็มที่ดู แล้วอาจารย์ก็สอนกลวิธีให้เป็นพิเศษด้วย ท่านคาเฮียร์คงคาดไม่ถึง เพราะทางดาบข้าเป็นแบบนักรบทะเลทรายเหมือนอาจารย์มากกว่า

ประตูเปิดโดยไม่มีเสียงเคาะ รูอาร์คก้าวสวบๆ เข้ามาในห้อง หยิบห่อกระดาษออกจากเสื้อคลุมสองห่อ วางห่อที่ดูใหญ่กว่าบนโต๊ะตรงหน้าเฟย์ลิม ตามด้วยผ้าเล็กๆ สีขาวพับหนึ่ง

ให้ตาย...เกิดพวกทหารหาว่าข้าเอาของต้องสงสัยเข้าวังละยุ่งแน่ เด็กหนุ่มผมแดงโยนห่อกระดาษที่เล็กกว่าให้อาเมียร์ นี่ของที่อาจารย์สั่งมา แล้วนี่แซนด์วิชของพี่เฟย์ลิม แบนช้ำไปหน่อยขออภัย แอบเอาเข้ามาได้นี่นับว่าโชคดีแล้ว

ขอบใจ เฟย์ลิมคลี่ห่อกระดาษ หยิบขนมปังประกบเนื้อกับผักในนั้นมากินอย่างไม่เกี่ยงงอน ส่วนเด็กหนุ่มผมดำตรวจดูสมุนไพรว่าได้ตรงตามคำสั่ง ครั้นเรียบร้อยแล้วก็มองห่อผ้าขาวที่รูอาร์คกำลังคลี่ออกมาด้วยความสงสัย

นั่นอะไรหรือ รูอาร์ค

เครื่องรางนำโชค เห็นยายคนทรายที่เป็นแม่ค้าบอกว่าหลานแกเจอตั้งสี่ใบ สี่คูณสี่ก็ยิ่งอภิมหานำโชคน่ะสิ

ใบแชมร็อคนี่นะ ผู้พูดคือเฟย์ลิม ซึ่งเพิ่งกลืนแซนด์วิชคำแรกลงคอ มีคนเจอใบสี่แฉกพร้อมกันถึงสี่ใบ...แถมในเมืองหลวงด้วยหรือ เหลือเชื่อ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ รูอาร์คพูดอย่างภูมิใจ แล้วคลี่ออกให้ดูจะๆ แกบอกไม่ขาย แต่พอซื้อของนิดหน่อย แกก็แถมให้ เลยว่าเอามาให้พี่พกนำโชคก็ดี

ใบแชมร็อคสี่แฉกเป็นอย่างนี้เองหรือ ข้าเพิ่งเคยเห็นอาเมียร์ชะโงกเข้ามาดูใกล้ๆ

ความรู้สึกบางอย่างทำให้เขาแตะมันดู ก่อนจะพลันร้อนวูบที่ปลายนิ้วจนสะดุ้งเฮือก เด็กหนุ่มจึงชักมือออก เขาเบิกตาโพลงเมื่อพบว่าใบแชมร็อคที่ตนเพิ่งสัมผัสค่อยๆ ไหม้กลายเป็นสีดำทั้งๆ ที่ไม่มีเปลวไฟ สุดท้ายก็เหลือเพียงเขม่าบนผืนผ้าขาวที่มีรอยไหม้เช่นกัน

เฟย์ลิมกับรูอาร์คต่างก็จ้องรอยไหม้นั้นตาค้างไม่ต่างจากอาเมียร์

อาจารย์! อาจารย์ทำอะไร!” เด็กหนุ่มผมแดงเพิ่งร้องเสียงหลงจริงๆ เป็นครั้งแรก

มะ...ไม่รู้ อาเมียร์สั่นศีรษะ เขาตกใจมากเช่นกัน ข้า...ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

รูอาร์คหยิบใบแชมร็อคที่เหลือหนึ่งในสามใบขึ้นมาพลิกดู บี้ในมือจนช้ำแล้วยื่นให้เด็กหนุ่มผมดำ

เจ้าจะทำอะไร อาเมียร์ไม่ยอมรับมันไป และถามอย่างประหลาดใจ

ลองดู อาจารย์ มันจะเป็นอย่างใบนั้นอีกหรือเปล่า

คนถูกบอกให้ลองดูไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ก็อยากรู้เช่นกัน และทันทีที่ใบไม้นั้นร่วงลงบนมือของเขา อาเมียร์ก็รู้สึกร้อนวูบขึ้นมาอีก ใจของเขาสั่นอย่างประหลาดในขณะที่มันไหม้คามือจนกลายเป็นขี้เถ้า ทว่าพอสะบัดคราบดำที่เหลืออยู่ออกไป ผิวตรงนั้นก็ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีรอยแดงหรือแผลพุพองแม้แต่นิดเดียว

อาจารย์ไปทำอะไรมา รูอาร์คตั้งคำถามอีกครั้ง เล่นกลเป็นด้วยหรือ

ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย เด็กหนุ่มผมดำยืนกราน พอแตะถูกมัน มันก็ไหม้เอง

เด็กหนุ่มผมแดงหยิบแชมร็อคใบที่สามขึ้นมา แล้วตรงไปที่เหยือกน้ำดื่มข้างถาดอาหาร เทน้ำรดมือของตนที่มีใบไม้ลอยอยู่จนชุ่ม ลองอีกทีซิ

ครั้นอาเมียร์แตะใบแชมร็อคบนมือของรูอาร์ค เจ้าตัวแสบก็พลันร้องเสียงดังจนเขาตกใจ ซ้ำสะบัดมือเร่าๆ ใบไม้เปียกน้ำร่วงลงบนพื้นหินขัด ไหม้เป็นเขม่าตามสองใบแรก ควันพวยพุ่งฟู่เมื่อน้ำระเหยเป็นไอ

เด็กหนุ่มผมแดงวิ่งไปเทน้ำในเหยือก ราดมือตนเองจนหกเลอะพื้นพลางสูดปากอย่างเจ็บปวดเหมือนโดนลวก

ขะ...ข้าขอโทษ เด็กหนุ่มผมดำตัดสินใจพูด ทั้งๆ ที่ไม่รู้เหมือนกันว่าตนไปทำร้ายอีกฝ่ายได้อย่างไร

อาจารย์ไม่รู้สึกร้อนเลยหรือ!” รูอาร์คหันมาตั้งคำถาม

ก็...นิดหน่อย แต่...มันไม่เห็นจะลวกมือข้าเลย

หมายความว่า...มือของอาจารย์ร้อนจนเผาใบไม้กับทำให้น้ำเดือดได้ แต่อาจารย์ไม่รู้ตัวเลยหรือขอรับ!” เฟย์ลิมซึ่งวางแซนด์วิชค้างไว้นานพูดขึ้นบ้าง

ไม่ใช่แน่ๆ อาเมียร์ค้านเสียงแข็งแล้วก็ตรงไปยังที่วางเหยือก รูอาร์คหลีกทางให้เขาทันควัน เด็กหนุ่มผมดำรินน้ำใส่มือของตน เขายังรู้สึกว่าน้ำนั้นเย็นตามปกติและไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย นอกจากมันไหลซึมลงไปตามร่องนิ้ว

ข้าไม่ได้ทำให้น้ำเดือด เขาสรุป แต่...ดูเหมือนถ้าแตะใบไม้นั่น มันจะร้อนจนไหม้คามือจริงๆ

งั้นมันเป็นใบไม้ประหลาด...หรืออาจารย์เป็นมนุษย์ประหลาดกันแน่ รูอาร์คทำสีหน้าบอกไม่ถูก เพราะข้าเอามันมาถึงนี่ก็ไม่ยักเกิดอะไรขึ้นเลย

แล้วเจ้าคิดว่าข้าไม่ใช่คนหรือ!” อาเมียร์พูดเสียงขุ่นทันควัน ไว้พูดตอนข้ามีเขางอกขึ้นมาต่อหน้าเจ้าเถอะ!”

รูอาร์คกับเฟย์ลิมชะงักขณะที่เด็กหนุ่มรวบรวมสติบอกตนเองให้สงบอารมณ์ เขาก็แค่รู้สึกไม่ดี ตลอดหลายปีที่ผ่านมาต้องฟังเรื่องเล่าลือว่าเสด็จพ่อ เสด็จแม่ กับเสด็จอา รวมทั้งตัวเขาเองไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นปีศาจ...เป็นบุตรของเทพแห่งความมืดผู้ชั่วร้ายที่ต้องถูกกวาดล้างกำจัด

ข้าขอโทษ อาเมียร์กลั้นใจพูด ข้า...แค่อารมณ์ไม่ดี ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมใบไม้พวกนี้ถึงไหม้บนมือข้า

รูอาร์คหัวเราะเฝื่อนๆ อาจารย์ลองฝึกเล่นแร่แปรธาตุดูสิ อาจจะไปรุ่งก็ได้

ข้าว่า...นี่น่าจะเป็นใบไม้ประหลาดนะขอรับ เฟย์ลิมก้มมองแชมร็อคใบสุดท้ายที่เหลืออยู่โดยไม่แตะต้อง บางที...มันอาจจะไหม้ในมือของคนบางคนก็ได้ แต่...อย่างนี้ก็เหมือนเวทมนตร์เลย

ข้าคิดว่าเราไม่ควรแตะต้องมันจริงๆ เด็กหนุ่มบอกตามตรง เขาพลันสังหรณ์ไม่ดีกับใบแชมร็อคนี้อย่างบอกไม่ถูก เดี๋ยวข้าจะเอามันไปทิ้ง

ก็ได้ ว่าแต่อาจารย์ช่วยดูนี่ด้วยแล้วกัน รูอาร์คพยักหน้าหงึกหงัก แล้วหยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ เป็นสร้อยลูกปัดและกำไลแบบชาวทะเลทราย นี่ของที่ข้าซื้อมาจากยายคนนั้น ช่วยดูหน่อยว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เกิดข้าเอาไปให้คนที่ข้าอยากให้ แล้วมันมีมนต์เสน่ห์ทำให้นางรักข้าเต็มเปาในทันทีก็จีบไม่ลุ้นพอดี

เจ้านี่!” เด็กหนุ่มผมดำเอ็ด ข้าไม่ใช่พ่อมดสักหน่อย! แล้วเรื่องแบบนี้ยังมาพูดเล่นได้อีก!”

เสียงเคาะประตูเบาๆ ทำให้ทั้งสามเงียบทันควัน

พ่อเอง เข้าไปได้ไหม

เชิญขอรับท่านพ่อ เฟย์ลิมตอบทันที

ท่านเบเรคเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าที่บอกความภูมิใจในตัวลูกชายเต็มที่

รีบเตรียมตัวเสียนะ การประลองรอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้นในอีกครึ่งชั่วยามหน้า

กับชาลัวห์หรือขอรับอาเมียร์กะพริบตาปริบๆ ครั้นชายวัยกลางคนพยักหน้าก็ถามต่อ แล้วดูลัส...พวกเขาไม่สืบหรือขอรับว่าดูลัส...ถูกโกงหรือเปล่า

เห็นจะไม่ต้องสืบต่อแล้ว หมอไม่พบร่องรอยของยาอะไรเลย ไม่มีหลักฐานว่าชาลัวห์โกง...ถึงจะดูไม่น่าเชื่อก็เถอะ ชายวัยกลางคนยักไหล่แล้วปรายตามองถาดอาหารที่วางหลบไว้ตรงโต๊ะมุมห้อง กับแซนด์วิชที่มีรอยกัดค้างตรงหน้าเฟย์ลิม แต่ดีแล้วที่เจ้ารอบคอบไว้ก่อน เราไม่ควรเสี่ยงจริงๆ หากชาลัวห์ชนะย่อมไม่ดีต่อธีร์ดีเรแน่นอน คงต้องฝากหน้าที่นี้ให้เจ้าแล้ว เฟย์ลิม

...ขอรับ อีกฝ่ายรับคำแม้เสียงจะลังเล ข้า...คงพูดไม่ได้ว่าจะไม่ทำให้ท่านพ่อหรือใครๆ ผิดหวัง แต่จะพยายามให้ดีที่สุดขอรับ

ดีแล้ว แค่พยายามก็พอแล้วลูก ท่านเบเรคยิ้มอ่อนๆ เท่านี้พ่อก็ภูมิใจในตัวเจ้ามากแล้ว

ทั้งสี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะตัดสินใจหยิบแซนด์วิชขึ้นมารับประทานต่อ

เดี๋ยวพ่อกลับที่นั่งดีกว่า...ถึงจะไม่อยากฟังคาลวาห์พล่ามอวดสรรพคุณลูกชายก็เถอะ ตามสบายนะทุกคน ขอให้เจ้ามีชัย เฟย์ลิม

หลังจากท่านเบเรคออกไปจากห้อง อาเมียร์ก็ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ก่อนจะบังคับตนเองไม่ให้ถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขาไม่รู้ว่าชาลัวห์ใช้วิธีสกปรกอะไร แต่หากจับกลโกงของมันไม่ได้ทั้งๆ ที่เห็นพิรุธอยู่ทนโท่...มันก็น่าหงุดหงิดเกินไปแล้ว

อาจารย์... เฟย์ลิมเรียกเบาๆ

ท่านเฟย์ลิมต้องเล่นงานมันให้หนัก อาเมียร์พูดเสียงแข็ง เอาให้มันขายขี้หน้าอย่าได้ผุดได้เกิดเลย ข้าจะช่วยท่านวางแผนเอง

 

ไอ้คางคกนั่น... ชายชราซึ่งอยู่ใกล้ดูลัสที่นอนบนเตียงคำราม มันใช้วิธีสกปรกอะไร

ข้อนี้องครักษ์หนุ่มตอบพ่อของตนไม่ได้ เขามั่นใจว่าตนกับเกอร์มอนระแวดระวังเรื่องอาหารและน้ำดื่มแล้ว ทั้งยังตรวจชุดเกราะอาวุธถ้วนถี่ ถึงอย่างนั้น เมื่อกรรมการเรียกตัวเขากับชาลัวห์ออกไป ดูลัสก็ปวดศีรษะและวิงเวียนอย่างประหลาด เขาพยายามข่มอาการไว้สุดความสามารถแต่ก็ไม่เป็นผล และพ่ายแพ้อย่างไม่น่าให้อภัย...

หลังจากนั้น หมอเข้ามาตรวจอาการของเขาอย่างละเอียด แต่ก็ดูเหมือนอาการเหล่านั้นหายดีเป็นปลิดทิ้งทันทีที่เขาถอดชุดเกราะเข้ามานอนพัก หมอยืนยันว่าไม่พบร่องรอยหรือผลตกค้างของยาชนิดใด ทั้งที่ใครๆ เห็นพ้องกันว่าการประลองดูผิดปกติ แม้แต่เจ้าหญิงแอชลีนน์ซึ่งไม่อาจเสด็จมาเยี่ยมเขาด้วยพระองค์เอง แต่ก็ทรงมีน้ำพระทัยส่งนางกำนัลคนสนิทมา

เคียราคงเสียใจมาก หญิงสาวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้และถามเขาซ้ำๆ ว่าเป็นอะไรมากไหม เธอกำชับหมอให้ตรวจดีๆ และแสดงความห่วงใยด้วยการถามอาการเขาเอง บวกกับเสนอวิธีพยาบาลสารพัดอย่าง ออกจะเป็นความหวังดีที่วุ่นวายเกินไป จนสุดท้ายดูลัสต้องบอกเธอว่าเขาไม่เป็นอะไรมากและอยากพักผ่อนเงียบๆ เธอจึงได้ยอมกลับไป

และเมื่อหมอออกไปแล้ว บัดนี้ในห้องก็เหลือเพียงเขา เกอร์มอน ท่านพ่อ กับมาดาย ชายชราร่างผอมสูงซึ่งสวมเสื้อคลุมยาวสีขาว สีเดียวกับผมและหนวดเคราสั้นราวต้นคอ นักบวชผู้ติดตามท่านพ่อซึ่งดูลัสพบบ้างเป็นบางครั้งในช่วงสามปีที่ผ่านมา

นักบวชชราหันมองไปมาโดยรอบแล้วเอ่ยด้วยเสียงเรียบเย็น ข้าคิดว่า...ข้าสัมผัสเวทมนตร์ได้จากบริเวณนี้

เวทมนตร์...หรือ ท่านพ่อหันไปถามทันควัน พวกมันใช้เวทมนตร์ทำให้ลูกข้าแพ้หรือ

อาจเป็นได้ แต่ข้าต้องดูต้นตอของเวทมนตร์ก่อนว่าเป็นสิ่งใด ชายชุดขาวหันศีรษะไปมา ก่อนจะตรงไปยังชุดเกราะและเสื้อผ้าที่ดูลัสสวมตอนประลองซึ่งวางเรียงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง แล้วหยิบถุงผ้าเล็กๆ ในนั้นขึ้นมา หากสัมผัสของข้าไม่ผิด...วัตถุที่มีพลังเวทมนตร์อยู่ในนี้

นั่นมัน... ดูลัสชันกายขึ้นนั่งแล้วขมวดคิ้ว

นิ้วเรียวของมาดายคลายเกลียวด้ายที่ปากถุงแล้วคว่ำมันลง ใบแชมร็อคทั้งสี่ทยอยร่วงลงบนฝ่ามือของเขา ดูลัสเห็นเปลวไฟสีฟ้าลุกพรึบบนมือเหี่ยวย่น เผาแชมร็อคทุกใบจนกลายเป็นขี้เถ้าในพริบตา

มันรู้ทัน...จึงกำกับมนตร์ทำลายมาด้วย หากถูกสัมผัสด้วยผู้มีเวทมนตร์เหมือนกันจะได้ไม่อาจเก็บไว้พิสูจน์หลักฐาน มาดายเปรยอาคมสะกดแรงมาก ท่านไปได้พวกมันมาจากที่ใด

...มีคนมอบให้ข้า องครักษ์หนุ่มตอบเลี่ยงๆ เป็นเครื่องรางนำโชค แต่ข้าไม่คิดว่าคนคนนั้นรู้เรื่องนี้ เขา...เป็นคนที่ข้าเชื่อว่าไว้ใจได้

ถึงไว้ใจได้ก็ต้องระวัง ไม่สิ...เพราะยิ่งไว้ใจต่างหาก จึงต้องระแวงให้จงหนัก ท่านพ่อผู้เข้มงวดไม่วายพูดเสียงเครียดมันเป็นใคร จงบอกมา

ข้าทราบ ชายหนุ่มรับ แต่ข้าเชื่อว่าเขาไม่รู้เรื่องจริงๆ ท่านอย่าสงสัยเลย ข้าจะไปถามเขาเองว่าได้พวกมันมาจากไหน ไม่ต้องห่วง แต่เรื่องเวทมนตร์...ท่านมาดายคิดว่าเราจะพิสูจน์ได้ไหมว่าฝ่ายตรงข้ามใช้เวทมนตร์ในการโกง ดูลัสถามทั้งๆ ที่ตนเองยังคิดว่าเป็นไปได้ยาก เขาไม่เคยเชื่อเรื่องเวทมนตร์...ในเมื่อไม่เคยเห็นกับตาจนถึงเมื่อครู่ และต่อให้ชาวธีร์ดีเรส่วนมากเชื่อเรื่องแบบนี้ หากไม่มีหลักฐานชัดเจน จะยืนยันให้ผู้สำเร็จราชการและขุนนางทั้งหลายเชื่อได้อย่างไร

มาดายปัดเศษขี้เถ้าจากมือแล้วโคลงศีรษะ หากไม่มีหลักฐานให้นักบวชผู้รู้อาคมตรวจสอบ ก็เห็นจะไม่ได้ ข้าขออภัยที่ประมาท ไม่ได้ร่ายมนตร์ล้างอาคมทำลายเสียก่อน แต่หากได้วัตถุเวทมนตร์อย่างเดียวกันมาปลดอาคมทำลาย...ก็อาจมีหวัง

หมายความว่าคาดหวังไม่ได้เลย ท่านพ่อพูดขึ้น

อย่าร้อนใจ ท่านแฟคท์นา มาดายติงด้วยเสียงเรียบๆ ชะตาลิขิตเป็นเช่นไร วิถีของทุกผู้คนย่อมเดินตามนั้น ท่านวางใจเถอะ

แตรสัญญาณดังแว่วมา บอกว่าการประลองรอบสุดท้ายจะเริ่มในไม่ช้า ดูลัสจึงลุกจากเตียงและแต่งกายให้เรียบร้อย ก่อนที่เกอร์มอนจะหยิบเสื้อคลุมซึ่งแขวนอยู่มาสวมให้เขาตามหน้าที่

เอาเถอะ ในเมื่อยังทำอะไรไม่ได้ ก็อย่ากังวลเลย เขาบอกตนเองให้ข่มอารมณ์อันขุ่นมัวเป็นที่สุดไว้ด้วยเหตุนั้นเช่นกัน ข้าจะไปดูการประลอง ไม่แน่...หากลูกชายมังกรน้ำมีอาการเดียวกัน เราอาจมีหวังคัดค้านผลการประลองได้มากขึ้น

เจ้าคิดจะร่วมมือกับพวกมันหรือ ท่านพ่อถาม พวกมันเชื่อถือได้เท่าไรกัน

เพื่อกำจัดศัตรูที่อันตรายที่สุดในตอนนี้...ก็ต้องทำ องครักษ์หนุ่มตอบง่ายๆ ถ้าจำเป็น ค่อยตลบหลังพวกมันได้ไม่ใช่หรือ

ชายชราไม่พูดอะไรอีกแต่มองเขาด้วยสายตาเห็นด้วยเต็มที่ บวกชื่นชมที่ลูกชายนำคำสอนของตนมาใช้

 

ดูลัสออกไปจากห้องโดยมีเกอร์มอนติดตามไปเพียงคนเดียว ทิ้งบิดาของตนไว้กับผู้รู้อาคม ครั้นไปตามทางเดินเพียงไม่นาน ราชองครักษ์ก็พบคนที่ไม่ได้คาดว่าจะพบ

ท่านดูลัส อีกฝ่ายทักเขาก่อน หายดีแล้วหรือ

ดูลัสมองเด็กหนุ่มชาวทรายผู้ถามอย่างเรียบเฉย สีหน้าของมันบอกความห่วงใยอย่างจริงใจเกินกว่าจะเป็นเสแสร้ง ก็อย่างที่เห็น

อาเมียร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ข้า...เสียใจด้วย ข้าหวังว่าท่านจะชนะแท้ๆ

ขอบใจ ชายหนุ่มตอบสั้นๆ แล้วไม่ไปให้กำลังใจนายเจ้าหรือ

ข้ากำลังจะไป

ดูลัสมองคนตอบและสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายถือผ้าสีขาวบางไว้ในมือ มีบางสิ่งอยู่ด้านบน...มองแวบๆ เป็นแผ่นเล็กสีเขียวมัว นั่นอะไร

อ้อ ไม่มีอะไร เด็กหนุ่มตอบเสียงเรียบ แค่เศษขยะ ข้าจะนำไปทิ้ง

ความคิดที่พลุ่งขึ้นทำให้ชายหนุ่มปราดไปข้างหน้า ครั้นเห็นใบสี่แฉกถนัดตา เขาก็รีบยื่นมือไปคว้าโดยไม่คิดอะไรอีก เอามานี่!”

อาเมียร์ปัดป้องทั้งๆ ที่ดูตกใจ ครั้นดูลัสแย่งผ้าขาวมาได้ก็พบเพียงรอยดำบนนั้น องครักษ์หนุ่มก้มลงมองพื้นหินโดยรอบ แต่ก็ไม่พบสิ่งที่ตนตามหาอยู่

ใบแชมร็อค...ใบแชมร็อคนั่นอยู่ไหน!” เขามองอีกฝ่ายอย่างแข็งกร้าว เจ้าเอามันไปซ่อนไว้ที่ไหน!”

ใบแชมร็อคอะไรกัน เด็กหนุ่มตอบอย่างสงบขึ้นพร้อมกับแบมือที่มีคราบเขม่าเล็กน้อยให้เขาดู ผ้านี่เปื้อนเขม่า ข้าถึงจะเอาไปทิ้ง ท่านตาฝาดกระมัง

ชายหนุ่มเห็นคราบเขม่ารูปร่างคล้ายใบแชมร็อคสี่แฉกบนมือนั้นและล่วงรู้สิ่งที่มันไม่ได้พูดในทันที เขาจึงบอกตนเองให้สงบอารมณ์ก่อนจะตอบเรียบๆ เช่นกัน ขอโทษ ข้าคงตาฝาดไปเอง

ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจว่าท่านคงระแวงเรื่องยา ข้าเชื่อว่าท่านถูกวางยาจริงๆ คณะกรรมการคงจะสืบสวนต่อ...“

อาจจะไม่ใช่ยาก็ได้ องครักษ์หนุ่มพูดทันควันพร้อมกับมองอีกฝ่ายหาพิรุธเพิ่มเติม

หมายความว่าอย่างไร อาเมียร์ยังคงดูงุนงงและซื่อจนเขาไม่อยากเชื่อว่ามันจะแสดงละครเป็นคนดีได้แนบเนียนเสียเหลือเกิน

ช่างเถอะ ข้าจะรีบไปดูการประลอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่านายของเจ้าจะไม่แพ้แบบเดียวกับข้า

ว่าแล้ว ดูลัสก็ก้าวยาวๆ จากไปกับเกอร์มอน ทิ้งเด็กหนุ่มไว้ที่เดิม

ไม่นึกเลยว่ามันจะอันตรายกว่าที่คิด แต่มันอยู่ฝ่ายใคร...นั่นคือคำตอบที่เขาต้องรู้ให้ได้จากผลการประลองครั้งนี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น